561203 รธน._50รองรับตั้งสภาประชาชนได้_.docx

โฟลเดอร์_Data office Neo protest สำรอง mac
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์15 KB
วันที่แก้ไข10 สิงหาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

รธน.'50รองรับตั้งสภาประชาชนได้

03 ธันวาคม 2556 เวลา 16:51 น. โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว/ ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

ข้อเรียกร้องจากมวลมหาประชาชน ให้รัฐบาล “คืนอำนาจประชาชนเพื่อตั้งสภาประชาชน” ได้รับการปฏิเสธจากรัฐบาลพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอด แม้แต่ล่าสุด ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีออกมาแถลงเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.56 ภายหลังเปิดเจรจากับสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกกปปส. เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ว่าพร้อมยุบสภา หรือ ลาออก แต่การคืนอำนาจให้ประชาชนทำไม่ได้ เพราะไม่มีกฎ กติกา รองรับตามรัฐธรรมนูญ ท่ามกลางคำถามว่า การคืนอำนาจให้ประชาชนตั้งสภาประชาชน ไม่มีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญรองรับตามที่รัฐบาลเพื่อไทยกล่าวอ้างจริงหรือ ไม่

กิตติศักดิ์ ปรกติ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การเสนอตั้งสภาประชาชนเพื่อปฎิรูปประเทศสามารถดำเนินการให้เป็นรูปธรรมได้ โดยประชาชนสามารถใช้อำนาจตาม รัฐธรรมนูญมาตรา 3 ที่ระบุเป็นสาระคำคัญว่า “อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย” ซึ่งในมาตรา 3 ว่าด้วย การที่ประชาชนเป็นเจ้าของอธิปไตยนั้นไม่ได้หมายความถึงเฉพาะการมีสิทธิเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการมีสิทธิ์ที่จะรวมตัวกันเพื่อประกาศเจตนารมณ์อย่างหนึ่งอย่างใดให้กับผู้บริหารประเทศได้รับทราบและนำมติของประชาชนไปปฎิบัติเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามความต้องการของประชาชน

สภาประชาชนปฏิรูประเทศตามนัยของมาตรา 3 นี้ไม่ใช่ลักษณะเดียวกับสภานิติบัญญัติที่เป็นสภาที่ออกกฏหมายอย่างที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน แต่สภาประชาชนเป็นการแสดงออกว่า ประชาชนต้องการให้เกิดการปฏิรูปประเทศอย่างแท้จริง และต้องการให้รัฐสภาและรัฐบาลนำข้อเสนอที่ถือเป็นเจตนารมณ์ที่แท้จริงของประชาชนนำไปดำเนินการให้เกิดเป็นรูปธรรม

ในเมื่อรัฐบาลและรัฐสภาได้ปฎิเสธอ

อ่านต่อ

ำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ จึงย่อมไม่มีความชอบธรรมที่จะเข้ามาใช้อำนาจอธิปไตยแทนประชาชนอีกต่อไป และต้องส่งมอบอำนาจให้กับประชาชนด้วยยอมรับข้อเสนอของประชาชนเพื่อนำไปสู่การตั้งสภาประชาชนและการปฎิรูปให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชนที่ต้องการไม่อยากให้ผลประโยชน์ของประเทศตกเป็นผลประโยชน์ของกลุ่มบุคคลใดกลุ่มบุคคลหนึ่ง ทั้งนี้ในประเทศแถบยุโรปได้ดำเนินการกันมาแล้วโดยมีภาษาที่เรียกกันว่า “สภาโต๊ะกลม” หรือ Round Table Council แต่ประชาชนอาจจะไม่มากเหมือนกับที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยในขณะนี้ ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้วในประเทศโปแลนด์ เยอรมันตะวันออก และ ฮังการี

สภาประชาชนที่เกิดขึ้นใน เยอรมันตะวันออก เกิดมาจากการรวมตัวของประชาชนเพื่อประกาศว่าประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยและต้องการสิทธิเสรีภาพ ในที่สุดจัดตั้งสภาประชาชนขึ้นมาร่วมกันปฏิรูปการปกครองของรัฐบาลเยอรมันตะวันออกจนนำมาสู่การรวมกันระหว่างเยอรมันตะวันออกและเยอรมันตะวันตกและมีรัฐธรรมนูญใหม่

ด้าน รศ.ดร.สมบัติ ธำรงธัญญวงศ์ อธิการบดีสถาบันพัฒนบริหารศาสตร์หรือนิด้า ให้ความเห็นตรงกันว่า "มีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญรองรับ" เนื่องจากรัฐธรรมนูญปี 2550 บัญญัติไว้ตาม มาตรา 3 ระบุว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้การปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล รวมทั้งองค์กรตามรัฐธรรมนูญและหน่วยงานของรัฐ ต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม

“มาตราดังกล่าวสามารถตีความได้กว้างขวางถ้าตีความในสถานการณ์ปกติก็มองไม่เห็นทางออก แต่ถามว่าสถานการณ์ขณะนี้เป็นสถานการณ์ปกติหรือไม่ ตอบได้ ไม่ปกติ เนื่องจากประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ประชาชนได้ออกมาแสดงเจตนารมย์เนื่องจากฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติได้แสดงให้เห็นถึงการทำหน้าที่หุ่นเชิดของพ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นที่รับรู้กันมาตลอดตั้งแต่ปี2550 จนถึงปัจจุบันส่งผลกัดกร่อนประเทศจะเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงได้อย่างไร ประชาชนในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตยได้ใช้อำนาจอธิปไตยโดยตรง ส่วนที่คนในรัฐบาลมักตั้งคำถามว่าคนที่มาเรียกร้องไม่ใช่ประชาชนจำนวนมากจึงไม่สามารถใช้อำนาจอธิปไตยโดยตรงได้นั้น ถามว่าต้องให้มีจำนวนมากแค่ไหน เพราะจากเหตุการณ์ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมามีมากกว่าการชุมนุมฟิลิปปินส์โค่นล้มมากอสเสียอีก" รศ.ดร.สมบัติ กล่าว

สำหรับ ขั้นตอนใช้มาตรา 3 ได้นั้น อธิการบดีนิด้า กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี ต้องประกาศยุบสภาพร้อมประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจะทำให้เกิดสูญญากาศทันทีเมื่อประกาศยุบสภาพร้อมลาออกด้วยจะไม่มีนายกฯรักษาการ จากนั้นสามารถอ้างอิงรัฐธรรมนูญมาตรา 3 ได้

"ต้องขยับกันไปทีละขั้นเพื่อให้เกิดสถานการณ์ไม่ปกติถ้าเป็นไปใน สถานการณ์ปกติ มาตรานี้ก็ใช้ไม่ได้"รศ.ดร.สมบัติ กล่าว "ต้องขยับกันไปทีละขั้นเพื่อให้เกิดสถานการณ์ไม่ปกติถ้าเป็นไปใน สถานการณ์ปกติ มาตรานี้ก็ใช้ไม่ได้" รศ.ดร.สมบัติ กล่าว

รศ.ดร.สมบัติ ยังเปิดเผย การใช้รัฐธรรมนูญเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศตามแนวทางกกปส. ยังมีการเตรียมอ้างถึงรัฐธรรมนูญมาตราอื่นด้วย ซึ่งขณะนี้คณะผู้ดำเนินยังไม่ถึงเวลาที่จะออกมาพูด "คุณสุเทพไม่ได้พูดแบบไม่รู้ มีนักกฎหมายรัฐธรรมนูญช่วยคิดมีคนคอยดูแลในประเด็นเหล่านี้" รศ.ดร.สมบัติ กล่าวว่า นักกฎหมายพรรคเพื่อไทยทำเป็นไม่รู้เรื่องประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาอย่างการที่ประชาชนออกมาต่อต้านร่างกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับสุดซอยมากมายทั่วบ้านทั่วเมืองจนตีตกก็ควรต้องประกาศยุบสภา ไปตั้งนานแล้ว เพราะส.ส.ที่ออกกฎหมายแบบนั้น เป็นการนำประชาชนออกมาต่อต้านแต่สมาชิกรัฐสภาไม่รับผิดชอบอะไรเลย ฝ่ายรัฐบาลก็ไม่รู้ไม่ชี้ถามว่ากรณีใช้มาตรา 3 จะมีองค์กรใดมาดำเนินการต่อ

รศ.ดร.สมบัติ กล่าวว่า ขอให้ดูมาตรา64การจัดตั้งกปปส.สามารถตีความได้ตามมาตรา64รัฐธรรมนูญรองรับ ไว้ ทั้งนี้รัฐธรรมนูญปี 50 มาตรา 64 บัญญัติไว้ว่า "บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการรวมกันเป็นสมาคม สหภาพ สหพันธ์ สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร องค์การเอกชน องค์การพัฒนาเอกชน หรือหมู่คณะอื่น ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐย่อมมีเสรีภาพในการรวมกลุ่มเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป”

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน