9บทที่ 1-5.docx

โฟลเดอร์New folder
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์5.20 MB
วันที่แก้ไข28 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

5157988 -669701 0 บทที่ 1 บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา ผู้ใช้แรงงานเมื่อประสบปัญหาความไม่ปลอดภัยในการทำงาน มีสาเหตุหนึ่งมาจากปัจจัยทางกายภาพที่เกิดจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม เช่น ความร้อน ความเย็น การสั่นสะเทือน เสียง แสงสว่าง เป็นต้น (คณะกรรมการอำนวยการจัดทำแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ. 2555 : 15 ) เมื่อความตึงเครียดสะสมเป็นเวลานานขึ้น และไม่ผ่อนคลายร่างกาย ความล้าหรือความอ่อนเพลียของร่างกายจะไม่สามารถซ่อมแซมและป้องกันตัวเองได้ เกิดความเสี่ยงในการก่อโรคและการบาดเจ็บที่รุนแรง ( National Institute for Occupational Safety and Health (NIOSH). n.d. ) โดยคนงานทุกคนจะมีความเมื่อยล้าจากการทำงานที่หนักเกินไปเป็นครั้งคราว แสดงออกมาในลักษณะความเมื่อยล้าทางกายและความเหนื่อยล้าทางใจ ซึ่งโดยทั่วไปมีอาการความเมื่อยล้าชั่วคราว สามารถระบุสาเหตุที่เกิดขึ้นได้ และสามารถบรรเทาลงได้ด้วยการผ่อนคลาย แต่ความเมื่อยล้าที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวันด้วยระยะเวลาที่ยาวนานและไม่ได้รับการพักผ่อนที่ดี เกิดการสะสมความเมื่อยล้าและความเหนื่อยล้าตลอดเวลา จนกระทั่งสะสมเรื้อรัง มีอาการปวดอักเสบตามร่างกาย ประกอบกับไม่มีแรงจูงใจในการบำบัดรักษา ความเมื่อยล้าระดับนี้ส่งผลต่ออารมณ์และจิตใจ ลักษณะอาการล้าที่อาจอยู่ในภาวะต้องได้รับการรักษาพยาบาล ได้แก่ การหักโหมมากเกินไป นิสัยการกินที่ไม่มีคุณภาพ โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ความกังวล ความตึงเครียด ความเศร้าโศก ภาวะซึมเศร้า การรักษาด้วยเคมีบำบัด การฉายรังสี และการใช้ยาลดความปวด ยาโรคหัวใจ และยาซึมเศร้า อาการเหล่านี้ทำให้เกิด เส้นโลหิตตีบได้ ( Pruthi . 2017) ทั้งนี้เกิดจากการเคลื่อนไห วที่ไม่เหมาะสมในระหว่างการทำงาน รวมถึง การออกกำลังกายไม่มีประสิทธิผลที่ดีต่อร่างกาย

อ่านต่อ

การออกกำลังกายหรือการออกแรงกายที่ไม่เหมาะสม อาจมีผลกระทบต่อคนงานในหลายมิติที่เกิดความล้าจากการทำงาน ประสิทธิภาพการรับรู้สิ่งต่างๆ ลดลงอย่างเห็นได้ชัดในช่วงแรก อาการอ่อนเพลียจากการพักนอนหลับน้อยเกินไป จะสังเกตเห็นได้จากใบหน้าที่ไม่กระปรี้กระเปร่า ใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างค้ำยันปลายคางไว้ มีงานวิจัยแสดงถึงความเมื่อยล้าจะทำให้ความสามารถในการ ทำงานของคนงานลดลง และอาจเกิดอุบัติเหตุระหว่างการทำงานได้ โดยมีสถิติในด้านต่างๆ ได้แก่ 1) ด้านประสิทธิภาพทางปัญญาลดลง คือ มีอาการเมื่อยล้าจากที่ทำงาน 76% มีความเฉื่อยชาในการ ตัดสินใจ 27% รู้สึกตัวเองผลิตผลงานลดลง 53% มักหลงลืม 39% มีอาการลุกลี้ลุกลน 44% 2) ด้านการนอนหลับ คือ มีอาการหลับใน ณ ที่ทำงาน 27% ระหว่างขับรถ 16% หลังเลิกงาน 41% และ 3) ด้านความเสี่ยงภัย คือ รู้สึกตัวว่ามีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 11% เกิดอุบัติเหตุกับตัวเองในที่ทำงาน 3% เกิดอุบัติเหตุกับเพื่อนร่วมงาน 7% ( National safety council. 2017 : 15) รัฐบาลได้กำหนดกรอบแนวทางที่สำคัญของยุทธศาสตร์ชาติ เป็นยุทธศาสตร์การพัฒนาและ ส่งเสริมศักยภาพของคน ได้แก่ 1) พัฒนาศักยภาพคนตลอดชีวิต 2) สร้างเสริมให้คนมีสุขภาวะที่ดี 3) สร้างความอยู่ดีมีสุขของครอบครัวไทยให้เอื้อต่อการพัฒนาคน (จิ นางค์กูร โร จนนันต์ . 2560) และแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาสุขภาพของจังหวัดจันทบุรี ได้ดำเนินการภายใต้วิสัยทัศน์ “ ประชาชนสุขภาพดี ระบบสุขภาพมีความเป็นเลิศ ชุมชนพึ่งตนเองทางสุขภาพได้ พร้อมพัฒนาสู่เมือง สุขภาพ อาเซียนและเมืองสุขภาพที่ยั่งยืน ” ( แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาสุขภาพจังหวัดจันทบุรีปี พ.ศ. 2559 - 2563) จังหวัดจันทบุรีมีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบ พื้นที่ส่วนหนึ่งใช้ทำนา มีพืชขึ้นอยู่ชนิดหนึ่ง คือ กก โดยกกมีคุณสมบัติเหมาะแก่การทอเสื่อ ซึ่งเป็นสินค้าประเภทหัตถกรรมที่ขึ้นชื่อของจังหวัดจันทบุรี ชาวจันทบุรีรู้จักการทอเสื่อไม่ต่ำกว่า 120 ปีมาแล้ว จึงเป็นอาชีพที่มีความสำคัญต่อชุมชน ทั้งนี้จากการสำรวจด้วยการ สนทนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงปัญหาสุขภาพของคนงานทำเสื่อกก ณ ศูนย์ศิลป์เสื่อบางสระเก้า อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี จำนวน 40 ราย พบว่ามีปัญหาความเมื่อยล้าตามร่างกาย จำนวน 33 ราย คิดเป็นร้อยละ 82.50 และมีอาการบริเวณ เอว ขา น่อง มากที่สุด ประกอบกับจากการสังเคราะห์งานวิจัยเกี่ยวกับปัญหาความเมื่อยล้าของผู้วิจัย พบว่า คนงานส่วนใหญ่มีปัญหาในอิริยาบถการทำงาน ท่าทางในการทำงานที่ไม่ถูกสุขลักษณะเป็นเวลานานๆ ทำให้เกิดการอักเสบและผิดปกติของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย โดยมีอาการทางกายหลายอย่างแตกต่างกันไปในแต่ละคน ตั้งแต่ปวดศีรษะ ปวดหลัง อ่อนเพลีย เป็นต้น ( ยรรยงค์ อิ่มสุวรรณ. 2559) มีการศึกษาถึงความเมื่อยล้าที่มีผลต่อระบบการหมุนเวียนของโลหิต ส่งผลให้มีความดันโลหิต ที่สูงขึ้น ( Louhevaara et al. 2000 : 340-344). อาชีพที่เสี่ยงต่อการเมื่อยล้ามักพบในการทำงานที่ ต่อเนื่องยาวนาน ได้รับผลกระทบจากเสียง แสงสว่าง และมีความสั่นสะเทือน ( Santos et al. 2016 : 1218) โดยเฉพาะคนงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมสิ่งทอ ( Karimi et al. 2016 : 322-325 . ; Metzner and Fischer. 2010 : 289-294) บุญเรือง ไตร เรืองวรวัฒน์ ( 2560) บรรยายว่า ผลการสำรวจสถานการณ์ ปัญหาสุขภาพจิตเมื่อพ.ศ.2556 ซึ่งสำรวจทุก 5 ปี พบว่าคนไทยที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปมีปัญหาสุขภาพจิต ประมาณ 7 ล้านคน หนึ่งในกลุ่มโรคเหล่านั้นคือ กลุ่มโรคซึมเศร้า ซึ่งมีสาเหตุมาจากการสั่งสมความเครียด ผลของความเครียดทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านร่างกาย เกิดการกระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติ ทำให้เกิดความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หลอดเลือดอุดตัน ประกอบกับการรับประทานอาหารที่มีคุณภาพต่ำ การออกแรงกายที่ไม่เหมาะสม และการมีพฤติกรรมต่างๆ ที่ไม่เอื้อต่อสุขภาพให้แข็งแรง เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความโรคความดันโลหิตสูงได้ถึงร้อยละ 90 ( Whelton . 2017 : 40-42) ปัจจุบันผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงนิยมใช้การรักษาด้วยยาและการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมการดูแลสุภาพด้วยการออกกำลังกาย ลดการรับประทานอาหารเค็มจัด และลดความเครียด ( สุร เกียรติ อาชา นา นุภาพ. 2551 : 680) จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น ผู้วิจัยจึงมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาปัญหาความเมื่อยล้า ระดับความเมื่อยล้า และศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความเมื่อยล้าของคนงานทำเสื่อกก กรณีศึกษา ศูนย์ศิลป์เสื่อบางสระเก้า อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี โดยผลจากการวิจัยครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ในการดูแลสุขภาพด้วยตนเองในกลุ่มคนงานทำเสื่อกก เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงาน การเคลื่อนไหวร่างกาย เป็นการป้องกันปัญหาการเกิดโรคไม่ติดเชื้อเรื้อรังได้ในระยะยาว และคนงานทำเสื่อกกสามารถนำเสนอข้อมูลจากการวิจัยให้กับองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นในการจัดทำแผนการพัฒนาและส่งเสริมสุขภาพของประชาชน เป็นประโยชน์ด้านสุขภาพกับชุมชนและสังคมสืบไป คำถามการวิจัย 1. ปัญหาความเมื่อยล้า และระดับความเมื่อยล้าของคนงานทำเสื่อกก ตำบลบางสระเก้า อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี เป็นอย่างไร 2. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความเมื่อยล้าของคนงานทำเสื่อกก ตำบลบางสระเก้า อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี เป็นอย่างไร วัตถุประสงค์ของการวิจัย การวิจัยนี้ทำขึ้นในลักษณะกรณีศึกษาเจาะจงกลุ่มประชากร ถึงปัญหาความเมื่อยล้า ระดับ ความเมื่อยล้า และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความเมื่อยล้าของ คนงานทำเสื่อกก ตำบลบางสระเก้า อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี ได้แก่ 1. เพื่อศึกษาปัญหาความเมื่อยล้า ระดับความเมื่อยล้าของคนงานทำเสื่อกก 2. เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยปัญหาสุขภาพ ปัจจัยสภาพ แวดล้อม การทำงาน และปัจจัยลักษณะความเมื่อยล้า กับระดับความเมื่อยล้าของคนงาน ทำเสื่อกก สมมติฐานของการวิจัย ปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยปัญหาสุขภาพ ปัจจัยสภาพแวดล้อม การทำงาน และปัจจัยลักษณะ ความเมื่อยล้า มีความสัมพันธ์กับความเมื่อยล้าของคนงานทำเสื่อกก ตำบลบางสระเก้า อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี ขอบเขตการวิจัย 1. ด้านเนื้อหา สภาพการทำงานของคนงานทำเสื่อกก ประสบปัญหาเกี่ยวกับความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมในการทำงาน เช่นเดียวกับแรงงานในกลุ่มอื่นๆ ส่งผลให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ จึงเน้นศึกษาถึงปัญหาความเมื่อยล้าที่เกิดขึ้นในวิถีการทำงานประจำวัน โดยศึกษาถึงปัญหาสุขภาพ สภาพแวดล้อมการทำงาน ลักษณะความเมื่อยล้า ระดับความเมื่อยล้า และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความ เมื่อยล้า ได้แก่ 1) ข้อมูลส่วนบุคคล 2) ข้อมูลปัญหาสุขภาพ 3) ข้อมูลสภาพแวดล้อมการทำงาน 4) ข้อมูลลักษณะความเมื่อยล้า โดยประเมินผลจากการวัดระดับความเมื่อยล้าด้วยดัชนีความไม่ปกติใน 8 ด้าน ด้านพื้นที่ศึกษา เลือกศึกษาในกลุ่มทำเสื่อกกของคนงานทำเสื่อกก เพราะแรงงานระบบนี้ไม่มีกฎเกณฑ์ข้อบังคับจากองค์กรหรือจากกฎหมาย ในการควบคุมกระบวนการผลิต รวมถึงสวัสดิการด้านต่างๆ โดยเฉพาะการอบรมให้ความรู้ในด้านความปลอดภัยและสุขอนามัย แรงงานกลุ่มนี้จึงได้รับผลกระทบทางด้านสุขภาพ โดยเฉพาะปัญหาความเมื่อยล้าที่เกิดจากการทำงานในแต่ละวัน ด้านการเลือกพื้นที่ศึกษา จึงเป็นแบบเฉพาะเจาะจงในกลุ่มทำเสื่อกกของศูนย์ศิลป์เสื่อบางสระเก้า อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี 2. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 2.1 ประชากร ต ามทะเบียนจำนวนสมาขิกของศูนย์ศิลป์เสื่อบางสระเก้า มีจำนวน 163 ราย (ณ วันที่ 30 มีนาคม 2560) เป็นสมาชิกตั้งแต่เริ่มก่อตั้งศูนย์ และทำงานประจำวันในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง ของการทำเสื่อกกจนถึงปัจจุบัน 2.2 กลุ่มตัวอย่าง คัดเลือกเฉพาะสมาชิกที่สมัครใจ มีอายุงานต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 5 ปี และเต็มใจในการเข้าร่วมโครงการวิจัย ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามครบกระบวนการ ในช่วงเวลาหลังเลิกทำงานภาคบ่ายของวันที่ตอบแบบสอบถาม สามารถอ่านและเข้าใจภาษาไทย โดยทำการศึกษาในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2560 นิยามศัพท์เฉพาะ ความเมื่อยล้า หมายถึง อาการที่ผิดปกติเกิดกับร่างกาย มาจากโรคประจำตัวของแต่ละบุคคล หรือลักษณะท่าทางการทำงานประจำวัน หรืออาการปวดกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น โครงสร้างกระดูก และลักษณะความเมื่อยล้าที่เกิดขึ้นตามอวัยวะต่างๆ อายุ หมายถึง จำนวนอายุปีเต็มของคนงานทำเสื่อกก นับตามปีปฏิทินจนถึงวันที่ตอบแบบสอบถาม ปัญหาสุขภาพ หมายถึง โรคประจำตัว หรืออุบัติเหตุที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บ ซึ่งมีผลต่อสุขภาพของคนงานทำเสื่อกก สภาพแวดล้อมการทำงาน หมายถึง ลักษณะท่าทางอิริยาบถในการทำงานแต่ละขั้นตอนการจัดเตรียมวัตถุดิบ การแปรรูปวัตถุดิบ จนถึงการแปรรูปผลิตภัณฑ์ของคนงานทำเสื่อกก โดยสังเกตกระบวนการทำงานด้านต่างๆ ได้แก่ จากสภาพทั่วไป จากท่าทางการทำงาน จากการเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ และจากการยกของ ลักษณะความเมื่อยล้า หมายถึง อาการความรู้สึกเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในบริเวณอวัยวะต่าง ๆตามส่วนของร่างกาย ที่เกิดจากการใช้งาน หรือมีความรู้สึกอ่อนล้า อ่อนแรง อ่อนเพลีย ในช่วงเวลาหนึ่งๆ เป็นประจำ ซึ่งทำให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ ระดับความเมื่อยล้า หมายถึง ระดับความรู้สึกที่มีต่อร่างกาย เกิดขึ้นในลักษณะหมดแรง อ่อนเพลีย ที่จะทำงานต่อได้ มีความรู้สึกต้องการพักผ่อน หรือผ่อนคลายด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง เพื่อหยุดพักการทำกิจกรรมที่จะต้องใช้แรงงาน โดยวัดจากแบบประเมินค่าดัชนีความไม่ปกติ (Abnormal Index) ใน 8 ด้าน ได้แก่ 1 ) ด้านความล้าทั่วไป 2 ) ด้านความเสี่ยงต่อการเจ็บปวดและบาดเจ็บ 3 ) ด้านระดับ ความสนใจต่องานที่ทำ 4 ) ด้านความซับซ้อนของลักษณะงาน 5 ) ด้านความยากง่ายของการทำงาน 6 ) ด้านจังหวะการทำงาน 7 ) ด้านความรับผิดชอบในการทำงาน และ 8 ) ด้านความเป็นอิสระในการทำงาน ประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัย 1. ได้ทราบข้อมูลด้านความเมื่อยล้าและระดับความเมื่อยล้าของคนงานทำเสื่อกก เพื่อนำไป ปฏิบัติในการแก้ไขพฤติกรรมในการดำรงชีวิตประจำวัน 2. ได้ข้อมูลปัจจัยแต่ละด้านที่มีความสัมพันธ์กับความเมื่อยล้า สำหรับวางแผนการป้องกันอุบัติเหตุจากการทำงานในกลุ่มคนงานทำเสื่อกก 3. ได้ข้อมูลในการนำเสนอปัญหาความเมื่อยล้าจากการทำเสื่อกก ให้กับองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ในการจัดทำแผนด้านสุขภาพของประชาชน 5052695 -659130 0 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงปัญหาความเมื่อยล้า ระดับ ความเมื่อยล้า และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความเมื่อยล้าของคนงานทำเสื่อกก กรณีศึกษา ศูนย์ศิลป์เสื่อบางสระเก้า อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี ซึ่งสามารถนำเสนอเป็นกรอบในการศึกษาได้ดังนี้ การกำหนดกรอบการศึกษาได้ใช้ทฤษฎีและแนวคิด 3 ประการ ได้แก่ แนวคิดเกี่ยวกับสรีรศาสตร์ แนวคิดหลักการของ การย ศาสตร์ และแนวคิดเกี่ยวกับความล้าจากการทำงาน แนวคิดและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องในการศึกษา สามารถรวบรวมและจัดหมวดหมู่ออกเป็นหัวข้อได้ 5 ประการ และงานวิจัยในประเทศและต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้ ระบบกล้ามเนื้อ หลักการของ การย ศาสตร์ (Ergonomics) ความหมายและประเภทของความเมื่อยล้า อาการของความเมื่อยล้า 3.2 การประเมินความเมื่อยล้า ลักษณะท่าทางการทำเสื่อกก บริบทของศูนย์ศิลป์เสื่อบางสระเก้า สรุปองค์ความรู้จากการทบทวนเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง งานวิจัยที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ กรอบแนวคิดของการวิจัย ระบบกล้ามเนื้อ ระบบกล้ามเนื้อเป็นระบบที่ประกอบด้วยเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อเป็นก้อนเส้นใย (fiber) ที่ยืดและหดได้ กล้ามเนื้อมีประมาณครึ่งหนึ่งของน้ำหนักตัว ซึ่งทำงานร่วมกับกระดูก เอ็น ข้อต่อ และระบบประสาททำให้ร่างกายสามารถเคลื่อนไหวได้ตามต้องการ และยังทำให้มีการเคลื่อนไหวของอวัยวะภายในด้วย อีกหน้าที่หนึ่งของกล้ามเนื้อ คือเป็นที่เก็บสะสมโปรตีน หน้าที่สำคัญของกล้ามเนื้อ คือ ช่วยทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของร่างกาย ช่วยในการหายใจ และการ ไหลเวียนของเลือด กล้ามเนื้อมีคุณสมบัติ ในการยืดหยุ่น (elasticity) คือ หยุ่นตัวได้เมื่อมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น และยืดตัวออกเมื่อน้ำหนักลดลง นอกจากนั้นยังมีการตึงตัว (tone) เตรียมพร้อมที่จะทำงานได้ และมีอาการเมื่อยล้า (fatigue) เมื่อทำงานมากเกินกำลัง ชนิดของกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อ สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ชนิด ได้แก่ 1. กล้ามเนื้อลาย หรือ กล้ามเนื้อโครงร่าง (Striated muscle หรือ Skeletal muscle) เป็นกล้ามเนื้อที่ติดกับกระดูกและข้อต่อ ช่วยให้เกิดการเคลื่อนไหว มีจุดเกาะต้น เรียกว่า Origin และจุดเกาะปลาย เรียกว่า Insertion จุดเกาะทั้งสองส่วนมากจะมีลักษณะเป็นเอ็น (Tendon or ligament) ซึ่งจะเกาะกับกระดูกโดยตรงหรือไม่ก็ได้ มีเส้นใยกล้ามเนื้อ (Muscle fiber) รวมกันอยู่เป็นจำนวนมาก สามารถหดและคลายตัวได้ เป็นกล้ามเนื้อที่อยู่ภายใต้การควบคุมของจิตใจ (Voluntary muscle) เช่น กล้ามเนื้อ แขน ขา ลำตัว เป็นต้น 2. กล้ามเนื้อเรียบ ( Nonstriated muscle หรือ smooth muscle) เป็นกล้ามเนื้อที่มีลักษณะเรียบไม่มีลาย เป็นส่วนของอวัยวะภายใน เช่น ผนังกระเพาะอาหาร ลำไส้ เป็นต้น การทำงานอยู่นอกเหนือการควบคุมของจิตใจ (Involuntary Muscle) 3. กล้ามเนื้อหัวใจ (Cardiac muscle) เป็นกล้ามเนื้อเฉพาะส่วน พบได้ที่หัวใจเท่านั้น การทำงานอยู่ภายใต้การควบคุมของระบบประสาทอัตโนมัติ อยู่นอกเหนือการควบคุมของจิตใจ แผน ภาพที่ 1 กล้ามเนื้อส่วนลำตัว ด้านหน้า ที่มา ( Keith L. Moore and Arthur F. Dalley II , 1999 : 28 ) แผน ภาพที่ 2 กล้ามเนื้อส่วนลำตัว ด้านหลัง ที่มา ( Keith L. Moore and Arthur F. Dalley II , 1999 : 29 ) กล้ามเนื้อใบหน้า กล้ามเนื้อใบหน้าเป็นส่วนที่อยู่ใต้ผิวหนัง (Subcutaneous tissue) ด้านหนึ่งเกาะกับกระดูกหน้า อีกด้านหนึ่งติดกับผิวหนังของใบหน้า ทำหน้าที่แสดงความรู้สึกบนใบหน้า เช่น ดีใจ เสียใจ โกรธ และแสดงอาการทางสีหน้า เช่น ยิ้ม หัวเราะ ร้องไห้ เป็นกล้ามเนื้อที่บ่งบอกถึงบุคลิกภาพของแต่ละคนได้เป็นอย่างดี ส่วนของกล้ามเนื้อที่ใช้แสดงความรู้สึกออกทางใบหน้า (Muscle of facial expression) ที่สำคัญ ได้แก่ Frontalis อยู่ที่หน้าผาก ทำหน้าที่ ยักคิ้วขึ้นลง ทำหน้าผากให้ย่น Nasalis อยู่ที่จมูก ทำหน้าที่ หุบปากจมูก เวลาดมกลิ่น Corrugator อยู่บริเวณคิ้วและเหนือคิ้ว ทำหน้าที่ ขมวดคิ้ว แสดงอาการครุ่นคิด Orbiculalis occuli อยู่รอบดวงตา ทำหน้าที่ ปิดตา หรือหลับตา Zygomaticus major เกาะอยู่บริเวณโหนกแก้ม และบริเวณปากด้านบน ท้าหน้าที่ยกปาก Orbicularis oris อยู่บริเวณรอบปาก ทำหน้าที่ หุบปาก ทำริมฝีปากให้ยื่น Risorius อยู่ถัดออกมาทางด้านข้างของปาก เห็นได้เวลาแสยะยิ้ม กล้ามเนื้อคอ กล้ามเนื้อคอ (Muscle of the neck) มีส่วนสำคัญในการเคลื่อนไหวของคอ ประกอบด้วย 3 มัด ได้แก่ 1. Sternomastoid หรือ Sternocleidomastoideus เป็นกล้ามเนื้อที่ใหญ่ที่สุดของคอ เกาะพาดจากกระดูกหน้าอก กับกระดูกไหปลาร้าไปยังด้านนอกของกระดูก Mastoid และกระดูกท้ายทอย ทำ หน้าที่เอียงคอ หันและหมุนคอ 2. Splenius capitis เป็นกล้ามเนื้อที่อยู่ด้านข้างข องคอ มีจุดเกาะเริ่มจากกระดูกสัน หลัง ส่วนลำ ตัว ( thoracic spine) อันที่ 3 และ 4 ไปยั งจุดเกาะปลายที่กระดูกท้ายทอย ทำหน้าที่ ยืดคอ เอียงคอและเงยหน้า 3. Semispinalis capitis เป็นกล้ามเนื้ อที่อยู่ด้านหน้าของคอ จุดเกาะ เริ่มจากกระดูกสันหลังส่วนคอ ( cervical spine) อันที่ 4 และ 5 ไปยั งจุดเกาะปลายที่กระดูกท้ายทอย ช่วยเสริมการ ยืดคอ เอียงคอและเงยหน้า กล้ามเนื้อลำตัว กล้ามเนื้อส่วนลำ ตัว (Muscle of the trunk) แบ่งเป็นกล้ามเนื้อส่วนลำ ตัวด้านหน้า และด้านหลัง ดังนี้ 1. กล้ามเนื้อส่วนลำ ตัวด้านหน้า ส่วนที่ เห็นเด่นชัด และมัดใหญ่ มีดังนี้ 1.1 Pectoralis minor เป็นกล้ามเนื้อรูปสามเหลี่ยมแบนเล็กอยู่ภายใต้กล้ามเนื้อ Pectoralis major เกาะจากผิวนอกของกระดูกซี่โครงซี่ที่ 3 –5 ไปยัง Coracoid process ของ กระดูกสะบัก ท้าหน้าที่ดึงหัวไหล่ไปทางด้านหน้าและลงล่าง และช่วยรับน้ำ หนักตัวขณะที่ยืนเอามือยัน 1.2 Pectoralis major เป็นกล้ามเนื้อทรวงอกมัดใหญ่ รูปร่างคล้ายพัด คลุมอยู่บน อกและทับอยู่บนกล้ามเนื้อ Pectoralis minor และเป็นกล้ามเนื้อที่เกาะจากแนวกลางของกระดูก หน้าอกไปยังกระดูกต้นแขน เป็นก ล้ามเนื้อที่แสดง ลักษณะเพศชายได้ชัดเจน คือมีลักษณะอกผาย ไหล่ผึ่ง ทำ หน้าที่หุบ งอ หมุนต้นแขนเข้าด้านใน ช่วยในการผลัก ขว้าง ปีนป่าย การหายใจเข้า รั้งแขนให้มาทางด้านหน้าทำ ให้ไหล่คงรูปอยู่กับที่ 1.3 Rectus abdominis เป็นกล้ามเนื้อหน้าท้องมีลักษณะแถบยาว เป็นปล้อง ๆ เมื่อออกแรงเกร็ง มีจุดเกาะต้นจากกระดูกหัวเหน่า (Pubic bone) ทอดขึ้นบนและค่อย ๆ กว้างขึ้น ไปเกาะที่ปลายผิวหน้าของกระดูก Xiphoid และกระดูกซี่โครงที่ 5, 6, 7 ทำ หน้าที่เกร็งช่องท้อง เวลายกของหนัก ช่วยในการขับถ่ายและคลอดบุตร 1.4 Oblique externus หรือ External oblique เป็นกล้ามเนื้อลำ ตัวด้านข้าง ตั้งต้นจากกระดูกที่ 4 -12 ทอดเฉียงจากบนมาล่าง ยึดเกาะที่ Iliac crest ของกระดูกเชิงกราน ทำ หน้าที่เหมือนกับกล้ามเนื้อ Rectus abdominis 1.5 Serratus anterior เป็นกล้ามเนื้อด้านในของรักแร้ อยู่ทางด้านข้างของอก มีรูปร่างเป็นแฉก ๆ ยึดติดกับกระดูกซี่โครงทางด้านหน้าไปยังกระดูกสะบัก ท้าหน้าที่ยึดดึง กระดูกสะบักให้อยู่กับที่และช่วย 2. กล้ามเนื้อส่วนลำ ตัวด้านหลัง มีกล้ามเนื้อที่สำ คัญดังนี้ 2.1 Trapezius เป็นกล้ามเนื้อรูปสามเหลี่ยม คลุมบริเวณคอด้านหลัง ลงมาถึง แผ่น หลัง โดยยึดเกาะจากแนวกลางของแผ่นหลังส่วนบน ไปเกาะที่กระดูกไหปลาร้าทั้งซ้ายและขวา ทำ หน้าที่ รั้งกระดูกสะบักมาข้างหลัง กล้ามเนื้อส่วนบนเมื่อหดตัวไหล่จะยกขึ้น ส่วนกลางหดตัวจะดึงสะบัก 2 ข้างเข้ามาหากัน ส่วนล่างหดตัวจะทำใ ห้ไหล่ถูกดึงลง 2.2 Latissimus dorsi เป็นกล้ามเนื้อรูปสามเหลี่ยมแบนกว้าง คลุมอยู่ตอนล่างของแผ่นหลังและบั้นเอว ทอดผ่านไปมุมล่างของกระดูกสะบัก ทำหน้าที่ดึงแขนเข้าชิดลำ ตัว ดึงแขนลงมาข้างล่างด้านหลัง และหมุนแขนเข้าด้านใน กล้ามเนื้อนี้ใช้มากในการปีนป่าย ว่ายน้ำ และ ตอนทำ กรรเชียงเรือ กล้ามเนื้อส่วนนี้ จะหดตัวทันทีในขณะที่จาม กล้ามเนื้อส่วนหัวไหล่และแขน กล้ามเนื้อส่วนหัวไหล่และแขน (Muscle of the upper limb) ที่ช่วยในการทำ งาน ของหัวไหล่และแขนที่สำ คัญ คือ 1. กล้ามเนื้อส่วนหัวไหล่ 1.1 Deltoid เป็นกล้ามเนื้อคลายขนนกหลาย ๆ อันมารวมกันเป็นมัดใหญ่หนา รูปสามเหลี่ยมจุดเกาะอยู่ที่ไหปลาร้า และกระดูกสะบัก แล้วไปเกาะที่ตอนกลางของกระดูกต้นแขน ทำ หน้าที่ยกไหล่และยกต้นแขน เป็นส่วนที่บ่งบอกลักษณะเพศชายได้อย่างชัดเจน 1.2 Supraspinatus เริ่มเกาะจากกระดูกสะบักไปยังกระดูกต้นแขน ทำ หน้าที่ช่วย กล้ามเนื้อ Deltoid ในการยก หรือกางแขน 1.3 Infraspinatus เริ่มเกาะจากกระดูกสะบักไปยังกระดูกต้นแขน ทำ หน้าที่หมุนต้นแขนออกด้านนอก และดึงแขนไปด้านหลัง 1.4 Teres minor และ Teres major ส่วนนี้ เกาะที่กระดูกสะบัก แล้วมาเกาะที่กระดูกต้นแขน โดย Teres minor ทำ หน้าที่หมุนแขนออกด้านนอก Teres major ทำ หน้าที่หมุนแขนเข้าด้านใน 1.5 Subscapularis มีจุดเกาะที่กระดูกสะบักและกระดูกต้นแขน ทำ หน้าที่หมุน ต้นแขนเข้าด้านใน 2. กล้ามเนื้อแขนส่วนต้น ที่สำ คัญได้แก่ 2 .1 Biceps brachii เป็นกล้ามเนื้อด้านหน้าของต้นแขน มีที่เกาะส่วนบนแยก ออก 2 ทาง คือ เกาะจาก Coracoid process และ Supraglenoid tubercle ไปยัง Tuberosity ของ กระดูกปลายแขนท่อนนอก (Radius) ทำหน้าที่งอต้นแขน ปลายแขน สามารถ หมุนแขนเข้าและดึงออก 2.2 Brachialis เป็นกล้ามเนื้อต้นแขนที่อยู่ตรงกลางค่อนมาด้านล่าง เกาะจาก กระดูกต้นแขนไปยัง Tuberosity ของกระดูกปลายแขนท่อนใน (Ulna) ทำ หน้าที่งอข้อศอก 2.3 Coracobrachialis เกาะจาก Coracoid process ของกระดูกสะบักไปยัง กึ่งกลางของกระดูกต้นแขน ทำ หน้าที่งอต้นแขน 2.4 Triceps brachii เป็นกล้ามเนื้อด้านหลังของต้นแขน ส่วน ปลายบน แยก ออก 3 ทาง เกาะกระดูกสะบัก 1 ที่ และอีก 2 ทางเกาะที่กระดูกต้นแขน มีจุดเกาะ ที่ก ระดูก ปลายแขนท่อนใน (Ulna) กล้ามเนื้อมัดนี้จะทำ หน้าที่ตรงกันข้ามกับกล้ามเนื้อ Biceps brachii คือ ทำ หน้าที่เหยียดปลายแขน 3. กล้ามเนื้อส่วนปลายแขน 3.1 Brachioradialis เป็นกล้ามเนื้อด้านนอกของปลายแขน มีจุดเกาะต้นที่ ตอนล่าง ของกระดูกแขน ไปเกาะที่ด้านนอกของกระดูกปลายแขนท่อนนอก (Radius) ทำ หน้าที่งอปลายแขน 3.2 Flexor carpi radialis เป็น กล้ามเนื้อที่อยู่ด้านหน้าของปลายแขน มีจุดเกาะที่ กระดูกต้นแขน แล้วมาเกาะที่กระดูกฝ่ามือชิ้นที่ 2 และ 3 ทำ หน้าที่งอข้อมือและกางมือ 3.3 Palmaris longus เป็นกล้ามเนื้อที่อยู่ทางด้านหน้าของแขน จุดเกาะเริ่มจาก กระดูกต้นแขนไปยังกระดูกปลายแขน แล้วกลายเป็นเอ็น (Tendon) ไปเกาะที่ฝ่ามือทำ หน้าที่ งอข้อมือ 3.4 Flexor carpi ulnaris เป็นกล้ามเนื้อที่อยู่ทางด้านหลังของกระดูกปลายแขน ท่อนใน (Ulna) ผ่านมาที่ข้อมือ ทำ หน้าที่งอข้อมือ 3.5 Extensor carpi radialis longus เป็นกล้ามเนื้อที่มีจุดเกาะต้นจากกระดูก ต้นแขน แล้วไปเกาะที่กระดูกฝ่ามือทางด้านหลัง ทำ หน้าที่กางและเหยียดข้อมือ 3.6 Extensor digitorum เป็นกล้ามเนื้อที่มีจุดเกาะต้นจากกระดูกต้นแขน และมี ปลายเป็นเอ็น 4 เส้น ไปเกาะยังกระดูกนิ้วมือทั้ง 4 นิ้ว ทำ หน้าที่เหยียดนิ้วมือและข้อมือ 4. กล้ามเนื้อส่วนมือและนิ้ว กล้ามเนื้อส่วนมือและนิ้วมือ เป็นกล้ามเนื้อขนาดเล็กและสั้น ส่วนมากจะเป็นเอ็นของกล้ามเนื้อ ซึ่งติดต่อมาจากแขนท่อนล่าง ทำ หน้าที่ช่วยในการงอและเหยียดมือและข้อมือ รวมทั้งช่วยให้นิ้วหัวแม่มือสามารถเคลื่อนไปแตะนิ้วอื่นๆ ได้ จึงเรียกว่า Opposition กล้ามเนื้อใน กลุ่มนี้ มีที่สำ คัญ ได้แก่ 4.1 Thenar eminence เป็นกล้ามเนื้อหัวแม่มือเกาะที่ฝ่ามือ โดยเฉพาะที่ใต้ ฐานหัวแม่มือ จะเห็นเป็นเนินชัดเจน ทำ หน้าที่งอนิ้วหัวแม่มือ 4.2 Hypothenar eminence เป็นกล้ามเนื้อที่อยู่ใต้นิ้วก้อย มีรอยนูนเด่นชัด ทำ หน้าที่งอนิ้วก้อย 4.3 Dorsal interosseus เป็นกล้ามเนื้อที่กระดูกฝ่ามือชิ้นที่ 1 และ ชิ้นที่ 2 ทอด มา เกาะที่นิ้วหัวแม่มือ ทำ หน้าที่กางนิ้วชี้และหมุนหัวแม่มือ 4.4 Abductor pollicis เกาะอยู่ที่ฐานของนิ้วหัวแม่มือ ทำ หน้าที่งอนิ้วหัวแม่มือ กล้ามเนื้อส่วนสะโพกและขา กล้ามเนื้อส่วนสะโพกและขา (Muscle of th

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน