660421 บทสรุปตลาดอาริยะ 66 จากนะโม.docx
เนื้อหาในไฟล์
ตลาด ขับเคลื่อนเศษฐกิจด้วยการแลกเปลี่ยน เพื่อสร้างผลกำไรเป็นตัวเลขและเม็ดเงิน แต่มันไม่ใช่กำไรสำหรับตลาดอาริยะ นี่คือตลาดอาริยะครั้งที่ 42 ซึ่งจัดขึ้น ในวันที่ 13-15 เมษายน พ.ศ. 2566 ณ บวรราชธานีอโศก ต.บุ่งไหม อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี โดยสถาบันบุญนิยม ร่วมกับพรรคสัมมาธิปไตย ซึ่งใช้พระราชดำรัชของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ว่า “ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา” มาเป็นแกนสำคัญในการจัดตลาดอาริยะ นี่ถือเป็นการจัดตลาดอาริยะครั้งที่ 2 ในรอบปีนี้ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมใหญ่ในปี 2565 ที่ผ่านมา โดยตลาดอาริยะครั้งนี้ตั้งเป้าทำกำไรอาริยะ หรือก็คือตั้งเป้าที่จะขาดทุนทั้งหมด 5,000,000 บาท ซึ่งยังไม่รวมกับค่าดำเนินงาน และการเตรียมสถานที่ ไม่ว่าจะเป็น ลานจอดรถ ร้านค้า เวที และที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ น้ำตกจุดต่าง ๆ ในชุมชนราชธานีอโศก ที่ในงานนี้เปิดให้บริการเกือบ 10 จุด และใช้เวลาเตรียมการมาเกือบครึ่งปี อีก 1 ปัจจัยที่นับว่าเป็นทุนสำหรับการผลิตสินค้าและบริการ นั่นก็คือแรงงาน ซึ่งตลาดอาริยะครั้งนี้ก็ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยแรงงานกว่าพันชีวิต ตั้งแต่ช่วงเตรียมงาน จนจบงาน โดยที่ไม่รับค่าแรงแม้แต่บาทเดียว เพื่อที่จะให้บริการกับประชาชนที่มาร่วมงาน ซึ่งสามารถแบ่งจุดใหญ่ ๆ ในงานได้ทั้งหมด 6 ที่ นั่นก็คือ 1 ลานจอดรถ ในพื้นที่ 30 กว่าไร่ ที่สามารถรองรับรถยนต์ได้เกือบ 2,000 คัน 2 โรงปุ๋ยพลังชีวิต ที่จัดโปรโมชั่นลดราคาปุ๋ยสูงสุดถึง 50 บาทจากราคาขายปกติ 3 ตลาดพันธ์ไม้ ที่มีตั้งแต่ไม้ประดับ ไม้ผล ไปจนถึงไม้ป่า รวมทั้งต้นกล้าพืชผักสวนครัว รวมกันมากกว่า 40,000 ต้น 4 ตลาดอาหาร ที่ขายอาหารทุกอย่างจานละ 1 บาท ไม่ว่าจะเป็นข้าวหมูแดงเจ ผัดเส้น ก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดแกง ข้า
อ่านต่อ
วเหนียวส้มตำอาหารอีสาน และขนมของหวาน นอกจากอาหารราคา 1 บาท น้ำดื่มน้ำซับบ้านราชก็ขวดละ 1 บาท เช่นกัน แล้วยังมีบริการน้ำสมุนไพรราคาขวดละ 10 บาท สามารถนำขวดนั้นมาเติมน้ำหวาน ฟรี ! ตลอดทั้งงาน 5 ตลาดสินค้า ที่มีถึง 47 ร้าน โดยมีสินค้ารวมกว่า 173,000 ชิ้น ซึ่งล้วนแต่เป็นของใช้จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน อาทิเช่น น้ำตาล น้ำมันพืช เครื่องจักสาน เครื่องนอน เครื่องครัว เครื่องมือการเกษตร เสื้อผ้า ภาชนะ และอื่น ๆ อีกมากมาย 6 เวทีชาวบ้าน ที่ได้รับเกียรติ์จากศิลปินวงฆราวาส น้าเศก ศักดิ์สิทธิ์ พิธีกรพี่น้อยพี่โก้ และทีมงานบาทเดียวที่มาสร้างสีสรรให้กับตลาดอาริยะครั้งที่ 42 7 สวนน้ำตก ที่เปิดให้บริการเต็มที่ไม่ว่าจะเป็นแก่งสระโพ น้ำตกผาแหงน น้ำโตน น้ำตกแสงอีเกิ้ง น้ำม่าน และอื่น ๆ เป็นมุมพักผ่อนหย่อนใจสำหรับครอบครัวได้ดียิ่งนัก สะท้อนภาพบรรยากาศงานสงกรานต์ ที่สงบ เรียบร้อย สุภาพชน ที่สุดของที่สุด ไม่มีมิจฉาชีพ ไม่มีขี้เหล้าเมายา ไม่มีคนสูบบุหรี่ภายในงาน ไม่มีสาดน้ำ ปะแป้ง ไม่มีอนาจาร ไม่มีลามก มีขยะน้อยมาก จัดการได้เสร็จวันต่อวัน น้ำตกไหลหมุนเวียน ทำให้น้ำใสน่าเล่น เป็นงานสงกรานต์ที่สร้างความมั่นใจ เชื่อใจ ไว้ใจ จนพ่อแม่ปู่ย่าตายาย กล้าพาลูกหลานมาเล่นน้ำกันทั้งวัน เท่าที่รู้อายุน้อยสุดที่มาอายุ 2 เดือน ซึ่งงานตลาดอาริยะในครั้งนี้นับได้ว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ไม่ใช่เพียงแค่มีผู้คนนับหมื่นที่หลั่งไหลเข้ามาต่อแถวซื้อสินค้าที่จำเป็นต่อครอบครัว แต่ที่งานครั้งนี้ประสบความสำเร็จจริง ๆ ก็คือ การทำหน้าที่เป็นหลักชัยให้กับระบบสาธารณโภคี ที่ทุกคนกินน้อยใช้น้อย มีเหลือจุนเจือสังคม เพราะเพียงแค่คนไม่กี่พันคน ไม่กอบโกยสิ่งต่าง ๆ ไว้กับตัว ก็สามารถช่วยเหลือคนอื่นได้อีกเป็นหมื่น ประชาชนที่มาร่วมงานไม่เพียงแค่ได้ของดีราคาถูก แต่ยังได้มาชมงานศิลปะที่ทรงพลังที่สุดชิ้นนึงเท่าที่โลกเคยมีมา งานศิลปะที่เล่าเรื่องราวของการเสียสละ และมีผลกับผู้ที่ได้เข้ามาชมงาน ไม่ว่าจะได้ซื้อของราคาต่ำกว่าทุน หรือได้ตระหนักถึงพลังการเสียสละที่มีในตัวมนุษย์ และนี่คือศิลปะโลกุตระ