680908_สลายอัตตานุทิฏฐิ โดยสมณะแสนดิน ภูมิพุทโธ พบมิตรดีมีธรรมยามเช้า.docx

โฟลเดอร์แผ่นภาพธรรมะของนักบวชชาวอโศก
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์1.54 MB
วันที่แก้ไข27 กันยายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

680908_สลายอัตตานุทิฏฐิ โดยสมณะแสนดิน ภูมิพุทโธ พบมิตรดีมีธรรมยามเช้า

🍂เราเองก็มองเห็นข้อบกพร่องความผิดของตัวเองได้ทุกวัน อันนี้จะเป็นทางที่เราจะหายโง่เจริญขึ้นทุกวันๆเหมือนกันนะ

🍂ถ้าเราไม่ได้ไปตั้งความหวังกับใคร เราก็ไม่ต้องไปผิดหวังกับคนนั้นๆ แต่ถ้าเราเริ่มตั้งความหวัง มีความหวังก็คือมีความผูกยึดไว้ว่า จะต้องเอาอย่างนี้ ให้ได้อย่างนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรา ตัวเราเองก็ตาม เราไปคาดหวังตัวเราเองเกินกว่าความเป็นจริง อันนี้คือความวิปลาสอย่างหนึ่ง จริงๆแล้ว เราไปคาดหวังข้างหน้าเนี่ย มันไม่เท่ากับเราดูว่า ตอนนี้เราบกพร่องอะไรอยู่ เราก็แก้สิ่งนั้น บกพร่องทางรูปธรรมนี่ มันมีอยู่แล้วเสมอๆ แต่บกพร่องเรื่องของจิตใจ ที่เรามีความคลาดไปจากเรื่องปกตินะ จิตใจเรามันไม่ปกติไปนี่แหละ เขาเรียกเป็นความบกพร่องความผิดทาง "ปรมัตถธรรม" ซึ่งไม่มีใครรู้กับเราได้ดีเท่ากับเรา เราจะสามารถอ่านความรู้สึกตัวเองได้ คนอื่นเขามาอ่านความรู้สึกให้เรานี่ มันก็ไม่เท่าเรา เพราะความสุข-ความทุกข์เป็นของเราเอง ใช่ไหม ใครจะมาอ่านให้เรา เราหน้ายิ้มๆอยู่ เราจะทุกข์ก็ได้ เออ..เราบอกว่าเรามีความสุข

ไม่มีใครทำความรู้จักตัวเองได้เท่ากับเราเอง เราจะพ้นมิจฉาทิฏฐิได้ก็ตรงนี้แหละ ที่เราสามารถอ่านความรู้สึกตัวเองเป็นนะ ว่าเรามีความรู้สึกสุข-ทุกข์นั่นแหละเป็นเรื่องหลักนะ หรือเฉยๆ เฉยๆแบบอะไร แบบเคหสิตะ คือไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้ว่าควรจะทำอะไร ควรจะปรับปรุงอะไร "เคหสิตะ" หรือว่าเฉยๆแบบโอ้..รู้เลยว่ามันไม่มีแล้ว อารมณ์ อาการที่เราเคยสุขเคยทุกข์กับเรื่องนั้น

นี่มิจฉาทิฏฐิ คือตรงนี้แหละ ที่เราสามารถอ่านความไม่เที่ยง คือ"จิตใจเรา"นี่ ถ้ามันไม่เคลื่อนนะ มันมองไม่เห็น มันอ่านไม่รู้ จึงเรียกว่า มัน "ไม่เห็นความไม่เที่ยง" แต่เ

อ่านต่อ

ราเมื่ออ่านอารมณ์อาการที่มันเคลื่อนไป มีใครกระทบสัมผัสให้เรารู้สึกว่า เออ..รู้สึกไม่ดี รู้สึกไม่ชอบใจ ทำไมคนอย่างนี้เป็นอย่างนี้อยู่เรื่อยอะไรอย่างนี้นะ โดยเฉพาะคนใกล้ตัวนี่แหละ ทำไมเป็นอย่างนี้ไม่ยอมเปลี่ยนสักที เราไปคาดหวังให้เขาเปลี่ยน ฉะนั้นเราก็จะ.. พอเขาไม่เปลี่ยนหรือ เขาเปลี่ยนไปในแบบที่เราไม่อยากให้เป็น เราก็รู้สึกอารมณ์เรามันไม่ปกติขึ้นมา นี่แหละคือเห็นความไม่เที่ยงตรงนี้แหละ ทำไม พระพุทธเจ้าถึงบัญญัติว่า "พ้นมิจฉาทิฏฐิ"คือ"เห็นความไม่เที่ยง"

🌿พ้นมิจฉาทิฏฐิ"ที่เรา"นี่แหละ จึงเห็น"ความไม่เที่ยงที่เรา" ที่"จิตใจของเรา" พ้นมิจฉาทิฐิแล้ว เข้าสัมมาทิฏฐิแล้ว ใช่ไหม แต่ว่า มันจะ "พ้นสักกายทิฏฐิ"ได้ จะขึ้นพระโสดาบันได้นี่ คุณไม่ใช่ว่าเห็นอารมณ์ขึ้นๆลงๆ อย่างเดียวเท่านั้น เห็นอารมณ์ขึ้นลงนี่ เห็นในปัจจุบันนะ "กาย" นี่หมายถึง"ปัจจุบัน"

พอเราเห็นอารมณ์ที่มันขึ้นลงนี่ มันทุกข์ เห็นเป็นทุกข์พระพุทธเจ้าจึงบัญญัติว่า เห็นเป็นทุกข์ มันทุกข์ มันไม่ใช่สุข อารมณ์ที่กำลัง โอ้ ดีใจนะกำลังจะได้กิน ได้เสพได้อะไร โอ้ มันเหมือนมีความสุข แต่มันหลอก พระพุทธเจ้าบอกว่ามันวิปลาสไป อันนี้เห็นทุกข์เป็นสุข จริงๆมันทุกข์ ทุกข์คืออารมณ์ที่มันเคลื่อนจากปัจจุบัน ว่างๆเราก็..จิตใจเรามันไม่มีอะไรมันเป็นปกติแล้ว เขาเรียกว่า(จื่อไว้)จำไว้ เมมโมรี่ เขาเรียกว่ามาร์คไว้ ว่าอารมณ์อย่างนี้ คืออารมณ์ที่มันปกตินะ อารมณ์ที่เรายังมี"ศีล"เป็นปกตินะ แต่เมื่อไหร่อารมณ์มันเปลี่ยนนี่แหละ เห็น"ความไม่เที่ยง" เห็นมันเป็นทุกข์ให้ได้ในความสุขนี่ 👀มันคือทุกข์เห็นให้ได้ ถ้าเห็นเป็นทุกข์จริงๆแล้ว มันจะไม่อยากจะไปทำอย่างนั้น มันมีเหตุจากเราไปยึดอะไร เราหวัง เราจะคาดหวัง เราก็ลดความคาดหวัง เข้าใจความเป็นจริงของมัน จึงบอกว่าพ้นวิปลาสได้ เมื่อเห็นความจริง อัตตานุทิฏฐิคือนี่แหละ เห็นความมันหมดไป อารมณ์มันหมดไปนี่แหละ คือได้เข้าถึงอัตตานุทิฏฐิ ทลายอัตตา อัตตาตั้งแต่ "โอฬาริกอัตตา" มาตั้งแต่หยาบๆใหญ่ เรื่องกินเรื่องใช้ เรื่องอยู่ เรื่องคน ข้างนอก-ข้างใน มาถึงข้างในเรา พอมันพ้นข้างนอกแล้ว มันเห็นอันข้างใน(มโนมยอัตตา) จนถึงละเอียดลงไปจนถึง"อรูปอัตตา"เลย มันเล็กลงไป นี่พ้น 3 ข้อนี้(อัตตา 3)ได้เป็นลาภอันประเสร็จของคน

✨สมณะแสนดิน ภูมิพุทโธ พบมิตรดีมีธรรมยามเช้า 8 กันยายน 2568

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน