561210_9 ธันวาฯมาแล้วไม่มีเสียของ.docx
เนื้อหาในไฟล์
9 ธันวาฯมาแล้วไม่มีเสียของ???
โดย “ตาแก่รักชาติ” 10 ธ.ค. 56
มีคนเป็นห่วงกลัวเสียของ....ทำไม??? มวลมหาประชาชนออกมามากมายขนาดนี้แล้ว....ห้าล้านแล้วนะ.....ทำไม????พวกทรราชย์จนชินฯพวกนี้ยัง "ง่านโด้" ชูคอรอเลือกตั้งอยู่อีก อย่างไม่สำนึกรู้หนาวรู้ร้อนกับพลังของมวลมหาประชาชน 5 ล้านนี้ แม้ว่าจะยุบสภาแล้ว จะถือว่าเป็นชัยชนะนั้นดูเผินๆฝ่ายประชาชนอาจชนะ แต่ว่าในมุมกลับ นั้นอาจเป็นวิชชามารเพื่อมาตัดกำลังพลังมวลมหาประชาชนต่างหาก.... เมื่อยิ่งลักษณ์ประกาศยุบสภาตอน 08.45 น.วันที่ 9 ธันวาคม 56 แต่หาได้ลดทอนจำนวนของมวลมหาประชาชนไม่ แม้รู้ข่าวแต่ประชาชนก็ยังหลั่งไหลมาราวสายน้ำ มุ่งหน้าไปที่ทำเนียบรัฐบาล ตัวเลขประมาณไว้ที่ 5 ล้านนี้ ไม่เกินเลยเพราะมามากกว่าวันที่ 24 พ.ย. แน่นอน... แต่ว่าการที่ยิ่งลักษณ์ยุบสภารอเลือกตั้ง แถมปชป.ยังทำท่าทางอยากลงเลือกตั้ง อีกทั้งนักวิชาการ สื่อสารฟรีทีวีช่องคี่ ก็ประโคมข่าวอีกว่า รัฐบาลถอยสุดซอยแล้ว ทำไมยังดื้อประท้วงอยู่อีก กองทัพก็ทำท่าทียินดีด้วยกับการยุบสภา ดูเหมือนทิศทางเป็นการทำลายความชอบธรรมของการตั้ง "สภาประชาชน" แต่พลังของมวลมหาประชาชน 5 ล้าน ที่พุ่งมาที่ทำเนียบรัฐบาล แม้ได้ยินประกาศยุบสภานั้น เป็นสิ่งบ่งบอกว่า ความคาดหวังของมวลมหาประชาชนที่อยากจะเปลี่ยนแปลงประเทศ ตั้ง "สภาประชาชน" เพื่อปฏิรูปประเทศไทยนั้น มันมากมายล้นปรี่ขนาดไหน นาทีนี้ต้อง "ปฏิรูปประเทศไทย" ตั้ง "สภาประชาชน" เท่านั้น จึงเป็นคำตอบ ที่จะทำให้ประเทศไทยไม่วนเวียนในวัฏจักรเดิมๆ จนชินฯ กับการโกงกินอีกต่อไป แต่จะทำอย่างไรกับรัฐบาล "ด้านโง่" พวกนี้ดี...จะทำอย่างไรดี...ตอนนี้คงต้องรอแกนนำ กปปส.แถลงว่าจะทำอย่างไรต่อ ทำได้เพียงเชื่อมั่นในพระสยามเทวาธิราชิทธิ์...เมืองไทยไม่สิ้
อ่านต่อ
นคนดีแน่
และแม้ว่าปรากฏการณ์ 9 ธันวาฯ 5 ล้านแห่งมวลมหาประชาชน จะไม่สามารถชนะเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แต่ว่าเราได้ชัยชนะรายทางอยู่ตลอดเวลา......ครั้งนี้เราได้คุณลุงจำลองกับคุณลุงสนธิกลับมาอยู่กับพวกเราบนถนนราชดำเนินแล้ว เดินนำเหลืองรักชาติพธม. อ.ปานเทพ พี่ตั้ว ฯลฯ แม้แต่พรรคการเมืองเก่าแก่อย่างพรรคประชาธิปัตย์ ที่เชื่อมั่นว่าการเมืองนั้นเป็นเรื่องในสภา ยังตัดสินใจลาออกมายกพรรค มาร่วมเดินขบวนเพื่อไม่ให้ตกรถด่วนขบวนประวัติศาสตร์ เราได้เห็นนำ้ใจของคนไทย ที่ออกมาช่วยกันเดินๆๆๆเดินกันอย่างอึดเลย ทั้งไกล ทั้งร้อน ลุงกำนันเดินตั้ง 20 กม.ใช้เวลากว่า 7 ชม. พี่น้องมวลมหาประชาชนที่ร่วมเดินบอกว่ามันไกลและเมื่อยมากเหมือนขาจะลอยหลุดไป แต่ว่าใจกลับเป็นสุข กับการได้ร่วมมหกรรมประวัติศาสตร์ครั้งนี้ เหล่าดารานักร้องนักแสดง คนมีชื่อเสียงในสังคม นักวิชาการ นักธุรกิจ รัฐวิสาหกิจ แรงงาน กสสิกร ทุกสาขาอาชีะ มารวมกันเดินครั้งประวัติศาสตร์ เราจะได้ใกล้ชิดเห็นตัวเป็นๆเห็นความเสียสละมาเป็น “กบฏต่อระบอบทักษิณ” ของท่านเหล่านั้น นี่สิคือ "คนของประชาชน" อย่างแท้จริง เราได้เห็นหลายบ้านหลายร้านรวงนำ “นำ้ใจและน้ำจริง” มาแจกจ่ายหน้าบ้านหน้าร้าน เป็นกำลังใจให้กับการเดินครั้งนี้ และที่น่าประทับใจมากก็คือว่า ไม่มีใครบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเลย ไม่มีความรุนแรงเลย สวยงามมาก มันเป็นพัฒนาการของความเข้าใจว่า ประชาธิปไตยไม่ได้มีแต่การเลือกตั้งหรือในรัฐสภา การออกมาเดินประท้วงด้วยตัวเป็นๆนี่แหละคือประชาธิปไตย มาแสดงอำนาจรัฐาธิปัตย์ของมวลมหาประชาชน ที่ไม่ทนต่อระบอบเผด็จการทุนนิยมสมานย์นี้อีกต่อไป.. สื่อสารทั้งไทยและเทศต่างจับจ้องติดตามข่าวการประท้วงใหญ่ครั้งนี้ แต่ก่อนฟรีทีวีไม่แยแส แต่ตอนนี้แม้ไม่ต้องยกพลไปกดดันที่สถานี เขาก็ยอมถ่ายทอดสดให้ฟรี เช่นช่อง 3 ที่ถ่ายสดลุงกำนันแถลงการณ์ให้ อย่างนี้ก็เป็นความก้าวหน้ารายทางอย่างหนึ่ง ภาพมุมสูงที่คอยเก็บบรรยากาศบ่งบอกเลยว่า ไม่มีภาพไหนสมบูรณ์ที่จะเก็บภาพมวลมหาประชาชนได้ครบหมดองค์ประกอบ การเคลื่อนทัพมากกว่า ๑๐ ทัพครั้งนี้ ทุกทัพนั้นมันมากมาย แต่ต้องกระจายไปตามถนนต่างๆ แต่ละจุดนั้นมันมากจนโดรนยังเก็บภาพแต่ละจุดๆไม่ครบหมดเลย นี่ยังไม่รวมถึงในต่างจังหวัดอีกบางจังหวัดมีเป็นจำนวนหมื่น คลื่นมวลมหาประชาชนที่ทะลักล้น ราวสึนามิหลั่งไหลไปตามตรอกซอกซอย เพื่อไปรวมกันที่ทำเนียบฯ แต่เป็นคลื่นสึนามิที่อบอุ่น เต็มไปด้วยน้ำใสใจจริง เต็มไปด้วยอุดมการณ์ในการเปลี่ยนแปลงประเทศให้พ้นความวอดวายหายนะ มวลมหาประชาชน 5 ล้านที่มานี้ ไม่มี “เสียของ” แน่นอน เพราะนี่คืออีกก้าวหนึ่งของชัยชนะรายทางของประชาธิปไตยไทย...ขอพี่น้องจงอย่าท้อถอย หมดกำลังใจ ความคาดหวังที่จะปฏิรูปประเทศไทย โดยสภาประชาชน ยังคงต้องมุ่งมั่นทำต่อไป แต่อย่าลืมที่จะเก็บเกี่ยวเอาชัยชนะรายทาง ที่เราได้ทำสำเร็จร่วมกันอยู่ตลอดมาเป็นขั้นเป็นตอน เราต้องไม่หัวเสีย ไม่ใจร้อน ไม่หงุดหงิด กับความ "ด้านโง่" หรือ "ง่านโด้" ของระบอบทักษิณ การเขาเหนียวหนึบแถมมีลูกล่อลูกชน อยู่นี่แหละจะทำให้ฝ่ายประชาชนจะได้มีเวลาทบทวนชัยชนะรายทาง และร่วมกันปรับเปลี่ยนทัศนคติของสังคม ต้องให้ทั้งประเทศได้เห็นถึง อำนาจที่แท้จริงในการปกครองประเทศ อยู่ที่ตัวของประชาชนแต่ละท่าน ที่จะตื่นรู้ออกมาร่วมกันกอบกู้ประเทศ ออกมาให้มากกว่านี้อีก มากจนกว่าพวก "ง่านโด้" พวกนี้ยอมแพ้...