ข้อสอบ ว.บบบ เพื่อฟ้าดิน ปี 2565 รอคัดเลือก.docx

โฟลเดอร์ข้อสอบคัดเลือก
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์27 KB
วันที่แก้ไข30 ธันวาคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

ข้อสอบ ว.บบบ เพื่อฟ้าดิน ปี 2565 รอคัดเลือก

เกี่ยวกับ เปิดยุคบุญนิยม ข้อใด กล่าวผิด ก. คำว่า บุญ เปรียบเหมือนระเบิด ระเบิดแล้วหายไป ข. คำว่า บุญ เปรียบเหมือน อาวุธ กำจัดกิเลส ค. คำว่า บุญ ทำแล้ว จะสะสมความดีไว้กินไว้ใช้ในชาติต่อๆไป ง. คำว่า บุญ คือการเสียสละ จาคะไปจนถึงจิตวิญญาณ ไม่หวังส่ิงใดๆเลย

คำใดเป็นการ กล่าวผิด ในการปฏิบัติ “ฌาน” ก. การปฏิบัติ “ฌาน” ต้องไปนั่งหลับตา ข. การปฏิบัติ “ฌาน” ต้องปฏิบัติในการทำสัมมาอาชีพ ค. การปฏิบัติ “ฌาน” ต้องปฏิบัติในสัมมากัมมันตะ ง. การปฏิบัติ “ฌาน” ต้องปฏิบัติในสัมมาสังกัปปะ

การปฏิบัติธรรมที่ถูกต้อง ตามหลักพุทธศาสนาต้องปฏิบัติอย่างไร ก. นั่งหลับตา ข. เดินจงกรม ค. ภาวนาพุทโธ ง. ปฏิบัติจรณะ 15 วิชชา 8

การปฏิบัติสมาธิของพุทธที่ถูกต้อง ต้องปฏิบัติอย่างไร ก. นั่งหลับตา ข. เดินจงกรม ค. ปฏิบัติมรรคมีองค์ 8 ง. ภาวนาสัมมาอรหันต์

พ่อเฒ่าสมณะโพธิรักษ์ มาเปิดยุคบุญนิยม ท่านมาสร้างคนให้มีอะไร ก. ผู้ถือศีล 5 ละอบายมุข ข. เป็นผู้ตั้งใจปฏิบัติสัมมาอาริยมรรค ค. เป็นคนมีวรรณะ 9 ง. ถูกทุกข้อ

คำว่า “อรหันต์” คือ ท่านผู้รู้จบอะไร ก. จบภพ ข. จบชาติ ค. จบเทวะ ง. ถูกทุกข้อ

“บุญ” มีหน้าที่เดียวคืออะไร ก. สั่งสมความดี ข. ทำแล้วไปรับผลชาติหน้า ค. ทำกิเลสให้วิบัติ ง. ถูกทั้ง ก และ ข

ข้อใดที่ ไม่ใช่ศิลปะ อันเป็นมงคลอันอุดมของพระพุทธเจ้า ก. งานฝีมือที่ทำแล้ว จบที่นิพพานทั้งคนดูและคนทำ ข. งานผีมือที่ทำแล้ว คนดูตีความได้ตามใจตนเองอิสรเสรีภาพ ค. งานฝีมือที่ทำแล้ว คนดูลดละราคะ ลดละโทสะ ลดละโมหะ ง. งานฝีมือที่ทำแล้ว คนดูลดความรวย มาเป็นคนจน คนลดกิเลส

ข้อใด ไม่นับว่า เริ่มต้นความเป็นโพธิสัตว์

อ่านต่อ

ก. พ้นสักกายทิฏฐิ พ้นวิจิกิจฉา พ้นสีลัพพตปรามาส ทำงานรับใช้ศาสนา ข. ปฏิบัติธรรมได้โสดาปัตติผล ช่วยคนบางคนให้เลิกเล่นหวยได้ ค. กินน้อยใช้น้อยอยู่อย่างสมถะ กินมังสิวิรัติ ช่วยผู้ประสพภัยได้มากมาย ง. ลดกิเลสติดอบายมุขได้ ปฏิบัติศีล 5 ได้ถึงจิต ช่วยบางคนเลิกเล่นพนันได้

เกี่ยวกับพญานาค ข้อใดผิด ไปจากสัจธรรม ก. พญานาคที่เป็นงูใหญ่มีหงอนเลื้อยได้ มีจริงอยู่ที่ในแม่น้ำโขง ข. พญานาคที่เป็นงูใหญ่มีหงอน มีจริงในใจของศิลปินที่มีอุปาทาน ค. พญานาคที่เป็นงูใหญ่มีหงอน ไม่มีจริงในโลกที่เปิดทวารทั้ง 5 ง. พญานาคที่เป็นงูใหญ่มีหงอนเลื้อยได้ ไม่มีจริงที่ทะเลสาบสงขลา

ข้อใด ไม่ใช่อานิสงส์ ของการสมาทานศีลที่สัมมาทิฏฐิ ก. จิตเกิดอวิปฏิสาร ปราโมท ปีติ ข. จิตเกิดวูปสมโมสุข เกิดสมาธิ ค. วาจามีความไพเราะเสนาะหู ง. กายเกิดกายปัสสัทธิ

โลกุตระสอนให้ละตัวตนเช่นไร ก. ลดการพบปะผู้คน สามารถอยู่ในถ้ำคนเดียวได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ข. ลดการกินอาหารให้น้อยที่สุด อดอาหารได้นานหลายวันเท่าไหร่ได้ยิ่งดี ค. ลดการใช้เสื้อผ้าให้น้อยที่สุด ที่สุดขนาดที่ว่าไม่ใส่เสื้อผ้าเลยก็อยู่ได้ ง. ลดการฆ่าการเบียดเบียนสัตว์ มีใจเมตตากรุณา หวังประโยชน์เพื่อสัตว์ทั้งปวง

ข้อใด ไม่ใช่เหตุ ที่พระอรหันต์ยังคงกลับมาเกิดอีกในชาติต่อๆไป ก. เพื่อพัฒนาความสามารถในการช่วยคนให้พ้นทุกข์ได้มากและหลากหลายกว่าเดิม ข. เพราะเป็นความเสียสละที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมหาบุรุษ ค. เพื่อทำบุญให้ยิ่งยวด เป็นบุญที่สุดยอดของเอกมหาบุรุษ ง. เพราะเป็นความกรุณาอันหาประมาณมิได้ เป็นอัชฌาสัยที่ทนไม่ได้เพราะความกรุณา ของพระโพธิสัตว์

การปฏิบัติธรรมแบบใด ที่ทำให้เราเข้าใกล้ ภพความว่างแบบหลงผิด ก. การนั่งหลับตาภาวนาพุทโธ ตามลมหายใจเข้าออก ข. การใช้เวทนาเป็นกรรมฐานในการปฏิบัติมรรคมีองค์ 8 ค. การปฏิบัติ ตาม จรณะ 15 วิชชา 8 ง. การปฏิบัติสติปัฏฐาน 4 แบบสัมมาทิฏฐิ

คนชนิดไหนที่กล้าทำชั่วทำเลวได้ทุกชนิด ข้อใดถูกที่สุด ก. คนอุจเฉททิฏฐิ ข. คนสัมมาทิฏฐิ ค. คนที่กล้าโกหกทั้งๆที่รู้ ง. ถูกทั้งข้อ ก และ ค.

อะไรทำให้คนหมดความสุขโลกีย์ได้อย่างแท้จริง ก. การสร้างพลังงานบุญ ข. การเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว ค. การเป็นคนรวยที่เจ็บป่วยจากการกินตามกิเลส ง. การเป็นคนจนที่เจ็บป่วยจากการอดมื้อกินมื้อ

การปฏิบัติสันโดษ หรือใจพอนั้น ข้อใดได้เข้าถึงปรมัตถธรรม ก. กินมื้อเดียวก็พอ แต่กดข่ม อารมณ์เสีย เที่ยวไปเพ่งโทษคนกินสองมื้อ ข. กินมื้อเดียวก็พอและยังกินอาหารเพื่อสุขภาพอีก เพราะกดข่มไว้จึงมักไม่ชอบใจอาหารปรุงแต่งรสจัดจ้าน ค. กิน 1-2 มื้อต่อวัน ตามสภาพร่างกาย แต่ลดละกิเลสกามคุณ 5 ได้ ง. ถูกทุกข้อ

ทำงานอย่างไร ยังไม่เป็นการทำงานด้วย กัมมัญญา ก. ทำงานแล้วได้ผลสำเร็จตามที่ใจตนเองคิดเต็มที่ แต่จิตเต็มไปด้วยอุปกิเลส เที่ยวพูดจาดูหมิ่น ดูถูกคนอื่นว่า ทำงานไม่ได้เรื่อง ข. ทำงานพบอุปสรรค แต่ก็ฟังคำทักท้วงจากเพื่อนๆ ช่วยกันแก้ไขการงาน ได้ลดละอัตตา ลดละอุปกิเลส แม้ว่างานจะไม่สำเร็จเต็มที่ ค. ทำงานโดยฝึกลดละตัวตน หมั่นศึกษาวิชาการประกอบกับการทำงานจริง ปรึกษาผู้รู้ ไม่ถือตนว่ารู้กว่า ดีกว่า จึงได้ผลเต็มที่ ง. ทำงานแม้ไม่มีวิชาการมาก แต่ศึกษาตามภูมิ ปรึกษาผู้รู้ ลดละตัวตน จึงทำงานได้ผลสำเร็จเต็มที่ และไม่ไปเที่ยวพูดจาดูหมิ่นผู้อื่นที่ทำได้ไม่ดีเท่าตน

ข้อใด ไม่ใช่เหตุ ที่คนมีกุศลอย่างยิ่งเช่นศาสดาทางเทวนิยม จึงต้องเวียนกลับมาตกต่ำทำชั่วได้อีก ก. เพราะไม่ได้ลดละอัตตาอย่างสมบูรณ์ จึงทำกุศลแล้วสะสมอัตตาไปด้วย ข. เพราะทำกุศลแล้วมีอุปกิเลสซ้อน ค. เพราะไม่ได้ทำบุญได้สำเร็จ กุศลที่ได้จึงเป็นแค่เครื่องบำเรอโลกธรรม ง. เพราะศาสดาเทวนิยมเป็นผู้หมดบุญหมดบาปแล้ว จึงทำแต่กุศล

คนชนิดไหนที่ยังเป็นคนชั่ว ก. คนที่สิ้นบุญสิ้นบาป ข. คนที่หมดบุญ ค. คนที่หมดบาป ง. คนที่จำเป็นต้องอาศัยบุญ

นิยาม 5 ข้อใดที่เกิดความเห็นแก่ตัวขึ้นมา ก. อุตุนิยาม ข. พีชนิยาม ค. จิตนิยาม ง. ถูกทุกข้อ

ส่วนแห่งบุญ จะไม่เกิดขึ้น ในบุคคลใด ก. อรหันต์ ข. อนาคามี ค. สกิทาคามี ง. โสดาบัน

ข้อใดปฏิบัติสติปัฏฐาน 4 ข้อ กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน ได้ถูกต้อง ก. มีสติรู้การเดินการนั่งการนอนการยืน ทุกอิริยาบถเป็นไปตามใจกำหนด ข. รับประทานอาหารโดยกำหนดว่าต้องเคี้ยวจนเป็นน้ำจึงกลืนอย่างมีสติ ค. รับประทานอาหารโดยกำหนดรู้เวทนาที่เกิดเมื่อทวาร 5 กระทบอาหาร ง. รับประทานอาหารโดยกำหนดรู้การเคี้ยวให้ครบ 50 ครั้งก่อนกลืน

ท่านสามารถเห็นโอปปาติกสัตว์ได้มากในที่ใด ก. สวนสัตว์ซาฟารี ข. ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ของซีพี ค. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำบางแสน ง. ชุมชน บวร ชาวอโศก

ลักษณะใด ไม่ใช่อัตวาทุปาทาน ก. ทุกอย่างไม่มีตัวตน การกินเนื้อสัตว์โดยเราไม่ได้ฆ่า ก็กินได้ไม่บาป ข. ทุกอย่างไม่เที่ยง เราก็อยู่เสพสุขสบายมีเงินแสนล้าน ก็หาเพิ่มอีกได้ ค. โดนเพื่อนแกล้ง เราก็รู้สึกมึนๆอ่านกิเลสไม่ได้ ก็เลยบอกเพื่อนไปว่า “เราไม่โกรธเธอหรอก” โดนแกล้งอยู่เรื่อยๆ ก็เกิดจิตตกซึมเศร้า ง. ทุกอย่างไม่เที่ยง ความอร่อยก็ไม่เที่ยง เราสามารถทำให้ความอร่อยหมดไปให้ได้

เวทนา 108 จุดแยกสำคัญ คือ มโนปวิจาร คือข้อใด ก. ความรู้สึกแบบโลกียะกับโลกุตระ ข. ความรู้สึก สุข ทุกข์ เฉยๆ ค. แยกภายนอก สุข ทุกข์ ในโสมนัส โทมนัส อุเบกขา ง. แยกอดีต ปัจจุบัน อนาคต

กิเลสคือความยึดมั่น ถือมั่น 4 อย่าง คือ อุปาทาน 4 แล้ว ตัวใดร้ายสุด คือ ซื้อ 1 แถมอีก 3 ก. ขนาดทำบุญ ทำทาน มีแต่ความอยากเต็มไปหมด “กามุปาทาน” ข. บุญกับกุศล ก็เห็นว่าเหมือนๆ กัน “ทิฏฐุปาทาน” ค. ยึดศีลเคร่ง ปฏิบัติจริงจัง บำเพ็ญตบะต่อเนื่อง “ศีลพตุปาทาน” ง. พูดมากสอนมาก แต่ไม่มีของจริงเลย “อัตวาทุปาทาน” หลอกทุกๆ เรื่อง

พระพุทธเจ้าตรัสว่า สัมมาทิฏฐิเกิดได้จากข้อใด ก. เจริญอานาปานสติต่อเนื่อง ข. ปรโตโฆสะกับโยนิโสมนสิการ ค. เดินตามวรรณะ 9 ง. ชาติ 5 การเกิด 5 อย่าง

ใครคือคนรู้จักหน้าที่ของบุญตรงสุด ว่าบุญทำอะไรได้บ้าง ก. แก้ว บุญทำแล้วสบายใจ สบายกาย ทั้งชาตินี้ชาติหน้า ข. กัลยา บุญทำหน้าที่ตัดกิเลสทุกปัจจุบันเท่านั้น ค. ชาติ บุญจะติดตามเราไปทุกภพชาติ หากเราตั้งใจบำเพ็ญบุญ ง. ชาญ บุญจะมีกับผู้มีบารมีสูง เช่น พระอรหันต์ขึ้นไป

ในปัญญา 8 ฟังธรรมจากศาสดา หรือผู้เป็นครูแล้ว เกิดความละอายอย่างแรงกล้า เกรงกลัวอย่างแรงกล้า ศรัทธาอย่างแรง แล้วถูกตรงควรเกิดอะไรต่อ ก. แก้กรรมไม่ดีของเราทุกๆ ปัจจุบัน รู้แล้วละ ไม่กลับไปชั่วอีก ทำจิตให้ตื่นรู้ สู้กับกิเลสให้ดับสูญเป็นลำดับ ข. รู้ว่าตนผิด คิดละอายไม่อยากพบใคร อายมาก ขอทำงานมากๆ รักษาแผลตนให้ดีก่อน รู้ว่าตนผิดพลาดมา ทั้งเจ็บทั้งอาย ค. ฟังธรรมแล้วปล่อยวาง เราก็เท่านี้ จะเอาดีอะไรนักหนา ทำใจสบายๆ ค่อยเป็นค่อยไป ง. ไม่มีข้อถูก

ผลจากการทำบาป / ผลจากการทำบุญ คืออะไร ก. ผลจากการทำบาป ต่ำ ทุกข์ ทำลาย นรก / ผลจากการทำบุญ สบาย เจริญ สูง สุข ข. ผลจากการทำบาป หลงสุข เกลียดทุกข์ โง่ ทำแต่สิ่งร้ายๆ / ผลจากการทำบุญ จิตสะอาดจากกิเลสเป็นลำดับ ค. ผลจากการทำบาป จน ทุกข์ ทรมาน อดๆ อยากๆ / ผลจากการทำบุญ อุดมสมบูรณ์ ง. ไม่มีข้อถูก

อวิชชาทำให้เกิดสังขาร สังขารทำให้เกิดวิญญาณ วิญญาณทำให้เกิดนามรูป แล้วนามรูปคืออะไร ตามที่พระพุทธเจ้าหมาย ก. นามคือชื่อเพื่อเรียกให้รู้ รู้คือสิ่งที่ตามองเห็น ข. นามคือภาษาเรียกอาการในจิต รูป คือ สิ่งที่ตามองเห็น ค. นามคือประธานผู้เป็นตัวรู้ รูปคือภาวะที่ถูกรู้ ง. นามรูป เป็นอจินไตย รู้ได้ยาก แต่คนตาทิพย์รู้ได้

บุญเกิดที่ไหน เมื่อไหร่ เกิดมาทำหน้าที่อะไร ก. บุญเกิดที่ใจ เกิดในปัจจุบันเท่านั้น มีหน้าที่เดียวคือตัดกิเลส ข. บุญเกิดกับพระอรหันต์ ผู้กลับเป็นพระโพธิสัตว์ต่อไป ค. บุญเกิดกับคนใจดี ชอบเสียสละ ชอบช่วยเหลือผู้อื่นตลอดไป ง. บุญเกิดกับคนทุกๆ ศาสนา ที่ตั้งใจสร้างคุณงามความดี

บุญกับกุศลต้องรู้ให้ชัดๆ ว่ามีคุณสมบัติต่างกันอย่างไร ก. บุญกับกุศล ทำหน้าที่เหมือนกัน เรียกชื่อต่างกันเท่านั้น คือละชั่วทำดี ข. บุญกับกุศล มีหน้าที่ส่งผลไปชาติต่อๆไป ค. บุญกับกุศล ตามติดตัวคนดีๆ เท่านั้น คอยส่งเสริมให้เกิดบารมี ง. บุญชำระกิเลสให้สะอาดจากจิต กุศลทำประโยชน์ต่อผู้อื่น

ฌานคือไฟ ฌานพุทธกับฌานฤาษี มีไฟต่างกันอย่างไร ก. ฌานพุทธคือไฟร้อนเผากิเลส ฌานฤาษีไฟเย็น สงบแช่แข็งกิเลส ข. ฌานพุทธคือไฟเย็นสงบกิเลส ฌานฤาษีไฟร้อนอบอุ่น ค. ฌานพุทธ ฌานฤาษี มีทั้งไฟร้อน-เย็น คู่กัน สลับกันตามความเหมาะสม ง. ฌานใดๆ ก็ไม่ใช่ไฟ ฌานพุทธฌานฤาษีเป็นพลังสงบเย็น

เพราะสัมมาทิฏฐิในกาย จึงเริ่มต้นเป็นพระโสดาบัน ข้อใดถูก ก. ถือศีล 5 ละอบาย ละกิเลสตัวใหญ่ๆ หยาบๆ ไม่เฉื่อยเนือย ละความขี้เกียจ ข. ใจดี เสียสละ เอาภาระสังคม ถ้าวัดไหนปฏิบัติธรรมก็ดี ก็เข้าไปหมด ค. ถวายของดีๆ คนใจดี คนใดจนเข้าช่วยเหลือ สัตว์ลำบากก็ช่วยเหลือ ง. ศีลเคร่ง อ่อนน้อมถ่อมตน ฝึกฝนสมาธิ คือทำใจให้สงบๆ เย็นๆ

ท่านเข้าใจอย่างไร ข้อใดถูกต้อง ก. ย้ำอีก 100 ครั้ง บุญไม่ใช่สมบัติ ข. ย้ำอีก 100 ครั้ง กุศลอกุศลเป็นสมบัติ ค. บุญคือผู้ร้าย คือ นักฆ่า ง. ถูกทุกข้อ

เมื่อเกิดมโนสัญเจตนาหาร พระพุทธเจ้าตรัสว่า เราต้องศึกษาอะไรจึงจะรู้แจ้ง ก. เวทนา 3 เป็นตัวหลักสำคัญที่ต้องเรียนรู้ เวทนาเป็นกรรมฐานหลักของพุทธ ข. ตั้งใจทำ พูด คิด อะไรมีตัณหา เป็นตัวนำตามแถมท้ายมาหรือไม่ ค. ถ้าไม่รู้กามคุณ 5 ชัดๆ ก็ยากสู้กิเลสได้ ง. ศึกษานามรูปนั้น คือสุดของธรรมะไม่ต้องเรียนอย่างอื่นอีก

ใครรู้จักพระเจ้า เข้าถึงพระเจ้าได้มากที่สุด ก. ผู้นับถือเทวนิยมมาหลายชั่วโคตร ข. ตัวพระผู้เป็นเจ้าเอง ค. ผู้เป็นอรหันต์ขึ้นไป ง. บาทหลวงผู้เคร่งศาสนา

ผู้ที่ควรเรียกว่า เป็นโพธิสัตว์แท้ต้องมี ก. ต้องบรรลุธรรมโลกุตระ เช่น โสดาบันโพธิสัตว์ขึ้นไป ข. เป็นปุถุชนก็เป็นโพธิสัตว์ได้ หากมุ่งมั่นทำเพื่อผู้อื่นสุดๆ ค. เป็นกัลยาณชน เป็นคนดีๆ ที่ทำเพื่อสังคม ทำเพื่อเพื่อนมนุษย์ ง. ใครก็ได้หากเป็นผู้ให้ๆๆๆ ยอมทนทุกข์ เพื่อผู้อื่น

กิเลสตัวร้ายต่ำสุด เลวสุดของภามภพคือข้อใด ก. กามเมถุน ข. กามสัญญา ค.กามคุณ 5 ง.อบายมุข 6

ข้อใดเป็นรากเหง้าสำคัญสู่การบรรลุธรรม (ข้อที่สำคัญสุด) ก. ผู้มีมนสิการทำใจในใจเป็น ข. ผู้คบสัตบุรุษเนืองๆ เสมอๆ ค. ผู้มีมิตร ฟังมิตรดี ง. ผู้เป็นสายปัญญา

พระอนาคามี ยังหลงรสอร่อยอยู่ไหม หลงรสอร่อยเรื่องอะไรบ้าง ก. หลงรสอัสสาทะของกาม ข. หลงทรัพย์สินบ้านช่องเรือนชาน ค. หลงรสอร่อยของอัตตาข้าดีข้าถูก ง. หลงรสอร่อย จากตระกูลเครือญาติ

ทานจะมีมรรคผล ต้อง…. ก. ให้ของรักกับคนที่ไม่รัก ข. ให้ของดีๆ กับคนไม่มีกิเลส ค. ทำใจให้เป็นบุญทุกๆ การให้ ง. อนุโมทนากับผู้ให้ทุกๆ คน

รักษาศีลแบบไหนไกลนิพพานที่สุด ก. สีลัพพตุปาทาน ข. สีลัพพตปรามาส ค. อธิศีล ง. อริยกันตศีล

กายในกาย คืออะไร ข้อใดถูกต้อง ก. ระลึกถึงกิเลสในอดีต ข. พิจารณาในร่างกาย ตับ ไต ไส้ น้ำเลือด น้ำเหลือง ค. เห็นกิเลสขึ้นขณะตากระทบรูป ง. ไม่มีข้อใดถูก

ข้อใดไม่ถูกต้อง ของ ปรโตโฆษะ ก. ผู้มี ปรโตโฆษะ ต้องเปิดใจรับฟังผู้อื่น เช่น ผู้เป็นบัณฑิต ผู้เป็นสยังอภิญญา ข. เป็นจุดเริ่มต้นของการทำลายมิจฉาทิฏฐิ ค. เป็นสุตมยปัญญา ง. ผู้มักเพ่งโทษผู้อื่นเพื่อตัวเองจะได้มีชื่อเสีย ง

ข้อใดเป็นคุณสมบัติของมนุษย์ชมพูทวีป ก. นายแกล้วกล้า อาจหาญ เลิกดื่มสุรา เลิกสูบบุหรี่ ข. นายแคล่วคล่อง ว่องไวแท้ มีสติรู้ทันกิเลสเวลามีสิ่งต่างๆมากระทบ ค. เป็นชาวอินเดีย ง. ถูกทั้งข้อ ก และข้อ ข

ต่อไปนี้ข้อใดถูกต้องในการทำบุญ ก. ออกพรรษาแล้ว ชาวพุทธพากันทำบุญทอดกฐินมีมหรสพฉลอง ข. เจ้าคณะอำเภอทอดผ้ามหาบังสุกุลในงานฌาปนกิจศพ ค. เอาเงินสมทบทุนกองผ้าป่าสามัคคี ง. นายเจริญ ลดความโกรธจะเลิกฆ่าสัตว์ได้เลิกกินเนื้อสัตว์ได้

โยนิโสมนสิการ มีความหมายตรงกับข้อใด ก. นักเรียนที่กราบไม่สวย กราบได้สวยงามมากขึ้นหลังจากคุรุให้คำแนะนำ ข. แม่บอกลูกให้ซักผ้าให้สะอาดหน่อย ลูกทำตาม ก็ซักผ้าสะอาดขึ้น ค. นักเรียนโกรธให้เพื่อน เมื่อได้รับคำแนะนำจากสมณะ นำไปทำตามจนหายโกรธได้ ง. เมื่อได้รับคำชม นักเรียนทำงานขยันขันแข็งมากขึ้น

พ่อครูได้อธิบายคำว่า อนุปคัมมะ มีลักษณะ 3 คืออย่างไร ก. ความมี ข. ความไม่มี ค. ธาตุรู้ ไม่มีจิตดูดจิตผลัก ง. ถูกทุกข้อ

ในรายการพุทธศาสนาตามภูมิ เมื่อวันพุธที่ 3 พฤศจิกายน 2564 พ่อครูพูดถึงคำว่า “กสิณ” แปลว่าอะไร ก. คำว่า “กสิณ” คือเครื่องเกาะของจิต ข. คำว่า “กสิณ”ไม่ใช่คำสอนของพุทธศาสนา ค. คำว่า “กสิณ”เป็นคำสอนของ เดียรถีย์ ง. ถูกทุกข้อ

ผู้ที่นอนแล้วฝันมีลักษณะของคนสายใด ก. สายเจโต ข. สายปัญญา ค. ทั้งสายเจโตและสายปัญญา ง. ไม่เป็นสายไหนเลย

ชุมชนบวรของชาวอโศก จะอยู่ได้ด้วยความอบอุ่นสามัคคี เราต้องปฏิบัติตามหมวดธรรมข้อใด ก. สาราณียธรรม 6 ข. พุทธพจน์ 7 ค. สัมมาอาริยมรรคมีองค์ 8 ง. ถูกทุกข้อ

คนสายสมถะจะหลับได้ง่ายหรือยาก ก. หลับได้ง่าย ข. หลับได้ยาก ค. ไม่แน่เสมอไป ง. ผิดทุกข้อ

พ่อครูเคยกล่าวไว้ว่า คำว่า อาริยะ เป็นการเปิดยุคอะไร ก. รุ่งอรุณแห่งศาสนชีพ ข. ยุคศรีอาริยเมตไตรย ค. ยุคชมพูทวีป ง. ยุคโลกุตระ

คนที่มีลักษณะโพธิสัตว์จะมีลักษณะคือ ก. ไม่มีอัตตา ข. ซื่อสัตย์ ค. รับใช้ประชาชน ง. ทุกๆข้อ

คนที่มีลักษณะบุญนิยมจะมีลักษณะอย่างไร ก. ยอมจน ข. กล้าจน ค. เสียสละ ง. ถูกทุกข้อ

คนจนมหัศจรรย์คือคนเช่นไร ก. ถ่วงให้สังคมไม่เจริญ ข. ผู้กอบกู้สังคมให้ไปรอด ค. เป็นผู้มีภูมิโลกุตระ ง. ข้อ ข และ ข้อ ค ถูกต้อง

ผู้ที่ทำใจในใจเป็นจะเป็นคนเช่นไร ก. ลดละกิเลส ข. ผู้มีภูมิภูมิโลกุตระ ค. ผู้มีจิตจะเข้าสู่ปรมัตถธรรม ง. ถูกทุกข้อ

การปฏิบัติเจโตสมาธิ 62 ทฤษฎี ผู้นั้นล้วนเป็น ก. เป็นผู้มีสัมมาทิฐิ ข. เป็นผู้มิจฉาทิฏฐิ ค. เป็นผู้มีทั้งสัมมาทิฏฐิและมิจฉาทิฏฐิ ง. ไม่มีข้อใดที่ถูกต้องเลย

กายสงบอย่างสัมมาทิฏฐิคืออย่างไร ก. กายข้างนอกนิ่งไม่เคลื่อนไหว ข. หมายถึงกายสงบจากกิเลส ค. กายหยุดนิ่งเฉยๆทื่อๆ ง. กายสงบคือนั่งหลับตานิ่งๆ

การทำ ฌานแบบพุทธ คือการทำอย่างไร ก. การทำใจในใจ ข. ปฏิบัติจรณะ 11 ข้อ ค. นั่งหลับตาสะกดจิต ง. ข้อ ก และข้อ ข ถูกต้อง

การปฏิบัติจรณะ 15 ต้องเริ่มจากอะไร ก. ศีล ข. อปัณณกปฏิปทา 3 ค. นั่งหลับตา ง. ข้อ ก. และข้อ ข. ถูกต้อง

ถ้ามีสัมมาทิฏฐิ แล้วปฏิบัติธรรมหมวดใดได้ถึงปรมัตถ์ ก็เป็นอรหันต์ได้ ก. อริยสัจ 4 ข. สัมมาอาริยมรรคมีองค์ 8 ค. จรณะ 15 วิชชา 8 ง. ถูกทุกข้อ

พระอรหันต์ เมื่อไม่ตั้งจิตโพธิสัตว์ เมื่อกายแตกย่อมเข้าสู่ภาวะใด ก. นิพพาน ข. ปรินิพพาน ค. ปรินิพพานเป็นปริโยสาน ง. ถูกทุกข้อ

อรหันต์ จะต่อพุทธภูมิ ต้อง “ตั้งจิต” ต้องรู้แจ้งในอะไร ก. ใบไม้ทั้งป่า ข. ใบไม้กำมือเดียว ค. ไม่ต้องตั้งจิต ง. ไม่มีข้อใดถูก

ข้อใดกล่าวผิด ก. บุญ มีฤทธิ์ทำลายมหาศาล ข. บุญ เป็นแค่พลังงาน ค. บุญ เป็นสสาร ง. บุญ ทำให้กิเลสให้วิบัติ มีหน้าที่เดียว ไม่มีหน้าที่อื่น

ข้อใดกล่าวถูก ก. บุญ เป็นสมบัติ ข. บุญ เป็นภพ เป็นชาติ ค. บุญ ไม่มีสุข ไม่มีทุกข์ ไม่มีตัวตน ไม่มีภพ ไม่มีชาติ ง. บุญ เป็น วิญญาณาหาร

พุทธธรรมใช้ ปาฏิหาริย์ใด จึงสง่างามยิ่งนัก ก. อาเทสนาปาฏิหาริย์ ข. อิทธิปาฏิหาริย์ ค. อนุสาสนีย์ปาฏิหาริย์ ง. ใช้ทุกข้อ ก ข และ ค

คนหมดบุญ ก็คือ ก. พาลชน ข. ปุถุชน ค. กัลยาณชน ง. คนที่มีอรหัตตผลเกิดขึ้นในจิต

ฌานของพุทธต้องเร่ิมจาก ก. ศีล ข. ญาณ ค. กสิณ ง. วิชชา

จิตสงบแบบ”ปัสสัทธิ” ข้อใดถูกต้องที่สุด ก. รู้ว่าดื่มเหล้าไม่ดี ผิดศีล จึงเลิกดื่มเหล้าอย่างเค่รงครัดตลอดเข้าพรรษา 3 เดือน ออกพรรษากลับมาดื่มเหมือนเดิม ข. ปกติไม่ดื่มเหล้า จะดื่มเมื่อต้องไปงานสังสรรกับเพื่อน แต่ก็ดื่มไม่มากจนเมา ค. รู้ว่าตนเองติดเหล้า ติดเพื่อน พยายามหาโทษภัยของเหล้า ฝึกหัดลดละจนเลิกเหล้าได้สนิท แม้ต้องเข้าสังคมกับเพื่อนๆ ก็ไม่ดื่มได้ จิตใจก็ปกติดี ง. เคยติดเหล้าจนตับเริ่มไม่ดี หมอให้เลิกดื่มเหล้า จึงต้องเลิก แต่ยังมีใจที่อยากดื่มอยู่ พยายามอดกลั้นไว้ ไม่ดื่ม

นิพพิทา(เบื่อหน่าย คลายกำหนัด) ข้อไหนถูกต้องที่สุด ก. ทานอาหารซ้ำซากทุกวัน เบื่อจริงๆ..!! ข. ชีวิตน่าเบื่อ ตื่นมาก็ต้องทำงานหนัก หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน แต่ก็ไม่มีเงินพอใช้ ให้อยู่สบายๆได้สักที..!! ค. โลกนี้มีแต่มายา หลอกลวงให้เราแสวงหาลาภ ยศ สรรเสริญ สุข มีแต่การแข่งขัน แย่งชิง ไม่มีวันหยุดวันพอ เราก็หลงวิ่งตาม เหมือนวิ่งคว้าเงา แต่ไม่ได้สาระอันใดให้กับชีวิตเลย.. พอแล้ว ไม่หลงโลกอีกแล้ว..!! ง. แต่งงานกันมาด้วยความรัก อยู่ด้วยกันจนมีลูก 2 คน หญิงและชาย ดูชีวิตน่าจะครบบริบูรณ์ แต่ความสุขในบ้านไม่ค่อยมีเลย เพราะเธอช่างหาเรื่องบ่นได้ทุกวันหาเรื่องทะเลาะ เบาะแว้งเจ้าอารมณ์ เอาแต่ใจตัวมากขึ้นทุกวัน.. เบื่อจริงๆ..!! ข้อไหนถูกที่สุด..?? ก. ความสุข คือ ความโง่ ข. คนหลงสุข คือ คนโง่ ค. สุข ทุกข์ คือ ผี..!! ง. ถูกทุกข้อ

“ส่วนบุญ” หมายความว่า ก.ไปทำบุญ ตักบาตรมาแล้ว ขอแบ่งบุญให้เพื่อนบ้าน ข.อุทิศ” ส่วนบุญ” ให้ผู้ตาย ค.พลังความสามารถที่กำจัดกิเลสได้บางส่วนแล้ว ง.ถูกทุกข้อ

การนั่งหลับตา เป็นเทวนิยม เพราะ ก. เป็นการสะกดจิตให้เป็นก้อน แท่ง ไม่รับรู้อะไรเลย ข. ไม่รู้จักกิเลส ที่เป็นเหตุแห่งทุกข์ เพราะปิดการกระทบผัสสะทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ไม่มีการอ่านเวทนา ค.ดับกิเลสไม่ถูกตัวตนของกิเลส เพียงแค่กดข่มไว้ ยังเป็น”อัตตา” ไม่สามารถสลายกิเลสให้เป็น”อนัตตา” ง. ถูกทุกข้อ

สิ่งใดที่สำคัญที่สุด ในการพาตนให้พ้นทุกข์ ก. สวดมนต์ ใส่บาตร ทำทาน ข. รักษาศีล 5 อุโบสถศีล นั่งสมาธิ ทำจิตให้สงบ ค. คบคุ้นครูอาจารย์ที่เป็นสัมมาทิฏฐิ และเรียนรู้ อยู่ร่วมกับมิตรดี สหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดี ง. อ่านหนังสือธรรมะ ฟังธรรมะ รักษาศีล 8 อยู่ผู้เดียวอย่างมักน้อยสันโดษ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร

ข้อใดผิด ก.การให้ทาน การเสียสละเพื่อสังคม การช่วยเพื่อนมนุษย์ที่ตกทุกข์ได้ยาก เป็น “กุศลโลกียะ” ข.การรักษาศีลให้บริสุทธิ์ ลดละกิเลส ฝึกกินน้อย ใช้น้อย เป็นคนมีวรรณะ 9 เป็น “กุศลโลกุตระ” ค.การทำความดี เสียสละอย่างมากมายเพื่อพระเจ้า เป็นได้แค่ “กัลยาณชน” ง. การนั่งหลับตาสมาธิ อ่านจิตในจิต ฝึกจิตให้สงบ เป็นทางลัดที่สุด ที่จะพาให้พ้นทุกข์ได้

ข้อใดผิด ก. พืช ไม่มีเวทนา ไม่มีวิญญาณ มีแค่สัญญาและสังขาร ปรุงแต่งกันอยู่ประกอบเป็นชีวิต ข. พืช ไม่สุข ไม่ทุกข์ ไม่มีบาป ไม่มีบุญ ค.โลกุตรธรรมสามารถทำจิตวิญญาณให้บริสุทธิ์จากกิเลสจนเป็น”พีชธาตุ”ได้ ไม่สุข ไม่ทุกข์ ง. นั่งหลับตาสมาธิ ทำจิตให้สงบ สามารถทำให้จิตว่าง ดับสัญญา เวทนา ให้ไม่สุข ไม่ทุกข์ เป็นอุเบกขาได้

แยกกาย แยกจิต อย่างไร ถูกต้องที่สุด ก. นั่งหลับตา ให้จิตสงบ แล้วแยกกายแยกจิต โดยจิตออกไปจากกาย แล้วเห็นกายตนเองนั่งอยู่ ข. เห็นร่างกายเริ่มแก่ หนังเหี่ยว มีความเจ็บปวดเอว ปวดเข่า ก็คิดว่า ร่างกายก็เป็นเช่นนี้เอง.. อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา จิตก็ปล่อยวางกายได้ ค. เห็นทุเรียน.. ตากระทบทุเรียน (กาย) รู้ชัดเจนว่า ทุเรียนมีกลิ่น มีรสอย่างนี เคยชอบ เคยอร่อย แต่ในขณะผัสสะปัจจุบันนี้ ไม่มีชอบ- ชัง ไม่สุข ไม่ทุกข์ กับทุเรียนแล้ว เห็นความจริงตามความเป็นจริง จิตเป็น”อทุกขมสุข” เป็น “เนกขัมมสิตอุเบกขาเวทนา” ง. ถูกทุกข้อ

ข้อใดถูก ก.พอใจ ไม่พอใจ , สุข ทุกข์, สวยไม่สวย เป็น”เวทนาเก๊”เป็นเวทนา 2 เพราะมีอวิชชามาร่วมสังขารกับรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ข.รู้ความจริงตามความเป็นจริง เป็น”เวทนาแท้” เป็น เวทนา 1 รู้ว่านี้คือ กล้วย มะนาว ไอศกรีม น้ำตก ทะเล หญิงสาว ชายหนุ่ม ไม่มีพอใจ ไม่พอใจ ไม่มีสุข ทุกข์ ค.เมื่อไม่มีอวิชชามาร่วมสังขารกับผัสสะใดใด ย่อมเกิดอทุกขมสุขเวทนา เป็น อุเบกขาเวทนา = 0 นี่คือ การทำเวทนา 2 ให้เป็นเวทนา 1 และทำเวทนา 1 ให้เป็น 0 ง. ถูกทุกข้อ

ก. ข้อสอบงาน พฟด. ปี 2565 1 ข้อใดกล่าวผิด ก.กุศลเป็นสมบัติ ข.อกุศลเป็นสมบัติ ค.บุญเป็นวิบัติ ง. บาปเป็นวิบัติ 2 กรรมฐานของชาวพุทธคือ เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ ต้องอ่านกันที่ ก.เวทนา ข. อายตนะ ค. ผัสส ะ ง.ถูกทุกข้อ 3ปุญญปาปปริกขีโณ คือ ก.บุญบาปเป็นของคู่กัน ข.หมดบุญหมดบาป ( คือพระอรหันต์) ค.บุญเป็นเครื่องชำระบาป ง.บุญบาปคือธรรมะ 2 4 ให้เลือกข้อที่มีการเรียงลำดับได้ถูกต้อง ก.สยังอภิญญา-อภิภู-สยัมภู ข.อภิภู-สยัมภู-พระพุทธเจ้า ค.นิยต-อนิยต- พระพุทธเจ้า ง.ถูกทุกข้อ 5ข้อใดถูกที่สุด…… คนที่ประกาศตัวว่าเป็นพระอรหันต์ โดยที่ตัวเองไม่ได้เป็นจริง พ่อครูถือว่าเป็นคนซวย เพราะ ก.ทำให้คนหมั่นไส้การประกาศตัวแม้จะเป็นจริงเป็นค่านิยมที่ไม่ดี ข.ขายขี้หน้าเมื่อเวลากิเลสโผล่ออกมา ค.พูดไปสองไพเบี้ย เพราะใครๆก็ไม่เชื่อว่าพระอรหันต์มีจริง ง.ถูกทุกข้อ 6 ข้อใดถูกที่สุด……..พระอริยะเบื้องต้นเป็นผู้ที่มี ก.สัพพปาปัสอกรณัง(ไม่ทำบาปทั้งปวงเด็ดขาด) ข. กุสลสูปสัมปทา(ทำกุศลให้ถึงพร้อมถ่ายเดียว) ค.สจิตตปริโยทปนัง(ชำระจิตของตนให้ผ่องแผ้ว จากกิเลส) ง. ญาน 7 7พระสูตรที่แสดงให้เห็นว่าคนไม่ใช่สัตว์กินเนื้อคือ ก.อนาถบิณฑิกสูตร ข. วิสาขสูตร ค.ชีวกสูตร ง.อานนทสูตร 8ข้อใดไม่ถูกต้อง……อุเบกขาคือจิตที่บริสุทธิ์ เป็นความบริสุทธิ์จากกิเลสที่นำพาทำให้เกิดสุขเกิดทุกข์ อุเบกขามีองค์๕คือ ก.ไม่สุขไม่ทุกข์ ข.มุทุ ค.ปริสุทธา ปริโยทาตา ง.กัมมัญญา ปภัสสรา 9เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเศรษฐกิจของคนจนก็เพราะ ก.ร.9 ทรงกล่าวไว้ว่าเรานี่แหละคนจน ข.ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา ค ทรงมีวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบคนจน ง. การพอเพียงทำให้คนไม่ขยันเลยต้องจนตลอดไป 10 กรรมวิบากเป็นเรื่องอจินไตย การเชื่อเรื่องกรรมอย่างไรจึงชื่อว่าเชื่อถูกต้อง ก-นายAเพ่งโทษเพื่อนเลยทำข้อสอบได้ไม่ดี ข.นายBเป็นโรคปวดท้อง(เพราะชอบทดลองของแปลกๆ)เขาจึงเชื่อว่าที่ปวดท้องเป็นเพราะวิบากกรรมที่เคยทำปาณาติบาตมามาก ค ยา

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน