สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน ความเบิกบานร่าเริงที่ไม่เป็นโลกีย์.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน ความเบิกบานร่าเริงที่ไม่เป็นโลกีย์ _สร้างความเบิกบานที่ไม่เป็นโลกีย์ให้กับตัวเองได้อย่างไร พ่อครูว่า...หลวงปู่กำลังจะเอา อานาปานสติสูตรมาอธิบาย อานาปานสติสูตรจบที่ทำใจให้อภิปโมทยังจิตตัง คือจิตที่เบิกบานร่าเริง ที่ถามมานี้ลึกซึ้งมาก ความเบิกบานร่าเริงที่ไม่เป็นโลกีย์ให้แก่ตัวเอง ที่ไม่เป็นโลกีย์ คือ 1. เป็นอารมณ์ที่เรารู้ว่าควรจะมีควรจะเป็น เหมาะสมกับตัวเรา และไม่เป็นโทษภัยกับคนอื่น 2. แม้เหมาะสมกับตัวเราแล้วก็ไม่มากไม่แรงจนเราไปหลงติด ถ้ามันมาก แรงจนเราหลงติดก็หยุด อย่าไปเบิกบานร่าเริงมากกว่านั้น อาการเบิกบานร่าเริงมันมากกว่านี้แล้วเราจะหลงติด เราก็ต้องเลิก ก็ต้องเบิกบานร่าเริงให้น้อยลง จนกระทั่งกลางๆ ไม่เบิกบานร่าเริง หรือเบิกบานร่าเริงได้ คุณก็ต้องยอมอนุโลม เพราะคุณเบิกบานร่าเริงได้แล้วคุณก็ไม่ติดในความเบิกบานร่าเริงนี้ อนุโลมความเบิกบานร่าเริงให้จิตใจเราเบิกบานร่าเริง เพราะฉะนั้นจึงต้องเป็นกลางให้ได้ อย่าให้เศร้าหมอง ให้เบิกบานร่าเริงเป็นที่สุด แล้วจนเป็นกลางๆ กลางๆแล้วค่อยๆมีพลังงาน สร้างจิตเป็นกลางได้แข็งแรง จิตเป็นกลางเรียกว่าอุเบกขา เพราะฉะนั้นฐานอุเบกขานี้เป็นอย่างนี้ เรียกว่าบริสุทธิ์ มันไม่เป็นบวกเป็นลบอย่างไรเลย แม้แต่ฝึกไปอีกแล้วกระทบสัมผัสชวนให้ร่าเริง เราก็อย่าไปเหลิงกับร่าเริง ถ้าจะปล่อยให้ร่าเริงไปตาม เดี๋ยวเราจะหลง ก็อย่าเอาร่าเริงไว้ เมื่อเราอนุโลมได้แล้วก็ร่าเริงไปได้ มีพลังศรัทธาจิตเจโต static ฐานยึดไว้ได้ เราถึงยอมอนุโลมเป็นได้ เพราะฉะนั้นอย่าประมาท เราจะอนุโลมอะไรกับใคร ถ้าเรามีเต็มที่ของเรา 100 แต่ต้องอนุโลมไว้แค่ 50 เก่งขึ้นเราจะอนุโลมได้ 70 เราจะอนุโลมได้ 80 หากเลย 80 แล้วเราอย่าไปอนุโลม เราต้องมีต
อ่านต่อ
้นทุนไว้อย่างน้อย 20 อย่าไปทำตัวร่าเริงได้เต็ม 100 ดีไม่ดีคุณจะร่าเริง 1 50 มันจะบ้า แล้วโลกทุกวันนี้บอกว่าให้เอาร่าเริงให้มาก แค่นี้น้อยไป ต้องร่าเริงให้มากกว่านี้เรียกว่า ขิฑฑาปโทสิกะ ทำความสนุกสนานร่าเริงให้เป็นโทษต่อตัวเอง นี่คือสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนไว้สูงสุด ขิฑฑาปโทสิกะ ยินดีในความร่าเริงเป็นโทษ กับยินดีในจิตตนเอง มโนปโทสิกะ ยึดติดในจิตตนเองว่าเก่งว่าดีก็เลยติดไว้นิรันดร แม้แต่จิตเป็นพระเจ้าดีที่สุด ก็เป็นนิรันดรไม่มีวันจบ มันถอนอัตตาไม่ได้ ศาสนาพุทธจึงไม่เอายึดถือสูงสุดแม้เป็นพระเจ้า ให้พระเจ้าเป็นเรา กว่าจะอนุโลมได้ถึงขั้นพระเจ้าก็อธิบายยาก หลวงปู่ก็ทำอยู่ ฝึกให้จิตเป็นพระเจ้า จิตที่เก่งสร้างให้ประเสริฐดีที่สุดสูงที่สุดประเสริฐสุด แต่เราไม่ติดยึดในสิ่งที่ดีสิ่งที่ประเสริฐอันนี้ วางได้ปล่อยได้ ตายก็ทิ้งเลย ปรินิพพานเป็นปริโยสานได้ ต้องรู้ความจริงอันนี้แล้วไม่ติดยึดสิ่งที่สูงที่สุดแม้แต่จิตที่เป็นพระเจ้า สูงสุดขนาดไหนตามที่บารมีเรามี เราก็ไม่ติดในความสูงสุดนั้น สูงสุดเต็ม 100 เราจะต้องใช้แค่ 80 อนุโลมได้แค่ 80 อนุโลมเพื่อผู้อื่น
610601_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบคำถามให้รู้แจ้งว่าชีวิตเกิดมาเพื่ออะไร