540215งานพุทธาภิเษกสุดยอดปาฏิหาริย์ ครั้งที่ ๓๕.doc.docx

โฟลเดอร์2553 พุทธาฯ ครังที่ 35
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์22 KB
วันที่แก้ไข22 มกราคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

งานพุทธาภิเษกสุดยอดปาฏิหาริย์ ครั้งที่ ๓๕

ครั้งนี้ งานพุทธาภิเษกสุดยอดปาฏิหาริย์ ที่พิเศษมากเพราะมาจัดที่ถนนพิษณุโลก ข้างทำเนียบ ซึ่งปีนี้ตามกำหนดเดิมว่าจะจัดที่ศาลีอโศก แต่จากเหตุการณ์ที่เขมร จับ ๗ คนไทยในเขตแดนไทย แต่เขมรก็อ้างว่า ๗ คนไทยรุกล้ำ กลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ และชาวกองทัพธรรม จึงออกมาเรียกร้องให้รัฐบาล ปกป้องอธิปไตยของไทย โดยให้ทำหน้าที่จัดการให้เอา ๗ คนไทยกลับมา พร้อมกับที่ พธม. เรียกร้องให้ รัฐบาลยกเลิก MOU43 ให้ถอนตัวจากการเป็นสมาชิกมรดกโลก และให้ผลักดันเขมรให้ออกจากแผ่นดินไทย กลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ กองทัพธรรมจึงออกมาชุมนุมแนวใหม่ ซึ่งเรียกว่า NEO-PROTEST โดยมีปรัชญาการชุมนุมคือ สันติ อหิงสา ซื่อสัตย์ บริสุทธิ์ คมลึก แม่นประเด็น มียุทธวิธีการชุมนุม ๑. สุภาพ สงบ และเรียบร้อย ๒. ไม่มีความรุนแรง ๓. เสนอความรู้และความจริง ๔. ไม่หยาบ ไม่ผิด กล่าวคำแรง เสียงดังเท่าใดก็ได้ โดยมีเป้าหมายของการชุมนุมคือ ๑. ไม่มุ่งหาปริมาณเป็นเอก แต่มีปริมาณแสดงออกเป็นประชาธิปไตย ๒. แสดงคุณภาพของความเป็นประชาธิปไตย (จิตที่มีธรรมะ) ๓. เพื่อมาแสดงสิทธิ์ร่วมชุมนุมยืนยันอำนาจอธิปไตยของมวลประชาชน ๔. ไม่มุ่งหมาย ชนะหรือแพ้ ๕. เอาวิถีชีวิต ความเป็นสาธารณโภคี มาแสดง จากการชุมนุมครั้งนี้ ชาวอโศกจึงจำเป็นต้องมาจัดงาน พุทธาภิเษก สุดยอดปาฏิหาริย์ ที่ข้างทำเนียบรัฐบาล โดยเริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ ๑๓ ก.พ. ๕๔ ถึงวันเสาร์ที่ ๑๙ ก.พ. ๕๔

วันอาทิตย์ที่ ๑๓ ก.พ. ๕๔ ช่วงเช้า ขณะสมณะบิณฑบาต ฝนได้ตกลงมาอย่างหนักต้อนรับงานพุทธาภิเษกฯ ครั้งนี้ถึง ๓ รอบ ๐๙.๐๐ -๑๑.๐๐ น. พิธีเปิดงานโดยพ่อท่าน เทศน์และนำปฏิญาณศีล ๘ โดยพ่อท่านกล่าวแสดงธรรมว่า งานนี้ชาวอโศกรู้ดี เรามาร่วมกันเพื่อฝึกฝนตน งานพุทธาภิเษกฯ งานปลุกเส

อ่านต่อ

กฯ เป็นงานพบปะพูดคุยกัน(Meeting) ของชาวอโศกแม้ชาวอโศกอยู่ต่างประเทศก็มา ชาวโลกเขาพบกันเขาก็หาความสุข ลึกๆชาวอโศกก็หาความสุข ทางโลกการพบกันของเขาเป็นโลกียสุข บำเรออารมณ์ ของเราเป็นวูปสโมสุข เป็นปรมังสุขัง ชาวโลกเขาเป็นกามสุข กับอัตตทัตถสุข ชาวอโศกออกจากกาม ออกจากอัตตา ออกจากโลกียสุข ออกจากโลกียทุกข์ งานนี้เรามาฝึกฝน ตั้งแต่ ยืน เดิน นั่ง นอน เรามิได้มาฝึกฝน เรื่องงาน เราเอาผลผลิตที่เราทำมากินกัน การเป็นอยู่ของพวกเราคือเจริญธรรม สำนึกดี เราเจริญเพราะเราจนได้สำเร็จ มักน้อยได้สำเร็จ เป็นคนเจริญ คนมีสมรรถนะ คือความขยัน คนเจริญแล้วจะพึ่งการงานไม่พึ่งการสะสม พึ่งแรงงานสด มีวัฒนธรรมพึ่งกัน เป็นงานไม่มีโทษ เป็นงานสุจริต เป็นงานกุศล อรหันต์ จะทำงานปราศจากโทษ ทำงานทุกอย่าง ประเสริฐหมด ชาวอโศกเดินทางมาถึงจุดนี้ คือระดับสาธารณโภคี เรื่องการเมืองทิ้งธรรมะไม่ได้ เราทำการเมืองภาคประชาชนโดยแท้ เราเสนอเป็นอาริยะขัดขืนบ้าง จะบอกว่าผิดกฎหมายจราจรก็จริง อันนี้เสียสละส่วนน้อย งานนี้ป้องกันไม่ให้เสียดินแดน เสียอธิปไตย พฤติกรรมเราเป็นอาริยะขัดขืน เสียประโยชน์ส่วนน้อย เพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่ เราอยู่ในแกนธรรมะ คราวก่อน ๑๙๓ วัน เรามิได้เสนอธรรมะมากมาย ครั้งนั้นมีเวทีที่ทำเนียบ และที่เวทีมัฆวาน ครั้งนี้ก็มีเวทีย่อย เวทีใหญ่ การเมืองต้องมีธรรมะเป็นแกน ไม่เน้นไม่มุ่งปริมาณเป็นเอก คือเน้นประชาธิปไตย ประชาธิปไตยนี้มีแกนเป็นธรรมะ เอาความเจริญของประชาชนเป็นหลัก บุญนิยม สาธารณโภคี มักน้อยแต่อยู่ได้ อย่างบริษัทพลังบุญ ฟ้าอภัย เงินเดือน ๓,๐๐๐ บาท เขาเจริญขึ้น ลดเงินเดือน เหลือ ๒,๕๐๐ บาท นี่เศรษฐศาสตร์บุญนิยม ยิ่งกว่า โทมัธ มอร์อีก สังคมนี้เป็นอย่างที่พระพุทธเจ้าพาเป็น ทุกชุมชนของเราเป็นสาธารณโภคี เช่น ศีรษะอโศก ปฐมอโศก ไม่มีรายได้ เรียนฟรี รักษาฟรี กินฟรี อาตมาว่ารัฐบาลซับทราบสิ่งเหล่านี้ไหม ทางรัฐรู้ไหม เห็นคุณค่าไหม นี่เป็นของพระพุทธเจ้า เรายกชุมชนสาธารณโภคี มาข้างทำเนียบรัฐบาล มาให้เห็น มาให้พิสูจน์สัจธรรม

๑๔.๐๐-๑๖.๐๐ น. - ปฐมนิเทศก์ งานพุทธาภิเษกฯครั้งที่ ๓๕ ดำเนินรายการโดย ส.เดินดิน ติกขวีโรสัมภาษณ์ - สิกขมาตุกล้าข้ามฝัน อโศกตระกูล ถือว่าเป็นการท้าทายอย่างมากสำหรับการปฏิบัติธรรม เพราะการอยู่ในที่ชุมนุม เป็นเหมือนอยู่ท่ามกลางเตาหลอมเหล็ก ถือว่าคุ้มค่ามากได้ทำเพื่อแผ่นดินอย่างเต็มที่ การแพ้ชนะไม่เป็นเรื่องสำคัญ - ส.ดวงดี ฐิตปุญโญ งานนี้เรามาฝึกฝนและทำให้เกิดปาฏิหาริย์แบบพุทธ คือได้ลดละกิเลส เช่นเราจะสังวรเรื่องการกินอยู่หลับนอน ฝึกฝนกินมื้อเดียว ไม่ใส่รองเท้า ไม่เต้นรำในงานนี้ ไม่นอนกลางวัน เป็นการมาแสดงปาฏิหาริย์แบบพุทธ - ส.เดินดิน ติกขวีโร การอยู่ร่วมกันจะให้เจริญต้องมีศีลเป็นข้อประพฤติปฏิบัติร่วมกัน มีการแยกแยะความถูกผิด เหมือนอย่างในชาดก จากพระไตรปิฎกที่เอ่ยถึงผู้กระทำตนให้มีศีล มีผู้เลื่อมใสปฏิบัติตามมากมาย เป็นความขลังที่เป็นปาฏิหาริย์

๑๘.๐๐-๒๐.๐๐ น. สัมภาษณ์ปฏิบัติกรชุด “อึด” โดย ส.ฟ้าไท สมชาติโก สัมภาษณ์ คุณกล้าตรง พรหมสีดา คุณน้ำแรง แพงค่าอโศก คุณสมพงษ์ พงษ์จันทร์ ดช.ภูผาเมฆ แพงค่าอโศก ซึ่งปฏิบัติกรแต่ละท่านได้เล่าประสบการณ์ในการปฏิบัติธรรมได้อย่างน่าประทับใจ เช่น ดช.ภูผาเมฆ(ซึ่งเป็นลูกของคุณภูฟ้า) อายุเพียงสิบกว่าขวบ ก็สามารถทานมื้อเดียวในงานนี้ได้ ทำให้ผู้ฟังเกิดกำลังใจในการพุทธาภิเษกฯความเป็นพุทธในตัวเอง

วันจันทร์ที่ ๑๔ ก.พ. ๕๔ ๐๔.๐๐-๐๗.๐๐ น. ทำวัตรเช้าเริ่มทำวัตร โดยพ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ ได้นำหนังสือนัยยะที่เราคิด(เป็นหนังสือที่รวบรวมชื่อและคอลัมน์ นัยปก ของหนังสือพิมพ์ “เราคิดอะไร” ) มาเป็นหนังสือประกอบการเทศนาในงานนี้ ซึ่งเช้านี้พ่อท่านได้อ่านนัยปกเรื่อง จงดิ้นให้แร้งดู-จงสู้ให้รู้สิ้น-จงตายเพื่อแผ่นดิน-แด่ภูมินทร์ด้วยวิญญาณ พ่อท่านได้อธิบายนัยปกได้อย่างลึกซึ้งมีเหตุการณ์ปัจจุบันประกอบการแสดงธรรมได้อย่างน่าฟัง

๐๙.๐๐-๑๐.๐๐ น. ธรรมะก่อนฉัน โดย ส.ดวงดี ฐิตปุญโญ เรื่อง นักปฏิวัติผู้ยิ่งใหญ่ เป็นการเทศนาถึงความยิ่งใหญ่ของพระพุทธเจ้าที่ประกาศศาสนาพุทธซึ่งเป็นอเทวนิยม ท่ามกลางศาสนาเทวนิยมในอินเดียสมัยนั้น ทรงเป็นผู้สถาปนาประชาธิปไตย เป็นผู้ประกาศเลิกทาส เลิกยึดถือชนชั้น เลิกยึดถือวรรณะ โดยไม่มีการสูญเสียเลือดเนื้อ ทรงเห็นทุกข์จึงออกบวชเพื่อค้นหาความจริง พบเหตุแห่งทุกข์คือกิเลสตัณหา พบทางพ้นทุกข์ที่เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อพระองค์ค้นพบแล้วก็รู้ว่าเป็นเรื่องยากมากที่จะทำให้คนเปลี่ยนทิฏฐิให้เป็นสัมมาทิฏฐิ พระองค์ได้ไปโปรด ปัญจวัคคีย์ จนเกิดดวงตาเห็นธรรมขอบวช จากนั้นจึงมีคนมาบวชอีกมากมาย การบวชถือเป็นการเกิดประชาธิปไตยของโลก ๑๒.๐๐-๑๔.๐๐ น. รายการธรรมะ ภาคพิเศษ ๑. บริเวณหน้าเวที เรื่อง วาเลนไทน์ วาเลนธรรม คือความรักที่ยิ่งใหญ่ในมวลมนุษยชาติ โดย ส.พอแล้ว สมาหิโต ๒. บริเวณเต็นท์พยาบาล เรื่องสงบอยู่ในท่ามกลาง ความไม่สงบ โดย ส.ผืนฟ้า อนุตตโร ๓. บริเวณหน้าเต็นท์สมณะ เรื่องฟังดีดี ชีวิตนี้จะมีค่ายิ่งนัก โดย สิกขมาตุจินดา ตั้งเผ่า

๑๔.๐๐-๑๖.๐๐ น. รายการภาคบ่าย เรื่อง ความรักที่ยิ่งใหญ่และยั่งยืนนั้น เป็นฉันใด โดย สมณะและสิกขมาตุเกจิ ดำเนินรายการสัมภาษณ์โดย ส.ฟ้าไท สมชาติโก พูดถึงเรื่อง ความรักในมิติต่างๆใน ๑๐ มิติ ๑๘.๐๐-๒๐.๐๐ น. รายการ ตอบปัญหาให้เกิดปัญญาภาค ๑ โดยพ่อท่านสมณะโพธิรักษ์

วันอังคารที่ ๑๕ ก.พ. ๕๔ ๐๔.๓๐-๐๗.๐๐ น. รายการทำวัตรเช้า โดยพ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ พ่อท่านได้แจกแจงเนื้อหาในหนังสือ “นัยยะที่เราคิด” ต่อจากวานนี้ในเรื่อง “ใครทำสงครามช่างเขา เราทำสันติภาพอย่างเดียว” “สร้างสรรบุญนิยม ระดมจิตวิญญาณ” และ “ลงหลักปักฐาน สืบสานพระพุทธศาสนา” ๐๙.๐๐-๑๐.๐๐ น. ธรรมะก่อนฉัน เรื่อง “สุดยอดปาฏิหาริย์” โดย ส.เดินดิน ติกขวีโร และ ส.บินบน ถิรจิตโต รายการนี้ จัดโดยมีข่าวว่าจะมีตำรวจ มาสลายการชุมนุม และ ส.เดินดิน ติกขวีโร แจ้งข่าวว่า มีฝนตกหนักที่สันติอโศก และอาจลามมาตกที่ที่ชุมนุมด้วย แต่เคราะห์ดีที่จนจบรายการฝนก็ไม่ตก (พอเริ่มการเทศนาไปเล็กน้อย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ก็มาประกาศข่าวว่า อาจจะมีการสลายการชุมนุมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ และแนะให้ผู้ชุมนุมสงบ และหลีกไปในที่ที่เหมาะสม ต่อจากนั้นจึงเทศนาต่อ) เป็นการสนทนาธรรมเกี่ยวกับ งานพุทธาภิเษกฯซึ่งจัดมาเป็นครั้งที่ ๓๕ ครั้งนี้คงสุดยอดปาฏิหาริย์ที่สุด เพราะจัดท่ามกลาง พรบ.ความมั่นคงฯ แต่ถ้าเราเจริญมรณัสสติไว้ดีแล้ว ก็ไม่หวั่นไหว สมัยปี ๒๕๓๒ ตำรวจมาจับพวกเรา (กรณีคดีสันติอโศก) ดูเหมือนน่าตื่นเต้น คนมาดูเพราะคิดว่าตำรวจจะมาวิ่งไล่จับพระ แต่พวกเราสงบ เรียบร้อย ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทุกอย่าง เหตุการณ์ก็ผ่านพ้นไปด้วยดี เรามาชุมนุมเพื่อให้จิตใจเราแข็งแรง ครั้งนี้เราได้ยกระดับการชุมนุมสู่การชุมนุมด้วยความรัก ดูเหมือนพวกเรามาชุมนุมไม่เห็นหนทางที่จะชนะเลย แต่ชัยชนะของพวกเราอยู่ที่ได้มาสลายตัวตน ออกไปเรื่อยๆ เราชุมนุมด้วยความรัก เราต้องมีธรรมะในหัวใจ มีหัวใจที่มีเมตตาแผ่ไปให้เขา เห็นใจเขาแม้เขาเป็นเจ้าหน้าที่ ที่มาสลายพวกเราแต่เขาก็ไม่ได้อยากทำแต่ทำด้วยความจำนน เราต้องแผ่เมตตา และไม่ยกตนข่มท่าน การยกตนเองเป็นการแสดงความต่ำเตี้ยของตนเอง และการสลายที่สุดยอดปาฏิหาริย์คือการสลายตัวตนของตนเอง

๑๒.๐๐-๑๔.๐๐ น. ธรรมะภาคพิเศษ ๑. บริเวณหลังเวที ฝึกเจโตสมถะ โดย ส.ผืนฟ้า อนุตตโร ๒. บริเวณหน้าเขตสมณะ เรื่อง โลภ รัก ติดหลง จะปลงได้อย่างไร โดย สิกขมาตุ กล้าข้ามฝัน อโศกตระกูล

๑๔.๐๐-๑๖.๐๐ น. เรื่อง “ธรรมรส บทเพลง” โดย ส.เพาะพุทธ จันทเสฏโฐ ส.นึกนบ ฉันทโส และ คุณอุมาพร บัวพึ่ง (นักร้อง) ส.เพาะพุทธ ได้แสดงธรรม เรื่อง อินทรีย์ ๕ พละ ๕ เน้นเรื่อง ศรัทธา มีพราหมณ์มาถามพระสารีบุตรว่า อะไรเป็นสิ่งทำได้ยาก การบวชเป็นสิ่งทำได้ยาก เมื่อบวชแล้วอะไรทำได้ยาก การยินดีในการบวชทำได้ยาก เมื่อยินดีในการบวชแล้ว อะไรเป็นสิ่งทำได้ยาก การปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม เมื่อปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมได้แล้วไม่มีอะไรเป็นเรื่องยาก ส.เพาะพุทธ ได้แสดงธรรมในช่วงแรกและ ส.นึกนบได้สรุปเนื้อหาธรรมะเป็น คำผญา ช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีในการเทศนาธรรม และปิดท้ายด้วยการขับร้องบทเพลงสดๆ โดย คุณอุมาพร บัวพึ่ง ในบทเพลง เพ้อ ,ตระเวนชายแดน, สี่แผ่นดิน ,และร่มฉัตร

๑๘.๐๐-๒๐.๐๐ น. รายการภาคค่ำสัมภาษณ์ปฏิบัติกร ชุด “ครอบครัวปาฏิหาริย์” โดย สิกขมาตุผาแก้ว ชาวหินฟ้า ดำเนินรายการ สัมภาษณ์ ๔ ครอบครัว ๑. ครอบครัวคุณดินแดนไทย คุณกาญจน์ ๒. ครอบครัวคุณเพชรพลัง คุณในน้ำคำ คุณธารน้ำคำ อูนากูล ๓. ครอบครัวคุณบุญประคอง ๔. ครอบครัว คุณเก็บบุญ คุณธารรุ้ง ด.ญ. เกร็ดรุ้งฟ้า คำโสกเชือก

วันพุธที่ ๑๖ ก.พ. ๕๔ ๐๔.๓๐-๐๗.๐๐ น. รายการทำวัตรเช้า โดยพ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ พ่อท่านได้บรรยายแจกแจงเนื้อหาธรรมะในหนังสือ นัยยะที่เราคิด ในหัวข้อ “สร้างให้แก่ประเทศ ไม่เอาจากประเทศ คือ การกอบกู้ทั้งตนและชาติ” “ “หนี้” คือวิธีสร้างทุกข์และทำลายสังคม” “ซื้อขายเงินสด งดเชื่อ คือ เครดิตเหนือเครดิต” “กำไรตามวิธีคิดของทุนนิยม คือ “การเอาเปรียบ” แท้ๆ”และ “ผู้ “กำไร” แบบทุนนิยม คือ ผู้เป็น “หนี้” ในวัฏสงสาร” และในขณะที่เทศนา ก็มีเสียงของตำรวจ ซ้อมปราบจลาจล และซ้อมสลายการชุมนุมอยู่ไม่ขาดสาย พวกเราก็นั่งฟังธรรมกันอย่างสงบเรียบร้อย

๐๙.๐๐-๑๐.๐๐ น. ธรรมะก่อนฉัน เรื่อง “จงสู้ให้รู้สิ้น” สิกขมาตุรินฟ้า นาวาบุญนิยม ได้เทศนาเนื้อหาโดยสังเขปว่า พวกเรามาชุมนุมไม่ได้ต้องการมาเป็นศัตรูกับใคร แม้แต่กับรัฐบาล แต่เราเป็นเพียงเสียงเล็กๆ ของความหวังดี ของความเป็นกัลยาณมิตร มาบอกทางที่ถูกต้อง ทางประเสริฐที่ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ ให้มาเสียสละ ลดละ มามักน้อยสันโดษ มาทำความดี ให้ถูกศีลถูกธรรม ไม่ได้มาแย่งโลกธรรม ลาภยศ สรรเสริญ โลกียสุข เพียงท่านอาจเปลี่ยนความคิดมาทำสิ่งดี จะเกิดบุญกุศลมากมาย ส.มือมั่น ปูรณกโร ได้เทศนาธรรม ในเรื่อง ธรรม ๒ อย่างที่จะทำให้เราต่อสู้ได้อย่างยั่งยืนยาวนาน คือ ๑. ความไม่ประมาท ๒. สติ สัมปชัญญะ และธรรม ๓ อย่าง ที่จะเป็นอุปการะให้เราสู้ได้อย่าง “ยาวให้เป็น เย็นเรื่อยไป ไขความจริงกันออกมาให้มากๆหมดๆ” คือ ๑. หมั่นคบหาสัตบุรุษ ๒. หมั่นฟังธรรมจากสัตบุรุษ ๓. การปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม

๑๒.๐๐-๑๔.๐๐ น. ธรรมะภาคพิเศษ ๑. บริเวณหลังเวที ฝึกเจโตสมถะ โดย ส.ผืนฟ้า อนุตตโร ๒. บริเวณเขตสมณะ โดย สม.สร้างฝัน อโศกตระกูล ๓. บริเวณหน้าเวที เรื่อง “การปฏิบัติธรรมในการชุมนุม” โดย ส.ขยะขยัน สรณีโย

๑๔.๐๐-๑๖.๐๐ น. ธรรมะภาคบ่าย ดำเนินรายการโดย ส.เดินดิน ติกขวีโร มีปฏิบัติกรมาให้ความรู้เรื่องการเสียดินแดนไทย (คุณปานเทพ พัวพงพันธ์ และ อ.วีระพันธ์ มาลัยพันธ์) ทำให้เกิดความชัดเจนว่าปัจจุบัน เขมรได้เข้ามารุกล้ำเขตแดนไทยในหลายพื้นที่เรียบร้อยแล้ว และทำให้เขมรสามารถยิงปืนใหญ่ถูกทั้งทหารและประชาชนไทยได้ง่ายกว่าเดิมมาก ซึ่งรายการนี้ผู้ชมให้ความสนใจมาก มีคนมาดูรายการจำนวนมาก

๑๘.๐๐-๒๐.๐๐ น. รายการภาคค่ำ ตอบปัญหาให้เกิดปัญญา ภาค ๒ โดยพ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ พวกเรามาทำงาน เป็นงานของชีวิต ไม่ได้มาทำเล่นๆ หรือมาหาประโยชน์ส่วนตนเอง พูดอย่างนี้คนเขาว่าพูดโก้ๆก็ไม่เป็นไร ชีวิตเราได้ศึกษาฝึกฝน ไม่ใช่เดรัจฉาน สัตว์เดรัจฉานเกิดมาก็มาใช้หนี้วิบาก สัตว์เดรัจฉานอีกพวกหนึ่งก็เป็นพระโพธิสัตว์ เกิดมาผ่านไปศึกษาเป็นต้น นอกนั้นเกิดมาใช้หนี้วิบาก การใช้หนี้วิบากก็จะหมุนเวียนเป็นสัตว์เดรัจฉาน จากนั้นก็ตกนรก หลังจากตายแล้วทุกคนก็จะไปตามวิบาก วิบากไปนรกก็ไปนรก วิบากบุญก็ไปสวรรค์ สวรรค์โลกีย์ สวรรค์โลกุตระ เรียนรู้แล้วก็พอเข้าใจ พระพุทธเจ้าว่าชีวิตนี้น้อยนัก ยุคนี้เฉลี่ยกันแล้วผู้หญิงตายยาก ผู้หญิง ๗๕ ปี ผู้ชาย ๗๐ ปี ชีวิตอยู่ในโลกเราน่าจะได้ประโยชน์จากการศึกษา

วันพฤหัสบดีที่ ๑๗ ก.พ. ๕๔ ๐๔.๓๐-๐๗.๐๐ น. รายการทำวัตรเช้า โดยพ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ ได้นำเนื้อหาจากหนังสือ “นัยยะที่เราคิด” มาเทศนาต่อ ในเรื่อง “ไม่รอ ไม่หวัง แต่เราทำด้วยวิชชา” และ “อบายมุขคือเชื้อโรคร้ายของสังคมควรเลี้ยงหรือควรทำลาย” พ่อท่านได้อรรถาธิบายเนื้อหาในหัวข้อธรรมะ “ทศพิศราชธรรม ทั้ง ๑๐ ประการ” และบารมีทั้ง ๑๐ ทัศ และให้ใช้เมตตาเป็นฐานในการทำงาน และมีอุเบกขาเป็นฐานพัก มีพฤติกรรมของการ “ทาน” เป็นที่สุดที่จบ และถามว่าเราจะชุมนุมกันนานเท่าไหร่ ให้ตั้งใจเป็นพระมหาชนกกันเลย ส่วนเป้าอื่นเป็นเป้าหมายลำลอง ๐๙.๐๐-๑๐.๐๐ น. รายการธรรมะก่อนฉัน “ธรรมะประทับใจ” โดย ส.โพธิสิทธิ์ โพธิสิทโธ ประทับใจงานพุทธาภิเษกฯครั้งนี้ได้มาจัดที่ข้างทำเนียบรัฐบาล ซึ่งพรุ่งนี้ก็จะเป็นวันมาฆบูชา เป็นวันที่พระอรหันต์ ๑,๒๕๐ รูป ที่พระพุทธเจ้าบวชให้มาร่วมกันโดยมิได้นัดหมาย พ่อท่าน ชาวอโศกมาร่วมจัดงานมาฆบูชาที่ข้างทำเนียบ ก็มิได้นัดหมายมาก่อนเลย เราไม่รอไม่หวัง แต่เราทำด้วยวิชชา คำว่าวิชากับวิชชาต่างกัน วิชาคือความรู้อย่างโลกีย์ ส่วนวิชชาคือความรู้อย่างโลกุตระ และอธิบายถึง วิปัสสนาญาณ และเตวิชโช ส.ขยะขยัน สรณีโย เทศนาธรรมไว้บางส่วนว่า คนเราเกิดมา จะไม่เป็นโมฆบุรุษ ไม่เสียชาติเกิด ต้องมาถือศีล ให้เกิดมรรคผล เปลี่ยนแปลงตนเองให้เป็นอาริยบุคคลบรรลุธรรมให้ได้ ที่มาชุมนุม ไม่ได้คิดว่าจะมาเอาแพ้เอาชนะอะไร แต่หวังว่าชีวิตจะพัฒนาขึ้น และได้ตอบแทนคุณประเทศชาติ ๑๒.๐๐-๑๔.๐๐ น. รายการธรรมะภาคพิเศษ ๑. บริเวณข้างเวที ฝึกเจโตสมถะ โดย สมณะผืนฟ้า อนุตตโร ๒. บริเวณหน้าเวที เรื่อง นักรบแห่งกองทัพธรรม โดย สมณะฟ้ารู้ นโภคโต ๓. บริเวณ หน้าที่พักสมณะ โดยสิกขมาตุ แสงฝน อโศกตระกูล ๑๔.๐๐-๑๖.๐๐ น. รายการธรรมะภาคบ่าย เรื่อง ชีวิตของฉัน ดำเนินรายการโดย คุณสมพงษ์ ฟังเจริญจิตต์ สัมภาษณ์ พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ คุณแห่งไท กมลรัตน์ และคุณแรงผัก เนื้อหาการสัมภาษณ์บางตอนมีดังนี้ พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ เกิดที่ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ มีคุณพ่อชื่อ ชั้น คุณแม่ชื่อบุญธรรม มีพี่สาว ๑ คน น้องสาว ๓ คน เรียนชั้นประถมศึกษาที่ รร. อำนวยวิทย์ เขตพระประแดง เรียนชั้นมัธยมศึกษาที่ รร.วัดทรงธรรม จากนั้นสอบเข้า รร.เตรียมนายร้อยได้ เรียนจบชั้นนี้ ปี ๒๕๐๓ วัยเด็กมีฐานะทางครอบครัวที่ยากจนมาก ต้องตัดจากไปขาย แม่สอนว่า “ลูกเอ๋ย ไม่มีก็ไม่ต้องกิน ไม่มีก็ไม่ต้องใช้ เวลาคนอื่นเขากิน อย่าไปมองปากเขา” ได้เรียนรู้ชีวิตความยากจนอยู่ในหัวใจผม คนเราไม่ลำบากวัยหนุ่ม ก็ต้องลำบากวัยแก่ ที่จริงคนเราก็ต้องสู้ตลอดชีวิต เราจะชนะชีวิตได้ต้องมีสัจจะ กล้าทำความดี รักความเป็นธรรม รักความถูกต้อง รักหน้าที่ สอบเสนาธิการได้ และได้ไปรบในเวียดนาม ไปรบสนุกมาก ที่ไหนมีสงครามสนุกมาก มีจริงใจกล้าหาญ ใครตายก่อนตาย(กลัวตาย) จะตายตลอดเวลา ๑๘.๐๐-๒๐.๐๐ น. รายการสัมภาษณ์ปฏิบัติกรชุด จิตอาสา ดำเนินรายการโดย ส.เดินดิน ติกขวีโร สัมภาษณ์

วันศุกร์ที่ ๑๘ ก.พ. ๕๔ (วันมาฆบูชา) ๐๔.๓๐-๐๗.๐๐ น. รายการทำวัตรเช้า โดยพ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ ได้นำบทความในหนังสือนัยยะที่เราคิดมาสอนต่อในเรื่อง “พุทธไม่มีเนื้อแท้แห่งพุทธ จึงหยุดปัญหาได้ไม่ยั่งยืน” “อเทวนิยม คือ เครื่องบ่งชี้ความเป็นพุทธ” “คนมีไตรสิกขา คือ เครื่องบ่งชี้ความเป็นพุทธ” “คนมีจรณะ ๑๕ คือ เครื่องบ่งชี้ความเป็นพุทธ” และพ่อท่านได้อธิบายความในหัวข้อธรรมเรื่อง “อาหาร ๔ คือกวฬิงการาหาร ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร และวิญญาณาหาร” ๐๙.๐๐-๑๐.๐๐ น. ธรรมะก่อนฉัน ส.ถ่องแท้ วินยธโร เรื่อง “ พระพุทธเจ้าสอนอะไร ” ได้อธิบายธรรมเรื่องโอวาทปาติโมกข์ ส.พอแล้ว สมาหิโต ได้อธิบายธรรมะเรื่อง สมาธิแบบพุทธ และสัมมาทิฏฐิ ๑๐ เน้นเรื่องจะมาเป็นนักการเมืองจะต้องมีการตรวจสอบเหมือนพระจะมาบวชต้องมีการตรวจสอบ ๑๒.๐๐-๑๔.๐๐ น. ประชุมใหญ่พรรคเพื่อฟ้าดิน ซึ่งพ่อท่านได้มาเป็นประธานการประชุมและกล่าวให้โอวาทเรื่อง อปริหานิยธรรม โดยเฉพาะข้อที่ ๑ เรื่องการพร้อมเพรียงกันเข้าประชุมและเลิกประชุม ทำอย่างนี้เขาจะตีเราแตกได้ยาก ถ้ามีเรื่องอะไรให้มาพูดกันในที่ประชุม อย่าเอาไปพูดนอกที่ประชุม เมื่อมีมติอย่างใดก็ควรทำตามอย่างนั้น แม้เราจะแพ้ก็ต้องทำตามนั้น การประชุมก็จะมีประสิทธิภาพ ๑๔.๐๐-๑๖.๐๐ น. ธรรมะภาคบ่าย สัมภาษณ์สมณะและสิกขมาตุเรื่อง “ปฏิบัติบูชา มาฆฤกษ์” ดำเนินรายการโดย สมณะบินบน ถิรจิตโต สัมภาษณ์ สมณะและสิกขมาตุผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นมาแสดงธรรม ๑๘.๐๐-๒๐.๐๐ น. เทศน์กัณฑ์พิเศษในวันมาฆบูชา โดย พ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ พ่อท่านได้บรรยายเนื้อหาธรรมในหมวดธรรมต่างๆ เช่น มิจฉาทิฏฐิสูตร สักกายทิฏฐิสูตร และอัตตานุทิฏฐิสูตร และได้อรรถาธิบายเรื่องนิโรธของพุทธเป็นนิโรธอย่างลืมตา มีจิตที่เป็นนิโรธคือ จิตดับอาการกิเลส และมีญาณอ่านรู้ชัด มีผัสสะมากระทุ้งกระแทกกระทบ เราก็ไม่มีอาการกิเลส ปฏิบัติแบบลืมตาตามมรรคมีองค์ ๘ ไม่ใช่นั่งหลับตาในภวังค์ นั่งสมาธิดับจิตไม่รู้เรื่อง จิตไม่ทำงาน ดับธาตุรู้เป็นสัตว์ที่ไม่มีวิญญาณ ซึ่งนิโรธของพุทธมีนัยยะสำคัญต่างจากของฤาษี และพ่อท่านได้อรรถาธิบายธรรมะในหัวข้อ สัมมาทิฏฐิทั้ง ๑๐ ข้อ จนครบทั้ง ๑๐ ข้อ

วันเสาร์ที่ ๑๙ ก.พ. ๕๔ ๐๔.๓๐-๐๗.๐๐ น. รายการทำวัตรเช้า และแสดงธรรมโดยพ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ ได้อธิบายเนื้อหาในหนังสือ นัยยะที่เราคิด ในเรื่อง “รวยในความจน จนในความรวย” และอธิบายถึงความรัก ๑๐ มิติ และแจกแจงธรรมะในหัวข้อ สาราณียธรรม ๖ โดยเฉพาะเรื่องสาธารณโภคีเป็นเรื่องที่สุดยอดแล้ว และ “ผู้ที่พึ่งกันได้คือ ญาติ ส่วนผู้ที่พึ่งกันไม่ได้ไม่ใช่ญาติ” ๐๙.๐๐-๑๐.๐๐ น. สรุปงานพุทธาภิเษกฯ ภาพรวมของงานนี้ แม้จะมีผัสสะมากมาย แต่ที่ประชุมสรุปงานก็มีผู้ยกมือ ยืนยันผลการฝึกปฏิบัติธรรมว่า สามารถผ่านกินมื้อเดียวได้เกือบหมดทุกคน สมาทานศีล ๘ ได้อย่างน่าอัศจรรย์ พ่อท่านได้ถามว่าใครห่วงชุมชนที่จากมาบ้าง แต่ละคนก็ไม่ค่อยห่วงอะไรนัก เพราะเป็นระบบสาธารณโภคี มีคนคอยดูแล และแต่ละคนลดละมามาก เป็นคนไม่มีอะไรแต่อุดมสมบูรณ์ และไม่ได้ยึดว่าเป็นของตน จึงปล่อยวางได้ง่าย การจัดงานตามปกติที่วัดเราในปีก่อนๆ ก็จัดได้ง่ายเพราะมีสถานที่และรูปแบบการจัดที่ชัดเจน แต่ที่นี่ไม่มีอะไรตายตัว มีตัวแปรมากมาย แต่คุณภาพของคนก็สามารถฝึกตนให้จัดงานได้อย่างดี ทำให้ชัดเจนว่างานพุทธาฯ ไม่ต้องตายตัวว่าจะจัดที่ไหน จะจัดกลางถนน ข้างทำเนียบก็ทำให้เกิดพุทธคุณในตัวได้ สมณะภูผาฯบันทึกและจัดพิมพ์

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน