600413_สรุปภาพรวมตลาดอาริยะ 2560(ข่าวอโศก).docx

โฟลเดอร์ปี ๒๕๖๐
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข6 ธันวาคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

ภาพรวมตลาดอาริยะ 2560 งานตลาดอาริยะ สงกรานต์ปีใหม่ไทย ปี 2560 นับเป็นครั้งที่ 38 ของงานตลาดอาริยะของชาวอโศก ปีนี้ได้จัดขึ้น ณ หมู่บ้านชุมชนราชธานีอโศก ต.บุ่งไหม อำเภอวารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ระหว่างวันพฤหัสบดีที่ 13 ถึงวันอาทิตย์ที่ 15 เมษายนนี้ จัดขึ้นเพื่อสืบสานพระราชดำรัสในหลวงรัชกาลที่ 9 ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา โดยสินค้าทุกอย่างในตลาดอาริยะ ล้วนแล้วแต่เป็นสินค้าที่ขายในราคาต่ำกว่าทุนทั้งสิ้น เร่ิมต้นงานตั้งแต่ 06.30 น.ของวันพฤหัสบดีที่ 13 เมษายน โดยพ่อครูรับนิมนต์ นำหมู่สมณะ 39 รูป สิกขมาตุ 8 รูป ออกบิณฑบาต เร่ิมที่หน้าเฮือนตลาด ผ่านหน้าหมู่บ้านราชฯ เข้าสู่เฮือน สวน. จากนั้น 07.30 - 08.00 น. พ่อครูเทศนาเปิดตลาดอาริยะ ที่เวทีใหญ่เฮือน สวน. จากนั้นเวลา 08.00 น. อ.ประสาน บุญเฉลียว ได้มาทำหน้าที่เป็นพิธีกร เชิญท่านปลัดจังหวัดอุบลราชธานี นายพิจิตร บุญทัน มากล่าวเปิดงานตลาดอาริยะ โดยมีคุณข้าพุทธ ขาวดารา เป็นตัวแทนของสถาบันบุญนิยมในฐานะองค์กรที่จัดงาน เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของงาน ตลาดอาริยะเป็นงานประจำปีที่จัดขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่เศรษฐกิจพอเพียงและระบบบุญนิยม ซึ่งเป็นวิถีการค้าขายที่ไม่หวังกำไร ไม่ฉวยโอกาสเอารัดเอาเปรียบหรือขูดรีดผู้ซื้อ ขณะที่ผู้ขายได้รู้จักการให้และการเสียสละ ฝึกฝนให้ตนเองลดละกิเลส ไม่โลภมากและแสดงน้ำใจต่อผู้อื่น และเพื่อให้ชาวบ้านทั่วไปได้เลือกใช้สินค้าราคาต่ำกว่าทุน เป็นการให้ของขวัญแก่ประชาชนในเทศกาลปีใหม่ไทย และเป็นการพบปะสังสรรกันของชาวบุญนิยมอีกด้วย จากนั้น ท่านปลัดจังหวัด นายพิจิตร บุญทัน ได้กล่าวสัมโมทนียกถา เพื่อเปิดงานตลาดอาริยะ เวลา 08.18 น. นายพิจิตร บุญทัน ปลัดจังหวัดฯ ได้ลั่นฆ้องชัย เพื่อเปิดงานตลาดอาริยะอย่างเป

อ่านต่อ

็นทางการ จากนั้นท่านปลัดพร้อมคณะได้เดินเยี่ยมชมตลาดอาริยะ ปีนี้ตลาดอาริยะแบ่งเป็นสองโซน คือที่อาคาร สวน.จะเป็นจุดหลักจุดใหญ่ และที่เฮือนตลาด จะเป็นจุดรอง นับเป็นงานแรกที่ได้เปิดตัวใช้ประโยชน์จากทั้งเฮือนสวน.และเฮือนตลาด โดยอาคารเฮือนสวน.ถือเป็นอาคารใหญ่ที่สุดของชาวอโศก ทำให้เห็นได้ว่า พ่อครูให้ทำอาคารใหญ่พิ้นที่ 11 ไร่ ทำไม แต่พอถึงวันนี้แล้ว แทบจะไม่เพียงพอกับคลื่นมหาชนที่เข้ามาจับจ่ายสินค้าที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวันของพวกเขา ตั้งแต่ 9โมงเช้า ถึง สามทุ่มที่เวทีชาวบ้าน มีดนตรีและการแสดง โดยมีวงดนตรีหลักคือวงฆราวาส มาจัดกิจกรรมขายของบาทเดียว บนเวทียังมี การแสดงจาก บ้านนาฏศิลป์ คีตศิลป์ไทย อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ มีการแสดงของนักเรียนสัมมาสิกขาหลายโรงเรียนและการแสดงจากชุมชนชาวอโศกอีกหลากหลาย บรรยากาศสนุกสนานอบอุ่น ม่วนซื่นโฮแซวตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ที่ลานจอดรถ ล้วยคราคร่ำไปด้วยรถยนต์เสียเป็นส่วนใหญ่ มีทั้งรถกระบะ และรถบรรทุก รวมทั้งรถจักรยานยน ที่แปลกคือแม้จะมีรถมาจอดเป็นจำนวนมาก แต่ก็มีแต่ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และที่สำคัญ ขยะมีน้อยมาก และแม้ว่าจะมีประชาชนมากันมากเต็มเฮือนสวน. แต่แทบจะไม่มีเศษขยะเกลื่อนกลาดตามพื้นเลย คนที่มารับประทานอาหารก็ร่วมมือล้างจานเช็ดจานที่ตนเองรับประทาน ทำให้เห็นถึงความเจริญทางจิตใจของประชาชนที่มาร่วมงาน ที่เจริญขึ้นทุกปี งานนี้สมาชิกสมาคมศิษย์เก่าสัมมาสิกขา ได้โอกาสรวมตัวกันเพื่อฝึกฝนการให้การเสียสละ ด้วยการเปิดร้านขายน้ำ ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากศิษย์เก่าสัมมาสิกขาทุกสถาบัน โดยแบ่งกับขายตามจุดต่างๆ และศิษย์เก่ายังได้รวมตัวกันประมาณ 200 คนเพื่อมารับพรปีใหม่ไทยจากพ่อครู ในช่วงเย็นวันที่ 17 เมษายนนี้อีกด้วย ภายหลังจากรับพรปีใหม่ ก็ยังรวมตัวไปช่วยทำปุ๋ยอีก ต่างร่วมแรงร่วมใจกันเข็นปุ๋ย กรอกปุ๋ย ทะลายกองปุ๋ยกันอย่างเบิกบานร่าเริง มีพลังสมเป็นวัยรุ่น พ่อครูก็ได้เดินไปให้กำลังใจลูกหลานถึงโรงปุ๋ย นับเป็นบรรยากาศที่อบอุ่นคุ้นเคยเป็นอย่างมาก ตลาดอาริยะที่จัดโดยคนที่อยากจน มุ่งมาจน จนจนสำเร็จ จนอีหลีอีอีหลอ อย่างชาวบุญนิยม ขายแต่สินค้าที่จำเป็นและมีสาระต่อชีวิต เป็นที่น่าสังเกตุว่า ผู้คนที่มาซื้อหา ล้วนแล้วแต่เป็นคนจนแทบทั้งสิ้น บางคนเก็บเงินไว้ทั้งปี หอบลูกจูงหลานมา เพื่อจะมาซื้อหาสินค้าหลายอย่างที่ได้ใช้ดำรงชีวิตไปตลอดปี ประชาชนจะเรียกว่า "ตลาดของถูก" ต้องมาซื้อของเป็นประจำทุกปี และบอกต่อๆกัน ทั้งญาติพี่น้อง และคนในหมู่บ้าน สินค้าเหล่านี้ที่ดูเหมือนเป็นสิ้นค้าพื้นๆ พวกกระติกน้ำเป็นสีๆ กระติ๊บข้าวเหนียว กระด้ง นำ้ตาลน้ำมันพืชที่มีคนเข้าคิวซื้อกันยาวเหยียด ซึ่งเราจะไม่ได้เห็นสิ้นค้าเหล่านี้บนห้างสรรพสินค้าไฮโซทั้งหลาย เป็นสินค้าที่บรรดาคนรวยผู้นิยมหรูหราจะไม่แยแส แต่สำหรับคนจนแล้ว สิ่งเหล่านี้ จำเป็นอย่างยิ่งต่อชีวิต สินค้าหลายอย่างหมดลงภายในวันแรก ปุ๋ยงอกงามหมดโกดังไปตั้งแต่วันแรกของงาน เพราะประชาชนมาซื้อมากกว่าปีก่อนๆ สินค้าหลายอย่างหมดในวันที่สอง แต่หลายร้านก็เก็บสินค้าไว้เผื่อแผ่พ่อแม่พี่น้องประชาชนที่จะมาในวันสุดท้ายของงาน เป็นตลาดขายสินค้าที่ผู้ขายยังไหว้ผู้ซื้ออย่างจริงใจ ทั้งที่ผู้ขายเจตนามาให้มาเสียสละ ขายของขาดทุนกับผู้ให้ แล้วก็ยังคงเจตนาสร้างวัฒนธรรมดีงาม ผู้ขายไหว้ผู้ซื้อ เป็นการสร้างสันติสุขให้แก่โลก เพราะว่า... ในโลกแห่งความอลวน ... จะสันติได้ก็ด้วย "ผู้รับ" และ "ผู้ให้" โดย "ผู้รับ" ก็รับแต่เพียงพอดี ทั้งรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณ "ผู้ให้" และมีปัญญารู้ ทุกข์ ของการรับไว้ "ผู้ให้" ก็รู้สึกเป็นหนี้บุญคุณผู้รับ ทั้งรู้จักใช้ปัญญา ในการให้ และเห็นโทษภัยของการเก็บสะสมหอบหวงกักตุนไว้ นี้แหละคือทางสายเดียว ที่จะค้ำจุนโลกให้สงบ ร่มเย็น มีสันติสุขโดยแท้

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน