570704-06_งานเอื้อไออุ่นชาวบุญนิยม(ภราดรภาพฯ)ที่ทะเลธรรม (1).doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
570704-06_งานเอื้อไออุ่นชาวบุญนิยม(ภราดรภาพฯ)ที่ทะเลธรรม วันที่ ๔-๖ กรกฎาคม ๒๕๕๗
ปี้นี้ชาวทะเลธรรมจัดงานภราดรภาพซาบซึ้งใจเช่นทุกปี แต่ปีนี้เปลี่ยนชื่อเป็นงานเอื้อไออุ่นชาวบุญนิยม เนื่องด้วยทางคสช.ให้งดจัดกิจกรรมทางการเมือง เพราะชื่องานภราดรภาพฯเป็นงานที่จัดเพื่อประชุมพรรคเพื่อฟ้าดิน ซึ่งทางทะเลธรรมได้ยื่นหนังสือขอจัดงานเอื้อไออุ่นฯไปกับทางทหาร และทางทหารก็ได้ตอบรับให้จัดงานโดยสะดวก
พ่อครูออกเดินทางจากสันติอโศกในเวลา ๐๕.๓๐ น. ของวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ไปที่สนามบินดอนเมือง ซึ่งมีพล.ต.จำลอง ศรีเมืองและคณะจะเดินทางไปเที่ยวบินเดียวกับพ่อครูด้วย พ่อครูจึงได้พูดคุยกับพล.ต.จำลอง ในช่วงก่อนที่จะรอขึ้นเครื่องบิน และพ่อครูกับคณะก็ได้เดินทางถึงสนามบินตรัง ในเวลา ๐๘.๓๐ น. มีญาติโยมมารอต้อนรับพ่อครูเป็นจำนวนมาก มีคุณสาธิต วงศ์หนองเตยก็มาร่วมต้อนรับด้วย โดยพ่อครูชวนคุณสาธิต ไปร่วมงานที่ทะเลธรรมด้วย แต่คุณสาธิตติดต้องไปร่วมงานวันเกิดของคุณสุเทพ เทือกสุบรรณที่จะจัดขึ้นในวันที่ ๕ ก.ค. ๕๗ นี้(คุณสุเทพเกิดวันที่ ๗ ก.ค. แต่เลื่อนมาจัดงานวันเกิดในวันที่ ๗ เพราะติดไปขึ้นศาลในวันที่ ๗) จากนั้นพ่อครูก็เดินทางเข้าไปที่สังฆสถานทะเลธรรม ซึ่งตั่้งอยู่บ้านเลขที่ ๔๑ หมู่ ๓ ต.บ้านควน อ.เมือง จ.ตรัง โดยมีโกย้งนำรถมารับพ่อครูไป มีรถติดตามขบวนหลายสิบคันและที่พิเศษกว่าทุกครั้งคือ ครั้งนี้มีตำรวจอาสานำรถตำรวจมานำขบวนให้ด้วย เป็นจิตอาสาของตำรวจเองที่มาทำหน้าที่อำนวยความสะดวกให้คณะ
ที่ทะเลธรรม มีการปรับภูมิทัศน์ใหม่ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยเพ่ิมขึ้น มีน้ำตกที่ทำขึ้นเองในส่วนหน้ากลางชุมชน ทำให้บรรยากาศชุมชนดูร่มรื่นเย็นฉำ่ขึ้นมาก พ่อครูไปถึงทะเลธรรมประมาณ ๐๙.๑๕ น. แล้วจึงกราบพระพุทธาภิธรรมนิมิตที่ศาลาส่วน
อ่านต่อ
กลาง ก่อนที่คณะจัดงานจะนิมนต์ร่วมรายการแรกของงานคือ การเสวนาเรื่อง การศึกษาพุทธชีวศิลป์ โดยมีผู้ร่วมรายการ คือ คุณหนึ่งฟ้า นาวาบุญนิยม คุณมิ่งหมาย มุ่งมาจนและคุณเทียนพุทธ พุทธิพงศ์อโศก โดยพ่อครูได้เทศนาเปิดรายการและถือเป็นการเปิดงานเอื้อไออุ่นชาวบุญนิยมไปในตัว
๑๘ . ๐๐ - ๒๐ . ๐๐ น . ของวันที่ ๔ ก . ค . ๕๗ มีรายการภาคค่ำคือ รายการเอื้อไออุ่นชาวบุญนิยม โดยพ่อครูฯ ที่ได้เทศนาก่อนในช่วงแรกและให้ญาติธรรมได้ถามปัญหาในครึ่งหลังของรายการ เป็นบรรยากาศที่อบอุ่นมาก มีคำถามหนึ่งถามว่า .... เวลาหลวงปู่เทศน์ทำอย่างไรไม่ ให้ง่วงคะ พ่อครูตอบว่า ... ก็จำนนเหมือนกัน ก็พยายามอยู่นะ ให้ตลกบ้าง แต่พอถึงวิชาการก็แน่นหนัก ก็พยายามอยู่ รู้ว่าธรรมลึกหนัก ก็เป็นการอธิบายเหมือนเชิญยิ้มบ้าง แต่ตลกมากไม่ดี แล้วจะทำไงไม่ง่วงก็ต้องตั้งใจช่วยเหลือตัวเอง วิธีการก็มีทำใจให้ตื่น หยิกตัวเอง ออกไปเดินรับลมบ้าง แต่สนใจธรรมนี่แหละเรื่องหลัก มันมีธรรมรสนะ แต่ถ้าจับสาระยากเพราะธรรมลึกก็ยาก แต่ถ้าจับสาระได้ยิ่งร่าเริงเบิกบานในการฟัง
ภายหลังจากเอื้อไออุ่น ก็ได้มีการฉายวิดีทัศน์ ประวัติชีวิตพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ภาค ๑ ตอนจากฆราวาสสู่วัดอโศการาม และตอนที่ ๒ ขบถศาสนา เป็นสารคดีที่ปรับปรุงใหม่จากครั้งที่เคยฉายในงานอโศกรำลึก ๘๐ ปีวิชิตชัยที่บ้านราชฯ
๕ ก . ค . ๕๗ เริ่มต้นเช้าวันใหม่ที่ทะเลธรรมด้วย รายการทำวัตรเช้า โดยมีสมณะและสิกขมาตุพาสวดมนต์และเทศนาธรรมรับอรุณ จากนั้นประมาณ ๐๗ . ๐๐ น . มีกิจกรรมใส่บาตร โดยพ่อครูนำหมู่สมณะและสิกขมาตุออกบิณฑบาตในชุมชน มีญาติโยมทั้งที่เป็นญาติธรรมและชาวกปปส . มาใส่บาตรเป็นจำนวนมาก หลังใส่บาตร
๐๙ . ๐๐ - ๑๑ . ๐๐ น . เป็นรายการ “พรั่นพรื้อ ! บุญนิยม” โดยพ่อครูและพล . ต . จำลอง ศรีเมือง โดยพ่อครูได้เล่าถึงชีวิตพ่อครูสมัยยังเป็นฆราวาสตั้งแต่เด็กจนโตเป็นผู้ใหญ่ว่าได้เผชิญการต่อสู้ชีวิตอย่างไร ส่วนพล . ต . จำลอง ที่มีอายุครบรอบ ๗๙ ปีในวันนี้ ก็ได้เล่าถึงชีวิตที่ได้ใช้ธรรมะในการเปลี่ยนแปลงจิตวิญญาณตนเองจากที่เคยเก่งในการหาลาภ ยศ ชื่อเสียงแก่งแย่งกับโลก กลับกลายมาเป็น มักน้อย กล้าจน ทนเสียดสี หนีสะสม นิยมสร้างสรร กินน้อยใช้น้อย ที่เหลือจุนเจือสังคม มีชีวิตรับใช้สังคม แม้จะอายุตั้ง ๗๙ ปีแล้วก็ตาม
๑๔ . ๐๐ - ๑๖ . ๐๐ น . รายการข้าวแสนตันฝันหรือจริง ? โดยส . นาไท ดำเนินรายการ มีปฏิบัติกรเป็นชาวอโศกและเครือแห ที่ทำนาอินทรีย์ไร้สารพิษ เช่นคุณนิคม เพชรผา เริ่มรายการด้วยภาพวิดีทัศน์ พ่อครูพาญาติธรรมเดินไปลงแขกทำนากันที่ใกล้ๆปฐมอโศก เมื่อ ๔๒ ปีก่อนพ่อครูช่วยญาติโยมหอบฟางด้วย เป็นภาพที่น่าประทับใจเห็นถึงความมุ่งมั่นในการทำกสิกรรมไร้สารพิษของพ่อครู โดยพ่อครูให้ความเห็นว่า .... ข้าวแสนตัน ฝันหรือจริง ? พ่อครูได้ให้ข้อมูลว่า ถ้าแต่ละเครือแห ไม่ว่าจะด้านสุขภาพ และ กปปส . ประท้วงมาหลายที ไปหาบัดดี้ ปลูกข้าวไร้สารพิษ มาขายให้ อโศกรับซื้อก็จะเป็นไปได้
ซึ่งปฏิบัติกรได้ให้แนวทางว่า ชาวนารักษาสุขภาพด้วยการทำนาวัฒนธรรม ทำนาไร้สารพิษ ทำนาถอนพิษ ( พอกโคลนทั้งตัวเลย ) ทำเกษตรเพื่อรักษาสุขภาพ ทำเกษตรเป็นบุญ ทำนาเสียสละ ทำนาข้าวแสนตันเพื่อแบ่งปันกันกิน ทำนาที่จะให้นาเรามีผลผลิตสูงขึ้นต่อไร่ ใส่ปุ๋ยสะอาด ปุ๋ยขวัญดิน ปุ๋ยขวัญกสิกร ปุ๋ยงอกงาม เป็นต้น ปุ๋ยเราเอาไปวิเคราะห์แล้วมีคุณภาพ มีจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง มีจุลินทรีย์ดีๆทั้งนั้น ทำนาแล้วเหลือนา ทำนาแล้วได้นา ไม่ใช่ทำนาแล้วต้องไปเช่านา ทำนาได้ฟางก็ยังดี เพราะฟางมีค่ากว่าทองคำ อย่าทำนาเพื่อเอาเงิน และทำยังไงจะได้แสนตัน และไร้สารพิษด้วย เป็นโจทย์ ถ้าส่งในแบรนด์อโศกคนมั่นใจว่าใช่ แต่ว่าคกร .( เครือข่ายกสิกรรมไร้สารพิษแห่งประเทสไทย ) จะต้องตรวจสอบเรื่องข้าว ถ้าจะมาติดแบรนด์อโศกต้องได้รับการตรวจสอบให้น่าเชื่อถือเชื่อมั่น ว่าข้าวเราไร้สารพิษ สุจริตแท้ ทำนานอกจากได้ข้าวแล้วต้องได้คนดีได้ธรรมะด้วยแล้วจะมั่นใจได้ เอาคนดีมีธรรมะมารับรองนั่นแหละ เราต้องขยายเครือข่ายคนดีไปสู่สังคม จะเป็นตราประทับคุณภาพผลผลิตเรา
๑๘ . ๐๐ - ๒๐ . ๐๐ น . วันนี้ฝนฟ้าเป็นใจไม่ตกลงมาในช่วงเย็น ทำให้สามารถจัดรายการ ตอบปัญหาพาเข้าวัด โดยพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ได้ที่ลานหลังน้ำตก กลางชุมชนทะเลธรรม โดยพ่อครูได้เมตตามาตอบคำถามลูก ซึ่งวันนี้มีผู้มาร่วมฟังเป็นจำนวนมาก มีคำถามหนึ่งที่ถามแล้วทำให้พ่อครูได้ไขความเรื่องอิทธิบาทในการทำให้มีอายุยืนยาว คำถามนั้นมีอยู่ว่า ... พ่อท่านอายุ ๘๐ ย่าง ๘๐ แล้ว ดูแล้วเหมือนอายุ ๖๐ เสียงก็ใสเหมือนเดิม รักษาสุขภาพอย่างไรจึงแก่อย่างสง่า ? พ่อครูตอบว่า ... อาตมา ๘๐ ปีมาเดือนหนึ่งกับ๑วันแล้ว ก็ต้องมีเคล็ดไม่ลับ เคล็ดอยากให้รู้ไปทั่วโลก ไม่หวงแหนปิดปัง มันอาจยาก เป็นเคล็ดยาก เคล็ดวิชชา แต่เคล็ดวิชาของจอมยุทธ์นั้นเขาไม่ปล่อยง่ายๆ แต่เคล็ดลับของอาตมาเปิดเผย คือ ๘ อ . ที่จะอธิบายคือ อิทธิบาทกับอารมณ์ เป็นส่ิงสำคัญ ( ๘อ . คืออิทธิบาท อารมณ์ อาหาร อากาศ ออกกำลังกาย เอนกาย เอาพิษออก อาชีพ ) คุณจะมีมากได้ก็ด้วยความรู้ความสามารถและขยัน นี่คือทรัพย์ ต้องขยันด้วย แม้รู้สามารถ แต่ไม่ขยัน แต่ถ้ามีขยันแต่ไม่รู้ เขาเรียกว่าขยันแต่โง่ นี่แหละคุณมีเท่านี้ก็พอแล้ว ไม่ต้องสะสม อาจมีพอหมุนเท่านั้น แต่อย่างสมณะพระพุทธเจ้าว่าไม่ต้องสะสมเลย มีแต่พอใช้ ปัจจัย ๔ บริขาร ๘ เป็นต้น อยู่รอดสบาย เป็นรายละเอียดที่ลึก ที่อโศกประสพผลสำเร็จเพราะอยู่ในธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า แม้ในฆราวาสก็ทำได้ ชาวอโศกไม่ยึดติดใช้กินของส่วนกลาง ในฐานฆราวาสใช้เงินผ่านมือก็เพราะจำเป็นไม่สะสม สังคมอโศกทำได้ มีสิ่งจริงยืนยันได้ แม้แต่ชาวพุทธคนมีดวงตาก็เห็นได้รู้ได้
อิทธิบาทหากไม่มีวิมังสา วิคือสิ่งวิเศษ สิ่งที่ไม่จำเป็นก็ไม่ต้อง ส่ิงจำเป็นก็ต้อง ต้องมีปัญญารู้เนื้อแก่นสิ่งที่ควรยินดี ยกตัวอย่างไปยินดีในงานในตำแหน่งนี้จะรวยแบบนี้ก็หลงโกลธรรมโลกียธรรม แต่ว่าอีกงานลำบากแต่มีประโยชน์คุณค่าก็ควรไปคนนี้มีสัมมาทิฏฐิ อาตมาภูมิใจที่พวกพวกเราออกจากสิ่งมอมเมาตกต่ำ ทำให้คนตกเป็นเหยื่อ เสียเวลาแรงงานทุนรอน
หลังรายการตอบปัญหาพาเข้าวัด มีการฉายวิดีทัศน์ ประวัติชีวิตพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ภาค ๓ ตอน ๔๐ ปีแห่งการงาน และภาคที่ ๔ ธรรมยาตราพากู้ชาติ
๖ ก . ค . ๕๗ วันสุดท้ายของงาน พ่อครูนำสมณะ สิกขมาตุ ออกบิณฑบาตในชุมชนตั้งแต่ ๗ . ๐๐ น . แม้ว่าจะเป็นวันสุดท้าย แต่ก็มีญาติธรรมและชาวกปปส . ตั้งแถวใส่บาตรเป็นจำนวนมากไม่แพ้วันที่ผ่านมาเลยทีเดียว
๐๙ . ๐๐ - ๑๑ . ๐๐ น . รายการวิถีอาริยธรรม โดยพ่อครูและส . เดินดิน เรื่องจิตว่างอย่างหลายนัย
โดยส . เดินดิน นิมนต์ให้พ่อครูอธิบายป้ายธรรมะป้ายหนึ่งที่ทะเลธรรม ที่เป็นที่ถกเถียงกันว่า เขียนผิดหรือไม่นะป้ายนี้ ซึ่งป้ายนี้เขียนเรื่องจิตว่าง ซึ่งท่านพุทธทาสเคยบอกว่า เวลาไปไปชายทะเลก็ลืมตัวตนไปก็เรียกว่าจิตว่าง แต่ของพ่อครูนี่จะให้ชัดเจนว่า ไม่มีตัวกูของกูนี้เป็นอย่างไร ในป้ายนี้เขียนว่า “จิตว่าง คือจิตที่ไม่มีกิเลส”สมณะมาขอร้องว่า มันจะผิดไหมนี่ จะให้หากระดาษมาปิดไว้ ซึ่งป้ายนี้มีคำความสองท่อน รู้สึกว่าท่อนบนกับท่อนล่างดูเหมือนไม่สัมพันธ์กัน ท่อนบนเขียนว่า จิตว่าง คือจิตที่ไม่มีกิเลส แต่ท่อนล่างเขียนว่า การทำงานคือไม่ใช่จิตว่าง แต่คือจิตที่มีสมาธิ นี่คือความที่เหมือนว่าประโยคข้างบนกับประโยคข้างล่างไม่สอดรับกัน อ่านแล้วรู้สึกว่าจะเพิ่มรอยหยักในสมองของคนใต้ได้ดี
พ่อครูว่า ... เหตุปัจจัยแค่นี้พูดได้หลายปี คือสองประโยคนี้คล้ายกับเขียนว่า 1+1=3 ใครเห็นก็ว่าเฮ้ย ผิดนะนี่ มีอย่างที่ไหน 1+1=3 แต่พุทธนี่เก่ง เพราะว่าพุทธนี่รู้เกินกว่า E=mc² + A ซึ่ง A คือ Abstract ใครตามหาค่า A ได้ก็จะได้ E ที่มีพลังงานมากขึ้น ฉันเดียวกันกับ 1+1=3 แต่ถ้าเขียนว่า 1+1=2 คนก็จบ เขียนทำไมเสียกระดาษเปล่าๆ 1+1=2 ขนาดดูแลก็ยังรู้เลย ว่า 1+1=2 ก็ไม่เกิดประโยชน์ที่ให้คนสะดุดใจ วิจัย การวิจัยไปหาความจริง จะรู้ว่าอันนี้แหละความหมายของโลกุตระ
จิตว่าง คือจิตที่ไม่มีกิเลส ถูกต้องใช่ไหม ? แล้วบรรทัดล่างบอกว่า การทำงาน ไม่ใช่จิตว่าง ก็ดูเหมือนขัดกับข้างบนนะ การทำงานต้องให้จิตว่างสิ แต่ภูมิธรรมเดิมของคนทั่วไป ก็คือจิตว่าง และมีคำที่ว่า แต่จิตเป็นสมาธิ อีก แล้วก็เข้าใจว่า จิตเป็นสมาธิคือต้องไปนั่งหลับตา ก็เลยชักงง ว่าการทำงานนี่ไม่ใช่จิตว่างอีก
ถ้าเข้าใจว่า การทำสมาธิคือไปสงบนิ่งนั่งอยู่คือผู้เข้าใจสมาธิว่าคือ 1+1=2 เพราะปรมัตถสัจจะนั้นเหนือชั้นกว่า แต่เพราะว่าเขียนว่า การทำงานไม่ใช่จิตว่าง ก็เลยดูขัด เพราะว่าการทำงานด้วยจิตไม่ว่างคือจิตไม่เป็นสมาธิ แต่ประโยคหลังมีกำกับว่า การทำงานไม่ใช่จิตว่าง แต่จิตเป็นสมาธิ นี่ก็คือย้อนแย้งอีก ก็ต้องคิดละว่าทำไง การทำงานไม่ใช่จิตว่าง แต่จิตเป็นสมาธิ ดังนั้นประโยคล่างก็ไขความโดยประโยคบน คือจิตว่างคือจิตที่ไม่มีกิเลส
แต่ว่าดังนั้นทั้งประโยคบนและล่าง จิตว่าง คือจิตต้องเป็นสมาธิ และไม่ใช่แบบ 1+1=2 ที่สมาธิคือทำไม่กระดุกกระดิกไม่ทำงาน แต่ทำงานด้วยสมาธิ นี่คือ 1+1=3 แล้ว
และรายการนี้พ่อครูได้ไขความเรื่องอารมณ์และอิทธิบาทที่จะทำให้อายุยืนยาวได้อย่างเป็นปกติสุข ส . เดินดินถามว่า ... คนจิตว่างนี่อายุยืนไหมครับ ? พ่อครูว่า ... คนที่จิตว่างอายุยืนกว่าคนจิตว่าง เพราะคนจิตไม่ว่างคิดมาก กินพลังงาน คุณทุกข์เพราะดึงดันให้สมทุกข์ก็กินพลังงาน แต่ถ้าคุณเป็นคนไม่สุขไม่ทุกข์ก็ไม่ต้องกินพลังงานมีพลังงานเหลืออย่างน้อยมาเลี้ยงขันธ์
ส . เดินดินว่า เวลาเชียร์บอล แล้วทีมที่ตนเชียร์ชนะได้ก็ดีใจเหมือนมีชีวิตชีวาขึ้นมานิดหนึ่ง
พ่อครูว่า .. ดูคนที่จวนจะตายก็มีพลังขึ้นมาแวบหนึ่ง ก็คือจิตคนกลัวตายดิ้นให้ยินดีพอใจมานิดหนึ่ง แล้วเป็นพลังงานสุดท้ายแล้วมันได้ชั่วนิดหนึ่งเป็นของหลอกเป็นเท็จยิ่ง
ส . เดินดินว่า ... อย่างพวกเรากองทัพธรรมไปประท้วงก็อยู่ได้นาน
พ่อครูว่า ... เราอยู่ไปห้าร้อยวันได้เลย แต่คนทั่วไปก็ว่าความอดทนมีขีดจำกัด แต่ของพวกเรานี่ไม่ได้กดข่ม มีปัญญา เราไปแสดงบทบาทความสุจริตไปต่อสู้ฉีกหน้าความโกงให้เขาหยุดแต่เขาก็รุกคืบรุกศอกรุกวา แม้แต่พวกไอ้โมงป็อบคอร์นหรือศาลมาช่วย ประชาชนลุกมาร่วมก็มีให้เห็นเป็นจริงว่ามีการชนะรายทางมีผลได้ พวกเราจึงไม่มีการท้อถอย ไม่มีการล้า หรืออยากเลิกเพราะเห็นผลได้เหมือนคนขุดเพชร ขุดเจอเพชรก็ยิ่งยินดีขุดอีกเรื่อยๆ แต่ถ้าขุดไปไม่เจอเพชรก็ถดถอยท้อแท้ได้ หมดแรงได้
ส . เดินดินว่า ... เมื่อวานได้พูดคุยกับพวกเราที่ต้องรับภาระดูแลเด็กมีปัญหาเป็นร้อยๆคน แล้วเขาก็เป็นมะเร็งระยะสุดท้ายด้วย ข่าวคราวบอกว่าเขาใกล้จะไปแล้ว แต่ว่าเมื่อวานเขามาที่ทะเลธรรม เขาบอกว่าเขายังมีเด็กอีกเป็นร้อยคนเลยที่ต้องช่วยเลยฮึดขึ้นมาอีก
พ่อครูว่า .. มันมีตัวให้เกิดเอ็นดอร์ฟีน ก็ต่อให้อยู่ได้ บางที่ถ้ามากๆก็หายจากโรคได้เลย เหมือนพวกเราโยมปราณี เป็นมะเร็งปอด หมอบอกว่าอีกหกเดือนตาย โยมปราณีก็ว่าหมดกำหนดอายุแล้ว ก็ไม่รักษาคีโม แกก็มาทำใจแบบเบิกบาน ขยันทำงานตามแรง เมื่อยก็พักไม่เมื่อยก็เพียร แต่ตอนนี้อยู่มา ๑๒ ปีแล้ว แกท้ิงยาหมดเลย มากินอาหารธรรมชาติแล้วแก่ยังเชื่ออยู่ว่าแกหายเพราะดื่มปัสสาวะ
ส . เดินดินว่า ... เขามีปีติที่ได้มาช่วยชมร . ได้มาช่วยชีวิตสัตว์ ได้มาช่วยโพธิสัตว์
พ่อครูว่า ... จิตมีแต่เอ็นดอร์ฟีนไม่มีอดรีนาลีนก็จะอยู่ได้ยาว และมีอิทธิบาทด้วยช่วยสร้างสรร แต่ไม่ขยันเกิน แต่อยู่ในภาวะที่เจริญ ต่อเรื่องอารมณ์ ตกลงจิตว่างคือจิตที่ไม่่มีกิเลส มีสมาธิแบบไม่มีกิเลส แล้วทำงานได้ด้วย ไม่ใช่จิตว่างแบบของคุณ แต่ของเราคือจิตมีสมาธิแบบพุทธ ไม่ใช่สมาธินั่งหลับตาหลับดับปี๋ แต่เราทำงานได้ด้วยจิตที่อภิสังขาร ไม่มีกิเลสปรุงร่วมด้วย ป้ายนี้เขียนให้ได้คิด
เรื่อง อิทธิบาท ข้อสำคัญอยู่ที่วิมังสา คือได้ประโยชน์เนื้อแท้คุณค่า ถ้าเราไม่เข้าใจเป้าหมายเนื้อแท้ แต่มีฉันทะ วิริยะ จิตตะ แต่ไม่เข้าใจเนื้อแท้หรือแก่นก็พังเลย ถ้าไม่เข้าใจเนื้อแท้ตัวหลักก็ทำผิดเพี้ยนบรรลัยมาก ต้องมีสัมมาทิฏฐิให้ตรง วิจัยวิจารให้ตรง ซึ่งใน ๘ อ . จิตก็รวมที่อิทธิบาทและอารมณ์ ส่วนกายก็รวมที่ อาการ อากาศ ออกกำลังกาย เอนกาย เอาพิษออก อาชีพ ก็เป็นเรื่องนอก ทำให้พอดี
หลังจากฉันเสร็จ ประมาณบ่ายสี่โมงเย็นก็ได้เวลาที่พ่อครูจะไปขึ้นเครื่องบินที่สนามบินตรังเพื่อกลับ กทม . ปรากฎว่าก่อนกลับมีญาติธรรมทั้งที่อยู่ทะเลธรรมและอยู่ข้างเคียงตลอดจนชาวกปปส . รวมแล้วมีจำนวนมากกว่า ๕๐ คน มาขอพรก่อนจากจากพ่อครู พ่อครูจึงได้ให้พรไปอีก ๑ กัณฑ์ก่อนกลับ และแถมยังติดตามพ่อครูไปส่งถึงสนามบินอีก เป็นขบวนรถกว่า ๑๕ คันที่ติดตามกันไปเป็นขบวนส่งพ่อครู แล้วไปกราบลาถึงห้องรับรองที่สนามบิน ซึ่งคุณลุงจำลอง ศรีเมืองและคณะก็ได้ร่วมขบวนเที่ยวบินเดียวกับพ่อครูกลับกทม . ด้วย เป็นอันเสร็จงานเอื้อไออุ่นชาวบุญนิยม อย่างเป็นภราดรภาพ และน่าซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง