560105_งานโพชฌังคาริยสัจจายุและ ว.บบบ. ครั้งที่ ๒ ประจำปี ๒๕๕๖.docx
เนื้อหาในไฟล์
งานโพชฌังคาริยสัจจายุและวิชชาลัยบรรดาบัณฑิตบุญนิยม ครั้งที่ ๒ ประจำปี ๒๕๕๖ ณ หมู่บ้านชุมชนราชธานีอโศก วันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๕ – วันที่ ๓ มกราคม ๒๕๕๖ ในช่วงเวลานับถอยหลัง ๗ วันอันตราย ส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่นี้ ทั่วถิ่นแดนไทยต่างต้องมาเคาท์ดาวนับถอยหลังวันระมัดระวังการเกิดอุบัติเหตุจากการดื่มสุราและการเดินทาง แต่ ณ แผ่นดินพุทธ เหล่าพุทธบุตรต่างพร้อมเพรียงกันมุ่งหน้าเดินทางมานับถอยหลัง ๗ วันแห่งการดับโลกสมุทัย อันเป็นเหตุให้เกิดความทุกข์อริยสัจ ด้วยการมาร่วมงานโพชฌังคาริยสัจจายุและวิชชาลัยบรรดาบัณฑิตบุญนิยม(ว.บบบ.) ครั้งที่ ๒ ณ หมู่บ้านชุมชนราชธานีอโศก ดินแดนแห่ง “แผ่นดินพุทธ” ที่มีคำขวัญว่า “บ้านราชฯ-เมืองเรือ,บ้านไม้-เมืองหิน,บ้านดิน-เมืองน้ำ,บ้านงาม-เมืองพุทธ” นับเป็นปรากฏการณ์ต่อเนื่องจากงานโพชฌังคาฯและว.บบบ. รุ่นที่ ๑ ที่เป็นสนามสอบอันท้าทายการปฏิบัติธรรมของพระโยคาวจรทั้งหลาย ที่มาร่วมปฏิบัติธรรมในหลักสูตรแบบ “ลัด-คัด-สั้น” ซึ่งในรุ่นที่ ๑ ในต้นปี ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา ก็เป็นความก้าวหน้าของนักปฏิบัติธรรมที่มาเข้าสนามสอบ อันเปรียบประดุจการสอบ“จอหงวน” ของชาวอโศกเลยทีเดียว บรรยากาศของการสอบรุ่นที่ ๑ นั้นเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น คึกคัก เป๊งพรึ่บ พร้อมเพรียง ทุกรายการทุกวัน อันไม่เคยได้พบเห็นในการปฏิบัติธรรมงานไหนๆมาก่อนเลย พ่อท่านจึงดำริให้จัดงานวันโพชฌังคาริยสัจจายุขึ้นในระหว่างวันที่ ๒๘ ธันวาคม ถึงวันที่ ๓ มกราคม ของทุกปี โดยกิจกรรมในงานวันโพชฌังคาริยสัจจายุจะมีกิจกรรมคือมีการเรียนและการสอบ ว.บบบ. ซึ่งจะมีการบำเพ็ญคุณ ๔ วัน(วันที่ ๒๘-๓๑ ธันวาคม) และบำเพ็ญธรรม ๓ วัน(วันที่ ๑-๓ มกราคม) และในงานยังมีกิจกรรม “ธรรมยาตรานาวาบุญนิยม” อีกอย่างหนึ่งด้วย และต่อไปจะมีกิจกรรมอะไรเพิ
อ่านต่อ
่มเติมก็ค่อยจัดกันต่อไป สมณะสิกขมาตุและสภาคณาจารย์ของว.บบบ.ได้เข้าพื้นที่ก่อนวันงานเพื่อประชุมเตรียมการเรียนการสอบ เนื่องจากได้มีประสบการณ์จากการสอบรุ่นที่ ๑ ทำให้ปีนี้มีการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานหลายอย่าง เช่นเลื่อนวันสอบให้เร็วขึ้น ๑ วัน คือจะสอบวิชาการในเช้าวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๕๖ และจะมีพิธีรับเข็มพระธรรมในเย็นวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๕๖ เพื่อให้ฝ่ายประมวลผลได้มีเวลาตรวจข้อสอบและรวมคะแนนได้ทัน มีการปรับสูตรการให้คะแนนเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละปี ซึ่งแต่ละรุ่นจะมีการปรับปรุงสูตรในการวัดผลให้ดียิ่งขึ้น เป็นการพัฒนาตามพุทธพจน์ที่ไม่ให้หยุดอยู่ในกุศลธรรมนั่นเอง ช่วงระหว่างวันที่ ๑๙-๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๕ ก่อนวันงาน มีการจัดค่ายนักเรียนม.๖ ของทุกโรงเรียนสัมมาสิกขาของชาวอโศก มีนักเรียนม.๖ มาเข้าค่ายทั้งหมด ๓๔ คน จากนั้น ๒๑-๒๖ ธ.ค. ๕๖ ก็มีการจัดค่ายยุวชนอโศกสัมพันธ์ หรือค่าย ยอส. ปีนี้มีนักเรียนมาเข้าค่ายทั้งหมด ๒๔๐ คน ซึ่งในวันพฤหัสบดีที่ ๒๗ ธ.ค. ๕๕ พ่อครูก็ได้แจกขวัญธรรมให้แก่นักเรียนนิสิตการศึกษาบุญนิยมทุกฐานะ ก่อนวันงาน ๑วัน คือวันที่ ๒๗ ธ.ค. ๕๕ ก็ได้มีการจัดให้มีการลงทะเบียนผู้เข้าเรียนว.บบบ.ครั้งที่ ๒ โดยปีนี้มีการแบ่งกลุ่มลงทะเบียนเป็น ๓ กลุ่ม ๑.กลุ่มบัณฑิตที่เคยได้รับเข็มแล้ว ๒.กลุ่มผู้สมัครสอบที่มีคุณสมบัติครบ ๓.กลุ่มผู้สมัครสมทบคือผู้ที่ยังมีคุณสมบัติไม่ครบเช่นรับประทานอาหารมังสวิรัติไม่ถึง ๕ ปี นับเป็นครั้งแรกที่พ่อครูเปิดโอกาสให้ผู้ที่รับประทานอาหารมังสวิรัติไม่ครบ ๕ ปีสามารถเข้าเรียนและเข้าสอบร่วมกับว.บบบ.ได้ แต่ว่าแม้จะไม่ได้รับเข็มพระธรรมหรือปัญญาบัตร ถ้าสอบผ่านก็จะได้รับบัตรประจำตัว ว.บบบ.รุ่น ๒ และถ้าสอบได้คะแนนสูงจริงๆสามปีติดต่อกัน ก็อาจได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ บรรยากาศการลงทะเบียนเป็นไปด้วยความคึกคัก งานนี้มีผู้ส่งใบสมัครทั้งหมด ๘๐๖ คน มากกว่ารุ่นที่ ๑ อยู่ ๑ คน (รุ่นที่ ๑ สมัครทั้งหมด ๘๐๕ คน) การที่คนมาสมัครเพิ่มขึ้นอาจเป็นเพราะเห็นความสำคัญของการพัฒนาจิตวิญญาณอย่างที่พ่อครูได้ทุ่มเทอบรมสั่งสอนพวกเรา ทำให้เหล่าพระโยคาวจรทั้งหลายไม่อาจพลาดโอกาสที่จะได้มาพัฒนาจิตวิญญาณ วันศุกร์ที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๕ เป็นวันแรกของงานโพชฌังคาริยสัจจายุและว.บบบ.ครั้งที่ ๒ ๐๙.๐๐ น. พ่อครูเปิดงานด้วยการปฐมนิเทศ และพาปฏิญาณศีล ๘ ส่วนใครจะสมาทานศีล ๕ ก็ได้เป็นการให้อิสระในการฝึกฝน พ่อครูได้ให้สัมมาทิฏฐิในเรื่องของการมาอยู่รวมปฏิบัติธรรมจะได้มีผัสสะเป็นปัจจัยให้เราได้มาเรียนรู้จับอาการ จับจิตวิญญาณ ที่เป็นสัตว์ นรก เปรต เดรัจฉานและอสุรกายในตัวเรา ให้เกิดผลสั่งสมเป็นบุญ เป็นอริยทรัพย์ เป็นผลแห่งกรรม เป็นอินทรีย์พละ เป็นญาณปัญญาที่แท้จริงติดตัวเราไป ๑๓.๐๐ น. สิกขมาตุกล้าข้ามฝัน ได้มาแนะนำนิสิตว.บบบ.ในการใช้ชีวิตแบบอนาคาริก และแนะนำให้ ใช้ภาชนะส่วนตัว จะได้ไม่สร้างภาระให้ชุมชน การลงงานถ้าจำเป็นก็ต้องใส่รองเท้าหากแดดร้อนก็ควรมีผ้าคลุมหัวเป็นการดูแลตัวเองในการทำงานให้ได้ในระยะยาว จากนั้นสมณะฟ้าไท ได้มาแจ้งสมณะสิกขมาตุประจำกลุ่ม ซึ่งมีการแบ่งกลุ่มทั้งหมด ๒๓ กลุ่ม การมีสมณะสิกขมาตุประจำกลุ่มก็เพื่อให้มีผู้ดูแลที่เป็นผู้ทรงศีล ให้เกิดความอบอุ่นในการปฏิบัติธรรมยิ่งขึ้น โดยสมณะสิกขมาตุจะคอยติดตามดูแลอย่างใกล้ชิดทั้งบำเพ็ญบุญ-บำเพ็ญธรรม และเป็นที่ปรึกษาประจำกลุ่มคอยประสานงานในการลงบำเพ็ญธรรม รวมทั้งการพบกลุ่มเพื่อสรุปงานหรือสนทนาธรรมอีกด้วย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้การบำเพ็ญของนิสิตประสพผลสำเร็จได้ ๑๔.๐๐-๑๖.๐๐ น. เป็นรายการบำเพ็ญคุณซึ่งการบำเพ็ญคุณในงานนี้จะมีตั้งแต่วันที่ ๒๘ ธ.ค. ๕๕ ถึงวันที่ ๓๑ ธ.ค. ๕๕ การบำเพ็ญคุณนั้นแต่ละกลุ่มจะไปทำงานตามฐานงานต่างๆในบ้านราชฯ มีทั้งฐานโรงปุ๋ยพลังชีวิตผลิตปุ๋ยงอกงาม, ฐานซ่อมแซมเรือที่ลานเบิ่งฟ้า, ฐานกสิกรรมริมมูล, ฐานแพผัก, ฐานทำสวนผลไม้เก่า, ฐานสวนแม่เปลี่ยน, ฐาน๕ส.ตามจุดต่างๆ, ฐานโรงแชมพู, ฐานทำฟืน, ฐานทำสวนพูนไท, ฐานแกะถั่ว, ฐานพับถุงปุ๋ย, ฐานตัดไมยราพ(พ่อครูตั้งชื่อว่าต้นทักษิณ), ฐานขนผักตบชวา, ฐานสวนหน้าพระพุทธโต เป็นต้น ๑๘.๐๐-๒๐.๐๐ น. เป็นรายการบำเพ็ญธรรมภาคค่ำ โดยพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ที่ลานหน้าพระพุทธโต ซึ่งมีดอกทานตะวันที่กำลังบานได้ขนาดพอดีรับกับการจัดงานเป็นฉากอยู่ด้านหลังและข้างๆองค์พระพุทธโต พ่อครูได้เทศนาให้ปฏิบัติตามมรรคองค์ ๘ ให้ถูกต้อง ให้รู้จักวิญญาณจริงๆที่เกิดขณะมีผัสสะทางทวารทั้ง ๖ โดยต้องมีวิปัสสนาญาณเป็นธาตุรู้ที่ผู้ปฏิบัติจะเข้าถึงความไตรลักษณ์(เห็นความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ และความไม่มีตัวตนของวิญญาณสัตว์ที่อุบัติเกิดและดับในใจเรา) ทำให้จิตจางคลายจากความอยากและความยึดถืออย่างเห็นแจ้งด้วยปัญญา ให้สมบูรณ์ด้วย ทาน ศีล ภาวนา อย่างสัมมาปฏิบัติ วันเสาร์ที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ บำเพ็ญคุณในวันที่สองของงาน และยังเป็นวันแรกของงานคืนสู่เหย้าเข้าคืนถ้ำสัมมาสิกขาซึ่งจัดในวันที่ ๒๙-๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๕ ๐๓.๓๐-๐๖.๐๐ น. พ่อครูนำสวดมนต์และแสดงธรรม จากพระไตรปิฎกเล่ม ๑๖ ว่าด้วยเรื่องของปฏิจจสมุปบาท เน้นที่เรื่องของ “ชาติ” คือการเกิด พ่อครูได้แบ่งชาติเป็นสองแบบและห้าแบบ ชาติ ๒ แบบ ๑. ชาติ = ชีวิตที่เกิด-ตาย ทางร่างกายที่เวียนวน ของสัตวโลก ๒. ชาติ = การเกิดทางใจ หรือการเกิดทางวิญญาณ คือ การเกิดทางปรมัตถธรรม เรียกว่า โอปปาติกโยนิ ชาติ ๕ แบบ ๑. ชาติ = การเกิดขึ้นเป็นประเทศ ... ชาติรัฐ, ชาติประเทศ ๒. ชาติ = การเกิดของความเป็นตระกูล ... ชาติพันธุ์, ชาติตระกูล, สกุลรุนชาติ ๓. ชาติ = ชีวิตที่เกิด-ตายทางร่างกาย ซึ่งเป็นการเวียนวนของสัตว์โลก แต่ละชาติๆ การเกิด-การตายชนิดนี้ ต่างก็รู้ก็เข้าใจกันทั่วไปดีอยู่แล้ว มีแต่ว่าร่างกายจะทำให้มันเกิดอย่างเรียบร้อย ไม่เจ็บไม่ป่วย สุดท้ายมันก็ตายก็เลิกกันไปหนึ่งชาติ ๔. ชาติ = การเกิดของจิตในจิต มีการเกิด-มีการตายของจิตในจิต เรียกว่า โอปปาติกโยนิ เป็น ปรมัตถธรรม การเกิดชนิดนี้แหละที่เป็นความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า การเกิดของสัตว์ทางจิตใจ ท่านมีภาษาเรียกว่า การเกิดของโอปปาติกะ(โอปปาติกโยนิ หมายถึง สัตว์ทางวิญญาณ หรือทางจิตใจ ซึ่งเป็นความรู้พิเศษยิ่งของศาสนาพุทธโดยเฉพาะ) ๕. ชาติ = การเกิดในสภาพลิงลมอมข้าวพอง ๐๖.๓๐-๐๙.๐๐ น. เป็นการบำเพ็ญคุณภาคเช้า ตามฐานงานต่างๆบางฐานงานต้องมีรถรับส่งนิสิตเพราะฐานงานอยู่ไกลจากส่วนกลางมาก บรรยากาศการทำงานเป็นไปอย่างคึกคัก เหล่านิสิตต่างตั้งใจมาปฏิบัติธรรมอย่างรู้ตื่นเบิกบาน เป็นผู้ที่มีประโยชน์ตนคือลดกิเลสได้จริง และมีประโยชน์ท่านที่ได้ทำงานเสียสละเพื่อส่วนรวมอย่างเต็มที่ ส่งผลให้การงานต่างๆเสร็จอย่างรวดเร็วเพราะผู้ปฏิบัติธรรมของพุทธนั้น จะเป็นผู้รู้ตื่นเบิกบาน มีพลัง ๔ ที่มีทั้งพลังปัญญาหยั่งรู้กิเลสตนและปัญญารู้รอบสังคม มีพลังแห่งความเพ่งเพียรในการทำการงานอันไม่มีโทษตามฐานะ และมีพลังในการช่วยเหลือเกื้อกูลหมู่กลุ่มและสังคมต่อไป ๐๙.๐๐-๑๓.๐๐ น. รับประทานอาหารกายคือกวฬิงการาหาร พ่อครูได้นำคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ให้พิจารณาไว้ให้เป็นประดุจการกินเนื้อบุตรเลยทีเดียว เสร็จจากการรับประทานอาหารก็เป็นการชมนิทรรศการเส้นทางพระโพธิสัตว์และสามอาชีพกู้ชาติ ๑๓.๐๐-๑๖.๐๐ น. เป็นการบำเพ็ญคุณภาคบ่าย มีการแบ่งกันไปทำงานเป็นกลุ่มตามฐานงานต่างๆ ได้แก่ กลุ่มชส.๐๒ วส.๐๒ ไปโรงปุ๋ย, กลุ่ม ว.๐๑ข ชส.๐๑ ช.๐๑ วส.๐๑ ไปทำ ๕ส.ลานเบิ่งฟ้า, กลุ่ม ช.๐๖ ไปบรรจุโฟมทำแพผัก, กลุ่ม ช.๐๗ ไปสวนแม่เปลี่ยน, กลุ่ม ช.๐๒ ทำ๕ส. โรงแชมพู, กลุ่ม ชส.๐๓ แกะถั่ว, กลุ่ม ว.๐๑ พับถุงปุ๋ย, กลุ่ม ข.๐๓ ตัดไมยราพ, กลุ่ม ช.๐๑ข สวนหน้าพระพุทธโต, กลุ่ม ว.๐๓ ว.๐๔ ช.๐๙ ไปกสิกรรมริมมูล, กลุ่ม ว.๐๒ ไปส่วนงานเมืองใหม่, กลุ่ม ช.๐๔ ช.๐๕ ไปสวนใสหม่วน, กลุ่ม ช.๐๙ ช.๑๐ ชส.๐๔ ไปสวนไวพลัง, กลุ่ม ช.๑๑ ทำครัว ฐานงานที่เร่งด่วนอีกอย่างหนึ่งในงานนี้ก็คือ งานซ่อมแซมเรือ โดยเฉพาะเรือเอี้ยมจุ๊นทั้งสามลำ ที่ต้องซ่อมแซมหลายอย่างเพื่อให้เสร็จทันกำหนดการธรรมยาตรานาวาบุญนิยมในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๖ ซึ่งก่อนหน้างาน ทั้งสมณะฆราวาสฝ่ายช่างต่างเร็งมือเต็มที่ ทุ่มเททำทั้งวันทั้งคืนเพื่อให้เสร็จทันตามกำหนดการ ซึ่งเป็นโจทย์ที่ท้าทายนักปฏิบัติธรรมที่จะก่อประโยชน์จากการเร่งพัฒนาจิตใจและฝีมือในการทำงานไปด้วย การมีการงานที่เร่งรัดนั้นทำให้เราพัฒนาจิตใจให้แข็งแกร่งและทำใจในใจได้ดีขึ้น รวมทั้งพัฒนาสมรรถภาพประสิทธิภาพในการทำงานอีกด้วย เรียกว่าแปรปัญหาเป็นปัญญา ทำวิกฤติให้เป็นโอกาสนั่นเอง และพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ก็ได้กรุณาไปเยี่ยมและให้กำลังใจแก่ลูกๆในการทำงานแทบทุกวันอีกด้วยตั้งแต่ก่อนวันงานจนงานเสร็จเลยทีเดียว ๑๓.๐๐ ส.ฟ้าไท สมชาติโก ได้นำประชุมศิษย์เก่าสัมมาสิกขา ซึ่งได้ตกลงกันว่าจะให้ศิษย์เก่าแต่ละแห่งหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพในการจัดงานคืนสู่เหย้าเข้าคืนถ้ำสัมมาสิกขาในแต่ละปี โดยปีต่อไปให้ศิษย์เก่าศีรษะอโศกเป็นเจ้าภาพก่อน ซึ่งในปีนี้ศิษย์เก่าสมัครเข้าร่วมงานว.บบบ.มากขึ้น นับเป็นความสำเร็จอย่างหนึ่งของศิษย์เก่า ๑๖.๐๐-๑๘.๐๐ น. บันทึก,พักผ่อนและชมนิทรรศการเส้นทางพระโพธิสัตว์และ ๓ อาชีพกู้ชาติ ๑๗.๐๐-๑๘.๐๐ น. สมณะ ๔ รูป พระ ๑ รูป นำโดย ส.ถ่องแท้ วินยธโร ประชุมผู้มีหน้าที่เกี่ยวกับวิทยุชุมชนเครือข่าววิทยุชุมชนชาวอโศก โดยที่ประชุมมีมติให้ปรับเป็นวิทยุสาธารณะทั้งหมด และให้สังกัดมูลนิธิทุกวิทยุชุมชน ๑๘.๐๐-๒๐.๐๐ น. รายการบำเพ็ญธรรมภาคค่ำ โดย สมณะเดินดิน ติกขวีโร, สมณะลืมคม ธัมมกิตติโก, สมณะขยันยอม วิริยธโร, สม.จินดา ตั้งเผ่า, สม.กล้าข้ามฝัน อโศกตระกูล, ได้มาบรรยายธรรมแทนพ่อครู ซึ่งแต่ละรูปก็ได้บรรยายธรรมได้อย่างน่าประทับใจในเนื้อหาสาระที่แต่ละรูปได้ประโยชน์และประทับใจในงานว.บบบ. มีทั้งเนื้อหาปฏิจจสมุปบาท โดยมีวิดีทัศน์ประกอบการบรรยายเรื่องปฏิจจสมุปบาทอีกด้วย หมายเหตุ... ในช่วงบ่ายของวันเสาร์ที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๕ พ่อครูก็ได้มีอาการไอเพิ่มขึ้นมาก,มีน้ำมูกไหลและเริ่มเจ็บคอ ซึ่งเป็นอาการของการป่วยเป็นโรคหวัด ในบ่ายวันนั้นเองหลังจากที่ได้รับการกัวซาถอนพิษร้อนจากทีมหมอเขียว-ใจเพชร ลูกก็ได้นิมนต์ให้พ่อครูได้พักผ่อนและรักษาอาการป่วยจากการเป็นหวัดก่อน และให้ทีมสมณะสิกขมาตุบรรยายธรรมแทนพ่อครู วันอาทิตย์ที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๕ วันที่สามของการบำเพ็ญคุณและเป็นวันคืนสู่เหย้าเข้าคืนถ้ำสัมมาสิกขาวันที่สอง ๐๓.๓๐-๐๖.๓๐ น. รายการทำวัตรเช้าและบำเพ็ญธรรมภาคเช้า....เช้านี้มีข่าวมรณานุสสติของ สิกขมาตุเสริมขวัญ(สุพร) วรรณาบุตร สิริอายุได้ ๘๖ ปีได้เสียชีวิตด้วยโรคชรา ที่หมู่บ้านราชธานีอโศก ในการบรรยายธรรมภาคเช้านี้บรรยายโดย ส.บินบน ถิรจิตโต ส.แก่นหล้า วัฑฒโน ส.แสนดิน ภูมิพุทโธ โดย ส.แสนดินได้มาบอกเล่าอาการป่วยเป็นโรคหวัดของพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ว่าเกิดจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ประกอบกับพ่อครูจะมีโรคหวัดที่เป็นประจำปีในช่วงเวลานี้อยู่ และพ่อครูยังทำงานหนักอยู่ตลอดเพื่อเตรียมการสอนธรรมะอันลึกซึ้ง อีกทั้งยังต้องไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจลูกๆที่ทำงานในฐานงานต่าง ที่กำลังเร่งงานให้ทันงานว.บบบ จึงทำให้ป่วยเป็นโรคหวัดได้ และส.แก่นหล้าก็ได้ให้แง่คิดในการปฏิบัติธรรมให้ลูกๆเร่งรีบขวนขวายพากเพียรปฏิบัติ อย่าให้ติดแป้นเพราะติดแป้ง เพราะแป้งนั้นเอาไปทำอาหารต่างๆทำให้เราติดได้ จึงต้องเอาชนะแป้งให้ได้ เราวิมุติให้ได้ จะได้มีพลังเพราะวิมุติคือพลัง ถ้าวิมุติจากอบายมุขก็จะมีพลังสร้างสรรค์ได้มากขึ้น ส่วนส.บินบนให้แง่คิดในการปฏิบัติ ให้ละจากความยึดติดตัวตนที่เป็นแท่งก้อนอัตตาเปรียบเหมือนแท่งไอศครีม ที่เราหวงแหนไว้ และเสพอยู่ประดุจใช้ลิ้นเลียเสพกินรสชาติ อย่างที่ยึดไว้ไม่ให้มันละลายอยู่ตลอดเวลา เราต้องเปลี่ยนแท่งไอศกรีมแห่งอัตตามาเป็นแท่งแห่งธรรมะ ที่พร้อมจะฟาดฟันเอากิเลส ตัณหา อุปาทานยึดติดของเราออกไปจากใจ ให้นิยมในคำตำหนิที่จะช่วยให้เราละตัวตนได้ ๐๖.๓๐-๐๗.๐๐ น. พ่อครูได้ให้มอบจี้ใบโพธิ์สำหรับศิษย์เก่าและได้ให้โอวาทแก่ศิษย์เก่าทั้งที่พ่อครูยังไม่หายจากอาการเป็นหวัด นับเป็นความเมตตาของพ่อครูที่มีต่อลูกๆอย่างยิ่ง ศิษย์เก่าก็ได้รวบรวมเงินมาบริจาคในกิจการงานของอโศกอีกด้วย ๐๖.๓๐-๐๙.๐๐ น. เป็นช่วงแห่งการบำเพ็ญคุณ ซึ่งเหล่านิสิตได้กระจายกันไปลงงานตามฐานงานต่างๆ เช่นฐานโรงปุ๋ยพลังชีวิตซึ่งวันนี้กลุ่มว.๓ และ ว.๔ ได้มาเข้าฐาน ชื่อกลุ่มที่เป็นตัวย่อต่างๆ กลุ่มว.คือกลุ่มบัณฑิตวิชญ์(ผู้ที่จบป.ตรีมาเป็นอย่างน้อย) กลุ่มช.คือกลุ่มบัณฑิตชาญ ส่วน ชส.และวส.คือกลุ่มบัณฑิตชาญและวิชญ์ที่มาสมทบสอบแต่ไม่มีสิทธิ์รับเข็มฯ ๑๓.๐๐-๑๖.๐๐ น. เป็นช่วงเวลาบำเพ็ญคุณ ซึ่งในการทำงานจะมีการประเมินคะแนนบำเพ็ญคุณไปด้วย มีทั้งที่แม่ฐานให้คะแนนสมาชิกที่มาทำงานในทุกวัน และมีการประเมินจากเพื่อนๆในกลุ่ม สุดท้ายก็มีการประเมินจากสมณะสิกขมาตุประจำกลุ่ม ซึ่งการประเมินหลายด้านทำให้ลดอคติในการให้คะแนนได้ แม้จะเป็นงานที่หนักสำหรับบัณฑิตวิชญ์ที่บางท่านอาจไม่เคยทำงานหนักอย่างนี้ แต่ด้วยพลังแห่งความสามัคคีในกลุ่มทำให้เหล่าบัณฑิต ว.บบบ. ต่างสนุกสนานไปกับการงาน นี่คืออานิสงส์ของการปฏิบัติธรรมแบบลืมตาแล้วอ่านรู้ผัสสะในปัจจุบันขณะ อ่านรู้วิญญาณสัตว์โอปปาติกะที่เกิดในขณะผัสสะ ซึ่งจะทำให้เกิดทั้งอารมณ์ชอบใจ ไม่ชอบใจ แต่เหล่าบัณฑิตต้องเพ่งเพียรดับความเป็นชาติของสัตว์โอปปาติกะให้ได้ จึงเกิดความเบิกบานในการทำงาน ๑๗.๐๐-๑๘.๐๐ น. สมณะ,สามเณร,สิกขมาตุ,ญาติธรรม,ชาวว.บบบ.ได้ไปร่วมงานฌาปนกิจศพ สิกขมาตุเสริมขวัญ วรรณาบุตร ที่เฮือนสุดชีวิต งานนี้มีการถ่ายทอดงานศพแบบชาวอโศกทาง FMTV ให้ชมกันสดๆอีกด้วย เป็นโอกาสดีให้เหล่านิสิตว.บบบ.ได้ศึกษางานศพแบบพุทธ ๑๘.๐๐-๒๐.๐๐ น. รายการบำเพ็ญธรรมภาคค่ำ โดยส.ถ่องแท้ วินยธโร, ส.ดินทอง นครวโร, สม.กล้าข้ามฝัน อโศกตระกูล ดำเนินรายการโดย ส.ฟ้าไท สมชาติโก.....ได้สนทนาธรรมกันในเรื่องของ ปฏิจจสมุปบาทและเรื่องอาหาร ๔ ซึ่งแต่ละรูปล้วนมีประสบการณ์ในการละละกิเลส มาเล่าให้ฟังทำให้บรรยากาศการฟังธรรมเป็นไปอย่างรื่นเริงในธรรม วันจันทร์ที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๕ วันที่สี่ของการบำเพ็ญคุณ ๐๓.๓๐-๐๖.๓๐ น. รายการทำวัตรเช้าและฟังธรรม โดยส.เดินดิน ติกขวีโร นำสวดมนต์ทำวัตรเช้า และพาตั้งจิตอธิษฐาน ในการพัฒนากายกรรม-วจีกรรม-มโนกรรม ให้ดียิ่งๆขึ้น จากนั้นเป็นการแสดงธรรมโดย ส.เดินดิน ติกขวีโรและส.บินบน ถิรจิตโต ได้มาให้สัมมาทิฏฐิ ในเรื่องของบัณฑิตว.บบบ.ที่ได้มาสอบแล้วมีเครื่องวัดผลอยู่ ๔ แบบคือ ๑. ถ้าเป็นปุถุชนเมื่อสอบไม่ได้จะรู้สึกว่าจิตตก รับไม่ได้ ไม่ชอบใจไม่พอใจศรัทธาลดลงเพราะตั้งภพไว้ว่าจะสอบได้ ก็จะได้รับตะปูตรึงใจกลับไป จะมองเพ่งโทสคนอื่น จะไม่มีกำลังที่จะเพ่งมองตนเอง ๒. ถ้าเป็นพระโสดาบัน ยังมีโลกธรรม ถ้าสอบไม่ได้ก็รู้สึกเสียหน้า อาจไม่โวยวายไม่ปริปากที่นี่แต่อาจกลับไปบ่นที่บ้านได้ เพราะยังทุกข์อยู่มาก แต่ก็ยังเป็นอาริยะอยู่ แต่ยังรู้สึกว่าอย่างเราก็น่าจะได้นะ ๓. ฐานสกิทาคามีก็จะอ่านรู้ใจตนเอง และต้องต่อสู้ จะแสดงความเสียใจเมื่อไม่ได้บ้าง แต่ไม่แสดงออกมากนัก แต่ก็ยังทุกข์อยู่ยังต้องต่อสู้อยู่พอสมควร ๔. อนาคามี ก็ยิ่งอนุโมทนากับทุกคน อาจมีพลิ้วแผ่วในใจ แต่จะไม่แสดงออกภายนอก ไม่มีใครจับรู้อาการได้ ถ้าเราทำใจได้สบายได้แม้ก่อนและหลังการสอบ ก็จะยิ่งดี ก็เป็นการบอกข้อสอบก่อนเข้าสอบ ๐๖.๓๐-๐๗.๓๐ น. เป็นการทำบุญตักบาตรส่งท้ายปีเก่า มีนักบวช ประมาณ ๖๐ รูปออกบิณฑบาต ตามพุทธประเพณี ๐๗.๓๐-๐๙.๐๐ น. หลังใส่บาตร นิสิตว.บบบ.เกือบทุกกลุ่มก็มาลงฐานงานเดียวกันที่ใต้เฮือนศูนย์คือฐานงานพับถุงปุ๋ย ทำให้งานสำเร็จลงอย่างดีเพราะนิสิตต่างมีความพร้อมไม่ทำตามภพตนเอง แต่พร้อมให้ความร่วมมือหมู่กลุ่มในการทำงานตามแต่หมู่จะเห็นสมควร ได้เห็นความพร้อมเพรียงเป็นระเบียบเรียบร้อยสมกับเป็นนักศึกษาขั้นโลกุตรธรรม ๑๓.๐๐-๑๖.๐๐ น. การบำเพ็ญคุณภาคบ่าย บรรยากาศยังคงคึกคักกระตือรือร้น ในบ่ายวันนี้ฐานงานที่เร่งรัดที่สุดคือฐานซ่อมเรือ เพราะต้องนำเรือทั้งหมดลงน้ำเพื่อทดสอบให้ได้ในวันนี้ เพื่อให้ทันธรรมยาตราฯในวันพรุ่งนี้ ซึ่งก็มีอุปสรรคหลายอย่างเช่นกว๊านลากเรือเสีย สุดท้ายต้องใช้แรงคนในการลากจูงเรือ และใช้รถแบ็คโฮลช่วยย้ายเรือ มีอุบัติเหตุเกิดขณะนำเรือย่านซัวลงน้ำเรือเกิดเอียงเกือบล้ม แต่ทีมงานก็แก้สถานการณ์ได้ และสามารถนำเรือลงน้ำได้สำเร็จ การธรรมยาตรานาวาบุญนิยมครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๒ ครั้งนี้เรือที่เพิ่มเติมขึ้นมาในการธรรมยาตรามีเรือเอี้ยมจุ๊นอีก ๓ ลำ ชื่อ เรือพกข่วมโอฆะ เรือชนะมาร และเรือย่านซัว ซึ่งทีมงานที่จะบูรณะซ่อมแซมเรือก็มีท่านสมณะและทีมช่างที่เป็นฆราวาสเป็นหลัก มีญาติธรรมและคนงานมาช่วยเสริม ความยากของการทำงานอยู่ที่สภาพของเรือที่ส่วนใหญ่อยู่ในสภาพดีประมาณ ๕๐-๖๐ % ทางทีมงานจะต้องซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพใกล้เคียงของเดิมเพื่อให้ใช้งานได้นานหลายสิบปีหรืออาจถึงร้อยปีเลยทีเดียว และยังมีการปรับปรุงเรือให้มีพื้นและหลังคาเป็นโครงเหล็กที่ต้องอาศัยทีมงานจากวิทยาลัยอาชีวะศึกษาสัมมาสิกขาวิชชาราม สำหรับเรือนำขบวนคือ เรือฉลาดใช้และไฉไลสันติ ก็ได้ปรับปรุงเรื่องหางเสือ ทาสีใหม่ ติดสติ๊กเกอร์ลายไทยและชื่อเรือใหม่ และยังมีหลังคาที่คลุมผ้าใบกันแดดให้อีกด้วย ส่วนสำคัญในการขนเรือลงและขึ้นจากน้ำคือ “สาลี่” สำหรับบรรทุกเรือ ซึ่งต้องทำการซ่อมและสร้างขึ้นมาใหม่ ด้วยน้ำพักนักแรงของผู้เสียสละทุ่มเททั้งสมณะและศิษย์เก่าสัมมาสิกขา สาลี่ ก็เสร็จทันบรรทุกเรือลงแม่น้ำมูลได้ทันเวลา เรือที่จะใช้ลากจูงเรือเอี้ยมจุ๊นทั้งสามลำคือเรือ “ชราชล” นั้นก็ได้รับการดูแลเครื่องยนต์โดยญาติธรรมและศิษย์เก่าสัมมาสิกขาทีมช่างผู้ชำนาญการ สำหรับเรือท้องแบนและเรือเล็กที่จะเป็นองค์ประกอบ ก็ได้อาศัยคุรุและนร.สัมมาสิกขาจากสันติอโศกช่วยจัดเตรียมกันก่อนงาน เป็นการศึกษาแบบบูรณาการอย่างหนึ่ง ในส่วนการเตรียมพื้นที่สำหรับเดินไปขึ้น-ลงเรือก็ใช้เครื่องกลหนักทั้งรถไถและรถแบ็คโฮลช่วยจัดการพื้นที่ อีกทั้งยังมีผักตบชวาที่มาขวางทางออกของเรือก็ได้ระดมกำลังของนร.ที่เข้าค่าย ยอส.ช่วยนำผักตบชวาไปทำปุ๋ยต่อไป ๑๘.๐๐-๒๐.๐๐ น. รายการบำเพ็ญธรรมภาคค่ำ ที่ลานเบิ่งฟ้า ซึ่งถูกเนรมิตเป็นสถานที่แสดงธรรม มี เรือลำกกแฮก เป็นเวทีแสดงธรรมของพ่อครู และมีนักบวชและนิสิตว.บบบ.ฟังธรรมอยู่ใต้เต็นท์ใหญ่สีขาวที่กางได้สำเร็จด้วยเรี่ยวแรงของชาวเรา รายการนี้พ่อครูซึ่งทุเลาลงจากอาการเป็นหวัดสามารถมาแสดงธรรมได้ ซึ่งน้ำเสียงพ่อท่านวันนี้ก็มีเสียงแหบแห้งยังไม่หายจากอาการเป็นหวัดอย่างเต็มที่ พ่อครูได้เทศนาเนื้อหาธรรมะอย่างลึกซึ้งละเอียดลออ ในปฏิจจสมุปบาท และมีเนื้อหาหัวข้อที่เน้นหนักคือเรื่องของอาหาร ๔ โดยเฉพาะในเรื่องของกวฬิงการาหาร วันอังคารที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๖ วันแรกของการบำเพ็ญธรรม ๐๓.๐๐-๐๖.๓๐ น. รายการธรรมะรับต้อนรับปีใหม่ ที่ใต้เฮือนศูนย์สูญ แสดงธรรมโดยพ่อครูสมณะโพธิรักษ์....ได้สาธยายต่อในเรื่องของอาหาร ๔ กวฬิงการาหาร พ่อครูได้อธิบายให้ง่ายในการปฏิบัติคือ อาหารในขณะเราหยิบเข้าปากก็ผ่านรูปไปแล้ว ถ้าจะลดการติดรูป ก็ลองตักใส่ปาก สัมผัสรส แล้วเคี้ยวแล้วก็คายออกมามันจะน่ากินอยู่ไหม รูปมันยังไง กลิ่นมันยังไง อาหารเราอยู่ในปากเราแท้ๆ คายออกมาเรายังรู้สึกไม่ชอบ คายใส่ช้อนเมื่อเคี้ยวแหลกแล้ว มันก็คืออาการที่เราเคี้ยวอยู่ อาหารมันไม่รู้สึกอะไร คุณไปสมมุติมันทั้งนั้น คุณทำมันเองแล้วก็รู้สึกเอง เคี้ยวอร่อยอยู่แท้ๆ คายออกมา ถ้าคุณไม่ผลักไม่ดูด คุณก็ไม่รู้สึกอะไร จะเห็นรูปมันไม่เที่ยง แต่อารมณ์เราชอบไม่ชอบ เปลี่ยนไม่เปลี่ยน ศึกษาเวทนาในเวทนา ศึกษา จิตในจิต คือ เจโตปริยญาณ ๑๖ (พ่อท่านหยุดไปอยู่ ๓ ที) เมื่อเราคายออกมาก็รู้ ไม่ชอบก็คือโทสะ เคี้ยวอยู่รู้สึกชอบก็ราคะ คายออกมาแล้ว เอาใส่ไปใหม่ จะเป็นราคะหรือโทสะ จนกว่าคุณจะอุเบกขา แต่ทีนี้เวลาปฏิบัติอย่าไปมองของใคร ปฏิบัติของใครก็ของใคร สำหรับกวฬิงการาหารให้กำหนดรู้ใน กามคุณ๕ ผัสสาหาร เปรียบประดุจโคไม่มีหนัง ให้กำหนดรู้ในเวทนา มโนสัญเจตนาหาร เปรียบประดุจบุรุษถูกจับโยนลงหลุมถ่านเพลิงให้กำหนดรู้ในตัณหา ๓ วิญญาณหาร เปรียบประดุจนักโทษถูกลงโทษโดยให้ทิ่มแทงด้วยหอก ให้กำหนดรู้ในนาม-รูป ๐๖.๓๐ น. การทำบุญตักบาตรต้อนรับปีใหม่ ๒๕๕๖ ๐๙.๐๐-๑๐.๐๐ น. รายการบำเพ็ญธรรมก่อนฉัน แสดงธรรมให้พรปีใหม่โดย สภาคณาจารย์ ว.บบบ. โดยมี ส.เดินดิน ติกขวีโร(วิชญาธิบดี)ดำเนินรายการ มีผู้แสดงธรรมคือ, สม.ผาแก้ว ชาวหินฟ้า, สม.พูนเพียร ชาวหินฟ้า, สม.กล้าข้ามฝัน อโศกตระกูล, สม.รินฟ้า นิยมพุทธ, สม.จินดา ตั้งเผ่า, ส.แก่นหล้า วัฑฒโน, ส.มือมั่น ปูรณกโณ, ส.ดวงดี ฐิตปุญโญ, ส.กอบชัย ธัมมาวุโธ, ส.ถ่องแท้ วินยธโร, ส.ผืนฟ้า อนุตตโร, ส.ดินดี สันตจิตโต(วิชชาธิบดี) ๑๒.๐๐-๑๔.๐๐ น. เป็นรายการพบปะสนทนาธรรมกับสมณะสิกขมาตุประจำกลุ่ม ซึ่งทำให้บรรยากาศใต้เฮือนศูนย์ฯและบริเวณรอบๆ คึกคักด้วยการสนทนาธรรมอันเป็นการเติมเต็มให้สัมมาทิฏฐิด้วยการปรโตโฆษะและโยนิโสมนสิการ ๑๕.๐๐-๑๘.๐๐ น. ธรรมยาตรานาวาบุญนิยม ครั้งที่สอง ณ ลำน้ำแม่มูล ในเวลา ๑๕.๐๐ น.เหล่านิสิตว.บบบ.ตั้งแถวเพื่อเดินธรรมยาตรา ไปลงเรือที่ท่าน้ำใกล้ลานเบิ่งฟ้า มีท่านสมณะเดินธรรมยาตราด้วยความสงบเย็นนำหน้าขบวนแถวของนิสิตว.บบบ.ที่ต่างย่างก้าวด้วยความสงบรำงับ มีอาการอันน่าเลื่อมใสของนักปฏิบัติธรรมที่ได้รับการฝึกฝนอบรมก่อนเดินเป็นอย่างดี โดยเดินจากเฮือนศูนย์สูญ ไปที่ลานเบิ่งฟ้า และได้ทยอยกันเดินขึ้นเรือด้วยความเรียบร้อย ในเวลาประมาณ ๑๕.๕๐ น.ขบวนเรือธรรมยาตรานาวาบุญนิยมก็ได้เคลื่อนขบวน นำด้วยเรือฉลาดใช้ที่มีสิกขมาตุจำนวน ๙ รูปโดยสารอยู่ ตามด้วยเรือไฉไลสันติ ที่มีพ่อครูพร้อมทั้งหมู่สมณะจำนวน ๖๑ รูปโดยสารอยู่ ต่อจากเรือไฉไลสันติก็ตามด้วยเรือชราชล ซึ่งเป็นเรือลากจูงเรือเอี้ยมจุ๊นทั้งสามลำตามลำดับ ซึ่งประกอบด้วย เรือชนะมาร เรือย่านซัวและเรือพกข่วมโอฆะ ที่มีเหล่านิสิตว.บบบ.ไม่ต่ำว่า ๗๐๐ คนโดยสารอยู่ ขบวนทั้งหมดจะมีเรือท้องแบนจำนวน ๒๓ ลำจัดขบวนเป็นสองแถวขนาบซ้ายขวาของขวนเรือหลัก ในตอนเริ่มออกเรือนั้นมีอุปสรรคเล็กน้อยคือท้องเรือไฉไลสันติไปติดสันดอนต้องใช้เวลาสักครู่ใหญ่จึงสามารถเดินเรือได้ ขบวนเรือธรรมยาตราได้เดินทางทวนกระแสลำน้ำแม่มูลไปทางทิศตะวันตก ขณะที่แสงแดดในยามบ่ายนั้นเริ่มลดความร้อนแรงลง โดยทีม FMTV ได้ถ่ายทอดสดตลอดรายการตั้งแต่เริ่มต้นจนจบงาน จนเมื่อถึงเวลาประมาณ ๑๖.๓๙ น. พ่อครูได้นำสวดมนต์สั้นๆ และให้โอวาทถึงการธรรมยาตรานาวาบุญนิยมว
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive