561222-24 เปลวกับท่านขุนน้อย_.docx

โฟลเดอร์_Data office Neo protest สำรอง mac
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์207 KB
วันที่แก้ไข10 สิงหาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

ฟ้าเป็นผู้กำหนด-มนุษย์เป็นผู้เดิน เปลว สีเงิน 23 December 2556 ถึงวันนี้...ไม่ต้องพูด ไม่ต้องถาม ไม่ต้องสงสัย อีกต่อไปแล้วว่า...มวลมหาประชาชนปฏิวัติ จะชนะมั้ย ชนะเมื่อไหร่? ด้วยปรากฏการณ์เหนือปรากฏการณ์ และด้วยประวัติศาสตร์เหนือประวัติศาสตร์รวมหลอมมหาประชาชนเพื่อชาติในรอบ ๗๕๖ ปี นับจากกรุงสุโขทัย ณ พ.ศ.๒๕๕๖ ลุถึงวันอาทิตย์ที่ ๒๒ ธันวาคม กำนันสุเทพ นำมหาประชาชนปฏิวัติเฉียดหลัก ๑๐ ล้าน ผ่านคำว่า "แพ้-ชนะ" ไปแล้ว....! เราทั้งหลายเดินมาถึงจุดแห่งคำว่า มหาประชาชนคือ "ผู้กำหนดชะตาอนาคตชาติ ผู้กำหนดชะตาอนาคตผู้ทำงานสนองคุณประชาชนที่เรียกว่า ข้า-ราชะ-การ ไม่เว้นกระทั่ง ทหาร ตำรวจ" และ "ทุกองค์กรรัฐ" อันมีฤทธิ์อยู่ด้วยภาษีประชาชนเลี้ยง! เราเป็น "นาย" เหล่ามัน ถึงวันนี้ พวกเราทั้งหลาย จงปลดปล่อยความรู้สึกที่ผูกมัดใจว่า "พวกข้าราชการเป็นนายประชาชน" ทิ้งไป แล้วเข้าใจความเป็นเจ้าของอธิปไตยแท้จริงแห่งเราทั้งหลายบนความเป็นชาติให้ชัดแจ้งว่า เราคือนายจ้างพวกข้าราชการ ไม่ว่าข้าราชการประจำ และข้าราชการการเมือง เราจ่ายเงินเดือนให้มัน เราจ้างพวกมันทำงานให้เรา เมื่อพวกมันทรยศต่อประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจประเทศแท้จริง ซึ่งเป็นนายจ้างตัวจริง มันอยู่ในบทบาทข้าราชการเหมือนสุนัขลืมคุณน้ำข้าว อิ่มแล้วเห่าเจ้าของ ต้องเตะชายโครงสั่งสอนมัน.... แล้วถอดปลอกคอทิ้ง! เราต้องไม่ยอมให้หมาผยองแผ่ศักดา ทำแข็งขืน แล้วแยกเขี้ยว ชูคอเห่าเจ้าของอำนาจประเทศเช่นนี้อยู่ร่ำไป ต้องให้มันสำนึกในกำพืดแท้จริงว่า ถ้าไม่มีปลอกคอ "ข้าราชการ" ที่ประชาชนสวมเป็นอำนาจให้ทำหน้าที่แทน มันก็ไม่ต่างอะไรกับหมากลางถนน เมื่อมันหลงอาหารโจรที่โยนให้แทะ ยอมเป็นหมาดูต้นทางให้โจรระบอบทักษิณเข้าปล้นบ้าน-ปล้นเมืองดังเป็นอยู่ มันก็ไม่มีทางเลื

อ่านต่อ

อกอื่นใด ในเมื่อใช้ "พระคุณ" แล้วไม่สำนึก.... ก็ถึงคราวที่มหาประชาชนปฏิวัติ ต้องเขยิบชั้นใช้ "พระเดช" ด้วยการุณยธรรม! ในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตย เพื่อพิทักษ์รักษาไว้ซึ่ง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มหาประชาชนจะยอมให้ข้าราชการสมคบโจรระบอบทักษิณ "ยึดอำนาจ" แล้วปอกลอกประชาชน ปล้นชาติ เปลี่ยนระบอบประเทศ โดยไม่ใช้สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญทำหน้าที่ไม่ได้ เข้าใจกันให้ชัด พี่น้องทั้งหลาย... สิทธิ-หน้าที่ประชาชน คืออำนาจ! รัฐธรรมนูญว่าสูงสุด แต่อำนาจมหาประชาชนเหนือความสูงสุดรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญทำให้เกิดชาติ เกิดประชาชนไม่ได้ แต่ประชาชนทำให้เกิดชาติ และเกิดรัฐธรรมนูญได้ ฉะนั้น เมื่อมหาประชาชน จากล้านในวันที่ ๒๔ พฤศจิกา เป็น ๕ ล้านในวันที่ ๙ ธันวา และเขยิบสู่หลัก ๑๐ ล้าน จนกรุงเทพมหานครแทบสะท้านทรุดเมื่อวาน ๒๒ ธันวา นั่นแสดงถึงเจตนารมณ์แห่งมหาประชาชนตามวิถีทางประชาธิปไตย ทุกหมู่-ทุกเหล่า ทุกชนชั้นอาชีพ ต้องการด้วยมุ่งมั่น-ปักใจแล้วใน "ทางใด-ทางหนึ่ง" สำหรับไทยวันนี้ ทางใด-ทางหนึ่งที่มหาประชาชนมุ่งมั่น-ปักใจ นั่นคือ ขับไล่ยิ่งลักษณ์ที่สิงเก้าอี้นายกฯ และล้าง "ระบอบทักษิณ" ให้หมดไป ระบอบทักษิณที่เป็นอำนาจทรราชแฝงคราบประชาธิปไตยเกาะกินประเทศ โดยมีข้าราชการส่วนหนึ่งสมคบสยบยอม เพียงเพื่อ "มียศ-มียัด" ให้ประชาชนหยาม! ทั่วเขตคามกรุงเทพมหานครเมื่อวาน สันดานโจรมันด้านเกินรู้สึก แต่สามัญชนคนมีสำนึกเหนือกว่าสัตว์ ต่างบอกกับจิตละอายตัวเองว่า ด้วยเจตนามหาชนที่ออกมาแสดงตนขนาดนี้ มีถึงสิบหน้า เอาหน้าทั้งสิบซุกตูดหมาขี้เรื้อน นั่นก็ยังไม่รู้ว่าจะพ้นอดสู ขายขี้หน้าได้ขนาดไหน? และไม่ด้านพอจะไปลอยหน้าตอแหลอยู่ตามจังหวัดโน้น-จังหวัดนี้ โดยมีข้าราชการผู้ทำงานสยบเพื่อ "มียศ-มียัด" จัดมวลชนสอพลอให้! มาตรการล้างโจรของวิญญูชน มหาประชาชนต้องอดทนและใช้เวลานานเป็นพิเศษ เพราะวิญญูชนกดดันทางมโนสำนึก ฮึกหาญ แต่จะไม่หักเอาด้วยกำลังโหด ต่างกับโจรไพร่ ที่นิยมใช้ความเถื่อน-ถ่อยเป็นอำนาจบังคับขับไส ชนิดไม่เกี่ยงวิธีการและรูปแบบ ประสงค์ผลอย่างเดียว เมื่อมหาประชาชนแสดงตนเป็นเจตนาไล่ ๑๐ ล้านยิ่งลักษณ์ยังไม่ย่อมไป ก็ต้องบอกว่า ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ๒๕๕๗ นี้ พวกเรา...มวลมหาประชาชนทั้งหลาย ก็ฉลองปีใหม่ สวดมนต์ข้ามปี เป็นฤกษ์-เป็นชัยร่วมกัน ณ ถนนมหาประชาชน คนราชดำเนินเถิด สังคมชาติ ย่อหน้า ขึ้นบรรทัดใหม่ ตัดถนนสู่อนาคตวิไล เป็นฉากเปลี่ยนประวัติศาสตร์ให้ทั้งโลก ทั้งคนรุ่นต่อไปศึกษา ว่ามหาประชาชนใช้สิทธิในอำนาจอธิปไตยปฏิวัติสังคมชาติได้อย่างไร........ โดยไม่ใช้อาวุธ ไม่ใช้ความรุนแรง!? ใช้แค่ใจรักในชาติ ศาสน์ กษัตริย์ สู้อสัตย์ สมุนทรราชลอบกัด เชิดหน้ายืนหยัด นอนกลางถนน กินกลางถนน ไม่สนกองทัพที่ต้องพึ่งถั่งเช่าสร้างพลัง! การเปลี่ยนแปลงด้วยรถถัง มันย่อยยับ-อัปยศตั้งแต่คิดแล้ว มันหมดยุค-หมดสมัยแล้ว "ประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน" เป็นวลีเล่นลิ้นมานาน แต่ ณ ข้าม พ.ศ.สู่ ๒๕๕๗ ด้วยอำนาจมวลมหาประชาชนปฏิวัติ บนการนำของกำนันสุเทพ....วลีเล่นลิ้นนั้น โลกจะเห็น "เป็นจริง"! ประชาชนไม่เคยเป็นใหญ่ด้วย "อำนาจประชาชน" จริงๆซักครั้ง มีแต่ถูกอ้างใช้ แต่ครั้งนี้แหละ ครั้งล้างอำนาจระบอบทักษิณ ซึ่งเท่ากับล้างโสโครกหมักหมมประเทศไทย สู่ศตวรรษใหม่ ด้วยประชาธิปไตยคนไทยกำหนด "เพื่อสังคมไทย" วิถีพอเพียงสามารถนำประเทศสู่ความร่ำรวยได้ ขอเพียงปลูกฝังจิตสำนึกบนระเบียบ-วินัย ไทยจะเป็นชาติยิ่งใหญ่ของโลกนับจาก ๒๕๕๘ เป็นต้นไป จะรวยและยิ่งใหญ่อย่างมีวัฒนธรรม! นายพล นายหมื่น ทำให้ชาติ-ประชาชนผิดหวังมาตลอด ลุถึงยามนี้ คน "สถาบันกำนัน" อันเป็นราษฎรเต็มขั้นอย่างกำนันสุเทพ จะทำให้คนไทยสมหวัง! กำนันสุเทพ สานสู่สังคมใหม่ไว้ให้ เพื่อคนรุ่นต่อรุ่นสานต่อ ชูธงชาติไทยสู่จุดหมายที่มวลมหาชนมุ่งมั่น ด้วยปรากฏการณ์มวลมหาประชาชนดังประจักษ์ ณ ๒๔ พฤศจิกา ๙ ธันวา และ ณ เมื่อวาน ๒๒ ธันวา ผมเชื่อเช่นนั้น! ยิ่งลักษณ์ไม่ลาออก จะหนีไปลอยดอกอยู่ตามอีสาน-เหนือ ทนลอยอยู่ได้ ก็ปล่อยให้เธอลอยไป ลอยกลับเข้ากรุงเทพฯ วันไหน มวลมหาประชาชน ต้องตามไปเป่านกหวีดไล่นาง ก็ลองดูซิว่า...ระหว่าง "หนา" กับ "นก" ใครจะทนกว่ากัน!? การปฏิวัติ "ล้างโจร" เพื่อ "สร้างคุณธรรม" มันไม่ง่าย ไม่สะดวกสบายเหมือนล้างครก-ล้างสาก แต่ถ้าเราทั้งหลายมุ่งมั่น-เสียสละ-จริงใจ เชื่อในกำนันสุเทพ ผู้เป็นผู้นำ ไม่เกิน ๑๕ มกรา ๕๗ ชนะที่มีผลสำเร็จเป็นรูปธรรม จะเป็นรางวัลแรก "ล้างเหงื่อ" มหาชน. ปฐมบทแห่งการ (ล้ม) เลือกตั้ง! เห็นจะต้องแสดงความยินดีล่วงหน้ากับ "ปาร์ตี้ลิสต์ เบอร์ ๑" ของเพื่อไทย นามว่า "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" พลันปรากฏชื่อในบัญชีรายชื่อยื่นสมัครต่อ กกต.วันแรก (๒๓ ธ.ค.๕๖) นายกรัฐมนตรีคนที่ ๒๙ ต่อจากยิ่งลักษณ์ ตล. ก็จะเป็นใครอื่นไปไม่ได้ นอกจากคนชื่อยิ่งลักษณ์ ตล. "หญิงสารพัดฉายาโฉด" คนแรกและคนเดียวในโลก! นี่พูดในความหมายว่า วันที่ ๒ กุมภา ๕๗ กกต.ปลุกเสกการเลือกตั้งให้เกิดได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายจริง!? เพราะผมไม่เชื่อว่าประเทศไทย-คนไทยจะสยบยอมให้ระบอบทักษิณ อาศัยพิธีกรรมเลือกตั้งเป็นฉากประชาธิปไตยให้ปล้นชาติซ้ำแล้ว-ซ้ำเล่า และผมก็อยากพิสูจน์เหมือนกันว่า ข้าราชการ องค์กรตามรัฐธรรมนูญทั้งหลายเมื่อจุดเป็น-จุดตายมาถึง จะเลือกใช้อำนาจ-หน้าที่ "ด้วยสยบยอม" ทำเถนตรงข้อกฎหมาย โดยนัยเปิดประตูให้โจรพรางตัวระบบเลือกตั้งเข้ายึดบ้านครองเมือง หรือจะเลือกชาติ ประชาชน ด้วยตระหนักถึงภัยจากระบอบทักษิณที่เข้ามาแล้ว กอบโกย-โกงกิน-กัดกร่อน ทั้งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ดังประจักษ์แล้ว? การที่ทักษิณส่งยิ่งลักษณ์ลงปาร์ตี้ลิสต์อันดับ ๑ จะมองเป็นอื่นไม่ได้ นอกจากย้ำคำตอบ "โจทย์ประเทศ" ว่า ทักษิณคอนเฟิร์มแล้ว...ระบบรัฐ ไม่ว่าข้าราชการ-ทหาร-ตำรวจ รวมถึงองค์กรตามรัฐธรรมนูญ "ส่วนใหญ่" เวลานี้ "เอากับระบอบทักษิณ"! เอาตามน้ำกันง่ายๆ ด้วยหน้าที่ระบบรัฐ เพียงดุน-ดันให้การเลือกตั้ง ๒ กุมภาเกิด ต่อจากนั้น เรื่องคะแนนเสียง และการเข้าสู่อำนาจ "ระบอบทักษิณ" จัดการเอง! ยิ่งลักษณ์จะเป็นสัญลักษณ์ "ระบอบทักษิณ" ยึดชาติ หยามหน้าคนไทยด้วย "หญิงโง่" ที่เย้ยกันดีนัก หญิงโง่ผู้ใช้งามสยบขุนศึกนี่แหละ จะกลับมาเป็นนายกฯ สมัย ๒ ให้พวกรักชาติ และพวกคนฉลาด...กระอักเลือด! มองไปข้างหน้า ถ้าเลือกตั้งเกิดจริง ประเทศไทย ระบบรัฐสภา จะเป็นครั้งแรกที่ไม่มีฝ่ายค้าน ทั้งรัฐบาล ทั้งรัฐสภา ตีตรา "ระบอบทักษิณ" ๓ สถาบันอำนาจประเทศ สถาบันบริหาร คือรัฐบาล สถาบันนิติบัญญัติ คือรัฐสภา ๒ ใน ๓ นี้ จะเป็นอำนาจผูกขาดระบอบทักษิณ เหลือเพียง "สถาบันตุลาการ" หนึ่งเดียวค้ำชาติ ไม่ต้องคิดก็รู้แล้วว่า ถ้าปล่อยไปในรูปนี้ หลังเลือกตั้ง ๒ กุมภา ประเทศไทย, สถาบัน, ระบอบปกครอง ภายใต้อำนาจระบอบทักษิณ จะตกอยู่ในสภาพไหน ก็ตรองกันเอา? ไม่ใช่กลัว..... แต่บอกให้รู้ว่า...ข้างหน้าจะเป็นอย่างนี้ ถ้ามหาประชาชนยอมให้คนในระบบรัฐวันนี้ สังวาสประโยชน์กับโจรปล้นบ้าน-กินเมือง โดยไม่ลุกขึ้นทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญบัญญัติ ในยามที่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กำลังมีภัย!? ผมไม่แน่ใจว่า สิ่งที่กระทำกันไปเมื่อวาน (๒๓ ธ.ค.) โดย กกต.ในการเปิดรับสมัครเลือกตั้งที่อาคารกีฬาเวสน์ ๒ ศูนย์เยาวชนกรุงเทพฯ (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง จะถูกต้องตามกฎหมายบัญญัติหรือไม่ เพราะดูมีลับลม-คมใน ไม่บริสุทธิ์ โปร่งใสเลยจริงๆ! อะไรกัน...เวลาราชการเปิดทำงานก็ ๐๘.๓๐ น. แต่ปรากฏว่า ในหลายสิบพรรค มีแค่ ๗-๘ พรรคเข้าไปยื่นได้ ยื่นอะไรกันตั้งแต่ตี ๓ ตี ๔ ตี ๕ กกต.ทำเหมือนนัดแนะล่วงหน้า หรือรู้กัน หรือขยันผิดเวลาราชการ หรือทำแบบทักษิณ ให้ ๓๑ ธันวา เปิดราชการ เพื่อให้เมียซื้อขายที่ดิน และนี่ เปิดเวลาราชการ ตี ๓ ตี ๔ ร่วมกับพรรครัฐบาล "ลักหลับ" เลือกตั้ง? แถมประกาศรับสมัครในสถานที่หนึ่ง แต่แอบมุบมิบไปทำกันอีกที่หนึ่ง จะอ้างว่ายังไม่ใช่การสมัครจริง แค่มาลงเวลา มาตรวจความพร้อม นั่นก็อ้างได้ แต่ยังไงก็...ส่อพฤติกรรมไม่บริสุทธิ์! ถ้า กตต.ไม่นัดแนะกับพรรคผู้สมัครบางพรรค เช่น พรรคเพื่อไทย ทั้งคนพรรค และคน กกต.จะเกิดนิมิตตรงกัน แล้วตื่นมาพบกันที่อาคารกีฬาเวสน์ตั้งแต่ตอนตี ๓ ตี ๔ เทียวหรือ? การทำแบบนี้ โมฆะหรือไม่ เพราะไม่ใช่เวลาที่ประกาศไว้เป็นทางการ และเป็นธรรมกับพรรคอื่นๆ หรือไม่... กกต.ก็คงมีข้ออ้างในการตอบมากมาย แต่มันถูกต้อง และสง่างามหรือไม่ ด้วยวิญญูชนอย่าง กกต.ก็ตอบกับจิตสำนึกตัวเองดู? ด้วยใจจริง ผมไม่อยากให้ใครตำหนิ หรือคิดในแง่ลบกับ กกต.ชุดใหม่นี้เลย ปรารถนาจะเห็น กกต.ที่บริสุทธิ์-โปร่งใส ไม่ต้องเข้าข้างประเทศไทย หรือประชาชนก็ได้ ขอเพียงทระนงในหน้าที่แห่งตน ปฏิบัติด้วยจิตสำนึกดุลยธรรม สามารถตอบคำถามกับประชาชนในสิ่งที่ทำ ไม่ต้องตรงใจ ตรงเหตุ-ตรงผลก็พอ! แต่ที่ทำเมื่อวาน จะอ้างมหาประชาชนจำนวนมากกีดขวางการรับสมัคร เป็นเหตุให้ต้องรับสมัครกันแบบ "ลักหลับ" นั่นมันคนละเรื่อง จะอ้างเหตุคนมุงล้อมเพื่อทำผิด-ทำเลี่ยงกฎหมาย ไปมุมมิบสมัครกันบนโรงพัก อย่างนั้น ฟังไม่ขึ้น นี่อย่างหนึ่งละ ยังมีอีกอย่าง ถ้า กกต.ไม่เอาหูไปนา-เอาตาไปไร่ ก็น่าจะเห็น ก็ดูซี...ตั้งแต่มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาฯ ให้มีการเลือกตั้งวันที่ ๒ ก.พ.นายกฯ รักษาการ "นางยิ่งลักษณ์" ไปไหน ไปทำอะไร กับใคร ที่ไหน? ท่านประธาน กกต. "นายศุภชัย สมเจริญ" ก็เห็นใช่มั้ย? นายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต.รับผิดชอบด้านสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ก็เห็นใช่มั้ย? นายประวิช รัตนเพียร กกต.รับผิดชอบด้านกิจการการมีส่วนร่วม ก็เห็นใช่มั้ย? นายธีรวัฒน์ ธีระโรจน์วิทย์ กกต.รับผิดชอบด้านกิจการพรรคการเมืองและออกเสียงประชามติ ก็เห็นใช่มั้ย? และ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.รับผิดชอบด้านกิจการบริหารเลือกตั้ง ก็เห็นใช้มั้ย? เห็นว่า... การทำเป็นหนีการขับไล่ของมวลมหาประชาชนปฏิวัตินั้น แท้จริงแล้ว เป็นการฉวยโอกาสใช้ตำแหน่ง อำนาจ หน้าที่ "นายกฯ รักษาการ" ไปทำในสิ่งที่กฎหมายรัฐธรรมนูญห้าม เด่นชัด แต่คล้ายกับว่า กกต.ทั้ง ๕ ท่าน ไม่เห็นเลย! คือไม่เห็นว่า นางยิ่งลักษณ์ใช้เวลาราชการ ใช้ค่าใช้จ่ายหลวง ใช้คนหลวง ทั้งหลาย-ทั้งปวง ตะลอนไปทั่วอีสาน และขณะนี้ตะลอนหาเสียงต่อทั่วเหนือ นั่นคือ การทำผิดกฎหมาย ใช้ของหลวง คนหลวง เงินหลวง เวลาหลวง ไปหาเสียงเลือกตั้งให้พรรคตัวเอง ชนิดจะเลี่ยงอ้างเป็นอื่นไม่ได้ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๑ ในข้อที่ใช้กับคณะรัฐมนตรีที่ยุบสภาฯ มีว่า..... (๒) ไม่กระทำการอันมีผลเป็นการอนุมัติให้ใช้จ่ายงบประมาณสำรองจ่ายเพื่อกรณี ฉุกเฉินหรือจำเป็น เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อน (๓) ไม่กระทำการอันมีผลเป็นการอนุมัติงานหรือโครงการ หรือมีผลเป็นการสร้างความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไป (๔) ไม่ใช้ทรัพยากรของรัฐหรือบุคลากรของรัฐเพื่อกระทำการใดซึ่งจะมีผลต่อการ เลือกตั้ง และไม่กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามตามระเบียบที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง กำหนด เนี่ย...ผมเชื่อจะต้องมีคนร้องเรียนกับ กกต.แน่ ใน (๒) (๓) กกต.ต้องไปสืบสวนสอบสวนในแต่ละจังหวัดที่นางไปสั่งนั่น-ตรวจนี่ ว่ามีไปอนุมัติอะไรไว้บ้างหรือไม่ แต่ใน (๔) มันชัดเจนครับว่า นายกฯ รักษาการทำผิดกฎหมาย ทุกจังหวัดที่ไป ล้วนใช้ข้าราชการฝ่ายปกครอง เห็นผู้ว่าฯ ยืนกอกระดุมทุกจังหวัด ยังไม่นับตำรวจที่ต้องระดมมาในทุกจังหวัด แล้ว พล.ต.อ.พงศพัศ อะไรนั่น ยังมีรัฐมนตรีรักษาการบางคนอีก เป็นบุคลากรของรัฐ หรือบุคลากรเฉพาะตัวข้างกายยิ่งลักษณ์มิทราบ เป็นเงาตามติดไปทุกที่ ๒๔ ชั่วโมง? ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าพาหนะ ค่าต้อนรับขับสู้ ค่าที่พักไม่ว่าพักชั้น ๑ หรือชั้น ๗ ใช้ทรัพยากรรัฐ เงินหลวงทั้งนั้น กกต.ลองวินิจฉัยซิว่า เข้าข่ายฝ่าฝืนข้อห้ามตามระเบียบที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดหรือไม่? การอ้างไปปฏิบัติราชการนั้น เป็นการหาเสียงเพื่อประโยชน์ตัวเองและพรรคเพื่อไทย อันเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๑ หรือไม่? ผมยังหวังด้วยเชื่อในสัตย์ซื่อ-จริงใจของ กกต.ชุดนี้อยู่ ที่กล่าวมานี้ เป็นเพียงข้อสังเกตบนบทสรุปว่า เมื่อขึ้นต้นเป็นอย่างนี้ แล้วจะลงท้ายการเลือกตั้ง "ด้วยดี" ได้อย่างไร?

จบไม่จบก็เท่ากับจบแล้ว!!! ท่านขุนน้อย 23 December 2556 – 00:00 ไปๆ-มาๆ...ท่าทางมันชักจะไม่เวิร์กซะแว้วว์ว์ว์ สำหรับ ยุทธศาสตร์หน้าด้าน ที่นักวิชาการชราภาพ ได้ออกมาชี้แนะ ชี้นำ เอาไว้ก่อนหน้านี้ ว่าขึ้นชื่อว่า ม็อบ หรือ มวลชน ซะอย่าง!!! แค่รัฐบาลอยู่เฉยๆ เปล่งพลังหน้าด้านให้หนักๆ เข้าไว้ อีกแค่ไม่กี่พัก กี่ยาม ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมต้องเหี่ยว ต้องฝ่อ ลงไปเอง... แต่นับจาก ยุทธศาสตร์หน้าด้าน โคจรมาเจอกับ ยุทธศาสตร์ส้นตีนแห่งชาติ ของคุณพี่ เทพเทือก และพวกที่มีมวลชนระดับ มวลมหาประชาชน ยืนหยัด ค้ำยัน เคียงบ่า เคียงไหล่ อยู่ในทั่วทุกสารทิศและทุกถนนหนทาง เอาไป-เอามา นอกจากมันจะไม่ได้มีทีท่าว่าจะเหี่ยว ว่าจะฝ่อ ใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย นับวันกลับมีแต่จะยิ่งฮึก ยิ่งห้าว แข็งแกร่ง แข็งกร้าว ชนิดโด่ไม่รู้ล้ม ไม่ว่าในแง่คุณภาพหรือจำนวนปริมาณ มีแต่เพิ่มกับเพิ่ม จากเดิมทีที่เคยมีอยู่แค่หลักหมื่น หลักแสน ลากไป-ลากมา นับเป็นสัปดาห์ เป็นเดือนๆ เกือบร่วมจะสองเดือนเข้าไปแล้ว กลับทะลุหลักล้าน ปาเข้าไประดับสี่ซ้าห้าล้าน แถมถ้าจะลากไปถึงสิบล้าน สิบห้าล้าน ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เอาเลย... แล้วคราวนี้จะทำไงดี...จะด้านต่อข้ามปี ไปจนถึงวันที่ 2 กุมภา รอการเลือกตั้งที่ชักออกไปทางลากตั้งยิ่งขึ้นทุกทีดูๆ แล้ว...น่าจะทุเรศ ทุรัง เอามากๆ ยิ่งเมื่อพรรคการเมืองฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาธิปัตย์ ตัดสินใจถอนสมอ ปฏิเสธที่จะร่วมสังฆกรรม ร่วมลงอุโบสถกับรัฐบาลซึ่งตกอยู่ในสภาพ ปาราชิก ไปเรียบโร้ยย์ย์ย์แล้ว การเลือกตั้งย่อมต้องกลายสภาพไปเป็นการลากตั้งอย่างมิอาจปฏิเสธได้ กงเกวียน กำเกวียน ที่ตัว พี่ชาย ได้เคยกระทำเอาไว้ท่าทางมันจะวนเวียนกลับมาสนองตอบกับ น้องสาว ในแบบเดียวกัน พิมพ์เดียวกัน แทบจะเป๊ะๆๆ... ต่างกันอยู่ที่ในยุคพี่ชาย...ทวยทหารท่านได้ตัดสินใจออกมารวบรัด ตัดตอน กระทำการปฏิวัติรัฐประหารตามแบบฉบับ ลับ-ลวง-ครางง์ง์ง์ อันส่งผลให้ประเทศทั้งประเทศ ยังคงต้องครวญครางง์ง์ง์อยู่จนถึงบัดนี้ แต่ในคราวนี้หรือในคราวยุคน้องสาว บรรดาทวยทหารท่านได้ตัดสินใจถือปืน แบกปูน ไปโบกตึก ซะแทนที่ ทุกสิ่งทุกอย่างมันจึงอยู่ในมือของมวลชน ที่จะต้องกระทำการ ประชาภิวัฒน์ ด้วยส้นตีนของตัวเอง ซึ่งไม่ว่าจะนำไปสู่มุมจบในแบบไหน อย่างไร แต่ที่แน่ๆ ก็คือ...ถ้าหากนายกรัฐมนตรีไม่เร่งตัดสินใจลาออก โอกาสที่จะต้องเผ่นหนีไปอยู่ต่างประเทศแบบเดียวกับพี่ชาย ย่อมมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ!!! เพราะโดยอารมณ์ ความรู้สึกของมวลชนเมื่อมาถึง ณ ขณะนี้ มันได้ทะลุทะลวงความหนา ความด้าน ความทนทานทุกๆ ชนิด เรียกว่า...ถึงจะเอาเกราะกันกระสุนมาใช้แทนรองพื้นฉาบใบหน้านายกรัฐมนตรี โอกาสที่จะทานต่อกระแสความรู้สึกของผู้คนไปอีกเป็นเดือนๆ ยังไงๆ มันคงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วแน่ๆ มีแต่จะต้องเร่งหา ทางออก หรือ ทางรอด ในแบบใด แบบหนึ่ง ภายในอีกแค่ไม่กี่วัน หรือไม่เกินสัปดาห์นับจากนี้ ไม่เช่นนั้น...ความเป็นรัฐบาลและความเป็นนายกรัฐมนตรี มันจะไม่เหลือเศษซากเอาไว้ทำเชื้อ ทำน้ำยา ใดๆ ได้อีกต่อไป นายกรัฐมนตรีที่วันๆ เอาแต่เทียวไล้ เทียวขื่อ วิ่งวนไป วนมา กระเซอะ กระเซิง อยู่แถวๆ ภาคเหนือ ภาคอีสาน โดยไม่คิดจะทำอะไรเอาเลย อันนั้น...มันคงไม่ใช่นายกรัฐมนตรีอีกต่อไปแล้ว เป็นได้แค่ แม่กระเชอก้นรั่ว ที่ไร้ความรับผิดชอบในอำนาจหน้าที่โดยตรงของตัว หรือเป็น โมฆสตรี ทั้งในทางพฤตินัยและนิตินัยแบบเบ็ดเสร็จ สมบูรณ์... ด้วยเหตุนี้...มันคงจะยึดมั่นอยู่กับ ยุทธศาสตร์หน้าด้าน ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว มีแต่ต้องลงมือทำอะไรซักอย่าง ไม่เช่นนั้น...ไม่ใช่แค่ไม่อาจกอบกู้ความเป็นนายกรัฐมนตรีกลับคืนมาได้ เท่านั้น กระทั่ง ความเป็นมนุษย์ ก็ยังอาจสูญสิ้นตามไปด้วย คือมันด้านจนไม่อาจด้านเกินไปกว่านี้ได้อีกแล้ว ไม่ว่าจะด้านในทางยุทธศาสตร์ หรือด้านในทางยุทธวิธีก็ตามแต่ โอกาสที่จะเอาชนะ ส้นตีน มวลมหาประชาชนในทางสแตรททิจี หรือในทางแทกติกนั้นแทบเป็นไปไม่ได้เอาเลย!!! กระทั่งนักวิชาการชราภาพ ผู้ซึ่งส่งเสียงเชียร์ให้ยึดมั่นในยุทธศาสตร์ชนิดนี้ ยังมิวายต้องหลบลี้หนีหน้า หลบรัศมี ส้นตีน ของปวงชนทั้งหลาย ที่นับวันจะเพิ่มขึ้นเป็นสี่สิบ ห้าสิบล้านตีน ใกล้จะเทียบเท่าจำนวนประชากรประเทศไทยอยู่มะรอมมะร่อ... เรียกว่า...ขนาดมวลชนของตัวเองที่เคยเชื่อๆ ว่ามีอยู่ไม่ต่ำกว่าสิบห้าล้าน มาถึง ณ ขณะนี้ ที่พอเชื่อใจได้ว่าพร้อมจะยืนหยัดอยู่เคียงข้างตัวเองแบบชนิดตาย...เป็ง... ตาย น่าจะเหลืออยู่แค่ ล้านเดียว เท่านั้น คือล้านของ ไอ้ปึ้ง หรือ หัวล้าน นั่นเอง นอกนั้น...ถ้าไม่เป็นประเภท เงินไม่มา-กาไม่เป็น ก็มักออกไปทางต้องวางบิล เช็กบิลเอาไว้ก่อนล่วงหน้า ยิ่งเมื่อเห็นความพ่ายแพ้ทั้งในทางยุทธศาสตร์และยุทธวิธีแบบชัดๆ จะจะ รายการปั่นราคา โก่งราคา เพิ่มค่าหัวคิวเอาไว้หัก-กลบ-ลบหนี้ ยิ่งทำให้มีแต่เสียกับเสีย ไม่คุ้มค่า คุ้มราคา กับการลงทุนใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย ต่างไปจากมวลชนของฝ่ายตรงข้าม ที่ได้กลายสภาพเป็น มวลชนรับจ้าง ไปเรียบโร้ยย์ย์ย์แล้ว คือจ้าง เทพเทือก และพวกให้ออกมาขับไล่รัฐบาล ขับไล่นายกรัฐมนตรี ชนิดพร้อมที่จะควักเงินมาแจก เทพเทือก กันกลางถนนแบบสดๆ ซิงๆ... พูดง่ายๆ ว่า...ขณะที่ ความชอบธรรม ของรัฐบาลมีแต่ลดลงๆ หนักซะยิ่งกว่าสาละวันเตี้ยลง จนแทบไม่เหลือติดปลายนวมไปแล้วในทุกวันนี้ ความชอบธรรม ของผู้ที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลอย่าง เทพเทือก และพวก มีแต่เพิ่มกับเพิ่มแบบชนิดปรอทแตก ทุบสถิติ ทำลายสถิติ คราวแล้ว คราวเล่า ขณะที่เขียนต้นฉบับชิ้นนี้ กรุงเทพมหานครอันเป็นศูนย์กลางประเทศก็เป็นอัมพาตไปเรียบโร้ยย์ย์ย์แล้ว ถ้าหากขนาดนี้ยังไม่จบ...ใครก็ตามที่ยังคิดจะยืนหยัดอยู่กับรัฐบาลและนายก รัฐมนตรี มีแต่จะต้องจบกับจบ ไม่มีโอกาสเกิด ไม่มีโอกาสโต ตลอดทั้งชาตินี้และชาติหน้าเอาเลยก็ไม่แน่!!! ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก H. Jackson Brown Jr.... “You can get by charm for about 15 minutes. After that, you’d better know something. - คุณอาจใช้เสน่ห์เอาตัวรอดได้ราวๆ 15 นาที แต่หลังจากนั้น คุณคงต้องแสดงภูมิรู้อะไรออกมาบ้าง...” ใจเย็ลล์ล์ล์ๆ...หายใจยาวว์ว์ว์ๆ คงต้องใช้เวลาพิสูจน์ต่อไปอีกซักพัก...ว่าระหว่าง ส้นตีน ของมวลมหาประชาชนกับ ผิวหน้า ของนายกรัฐมนตรีนั้น อะไรจะหนา จะบาง มากน้อยไปกว่ากัน ระดับดาหน้าออกกันมานับเป็น 6 ล้าน 7 ล้านตีน แต่คุณน้อง ปู ยิ่งลักษณ์ ท่านยังอุตส่าห์ยิ้มระรื่น พร้อมที่จะสมัครเป็นปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 ของพรรคเผาไทย เพื่อหวนกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีรอบใหม่ซะอีกต่างหาก อันนี้...คงต้องยอมรับว่า กระทั่งคอ-นก-รีตเสริมใยเหล็กหุ้มด้วยหนังแรด หนังช้าง ยังบางกว่าท่านอีกหลายชั้น หลายขุม... แต่ก็อย่าไปเสียเวลาหงุดหงิด รำคาญ ฉุนฉิว กริ้วโกรธ กับความ อภิมหาด้านที่สุดในโลกและในจักรวาล ให้มันต้องเสียสมาธิ เสียอารมณ์โดยใช่เหตุ มีแต่จะต้องมุ่งมั่น แน่วแน่ และอดทน อดกลั้น ให้มากๆ เข้าไว้ เพราะขึ้นชื่อว่า ประชาชนภิวัฒน์ มันย่อมต่างไปจากการปฏิวัติ รัฐประหาร ของบรรดาทวยทหารในยุคอดีตอยู่แล้วแน่ๆ คือมันจะรวดเร็ว รวบรัด ใช้เวลาแค่ 2-3 ชั่วโมงแล้วจบ สามารถถึงจุดออกัสซั่มได้แบบฉับพลัน-ทันที ยังไงๆ มันคงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วแน่ๆ แม้จะต้องลากต่อจากวันไปเป็นสัปดาห์ เป็นเดือนๆ หรือปาเข้ามาเกือบร่วมสองเดือนไปแล้วในทุกวันนี้ ก็มีแต่จะต้องอดทน อดกลั้น เดินหน้าต่อ อย่างมี สติ และ ปัญญา เป็นตัวกำกับเอาไว้เสมอๆ... คือถึงแม้มันจะช้าเพียงใดก็ตาม...แต่เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว ยังไงๆ มันไม่มีวัน เสียของ โดยเด็ดขาด!!! เพราะด้วยผลแห่งการ อภิวัฒน์ ที่มันเกิดขึ้นมาจากด้านล่าง ไม่ใช่ถูกสั่งการลงมาจากข้างบน แบบการ ปฏิวัติ รัฐประหาร ทั้งหลาย มันย่อมนำมาซึ่ง การเปลี่ยนแปลง ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพนับตั้งแต่เบื้องต้น พูดง่ายๆ ว่า...ไม่ว่ารัฐบาลจะเปลี่ยน-ไม่เปลี่ยนกันในตอนไหน อย่างไร ไม่ว่ากลไกอำนาจรัฐหรือระบบราชการทั้งหลายจะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยน ก็ตาม...แต่ประชาชนเปลี่ยนแล้ว!!! เปลี่ยนจากไทยเฉยเป็นไทยเข้มแข็ง เปลี่ยนแนวคิด เปลี่ยนทัศนคติค่านิยม หวิดๆ จะถึงขั้น เปลี่ยนอุดมคติทางสังคม แบบที่ ท่านพุทธทาสภิกขุ ท่านเคยได้ตั้งความหวังเอาไว้นานแล้ว ถึง ประชาธิปไตยที่แท้จริง อันมีที่มาจาก ประชาชนผู้ยึดมั่นในธรรม... และด้วยการเปลี่ยนแปลงในลักษณะเช่นนี้นี่เอง...ที่จะทำให้รัฐบาลเดิมๆ รัฐบาลเลวๆ แทบไม่มีโอกาสที่จะปกครองประชาชนเหล่านี้ได้อีกต่อไปแล้ว ข้าราชการเดิมๆ ข้าราชการเลวๆ จะใช้วิธีการแบบเดิมๆ ระบบเดิมๆ ทัศนคติแบบเดิมๆ ควบคุมหรือเล่นงานประชาชนเหล่านี้ต่อไปไม่ได้โดยเด็ดขาด!!! โดยเฉพาะรัฐบาลประเภทโกงทั้งโคตร โคตรจะหลอกลวง ปลิ้นปล้อน โคตรจะเห็นแก่ตัว ไม่ว่าจะกลับเข้ามาเป็นรัฐบาลได้หรือไม่ อย่างไรก็แล้วแต่ มีแต่ต้องตกอยู่ในสถานภาพเป็น ศัตรูของประชาชน ผู้ยึดมั่นอยู่ในคุณธรรม ความดี ความเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมไปโดยตลอด... ด้วยเหตุนี้...การเป็นรัฐบาลแต่ปกครองประเทศไม่ได้ มันจึงไม่ใช่เป็นเพียงแค่ ปรากฏการณ์ ที่กำลังเห็นๆ อยู่ในทุกวันนี้ หรือใน ณ ขณะนี้เท่านั้น แต่มันกำลังกลายไปเป็น กระบวนการ เป็นโปรเซส ที่จะทำให้รัฐบาลใดๆ ก็ตามที่จะอุบัติขึ้นมานับจากนี้ หรือนับจากรัฐบาลที่หน้าด้านที่สุดในโลก เลวทรามที่สุดในโลก ชั่วช้าเกินจินตนาการที่สุดในโลกได้หมดสภาพลงไปแบบเบ็ดเสร็จ สมบูรณ์ ไม่ว่ารัฐบาลนั้นๆ จะเป็นเพียงรัฐบาลรักษาการเพื่อกา

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน