580301_รายงานกิจกรรม งานพุทธาภิเษกสุดยอดปาฏิหาริย์ ครั้งที่ ๓๙ ไพศาลี.doc.docx

โฟลเดอร์2558_พุทธาฯครั้งที่ ๓๙ ไพศาลี
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์48 KB
วันที่แก้ไข22 มกราคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

580301_รายงานกิจกรรม งานพุทธาภิเษก สุดยอดปาฏิหาริย์ ครั้งที่ ๓๙ ปี ๒๕๕๘ ศาลีอโศก

งานพุทธาภิเษก สุดยอดปาฏิหาริย์ ครั้งที่ ๓๙ ศาลีอโศก พ่อครูประกาศอรหันต์ และ มีพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุสมเด็จปู่วิชิตอวิชชาครั้งแรก

ก่อนวันงาน วันจันทร์ที่ ๒๓ – วันศุกร์ที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ มีการจัดค่ายเตรียมงานพุทธาภิเษก สุดยอดปาฏิหาริย์ ครั้งที่ ๓๙ โดยมีน.ร. ม.๑ จากสัมมาสิกขาที่ต่างของชาวอโศก จำนวน ๘๖ คน มีน.ร.ชาย ๕๐ คน น.ร.หญิง ๓๖ คน การเข้าค่ายครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่มีการแบ่งกลุ่ม แยกฝ่ายหญิง-ฝ่ายชาย อย่างชัดเจน ทำให้การดูแลเรื่องของศีลข้อ ๓ ทำได้ง่ายขึ้น และจะมีการสอบเก็บคะแนน ว.บบบ.ในงานนี้ด้วย

๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ พ่อครูและปัจฉาฯก็เดินทางต่อไปที่ถึงพุทธสถานศาลีอโศก อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ ในเวลาประมาณ ๑๘.๐๐ น. พ่อครูกราบพระพุทธาภิธรรมนิมิตที่ศาลาพุทธาภิเษกแล้วก็เดินไปดู ทีมงานหรรษาที่กำลังปั้นฐานตั้งสมเด็จปู่วิชิตอวิชชา ที่ทำจากหินทรายสูง ๓.๘๕ เมตร ซึ่งในงานนี้ จะมีพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งพ่อครูนำมา จึงต้องทำการทดสอบว่าผอบที่ใส่พระบรมสารีริกธาตุจะใส่เข้าไปในอุนาโลมของสมเด็จปู่ฯได้ไหม? ปรากฎว่า จะต้องใส่ผอบในแนวตั้งจึงจะปิดช่องที่ใส่พระธาตุด้วยหยกขาวได้

๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ งานศิษย์เก่าคืนสู่เหย้าสัมมาสิกขาศาลีอโศก ครั้งที่ ๖ มีกิจกรรม ใส่บาตร พ่อครูและสมณะสิกขมาตุ เวลา ๐๘.๐๐ น. ฟังธรรมก่อนฉันจากสมณะและสิกขมาตุ ภาคบ่ายรวมตัวศิษย์เก่าศาลีอโศกและศิษย์ปัจจุบัน ไปล้างแทงค์น้ำ และช่วงเย็น ๑๘.๐๐ น. รายการเอื้อไออุ่นใต้หลอดนีออน กับพ่อครูฯร่วมสู่บรรยากาศงานพุทธาฯ

วันอาทิตย์ที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๘ วันแรกของงานพุทธาภิเษกฯ

๐๕.๐๐ น. สมณะ ๑๖ รูป สิกขมาตุ ๗ รูป นำโดยพ่อครู ปร

อ่านต่อ

ะชุมคุรุทุกสัมมาสิกขา ที่อาคาร กบส. โดยพ่อครู กล่าวขอบคุณคณะคุรุทุกคนที่ช่วยกันดูแลนักเรียน เน้นชีวิตคือการศึกษา และกล่าวถึงการศึกษาที่ล้มเหลวทั่วโลก และกล่าวถึงการศึกษาสัมมาสิกขาที่เน้นชีวิตจริง เน้นลดละกิเลสได้จริง ฯลฯ

พ่อครูประกาศอรหันต์ ในพิธีเปิดงานพุทธาภิเษก สุดยอดปาฏิหาริย์ครั้งที่ ๓๙ ณ ศาลีอโศก

๐๙.๐๐-๑๑.๐๐ น. เริ่มงานด้วยการเทศนาธรรมก่อนฉัน และพาปฏิญาณอุโบสถศีล โดยพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ บนศาลาวันนี้มีญาติธรรมมาเข้าร่วมฟังธรรม ๗๐๘ คน โดยพ่อครูได้เล่าถึงความเป็นมาของชาวอโศก ตั้งแต่ยังไม่แยกตัวออกจากมหาเถรสมาคม และชี้ให้เห็นถึงอธรรมผยองและกำแหงในยุคปัจจุบัน พ่อครูได้อธิบายถึงภาวะนานาสังวาส พ่อครูได้นำเอาสาระธรรม จากปหาราทสูตร มาขยายความในเช้านี้ และเชื่อมโยงถึงรูป ๒๘ จากนั้นพ่อครูได้อธิบายถึงความสัมพันธ์กันของฐานะ ๔ อันได้แก่ นักบวช นักบริหาร นักบริการ และนักผลิต พ่อครูยังได้อธิบายถึงความต่างของ อุทิสมังสะ กับ ปวัตตมังสะ

ในการเทศนาครั้งนี้ มีเหตุการณ์สำคัญเหตุการณ์หนึ่ง คือ พ่อครูได้ประกาศอรหันต์ … . เมืองไทยนี่มีความคิดว่า ผู้บรรลุธรรมแล้วบอกไม่ได้ เป็นอรหันต์นี้บอกคนไม่ได้ ถ้าคนไหนบอกก็คือไม่ใช่อรหันต์ไม่บรรลุอีก นี่ก็เป็นมิจฉาทิฏฐิ ในชีวิตนี้..มีคนถามอาตมาว่า ท่านเป็นอรหันต์หรือไม่...คนที่ ๑ คือขวัญดี น้องสาวอาตมาเอง เขาถามเลยว่าบรรลุอรหันต์จริงหรือเปล่า อาตมาก็ตอบว่าจริงอาตมาบรรลุอรหันต์ นี่คือตอบก่อนที่จะตอบกับ อ.แสง จันทร์งาม เคยมาถามอาตมาที่สันติอโศกเลย เขามาถามอย่างเป็นวิชาการ เซ้าซี้อาตมา อาตมาก็ว่าเมืองไทยนี่ถือสากันมาก อาตมาก็บอกไปว่าอาตมาบรรลุอรหันต์ สองคนนี้บอกตรงๆเมื่อถามก็ตอบ ก็บอกชัดๆ ขออภัยที่วันนี้พูดอะไรเต็มสภาพไป ก็เป็นพุทธาภิเษก สุดยอดปาฏิหาริย์ ที่พูดไปนี่ก็ไม่ได้มีจิตอยากอวดนะ แต่นี่อาตมาสอนมา ๔๕ ปีแล้วก็ต้องพยายามเข็นพลังงานว่าอย่าพึ่งตาย ตรงกันข้ามกับพระพุทธเจ้าเลย

ในอภิณหปัจจเวกขณ์ ๑๐ ข้อสุดท้าย พระพุทธเจ้าว่า...คุณวิเศษยิ่งกว่ามนุษย์สามัญ(อุตริมนุสธรรม)ที่เราบรรลุแล้ว มีอยู่หรือไม่ ที่จะให้เราเป็นผู้ไม่เก้อเขิน เมื่อถูกเพื่อนบรรพชิตถาม ในกาลภายหลัง นี่อาตมาก็ตอบตามที่อ.แสง กับ อ.ขวัญดีถาม ก็บอกไป …. จากนั้นพ่อครูได้นำ ความมหัศจรรย์ของพระธรรมวินัย ๘ ประการ ที่พระพุทะเจ้าเปรียบกับคุณสมบัติของมหาสมุทร มาเทศนาต่อ

จนกระทั่ง ๑๐.๕๘ น. พ่อครูจึงได้พาปฏิญาณ ศีล ๘ เป็นการจบพิธีเปิดงานพุทธาภิเษกฯในเช้านี้ อ่านบันทึกทั้งหมดที่ http://www.boonniyom.net/?p=35399 HYPERLINK "http://www.boonniyom.net/?p=35399"

๑๒.๐๐-๑๓.๔๕ น. ธรรมะกระดานดำ ๔ จุด ที่เขตสมณะเกจิ โดย ส.ขยันยอม วิริยธโร ที่โรงรถ โดย ส.ดินทอง นครวโร ที่เขตสิกขมาตุ โดย สม.สร้างฝันใหม่ อโศกตระกูล, สม.เทียนคำเพชร อโศกตระกูล ที่ศาลา ๖ เหลี่ยม โดย ส.นึกนบ ฉันทโส

๑๔.๐๐-๑๖.๐๐ น. ปฐมนิเทศ โดยส.เดินดิน ติกขวีโร, ส.ฟ้าไท สมชาติโก, สม.กล้าข้ามฝัน อโศกตระกูล …ในงานนี้มีการสอบเก็บคะแนน ว.บบบ.ในวันสุดท้ายของงานหลังทำวัตรเช้า

ภาคบ่ายจะมีกิจกรรมนอกศาลา เนื่องจากผู้มาร่วมงานก็อายุยาวกันเป็นส่วนมาก ก็เหมือนเรามาสัมมนากัน

๑๘.๐๐-๒๐.๐๐ น. รายการภาคค่ำ ในงานพุทธาภิเษก สุดยอดปาฏิหาริย์ ครั้งที่ ๓๙ สัมภาษณ์ปฏิบัติกร ตอน "สัมมาสิกขา สู่ สัมมาอาชีวะ" มีผู้ร่วมรายการ เป็นศิษย์เก่าสัมมาสิกขาที่ได้จบการศึกษาจากโรงเรียนสัมมาสิกขา แล้วได้ใช้ธรรมะที่ได้จากสัมมาสิกขา ไปใช้ดำเนินสัมมาอาชีวะ พึ่งตนเองรอด จนเป็นที่พึ่งของคนอื่นได้ ดำเนินรายการโดย สิกขมาตุ ผาแก้ว ชาวหินฟ้า ผู้ร่วมรายการประกอบด้วย ๑. คุณเพาะเพียร คีรีคำรณ(พอลล่า) ศิษย์เก่าศาลีอโศก ๒. คุณวัชรินทร์ ใบภักดี ศิษย์เก่าสันติอโศก อยู่จ.เพชรบูรณ์ ทำนาไร้สารพิษ ทำงานเหนื่อย แต่ได้ประโยชน์ทำให้มีความสุข ทำให้เขาได้กินของที่มีประโยชน์ไร้สารพิษ ๓. คุณเลือดภูไพร พงษ์เจริญไพรบูลย์ (ชะวา) ศิษย์เก่าศาลีอโศก เป็นชาวปะกาเกอะญอ แล้วได้มาเรียนสัมมาสิกขา ปรับตัวลำบากในการพูดภาษาไทย คำว่า “พักผ่อน หย่อนใจ” พูดยากมาก เพื่อนๆต้องมาสอน ก.ไก่ ข.ไข่ กันใหม่ ผมยอมตายดีกว่าจะไปกินเนื้อสัตว์ ผมไปสมัครเป็นคนขับรถ เขาถามว่า มีความสามารถพิเศษอะไร ผมว่า ผมเผ่าถ่านได้ เจ้าของบริษัทก็บอกว่ามันเกี่ยวอะไรกับการขับรถ เขาก็ยังไม่รับผม ผมก็เลยอยู่กับเขาอย่างไม่มีเงินเดือนก็ได้ ก็นั่งรถไปกับคนขับรถน้ำมัน คุยกับเขา ทุกคนก็ชอบผม บางครั้งผมก็ช่วยเขาขับรถ ในที่สุดเขาก็รับผมเข้าทำงาน ๔. คุณหินสร้าง เครือบุตร ศิษย์เก่าศีรษะอโศก เคยมาเข้าค่ายยุวพุทธทายาท ที่ปฐมอโศก รู้สึกสนุกดี ตั้งใจว่า จบ ป. ๖ จะเข้าเรียนที่ศีรษะฯเลย ไม่มีใครมาบังคับ จบแล้วตั้งใจอยู่ที่ชุมชนศีรษะอโศกต่อเลย ไม่ไปไหน เพราะชอบชีวิตชาวอโศก พาน้องๆทำงานได้หลายอย่าง

วันจันทร์ที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๘

๐๓.๓๐-๐๖.๐๐ น. ทำวัตรเช้าและฟังธรรม พุทธทุกวันนี้ไม่เข้าใจ “กาย” จึงไม่มีนิพพาน โดยพ่อค รู...ซึ่งวันนี้พ่อครูได้นำเอามหานิทานสูตร มาขยายความให้ฟัง และเทศน์ประกอบเป็นนิทานไป เช่นว่า คนเราก็มีเหตุ มาประสมเป็นเรื่องราว เป็นนิทานของตน มีนิทานชาดกของตน ชาดก คือ ชาตกะ ก็คือ ชาติ นั่นเอง แต่ละคนมีนิทานทั้งนั้น นิทานคนไหนมีราคะ โทสะ โมหะ คนก็จับมาทำหนังเพราะคนชอบและ เวทนาเป็นนิทาน ผัสสะเป็นสมุทัยของมรรค ตัณหาเป็นสมุทัยเหตุใหญ่ทางจิตเลย ผัสสะกับตัณหานี่แหละปรุงแต่งจัดการกันเป็นนิทานหรือเวทนา ๑๐๘ ถ้าไม่เข้าใจเวทนา ๑๐๘ อย่างมีปฏิสัมพัทธ์ เช่นนี้สัปปะรดบนโต๊ะนี้ พอสัมผัส แล้วก็เกิดเวทนาเป็นเรื่องขึ้นมา ตากระทบรูป ก็เกิดนิทาน อวิชชามันสังขารปรุงแล้ว พออยากกินก็เป็นผี พอได้มากินสัมผัสก็เป็นเทวดา แซบดี พอไม่ชอบใจผีก็ขึ้นต่อ ดีไม่ดีอาละวาดเลย เหมือนนิทานผัวกินอาหารไม่ถูกปาก ก็ร่อนจานเลย นั่นคืออยากก็เป็นผีแล้ว พอกินเข้าไปไม่ถูกปาก ผีก็เข้าอีกร่อนจานเลย นี่คือไม่รู้วิญญาณผี วิญญาณเทวดา

อาตมาก็ขยายความ พวกเราได้ฟังนี้เป็นอัพภูตธรรม ที่เป็นสิ่งที่อาตมามี เป็นสิ่งที่คนทั่วไปไม่คิดว่ามีจริง ถูกต้อง แล้วอาตมาไม่ได้มีศักดิ์ศรีอะไรเลยให้เขานับถือ ไม่ตรงกับสิ่งที่เขาเข้าใจก็ตีทิ้ง แล้วเขาไม่เคยได้ยิน อัพภูตธรรม สิ่งที่เป็นอัจฉริยา อัพภูตธรรม น่าอัศจรรย์ เป็นสิ่งที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน ในปหาราทสูตร เป็นความมหัศจรรย์ ๘ ข้อ อาตมาก็ทบทวนสิ่งที่เป็นมาแล้วมาขยายอีก อาตมาแกล้งได้ไหม เอาอัพภุตธรรม เอาอัจฉริยะนี่มาพูด แกล้งได้ก็แกล้งสิ อาตมาว่าให้มาจน พวกเราก็มาจนเป็นสิ่งอัศจรรย์ อาตมาไม่เคยล่อให้มาโดยบอกว่ามารวย มาสวย มาได้โลกธรรมอะไร นะ อย่างสมณะนี่มานี่อาตมาบอกว่ามาตายกันนะ ไม่ได้ให้มาสบายกินนอนพุงพลุ้ย แต่แปลกนะ บางรูปไม่ผอมนะ สมสัดส่วน อ่านบันทึกเทศนาฉบับเต็มที่ http://www.boonniyom.net/?p=35407 HYPERLINK "http://www.boonniyom.net/?p=35407"

เช้าวันที่ ๒ มี.ค. นี้มีการประกาศผลการสอบ ว.บบบ.ครั้ง ที่ ๓ ด้วย ผู้มาร่วมงานต่างพากันไปดู ว่าตนเองสอบผ่านหรือไม่ ได้รับเข็มหรือเปล่า บางคนก็ลุ้นกัน บางคนก็ถ่ายภาพคะแนนส่งไปให้เพ่ือนดูในโซเชียลมีเดีย

๐๖.๐๐-๐๘.๐๐ น. ประชุมตลาดอาริยะ ที่ศาลาพุทธาภิเษกฯ

๐๙.๐๐-๐๙.๓๐ น. เทศน์ก่อนฉันเรื่อง ๓๙ จอมยุทธ์ของพุทธแท้ โดยส.โพธิสิทธิ์ โพธิสิทโธ … ๓ อันที่ ๑ คือ เมื่อพ่อแม่เป็นชาวพุทธ เกิดมาก็ลงในทะเบียนบ้านว่า เป็นพุทธศาสนิกชน ทันที่ อันที่ ๒ คือ เมื่อเป็นพุทธศาสนิกชนแล้ว ตั้งใจสมาทานศีล ๕ เป็นเบื้องต้น จึงเรียกว่า พุทธมามกะ จากนั้น อันดับ ๓ คือ พุทธบริษัท ซึ่งมิใช่หมายแค่ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา แต่พุทธบริษัท หมายถึง โสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ ผู้ปฏิบัติตามศีลได้ก็จะได้อานิสงส์ของศีล ๙ ประการ

ส่วน ๙ ตัวที่ ๒ คือ วรรณะ ๙ ซึ่งชาวพุทธควรปฏิบัติให้เป็นคนมีวรรณะ ๙ และ ๙ ตัวที่ ๓ คือ วิชชา ๘ และพ่อครูมาเพิ่ม ฌาน เป็นตัวแรก จึงเรียกว่า วิชชา ๙

๐๙.๓๐-๑๐.๐๐ น. สมณะดวงดี ฐิตปุญโญ แสดงธรรมเรื่อง นิทานสีขาว มีเรื่องนิทานหัวที่ราคาแพงที่สุด เรื่องยายอ้วนกับ ยายผอม เรื่องคนไม่กลัวเมีย

๑๒.๐๐-๑๓.๔๕ น. ธรรมะกระดานดำ ๔ จุด ที่เขตสมณะเกจิ โดย ส.ขยะขยัน สรณีโย ที่โรงรถ โดย ส.มือมั่น ปูรณกโร ที่เขตสิกขมาตุ โดย สม.สัจฉิกตา ตั้งเผ่า ที่ศาลา ๖ เหลี่ยม โดย ส.ชัดแจ้ง วิจักขโณ

๑๔.๐๐-๑๖.๐๐ น. รายการขบวนการกลุ่ม โดยแบ่งกลุ่มผู้มาร่วมงาน เป็น ๑๔ กลุ่ม ไปบำเพ็ญตามฐานงานต่างๆเช่น โรงครัว โรงแชมพู ไปชักรอกผักกระเฉดขึ้นจากสระ ปอกเสร็จเด็ดผักผลไม้ เก็บเมล็ดขี้เหล็ก เก็บเมล็ดขุนศึก เก็บเมล็ดมะขามเทศ เก็บมะขาม เก็บยอดขุนศึก กรอกดิน สนทนาธรรม

๑๘.๐๐-๒๐.๐๐ น. รายการภาคค่ำที่เวทีทุ่งศาลี เจาะใจ บรรดาบัณฑิตบุญนิยม โดย ส.ฟ้าไท สมชาติโก สัมภาษณ์แบ่งเป็น ๒ ชุด ชุดแรกเป็นผู้ใหญ่ มี คุณทองธรรม เจนชัย ผู้ประสานงานภูผาฟ้าน้ำ ได้เข็มที่ ๓ คุณพลังเย็น นิยมเพิ่มบุญ ได้เข็ม ๒ คุณเต็มป่า มโนรพ ได้เข็มที่ ๓ คุณซึ้งบุญ บูรณกิตติ ได้เข็มที่ ๑ คุณแรงผา จำปี เป็นพนักงาน บ.ฟ้าอภัย ได้เข็มที่ ๓ มาอยู่ที่บ.ฟ้าอภัย เมื่อมี ๒๕๓๙ พยายามตั้งใจอยู่เป็นโสดให้รอด

คุณใจพอ วังประษา มาจากการชุมนุม ๑๙๓ วัน ลาออกจากพยาบาล มาทำธุรกิจ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ติดตามกองทัพธรรมมา กินข้าวมื้อเดียวต่อวัน

คุณชญาดา ศรัญามาศ เป็นผู้มาสอบสมทบมาจากตอนพันธมิตร ขณะนี้อยู่ที่บ้านราชฯ ถือศีล ๕

ชุดที่สอง สัมภาษณ์ นักเรียนที่สอบได้เข็ม มีคุณไพรเมือง เป็นคุรุจากสันติอโศก เป็นแม่ฐานงาน ทำปุ๋ย ปีนี้มาสอบเป็นครั้งที่ ๓ ซึ่งก็สอบได้เข็มด้วย เป็นคุรุมา ๗ ปี

นายพิชัยยุทธ สิงห์คำ อยู่ม.๕ สันติอโศก เป็นผู้สอบได้เข็ม ประทับใจคุรุไพรเมือง ที่เอาภาระอบรมสั่งสอน มีความเห็นว่า หากเราไม่มีใครมาสอนเราได้ เราก็เป็นคนไม่มีคุณค่าที่จะให้เขาสอน

นส.สุทิพย์ วงศ์อามาตย์ อยู่ม.๕ สันติอโศก เป็นผู้สอบได้เข็ม ๑ นส.รุ่งธิวา โพนเมืองหล้า อยู่ ศีรษะอโศก นส.พราวน้ำเพชร คำใสย์ อยู่ ศีรษะอโศก นส.ธมพร ไชยนำโชค อยู่ ม.๕ ปฐมอโศก นส.นรินทิพย์ สรรพวุธ อยู่ม.๖ นส.รุ่งจิตร สมบัติมาก อยู่ม.๖ ปฐมอโศก นส.เกร็ดรุ้งฟ้า คำโสกเชือก อยู่ ม.๕ ภูผาฟ้าน้ำ นร.ที่มาขึ้นเวทีทั้งหมด เป็นผู้สอบได้เข็ม ที่ ๑

วันอังคารที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๘

๐๓.๓๐-๐๖.๐๐ น. ทำวัตรเช้าและฟังธรรม พุทธทุกวันนี้ไม่เข้าใจ “กาย” จึงไม่มีนิพพาน โดยพ่อครู ...ซึ่งวันนี้พ่อครูว่า....วันนี้เราจะเปลี่ยนโศลกใหม่ ซึ่งอาจได้ใช้โศลกนี้อีกหลายครั้ง เพราะเป็นโศลกที่ยิ่งใหญ่ โศลกที่ว่าชื่อ “ความบริสุทธิ์เท่านั้น ที่จะชนะทุกสิ่งทั้งโลก...ในที่สุด” ฟังให้ดีแล้วเป็นให้ได้ ...มีคำว่าในที่สุด เพราะการชนะนั้น ไม่ใช่ชนะรวดเดียว ส่วนมากจะเป็นผู้แพ้ก่อน แล้วจะชนะไป จนชนะทุกสิ่งทั้งโลก ในที่สุด อย่างอื่นชนะความบริสุทธิ์ไม่ได้ ใครจะทุจริตอย่างไรก็เป็นไป แต่โดยสัจจะแล้ว มันชัดเจนว่า คนที่บริสุทธิ์เท่านั้น ถึงเป็นสิ่งที่สูงสุด

สังคมไทยทุกวันนี้ กระแสมา จะชัดเจนมาก แสดงสัจจะของสัทธรรม ที่เป็นธรรมดาจะต้องเป็นเช่นนั้นเอง ตามสามัญตามจริง ส่อแสดงว่าต้องเป็นเช่นนี้ นั่นก็คือ ขณะนี้ คนผิด ย่อมเปิดเผยความผิดของเขาไม่ได้ ไม่กล้า ทั้งอาย ทั้งกลัว ทั้งโกงต่อไปอีก นี่คือลักษณะของคนผิด ส่วนคนถูกนั้นย่อมกล้าเปิดเผยความถูกของตนได้ ทั้งไม่เก้อ ไม่ยาก ไม่อาย ไม่กลัว ไม่บิดพลิ้วอะไรทั้งนั้น ยิ่งมีการกระทำที่กระทบต่อส่วนรวม ที่ปรากฏการณ์เกิดของแต่ละกลุ่มย่อยที่กระทบต่อสังคม ที่เกิดความผิด มีอาการปกปิด บิดพลิ้ว หมักหมม เน่าใน เกิดขึ้นหนักในสังคม อ่านออก คนที่พอมีปัญญาจะรู้ สักวันจะยิ่งกว่ามะเร็งร้าย หรืออีโบล่า

มันจะเน่าเท่าใดก็แล้วแต่ ก็ไปบังคับกันไม่ได้ แต่ทุกคนก็พยายามมีมารยาทของเขาเป็นธรรมชาติ สังคมยิ่งต้องกระทบส่วนรวม มีปรากฏการณ์พิเศษที่สังคมต้องพยายามทำให้เกิดความถูกต้องให้ได้ ยิ่งต้องมีอาการเปิดเผย เพื่อจะแก้ เพราะสังคมยิ่งเน่าใน ยิ่งปกปิดกันอย่างที่เป็น เราจึงต้องทำให้เกิดพฤติกรรมสังคม ให้มีปรากฏการณ์วิเศษในสังคม มีอาการเปิดเผย เพื่อแก้ปรัปวาทะ(คือคำสอน คำพูด ที่คลาดเคลื่อน วิปริตผิดเพี้ยนไปจากคำสอนพระพุทธเจ้า) เราต้องทำความถูกต้องให้ปรากฏสำเร็จเป็นที่เรียบร้อย ผู้ที่สามารถทำให้ปรัปวาทะให้ถูกต้อง ตอนนี้การทำให้วิปริตผิดเพี้ยนสัทธรรมของพระพุทธเจ้านั้นมากเกินไปแล้ว ทุกอาการเคลื่อนไหวทุกวันนี้ ในกระแสสังคม ความผิดของสัทธรรมพระพุทธเจ้า กำลังทำการปกปิดบิดพลิ้ว ทั้งหน้าไม่อาย ทั้งกลัว ทั้งไม่กล้า คนผิดไม่อยากเปิดเผยกัน เขาจะทำหนักอย่างไรในพฤติกรรม ความถูกต้องสัทธรรมของพระพุทธเจ้าก็ยิ่งน่าเปิดเผยมากเท่านั้นเพื่อยืนยันสัจจะ ผลถูก แม้ว่า เราจะยังไม่รู้ชัดว่าอะไรถูกหรือผิดก็ตาม คนที่เขาไม่มีปัญญารู้ชัดเจนก็ตาม ก็ยังอยากจะให้ความถูกเปิดเผย ยิ่งคนที่รู้จักความถูกต้องความผิดที่แท้จริงแล้ว อย่าดูดายเพิกเฉย เพราะความถูกมันถูกความผิดข่มเหงทำร้ายหนักเหลือเกิน สังคมจะดีขึ้นอย่างเดียว ต้องเอาความถูกต้องขึ้นมา อย่างไม่ใช่อยากอวดนะ แต่เป็นสิ่งที่ควรทำจำเป็น คนถูก ต้องออกมาแสดงพฤติกรรม มารวมกัน ก็มีหลากหลายตามเหตุปัจจัยที่จะแสดงออกได้ อย่างอาตมาเป็นต้น มันแสดงได้แค่นี้นะ ที่จริงอยากแสดงกว่านี้ แต่มันแสดงได้แค่นี้ ก็ต้องมาช่วยกัน บางคนมีข้อจำกัด แต่ขอให้ออกมาเป็นกิริยาของ กาย-วจี-มโนกรรม ในตัวเราที่รู้ถึงความถูกต้องจริงใจ เป็นเช่นนี้ๆ เราแสดงอย่างจริงใจเลย อาตมาเชื่อมั่นว่า คนเราพยายามใช้ปัญญาทั้งนั้น ก็ต้องกรองเอาความถูกต้องออกมาแสดงทั้งนั้น ให้ความชั่ว ความผิดถูกข่ม ด้วยความจริงความถูกต้อง ก็ขอประกาศถ้วนทั่ว ใครมีปัญญารู้ว่าความบริสุทธิ์ถูกต้องเท่าไหร่ก็เทออกมา ตามเหตุปัจจัยของแต่ละคน ถ้าสามารถเท่าไหร่ได้ก็ทำเต็มที่ จะเกิดสังเคราะห์พฤติกรรมสังคม โดยไม่ต้องตีรันฟันแทงรบรากัน เพราะความถูกต้องดีงามไม่ร้ายแรง ความอบอุ่นปรารถนาดีนั้นไม่เป็นพิษเลย ขอให้แสดงออกตามปัญญาของแต่ละคน ให้นำความถูกต้องดีงามของตนแสดงออก นี่คือการแก้ไขปัญหาสังคม อย่าดูดายนิ่งเฉย ดีไม่ดีเอาความไม่ถูกมาแสดงออก ก็คือโง่และบ้า อ่านบันทึกเทศนาฉบับเต็มที่ http://www.boonniyom.net/?p=35419 HYPERLINK "http://www.boonniyom.net/?p=35419"

๐๖.๐๐-๐๘.๐๐ น. ประชุมขยะวิทยา ที่ศาลาพุทธาภิเษกฯ มีสมณะ ๑๐ รูป สิกขมาตุ ๑ รูป นำประชุมโดยสมณะเดินดิน ติกขวีโร

๐๙.๐๐-๐๙.๓๐ น. เทศน์ก่อนฉัน เรื่อง ได้ดีเพราะมีธรรม โดยสม.พูนเพียร ชาวหินฟ้า โดยสิกขมาตุ ได้เล่าเหตุการณ์ตอนเป็นเด็ก เกี่ยวกับการทำบุญแบบที่เข้าใจผิดทำตามๆกันมา และได้เน้นย้ำเรื่องสัมมาทิฏฐิ ซึ่งจะเกิดได้ต้องมาพบสัตบุรุษ และสิกขมาตุได้เน้นย้ำว่า “ชีวิตควรจะเป็นของเรา เราควรจัดการชีวิตของเรามิใช่ปล่อยไปตามยถากรรม”

๐๙.๓๐-๑๐.๐๐ น. เทศน์ก่อนฉัน เรื่อง ฝึกตนให้พ้นความเป็นทาส โดยสม.รินฟ้า นิยมพุทธ โดยสิกขมาตุได้ แสดงภาวะที่ยังตกเป็นทาสอยู่ และแนะนำวิธีการพ้นจากความเป็นทาสได้ ต้องเริ่มจากการมองเห็นโทษภัยของภาวะติดหลงมัวเมานั้นๆ ต้องมีการโยนิโสมนสิการ ทำให้จิตวิญญาณพ้นจากความเป็นทาสได้

๑๒.๐๐-๑๓.๔๕ น. ธรรมะกระดานดำ ๔ จุด ที่เขตสมณะเกจิ โดย ส.ดวงดี ฐิตปุญโญ ที่โรงรถ โดย ส.นาไท อิสสรชโน ที่เขตสิกขมาตุ โดย สม.หยาดพลี อโศกตระกูล ที่ศาลา ๖ เหลี่ยม โดย ส.แก่นเกล้า สรกโร

๑๔.๐๐-๑๖.๐๐ น. รายการขบวนการกลุ่ม โดยแบ่งกลุ่มผู้มาร่วมงาน ไปบำเพ็ญตามฐานงานต่างๆมีงาน กรอกดิน ไปชักรอกผักกระเฉดขึ้นจากสระ เก็บเมล็ดขุนศึก เมล็ดขี้เหล็ก เก็บยอดขุนศึก ไปโรงแชมพู ไปปอกเสร็จเด็ดผักที่โรงครัว และมีกลุ่มพิเศษ คือกลุ่มนักฟังธรรม ไปร่วมรายการ “คนชอบฟังธรรม” กับส.เดินดิน ติกขวีโร และสม.กล้าข้ามฝัน อโศกตระกูล โดยมีการนำเสนอ การจัดหมวดหมู่ธรรมะ สำหรับนักฟังธรรมทั้งเก่าและใหม่

๑๘.๐๐-๒๐.๐๐ น. รายการภาคค่ำที่เวทีทุ่งศาลี สัมภาษณ์ปฏิบัติกร ชุด สุดยอดกสิกรรม เรื่อง กล้วยๆ แต่ไม่กล้วย ดำเนินรายการโดย ส.เดินดิน ติกขวีโร มีผู้ร่วมรายการ ๒ ท่านคือ ๑.คุณอนุชิต พรหมชาติ พูดเรื่อง กล้วยหลายสายพันธ์ เพราะเป็นผู้ชอบปลูกกล้วย ปลูกเพื่อคนอื่น ปลูกมาเป็นเวลาถึง ๒๐ ปี แล้วนิยมที่จะให้ผู้อื่น ศึกษาเรียนรู้เรื่องนี้มา ๓๐ ปี และชอบกินกล้วย ซึ่งบางสายพันธ์คนก็ไม่ค่อยรู้จัก ๒.ดร.วิชัย ใจวิสิทธิหรรษา พูดเรื่องการปลูกถั่วดาวอินคา โดยดร.วิชัย มีโรงงานทำน้ำมันขี้โล้ ที่ทำเป็นไบโอดีเซล และยังปลูกต้นทานตะวันได้ดี ออกดอกใหญ่มากๆ ทั้งที่ปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ ซึ่ง ส.เดินดินได้สรุปว่า วิทยากรทั้งสองท่านนี้ไม่ทราบคิดได้อย่างไร อย่างการปลูกต้นไม้เพื่อให้แก่ผู้อื่น ได้กินด้วย จะหาคนที่คิดและทำแบบนี้ได้น้อยมาก

วันพุธที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๘ วันมาฆบูชา

๐๓.๓๐-๐๖.๐๐ น. ทำวัตรเช้าและฟังธรรม พุทธทุกวันนี้ไม่เข้าใจ “กาย” จึงไม่มีนิพพาน โดยพ่อครู ...ซึ่งวันนี้พ่อครูได้นำเข้าสู่บทเรียนว่า.. เป็นคน เกิดมาเป็น คน อาตมาไม่ได้บังคับใคร แม้แต่น้องๆ เป็นคนเกิดมาแล้ว อาตมาเห็นจริงเห็นจังเลยว่าชีวิตมนุษย์เกิดมาชาติแล้วชาติเล่า ไม่มีอะไรเป็นแก่นสารเท่ากับธรรมะที่เป็นโลกุตรธรรม เกิดมาแต่ละชาติได้โลกียธรรมไม่มีเที่ยง สมบัติผลัดกันชน ไม่มีแก่นสาร Root แห่งชีวะ ไม่มีรากแห่งชีวิต แต่โลกุตระนี้มี Root of life เป็นเชื้อทางจิตวิญญาณ เป็นเชื้อหยั่งลงไป เพาะลงไปที่ DNA เป็นเชื้อนามธรรมทางจิตวิญญาณ ที่พูดนี้อาตมาก็ประกาศออกไปจนหมดเนื้อหมดตัวแล้ว จิตวิญญาณพระพุทธเจ้านี่ ศึกษาแล้วรู้จักสภาวะจิตวิญญาณแท้จริง ไม่ได้เรียนเฉพาะภาษา แต่เราจับสภาวะ จิต มโน วิญญาณได้จริง แล้วสร้างได้จริง เห็นจริงเป็นของจริง แล้วทำให้เป็นอารยธรรม โลกุตรธรรม ซึ่งทุกวันนี้มันเพี้ยนไปหมด แม้เมืองไทยเมืองพุทธก็เป็นพุทธปฏิรูป เนื้อแท้เนื้อธรรมหายไปหมด ออกนอกพุทธ กลายเป็นเรื่องตกแต่งประดับประดา แสวงบุญนอกขอบเขตพุทธไปหมด พระพุทธเจ้าท่านว่า สักการะนอกขอบเขตพุทธ นั้นยิ่งกว่าแสวงบุญนอกขอบเขตพุทธที่เขาพยายามเรียนรู้บุญทำบุญ แต่เขาไม่รู้จักบุญ เขาว่าบุญคือกุศล ซึ่งอาตมาได้หลักฐานว่า บุญคือ สันตานัง ปุนาติ วิโสเทติ คำว่าสันตานังคือ จิตวิญญาณ และปุนาติ คือชำระ วิโสเทติ คือให้สะอาดหมดจด อ่านบทความฉบับเต็มที่ http://www.boonniyom.net/?p=35809 HYPERLINK "http://www.boonniyom.net/?p=35809"

๐๖.๐๐-๐๘.๐๐ น. ประชุมสถาบันบุญนิยม ที่ศาลาพุทธาภิเษกฯ วันนี้มีวาระประชุมคือ เปิดตัวโครงการ “เปิดโลกบุญนิยม” ซึ่งเป็นโครงการ จัดทำเว็บไซด์ที่รวบรวมข้อมูลของชาวอโศกทุกๆด้าน โดยมีชื่อเว็บไซด์คือ www.boonniyom.net ขึ้น โดยมีโมเดล คือ www.manager.co.th เพื่อให้ www.boonniyom.net เป็นสื่อสาร บุญนิยม ควบคู่ไปกับ บุญนิยมทีวี ที่จะช่วยเสริม สื่อสารบุญนิยม อันเป็นบุญญาวุธ ให้ทรงประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น โดยที่ ทุกวันนี้พวกเราก็มีเว็บไซด์ มีหน้าเ ฟ สบุค ของแต่ละหน่วยงานกันอยู่แล้ว และบางหน่วยงานก็มีหลายอย่างซ้ำซ้อนกัน โครงการนี้ เพียงแต่เอาที่กระจัดกระจายกันนี่มารวมกันเป็นเว็บไซด์นี้ โดยมีชื่อเป็นภาษาไทยว่า เปิดโลกบุญนิยม งานนี ้ ได้มีการรวมรวมบุคลากรในการช่วยกันทำเว็บไซด์ www.boonniyom.net นี้ด้วย

พิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุสมเด็จปู่วิชิตอวิชชา เป็นองค์แรก

๐๘.๔๒ น. วันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๘ ซึ่งเป็นวันมาฆบูชา พ่อครูนำหมู่นักบวช เดินธรรมยาตราระยะสั้นๆ จากหน้าศาลาพุทธาภิเษก ศาลีอโศก จนถึงบริเวณที่ประดิษฐานสมเด็จปู่วิชิตอวิชชา ที่อยู่ข้างศาลาพุทธาภิเษกจากนั้น พ่อครูได้เทศนาธรรม หน้าสมเด็จปู่วิชิตอวิชชา ….ณ บัดนี้ก็เป็นโอกาสอันดี ๐๘.๔๕ น. เราจะได้ทำการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ลงในสมเด็จปู่ อาตมาเจตนาตั้งชื่อ สมเด็จปู่ ฉายาท่านก็ วิชิตอวิชชา หมายถึงผู้ปราบมาร ปราบอวิชชา ล้างอวิชชา กำจัดอวิชชา เป็นผู้ชนะในอวิชชาทั้งหลาย ซึ่งพระสมเด็จปู่ฯองค์นี้เกิดมาตามธรรม ไม่ใช่เรื่องลิเกละคร ไม่ใช่เรื่องปรุงแต่งตบแต่งก่อสร้างแบบชาวโลกเขาทำ แต่มันเป็นเรื่องที่จะต้องเกิด เป็นเช่นนี้เอง ตถตา มัน Born to be จะต้องเกิดเช่นนี้ เป็นอจินไตย ไม่ต้องคิดมาก ดีไม่ดีเกิดปุปปับ อุปัทวะเกิดทันทีทันใดได้เลย ตามเหตุปัจจัย แม้แต่อาตมาทำงานมาตลอดเวลา ทำงานศาสนามา ปีที่ ๔๕ มาปีนี้ มีอะไรที่อาตมารู้มาตลอดว่าอันนี้เกิดอันนี้เกิด เช่น มาถึงวาระนี้ มาถึงโอกาสนี้ ณ ลมหายใจเฮือกนี้ สังคมไทยกำลังจะเกิดรูปและนาม ทั้งด้านการเมืองและศาสนา จะเห็นได้ว่าการเมืองกำลังปฏิรูปเชิงปฏิวัติ ทั้งการศาสนาด้วย ก็กำลังจะปฏิรูปเชิงปฏิวัติ ผู้ที่ไม่หูหนวกตาบอดก็จะเข้าใจก็จะเห็นได้ ผู้หูบอดตาหนวกนี่ยิ่งกว่าสีควายให้ซอฟัง ยิ่งกว่า เข็นเขาขึ้นครก พูดกันไม่รู้เรื่องแล้ว ไม่ต้องแปลกใจว่าจะมีคนออกมาคัดค้าน เพราะใกล้กลียุคแล้ว ไม่ได้เจริญขึ้น เสื่อมลง แต่อาตมามารรักษาสถานะของศาสนาพุทธเอาไว้ เพื่อรักษาเนื้อ แก่น เอาไว้ ก็ต้องช่วยกัน ทุกคนที่มีบารมี มีพลังงานชีวิต เพื่อบูรณะศาสนาพุทธ ปฏิสังขรณ์เอาไว้เพื่อให้ถึง ครบ ๕๐๐๐ ปี ของศาสนาสมณโคดม อาตมาก็ทำมาตามลำดับ ปีนี้ ๒๕๕๘ เป็นต้นไป มันจะขึ้นรอบเป็นรอบเลข ๕ และเลข ๘ ที่อาตมาจะต้องทำงานอีกรอบหนึ่ง มันย่างทศวรรษที่ ๕ มันครึ่งหนึ่งแล้ว ก็จะเริ่มพัฒนาไป นี่เขตที่ ๒ จะพัฒนาไป ๖ แล้วถ้าได้ถึง๗ ก็จะขึ้นไปถึง ๘ อาตมาก็กำลังจะขึ้นไปหา ๕ ดังนั้นเลข ๕ และเลข ๘ จึงเป็นเลขเดินทางไปสู่ความเที่ยง นิยตะ ไม่ใช่ว่าเพิ่งมีผล แต่มีผลมาเรื่อยๆ ทุกอย่างลงตัวหมด ซึ่งคนอื่นใช้ตัวเลขอย่างนี้ไม่ได้ เช่นพระพุทธเจ้าต้องประสูตร ตรัสรู้ ปรินิพพานวันเพ็ญเดือน ๖ คุณอย่าไปริอาจใช้เหมือนท่าน อาตมาก็ไม่ได้ แต่จะใช้ของอาตมาเอง ไม่ใช่สาธารณะของคนทั่วไป ไม่ต้องคิดฝันเพ้อเจ้อ ถ้าไม่ถึงเวลามันก็ไม่จริง เอาหมามาใส่มงกุฎหรือเอามงกุฎมาใส่หัวหมา ไม่เข้าท่า

วันนี้เป็นโอกาสสำคัญ เป็นพระพุทธรูป ที่ปางปราบมาร ปราบอวิชชาของโลก วิชิตอวิชชา และจะปราบจริงๆ ไม่ใช่ปราบเล่นๆ ผู้ใดจะมาผนึกร่วมกันก็มา ใช้ธรรมาธรรมะสงคราม ไม่มีความรุนแรง แต่ใช้ความรู้ลึกซึ้งภูมิปัญญา ชนะกันด้วยความดี ความจริง ต้องอุตสาหะมาก ก็มีผู้ดวงตาสว่างก็เข้าใจก็มารวมผนึกกันก็จะมีมากขึ้น อ่านต่อที่ .... http://www.boonniyom.net/?p=35833 HYPERLINK "http://www.boonniyom.net/?p=35833"

จากนั้นเวลา ๐๙.๒๕ น. พ่อครูได้ทำพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ โดยพ่อครูพาสวดมนต์สั้นๆ แล้วพ่อครูก็เดินขึ้นไปบนแทนรองเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่พระอุณาโลมของสมเด็จปู่วิชิตอวิชชา จากนั้นก็พ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน