270913 เจริญรอยตามพระโพธิสัตว์-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-จ038.mp3.docx

โฟลเดอร์2527 MP3
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์410 KB
วันที่แก้ไข24 ธันวาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

270913 เจริญรอยตามพระโพธิสัตว์-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-จ038

มนุษย์ผู้หวังความเจริญก้าวหน้าก้าวหน้าของชีวิตทุกคนย่อมไม่หยุดยั้งในการพัฒนา ตน แต่จะพัฒนาไปในทางใดนั้นก็แล้วแต่ปัญญาบารมีของผู้นั้นผู้นั้นจะตัดสินและยึดเอาเป็นจุดหมายปลายทางของชีวิต แล้วทางใดเล่า จึงจะเป็นทางที่มนุษย์พัฒนาไปได้เจริญสูงสุดอย่างถูกต้อง ตรงทางสร้างทั้งความประเสริฐให้กับ ตนเอง และคุณค่าประโยชน์ให้กับผู้อื่นอย่างแท้จริง ขอเชิญท่านค้นหาสัจจะ ความจริงได้จากการรับฟังพระธรรมเทศนา เรื่อง เจริญรอยตามพระโพธิสัตย์ โดยท่านพระโพธิรักษ์แห่งพุทธสถาน สันติอโศก ได้ ณ บัดนี้ อาจเจริญธรรมท่านผู้ไฝธรรมกันอยู่ทั้งหลาย ไปที่เรามาปฏิบัติธรรมปฏิบัติธรรมเนี่ย เรามี ข่ออยู่3 ข้อที่จะต้องศึกษาให้ดี สำคัญแล้วเราจะต้องมีสิ่ง3 สิ่งนี้อยู่ ไปเรื่อยแหละจนกว่าจะหมด แต่แท้จริง โดยปริยาแล้วก็จะไม่หมดในส่วนบางส่วนในสิ่งบางสิ่ง เอาข้อ 3 ข้อนั้นคือ 1 ความอดทน 2 ความรู้ ความเรียนรู้ 3 ความละล้าง 3 ข้อเนี่ย เป็นตัวเป้าที่ชัดเจนที่เราจะต้องศึกษาให้จริงว่าเรามีอยู่หรือไม่ เราหมดเมื่อไหร่ ก็พ่ายแพ้เหมือนนั้น หรือมันหมดด้วยธรรม เช่นวาระล้างข้อที่ 3 เนี่ย ทะเลาะได้ละล้างกิเลสหมดแล้วด้วย ธรรมอันนั้นน่ะ มีหมดได้มีศูนย์ เพราะฉะนั้นการละล้างนี้ สมบูร ณ ์ คือ ศูนย์ ถึง ขั้น สมบูร ณ ์ คือ ศูนย์ แม้ ผู้ ที่ จะ ละ ล้าง พูด ประเด็น นี้ ก่อน แม้แต่ ผู้ ที่ จะ ละล้าง สมบูร ณ ์ แล้ว ความอดทน ก็ยัง ไม่หมด ถ้า เผื่อ ว่า เข้าใจต่อสภาพ แต่การอดทนนั้น ไม่ใช่เป็นการอดทน เพราะเราทนต่อกิเลสทนต่อทุกข์ อย่างพระประศาสน์ หรือ พระอรหันต์ เจ้านี่ท่าน อดทนทนต่อสังขาลโลก พ้นเพื่อที่จะสร้างสรรค์ให้แก่โลกเป็นทำมาธรรมะสงครามทนเพื่อความต่อสู้ให้ประโยชน์แก่เขาสำหรับตัวท่านเองนั้น

อ่านต่อ

หมด ถ้าเหน็ดเหนื่อยถ้าลำบากลำบนท่านอุตสาหะวิริยะต้องทนทำงานทนพากเพียรสร้างสรรค์อะไรอยู่นั้นนี่แหละเป็นของดีของมนุษย์นี่แหละ เป็นคุณค่าของมนุษย์ท่าน อดทนท่านทนทำ ยังมีความอดทนอยู่แต่เป็นความอดทนที่ต่างกันกับพระเสขะ หรือผู้ปฏิบัติ ความอดทนของพระเสขะนั้นจะหมดไม่ได้ต้อง อดทนเพื่อให้ล้างเพื่อให้ละล้างกิเลสให้หมดให้ได้ เพราะฉะนั้นในตลอดเวลาจะต้องเรียนรู้ข้อที่ 2 ต้องเรียนรู้จริงๆเลยเราไม่รู้ได้ง่ายง่ายเลยว่ากิเลสคืออะไรนั่น 12 วิธีการละล้างให้กิเลสออก นั่นคืออะไร เราไม่รู้ตัวรู้ตัวว่าเรามีกิเลส เรานึกว่าเราไม่มีกิเลส มันยังไม่รู้ยังเรียนรู้ให้จริง แม้รู้แล้วว่านี้คือกิเลสของเรา ในข้อที่ 2 เกิดการรู้ขนาดรู้แล้วเราจะต้องหาวิธี แม้หาวิธีได้แล้ว ยังต้องทำให้มาก มีวิธีแล้วนะ ยังจะต้องทำให้มากอบรมไม่มากก็ทำให้มาก อบล้มไม่มาก อบผมบ่มไปจริงจริงละล้างไปจริงๆ ทั้งๆที่รู้ เพราะฉะนั้นเมื่อเรารู้แล้วและมีวิธีรู้วิธีด้วยรู้ว่ากิเลสเป็นเช่นนี้ของเรา และรู้ว่าวิธีการเช่นนี้เป็นการละกิเลสของเรา ก็ยังต้อง อดทน อดทนล้างไปล้างไปล้างไปกระทำให้มาก เพราะงั้นการอดทนที่เราอดทน เพราะกิเลสยังไม่หมดนั้นเป็นการอดทน ต่อสู้เพื่อตัวเองต่อสู้เพื่อล้างกิเลสออกต่อสู้เป็นทุกข์เป็นเหตุแห่งทุกข์ จนกว่าเราจะล้างทุกข์ หรือล้างเหตุแห่งทุกข์นั่นเอง ออกหมดคือ กิเลสนั่นเอง ราม กิเลส ออกหมดแล้ว การล้างออกหมด จึงเป็นค่าศูนย์ รู้คำนี้ก็เป็นการรู้จบ ต้องเป็นของจริงนะ ที่พูดนี่ต้องเป็นของจริง การร่วมกิเลสคืออะไร รู้วิธีล้างคืออะไร รู้ว่ากิเลสหมดแล้วและหมดจริงๆ นั่นก็เป็นจบรู้จบกิเลสจบล้างจบ แต่ก็ยังเหลือความอดทนเป็นสุดท้าย รู้จบนะ แต่รู้ได้ยิ่งเป็นโพธิญาณ ทีนี้รู้โลกรู้คนอื่นรู้สังขารรู้อะไรต่ออะไรเพิ่มเติมได้อีกรู้วิธีการสำหรับคนอื่น วิธีการของเราเอาไปใช้กับคนอื่นมันไม่ได้ไม่ต้องเอาวิธีการอันอื่นมาผสมผสานหาอิทธิวิธีให้แก่คนอื่นอีก ต่อสู้กับศัตรูหรืออธรรมต่อสู้ด้วยวิธีการอย่างดี ไม่ใช่ต่อสู้อย่างโลกฆ่าแกงรันแทงกันให้เป็น การเบียดเบียนทารุณไม่ทำอย่างอหิงสา ทำอย่างไม่เบียดเบียน ทำอย่างมีเมตตาเกื้อกูล ยาก อดทนเค้าระรานข่มขี่ดูถูกทำอย่างหยาบคายได้ทั้งนั้นสำหรับคนที่ไม่มีคุณธรรม แต่เรามีคุณธรรมเราก็จะต้องประมาณอย่างดีอย่าง พอเหมาะ พอ เจาะไปตลอดเวลา จะเป็นการอดทน หรือเป็นการต่อสู้ ที่นักหนา แล้วก็ไม่ได้เพื่อตนอีกแล้ว เพราะว่าสำหรับตนจริงๆแล้วจะเอาความ หมดกิเลส หรือว่าเอา สมบูร ณ ์ ของตัวเอง มันมี แล้วจะ ไม่ทำ อะไรเลย ไม่มี จิต ที่ จะไป คิด ช่วย ใคร แบบ ฤาษี จะช่วยแล้วไม่ขวนขวาย ใช้ไม้เจ้าก็ช่วยไม่มาช่วยก็นั่งนั่งนอนนอนไปผ่านวันผ่านเวลาเวลาล่วงไปล่วงไปกลืนกินสรรพสัตว์ ก็กินกินเหล้า นั่นไปวันหนึ่งก็ถึงหล่มผังศพ ก็ไม่อยาก เล่นไม่ยากอย่างนั้นเล่นไม่ยาก อ้าวไม่ให้อาตมาเล่นอย่างงั้นเอาไหม เอามั้ย ไม่เอาหรอเล่นอย่างคุณอยากจะม้าก็มาร์คไม่มา ก็แล้วแต่อาตมา ก็ไม่ค้นคว้าอะไรกินกินอยู่ๆไปไม่ต้องใช้วิธีการของพระพุทธเจ้า ปลูกเผือกกินเองก็ได้ไม่ง้อคุณไม่ต้องกตัญญูกตเวทีอะไรกัน อาตมาก็ปลูกเผือกเป็นน่ะ ปลูกข้าวกินเองปลูกผักกินเองไปโถชีวิตนึงปลูกกล้วยกินไปวันวัน แล้วก็รอวันรอคืนไปก็ตายก็กินเพื่อให้ชีวิตมันอยู่เท่านั้น มันไม่ได้มีคุณค่าประโยชน์อะไรเลย แค่กินขี้เยี่ยว แล้วก็แม้เราจะไม่สืบพันธุ์ไม่ไปก่ออะไรอีกก็ตาม มันก็แค่นั้นเอง ยังสังขารนี้ให้ตั้งอยู่แล้วก็อยู่ลมลมแรงแรงไปตาย ไม่มีคุณค่าประโยชน์ เราจะเห็นชัดเจนว่าประโยชน์ของมนุษย์อยู่ที่ไหนคุณค่าของมนุษย์อยู่ที่ไหนประโยชน์ของมนุษย์คุณค่าของมนุษย์อยู่ที่การช่วยเหลือเผื่อฝ่ายผู้อื่น อยู่ที่การสร้างสรรค์สิ่งดีสิ่งที่จำเป็น สิ่งที่มีคุณค่าแก่มนุษย์โลกรู้แก่อะไรทั้งนั้นแหละ แม้แต่เราให้ปุ๋ยหญ้าให้ปุ๋ยต้นไม้ต้นพืชให้เข่านกข้าวหนูอะไร กินมันก็เป็นประโยชน์แก่สิ่งที่อยู่ในโลกเป็นธรรมชาติ โลกถ้าสมควรจะให้มัน มันก็สมควร มันก็เป็นไป เกิดจากแรงงานของเรา เกิดจากกิจกรรมของเรา เพราะฉะนั้นคนเราเกิดมาจึงเอาได้แค่แบบฤาษีนะเล่นไม่ยากบอกแล้วพระพุทธเจ้าสูงกว่านั้น เห็นได้ชัดจุดนี้อาตมามาเปิดเผยศาสนา นี่เพราะว่าศาสนามันเรียลมันกลายไปเป็นฤาษีกันจะหมดแล้วแล้วมันก็อ่อนแรงจนไม่มีคุณค่าเขาบอกว่าพูดพระอรหันต์เป็นอะไร ก็แล้วแต่ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้เขาว่า เป็นเพราะ อรหันต์อาตมาบอกว่ายังหรอก ยังอัลระเหยอะไร 6 ดูยังไม่เต็มไม่เต็มเต็งอะไรหรอก อาตมาว่างี้ก็ว่าเหมือนดูถูกดูแคลนน่ะมันยังไม่สมบูรณ์ยังไม่เข้าล็อคข้อรองของพระพุทธ เจ้าที่ถูกต้อง อย่างที่เคยบอกแล้วว่าถ้าของพระพุทธเจ้าแล้วไม่สังฆเทศเพศ และไม่หนีไปไหน ทนทานต่อโลกอยู่เหนือโลกอย่างไม่ย่อยยับ อยู่เหนือโลกอย่างแข็งแรงอยู่เหนือโลกอย่างมีประสิทธิภาพ ยังสามารถ กอบกู้ผู้คนให้ขึ้นมาเป็นอริยบุคคลได้ จริงๆจะเป็นสิ่งพิเศษ ดังนั้นเพราะฉะนั้นเริ่มต้นอาตมา ก็ขอเท้าความไล่ไปทีละข้อ ตั้งแต่ข้ออดทน เราเข้ามาอยู่ที่นี่แล้วทุกคนรู้ว่าตัวเราต้องอดทนต้องฝึกฝน อดทนพระพุทธเจ้าทุเรศตรัสว่า ขันตีปะมัง ตัโปติ ขา ความอดทนนี้เป็นตำบะเป็นการขัดเกลานะ ตบะ นี่คือการขัดเกลาเป็นการขัดเกลาเป็นตบะ เป็นสิ่งที่บำเพ็ญ แม้มันจะร้อนเป็นไฟ มันจะต้องอดทนอย่างกล้าแข็งอย่างตีติดขา ต้องอดทนต้องสู้อย่างกล้าแข็งนะ ถ้าใครอ่อนขันตีก่อนความอดทนอ่อนความกล้าสู้นี่พวกนี้ก็จะถอยเมื่อถอยแล้วก็ไม่ได้ จะน้อย ในการอดทน นี่ไม่ใช่เรามาอดทนเพื่อบำเพ็ญการทรมาน ตนซ้อนลงไปแบบฤาษี หรือแบบศาสนานิคม ศาสนา เชนศาสนาอะไรอีกเยอะแยะที่เลยเถิดไปเสร็จแล้วเค้าก็ไปจบอยู่ที่เค้าไม่มีคุณค่าอีกเหมือนกัน อยากเอาอย่างง่ายง่ายดิ พอปฏิบัติและเป็นคนแก้ผ้าธงๆคนไม่ค่อยเข้ามาหาเมื่อไม่เข้ามาหาเราก็สัมผัสไม่ได้สร้างสรรค์ไม่ได้อย่างงี้เป็นต้นหรือกินน้อยใจน้อยกันจนกระทั่งไม่ออกไปทำจิตทำการทำงานอะไรเราคิดอ่านอะไรก็ไม่ได้เอาจุดจุดจุดจับจับให้มันนิ่งนิ่งอยู่แบบศาสนา นี่คนศาสนาเชน ประหยัด สุดแต่ประโยชน์เหลวประโยชน์ไม่สูง ประหยัด จริง ประหยัด สุดแต่ประโยชน์เหลวเนี่ย มัชฌิมาตัวนี้ยากยิ่งเลยต้องประโยชน์ ประหยัดสุดแล้ว ยังได้ประโยชน์ สูงจริงจริงเด่นชัด โดยมีคุณค่ามีผลประโยชน์ต่อสังคมต่อมนุษยโลกต่ออะไรต่ออะไรจริงจริงด้วย หรือเรียกว่าประโยชน์สูง ประหยัด สุดสุดขนาดใดก็ค่อยๆไหล่ลงไปเป็นชั้นเป็นตอนคุณประหยัดได้แค่นี้มันยังไม่3ารถกว่านี้ก็เอาประหยัดแค่นี้แล้วก็ให้ประโยชน์ไปได้ประโยชน์ถ่วงไว้เรื่อย แล้วก็ประหยัดลงไปประหยัดลงไปมันจะ เนียนในเนียนใน ละเอียด ละ ออ ลง ไป จนกระทั่ง กลาย เป็น คน ประหยัด มาก ที่ สุด ไม่ ทรมาน ตน น่ะ สมบูร ณ ์ พอดี กินก็ พอดี อยู่ พอดี สุขภาพ กาย สุขภาพ ใจ สมบูร ณ ์ เจริญงอกงาม แต่เรามีคุณค่าประโยชน์มีกิจการงานสำคัญกิจการที่เป็นเศรษฐกิจชั้นสูงเศรษฐกิจชั้นดีที่เราจะก่อก่อสร้างสรรค์ไปให้แก่สังคม เมื่อเช้านี่ฟัง ท่านกุศโลเล่าให้ฟังว่า พลเอกทหารไปปาฐกถาที่ทางด้านศรีสะเกษ เอาพระพวกเราไปเหมือนกัน คนเขาก็ถามถามแปะแปะมาทางเรา เออแล้วคุณจำลองนี่เป็นคนดีไหม เป็นปฏิบัติถูกต้องไหม คุณจำลองก็เป็นคนดีอธิฐานว่า คนจำลองก็เป็นคนดี เขากินน้อย ใช้น้อยแม้แต่มีเมียเขาก็ไม่นอนด้วยกันก็ดี แต่เขาไม่มีประโยชน์เท่าผมหรอก ผมนี่ไม่น้อยเท่านั้น แต่ผมทำประโยชน์ต่อสังคมได้มา กกว่าเขาว่าถูกแล้วคุณจะลองทำถูกแล้ว หันมาทำตัวนี้ถูกแล้ว ถ้าไปทำอย่างงั้นอยู่มันทำไม่ได้มาให้สั้นไปรันขี้ทำไม่ได้ ไม่ได้เรื่องหรอกหมดไม่มีอำนาจอะไรไปล้มล้าง เพราะฉะนั้นเราไม่มีทางที่จะไปปะทะขณะนี้เราใช้แรงปะทะนั้นไม่ได้ไอ้นี่เป็นยุทธการที่เราต้องรู้ แม้เขาเรียนทางด้าน ทหารมา นะเรียน วิธีรบมา นะเรียนยุทธศาสตร์ มานะ ไม่ได้ปะทะไม่ได้แล้วต้องรู้ว่ามันปะทะไม่ได้ เมื่อปะทะไม่ได้เราต้องใช้วิธีการอื่นอาตมาไม่ได้เรียนหรอก ยุทธศาสตร์ชาตินี้นะไม่ได้เรียนแต่อาตมามียุทธศาสตร์หลายชาติ อาตมาเรียนมาแล้ว อาตมาเคยเป็นนักรบมาเก่า ไม่ใช่ชาตินี้ แต่ก็ไม่ต้องไปเท้าท้าวความว่าพวกคุณก็ฟังตลกนิทานเท่านั้นน่ะเท้าความไปไม่ได้เรื่องฟังแต่ว่าอาตมา มีเหตุผล ความรู้หรือไม่เท่านี้ก็พออาตมาไม่ได้ไปควักเอาของใครจากไหนมาอาตมาไม่ได้เรียนจปร จปรอะไรไม่ได้ ไม่ได้ไปเรียนวิธีการรบแร็ปที่ไหนในโลก เมื่อระบบปะทะทำไม่ได้ เราก็ต้องใช้ระบบถอย ระบบ สั่งสมพลพรรคสั่งสมวิธีการสั่งสมอะไรเพื่อที่จะเกิดแรงปะทะ และสิ่งที่จะเป็นคุณภาพ หรือฤทธิ์ที่เหนือกว่าขึ้นไปเรื่อยๆ คือการสะสมอิทธิพล เราจะสร้างให้การสะสมอิทธิพลที่เป็นพลพรรค ที่มีทั้งความเห็นด้วย มีทั้งอำนาจฤทธิ์แรงที่จะเสริมหนุนให้เป็นพลังพล ที่3ารถชนะได้ขนาดหนึ่ง ซึ่งบริษัทจะแล้วนะโลกกับธรรมะนี่นะ ธรรมะ ไม่จำเป็นจะต้องมีฤทธิพล หรือพลพรรคมากจำนวน เท่ากับทางโลกเลย ไม่ต้องมากเท่า แต่มีฤทธิ์แรงกว่าและชนะ เพราะฉะนั้นเราจึงไม่จำเป็นที่จะต้องไปสงวนฤทธิผล เพราะไม่ใช่สะสมฤทธิผลแบบจะต้องรอผลว่าจะต้องมีปริมา ณ มากกว่าเขาอย่างนั้นด้วยซ้ำ เพราะในจำนวนคนเนี่ย มันมีคนอยู่ ส่วนกลางส่วนนึง คือส่วนที่ไม่เข้าข้างใครออกข้างใครอยู่ในทางหลักสัจธรรม แต่ว่าตัวเองรออยู่ระหว่าง ข้างใน เอียงมากเอียงตามข้างในยังไม่เอียงก็ไปอยู่ ข้างๆที่มันเอียงอยู่ตลอดเวลา มี หรือมี ผู้รู้ รู้จัก สัจธรรม เมื่อ ถึง เหตุการ ณ ์ เข้า ได้ เข้า เข้ม เอาจริงๆ แล้วคน เหล่า นั้นจะ เทคะแนน ให้แก่ พวก ฝ่าย สัจจะ นี่เป็นผู้รู้ยุคการที่ยังไม่ใช่กลียุคอย่างนี้ ยังพอเป็นไปถ้ากลียุคแล้วมันเทไปข้างฝ่าย เลวฝ่ายผิดหมดอะไรงี้ทำไม่ได้เพราะงั้นธรรมะต้องแพ้ ต้องแพ้อธรรมในยุคกลียุคอย่างงั้น กลียุคมันก็ไม่เกิด อาทิตย์ ถ้าธรรมะมันเป็นแพ้อธรรม แต่ในยุคที่ยังมีธรรมะยังเป็นไปได้เนี่ย ไม่ใช่กลียุคนั้น ธรรมะ ต้องชนะอธรรมอยู่ในระยะบางอย่างนี้ แต่สำคัญอยู่ที่กระทำการกันยังไงอ่ะ กลยุทธ์มันไม่ได้ กลยุทธ์มันก็แพ้ ลุยๆไปเลย มันก็พัง เพราะในขณะนี้นี่เราไม่ต้องอาศัยเวลาไม่ต้องไปคำนึงถึงเวลาเราคำนึงจะสัจจะสัจจะความจริงให้ชัดด้วยปัญญาเรียนรู้ ว่านี่ดีจริงไหม ได้สัจจะ อย่างน้อยที่สุดต้องนับตั้งแต่ตัวเราไปก็เราเอง เราพอใจไหมเอาคำว่า พอใจมามาเป็นค่าวัดก็ได้เราพอใจมั้ย ที่เรามากินน้อย ใช้น้อยมาสร้างสรรค์ขยันเพียรเรียนรู้มาเป็นพลพรรค ของฝ่ายนี้ที่อาตมาเรียกว่าฝ่ายธรรมะ ไม่ใช่ฝ่ายอธรรม คุณพอใจไหม พอใจคุณเอา แน่แค่ไหนก็ตามจริงคุณมีความอดทนได้ คุณมีความกลัวหรือไม่กลัวขนาดไหนก็มีของคุณจริง ถ้าคุณไม่กลัวคุณอยู่ตายเลยอยู่ที่นี่นะ ทั้งความอดทนและความไม่กลัว มีพอไหม มันมี พอคุณก็ทำไปเรื่อยๆแล้วคุณก็จะได้เรียนรู้และละล้างอ่ะ ในข้อ2 กับข้อ3 คือกรรมวิธีก็จะรู้ไปเรื่อยเรื่อยกรรมวิธีเราจะฉลาดไปเรื่อย ตราบใดที่เรายังมีบทปฏิบัติโพลทิปักคียธรรม 37 อยู่จริงคุณจะได้ได้มากได้น้อย ตามความจริงที่คุณมีบารมีคุณมีปัญญา บารมี หรือปัญญากระจับ ยัดจับเหยียดกัน ไม่ได้เกิดของใคร ของมันจะฉลาดมาก ฉลาดน้อยมันไม่ ปลอมไม่ได้จริงๆยัดเยียดกันไม่เข้า ยัดไม่เข้า ใครจะฉลาดมาก ฉลาดน้อยแค่ไหนก็ไปตามสัจจะ บารมีของใครมีปัญญาบารมี อุปบารมี ปรมัตถ์บะบารมีของแต่ละคนปัญญาของใครก็ตาม ขั้นตามตอนเป็นบารมีตั้งแต่บารมีธรรมดาจนอุปบารมี จนถึงปรมัตถ์บารมีไม่มีใครจะไปแกล้งทำปัญญาให้ใครได้มากได้น้อยได้ยังไงไม่มี มีแต่ช่วยกันส่งเสริมเกื้อกูลกันไปเป็นอีทัพปะจยะตาลเนื่องหนุนกันไป แล้วพวกคุณก็ฝึกฝนศึกษาเรียนรู้เรียนรู้ไปเรื่อยเรื่อยจนคุณจะเห็นสัจธรรมของจริงจริงเข้าจริงเข้าจริงเข้าความอดทน ก็อดทนยิ่งแข็งยิ่งแรงและ ยิ่งปฏิบัติมีล้างละล้างไปได้มากกว่ายิ่งไม่ต้องอด ไม่ต้องทนขึ้นเรื่อยๆ แล้วหมุนเวียนซ้อนอยู่อย่างเงี้ยไอ้ที่ตัวอดทน พอได้ละได้ล้าได้จริงมีสัจจะจริงแล้วชนะ ขึ้นไปเรื่อยๆ ควา มอดควา มทน ก็ไม่ต้องอดไม่ต้องทนเบาบางง่ายขึ้นไปเรื่อยเรื่อย แล้วเราจะเป็นประโยชน์ว่าเราเองเราไปอดทนเพราะสู้คนอื่นต่างหากสำหรับเราเองเราง่ายเราอดทนเพื่อเรานี่ง่ายง่ายขึ้นจนกระทั่งไม่ต้องอด ไม่ต้องทนอะไร เพราะเราหมดกิเลสต่อต้านของตัวเองและสบายสำหรับตัวเองไม่มีปัญหาอะไร ศูนย์ก็สบาย ฉะนั้นก็สบาย ไม่กลัวเลย แม้แต่ชีวิตนี่ศูนย์ต่อศูนย์งานการทำได้ก็ทำทำไม่ได้ ไม่ต้องทำก็ศูนย์อยู่แล้ว ก็ศูนย์อยู่แล้วเหมือนฤาษีอ่ะ ก็ไม่ต้องทำงานอะไรเลย ก็ศูนย์อยู่แล้ว ไม่เห็นเป็นปัญหาอะไร แต่ว่าเราไม่มี ความคิดแบบฤาษีเท่านั้นเอง เรามีความขวนขวายเรามีบุญกิริยาวัตถุ เรามีความขวนขวาย มีความอุตสาหะ มีความรู้ว่า ทุกมุมด้านพระพุทธเจ้าสอนเราไว้หมดวันเวลาผ่านไป เวลาเกินกินสรรพสัตว์เวลาล่วงไปโล่งไปเราทำอะไรอยู่เราควรจะทำกุศลอะไรยิ่งขึ้น พระพุทธเจ้าสอนเราไว้หมดพิจารณาชัดเจนและไม่มีปัญหาอะไร เราก็ควรจะให้มีคุณค่า ไม่เช่นนั้นก็ตายเปล่า บางทีเร็วยิ่งกว่า สัตว์เดรัจฉาน บางตัวอย่างน้อยก็เร็วก็บีเบอร์ ใช่มั้ย บีเวอร์ยอดขยันมันยังทำกับมันเลย หนาวเท่าหนาวมันยังสร้างเขื่อนเลย นี่คนอะไรอ่ะ แกไม่ทำอะไรซะเลยเอาแต่กินกินขี่เหี่ยวๆนอนๆ ฟังเลยก็ดีกว่าไม่ต้องเปลืองกล้วย ถ้ายังอยู่ยังกินกล้วยเข้าใบนึงนะ และอีกหลายใบ กระปรังซะเลยก็เลิกไม่ต้องกินกล้วยก็ให้คนอื่นกิน คนอื่นเขามีประโยชน์คุณค่ามั่ง คนอื่นก็กินแล้วก็ฝังไปเลยเป็นปุ๋ยไปเลย ผ่านเวลาไปแล้วมันก็เท่านั้น ถ้าไม่มีคลาดไม่มี การงานอะไร มันก็เท่านั้นเอง จริงๆนะ เพราะฉะนั้นทหารเข้ามาหาว่าคำว่า ความอดทนหนึ่งการเรียนรู้ 2 การละล้าง 3 3 ข้อนี้ตรวจตราให้ดีๆ ตรวจตราให้สำคัญทีเดียว และถ้าผู้ใดปฏิบัติถูกต้องแล้วก็ไม่หลงตัวหลง ตน เห็นจริงเห็นจริงมีจริงเป็นจริงถูกแล้วละก็ ความอดทนสำหรับตน สำหรับตัวที่มีกิเลสนั่นแหละ เป็นตัวทำให้ทุกข์ทำให้อดทน ทำให้ทนทำไม่ยาก ลดลงลดลงจนสบายเบาว่าง่าย สำหรับตัวเรา นั้นหมดปัญหา จะโยนจะกินจะขี้จะเยื่อเดี๋ยวพิสูจน์ได้เลยว่า จะมีคนช่วยเหลือเฟือฟายเราขึ้นมาจะมีคนเกื้อกูลขอให้เรามีคุณค่ามีประโยชน์ เอาง่ายง่ายก็ได้เนี่ย พระองค์ไหนขยันหมั่นเพียรเนี่ย เห็นว่าท่านมีกะจิตกะใจช่วยเหลือเกื้อกูลนะมี สภาพเป็นคนอุตสาหะขวนขวายดี พวกคุณเนี่ย ก็เห็นได้ง่าย และพวกคุณก็อยากอนุเคราะห์เกื้อกูลเป็นคนมีน้ำใจ เป็นคนมีกิจกรรมเป็นคนมีคุณค่าประโยชน์ดูออกดูออกง่ายง่าย แต่ถ้าพระองค์ไหนเอาแต่หมดๆ อ๋อ แต่นี้หนีหลบๆเลี่ยงเลี่ยนมีแต่ตัวแต่ตนอยู่อยู่งั้นน่ะ เห็นว่ารากหางแกลกแกลก แหม ขยับตัวนี้ขนร่วงกราวน์เลย คือขี้เกียจขึ้นขนเลย หรือลากหาจะเอามาใช้ศัพท์สำนวนพวกเนี้ย เห็นได้ง่ายง่าย ชัดชัดคุณ อยากเกื้อกูลหรือ ท่านจะฝืนใจทำงานนั้น อยากโชว์ก็ตัด แล้วท่านก็โชว์ จริงๆแล้วก็ทำงานด้วย พยายามอุตสาหะ อดทน วิริยะสร้างสรรค์สิ่งที่ดีควรสร้างควรทำแล้วก็ทำจริงๆ แม้แค่นี้ไม่ต้องเอาถึงขนาดว่าใจของท่านว่างแล้วทำงานด้วยความขยันโดยไม่ต้องฝืน ไม่ต้องทนอะไรเลยก็ตาม ไม่ต้องเอาถึงขนาดนั้นหรอก มันก็เห็นเด่นชัดเป็นของพิสูจน์ ได้แล้ว ว่ามันเป็น บทบาทกรรมกิริยาที่เป็นกุศล ผลบุญเห็นชัดคุณก็ต้องเออ ท่านตรงนี้เนี่ย ท่านขยันหมั่นเพียร สร้างสรรค์นะ ไม่ต้องเป็นอย่างจิตอย่างใจอะไรคุณก็อยากจะช่วยเหลือเฟอร์ไฟอย่างน้อยที่สุดท่านทำอะไรเป็นประโยชน์ พลาดพิงเกี่ยวเนื่องไปถึงคุณด้วย คุณก็เห็นเป็นแหม นี่เป็นบุญเป็นคุณนะ เราก็สามารถได้รับส่วนงานส่วนการส่วนผลสวดอะไรของท่านมา นะ เราเป็นคนไม่เลว แล้วเป็นคนกตัญญูกตเวทีมันก็ต้องอยากช่วย แต่ถ้าใครไม่เห็นมีอะไรเลย ถ้าไม่เห็นช่วยอะไรดิฉันเลยไม่เห็นช่วยอะไรผมเลย ท่านไหนจะเอาลอยลอยล่องล่องกินกินขี่เหี่ยวๆ ท่านป่วยมาก็ ที่จริงตายก็ดีนะ องค์นี้ว่างั้นนะใช่ไหม เพราะว่ามันก็เห็นๆอยู่อ่ะ เพราะฉะนั้นผู้ใดมีความอดทนรู้กุศล ยังกุศลไปแม้อย่างที่กล่าวนี้ อดทนพยายามที่ขวนขวายขึ้นเท่านี้มันก็เป็นบุญที่เห็นได้พิสูจน์ได้แล้วถ้ายื่นผู้นั้นนี่มีความขยันเป็นเลือดเป็นเนื้อเลยเข้าใจขวนขวายอุตสาหะสร้างสรรค์รู้คุณความดีอย่างกุศลให้ถึงพร้อมจริงใจเป็นคนฝึกปรือมามีบารมีด้วย แล้วก็มีความจริงด้วย โอ้ย อย่างงี้ ยิ่งคุณค่าสูง ทั้งบทบาท ทางกาย บทบาท ทางใจมันสนิทเนียน สอดคล้องกัน มันไม่ค้านแย้งไม่มีกิเลสต้าน แล้วก็ยิ่งมีค่าสูง เกิดการกล่าวไปยายกับแม้แต่จะขยันเห็นแต่บทบาทการบทบาททางกาย แม้ใจจะยังไม่สะอาดใจยังอยากอยากโชว์อยากเด่นอยากดังหรือว่าทำให้ให้เขารู้สึกว่ามันดีๆ แล้วรู้ว่ามันดี เราก็ทำด้วยฝืนใจอยู่มันก็ขี้เกียจมันก็ไม่อยากทำแค่นั้นก็ยังดีแล้ว รู้จริงหรือเปล่าว่านี่เป็นกุศลเป็นของดี แล้วทำสิ่งนี้ไปทำสิ่งดีจริงหรือเปล่า ถ้าดีแล้วมันก็ไม่มีปัญหาอะไร แล้วพวกเรา นี่จะต้องเรียนรู้จริงๆว่าศาสนาของพระพุทธเจ้านี้เนี่ยเป็นศาสนาแห่งกัมมันโต เป็นศาสนาแห่งการงาน เป็นศาสนาแห่งความเอื้อเฟื้อ เสียสละที่จริงจัง ไม่ใช่การหมดกิเลส และก็ลอยละล่องหายไปไม่ได้เสียสละอะไร เสียสละเหมือนกัน เสียสละที่ตัวเอง ถ้าไปแย่งโลกเค้าก็แย่งได้มา นะ เราก็ไม่แย่งโลกเค้าแล้วล่ะ ไปตัวคนเดียวน้อยน้อย กินน้อย ใช้น้อยหลบ อยู่ในรูในเลี้ยวในถ้ำในเขาในป่า แค่นั้นน่ะ เล่นไม่ยากบอกแล้วว่าแค่นั้นอะจบได้ง่ายๆนานแล้วไม่ยากเล่นไม่ยาก ลัทธิแกนั้นบอกแล้วว่าเล่นไม่ยาก แต่ลัทธิของพระพุทธเจ้าไม่ใช่แค่นั้นลัตที่พระพุทธเจ้าเป็นลัทธิพัฒนาเป็นลัทธิลัทธิที่ ข้ามคันนั้นสูงกว่าชั้นนี้ชั้นนี้เนี่ยพื้นฐานชั้นนี้เนี่ยเค้าเรียนมาแล้วในโลกมีคนรู้มาก่อนศาสนา แบบนี้ลัทธิแบบนี้อะ ซึ่งอธิบายยืนยันให้ฟังแล้วคุณฟังด้วยเหตุผลน่ะ แม้แต่ฟังเหตุผลที่คุณก็ พอรู้ได้ว่ามันจริงหรือไม่จริงสูงกว่าจริงหรือไม่สูงกว่าจริง ถ้าอัตราตัวตนเรายังเหลืออยู่เราก็บอก โอ๊ย เรื่องอะไรล่ะ ก็เกิดมาอะไร ก็ไม่เที่ยงไม่แท้อะไรก็ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ ตนอาศัยก็ไม่ใช่ของคาวของเขา ทำดีไปก็ไม่ใช่ของเราอะไร ทำไปทำไมล่ะ ทำดีไปทำไมมันก็คิดได้นะ ก็ไปทำอะไรทำไมเราเหน็ดเหนื่อยทำไมล้าวขวนขวายไปทำไมอะไรมันก็ไม่เถียงอะไร มันก็ไม่เสียอะไร มันก็ไม่ใช่ของอะไรจริงแล้วอะไรไม่ใช่ของเราอะไร ก็เอาอย่างว่า จะศพซะเลย อยากได้ก็ฟันเลยก็ฟันไปในอณูเท่านั้นน่ะ ฆ่าคนก็ไม่ใช่คนฆ่าสัตว์ก็ไม่ใช่สัตว์ อยากด่าอะไรก็ทำเอาแล้วกัน อย่างดีก็ฆ่าเราฆ่าแล้วเราก็ตายตายแล้วก็สูญสุนแล้วก็ไม่มีอะไรนิ นายดี ใครจะเอาลัทธิแบบนั้นก็ง่ายดี เราต้องรู้เรียนจริงๆ เราต้องจบจริงจริงนะสรุปง่ายๆแล้วเราก็คนเกิดมานี้ที่ท่านพูดกัน แม้คำบังเพยตึงตึงก็บอกค่าของคนอยู่ที่ผลของงานก็ชัดที่สุด ค่าของคนอยู่ที่ผลของ ชัดๆ จริงๆแท้แท้ ง่ายง่าย ไม่อยากอะไร เพราะฉะนั้นเกิดมาเป็นคนเครียดได้มากเลยว่าไอ้ความขี้เกียจเนี่ยเป็นอบายมุขแล้วไล่ไปจนกระทั่งถึงเป็นพระอรหันต์เลยจะบอกให้ ท่ออรหารเนี่ยก็ยังต้องอย่าเผลอ นะ อย่าทำเป็นเล่นๆไปในเลือดฤดูสีมันยังมีนะ มันยังไม่แห้งเหือดไปซะทีเดียวแล้วนะ แต่เปอร์เซ็นต์มันน้อยลงน้อยลงน้อยลงน้อยลงน้อย ลงเท่านั้นเอง เพราะความจริงเฉยเฉยเบาว่างง่าย นะก็เป็นสัจจะอันนึงเหมือนกัน เพราะเราก็ต้องย่อมรู้ แต่ก็เมื่อเรามีแรงงานมีความ รู้มีความเข้าใจว่าแรงงานนี้ต้องใช้มันไปแรงงานมันก็ไม่ใช่ของใคร เพราะฉะนั้นจะไปซิสดาวน์มันจะไปหวงแหนอะไรมันมากมายนักเล่าแรงงาน ฝีมือเราก็ฝึกปรือขึ้นมา แล้วเราก็เอามาใช้มาทำสร้างสรรค์ลงไปมันก็กรอบๆขึ้นไปนี่แหละค่ะ นี่แหละประโยชน์ไม่มีอะไร เป็นค่าไม่มีอะไรเป็นประโยชน์เลย นอนๆนิ่งๆ มันจะเป็นคาดเป็นประโยชน์อะไร นี่แหละค่ะ นี่แหละประโยชน์ เมื่อเรามาปฏิบัติธรรมเนี่ยเรา ก็ต้องอดทนไปทั้งเมื่อเราเองยังมีกิเลสตัวเห็นแก่ตัวมันมากมันอยากจะได้เปรียบมันอยากใหญ่ มันอยากโตมันอยากจะสบายแบบที่เค้าภาษาคำไทยว่าสบายสบายเนี่ย เป็นคำที่มีอะไรก็มาช่วยหนุนช่วยไม่ใช่ขวนขวาย ไม่ใช่มักน้อยจะต้องมีเครื่องทุ่นแรงจะต้องมีเครื่องประโลม มีเครื่องบำรุง มีเครื่องอะไรต่ออะไร ห้อมล้อมอะไรต่ออะไร แม้คุณจะมีสตางค์ ซื้อหาสิ่งเหล่านั้นมาแวดล้อมมา อุปัฏฐาก อุปถัมภ์ มาช่วยคุณไว้คุณก็ต้องอาศัยมันแล้วถ้าคุณไม่มีคุณก็ไปไม่รอด คุณยุบช้า คุณก็ช้าคุณก็ไม่ได้เป็นคนที่จะมักน้อยลงไปได้อีกไม่ ไม่มา กน้อยคุณก็ยังจะมีส่วนอัตตา ส่วนกิเลสที่เหลือซ่อนซ่อนอยู่ในนั้นอ่ะ เนียนๆอยู่ในนั้น แต่ก็ไม่ใช่ให้รีบร้อน จะต้องละลางลงไปซะจนกระทั่งทรุดทรุดจนกระทั่งไปไม่รอดก็ไม่ใช่ แต่มีขีดขั้นนี่ค่อยค่อยเนียนในค่อยค่อยมีสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนเก็บละเอียดลงไปจนกระทั่ง จริงที่เราใจที่เราจริงเราน้อยที่สุดที่เรามีแค่ไหนก็ได้จริง จริงไม่มีอะไรเลย บ้านช่องเรือนชานที่หลับที่นอนนอนดินนอน โคนไม้โคนได้รุกขโมยอาหารก็อาศัยจากผู้อื่นที่จะถ้าใช้คำว่าบิณฑบาต นี่มีความหมายมากผู้อื่นให้ ได้อยากได้ของที่เขาให้เท่านั้นที่จริงคำว่าอยากมาเป็นโวหารไม่ได้อยากได้ด้วยซ้ำไป แต่เขาก็ให้เราเป็นอาฮุนเนยบุคคลเราเป็นปลาหุ่นเนยบุคคลเราเป็นทักษ คินเนยบุคคล เอาโดยบุคคลคือเป็นคนที่ควรบูชา ปลาหุ่นเลยบุคคลคือคนที่ควรต้อนรับ ทัดกินเนยบุกก็คือคนที่ควรให้ ทับกิเนย นี่คือคนที่เราควรให้ ให้เขาไปแล้วเป็นคนที่ควรได้รับของทานเป็นคนที่ควรใครๆก็ควรให้ของคนนี้เพราะคนนี้จะเป็นอะไรคนนี้จะเป็น บุณยเขต ตังโลกัสสะ คนนี้จะเป็นเนื้อนาบุญของโลกให้เข้าไปที่ท่านท่านจะเอามาผลิตงอกเงยท่านจะเอามาสร้างสรรค์อะไรบานขึ้นไปให้แก่ประชาชนเป็นผลส่วนตัวท่านเองนั้นเท่าทุน ตัวท่านเองไม่มีอะไรใหญ่อีกไม่กอบโกยอะไรอีก แต่ตัวท่านเป็นจักรกลที่มีทั้งความรู้ความ3ารถ มีทั้งพูดที่ห้อมล้อม มีทั้งแรงงาน มีทั้งผู้ช่วยเหลือเป็นคน เต็ม จักรกล เป็นจักรอ่ะ ธรรมจักร หรือเป็นจักร ที่อยู่ใน อะไรเจ็ดนะเขาเรียกอะไรเจ็ดและจัด ทั้งหมดนั่นแหละ แก้ว 7 ประการ มีจัดแก้ว มีช้างแก้วมีม้าแก้วมี นางแก้ว มี กอมณี มีคราบบดีเจ้ามีปริน นายกแก้วนั่นแหละ มันจะมีจริงๆมีจากแก้วไว้เลยเป็น เป็นมงตัดเป็นแดงกล เป็นเรื่องที่สอดร้อยกันหนุนเนื่องกันอยู่อย่างที่เราเป็นอย่างอาตมา นี่มีพวกเรานี้เป็นเป็นเฟืองเป็นห่อเป็นอะไรต่ออะไร ต่างๆนานา รวมแล้วเป็นจากแก้วเนี่ย กำลังผลิตอะไรออกไปให้แก่ข้างนอก เราไม่ได้ผลิตอะไร ก็มาให้เรา แล้วจะผลิตอะไรมาให้เรา ผู้ที่ท่านไม่มีแล้วท่านไม่มี แต่ท่านก็มี บทบาทการงานด้วยสิ่งที่มันเนื่องหนุนเข้ามาเพื่อสร้างสรรค์และเป็นนาบุญออกไปให้แก่โลกข้างนอก เป็น นาที ่ งอก บุญ ไปให้ แก่ คนอื่น ตัวเอง นั้นไม่ เสพ ตัวเอง นั้นไม่ สะไม่สม ไม่ กอบ ไม่ โกย เหมือนกับ อย่าง บริษัท อภิมหา รวย อย่างนิสัยความคิดแบบพวกอภิมหารวย ไม่ใช่ จะเป็นคนมักน้อยสันโดษที่จริงอยู่อย่างเดิม แต่มีบทบาทการงาน แม้จะมีสิ่งที่จะเข้ามาเนี่ย อาตมาเองว่ากันจริงแล้วเนี่ย อาตมาขณะนี้เนี่ย บ้านในนี้มีบ้านโอ้โหเนี่ย เค้าก็ว่า เป็นบ้านเค้าอาตมาเชียวนะนั่นน่ะให้เลย นั่นน่ะอาตมา จะอยู่ ไปนี่ก็ไม่มีใครเค้าว่าถ้าอาตมาจะยึดก็เป็นของที่อาตมาจะต้องนอนตายตรงนี้เค้า

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน