ข้อสอบปรนัย ว.บบบ. งานปลุกเสกฯครั้งที่ ๓๗ ณ บ้านราชฯ.doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
คำชี้แจง : โปรดเลือกและกากบาทข้อที่ท่านเห็นว่าถูกที่สุดลงบนกระดาษคำตอบ การกระทำที่มีการลงแรง มุ่งผลผลิต ได้เป็นประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นถือว่าเป็นตามข้อใด? ก. กุศลโลกีย์ ข. กุศลโลกุตระ ค. บุญโลกุตระ ง. อเนญชาโลกีย์ ข้อใดส่วน มิใช่ สำคัญของกุศลโลกุตระ? ก. เอากิเลสออก ข. เอาตัวหวงแหนออก ค. มีปัญญารู้ว่าที่เอาออกเป็นโทษหรือคุณ ง. ไม่มีคำตอบที่ตรงกับคำถาม เหตุปัจจัยใดที่นำไปสู่การอ่านรู้มโนปวิจาร ๑๘ ? ก. ตักกะ ข. วิตักกะ ค.สังกัปปะ ง. ทั้ง ก. ข. และ ค. การจะกำจัดกิเลสปัจจุบันได้เร็วทันทีทันใดได้ อาศัยสิ่งใด? ก. พลังไฟฌานและพลังปัญญา ข. พลังปัญญาและพลังความเพียร ค. พลังจาคะและพลังขันติ ง. พลังอนวัชชะและพลังสังคหะ ข้อใดที่เกี่ยวข้องกับอนุปัสสี ๔ ? ก. อัสสาทะเพิ่มขึ้น ๆ ข. อัสสาทะลดลง ๆ ค. อนวัชชะลดลง ๆ ง. ถูกทั้ง ข.และ ค. สังขารที่ ไม่มี กิเลสร่วม เกิดจากเหตุปัจจัยใด? ก. ไม่มีวจีสังขาร ข. สังกัปปะสะอาด ค. อัปปนา พยัปปนา ง. เจตโส อภินิโรปนา ลักษณะของเจโต ตกผลึกลงตามข้อใด? ก. สังวรปธาน ข. ปหานปธาน ค. ภาวนาปธาน ง. อนุรักขนาปธาน ยิ่งทำจิตให้สะอาดได้จริง ไม่มีอกุศล เป็นของตน ๆ ตรงกับข้อใดมากที่สุด ? ก. มหาภูตรูป ข. อุปาทายรูป ค. ปัตจัตลักษณ์ ง. สามัญลักษณ์ สิ่งใดเป็นตัวจบที่ชี้ชัดได้ว่า “สัจจะมีหนึ่งเดียว” เป็นจริงมิใช่ของเก๊ ? ก. นิมิต ๔ ข. อาหาร ๔ ค. กำลัง ๔ ง. ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง มีบางคนเข้าใจว่า “สัจจะ มิได้ มีอย่างเดียว แต่มีหลากหลาย” เพราะเหตุใด? ก. อตัมมยตา ข. ยึดสัญญาว่าเที่ยง ค. อนัตตา ง. จะมีอย่างเดียวหรือหลายอย่างก็ถูกต้องทั้งนั้น “แค่เปลี่ยนศาสนาก็ล้มกระดานได้แล้ว !!!” จริงหรือไม่ ? เพราะเหตุใด ? จริง เพราะบางศาสนามิได้
อ่านต่อ
บัญญัติว่าสิ่งที่เราทำเป็นบาป ต่างจากศาสนาเดิม จริง เพราะบางศาสนาสามารถล้างบาปได้ ไม่จริง เพราะพฤติกรรมที่เป็นบาป อยู่ศาสนาไหนก็เป็นบาป ไม่จริง เพราะบาปเก่าจากศาสนาเดิมยังอยู่ แต่บาปจากศาสนาใหม่ไม่มี ความว่างตามจูฬสุญญตสูตร สรุปได้ดังข้อใด? ก. สรรพสิ่งล้วนว่างเปล่า ข. ใส่ใจในสิ่งใด สัญญาเฉพาะสิ่งนั้นย่อมว่างจากสิ่งอื่น ค. ความว่างที่แท้ไม่มีจริง ง. แม้ความว่างก็ไม่เที่ยง สิ่งใดเป็นเครื่องชี้วัดค่าความสำเร็จของการอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม? ก. ทิฏฐิสามัญตา ข. ศีลสามัญตา ค. สาธารณโภคี ง. อิทธิบาท ๔ ในเมื่อ “สัจจะเป็นหนึ่งเดียว” แต่กลับสอนต่างกัน ข้อใดกล่าวถูกต้อง? ก. ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน ในเมื่อทิฏฐิต่างกันก็ย่อมสอนต่างกัน ข. สัจจะไม่เป็นหนึ่งเดียวจริง ๆ ค. สัจจะไม่มีจริง สรรพสิ่งล้วนสมมุติ ง. ยึดชั่วยึดดีอัปรีย์ทั้งนั้น เมื่อปฏิบัติจนได้ภาวะสุญญตวิหารแล้ว เหสือสิ่งใดเป็นตัวทำงานต่อ? ก. เมตตา ข. วิริยะ ค. มุทิตา ง. วิริยารัมภะ ในมูลสูตร ภาวะหลุดพ้นเริ่มตั้งแต่ข้อใด? ก. สติ ข. ปัญญา ค. วิมุติ ง. อมตะ ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด? ก. ทุกครั้งที่ทำบุญเป็นการลบล้างบาป ข. กุศลคือการชำระล้างกิเลส ค. ทั้งบุญและบาปต่างก็เป็นสิ่งสมมุติ ง. บาปคือการทำในสิ่งไม่ดีไม่งามแล้วฝังลงในจิต ทำอย่างไรวิบากบาปจะจางคลายไปได้? ก. หยุดที่เหตุ คือบาป ข. ไม่ต้องทำอะไรมันก็จางคลายเอง ค. สร้างตบะเพื่อเผาวิบาก ง. วิบากจางคลายไม่ได้เว้นแต่จะจบกิจ แม้แต่บาปก็ “เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป” ใช้กับปุถุชนไม่ได้ เพราะเหตุใด? ก. ปุถุชนไม่คบสัตบุรุษ ข. ปุถุชนไม่ฟังสัทธรรม ค. ปุถุชนเติมกิเลสใหม่ ๆ อยูตลอด ง. ปุถุชนไม่รู้จักบาป-บุญ ลักษณะใดเป็นการสั่งสมบาปให้แก่จิต? ก. การกระทบสัมผัสทุกทวาร ข. การให้อาหารแก่กิเลส ค. การนิ่งเฉยไม่รับรู้อะไร ง. การไม่รู้ในกรรมกิริยาใด ๆ เครื่องมือที่จะทำสัจธรรมให้เป็นจริงจะเริ่มมีได้ในระดับใด? ก. กัลยาณชน ข. โสดาบัน ค. สกิทาคามี ง. อนาคามี เรื่องของกลอง(ตะโพน)อานกะมีผลเป็นอย่างไร? ก. ไม่เหลือสิ่งใดที่เป็นของเดิม ข. เหลือแต่หนังและไม้ที่เป็นของเดิม ค. เหลือแต่โครงที่เป็นของเดิม ง. เหลือแต่โครงและลิ่มที่เป็นของเดิม “ของเดิม” ของกลอง(ตะโพน)อานกะเทียบได้กับสิ่งใด? ก. โลกียธรรม ข. โลกุตรธรรม ค. พุทธพจน์ ง. อรรถกถา จากเรื่องกลอง(ตะโพน)อานกะ ตรงกับเหตุการณ์ปัจจุบันในข้อใด? ก. คนหันไปนับถือศาสนาอื่นกันมาก ข. คนหันไปให้ความสำคัญกับวาทะของปราชญ์มาก ค. คำว่า “พุทธ” สูญหายไป ไม่เป็นที่รู้จัก ง. ถูกทุกข้อ ข้อใดกล่าว ไม่ ถูกต้อง? ก. ปฏิจจสมุปบาทเป็นหลักเกณฑ์ทฤษฎีเอกแห่งมหาจักรวาล ข. พระพุทธเจ้าค้นพบสัมพัทธภาพทางจิตวิญญาณ ค. ไอสไตน์ยังคงเป็นโพธิสัตว์แม้ผลการคิดค้นจะกลายเป็นระเบิดปรมาณู ง. ไม่มีคำตอบที่ตรงกับคำถาม ตามสภาพปัจจุบันที่แทบไม่เหลือเนื้อแท้ของพุทธศาสนา เราจะรักษาตัวรอดได้ด้วยวิธีใด? ก. ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม ข. กตัญญูกตเวทีต่อสิ่งที่มีค่าที่สุดทางพุทธศาสนา ค. ถูกทั้ง ก.และข. ง.ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง เหตุใดพ่อครูจึงเปล่งสาธุการเมื่อกล่าวถึงอวโลกิเตศวร? ก. อวโลกิเตศวรเป็นโพธิสัตว์พันมือ ข. อวโลกิเตศวรจะปรินิพพานเมื่อช่วยคนสุดท้ายแล้ว ค. อวโลกิเตศวรจักไม่มาเกิดอีก ง. อวโลกิเตศวรจะเป็นโพธิสัตว์ระดับ ๘ การกระทำใดที่พ่อครูว่า “เสียเหลี่ยม” สำหรับพ่อครูเอง ก. ยอมให้คนส่งข้อความมาด่าเสีย ๆ หาย ๆ ข. ยอมรับเงินที่มีผู้มาถวาย ค. ยอมอยู่ในฐานะ “แร้ง” ง. ยอมออกปากเรียกร้องให้คนมาอยู่ "มโนปวิจาร" ตรงกับข้อใดมากที่สุด? ก. รูป ข. เวทนา ค. สัญญา ง. สังขาร "พ้นจากความไม่รู้" ตรงกับสภาวะข้อใด? ก. อากาสานัญจายตนฌาน ข. อากิญจัญญายตนฌาน ค. เนวสัญญานาสัญญายตนฌาน ง. วิญญานัญจายนตฌาน "การงานอันไม่มีโทษ" เกี่ยวข้องกับข้อใดมากที่สุด? ก. อินทรีย์ ๕ ข. พละ ๕ ค. พละ ๔ ง. มรรคองค์ ๘ "นัตถิ อุปมา" ตรงกับข้อใดมากที่สุด? ก. ลักษณะพุทธธรรม ข. ลักษณะจิตวิญญาณ ค. ลักษณะนิพพาน ง. ลักษณะโลกุตระ "นวสีวถิกา" ตรงกับข้อใด? ก. พิจารณารู้เท่าทันอิริยาบถ ข. พิจารณากายเป็นของสกปรก ค. พิจารณากายเป็นเพียงธาตุ ง. พิจารณากายเป็นซากศพในที่สุด การทำความรู้สึกในการก้าว ในการถอย ในการแล ในการเหลียว เป็นการพิจารณาเห็นกายในกาย เรื่องใด? ก. อิริยาปถบรรพ ข. สัมปชัญญบรรพ ค. ปฏิกูลมนสิการบรรพ ง. ธาตุมนสิการบรรพ การตั้งสติพิจารณาเห็น "ธรรมในธรรม" เกี่ยวกับข้อใด? ก. นิวรณ์ ๕ ข. อุปาทาน ๔ ค. กามคุณ ๕ ง. อัตตา ๓ "เจโตปริยญาณ ๑๖" เกี่ยวข้องกับ "สติปัฏฐาน ๔" ข้อใด? ก. ข้อ ๑ ข. ข้อ ๒ ค. ข้อ ๓ ง. ข้อ ๔ "ภวราคะ" เป็นข้อใดในอนุสัย ๗ ? ก. ข้อ ๔ ข. ข้อ ๕ ค. ข้อ ๖ ง. ข้อ ๗ ข้อใด ไม่มี ในอนุสัย ๗ ? ก. ทิฏฐิ ข. วิจิกิจฉา ค. รูปราคะ ง. มานะ การเจริญ อุภยถะ คือเจริญทั้งประโยชน์ตน-ท่าน ได้นั้น ต้องเกิดจากอะไร ก. อาการมีมิตรดี สหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดี ข. จากการพากเพียรปฏิบัติธรรมขั้นสูงอย่างไม่ย่อท้อ ค. จากการหมั่นพิจารณาธรรมเนืองๆ ง. จากการมีสัมมาทิฏฐิมากขึ้น สูงขึ้น รู้ "อุปาทายรูป" คือรู้อย่างไร รู้อะไร? ก. รู้จิต เจตสิก รูป นิพพาน ข. รู้ รูป รส กลิ่น เสียง ที่กระทบผัสสะในปัจจุบัน ค. รู้อนุปัสสี ๔ ง. รู้เห็นรูปภายในที่สมมุติในจิต รู้การทำงานของกิเลสในจิตที่เป็นรูปเป็นเรื่อง "ปปัญจารามตา" นั้นลักษณะเป็นคนเช่นใด? ก. คนยินดี พอใจในความสำเร็จของผู้อื่น ข. คนปุถุชน ยินดี พอใจ กับรสโลกีย์ ค. คนยินดี พอใจ กับความเนิ่นช้า ง. คนมีบุคลิก ช้าๆ ใจเย็นๆ พูดช้าๆ พ่อท่านจะสร้าง "คอมเพล็กซ์" ขึ้นมา เพื่ออะไร ที่เป็นเป้าหมายหลัก ก. เพื่อเป็นสนามแม่เหล็กทางโลกุตระ ข. เพื่อเป็นที่ทำงานของชาวอโศก ที่แข็งแรงมั่นคง ค. เพื่อเป็นแหล่งรวมของพาณิชย์บุญนิยม ง. เพื่อคนรุ่นต่อๆไป จะได้ทำบุยนิยมร่วมกัน โพธิสัตว์พันมือ หมายถึงอะไร? ก. โพธิสัตว์ท่านมีฤทธิ์ ทำอะไรก็สำเร็จ เหมือนมีมือเป็นพัน ข. มีคนมาปฏิบัติธรรม ช่วยท่านทำงานมากขึ้นๆ ก็เหมือนมีมือเป็นพัน ค. ท่านมีฤทธิ์เดช เนรมิตมือได้เป็นพันจริงๆ เช่นพระแม่กวนอิม ง. ท่านมีบุญเก่าสั่งสมมามากมาย จะทำอะไรก็สมดังปรารถนา คนทั้งหลายช่วยท่านได้ทุกเรื่อง คนบำเรอตนเอง คือคนเช่นใด? ก. คนสายสุข สายราคะ ข.คนทำความชั่ว ค. คนรวยมีทรัพย์มาก ง.ถูกทุกข้อ พระพุทธเจ้าท่านทรงเล่าเรื่องตะโพน อานกะ จะถูกเปลี่ยน มีอุปมาเช่นใด ก. ตะโพน เก่าๆก็ผุพังเป็นธรรมดา ต้องซ่อมแซม ข. คนยุคนั้นมีกิจมีภาระมาก ไม่มีสมาธิในการฟังธรรม ค. คนไม่ตั้งใจฟังธรรมที่เป็นสัจจะลึกซึ้ง ชอบฟังธรรมที่เป็นร้อยกรองอันมีอักษรวิจิตร ฟังสาวกสุภาษิต ธรรมะระดับลึกจะอันตรธาน ง. คนยุคนั้นตั้งใจฟังธรรมที่ลึกซึ้ง เป็นสัจจะและร้อยแก้ว ร้อยกรอง สาวกสุภาษิตเพราะมีทุกข์มาก เจตสิกคืออะไร หมายถึงอะไร? ก. คือเจตนา กำหนดหมาย เจตจำนง ข. คือการรู้จักได้อย่าละเอียด เพื่อผัสสะ ค. คืออาการจิต ที่มีกิเลสครอง และไม่มีกิเลสครอง ง. คือ เวทนา,สัญญา,เจตนา, ผัสสะ, มนสิการ ต้นเหตุสำคัญ ที่ทำให้ผู้หญิง หลงจมอยู่กับการแต่งตัวคือ ก. หลงความสวยงามตามแฟชั่น ข. หูเบาหลงคำชม และคำโฆษณาชวนเชื่อ ค. หลงความบ้าของจิตที่มีอวิชชาครอง ง. แต่งตามๆเขาไป เจอคนที่รักที่สุดๆ และคนที่ชั่วสุดๆ ผัสสะสดๆ พระอาริยะท่านฝึกตนเช่นนี้ ข้อไหนผิด ก. พระโสดาฯ สังวร กาย วาจา มากๆ อ่านตามรู้ใจ ข. พระสกิทาฯ สังวร กาย วาจาใจ อ่านตามรู้ใจ เพ่งเผา อารมณ์ ขณะผัสสะ ได้บ้างไม่ได้บ้าง ค. พระอนาคาฯ ระวังใจ เห็นการเกิดดับในใจ รู้ความจริงของใจ เพ่งเผาอยู่ภายใน ง. พระอรหันต์ สังวร ระวังทั้งหมด ด้วยจิตที่มีฌานแก่กล้า เพ่งเผาอยู่ ๔๙. ผู้ที่ทำอัตภาพได้ดี มีพลังเจโตและปัญญาที่ไม่มีโทษภัย มีแต่ประโยชน์โลกีย์เป็นคุณสมบัติระดับใด? ก. พระพุทธเจ้า ข. ศาสดา ค. นักบุญ ง. ถูกทั้ง ข.และ ค. ๕๐. ผู้มีญาณที่รู้ความเจริญของตน ๆ อย่างแท้จริง ตรงกับข้อใด? ก. โคตรภูญาณ ข. สัจจานุโลมิกญาณ ค. มุญจิตุกัมมยตญาณ ง. สังขารุเปกขาญาณ