561010_หยุดบาปด้วยอำนาจธรรม(กลับสวนลุมฯ).docx

โฟลเดอร์_Data office Neo protest สำรอง mac
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์17 KB
วันที่แก้ไข10 สิงหาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

561010_หยุดบาปด้วยอำนาจธรรม(กลับสวนลุมฯ) กปท.และกองทัพธรรมยังคงยืนหยัดปักหลักพักค้าง แม้รัฐบาลจะประกาศใช้พรบ.ความมั่นคง อีกทั้งระดมกำลังตำรวจมาไม่ต่ำกว่า ๓๐,๐๐๐ นาย ทั้งที่ประชาชนมีจำนวนหลักร้อยถึงหลักพัน ทั้งยังเป็นการชุมนุมที่สงบ สันติ อหิงสา

เช้าตรู่วันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๖ ท่ามกลางข่าวลือว่า ตำรวจจะเข้าสลายการชุมนุมมีมาตลอดทั้งคืนจนถึงเช้านี้ มีความเคลื่อนไหวจากฝั่งตำรวจในการแจกหน้ากากกันแก๊สพิษ มีการระดมกำลังพลสับเปลี่ยนกันมามากขึ้น มีการเตรียมรถยก ล้วนทำให้ผู้ชุมนุมต้องเตรียมตัวรับกับการสลายการชุมนุม เนื่องจากผู้ชุมนุมมีประสพการณ์การถูกสลายการชุมนุมมาหลายครั้งแล้ว

พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ที่ได้ปักหลักพักค้างจำวัดในเต๊นท์ที่ข้างทำเนียบรัฐบาล ได้เมตตาขึ้นเทศนาในช่วงเช้าถึง ๓ ชั่วโมง ตั้งแต่ประมาณ ๖.๐๐ – ๙.๐๐ น. เนื่องจากบรรยากาศในตอนนั้นกำลังตึงเครียด เนื่องจากตำรวจพยายามเคลื่อนไหวกดดันมวลชนหลายอย่าง เช่นกระชับพื้นที่เข้ามา เตรียมรถดับเพลิงสำหรับฉีดน้ำ เตรียมรถยก และยังห้ามไม่ให้มวลชนเดินทางเข้ามาภายในที่ชุมนุม แต่ใครจะออกให้ออกได้แต่ออกแล้วห้ามเข้ามา

เป็นเรื่องที่เป็นอนุสาสนีย์ปาฏิหาริย์ ที่ผู้ร่วมชุมนุมนั้น นั่งฟังธรรมอย่างสงบ ทั้งที่เป็นธรรมะขั้นลึกซึ้งถึงปรมัตถธรรม ทำให้บรรยากาศลดความตึงเครียดลง

ในช่วงสายหลังจากพ่อครูเทศนาเสร็จ พลตำรวจตรีอดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น.และตำรวจผู้ติดตาม ได้เข้าเจรจากับ เสนาธิการฯกปท. ที่ข้างทำเนียบรัฐบาล โดยมี สว.จำนวนหนึ่งได้เข้าร่วมสังเกตการณ์การเจรจาด้วย สว.บางท่านนั้นเห็นใจผู้ร่วมชุมนุมที่ต้องอดข้างอดน้ำ จึงหิ้วอาหารนำเข้ามาให้ผู้ร่วมชุมนุมจำนวนหนึ่ง การเจรจากันนั้นเป็นไปอย่างเรียบร้อย ทางตำรวจพยายามโน้มน้าวให้คณะเสนาธิการฯย

อ่านต่อ

้ายกลับสวนลุมฯเนื่องด้วยในวันที่ ๑๑ ต.ค. ๕๖ นี้จะมีนายกรัฐมนตรีจีนเดินทางมาเยือนประเทศไทย การเจรจามีข้อยุติในขั้นต้น โดยทางเสนาธิการ กปท.ได้ยื่นข้อเสนอว่า ถ้าหาก พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกฯที่ดูแลกำกับการเรื่องความมั่นคง ตกลงมาเซ็นสัญญาว่าถ้าย้ายกลับที่สวนลุมฯแล้วจะได้กลับมาชุมนุมข้างทำเนียบฯได้เหมือนเดิมหลังคณะนายกฯจีนกลับไป ซึ่งทางพลตำรวจตรีอดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ ก็รับปากจะไปเจรจากับทางผู้ใหญ่

แต่ขณะที่ตำรวจมาเจรจานั้น ก็ยังมีการกดดันจากทางตำรวจ โดยห้ามไม่ให้นำอาหารและนำ้เข้ามาในที่ชุมนุม มีตำรวจได้บอกกับรต.แซมดิน เลิศบุศย์ว่า “แม้แต่ข้าวเมล็ดเดียวก็ไม่อนุญาตให้นำเข้ามา” ถือเป็นการกระทำที่ขาดมนุษยธรรมอย่างมากของรัฐบาล เพราะแม้คนทำผิดติดคุกเขาก็ยังให้ข้าวให้นำ้ให้มีชีวิตอยู่ได้

แม้ถูกจำกัดสิทธิ์มนุษยชน แต่ผู้ร่วมชุมนุมก็พยายามลำเลียงอาหารมาบนท่อน้ำประปาที่ข้ามคลองเข้ามาในที่ชุมนุมอย่างทุลักทุเล แต่ทำได้ไม่เท่าไหร่ ตำรวจก็ปิดทางอีก ห้ามลำเลียงมาบนท่อน้ำประปาข้ามคลอง ผู้ร่วมชุมนุมก็ยังไม่ย่อท้อ พากันเสียสละ ลงลุยนำ้ในลำคลอง แล้วใช้หม้อใบโตเบอร์ ๕๐-๖๐ ใส่อาหารลอยตัดลำคลองข้ามฝั่งมายังที่ชุมนุม เป็นภาพที่น่าประทับใจมาก อีกทั้งยังดัดแปลงตู้เย็นนำเอาฝาตู้เย็นออก แล้วใช้ตู้เย็นเปล่า เป็นเรือสำหรับ ลำเลียงคนเข้ามาในที่ชุมนุมได้ทีละ ๑ คน

มีข้อสังเกตว่า ตำรวจเองเมื่อเห็นภาพความอุตสาหะของผู้ร่วมชุมนุมในการลำเลียงอาหารเข้ามาทางน้ำแล้ว ตำรวจหลายนายก็หันหลังให้กับภาพนี้ ปล่อยให้ผู้ชุมนุมลำเลียงอาหารได้ เป็นเรื่องน่าเห็นใจสำหรับตำรวจชั้นผู้น้อยที่ต้องทำตามคำสั่งเจ้านาย แม้ไม่เห็นด้วยก็ต้องทำตาม

หมอเขียว ( ใจเพชร กล้าจน ) ได้นำคณะลูกศิษย์จำนวนมาก ออกเดินเท้าจากสวนลุมฯมาที่ข้างทำเนียบรัฐบาล เพื่อลำเลียงเสบียงอาหารมาให้ผู้ชุมนุม ซึ่งขณะนั้นมีมวลชนจำนวนประมาณ ๒๐๐ - ๓๐๐ คนที่รับฟังสื่อสารที่ส่งออกไปทางโทรทัศน์และสื่ออินเทอร์เน็ต ทำให้เกิดความเห็นใจผู้ชุมนุมที่ถูกทรมานจากตำรวจ ทำให้พากันออกมาร่วมชุมนุมเป็นจำนวนมาก แต่เข้ามาในที่ชุมนุมไม่ได้เพราะตำรวจตั้งด่านสะกัดไว้ที่แยกสนามม้านางเลิ้ง ผู้ชุมนุมจึงตั้งเวทีปราศรัยขึ้นบนรถยนต์ โดยใช้เครื่องเสียงขนาดเล็ก มีนักศึกษารามฯมาเข้าร่วมด้วย

เวลาประมาณ 12.00 น. คณะตำรวจรวมทั้งสื่อมวลชน นำโดยพลตำรวจตรีอดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ ก็มาตกลงเจรจารอบที่สองของวันนี้กับทางคณะเสนาธิการร่วมฯ ว่า พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกฯ ตกลงว่าจะเชิญคณะเสนาธิการร่วมฯ ไปพบเพื่อทำความตกลงกัน โดยเอารถตู้มารับ ซึ่งทางคณะเสนาธิการร่วมฯก็ตกลง จึงได้ขึ้นรถตู้ของตำรวจเพื่อไปเจรจา

เวลาประมาณ 13.00 น. คณะเสนาธิการร่วมฯก็กลับมาในที่ชุมนุมแล้วแจ้งว่า พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ติดภาระกิจ ต้องไปประชุมที่รัฐสภาฯ จึงยังไม่ได้เจรจา ทางพลตำรวจตรีอดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รับปากว่าจะไปเจรจากับผู้ที่มีอำนาจสั่งการคนอื่นต่อไป

เวลาประมาณ 14.00 น. พลตำรวจตรีอดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ พร้อมคณะก็กลับมาในที่ชุมนุมเพื่อเจรจากับคณะเสนาธิการร่วมฯอีกเป็นรอบที่ ๓ มาเจรจาเพื่อให้คณะเสนาธิการร่วมฯขึ้นรถตู้ไปเจรจาตกลงกับคณะตำรวจที่มีอำนาจสั่งการ ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งทางคณะเสนาธิการร่วมฯก็ตกลงไปเจรจาเป็นครั้งที่สอง

อีกประมาณ ๑ ชั่วโมงต่อมา พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ พร้อมคณะเสนาธิการร่วม ก็กลับมาสู่ที่ชุมนุมแล้วประกาศยุติการชุมนุมที่ข้างทำเนียบรัฐบาลชั่วคราว

เวลา 15.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่แกนนำกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.)ประกาศยุติชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาล และขอให้มวลชนย้ายกลับไปปักหลักชุมนุมที่สวนลุมพินี ปรากฏว่า มีกลุ่มผู้ชุมนุมกปท.บางส่วนไม่พอใจกับการตัดสินใจของคณะเสนาธิการร่วม กปท.ที่ตกลงกับรัฐบาล จึงทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมกปท.กว่า 100-200 คน ไปรวมตัวกันที่บริเวณ 3 แยกนางเลิ้ง ด้านหน้าราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย (สนามม้านางเลิ้ง) นำโดยนายนิติธร ล้ำเหลือ แกนนำผู้ชุมนุมกลุ่มย่อย ที่ได้ขึ้นปราศรัยบนรถดัดแปลงติดเครื่องขยายเสียง ปลุกระดมกลุ่มผู้ชุมนุมที่ไม่พอใจมติแกนนำกปท.ที่รับข้อเสนอของรัฐบาล

จากนั้นร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ ได้เข้าเจรจากับแกนนำกลุ่มย่อย ที่ต้องการจะชุมนุมต่อ ให้ยอมรับมติของคณะเสนาธิการร่วม เนื่องจากไม่ต้องการทำผิดกฎหมาย และเปิดทางให้ต้อนรับรัฐบาลนายกฯจีนจากขณะที่ นายไทกร พลสุวรรณ ได้เดินทางมายังแยกนางเลิ้งเพื่อช่วยอธิบายเพิ่มเติมถึงเหตุผลต่างๆของการตัดสินใจของแกนนำ โดยได้พูดคุยกับกลุ่มผู้ชุมนุมว่าขอให้เคลื่อนย้ายไปปักหลักยังบริเวณแยกอุรุพงศ์ เพราะเป็นเขตนอกพื้นที่ประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ อย่างไรก็ตาม จากการหารือร่วมกันประมาณ 30 นาที กลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณที่ชุมนุมปิดแยกนางเลิ้ง จึงได้ยอมเคลื่อนย้ายไปยังแยกอุรุพงศ์ โดยมีนายอุทัย ยอดมณี นายกองค์การนักศึกษารามคำแหง เป็นแกนนำ

ด้าน พล.ร.อ.ชัย สุวรรณภาพ แกนนำกปท.เปิดเผยภายหลัง เจรจากับพล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.)และพล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบช.น.) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ว่า ทางกลุ่มยอมเคลื่อนตัวกลับไปในที่ตั้งสวนลุมพินีเป็นการชั่วคราวก่อน เนื่องจากเห็นแก่ภาพลักษณ์ของประเทศ ในการต้อนรับการมาเยือนของนายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในวันที่ 11 ต.ค. ซึ่งหากเสร็จสิ้นภารกิจต้อนรับนายกรัฐมนตรีจีนแล้ว ทางกลุ่มจะกลับมาปักหลักชุมนุมที่ข้างทำเนียบรัฐบาลเช่นเดิม

ขณะที่ร.ต.แซมดิน เลิศบุญ เลขาธิการร่วมกปท.กล่าวว่า กลุ่มกปท.จะถอนการชุมนุมออกจากบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลชั่วคราว ตามที่ได้เจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทางฝ่ายรัฐบาลรับปากว่าหากเสร็จสิ้นภารกิจการเยือนประเทศไทยของนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน จะให้กลับมาชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาลอีกครั้ง และในระหว่างนี้จะไม่มีการดำเนินคดีใดๆ กับกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้อำนวยความสะดวกโดยการจัดรถบัสจำนวน 15 คัน เพื่อให้ผู้ชุมนุมโดยสารกลับไปยังสวนลุมพินี รวมถึงจัดรถบรรทุก 5 คัน เพื่อขนสัมภาระและอุปกรณ์ต่างๆ ภายหลังจากที่พล.อ.ปรีชา ขึ้นกล่าวคำยุติการชุมนุมชั่วคราว พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ จึงได้ขึ้นเทศนาให้สติปัญญา แก่ผู้ชุมนุม แล้วจึงไปที่สวนลุมฯต่อเพื่อเทศนาในรายการภาคค่ำ เป็นการยุติการชุมนุมอย่างสงบเรียบร้อย ประชาชนสามารถกลับไปยังฐานที่มั่นอย่างมีเกียรติ ( มีรถตำรวจนำส่งให้ถึงที่ ) โดยไม่มีใครบาดเจ็บ ล้มตาย และต้องไม่มีคดีใด ๆ ติดตัว ซึ่งพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ได้เทศนาไว้ตอนหนึ่งหลังกลับที่สวนลุมฯว่า ... เหตุการณ์ที่มีผู้ผิดหวังจากการไปครั้งนี้แล้วไปชุมนุมที่อุรุพงศ์ เป็นความก้าวหน้าของประชาธิปไตย มันไม่ได้วางแผนมาก่อน ไม่ได้มีพิมพ์เขียวมาก่อน ซึ่งบางอย่างอาตมาก็พูดไม่ได้ มันเป็นเรื่องเคล็ดวิชาของจอมยุทธ เปิดเผยจะเสียงานหมด เคล็ดวิชานี้ไม่ได้มีการวางแผน แล้วเหตุการณ์นี้เกิดโดยธรรมชาติที่มีพลังงานจิตทำให้เกิด บ่งถึงการตื่นรู้เรื่องประชาธิปไตยของประชาชนชาวไทย เหตุปัจจัยมีว่า พวกหนึ่งแพ้แต่พวกนี้ไม่ยอมแพ้ เรายอมหน้าแหก แหกเพื่อให้เกิดสิ่งที่ดี ถ้าเรามีตัวตนหน้ามันจะแหก แต่เราไม่มีตัวตน มันน่าทำนะ ขอนับถือพล . อ . ปรีชา คุณปรีชารบมาไม่เคยไปออกรบแล้วจะถอยเลย แต่ครั้งนี้พล . อ . ปรีชาเลื่อนชั้น เป็นการยกระดับของคุณปรีชา ชนะอย่างโลกุตระ ชนะอย่างอาริยะ เห็นน้ำใจของคุณปรีชาเลย นี่คือกำไรที่เราได้ ได้อย่างเอาอะไรมาตีราคาไม่ได้เลยเป็นเรื่องหาค่า บ่ มิได้ อาตมาไม่ได้จากใครได้จากพล . อ . ปรีชาคนเดียวก็คุ้มสุดคุ้มเลย แต่ว่าไม่ใช่แค่คุณปรีชาด้วย ได้จากพวกเราทุกคนด้วย คณะเสนาธิการด้วยเป็นหนึ่งเดียวกัน แล้วลีลาเหลือกินเหลือใช้ บางอย่างคิดไม่ถึงเลยเก่งกว่าเราอีก จบอย่างสวยงามมาก ไม่เสียเกียรติยศด้วย เราได้เห็นพฤติกรรมของมนุษยชาติ การชุมนุมของเสธ . อ้ายคนเป็นหมื่น แต่ครั้งนี้คนของเราสามพัน แต่เขาเอาตำรวจมา ๓ หมื่น นี่คือชี้บ่งพฤติกรรมว่าแพ้หรือชนะหว่า มารังแกกัน กินก็ไม่ให้กิน ขี้ก็ไม่ให้ขี้ นี่คือ Phenomenology ปรากฎการณ์วิทยา ... จบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน