ข้อสอบ ว.บบบ. ปี 2561 ปรนัย.docx

โฟลเดอร์ข้อสอบ ว.บบบ.ปี 2561 รุ่น 6
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์15 KB
วันที่แก้ไข30 ธันวาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

ข้อสอบ วิชชาลัยบรรดาบัณฑิตบุญนิยม (ว.บบบ.) ปี 2561 ปรนัย 1 ม.ค. 2562

คำชี้แจง ให้กากบาทคำตอบ ลงบนแผ่นกระดาษคำตอบที่แนบมา

คำว่า “คนจนที่มีแบบ” หมายถึงแบบอะไร? ก. แบบที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ข. แบบที่ในหลวงร.9 ทรงปลูกฝังลงในเมืองไทย ค. แบบขาดทุนของเราคือกำไรของเรา ง. ถูกทุกข้อ

“เศรษฐกิจพอเพียง” หมายความชัดๆว่าอย่างไร ก. การบริหารประเทศ ทำให้คนจนหมดไป ข. การขาดทุนของเราคือกำไรของเรา ค. การพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้า ง. การยกฐานะทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว

ข้อใดตรงกับหลักปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” ตามพระราชดำรัส ร.9 ก. ความพอมีพอกินพอใช้ของประชาชนต้องมาเป็นลำดับแรก ข. ต้องสร้างความเจริญก้าวหน้าในฐานะทางเศรษฐกิจก่อนสิ่งใด ค. ต้องคำนึงถึงสัมพันธภาพระหว่างประเทศเป็นสำคัญ ง. ยกฐานะระดับการศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์แก่ประชาชน

ร.9 ได้ตรัสถึงคุณธรรมสำคัญข้อหนึ่งที่ยังมีในจิตใจคนไทย คือ ก. คนไทยรักกันเป็นพี่ๆน้องๆ ข. คนไทยมีชีวิตความเป็นอยู่เรียบง่าย ค. คนไทยมีน้ำใจ มีการให้ระหว่างกันและกัน ง. คนไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด

ลักษณะของ “คนจนสุขสำราญเบิกบานใจ” เป็นอย่างไร ก. ยิ้มแย้ม แจ่มใส สนุกสนาน เฮฮา เสมอ ข. มีความรู้ความสามารถขยันขันแข็งมีพลังขวนขวายเสมอ ค. ค่าใช้จ่ายเต็มที่เพราะไม่กลัวจน ง. พักผ่อนอย่างสงบเพราะไม่ห่วงกังวลใดๆ

ข้อใดไม่ถูกต้อง ก. ผู้ปฏิบัติตนเป็นคนจนตามทฤษฎีพระพุทธเจ้าจะไม่แย่งกันรวย ข. แม้ยากจนเพียงใดก็ควรมีการใช้จ่ายบําเรอกามให้ชีวิต ค. คนจนที่เป็นสัมมาทิฏฐิเท่านั้นที่จะเป็นคนจนที่อุดมสมบูรณ์ ง. ปุถุชนกับอาริยชนย่อมรู้สึกต่อความยากจนต่างกัน

ข้อใดเป็นความเห็นที่ไม่ใช่ปัญญาแบบพุทธ ก. คนจนมีคุณวิเศษประเสริฐกว่

อ่านต่อ

าคนรวย ข. คนเต็มใจจนย่อมยินดีเป็นผู้มีวรรณะ 9 ค. เรื่องของกามเมื่อเสพเป็นกามคุณย่อมไม่ใช่โทษ ง. ผู้ปฏิบัติอยู่ในสัมมาอาริยมรรคมีองค์ 8 เท่านั้นจึงจะเป็นคนจนที่ประเสริฐได้

ข้อใดช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้อย่างวิเศษยิ่ง ก. มีคนหมดกามมากขึ้นในสังคม ข. ช่วยกันวางแผนพัฒนาประเทศให้หมดคนจน ค. มีคนคลายเครียดสังคมไม่ขาดแคลนสถานเริงรมย์ ง. ช่วยกันสร้างชื่อเสียงให้ประเทศด้านกีฬาและการท่องเที่ยว

ข้อใดเป็นสังคมของคนที่ปฏิบัติลดละ “กามคุณ 5” ได้อย่างแท้จริง ก. มีการค้าขายราคาถูก ข. ไม่แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน ค. กินใช้อาศัยร่วมกันดำเนินชีวิตแบบสาธารณโภคี ง. ผิดหมดทุกข้อ

ข้อใดเป็นระบบสังคมที่มีเศรษฐกิจดีสูงสุด ก. แรงงานดี ข. ทุกคนเสียภาษีตามที่รัฐต้องการ ค. ผลผลิตดี ง. ทุกคนใช้สอยกินอยู่ในทรัพย์สินร่วมกันเป็นสาธารณะ

มัชฌิมาปฏิปทาแบบสัมมาทิฏฐิเป็นอย่างไร ก. วิธีปฏิบัติให้อารมณ์มันอยู่กลางๆคือไม่มีนรกไม่มีสวรรค์ ข. วิธีปฏิบัติที่เป็นกลางๆอย่างพอดีพอเหมาะ ค. ทางปฏิบัติด้วยความเห็นแบบทางสายกลาง ง. การปฏิบัติอย่างเข้าใจบนทางสายกลาง ไม่เอียงซ้ายหรือขวา

ข้อใดชัดเจนถูกต้อง ก. ปฏิปทาเป็นผลการปฏิบัติเมื่อตัดสินไม่ลำเอียง ข. ปฏิปทาเป็นเหตุที่ใช้ปฏิบัติไปสู่ผล มัชฌิมาคือความรู้สึกไม่สุขไม่ทุกข์ ค. ปฏิปทาเป็นทิฏฐิที่เป็นทางสายกลาง ง. ปฏิปทาเป็นผล มัชฌิมาเป็นเหตุ

ข้อใดไม่ถูกต้อง ก. ความวิปลาสเกิดได้จากการตีทิ้งปรมัตถสัจจะ ข. ความวิปลาสเกิดได้จากการตีทิ้งสมมุติสัจจะ ค. ความวิปลาสย่อมเกิดไปตามลำดับทิฏฐิวิปลาส สัญญาวิปลาส จิตวิปลาส ง. ความวิปลาส ครบ 3 ลำดับเกิดจากครบสัจจะ 2 (ปรมัตถสัจจะ และสมมุติสัจจะ)

ข้อใดไม่ถูกต้อง ก. ผู้มีปัญญาย่อมชัดเจนว่า ความขี้เกียจเป็นความเห็นแก่ตัว ข. ผู้แจ้งจริงใน ประโยชน์สูงประหยัดสุด ประโยชน์ตนประโยชน์ท่าน ย่อมไม่สุรุ่ยสุร่าย ค. ระบบสาธารณโภคี ไม่มีเรื่องการเงินมาเกี่ยวข้อง ง. ระบบสาธารณโภคี ไม่มีเรื่องระบบสินเชื่อของทุนนิยม

สาธารณโภคีสามารถยั่งยืนยาวนานด้วย ก. ระบบประชาธิปไตยแบบขาเดียว ข. อิสระเสรีภาพจริงด้วยปัญญาแท้ ค. ระบอบสังคมนิยม ง. โลกาธิปไตยกับอัตตาธิปไตย

ทำไม พ่อครูจึงไม่แก้ไข ข้อด้อย 10 ข้อ ของตนเอง ทั้งที่รู้ชัด และสามารถแก้ไขได้ ก. พ่อครูเสียสละ ข. ต้องใช้ข้อด้อยนี้ให้เหมาะสมกับยุคสมัย ค. เพราะแก้ได้ยากเป็นวาสนา ง. ถูกทั้งข้อ ก.และ ข.

สมบัติผลัดกันชม คือการแก้ปัญหาเศรษฐกิจแบบไหน ก. โลกีย์ ข.ทุนนิยมสามานย์ ค.แบบชอบรวย ง.ถูกทุกข้อ

ธรรมะหมวดใด ทั้งสำคัญ ทั้งยิ่งใหญ่ ในการเพิ่มสัมประสิทธิ์ ก. มุทุภูตธาตุ(จิตหัวอ่อน) ข.เหมาะควรแก่การงาน(กัมมัญญา) ค.ตั้งมั่น(อเนญชา) ง.จิตผ่องใส(ปภัสสรา)

ประเทศไทยเราจะเป็นที่หนึ่งในโลกข้อใดที่จะไม่มีใครสู้เราได้ ก. รวยและเก่งกาจสามารถที่สุดในโลก ข. มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนที่สุดในโลก ค. สงบ สบาย มั่นคงที่สุดในโลก ง. ถูกทั้ง ก. และ ข.

ในหลวงร.9 ตรัสว่า “ถ้าเราทำอะไรที่เป็นการกระทำแล้วก็เราเสีย แต่ในที่สุดก็ ไอ้ที่เราเสียนั้นมันเป็น “การได้” ถามว่า คำว่า เสีย นั้นคืออะไร ก. เสียโอกาส เสียโลกธรรม เสียเชิง ข. เสียหาย หายนะ วอดวาย ย่อยยับ ค. เสียรู้ เสียท่า เสียชีวิต เสียความรู้สึก ง. เสียสละ ลดละความเห็นแก่ตัว

การแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่แก้ได้ถึงต้นเหตุแท้ที่สุด ถาวรยั่งยืนตลอดกาลคือข้อใด ก. การส่งเสริมจิตอาสาช่วยกันทำกุศล ลดความเหลื่อมล้ำต่ำสูงในรายได้ของคนในชาติ ข. การลดกิเลสกาม กิเลสอัตตา ให้ได้มากที่สุดให้แก่คนในประเทศ ค. การส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศเพื่อนำรายได้กลับมาเข้าประเทศให้มากที่สุด ง. การให้ต่างประเทศมาลงทุนเพิ่มผลผลิตภายในประเทศให้มากที่สุด

ข้อใด เข้าข่ายเศรษฐกิจระบบสาธารณโภคีมากที่สุด ก. มีเวลาว่างจากงานในชุมชน ก็ไปทำงานนอกชุมชนเอาเงินเข้าชุมชนให้มาก ข. ปลูกพืชผักผลไม้ในที่ส่วนกลางเอารายได้เข้าส่วนกลางส่วนหนึ่งเข้ากลุ่มครอบครัวตนเองส่วนหนึ่งโดยไม่เอาค่าแรงงาน ค. ออกแรงงาน ได้ผลผลิต ทุกคนยกให้ส่วนกลางหมด เสียภาษี ๑๐๐% ง. ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง

เกี่ยวกับ “มัชฌิมาปฏิปทา” ข้อใด กล่าวผิด ? ก. วิถีทางสู่ “ความเป็นกลางของจิต” ข. คือทางสายกลาง ไม่เข้าข้างฝ่ายใด ค. วิถีทางสู่ “ความหมดกามหมดอัตตา” ง. ถูกทั้งข้อ ก. และ ค.

ระบบสาธารณโภคี จะเป็นได้ไม่ยั่งยืนหากว่าขาดอะไร? ก. ไม่มีอิสรเสรีภาพ ข. ขาดระเบียบวินัยของคนในชุมชน ค. ขาดการออกกฎระเบียบที่สมบูรณ์ ง. ขาดทุนรอนเงินทองในการใช้จ่าย

ความหมายในข้อใดเป็นความหมาย ที่ผิด ก. คอมมูนิสต์นี้เน้นที่“ทรัพย์สินและเงินเข้าส่วนกลาง” ยิ่งกว่า เน้นที่จิตใจที่เป็น“อิสระเสรีภาพของคน” ข. ประชาธิปไตยนั้นเน้นที่“อิสระเสรีภาพของคน”แต่ละคนยิ่งกว่าเรื่อง“ทรัพย์สินและเงินเข้าส่วนกลาง” ค. คอมมูนิสต์ เน้นไปทาง “วัตถุนิยม” ยิ่งกว่า “จิตนิยม” ง. ระบบสาธารณโภคี เน้นไปทาง “จิตนิยม”ยิ่งกว่า“วัตถุนิยม ”

ปัญญารู้แจ้งไตรลักษณ์(เกิดขึ้น-ตั้งอยู่-ดับไป)ของคนโลกุตระเป็นอย่างไร ก. อยากกินก๋วยเตี๋ยวรอคิวกิน แต่ว่าก๋วยเตี๋ยวหมดก่อนความอยากก็เลยหาย ข. อยากกินก๋วยเตี๋ยวแต่ว่ามีก๋วยจั๊บที่เราชอบกว่าก๋วยเตี๋ยวมา เราก็เลยหายอยากก๋วยเตี๋ยวไปเลย ค. อยากกินก๋วยเตี๋ยวก็เลยซัดไปให้หายอยากสามชาม ความอยากก็หายไปไม่ตั้งอยู่ได้ในบัดนาว ง. อยากกินก๋วยเตี๋ยวแต่ไม่อยากเพิ่มกามราคะเลยสร้างพลังงานไฟฌานเผาความอยากจนหายไป

บุคคลประเภทไหนที่เป็นผู้ช่วยเศรษฐกิจโลกได้ ก. คนจนที่มีปัญญาโลกุตระ ข. คนจนที่ขยันหาเงิน ค. คนรวยที่ฉลาดเฉลียว ง. คนรวยที่พอแล้วบริจาคเงินเข้าการกุศล

บุคคลใดสามารถเข้าถึงโลกุตระได้จริงแท้ ก. “คนรวย” ที่รู้จักบริจาคเงินเข้ากองการกุศลต่างๆ ข. “คนรวย” ที่อยากรวยต่อไม่ขอลดความรวย ค. “คนจน” ผู้สิ้นไร้ไม้ตอก ได้รับทุกข์เพราะไม่มีกินมีใช้ ง. “คนจน”ที่มี“ปัญญา” แบบพุทธ

ข้อใด ไม่ใช่ โทษของการสวดมนต์แบบมีทำนองและลากเสียง ก. ทำให้คนหลงติดสมาธิแบบลืมตา ข. เกิดความบันเทิงเริงใจใฝ่อบายมุข ค. สร้างสมาธิแบบสมถะได้แบบแน่น ง. ทำให้เกิดความขลังมากยิ่งขึ้น

ข้อใดกล่าว ผิด ? ก. พุทธเป็นอเทวนิยมที่ไม่มีนิรันดร มีแต่ทางสูญสิ้นอัตภาพได้ในที่สุด ข. พุทธเป็นอเทวนิยมที่มี ทั้งความเป็นนิรันดรและความสูญสิ้นอัตภาพ ค. ศาสนาเทวนิยมมีแต่นิรันดรไม่มีทางสูญสิ้นสลายอัตภาพ ง. ศาสนาเทวนิยมมีจิตวิญญาณที่เป็นปรมาตมันคงอยู่นิรันดร

เกี่ยวกับความเป็นพระเจ้าข้อใดถูกต้องที่สุด ก. ศาสนาพุทธไม่สามารถมีพระเจ้าเป็นพระเจ้าได้เพราะเป็นศาสนาอเทวนิยม ข. “พระเจ้าเทวนิยม”ก็คือ “อุปาทาน ๔”(กามุปาทาน สีลัพพตุปาทาน ทิฏฐุปาทาน อัตตวาทุปาทาน) ค. ผู้ที่เชื่อถือศรัทธาในพระเจ้าแบบเทวนิยมจะไม่ต้องกลับมาเกิดอีกได้ ง. ไม่มีข้อใดถูกต้องเลย

ข้อใด กล่าวผิด เกี่ยวกับฌานวิสัย? ก. ฌานเป็นข้อหนึ่งในอจินไตย 4 (อจินไตยคือเรื่องที่ลึกล้ำเกินกว่าสามัญจะหยั่งรู้หรือเรื่องที่ศาสตร์โลกีย์ไม่สามารถรู้ได้) ข. ต้องมี“วิสัย”ขั้นอาริยชนเท่านั้นถึงทำฌานได้ ค. ฌานคือพลังงานไฟที่เผาหรือกำจัด”ไฟราคะ-ไฟโทสะ-ไฟโมหะได้ ง. ฌานวิสัยเป็นเรื่องอจินไตยที่คนไม่สามารถรู้ได้

คนผู้หยุดทำบาปทั้งปวง(สัพพปาปัสสอกรณัง) ด้วยการสร้างพลังงานอะไร ก. พลังงานสมถะ ข. พลังงานนิโรธ ค. พลังงานบุญ ง. พลังงานกุศล

หัวใจโพธิสัตว์ และหัวใจของนักประชาธิปไตย เป็นอันเดียวกัน คือ มี ก. 3 เส้า ของกษัตริย์ ประชาชน มีใจจริงที่จริงใจ ข. 3 เส้า ของ อิสระ ไร้อัตตา มีความฉลาดเฉลียว ค. 3 เส้า ของ อิสรเสรีภาพ ไร้อัตตา มีภูมิปัญญา ง. 3 เส้า ของ กษัตริย์ ไร้อัตตา ประชาชน “อาริยภูมิ” กับ “โพธิสัตว์ภูมิ” ต่างกันอย่างไร ก. อาริยภูมิทำปรินิพพาน โพธิสัตว์ภูมิทำไม่ได้ ข. อาริยภูมิจบแค่ประโยชน์ตน ส่วนโพธิสัตว์ภูมิบำเพ็ญต่อเพื่อประโยชน์ท่านต่อไปอีก ค. โพธิสัตว์ภูมิคือผู้ยังไม่มีภูมิอรหันต์ ส่วนอาริยภูมิมีภูมิอรหันต์แล้ว ง. โพธิสัตว์ภูมิ เวียนกลับมาเกิดอีกได้ อาริยภูมิไม่กลับมาเวียนเกิดอีก

ธาตุรู้ตัวแปรสำคัญของอุเบกขา 5 ที่ทำให้เกิดสัมประสิทธิ์คือ ก. ปริสุทธา(จิตบริสุทธิ์หมดจด) ข. ปริโยทาตา(จิตสะอาดผุดผ่องแม้สัมผัสอยู่) ค. มุทุ จิตหัวอ่อนดัดง่าย แววไว ง. กัมมัญญา จิตควรแก่การงาน แต่ก็ยังปภัสสรา(ผ่องใสแวววาม)

ผู้มีความสามารถถึงขั้นฌาน 4 ในชีวิตสามัญขณะลืมตาจะต้องมีพลังงานจิตที่มีองค์คุณวิเศษ 5 ประการคือ ก. นิยาม 5 ข. อินทรีย์ 5 ค. พร 5 ง. อุเบกขา 5

เศรษฐกิจที่มีทฤษฎีสำเร็จสูงสุดคือเศรษฐกิจแบบไหน ก. เศรษฐกิจแบบสังคมนิยม ข. เศรษฐกิจแบบทุนนิยม ค. เศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์ ง. เศรษฐกิจแบบสาธารณโภคี

……………………….หมดข้อสอบ ปรนัย……………… …………

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน