บันทึกงานเพลงครูรัก รักพงษ์.docx

โฟลเดอร์9. ศิลปวัฒนธรรมบุญนิยม
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์664 KB
วันที่แก้ไข31 สิงหาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

บันทึกงานเพลงครูรัก รักพงษ์ ท่านแต่งบทความไว้มากมาย ทั้งสารคดีเรื่องสั้น กลอน โคลง ฉันทลักษณ์ กลบท โดยใช้นามปากกาต่างๆ นานามากหลาย เช่น มงคล พงษ์มงคล, รุ้ง รังรักษ์, รัก พงษ์มงคล, สไมย์ จำปาแพง, เรขา เหมลิขิต, เพียงเพ็ญ พีรพงษ์, กุญแจจีย์, เกื้อ ปรียา, โบราณ สนิมรัก, ชุมาลย์มงคล, อ้อยอิ่ง สวนสงบ ฯลฯ งานประพันธ์ที่ทำชื่อเสียงให้กับท่านมากที่สุดกว่างานประพันธ์ด้านอื่นๆ ก็คือ การประพันธ์บทเพลงต่างๆ ซึ่งท่านแต่งไว้มากมายหลายเพลง แต่ได้อัดแผ่นเสียงออกเผยแพร่ไม่มากนัก จนกระทั่งเมื่อท่านหันมาปฏิบัติธรรมแล้ว เรื่องของเสียงเพลงจึงเป็นเรื่องสุดท้าย สิ่งสุดท้ายที่ท่านสลัด ละ ปลง วางลงได้ ผลงานดีเด่น คือ เพลงผู้แพ้ ซึ่งฮิตกันมาก เพลงนี้ท่านแต่งขึ้นตั้งแต่สมัยยังเป็นนักเรียนอยู่ที่เพาะช่าง เมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๔๙๗–๒๔๙๘ ต่อจากนั้นก็ตามด้วยเพลงผู้ครองรัก และบทเพลงอื่นๆ อีก แม้ไม่ค่อยมากนัก แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ได้รับความนิยมแพร่หลายสำคัญอยู่ ก่อนบวชได้ร่วมกันสร้างภาพยนตร์เรื่องโทนโดยท่านเป็นผู้ประพันธ์เพลงประกอบเกือบทั้งหมด เช่น หยาดอรุณ, ชื่นรัก, เริงรถไฟ, นางฟ้า, ขุนทอง, ดาวเหนือ, กระต่ายเพ้อ, อย่าบอน, ฟ้าต่ำ-แผ่นดินสูง ซึ่งขณะนั้นทั้งภาพยนตร์และบทเพลง ได้รับความนิยมชมชอบอย่างสูงมาก ทำลายสถิติภาพยนตร์ไทยอย่างขาดลอย ยอดการจำหน่ายแผ่นเสียงประกอบสูงสุดและเป็นภาพยนตร์ไทยที่ทำรายได้เป็นเงินหลายล้าน ท่านเป็นผู้ประพันธ์บทเพลง และบุกเบิกการเล่นเพลงไทยในวงสตริงคอมโบ้ขึ้น เพื่อนำเข้าประกวด เป็นคนแรก วงสตริงคอมโบ้วงแรกที่ท่านได้ร่วมไม้ร่วมมือและช่วยเหลือ ก็คือ คณะดิ อิมพอสสิเบิล ซึ่งได้นำเพลงชื่นรัก, เพลงเริงรถไฟ ที่ท่านแต่ง ไปประกวด จนได้รับรางวัลชนะเลิศ จาก “สัจจะแห่งชีวิตของพระ

อ่านต่อ

โพธิรักษ์”. มูลนิธิธรรมสันติ, ๒๕๓๑. หน้า ๔๔-๔๕. “อาตมาแต่งเพลงตั้งแต่ยังเป็นนักเรียน ม.๖ (พ.ศ. ๒๕๙๐-๒๕๙๑) อยู่ที่อุบลฯ แต่แต่งเพลงก็ไม่เคยร่ำเรียน ไม่เคยรู้หลักรู้เกณฑ์กับเขา แต่ก็มาดังได้ยังไวก็ไม่รู้ ดังมาตั้งแต่เด็กด้วยซ้ำไป ตอนเรียน ม.๖ อายุ ๑๔-๑๕ ก็แต่งเพลงต่อให้เพื่อนๆ ร้องกัน” จาก “สัจจะแห่งชีวิตของพระโพธิรักษ์”. มูลนิธิธรรมสันติ, ๒๕๓๑. หน้า ๘๑. “งานด้านการประพันธ์เพลง เป็นงานที่อาตมาถนัดและสร้างชื่อเสียงให้แก่อาตมามากกว่างานด้านอื่นๆ อาตมาเริ่มแต่งเพลงอัดแผ่นเสียงตั้งแต่เมื่อยังเรียนไม่จบ ซึ่งชีวิตช่วงนั้น อาตมาต้องดิ้นรนต่อสู้อย่างทรหด เพราะต้องหาเงินเรียนหนังสือด้วยตนเอง” จาก “สัจจะแห่งชีวิตของพระโพธิรักษ์”. มูลนิธิธรรมสันติ, ๒๕๓๑. หน้า ๑๐๕. เริ่มเข้าสู่วงการโลกมายา อาตมาเริ่มรู้จัก อ.องุ่น มาลิก โดยที่ไม่รู้จักตัว อ.องุ่น ทำงานอยู่กับ อ.นิลวรรณ ปิ่นทอง ที่โรงพิมพ์สตรีสาร แล้วก็ออก “หนังสือพิมพ์ดรุณสาร” เป็นหนังสือที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับนักเรียนเด็กๆ อ.นิลวรรณไปขอแรง อ.องุ่น มาช่วย ทั้งวัยรุ่น-วันเด็กก็มาชมรมกัน อ.องุ่น ควบคุมชมรมดรุณนี้ ใช้นามปากกาว่า “ปรียา” อายุ ๓๐ กว่า ใครๆก็เรียกว่า พี่ปรียาๆ เพราะส่วนใหญ่ก็เด็กๆ อายุแค่ ๑๐ กว่า ๒๐ กว่า อาตมาก็เรียก “พี่” อ.องุ่น เป็นคนที่รักเอ็นดูเด็กๆ รุ่นๆ ใครจะทำอะไรดีๆ ต่างๆ นาๆ ในทางสร้างสรร ก็พยายามส่งเสริม จนเป็นที่รู้จักกันดีในวงการของผู้ที่อยู่ในกลุ่ม NGO ที่ชอบทำงานช่วยเหลือสังคม อาตมาอ่าน “หนังสือพิมพ์ดรุณสาร” ก็เชื่อมโยงกับทางชมรมดรุณ หรือมิตรดรุณ โดยใช้นามปากกา-ใช้ชื่อแฝง ติดต่อกันทางไปรษณีย์ว่า “เกื้อ ปรียา” ก็เอานามปากกาของ อ.องุ่น มาเป็นนามสกุลของ “เกื้อ” ซึ่งเป็นนามแฝง แล้ว “เกื้อ ปรียา” ก็ติดต่อกันในชมรมมิตรดรุณ เขียนหนังสือ-สื่อสาร-ส่งข่าว-ส่งเรื่อง-ส่งจดหมายถึงกันไปมาทางไปรษณีย์โดยไม่แสดงตัว อยู่มาวันหนึ่ง “เกื้อ ปรียา” ก็ส่งเพลง “ดรุณวอลทซ์” ไปให้แก่ชมรมฯ ส่วนคนแต่ง คือ “รัก พงษ์มงคล” กะจะให้เป็นเพลงประจำชมรมฯ ตอนนั้นอาตมาอยู่ “เพาะช่าง” ปี ๓ อายุ ๒๐-๒๑ ปี เข้าไปแล้ว แต่งเพลง “ดรุณวอลซ์” ใช้นามปากกาว่า “รัก พงษ์มงคล” แต่ “เกื้อ ปรียา” เป็นคนส่งทางไปรษณีย์ตอนแรกเขาเอาไปให้คนเล่นไวโอลินเล่นดู เขาบอกว่า “ไม่ดีๆ” จะไม่เอาเพลงนี้ จะไม่ใช้กัน ตอนหลังยังไงไม่รู้ ไปให้คนเล่นเปียโนเล่นดู เขาว่า “ดี ดีนี่!” ก็เลยเอาเพลง “ดรุณวอลซ์” เป็นเพลงประจำชมรมฯ อาตมาก็ไม่แสดงตัว ทำตัวเป็นคนลึกลับ! เขาก็ร้องเพลง “ดรุณวอลซ์” กัน เราก็ส่งรูปถ่ายไปให้ ไม่เปิดเผยตัวนะ! ตอนหลังพอร้องกันมากๆ ก็มีการร่ำร้องกันว่า “อยากเห็นหน้าคนแต่ง ทำไมคนต่างไม่ปรากฏตัว?” อะไรต่อมิอะไร ต่างๆ นานา พวกนั้นเขาก็เรียกร้องให้ปรากฏตัว จนตอนหลังก็ไปปรากฏตัว ทำเต๊ะใส่แว่นตาสีดำ ไปปรากฏตัวเป็น “รัก พงษ์มงคล” ตอนนั้นก็โตแล้ว ๒๐-๒๑ ปี พวกเด็กๆ เขาก็เรียก “พี่” ยิ่งเรามีความสามารถเขาก็ยกย่องเรียก “พี่” อย่างคุณพงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร หัวหน้า บ.ก. มติชน ก็เป็นเด็กอยู่ในชมรมฯ นี้ เราก็ออกไปแบบมีผลงานเลยกลายเป็น “ดาวดวงเด่น” ตัวเบ้งขึ้นมากหน่อย ที่นี้ชักเป็น “ฮีโร” เขาก็เรียก “พี่รัก” กันทั้งชมรมฯ นอกจากคนโตๆ ก็เรียกธรรมดา บางทีก็เรียกน้อง ส่วนมากก็มีแต่รุ่นเด็กๆ เยอะ แล้วก็ร่วมกันทำหนังสือ “ดรุณสาร” ทำกิจกรรมกุศลช่วยเหลืออะไรๆ มากมาย โดยเฉพาะเขามาสัมภาษณ์ชีวิตของอาตมา ไปลงทางหนังสือพิมพ์ดรุณสาร ก็ยิ่งรู้เบื้องหลังการต่อสู้ในชีวิตของอาตมาที่ต้องดิ้นรนเล่าเรียน ทั้งยังต้องเลี้ยงน้องเลี้ยงนุ่วให้ได้เล่าเรียนอีก ก็เลยยิ่งเป็นที่นับถือกันยิ่งขึ้น ตอนนั้นก็ชักจะเป็น “พระเอก” ในชมรมฯ หน่อยๆ ก็เพราะมีความสามารถ มีความปราดเปรียว เป็นที่ยอมรับพอสมควร ช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่มี “ความสำเร็จ” ในชีวิตขึ้นมาหน่อย มีทีท่าว่า “จะมีชื่อเสียง-มีโลกธรรมขึ้นมาบ้าง” จากหนังสือ “สัจจะชีวิตของสมณะโพธิรักษ์” ภาค ๑. พิมพ์ครั้งที่ ๔ (ฉบับปรับปรุงใหม่ ๑). พ.ศ. ๒๕๔๘. หน้า ๑๖๔-๑๖๕ ผลงานเพลงครูรัก รักพงษ์ พ.ศ. ๒๔๙๔ – ๒๕๑๓ คำร้อง–ทำนอง : รัก รักพงษ์ ชื่อเพลง แต่งเสร็จ ชื่อเพลง แต่งเสร็จ ๑. บุปผาพนาวัน ๔ พ.ย. ๒๔๙๔ ๒๗.จตุรมิตร(ศรีกีฬา) ๓๐ ก.ค.๒๕๑๐ ๒. พิไรรัก ๒๔ พ.ย. ๒๔๙๔ ๒๘. แม่มูล ๒๕ ก.ย. ๒๕๑๐ ๓. ดวงใจครวญ ๑ เม.ย. ๒๔๙๕ ๒๙. พลังรัก ๒๖ พ.ย. ๒๕๑๐ ๔. ซากรัก ๑๙ มิ.ย. ๒๔๙๖ ๓๐. ผู้หลอกลวง ๑ ๒๘ พ.ย. ๒๕๑๐ ๕. มัจจุราชรัก ๓ ก.ค. ๒๔๙๖ ๓๑. หนี้รัก ๙ ธ.ค. ๒๕๑๐ ๖.เถื่อนถิ่นแลดินดอน ๓ พ.ย. ๒๔๙๖ ๓๒. ผู้ถูกสาป ๑๘ ธ.ค. ๒๕๑๐ ๗.กระท่อมน้อยกลางพนา ๑๒ เม.ย. ๒๔๙๘ ๓๓. ไม่ลืมบางมด ๒๓ ธ.ค. ๒๕๑๐ ๘. ผู้แพ้ ๑๒ เม.ย. ๒๔๙๘ ๓๔. หัวใจที่ไร้ค่า ๓ ม.ค. ๒๕๑๑ ๙. เทพโหด ๑๒ ธ.ค. ๒๔๙๘ ๓๕.เหนือหล้าฟ้าหยาด ๒๑ มี.ค. ๒๕๑๒ ๑๐. ผกายดาว ๓๐ พ.ค. ๒๔๙๙ ๓๖. มหาสารคาม ๓ เม.ย. ๒๕๑๒ ๑๑. ผู้ครองรัก ๒๕ มิ.ย. ๒๔๙๙ ๓๗. ขวัญคืนใจ อัดแผ่นเสียงเมื่อ ส.ค. ๒๕๑๒ ๑๒. ความหวัง ๑๓ ก.ย. ๒๔๙๙ ๓๘. ดาวสวรรค์ ๑๖ ก.ย. ๒๕๑๒ ๑๓. ผู้รอคอย ๑๒ มี.ค. ๒๕๐๐ ๓๙. ดรุณวอลท์ซ - ๑๔. ผู้ทระนง ๒๘ มี.ค. ๒๕๐๐ ๔๐.รักมีกรรม - ๑๕. ริมแม่มูล ๖ พ.ค. ๒๕๐๑ - - ๑ เพลงผู้หลอกลวง เป็นเพลงแรกที่แต่ง (พ.ศ. ๒๔๙๑) แต่เนื่องจากค้นหาเนื้อร้องเดิมที่แต่งครั้งแรกไม่พบ คงมีแต่ เพลงผู้หลอกลวง ซึ่งปรับปรุงใหม่ในปี พ.ศ. ๒๕๑๐ เพลงนี้เท่านั้น ๑๖. สุขสันต์วันเกิด ๖ มิ.ย. ๒๕๐๑ เพลงประกอบภาพยนตร์ เรื่องโทน ๑๗.มาร์ชประเทศคือชีวิต ๒๓ มี.ค. ๒๕๐๒ ๔๑. ดาวเหนือ ๑๓ มิ.ย. ๒๕๑๒ ๑๘.แด่ความรัก ๖ ก.ย. ๒๕๐๒ ๔๒. ขุนทอง ๒๒ ต.ค. ๒๕๑๑ ๑๙.เจ็บ ๓ ก.พ. ๒๕๐๔ ๔๓. นางฟ้า ๒๑ ก.พ. ๒๕๑๒ ๒๐.เรือนกรรม ๑๐ ส.ค. ๑๕๐๔ ๔๔. อย่าบอน ๒๖ พ.ค. ๒๕๑๒ ๒๑.ขอบฟ้าสีทอง ๒ ม.ค. ๒๕๐๖ ๔๕.ฟ้าต่ำแผ่นดินสูง ๑๓ มิ.ย. ๒๕๑๒ ๒๒.จันทร์หม่น ๓ ม.ค. ๒๕๐๖ ๔๖. เริงรถไฟ ๒ ๒๐ มิ.ย. ๒๕๑๒ ๒๓. พบกันวันวิจิตร ๑๐ มี.ค. ๒๕๐๘ ๔๗. ชื่นรัก ๓ ๑๔ ก.ค. ๒๕๑๒ ๒๔. ขวัญดาว ๒๙ ก.ย. ๒๕๐๘ ๔๘. กระต่ายเพ้อ ๑๘ ต.ค. ๒๕๑๒ ๒๕. คนเอ๋ยคน ๑๔ ก.พ. ๒๕๐๙ ๔๙. หยาดอรุณ ๔ ๑๕ พ.ย. ๒๕๑๒ ๒๖. คะนึงอาลัย ๔ มี.ค. ๒๕๑๐ ๕๐. ปิดเทอม ๗ เม.ย. ๒๕๑๓ ทำนอง : รัก รักพงษ์ ชื่อเพลง แต่งเสร็จ (ทำนอง) ผู้แต่งคำร้อง ๕๑. มาร์ชศิลปกรรมนำชาติ ๓ ส.ค. ๒๔๙๗ บทพระราชนิพนธ์ รัชกาลที่ ๖ ๕๒. หยาดชีวิต ๑๘ มิ.ย. ๒๕๑๑ สุภาว์ เทวกุลฯ ๒ เพลงเริงรถไฟ เป็นเพลงไทยเพลงแรกในวงการดนตรีไทยที่ร้องประสานเสียงแบบวงสตริงคอมโบ้ และได้นำเข้าประกวดโดย ความร่วมมือของ คณะดิ อิมพอสสิเบิล จนได้รับรางวัล ๓ เพลงชื่นรัก เป็นเพลงไทยเพลงที่สองในวงการดนตรีไทยที่ร้องประสานเสียงแบบวงสตริงคอมโบ้ และได้รับรางวัลเช่นกัน ๔ เพลงหยาดอรุณ เป็นเพลงที่ลงทุนแพงที่สุด เพราะใช้จุลดุริยางค์(๑๘ ชิ้น) ทหารเรือบรรเลง และจ้าง ADING DILA มาแยกเสียงประสาน(ใช้นักร้องขวัญดาว ๖ คน ร่วมขับร้อง) ๕๓. ความดี ๑๘ มิ.ย. ๒๕๑๑ สุภาว์ เทวกุลฯ ๕๔. อสูรสำนึก ๑๙ มิ.ย. ๒๕๑๑ สุภาว์ เทวกุลฯ ๕๕. ราตรีเมืองฟ้า ๒๑ มี.ค. ๒๕๑๒ ประมวล จรูญรักษ์ คำร้อง - รัก รักพงษ์ ชื่อเพลง แต่งเสร็จ (คำร้อง) ผู้แต่งทำนอง ๕๖. กลางไพรสณฑ์ ๒๗ พ.ย. ๒๔๙๔ ล้วน ควันธรรม ๕๗. สุรีย์สิ้นสุรางค์สูญ ๒๕ ธ.ค. ๒๔๙๔ แปลงจากเพลงไทยเดิม ๕๘. เมฆหม่นมนต์รัก ๒๓ ก.พ. ๒๔๙๕ ล้วน ควันธรรม ๕๙. สนธยาลัย ๒ ก.ค. ๒๔๙๕ แปลงจากเพลงไทยเดิม ๖๐. ผกาดั่งนารี ๔ ก.ค. ๒๔๙๕ สง่า ทองธัช ๖๑. ไม้ไพร ๑๐ ก.ค. ๒๔๙๕ แปลงจากเพลงไทยเดิม ๖๒. ฉันยังไม่เคยรักใคร ๑๙ ก.ค. ๒๔๙๕ วัลลภ วิชชุกร ๖๓. ค่ำแล้ว ๔ พ.ย. ๒๔๙๖ สง่า ทองธัช ๖๔. ตะวันลับฟ้า ๗ พ.ย. ๒๔๙๖ สง่า ทองธัช ๖๕. ก่อนสิ้นแสงตะวัน ๑๐ พ.ย. ๒๔๙๖ สง่า ทองธัช ๖๖. ธารสวาท ๒๓ พ.ค. ๒๔๙๘ สง่า ทองธัช ๖๗. ชีวะทัณฑ์ ๑๓ ม.ค. ๒๔๙๙ มงคล อมาตยกุล ๖๘. รักมีกรรม (ไม่ได้บันทึกไว้) สง่า ทองธัช * * * เฉพาะชื่อเพลงที่หาหลักฐานเนื้อร้องได้เท่านั้น * * * สมัยเป็นฆราวาสอยู่นั้น ท่านได้ปฏิบัติธรรมอย่างจริงๆ จังๆ ตามแนวจรณะ ๑๕ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไปพร้อมๆ กับการทำงาน จนกระทั่งสิ้นความสงสัยในชีวิต แน่มั่นในธรรม หมดความกังขาข้องใดๆ จึงตัดสินใจลาออกจากการทำงานประจำที่ บริษัท ไทยโทรทัศน์ จำกัด เมื่อเดือน สิงหาคม ๒๕๑๓ เพื่อใช้ชีวิตอย่างสงบกว่า ในทางธรรม………… ตอนหนึ่งในหนังสือ “สัจจะแห่งชีวิตของพระโพธิรักษ์ ” เพลงสัจจะชีวิต โดย ครูรัก รักพงษ์ ๑. ชุดขวัญ พ.ศ. ๒๕๒๙ ๒. ชุดฝ่าฟ้าสังคมฝัน พ.ศ. ๒๕๓๐ ๓. ชุดความลับของฟ้า พ.ศ. ๒๕๓๑ ๔. ชุดอภัย พ.ศ. ๒๕๓๒ ๕. ชุดจากผู้แพ้ถึงคนหยาม พ.ศ. ๒๕๓๓ ๖. ชุดฟากฟ้าฝั่งฝัน พ.ศ. ๒๕๓๔ ๗. ชุดหวังอะไรในหล้า พ.ศ. ๒๕๓๕ ๘. ชุดเก็บดอกหญ้ามาฝาก พ.ศ. ๒๕๓๖ ๙. ชุดฟ้าแตก พ.ศ. ๒๕๓๗ ๑๐. ชุดปลอบฟ้า พ.ศ. ๒๕๓๘ ๑๑. ชุดล้ำค่ากว่าดาว พ.ศ. ๒๕๓๘ ๑๒. ชุดรักยิ่งกว่ารัก พ.ศ. ๒๕๔๒ ๑๓. ชุดจงดิ้นให้แร้งดู พ.ศ. ๒๕๔๖ ผลงานเพลงครูรัก รักพงษ์ พ.ศ. ๒๕๒๗ – ปัจจุบัน คำร้อง–ทำนอง : รัก รักพงษ์ ลำดับ ชื่อเพลง ปีที่แต่ง ๑. แสงธรรมต้องทอบวร(เดิมชื่อเพลงขันติต้องไม่จาง) ๑ พ.ย. ๒๕๒๗ ๒. ตะวันทอฟ้า (ทำนองเพลงคะนึงอาลัย) ๒๔ พ.ย. ๒๕๒๗ ๓. ขวัญ (ทำนองเพลงขวัญดาว) ๑๒ มิ.ย. ๒๕๒๘ ๔. ป่ากาม (ทำนองเพลงเทพโหด) ๒ ก.พ. ๒๕๒๘ ๕. คนโลกเก่า (ทำนองเพลงพลังรัก) ๑๒ มิ.ย. ๒๕๒๘ ๖. คนโลกใหม่ (ทำนองเพลงขวัญคืนใจ) ๑๒ ก.ค. ๒๕๒๘ ๗. สันติภาพ (ทำนองเพลงสนธยาลัย) ๑๗ ก.ค. ๒๕๒๘ ๘. ภราดรภาพ (ทำนองเพลงผู้ถูกสาป) ๑๒ ก.ย. ๒๕๒๘ ๙. อิสรเสรีภาพ ๒๗ ก.พ. ๒๕๓๔ ๑๐. สันติภาพผี ๒๒ ก.พ. ๒๕๒๙ ๑๑. สันติภาพประกาศิต (ทำนองเพลงผู้ทระนง) ๖ มี.ค. ๒๕๒๙ ๑๒. เมื่อไหร่จะรู้สักที ๓๑ มี.ค. ๒๕๒๙ ๑๓. ขี้เหร่จริงหนอความจริง (ทำนองเพลงเรือนกรรม) ๒๔ ก.ค. ๒๕๓๐ ๑๔. ๑๕. ฟ้าฝัน (ทำนองเพลงผู้รอคอย) เพ้ออะไร (ทำนองเพลงกระต่ายเพ้อ) ๒๙ ก.ค. ๒๕๓๐ ๒๙ ก.ค. ๒๕๓๐ ๑๖. ทึ่งจริงๆ ถึงจริงๆ (ทำนองเพลงดาวเหนือ) ๓๐ ก.ค. ๒๕๓๐ ๑๗. กองทัพพุทธธรรม ๑๐ ส.ค. ๒๕๓๐ ๑๘. อีกฟากฟ้าหนึ่ง ๙ ม.ค. ๒๕๓๑ ๑๙. อีกหนึ่งฟากฟ้า (ทำนองเพลงความหวัง) ๓ ก.พ. ๒๕๓๑ ๒๐. น้ำฟ้า (ปรับปรุงจากเพลงแด่ความรัก) ๒๒ ก.พ. ๒๕๓๑ ๒๑. ภูฟ้าผาน้ำ ๒๒ ก.พ. ๒๕๓๑ ๒๒. ไฟฟ้า (ทำนองเพลงกลางไพรสณฑ์) ๘ มี.ค. ๒๕๓๑ ๒๓. ฝ่าฟ้าสังคมฝัน ๑๐ มี.ค. ๒๕๓๑ ๒๔. ไยฟ้าเศร้า (ทำนองเพลงหนี้รัก) ๙ ธ.ค. ๒๕๓๑ ๒๕. ผีฟ้า (ทำนองเพลงหัวใจที่ไร้ค่า) ๑๕ มี.ค. ๒๕๓๑ ๒๖. ความหวังใหม่ (สันติธรรม) ๑๖ มิ.ย. ๒๕๓๑ ๒๗. ดอกฟ้าที่หมาวัดต้องเอื้อม ๑๓ ก.พ. ๒๕๓๑ ๒๘. ใจฟ้า ๒๒ ธ.ค. ๒๕๓๑ ๒๙. โอ้เมืองปราชญ์ ๑๘ ม.ค. ๒๕๓๒ ๓๐. โถ! ข่าวลือ ๙ ก.พ. ๒๕๓๒ ๓๑. หนามใจใครหรือ (ทำนองเพลงมัจจุราชรัก) ๒๕ เม.ย. ๒๕๓๒ ๓๒. หรือดีไม่มีเด่น ๑๕ เม.ย. ๒๕๓๒ คำร้อง–ทำนอง : รัก รักพงษ์ ลำดับ ชื่อเพลง ปีที่แต่ง ๓๓. คนหยาม-ฟ้าไม่หยาม ๒ มิ.ย. ๒๕๓๒ ๓๔. เชือดนิ่มๆ ๑๐ มี.ค. ๒๕๓๓ ๓๕. สังคมใจเลือด ๑๐ มี.ค. ๒๕๓๓ ๓๖. ฟากฟ้าฝั่งฝัน (จากเพลงก้าวนี้จริงใจ แต่งโดยสิกขมาตุกล้าข้ามฝัน) ๑๗ ก.พ. ๒๕๓๔ ๓๗. ฝั่งฟ้าฝากฝัน ๒๒ มี.ค. ๒๕๓๔ ทำนอง : รัก รักพงษ์ ลำดับ ชื่อเพลง ปีที่แต่ง (คำร้อง) ผู้แต่งทำนอง ๓๘. จงดิ้นให้แร้งดู ม.ค. ๒๕๔๖ ปฏิพล เหมวรานันท์ ๓๙. สมรรถภาพ (อัลบั้ม “จงดิ้นให้แร้งดู”) ออกอัลบั้ม ๒๑ ธ.ค. ๒๕๔๖ ปฏิพล เหมวรานันท์ ทำนอง : รัก รักพงษ์ ลำดับ ชื่อเพลง ปีที่แต่ง (ทำนอง) ผู้แต่งคำร้อง ๔๐. เสรีนี้หนึ่งเดียว ๒๗ ธ.ค. ๒๕๓๒ “อิสรา” ๔๑. วันปีใหม่ ๑๓ เม.ย. ๒๕๓๓ วาณิช จรุงกิจอนันต์ ๔๒. ก้าวนี้จริงใจ พ.ศ. ๒๕๓๓ สิกขมาตุกล้าข้ามฝัน ๔๓. ฝั่งฝันชาวหินฟ้า ๒๔ พ.ค. ๒๕๓๔ “ท่านจันทร์” ๔๔. อยู่บ้านเถิดลูก ๑๒ ส.ค. ๒๕๓๕ น. เพ็ชรพรวนดิน ๔๕. ต่างแต่สามัคคี ๑๕ ส.ค. ๒๕๓๕ “ท่านจันทร์” ๔๖. คนเราก็เท่านี้ ๕ พ.ค. ๒๕๓๖ “ท่านจันทร์” ๔๗. เกิดดับ ๖ พ.ค. ๒๕๓๖ “ท่านจันทร์” ๔๘. ปลอบฟ้า ๗ พ.ค. ๒๕๓๖ “ท่านจันทร์” ๔๙. ทาสที่เขารัก ๙ พ.ค. ๒๕๓๖ “ท่านจันทร์” ๕๐. คุกชีวิต ๕ พ.ค. ๒๕๓๖ “ท่านจันทร์” ๕๑. คือน้ำใจ ๒๑ เม.ย. ๒๕๓๖ “อิสรา” ๕๒. คือดอกหญ้า ๒๓ เม.ย. ๒๕๓๖ “อิสรา” ๕๓. ศักดิ์นักสู้ ๒๙ เม.ย. ๒๕๓๖ “อิสรา” ๕๔. ๕๕. เพียงความรู้สึก เก็บดอกหญ้ามาฝาก ๓ พ.ค. ๒๕๓๖ ๔ พ.ค. ๒๕๓๖ “อิสรา” “อิสรา” ๕๖. ล้ำค่ากว่าดาว ๑๑ มิ.ย. ๒๕๓๖ “อิสรา” ๕๗. น้ำค้างกลางไฟฝัน ๑๑ มิ.ย. ๒๕๓๖ “อิสรา” ๕๘. อ้า…..อโศก ๒ ต.ค. ๒๕๓๕ บทพระราชนิพนธ์ ร.๖ เพลงในระดับโลกุตระ “….เพลงนี่เป็น‘ศิลปะ’ก็มี ‘อนาจาร’ก็มาก พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ว่า ‘ศิลปะเป็นมงคลอันอุดม’ คือเป็นเหตุที่จะนำพาไปสู่ความประเสริฐอย่างแท้จริง ส่วน ‘อนาจาร’ เป็น ‘ข้าศึกแก่กุศล’ คือเป็นตัวทำลายความดีงาม ดังนั้นเราจะต้องรู้เนื้อหาสาระของเพลง รู้ทั้งองค์ประกอบ ทำนอง จังหวะ ซึ่งเนื้อความนี้มันจะให้ความหมาย มันจะให้ศิลปะของกวีกานท์ จะนำพาเขาไปสู่สิ่งประเสริฐ สิ่งที่เจริญจริงหรือเปล่า ไม่เช่นนั้นมันก็จะกลายเป็นเรื่องมอมเมาไปสู่ความเสื่อมต่ำ แล้วอย่างไรเล่าที่ชื่อว่า ‘ศิลปะ’ อย่างไรชื่อว่า ‘อนาจาร’ อาตมาแบ่งไว้ ๕ ระดับ ๑. เพลงที่หยาบโลน เลวทราม สื่อส่อชัดๆ ว่าไม่สุภาพ แบบนี้ทุกวันนี้มีเยอะเหมือนกัน ขายใต้ดินก็มี ไม่หยาบเกินไปนักก็มี สองแง่สองง่ามก็มาก อย่างนี้คือ งานที่เรียกว่า ‘อนาจาร’ แท้ๆ อนาจารชั้นหนักชั้นต่ำ ส่วนมากนั้นผู้ผลิตงานระดับนี้รู้ดีว่ามัน ‘อนาจาร’ แต่ด้วยเจตนาของผู้ผลิต เขาจงใจทำมันออกมาทั้งๆ ที่รู้ เขาจึงคือคนบาป ผู้มอมเมาให้กามยิ่งมากยิ่งจัดจ้าน แก่ผู้คนในสังคม คือคนบาป ผู้มอมเมาให้ความรุนแรง ยิ่งโหดยิ่งเหี้ยมหนักหนาสาหัสขึ้นแก่โลก ๒. เพลงที่ไม่ถึงกับหยาบชัดๆ แต่ใช้เชิงแฝงไว้ในที ซึ่งเจตนาลึกๆ นั้นก็ยั่วยุกาม หรือมีอิทธิพลเสริมเติมความรุนแรงให้ยิ่งๆ ขึ้นอยู่นั่นแหละ งานแบบนี้ยิ่งมีมาก ผู้ผลิตงานบางคนไม่เจตนาโดยตรงหรอก ทว่ากิเลสของผู้สร้างงานนั้นเองประจานตัวเองออกมาในงาน ด้วยความไม่รู้ก็มี ด้วยความหลงผิดก็มี ซึ่งล้วนยังเป็นงานยั่วยุให้เกิดอกุศล งาน ‘อนาจาร’ ระดับที่ ๒ นี้มีมากมายหลากหลายอยู่เต็มโลก เพราะหลงผิดกันอย่างมั่นอกมั่นใจว่าเป็น ‘ศิลปะ’ แต่แท้ๆ มันยังเป็น ‘ข้าศึกแก่กุศล’ อยู่ สังคมทุกวันนี้จึงทวีทั้งกาม ทั้งความรุนแรงอำมหิต กินลึกซับซ้อนไปทั้งโลก ยิ่งกว่าสังคมอดีตหลายสิบหลายร้อยเท่านักตามที่เป็นจริง ให้เห็นกัน ก็เพราะ ‘ความหลงผิด’ หรือยังไม่รู้แจ้งในสัจจะ ดังนั้นไม่ว่าวัยรุ่นหรือวัยเฒ่า จะเห็นได้ว่าพฤติกรรมของราคะ โทสะ โมหะ มันจัดจ้านพิสดาร วิตถารจนสุดกล่าว ทั้งสองระดับนี้ยังไม่ใช่งานที่เป็น ‘ศิลปะ’ ยังเป็นแค่งานระดับ ‘อนาจาร’ แต่อนาจารเบากว่าขั้นหนึ่ง มากน้อยตามเนื้องาน ๓. ระดับที่เริ่มนับเป็น ‘ศิลปะ’ ระดับที่เริ่มนับเป็น ‘ศิลปะ’ นั้น จะต้องเป็นเพลงที่มีคุณภาพนำพาให้เกิดคุณค่าในทางสร้างสรร รักธรรมชาติ รักการก้าวหน้าพัฒนา เป็นเพลงเพื่อชีวิต เพลงเพื่อสังคมเพื่อชาติ แม้จะเป็นเพลงรักๆใคร่ๆ ก็ต้องมีเนื้อหาสร้างสรรไปในทางส่งเสริมให้เกิดคุณงามความดี หากจะนับว่าเป็นงาน ‘ศิลปะ’ ต้องเป็นไปเพื่อคลายทุกข์หรือก่อสุขชนิดสร้างสรร ไม่ใช่รักเพ้อเจ้อ รักปักดิ่ง ชักนำให้หนักไปในทางเพิ่มกามารมณ์หรือติดยึดในราคะ ในโทสะหรือหลงใหลคลั่งไคล้ไปกับกามคุณ ๕ พยาบาทเคียดแค้นมากยิ่งขึ้น ๔. ระดับสูงกว่าสร้างสรรทางวัตถุ ก็เป็นเพลงที่สร้างสรรทางจิตวิญญาณโดยตรง เช่น เพลงที่สร้างคุณธรรมหรือสร้างธรรมะใส่จิตวิญญาณ คุณธรรมหรือธรรมะในระดับนี้คือ กัลยาณธรรม ที่เป็นความดีงามขั้นโลกียธรรม ขั้นศาสนธรรม เช่น โน้มนำให้ละบาป บำเพ็ญบุญ แม้ที่สุดเพลงสวดกันในโบสถ์ ในศาสนาทั่วไป ๕. ระดับสูงสุด เป็นเพลงที่มุ่งสู่สัจธรรมขั้นโลกุตระ ซึ่งเป็นศิลปะขั้นอันติมะ ผู้สร้างงานศิลปะระดับนี้ ต้องมีภูมิขั้นโลกุตระจริง จึงจะมีเนื้อหาขั้นโลกุตระถูกต้อง ไม่ใช่สื่อกันไปสะเปะสะปะเหมือนไต้ซือหนังจีน พูดเลอะเทอะ สักแต่ว่าใช้ภาษาสับสน เป็นอรหันต์ เป็นโสดาบัน หมดกิเลสกันไปมั่วซั่ว ไม่เข้าสารสัจจะทีเป็นโลกุตระเลย เอาแต่ภาษาคำสูงๆ มาปะติดปะต่อกัน พาให้คนหลงทางโลกุตระ แต่ก็ยังดีกว่างานมอมเมาเพราะเขาเจตนาสูงส่ง เป็นแต่ว่าภูมิไม่ถึง แต่ถ้าองค์รวมของงานโน้มนำจิตวิญญาณเข้าสู่ธรรมะ ก็คือเป็นงานศิลปะอยู่เพียงแต่ไม่ใช่งานระดับที่ ๕ หรือมีผลนำพาเกิดโลกุตรธรรมได้จริงเท่านั้น…..” (พ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ตอบคำถามคุณจันทร์จิรา ราชวงศ์อุระ ในการสัมภาษณ์ของนักข่าว ITV คราวที่ไปงาน “เพลงครูรัก รักพงษ์” ที่ศูนย์สังคีตศิลป์ สะพานผ่านฟ้า วันที่ ๓ ก.ย.’๔๒) บุปผาพนาวัน คำร้อง-ทำนอง รัก รักพงษ์ บุปผาในพนามาลาสุคนธ์ หอมล้นหลายพันธุ์สุดสรรได้ ดอกแดงขาวพราวเรืองเหลืองเต็มไพร กลิ่นยวนใจในพนามาลาวัน แสนงามยามเมื่อมีแมลงร่อนลงชม ดูดดอมดมดื่มรสสุคนธ์นั้น แล้วต่างโผแหวกว่ายร่ายพัลวัน ช่างสุขสันต์เจ้าแมลงแห่งพนา แต่งเสร็จเมื่อ ๔ พ.ย. ๒๔๙๔ เพลงพิไรรัก คำร้อง-ทำนอง รัก รักพงษ์ แว่วยินนางนกร้องคราง ดุจดังเสียงนางครวญคร่ำ ในใจฉันให้ระกำ สุดชอกสุดช้ำระกำเหลือทน โอ้ยามพระพายพริ้วมา ดุจดวงวิญญาณ์นางหม่น ยิ่งตรมหมองไหม้กมล เฝ้าก่นโศกศัลย์ทุกวันเวลา ดาวเดือนเยือนหล้าคราใด เตือนใจดังภาพขวัญตา นางเอ๋ยอย่าหมองรอข้า อีกไม่ช้าจะมาชื่นใจ โอ้ดวงจันทร์เอ๋ยฉันวาน โปรดเป็นพยานช่วยให้ ส่งคำรักข้าฝากไป อย่าให้นางหมองจงครองรักท่า แต่งเสร็จเมื่อ ๒๔ พ.ย. ๒๔๙๔ อัดแผ่นเสียง DCJ เมื่อ ๑๓ ม.ค. ๒๔๙๙ ปรีชา บุณยเกียรติ ขับร้องอัดเสียงเป็นคนแรก เพลงดวงใจครวญ คำร้อง-ทำนอง รัก รักพงษ์ โอ้เราอกเอ๋ยรักเคยมาชื่นชู……ห่าง เปลี่ยวจริงมิ่งนางร้างไป (เปลี่ยวจริงนางร้างไป) สุดระทมฤทัย (…หมู่ฮัม…) อาลัยรักมลาย (…หมู่ฮัม…) กุหลาบบุหงาลัดดาเคยอิ่มเอมอ้อย ขาดเธอดอกพลอยเฉาตาย (ขาดเธอพลอยเฉาตาย) กลิ่นหล่นโรยร่วงราย วอดวาย ทิ้งเกลื่อนกระจายพื้นดิน (…หมู่ฮัม…) ครวญหาขวัญตาข้าเอย ก่อนเคยชื่นเชยนวลกลิ่น พี่ห่วงสุดหวง…ประทิน ร้างไกลคงสิ้น กลิ่นนวล แก้วตาพี่เอยร้างเชยแรมพี่ไปห่าง แว่วลมดั่งนางร้องครวญ (แว่วดั่งนางร้องครวญ) ครุ่นความหลังแล้วชวน ล้วนชวน พี่ป่วนโศกครวญถึงนาง (…หมู่ฮัม…) เริ่มแต่งทำนองเมื่อ ๑๕ ก.พ. ๒๔๙๕ แต่งคำร้องเสร็จเมื่อ ๑ เม.ย. ๒๔๙๕ เพลงซากรัก คำร้อง–ทำนอง .รัก รักพงษ์ แว่วลมครวญโกรกกราวหนาวสั่น เหมือนอดีตกลับผันมุ่งมาเยือนเร้าใจ มองไม้ดอกผลิบานครั้งใด เตือนหัวใจไหวหวั่น โอ้ครานั้นช่างสุขใจจริง แว่วเรไรจำเรียงเสียงลั่น เหมือนอดีตกลับผันสุขดวงใจรักยิ่ง มองไม้โอนอ่อนไกวไหวติง ดังสองเราอ้อยอิ่งช่วยชวนชี้กันชมภาพงาม โอ้บาปสาปสรรให้เราพรากจากกัน รักพลันสลายไปตาม โถ ! ความรักช่างเลวทราม แปรผันดังโมงยามง่ายดายกระไรหนอ พรากคนรักข้าไปไหนเล่า เหลืออดีตให้เผาไหม้ดวงใจผู้รอ มองภาพใดสุดจำช้ำพอ ชวนน้ำตาไหลคลอซากความรักยังคอยบาดใจ ทำนองแต่งไว้ตั้งแต่ ๘ มิ.ย. ๒๔๙๖ แต่งคำร้องเสร็จเมื่อ ๑๙ มิ.ย. ๒๔๙๖ เพ็ญศรี พุ่มชูศรี ขับร้องอัดแผ่นเสียงตราอัศวินเป็นคนแรก เพลง มัจจุราชรัก คำร้อง – ทำนอง รัก รักพงษ์ ปลูกปรนนิบัติถนอม ออมชอมประคองความรักมา ด้วยจิตใจน้อมบูชา ดังชีวาโถรักมาพรากไปพลัน ก่อกรรมไว้แต่ปางไหน ดวงใจจึงมาราร้างกัน มัจจุราชรักรอนบั่น ราญฟาดฟันรักชื่นพลันทะลาย ดูเถิดองค์มัจจุราชทำ รักระกำวอดวาย ขอพรหมเจ้าพระนายโปรดจงรับวิญญาณ แห่งความรัก ที่พ่ายอย่าได้กลายมาใหม่ ดับพลันทั้งซากความรัก จงพลอยจมปรักเลือนลับไป ขอสวดตรวจน้ำไปให้ ไปเถิดไปรักจงไปดีเทอญ แต่งเสร็จเมื่อ ๓ ก.ค. ๒๔๙๖ ใส่เนื้อร้องใหม่เป็นเพลง “หนามใจใครหรือ” … ๒๕ เม.ย. ๒๕๓๒ เพลง เถื่อนถิ่นแลดินดอน คำร้อง–ทำนอง รัก รักพงษ์ แอ่วดงเขินเพลิดเพลินเหลือเอ่ย อู้บ่อสมที่เชยเอ่ยบ่เถิงที่ชม งามเหลือถิ่นใดไหนข่ม ช่างสุขสมภิรมย์รื่นใจเราแสน ป่าโขดเขาลำเนาห้วยแห่ง ล่องธารน้ำและแก่งแอ่งธารน้ำทั่วแดน พงค้ออ้อเอนไม้แก่น ซาดยางแคนทั้งยูงและบากสักงาม หวิวหวิวโอ้โอลมพริ้ว ริ้วระหมู่มวลไม้ไกวโอนอ่อนตาม แว่วครวญหวีดดังจักหวาม ร้องกลัวเมื่อยามพระพายโบกเทียว หมู่มวลไม้ปกไปทุกแห่ง ร่มเย็นล้ำทุกแหล่งนั่งเอนแล้วหลับเชียว มวลนกคู่คลอพ้อเดี่ยว ช่วยไพรเขียวให้เริงรื่นดังเมืองแมน แต่งเสร็จ ๓ พ.ย. ๒๔๙๖ กระท่อมน้อยกลางพนา คำร้อง–ทำนอง รัก รักพงษ์ หวิวหวีดลมโชยพลิ้วพา ผองผกาหอมระเริงทั่ว มวลภมรลงมั่วพันธุ์ไม้งามยั่ว บ้างมัวโผบินชื่น ทั้งห้วยธารแลเหลียวไป สวยจับใจงามพิศระรื่น มองความงามใดอื่นงามล้วนชวนชื่น ตื่นตาแลเพลินไพร เปรียบในกรุงนั้น ล้วนสวยสรรเสริมใส่ พรางลวงกันจนไม่มีแท้จริงได้ ส่วนในไพรมิมีสิ่งปลอม สันโดษไกลกลางพนา คุ้มสุขพาคือทับกระท่อม กลางแดนไพรคอยกล่อมไพรพริ้วเพลงกล่อม เปี่ยมสุขย้อมดวงใจ เริ่มแต่งทำนองเมื่อ ๓๐ มิ.ย. ๒๔๙๕ เริ่มแต่งเนื้อเมื่อ ๒ พ.ย. ๒๔๙๗ และแก้ไขจนเสร็จเมื่อ ๑๒ เม.ย. ๒๔๙๘ อัดแผ่นเสียง ๑๓ ม.ค. ๒๔๙๙ ลัดดา ศรีวรนันท์ ขับร้องอัดแผ่นเสียง DCJ เป็นคนแรก เพลง “ฮิต” ที่สุด “………พอปี ๒๔๙๘ ก็ได้อัดแผ่นเสียงเพิ่มขึ้น เพลงที่เด่นตอนนั้นก็มีเพลงผู้แพ้ นริศ อารีย์ ขับร้อง เพลงนี้เรียกว่าฮิตกันมาก…..ต่อมาเพลงผู้ครองรัก นริศ อารีย์ เป็นคนร้องอีก วงการเพลงตอนนั้นก็ฮิตไม่น้อย… เพลงผู้แพ้ ตอนที่ฮิตขึ้นมานั

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive