สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน เสพสิ่งเสพติดกับกินเนื้อสัตว์อันไหนบาปกว่า.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์7.33 KB
วันที่แก้ไข6 มิถุนายน 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน เสพสิ่งเสพติดกับกินเนื้อสัตว์อันไหนบาปกว่า _การเสพสิ่งเสพติดกับการกินเนื้อสัตว์อย่างไหนบาปกว่ากัน พ่อครูว่า...จริงๆแล้วเนื้อสัตว์ก็เป็นสิ่งเสพติด สิ่งเสพติดนี้คือสิ่งที่แย่กว่าเนื้อสัตว์ถ้าชัดเจน สิ่งเสพติดไม่ใช่เนื้อสัตว์ คือของ ระหว่างสัตว์กับของ สัตว์เป็นศีลข้อที่ 1 เป็นจิตวิญญาณ หากเป็นวัตถุก็เป็นข้อที่ 2 รองมาจากสัตว์ สัตว์มันเป็นชีวิต หากอธิบายตามหลักเกณฑ์พระพุทธเจ้าแล้ว การเสพติดเนื้อสัตว์นี้บาปกว่าเสพข้าวของ เสพติดเนื้อสัตว์มันมีวิบากแต่เสพติดข้าวของมันไม่มีจิตวิญญาณ แม้แต่พืชมันก็ไม่มีจิตวิญญาณ มันมีแค่สัญญากับสังขาร เพราะฉะนั้นมันไม่จองเวรเรา หากไปเสพติดเนื้อสัตว์นี้จองเวรอีกนานเท่านาน เมื่อไหร่มันจะเลิกก็ไม่รู้ ส่วนพืชหรือวัตถุเสพติดมันก็ไม่จองเวร มันก็เลิกง่ายหลุดพ้นง่าย แค่นี้ก็ชัดเจนแล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งเสพติดนี้ อย่าไปต่อเชื้ออะไรเลย แม้แต่เนื้อสัตว์มันก็เป็นสิ่งเสพติดได้ ไปติดอะไรที่เกี่ยวกับสัตว์เป็นวิบากกับสัตว์ พืชพันธุ์ธัญญาหารวัตถุมันไม่มีคู่วิบาก ถ้าหากเป็นจิตวิญญาณ 2 หน่วยพัวพันกัน เราหยุดแล้ว แต่สัตว์มันไม่หยุดมันก็จองเวรไปอีกนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ นี่คือสัจจะที่ลึกซึ้ง สรุปแล้วหยุดกินเนื้อสัตว์นี่แหละดีกว่า มันถึงมีลำดับที่ต้องศึกษา อบายมุขของเป็นสิ่งเสพติด มันทรมานทรกรรมวุ่นวายก็เลิกก่อน สัตว์ก็ต้องเลิก ในสัตว์ ในของ เป็นศีล 5 ศีลข้อที่ 1 เกี่ยวกับสัตว์กับคน ศีลข้อที่ 2 เกี่ยวกับของ ก็ไม่ควรติดทั้งคู่ สรุปได้อย่างนั้น อะไรที่เราติดอะไรมากกว่ากันก็เลิกอันนั้นก่อน เลิกเสพติดของก็ต้องเลิก เลิกเสพติดสัตว์ก็ต้องเลิก ส่วนรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสนั้นเป็นกามคุณ 5 มันเป็นต้นตอที่จะทำให้ต้องไปเสพ ก็ค่อยเลิก

610604_พุทธ

อ่านต่อ

ศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาพารู้หลักประชาธิปไตย 4

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน