231101 ท่านโพธิรักษ์สนทนากับท่านพุทธทาส.docx
เนื้อหาในไฟล์
231101 ท่านโพธิรักษ์สนทนากับท่านพุทธทาส ณ สวนโมกขพลาราม
ท่านโพธิรักษ์ สนทนากับ ท่านพุทธทาส ณ สวนโมกขพลาราม อ.ไชยา จ. สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2523
ท่านพุทธทาส : แล้วนี่ ตั้งใจจะมาพักที่นี่เหรอ ท่านโพธิรักษ์ : ครับ ก็ตั้งใจจะมาพักสักวันสองวัน ท่านพุทธทาส : แล้วไม่กลับไปหลังสวนอีกเหรอ ท่านโพธิรักษ์ : ไม่กลับ ท่านพุทธทาส : ที่หลังสวนมีกฐินวัดที่เจ้าคณะจังหวัด แล้วก็คุณหมอนี่อยู่หลัง สวนเหรอ ท่านโพธิรักษ์ : บ้านเขาอยู่ที่นี่ ท่านพุทธทาส : เสร็จแล้วก็ไปอยู่กรุงเทพฯ ท่านโพธิรักษ์ : ไปเรียน ไปศึกษาเสร็จแล้วก็อยู่ที่กรุงเทพฯ ท่านพุทธทาส : ไปเรื่องเด็กผู้หญิง เรื่องเด็กกำพร้า ท่านโพธิรักษ์ : หมออยู่โรงพยาบาลราชวิถี นี่เป็นหมอฟันน่ะ ท่านพุทธทาส : นึกว่าเป็นพยาบาลเลี้ยงเด็กกำพร้า ท่านโพธิรักษ์ : ไม่ใช่ เป็นโรงพยาบาลหญิง แล้วมาเปลี่ยนชื่อเป็นโรงพยาบาล ราชวิถี ท่านพุทธทาส : คุณเคยอยู่หลังสวนเหรอ หมอชุติมา : คุณพ่อ คุณแม่พื้นเพอยู่ที่นี่ค่ะ ท่านพุทธทาส : เป็นหมอ มีโอกาสเผยแผ่ธรรมะได้มาก ต้องตั้งใจ มีโอกาสเผย แผ่ธรรมะ ยิ่งคนไข้ไม่สบาย ยิ่งพูดง่าย ช่วยกัน ต่อหางหมา การศึกษามันไม่สมบูรณ์ หางมันด้วน ยอดมันด้วน แม้แต่สุนัขมันต้องการความอุ่นใจ ต้องการที่พึ่ง มันมานั่งใกล้ๆเรานี่ มันสบายใจ มันอุ่นใจว่าปลอดภัย มันมาหาบ่อยๆ มันรู้สึกปลอดภัย มันจึงมาหาบ่อยๆ มันไม่ได้รักเรา หรืออะไรละ มันเห็นว่าเราคุ้ม ครอง มันสบายใจ เราอยู่ตรงนี้ รู้สึกปลอดภัย เราออกไป มันก็ต้องต่อสู้ มันก็ พร้อมที่จะต่อสู้ ถาม : ควรให้มันเลี้ยงตัวเองดีกว่า ท่านพุทธทาส : เออ ถูกแล้ว เราไม่ได้ทำอะไร เราปล่อยไปตามธรรมชาติแล้ว มันจะเป็นของมันเอง มันมาที่นี่ มันคงจะเป็น
อ่านต่อ
สุข มันก็มาบ่อยๆ โดยสัญชาตญาณ มันต้องการความปลอดภัย มันมั่นใจ แน่ใจว่าปลอดภัย นี่คุณจะกลับไปหลังสวน หรือคุณจะมาพักที่นี่ หมอชุติมา : คิดว่าจะพักสัก 3-4 วัน ท่านพุทธทาส : ที่พัก มันตามบุญ ตามกรรมหน่อย พักกันได้ไหม ท่านโพธิรักษ์ : เพียงอนุญาตให้พักเท่านั้น พวกเราคงไม่มีปัญหา ท่านพุทธทาส : ถ้าอย่างนั้น ก็ต้องมีที่ไว้ ถ้าฝนตก ถ้าฝนไม่ตก ก็ไม่มีปัญหา ถ้าฝนตกก็ต้องมีที่รอบๆสวน ท่านโพธิรักษ์ : ตั้งแต่คราวโน้น ถนนไม่ค่อยดี ท่านพุทธทาส : ถนนจะดีขึ้นปีสองปี ถนนทางหลวงแผ่นดินอีก 2 ปี จะดี มันเป็นทางของหลวง เขาทำเป็นซีกก่อน เขาจะทำเป็นซีกๆ ถ้าเกิดเป็นทางหลวงเอเชียเมื่อไหร่ การเดินทางมันผ่านบ้าง คุณเป็นหมอฟัน ตัวเล็กๆอะไรอย่างนั้นมาถอนฟัน หมอชุติมา : ทำตามเทคนิค ท่านพุทธทาส : เทคโนโลยีเป็นวิธี ทำให้เราพูดเป็นหลัก วิธีทั้งในด้านวิธี ก็ ทำเป็นวิธี อาตมาจะไปถอนที่โรงพยาบาล เขาต้องใช้แรงมาก ผู้ชายใช้แรงมาก เขาใช้ปิดคลอน หมอชุติมา : ความจริง ครั้งแรกเราก็ไม่มีแรง แต่ใช้บ่อยๆ ก็จะมี ต้องรู้วิธี ท่านพุทธทาส : รู้วิธี รู้เคล็ด ต้องทำให้คลากเสียก่อนน่ะ ให้คลาก ให้เคลื่อน หมอชุติมา : ที่ตัวฟันมันแข็ง แต่ตัวเอ็นมันยืดได้ ทำให้มันยืดแล้วค่อยดึง ท่านพุทธทาส : ทำให้คลาก เสียการพลิกของมัน มันเป็นเรื่องน่ากลัว ไอ้การ ถอนฟัน ทำหน้าที่แต่หมอฟัน หมอชุติมา : ยังมีหน้าที่อื่นอีก ท่านพุทธทาส : หมอยา หมอคนไข้ที่จะตาย ทำให้เขาเข้าใจธรรมะได้ง่าย หมอนี่ ทำให้คนรอดตายมาก มันมีปัญหาว่าคนมากเกินไป เพราะฉะนั้นหมอนี่ ควรช่วยให้คนมีธรรมะ ถ้าคนมีธรรมะแล้ว มากก็ไม่เป็นไร อยู่กันได้ ถ้าคนมีธรรมะ อยู่กันมากก็อยู่กันได้ ถ้ามันไม่มีธรรมะแล้ว มันอยู่กันยาก มันเป็น ปัญหาเกี่ยวกับคนมาก เขาไม่แก้ปัญหาไปในทางให้คนมีธรรมะ เขาแก้ปัญหาไอ้ทางคุมกำเนิด แต่ปัญหาส่วนมากนี่ ไม่ใช่ คนผิดศีลธรรมมากๆ คนดีๆ มันก็ไม่เป็นไร หมอทำให้คนตายน้อย คนมาก หมอก็ต้องรับภาระอย่างนี้ แก้ปัญหาที่ เกิดขึ้น เพราะคนมาก หมอชุติมา : ความจริง หมอก็ยังช่วยตัวเองไม่ได้น่ะ ท่านพุทธทาส : นั่นหมอขี้เกียจ ต้องเรียน ต้องศึกษาอบรม ช่วยตัวเองให้ได้ หมอชุติมา : ผลสุดท้าย พระพุทธเจ้าก็ช่วยไม่ได้ ท่านพุทธทาส : เป็นหมอ ก็เป็นลูกศิษย์ของพระพุทธเจ้า สัพพโลกกิตติโก ความจริง พระพุทธเจ้าเรียกตนเองว่าวิตโก หมอผ่าตัด อวิภัสโก หมอผ่าตัด นอกนั้นก็เอหิปัสสิโก นอกนั้นก็หมอยา สัพพโลกกิตติโก เป็นเอหิปัสสิโก เป็น ของโลกทั้งปวง อ๋อ นี่ คุณมาจากใต้ ตอบ : จะขึ้นไปกรุงเทพฯ พอดีหลวงพี่ท่านไปเยอะ ผมติดตามท่านไป ท่านพุทธทาส : ต้องการพักที่นี่ เวลาน้อยมาก ต้องรีบไปดู ถาม : แน่ใจปีนี้คงเขียนหนังสือได้มาก ท่านพุทธทาส : คงเขียนไปอีก 20 ปี เขียนไปได้ มันอยู่ในเท็ป เขาก็เอา ไปคัดออก ไม่ได้มีโอกาสตรวจ เขาก็พิมพ์ ถาม : ท่านสุขภาพดีอยู่เหรอ ท่านพุทธทาส : มันดูสบาย แข็งแรง อยู่ดี แต่ไม่มีแรง ไม่มีแรงจะเขียน ก็ได้ แต่อ่าน ไม่ค่อยยุ่ง มันเขียนไม่ค่อยได้ คนนอกเขาก็เอาไปพิมพ์ ถ้าเป็นเรื่องสำคัญมาก ถ้าเรื่องสำคัญมากก็พอตรวจได้ ถ้ามันมาก ก็ตรวจไม่ไหว มันแฉะอยู่ เขาก็รอไม่ได้ เขาก็พิมพ์ คณะผู้หญิงอยู่ที่พระโขนง เอาไปถอดเท็ป เขาก็ทำได้ เท่าที่ความสามารถ ท่านโพธิรักษ์ : พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ มีแล้ว มีคนซื้อไปถวาย 50 กว่าเรื่อง ท่านพุทธทาส : ครั้งหลังเล่า ท่านโพธิรักษ์ : ครั้งหลังอีกร้อยกว่าเรื่อง ท่านพุทธทาส : เรารู้จักพระพุทธเจ้าด้วยหนังสือเล่มนั้น ท่านโพธิรักษ์ : ผมเอง ผมมีโอกาสอยู่มีความคิดว่า สำหรับหนังสือพุทธประวัติ จากพระโอษฐ์ก็ดี หรือขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์ก็ดี เป็นไปได้นะ ผมคิดว่าผมจะพิมพ์ย่อเหมือนกับคัมภีร์ของศาสนาคริสต์ มันมีทุกมุมเหมือนคัมภีร์ของศาสนาคริสต์เขา และผมก็ขอเรียนบอกทางไว้เสียก่อน จะทำเช่นนั้น ท่านพุทธทาส : อีกนาน มูลนิธิของเราไม่สงวน พิมพ์แจก ใช้กระดาษอย่างที่ เขาพิมพ์ดิกชันนารีบางอย่างที่โรงพิมพ์ ท่านโพธิรักษ์ : แล้วเราก็ย่อมัน ไม่ยากเลยนี่ สมัยนี้การพิมพ์...อะไรต่ออะไร พวกนี้นี่เรียงไว้แล้ว ท่านพุทธทาส : ย่อขนาดลงมา เป็นขนาดบางๆ ดูเหมือนมันจะเหลือเท่านี้ ท่านโพธิรักษ์ : ได้สบาย ท่านพุทธทาส : หนังสือที่น่าจะทำอย่างนี้ คือเรื่อง อาริยสัจจากพระโอษฐ์ มัน เป็นธรรมะ มันเป็นธรรมะออกจากพระโอษฐ์ มันเป็นพุทธประวัติเป็นส่วนมาก ท่านโพธิรักษ์ : มันได้มากเป็นอย่างนี้ๆ ท่านพุทธทาส : ทำหนังสือมันมีรายละเอียด ก็เท่านั้นไม่พอ ต้องเพิ่ม ตอนนี้ก็ ต้องรักษาสุขภาพเท่าที่ร่างกายจะอำนวย บอกว่ามันหนัก ประจำตัวคน หนังสือพระไตรปิฎก นั่นเป็นอย่างไร ฉบับประชาชน ที่เคยเห็น ท่านโพธิรักษ์ : เขาก็ย่อมาแล้ว เขาก็ตัดต่อมา ผมเห็นว่าก็พอใช้ได้ขนาดหนึ่ง ท่านพุทธทาส : คัมภีร์ไบเบิ้ลต้องพิมพ์ด้วยกระดาษอย่างนั้น ฉบับหนากว่านี้ ท่านโพธิรักษ์ : ย่อมา ท่านพุทธทาส : ไม่ย่อ เขาไม่ยอมเสียเวลา ท่านโพธิรักษ์ : ต่อไปความเดือดร้อนของชีวิตจะมาก ตอนนี้ มันก็เดือดร้อน มันก็ยังไม่เข้าใจ เงินอยู่ในกระเป๋า ท่านพุทธทาส : ศีลธรรมกลับมา แต่ก่อนศาสนาจะหมด เพราะคอมมิวนิสต์ ท่านโพธิรักษ์ : ถ้าเผื่อว่า เราทำไม่ทันก็... ท่านพุทธทาส : นั่นแหละเห็นว่ามันเป็นเรื่องร้ายกาจ อันตราย ประชาชนไม่มี ธรรมะ ไม่มีศาสนา เพื่อจะต่อต้านคอมมิวนิสต์ คอมมิวนิสต์มา ไม่มีอะไรช่วยเหลือ มีศาสนากับธรรมะ ถ้าคอมมิวนิสต์มา คอมมิวนิสต์นั่นแหละจะหมด ธรรมะในศาสนาเหมือนตัวยาฆ่าแมลงที่โรยไว้ ถ้าแมลงเข้ามา มันก็ตายเอง ศาสนาจะหมดก็โดยพุทธบริษัท ฉะนั้นก็ขอให้พุทธบริษัทตื่นตัวตื่นใจให้ช่วยกันประคับประคองให้ศีลธรรมกลับคืนมา ท่านโพธิรักษ์ : แต่ก็คงจะมีบ้าง ต่อไปจะทำหนังสือแสงสูญ ท่านพุทธทาส : ผมชอบปาฐกถา พญาอินทรีย์ มันยังลับอยู่ มันยังไม่มีใครได้ อ่าน ตอนนั้นผมอยู่กรุงเทพฯ ต่อมาผมก็ไปที่บ้าน... แกมองเห็นแล้ว การศึกษามันต้องใส่ศีลธรรมลงไป เดี๋ยวนี้การศึกษาเพียงรู้หนังสือเป็นอาชีพ พุทธบัญญัติ ความหมายการศึกษาไปในทิศทาง… การศึกษาคือการใส่ศีลธรรมให้ตนเอง หัว กระโหลกของประชาชน เด็กๆอนุบาลควรจะได้รับการศึกษาอย่างถูกต้อง รู้หนังสือเร็วเกินไป ฉลาด แต่ไม่มีศีลธรรม ไม่ได้นำไปในแนวของศีลธรรม ท่านโพธิรักษ์ : ผมก็พยายามใช้คำว่าจอมโจรบัณฑิต คนเรามันอย่างว่า ไอ้โจรธรรมดา มันไม่น่ากลัวเท่าไหร่ ท่านพุทธทาส : เดี๋ยวนี้มันก็อยู่ในสภาพอย่างนั้น ไอ้คนฉลาดน่ะ เป็นคนโกง เขาเรียกว่า โกงกันอย่างมิจฉา เคยอ่านจดหมายพระราชหัตถเลขาฉบับหนึ่ง ที่ท่านเขียนไว้ในรัชกาลที่ 5 มีถึงสมเด็จเจ้าพระยาสยาม ให้ช่วยกันตั้งการศึกษาแผนใหม่ เพราะฉะนั้นท่านเห็นว่าจำเป็นต้องจัด ขอร้องขึ้นแบบให้เจ้าพระยาช่วยจัด ท่านก็บอกว่าต่อไปนี้ มันจะโกงกันอย่างมิจฉา สำหรับการศึกษาแบบใหม่ มันจะโกงกันอย่างมิจฉาเพราะมันฉลาดกว่าแต่ก่อน แต่ก่อนมันโกงได้อย่างมิจฉา ทำอะไรก็ เรียนกันอย่างเฉลียวฉลาด มันไม่โกงกัน อย่างผลมันก็คือ สมัยนี้ๆมันโกงกันอย่างมิจฉา ฉลาด แต่ไปใช้ในทางผิด ท่านโพธิรักษ์ : มีภูมิธรรม ไม่มีความจริงใจ ไม่มีการมองเห็นสัจธรรม ไม่มอง เห็นความดี คือ ... เขาลด ไม่เห็น เขาล่ะ ไม่เป็น ท่านพุทธทาส : มันเห็นแก่ตัว ศาสนามันต้องทำลายความเห็นแก่ตัว นี่เขา เรียนมาเพื่อเห็นแก่ตัว คือเรียนอาชีพ คือเรียนมาเพื่อเห็นแก่ตัว ต้องเอาศาสนาไปคุมไว้ อย่าให้เห็นแก่ตัว มันไม่มี เขาไม่สอน นี่ หลักสูตรที่ออกมาใหม่ๆ นี่ สะเปะสะปะ เอะอะกัน ยังตกลงเถียงว่าจะเอาอย่างโร มันก็เลย มันเลิกไม่ได้ ปล่อยกันไป ท่านโพธิรักษ์ : ควรใช้ภาษาให้เป็นภาคปฏิบัติ โดยส่วนตัว ท่านพุทธทาส : เพราะว่าไอ้นั่นมันเป็นคำพูดของพวกฝรั่ง แล้วก็ไม่มีใครทำใน โลก ก็เป็นอย่างนี้ ถือว่าศาสนาเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่มีการบังคับ ใครศึกษาก็ไปหาเอา ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายเจ้าหน้าที่เขาไม่สน นี่ดีนะช่วยตะโกนบอกให้ประชาชนเขารู้ถึงความจำเป็นทางศีลธรรม ที่เชียงใหม่หาที่ปฏิบัติธรรม ทางอีสานรู้สึกว่าจะทำ ท่านโพธิรักษ์ : ทางฝ่ายนักศึกษาก็กระทำอยู่ บางอย่างก็ทำได้ ท่านพุทธทาส : ผมไม่ทราบ ที่กระทำอยู่ ทางฝ่ายภาคอีสานน่ะเขาทำได้ เท่าที่ผมว่าทุกวันนี้ เราต้องบอกเขาว่า ไอ้ที่มันไม่มีศีลธรรมน่ะ เป็นคนจน นอกจาก คนจนแล้ว เขาไม่มีศีลธรรม เพราะมันไม่มีศีลธรรมกัน จึงเกิดลัทธิคอมมิวนิสต์มันควรจะแก้ไขตอนนี้ ถ้าเอาตามแบบเดิม ก็ไม่มีช่องอื่นที่จะเกิด ให้มันมีศีลธรรม มันเกิดมายากจน เพราะฉะนั้นเอาศีลธรรมเข้ามา พุทธต้องเย็น ทำให้เกิดระลึกขึ้น ลุกขึ้นมาเพื่อจะต่อสู้ เราก็มาทะเลาะกันเองภายใน ให้ทุกศาสนารวมกันต่อสู้อันตรายของโลก ศาสนาของพวกกรรมสิทธิ์ทั้งหลายนั้น ตรงกันข้ามกับพระศาสดา นั่น มันชอบรบ พวกปาเลสไตน์ อิรัก อิหร่าน พวกนี้มีความดุ โหดร้าย ศาสนาที่ไม่ฆ่าสัตว์ เห็นว่าเป็นบาปนี่ บาทหลวงในประเทศอื่นนั้น มัน จับปืนยิงนก ในเมืองไทย บาทหลวงตัวขาวๆ จับปืนยิงนก ถ้าอย่างนั้นไม่บาป ฆ่าสัตว์มันไม่บาป ครอบคลุมนิสัย การฆ่าโดยง่าย โดยไร้ศีลธรรม การฆ่าโดยง่าย โดยเป็นจริง ฆ่าเขามันเป็นบาป ในระหว่างศาสนาของพุทธนี้ ห้ามไม่ให้ฆ่า ศาสนาคริสต์เตียน หรือคริสต์ตัง ก็แล้วแต่ ศาสนาในอินเดียมีเครื่องมือจับปลาอย่างดี ศาสนาในอินเดีย การฆ่าเขาได้บุญ เขาได้บุญเสียอีก ศาสนาอิสลาม เขาฆ่าควาย เขาได้บุญ เขาถือว่าได้โปรดควาย ถือว่าควายได้เปลี่ยนชีวิต และวิญญาณของควายนั้น จะเป็นสะพานเชื่อมมนุษยชาติ เขาถือว่าฆ่าควายได้บุญ มีการประสานกันระหว่างศาสนา ปัญหาที่เราประสานกันได้นี้ เพราะว่าเราเลือก ทำการที่ให้มันเข้ากันได้ ท่านโพธิรักษ์ : ทำแกนร่วมหลักๆนี่ ท่านพุทธทาส : ร่วมกันได้ แล้วให้มันเข้ากันได้ มันก็ไม่มีทางที่จะเข้ากันได้ ท่านโพธิรักษ์ : นั่นปลีกย่อยครับ ไม่ศึกษาคนนั้นก็เข้าไม่ได้ ท่านพุทธทาส : ถ้าเรากลั่นแกล้ง จะเอาแต่ที่มันขัดขวางกัน ทำอย่างไรเราจะไม่ ให้ฆ่ากันได้ มันก็ไม่มีทางที่จะเข้ากันได้ เขาจะยืนยัน แม้แต่ขนบธรรมเนียมแม้แต่ประเพณี ซึ่งไม่ใช่ศาสนา จะอาศัยศาสนายัดไป ในศาสนาเอาไปบ้างแล้ว ที่มันมีดีของท่าน มันปลีกย่อย พูดกันมาก ยังต้องพูดกันอีกมาก อื่นๆ แล้วแต่ ศาสนาอิสลาม ทอง พาไปดูเรือนพักผู้ชาย 3 เดือนได้ยินเสียงที กระผมอยู่เพิงล่าง ไม่ใช่ฤดูฝน... รู้สึกเหนื่อยเหมือนกัน... เอ้า พา ท่านโพธิรักษ์ กับคณะไปพัก ที่เรือนพัก ไปส่งผู้หญิงก่อน หรือให้ใครพาไป ให้ไปดูความเรียบร้อย พักข้างบน และข้างล่าง ฆราวาสพักข้างล่าง ขึ้นบันไดไหวไหม ขึ้นไปชั้นบนน่ะ... ท่านโพธิรักษ์ : หมอเท่านั้น อายุน้อยกว่าเพื่อน... ท่านพุทธทาส : ขึ้นบันได พักชั้นบนน้อยคน ไก่ เอ้า ขัน 10 ตัว นอนอยู่นั่น ตี 2 ขัน ตี 4 ขัน หัวค่ำก็ขัน… จะมีธุระอะไรกัน เชิญนั่ง ผู้มาเยือน : ผ่านมาก็มากราบนมัสการท่าน ฟังวิทยุเช้าๆวันอาทิตย์ ท่านพุทธทาส : เดือนละครั้ง ผู้มาเยือน : เอาละครับ พรุ่งนี้ครับ ท่านพุทธทาส : จะเลยไปไหน ไปสุราษฎร์ ผู้มาเยือน : จะไปสุราษฏร์ ท่านพุทธทาส : ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ 30 นาที ผู้มาเยือน : มีปัญหา พระใบ้หวย ท่านพุทธทาส : ก็ประชาชนอยากไปหา ไม่รู้ว่าใครจะไปมีอำนาจห้ามได้ ประชาชนอยากไปเอา ผู้มาเยือน : สื่อสารมวลชนอาจจะมีส่วน... ท่านพุทธทาส : สื่อมวลชน ไปเก็บข่าวเอามาขายกิน มันต้องมีของเราเอง ท่านโพธิรักษ์ : เวลาเอาสิ่งที่เป็นอุดมทัศน์ เช่นเท็ป ที่ดีๆ เผยแพร่ ลงไป หนังสือ สื่อมวลชน จึงจะครอบคลุมได้ ท่านพุทธทาส : สื่อมวลชนยังต้องการเงินอยู่ มนุษย์ชนิดนี้ แบบนี้ มันต้อง การเงินอย่างเดียว มีทางว่าจะได้เงิน อย่างงมงาย ผู้มาเยือน : หุบผาสวรรค์ ท่านพุทธทาส : เคยได้ยินเขาว่ารวมศาสนา ก็ดี ถ้ารวมได้ก็ดี ผู้มาเยือน : ดูเหมือนจะออกไป... ท่านพุทธทาส : เรื่องรวมศาสนา ต้องทำความเข้าใจกันระหว่างศาสนา ผู้มาเยือน : ผมว่าการผิดพลาด... ท่านพุทธทาส : ก็เอาหลวงพ่อจงมาด้วย เพราะที่นั่นเขาทำหลวงพ่อจง อยู่ สำนักปู่สวรรค์ ท่านโพธิรักษ์ : เป็นการพัฒนา ขยาย ท่านพุทธทาส : ปู่สวรรค์ เขาไม่ได้พูดรวมศาสนา มีพวกหัวหน้าบาทหลวง หลายคน เห็นด้วย ชื่ออะไร ก็ไม่ได้สนใจ ผู้มาเยือน : เรื่องเข้าทรงนี่ เป็นยังไง ท่านโพธิรักษ์ : เรื่องเข้าทรงนี่ คำโกหกมีไหม คำโกหกมีในโลก จริงไหม ผู้มาเยือน : คำโกหก มีครับ ท่านโพธิรักษ์ : คำโกหก มีความจริง หรือความไม่จริง ผู้มาเยือน : คำไม่จริง ท่านโพธิรักษ์ : ความไม่จริง ก็อยู่ในความจริง เพราะฉะนั้นสิ่งใดที่เราสมควร ไอ้เรื่องนั้น มันเป็นความจริงของอัตภาพ ศาสนาพระพุทธเจ้าท่านให้ล้างอัตภาพ เพราะฉะนั้นถ้าจะเอามาอ้างว่า ศาสนานั้นมา หุบผาสวรรค์ ไม่ใช่ศาสนาพุทธ ก็ เป็นสิ่งที่จับไม่ได้ ไล่ไม่ทัน แต่ถ้ามันมีประโยชน์ต่อประชาชนได้ ศาสนาพุทธอย่างนี้ เป็นศาสนาที่ล้างอัตตา ล้างอัตภาพ แต่เราก็เอาอัตภาพนั้นมายัดเข้าไปในศาสนาพุทธ อันนี้เราก็ต้องพูดกันให้กระจ่างหน่อย ในอุดมคติของแต่ละคนนี่มันไม่ได้ดี แต่เขาจะเอาเวลาที่มีอยู่นี่ ไปทำมอมเมาเลวร้ายอะไรเกินการ ที่จะมาอ้างนี่แหละ เอาศาสนาพุทธ เพราะศาสนาที่เป็นเทวนิยม มี GOD มีพระเจ้า มี วิญญาณ จะเข้าใจถูก ไม่ถูก อะไรก็ตามใจ มีเยอะ มีมากมาย ศาสนาที่ล้างอัตภาพ ล้างวิญญาณ อาตมาเล่นไสยศาสตร์มา ก็เล่นเข้าทรงมา ก็เยอะ และ อาตมาก็ปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้าแล้ว อาตมารู้ ไอ้สิ่งเหล่านี้ มันเป็นเรื่องของจิตวิญญาณจริง จิตวิญญาณของเขาเองนะ หลวงพ่อโตที่เข้าทรง นั่นคือ คุณสุชาตินั่นเอง ไม่มีอื่น ไม่มีใครอื่น มันไม่มีความเป็นอื่นไปจากจิตวิญญาณ มี วิญญาณ มีเสียงไก่ขัน เอกอีกเอ็กๆ เขาต่อต้าน เขามีผู้ต่อต้านอยู่ ในขณะที่เราต่อต้านกันอยู่นี่ มันมีจำนวนน้อย (มีเสียงไก่ขัน...) ท่านพุทธทาส : แล้วมันเล่นอย่างนี้ ก็เป็นพรรค คุณใหญ่ พาพระองค์นี้ไปพัก ด้วย นิมนต์ (มีเสียงไก่ขัน) ท่านโพธิรักษ์ : ขยายตัวขึ้น ท่านพุทธทาส : มีคนเข้าไปเยอะ ท่านโพธิรักษ์ : อ๋อ คนมีมากพออยู่ แต่ความจริงมันจะขยายจักร จักรกลของ การงานนี่ ท่านพุทธทาส : ในเมือง ขยายยาก ท่านโพธิรักษ์ : อยู่ที่กรุงเทพฯ สอนง่ายอยู่ อย่างนั้นละ อาตมาก็เห็นอย่างนั้น คือรู้สึกว่า เขามีแรง... มีหนังสือ มีอะไรพิสูจน์ศีล การยืนยันหลักของศีล ยืนยันของการรู้จักจิต รู้จักสมาธิอันแท้ ไม่ใช่เป็นสมาธิแบบฤาษี ศาสนาพระพุทธเจ้านี่ แหวกวงออกมาจากฤาษีเลย สมาธิฤาษี ฌานฤาษี อัตตาฤาษี อะไรอย่างนี้ มันแหวกออกมาเป็นอันมาก แล้วก็มารู้ มาเข้าใจศีล มาเข้าใจสมาธิ เกิดปัญญา เกิดปัญญาอันแท้ มีชีวิตมีค่า ถ้าเป็นแบบฤาษีนี่ ก็ทำให้ชีวิตหมดค่า หนีโลก เข้าป่า เอาตัวรอด มีเครื่องกินหมด แม้แต่สิ่งที่มีในตัวเอง เป็นความสามารถ อะไรพวกนี้ แรงผลิต อะไรก็ดี มาปฏิบัติธรรมแบบฤาษีแล้วก็เป็นสมาธิหลับ ตา เหี่ยว ทิ้งโลก ทิ้งการทิ้งงาน ทิ้งกิจกรรม อะไรต่ออะไรไป มันไปหลงความจริง จิตที่อยู่ ผู้มาเยือน : มันเกี่ยวกับวิปัสสนานี่ ท่านโพธิรักษ์ : วิปัสสนาเป็นแกน เป็นเรื่องของศาสนา ของพระพุทธเจ้าโดย ตรงเหมือนกัน แต่ว่าการอธิบายเป็นไปตามนิยาม เรื่องนิยาม ผู้มาเยือน : วิปัสสนาเป็นทางที่ถูกหรือไม่ ท่านโพธิรักษ์ : วิปัสสนาใครๆก็รู้ นอกจากซาดิสม์เท่านั้น ทีนี้ความจริง ที่เรา จะเอาจริง เราจะเอาจริง งานเชิงงาน หรือจะเอาประโยชน์จริงในมนุษย์ มนุษย์เกิดมาควรเป็นประโยชน์ที่สุด... เด็กๆนี่ มันน่าเคารพ มาเจอพระ โอ้โฮ กุฎิท่านยิ่งกว่าบ้านเรา นี่ลงหินอ่อนด้วย มันไม่น่าเคารพ ว่าตามจริงแล้ว มันกลับกันน่ะ ไม่รู้ล่ะ ความเห็น ใครจะเห็นอย่างไรก็แล้วแต่ เป็นพระ แล้วก็มาสร้างกุฎิหินอ่อนให้อาตมา อาตมาเอาอันนี้เลย อาตมาไม่เอา ไม่อยู่แล้ว ไม่อยู่ละ สร้างกุฏิหินอ่อนให้อยู่ แหม ทำให้ โอ้โห! ไม่เอา เพราะมันไม่ใช่เรื่อง พระพุทธเจ้าท่านออกมาจากวัง ท่านออกมาจากที่ใหญ่ที่โต... หมายเหตุ : เท็ปชุดนี้ เสียงไม่ชัดเจนเลย จึงถอดเท่าที่จะถอดได้เท่านั้น เพื่อ เก็บไว้เป็นประวัติศาสตร์ ถอดเท็ปโดย สท. ดงเย็น 10 ม.ค. 36 ตรวจทาน 1 โดย สม. ปราณี 11 ม.ค. 36 พิมพ์โดย สม. มาบรรจบ ตรวจทาน 2 โดย โครงงานถอดเท็ปฯ 11 ม.ค. 36 เข้าปกโดย สท. คมกล้า เขียนปกโดย พุทธศิลป์