680314_วิกาลโภชนา กินเพื่อเลี้ยงชีพ โดย สม.กล้าข้ามฝัน อโศกตระกูล ณ บวรราชธานีอโศก.docx
เนื้อหาในไฟล์
680312_วิกาลโภชนา กินเพื่อเลี้ยงชีพ โดย สม.กล้าข้ามฝัน อโศกตระกูล ณ บวรราชธานีอโศก
ฉะนั้นเวลาจะกินอาหาร ก็ตั้งเป้าให้มันถูกนะ มโนสัญเจตนาหารนี่ เป็นตัวหัวหน้า ถ้ามโนสัญเจตนาหารตั้งใจมีสัมมาทิฏฐิ ก็จะถูกตรงนะ เราจะเป็นพระอาริยะขั้นสูงขึ้นนี่ การกินก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เราจะต้องฝึก อย่างเป็นหลักเลยนะ ถ้าฝึกการกินเป็นหลัก "พ่อครูบอกเป็นพระอรหันต์ได้เลย" อย่างอื่นไม่ต้องฝึกมาก มันฝึกอยู่ในตัวแล้ว ถ้าฝึกการกินแล้วมันก็จะเปลี่ยนไปแล้ว เหมือนเราเป็นนักมังสวิรัติแล้ว ฝึกทุกอย่างเลยนะ ถ้าโลกไม่ต้องกินเนื้อสัตว์นะ โอ้โห! โลกใบนี้สะอาดขึ้นมาเยอะ แต่คน ทำไม่ได้หรอก เราก็อย่าไปคิดมันเลย เราก็ทำเท่าที่ทำได้ เผยแพร่เท่าที่เผยแพร่ได้ คนมันจะไปสู่ยอดความสะอาดอย่างนี้ไม่ได้หรอก แล้วพูดถึงความสะอาดของจิต มันจะสะอาดเลยนี่ ถ้าเราปฏิบัติศีลถูกทางนี่ ข้อเดียวนี่นะ ก็สะอาดไปกว้างขวางมากมายเลยนะ แค่เป็นนักมังสวิรัตินี่ ทำตรงเป้าอย่างเดียวมันคลุมไปหมดเลย เราก็เพิ่มขึ้นมาสิ จากกินมังสวิรัติได้แล้วข้อศีลที่ 1 ได้แล้วก็ทำศีลข้อที่ 6 ด้วยสิ มันจะได้คลุมไปที่ศีลข้อที่ 3 ที่ 4 ที่ 2 หมดเลย ก็คือ วิกาลโภชนาเวรมณี ศีลข้อ 6 มันก็จะไปถึงข้อ 7 นะ แล้วก็จะ ไปถึงข้อ 8 ถ้าเราคลุมเรื่องนี้ (กำหนดมื้อ ทำจริงจังกับมื้ออาหาร มื้อไหนกับมื้อไหนเต็มๆ นอกนั้นเราก็ตัดรอบหมด) วิกาลโภชนา กินเพื่อเลี้ยงชีวิต เราทำศีลข้อ 6 ดีมันก็จะคลุม ไปศีลข้อ 3 เรื่องกาม กามเมถุน กามคุณ มันก็คลุมหมด ศีลข้อ 2 ความ ขี้โลภมันก็คลุมหมด เหมือนเราแบ่งปันอาหารอีกมื้อนึง ให้คนในโลกกินน่ะ อาหารมื้อหนึ่งเราได้ กินเพื่อเลี้ยงชีวิต และขณะกิน มีรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสอะไร จิตใจเป็นอย่างไร เราก็มาอ่านรู้ผัสสะที่มันเกิดขึ้น ผัสสะก็
อ่านต่อ
ซ้ำๆ ผัสสาหารทำให้เกิดเวทนาอะไร เวทนาทำให้เกิดสุข-ทุกข์ยังไง จะทำให้เป็นอุเบกขาอย่างไร ในขณะผัสสะก็อ่าน ตอนกินแต่ละมื้อแต่ละวัน มันก็เป็นอุปาทานของเราที่เกิดขึ้นมาไง มันก็เป็นความทรงจำ พอมันโผล่ขึ้นมาเราก็เอาความจำ มาปรุงกับตอนปัจจุบัน อ่านอารมณ์ของตัวเองสิว่า ก็แค่จะเอาผ่านลิ้น จะผ่านคอเอาไปเลี้ยงชีวิต เราก็ค่อยอบรมตัวเราไปสอนมันทุกเวลา ทุกมื้ออาหาร ทุกความจริง เราก็จะเห็นความจำของเราทำงาน เราก็เรียนรู้ เราเรียกว่า อุปาทานขันธ์ 5 ข้อที่ 4 ของสติปัฏฐาน 4 เรียกว่าอุปาทานขันธ์ 5 ธรรมในธรรมหรือว่าข้อที่ 8 ของปัญญา 8 ก็คืออุปาทานขันธ์ 5 อุปาทานในขันธ์ 5 ความรู้สึกมันบอกว่าอย่างนี้ ความจำมันบอกว่าอย่างนี้ การปรุงแต่งในจิตมันบอกว่าอย่างนี้ วิญญาณองค์รวม ของนักเล่นกลมันบอกว่า ว่าอย่างนี้ นักเล่นกลมันก็พาทำนู่นทำนี่แล้วก็หลงกันไป นักเล่นกลนะ กลของนักเล่นกลไง สิกขมาตุก็มาเจาะลงมาเรื่องอาหารนะ กลของนักเล่นกล เราจะต้องทำความอิสระก่อน ปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระก่อน จะได้สบายจากอาหารแค่อาศัย เหมือนเราไปกินอาหารแต่ไม่ติดบ่วงนายพรานน่ะ บ่วงนายพรานก็คือ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ความอร่อย ความสุข แต่เราไปกินอาหารแต่เรา ไม่ติดบ่วง นายพรานดักเราไม่ได้ นายพรานก็คือ กามคุณ กามคุณ น่ะ มันไม่ได้ดักเรานะ มันก็อยู่ของมันเฉยๆในโลกใบนี้ แต่เราหลงมัน เพราะว่าเราได้ยินมา เราก็เวรมณี เว้นขาดซะ แต่เรานี่ได้เจอพระพุทธศาสนา ได้เจอธรรมะของปราชญ์เอกในโลก เราจะจริงจังอย่างไรที่จะเข้าใจ ชัดเจนว่าชีวิตนี่ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่เลยมันเกิดขึ้นมากับกรรม เวลากับกรรมเท่านั้นเอง เราจะไปหลงมันทำไม ฉะนั้นท่านก็มีหลักเกณฑ์ไว้เป็นลำดับๆ ศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีลเป็น ทางที่ทำความสะอาดให้กับชีวิตคน เราก็ทำความสะอาดชีวิตด้วยศีลข้อที่ 1 สำเร็จแล้วนะ ตอนนี้เราก็ทำศีลข้อที่ 6 ให้สำเร็จ ศีลข้อที่ 6 มันก็จะคลุมแผ่ไป ในศีลข้อ 8 ในศีลข้อ10 มันจะคุมไปเลยนะ แต่ถ้าเราไม่ทำศีลข้อที่ 6 เราก็อยู่แค่ศีลข้อ 5 แต่พอเรามีศีล 8 มีศีลข้อที่ 6 คลุมปั๊บ ในศีล 8 ศีลข้อที่ 6 นั่นแหละสำคัญ ถ้าทำศีลข้อที่ 6 ได้เดี๋ยวมันคลุมหมดทุกข้อเลย ไม่เชื่อคอยดูนะ เพราะว่ามันจะมีอะไรใหญ่กว่าเรื่องกินล่ะ พอเราคลุมศีลข้อที่ 6 กำหนดมื้อเสีย พอเราทำ ศีลข้อ 6 ได้ ศีล8 ไม่ได้ยากเลย ฉะนั้นศีลข้อ 8 ต้องผ่านศีลข้อ 6 แล้วศีลข้อ 8 มันจะง่าย ขึ้น ของใหญ่ ของแพง ของหรูของเยอะแยะไปหมดเมาไง ศีลข้อที่ 5 คือถ้าเราทำศีลข้อที่ 6 เดี๋ยวมันก็คลุมศีลข้อที่ 5 ความใหญ่หลงใหญ่ศีลข้อที่ 8 ศีลข้อที่ 6,7,8 นี่เป็นตัวเพิ่มอัตตา อัตตาตัวตน เพิ่มกามคุณ เพิ่มอัตตาตัวตนก็ความสุดโต่ง 2 ทาง นั่นแหละ ศีลข้อ 6,7,8 อัตตกามถานุโยคกับกามสุขัลลิกถานุโยค กินเพื่อเสริมกาม กินเพื่อเสริมอัตตา ให้อัตตาเรารู้สึกมีความสุขกับกาม รูป รสกลิ่น เสียง สัมผัส ลีลาท่าทางเสียงต่างๆ ถ้าเราคุมมันได้ ถูกที่นะ โอ้โห! ศีลมันจะมีพลังสูงมาก เหมือนเรากินมังสวิรัติ ทำศีลข้อ 1 ถูกที่นี่ คลุมไป ศีล 5 ข้อเลย ข้อเดียวนี่ คลุมหมดเลย เราเปลี่ยนมาได้ ถึงวันนี้เพราะศีลข้อ 1 นะ ตอนนี้เราลองมาเปลี่ยนจากวันนี้สู่ศีล 8 ด้วยศีลข้อที่ 6 สิ คลุมหมดเลยนะ คลุมจริงๆนะ ลองเลยนะแล้วคุณจะ โอ้โห! เรานึกว่าชาตินี้เราจะเอาแค่โสดาบัน เป็นสกิทาฯ เป็นอนาคาฯ ได้เลยนะ ทำศีลข้อ 6 ได้สะอาดนะ มันจะเปลี่ยน เลื่อนฐานมาเป็นศีล 8 เป็นอธิศีลของศีล 8 เลยนะ มาเป็นพระอนาคามีได้เลยนะ แต่ต้องจริงนะ เลื่อนแล้วต้องเลื่อนจริงนะ ถ้าถือศีล 8 มันจะทรงพลังขึ้นมาเยอะเลยนะ เราขยับตรงศีลข้อที่ 6 แค่นั้นเอง พอศีลข้อที่ 6 บริบูรณ์แล้ว ก็เข้ามาศีลข้อที่ 8 เก็บรายละเอียดกามคุณ แล้วก็มาเก็บรายละเอียดอัตตา ศีลข้อที่ 8 นี้คือรายละเอียดของอัตตา เราก็จะเจาะไปในศีลข้อที่ 8 อัตตาเราก็จะลดลง อ่านใจในใจ ทำใจในใจ โยนิโสมนสิการ และนี่แหละคือการทบทวนไปเพื่อเหตุแห่งการวิมุติ แห่งการบรรลุ ศีลข้อ 8,7,6 ถือศีลอีก 3 ข้อเท่านั้น ให้เป็นอธิศีลด้วย โอ้โห! เราจะอ่านเวทนาได้มากขึ้น เห็นสุข เห็นทุกข์ได้มากขึ้น เพราะศีล 5 พระโสดาบันมันเที่ยง แต่มันยังไม่ได้เคลื่อน แต่ศีล 8 น่ะ มันเคลื่อนไป สู่พระสกิทาคามี สู่พระอนาคามี มันเคลื่อน มันก้าว มันเปลี่ยน แล้วเวลาของเราช่วงท้ายของชีวิตนี่ มันจะได้เปลี่ยน
สม.กล้าข้ามฝัน อโศกตระกูล ย่อยธรรมยามเช้า ณ บวรราชธานีอโศก 14 มีนาคม 2568