230926-A ผู้พิชิต ภาค1(พาหุง)-พ่อท่าน-ผ010.txt
เนื้อหาในไฟล์
ธรรมะเช้าอโศกต่อจากนี้ไปขอเชิญท่านรับฟังการอบรมทำวัตรเย็นโดยท่านพระโพธิรักษ์ได้อบรมที่พุทธสถานสันติอโศกในเรื่องผู้พิชิตภาค 1 เอามาวันนี้เรามาฟังเรื่องผู้พิชิตผู้พิชิตหมายความว่าเป็นผู้ชนะภาษาบาลีในที่นี้ก็เอามาจากบทสวด ที่เราเรียกติดปากกันโดยคำขึ้นต้นของบทคือคำว่าพาหุงคำว่าพ่อหงษ์ที่จริงป้าหงส์มันแปลว่าแขนพาหนะไม่ได้แปลว่าอื่นหรอกขึ้นว่าพาหุงพาหุงสหัสสะหมายคำว่ามีแขนเป็นพันผ้าห่มสหัสสะมีแขนเป็นพันก็เลยเรียกว่าบทพาหุงเอาคำขึ้นต้นมาเรียกการแท้จริงควรจะเรียกว่าบดชิดตัวมุนินโทถ้าจะเรียกกันจึงควรจะเรียกว่าบทคิดแต่ว่ามุนินโทหรือจะเรียกว่าบทพุทธชัยมงคลพุทธชัยมงคล ชัยยะมังคลานี้เป็นบทชัยยะมังคลานิเป็นบทชัยยะมงคลของพระพุทธเจ้าคือเป็นการชนะชัยยะกับเป็นการชนะหรือว่าชิดามุนินโทชิตะวาก็แปลว่าชัยชนะเป็นการชนะของจอมมุนีของพระจอมมุนีเป็นการชนะของพระจอมมุนีถ้าเราจะเรียกชื่อก็ควรจะเรียกชื่อบทสวดว่าอย่างนั้นในที่นี้เรียกว่าพุทธชัยมงคลคาถาก็ถูกแล้วในที่นี้ที่เราเขียนไว้เนี่ยแต่ทีนี้เป็นชื่อลำลองที่คนเราเรียกกันติดป่าในเรียกว่าบทพาหุงเขาเรียกกันว่าเรียกบทพ่อคง 086 ขึ้นต้นคำว่าขึ้นต้นนี้ถ้าเป็นภาษาไทยก็บอกว่าแขนตั้งพันเนี่ยขึ้นนำก่อนเลยว่าแขนตั้งพันของมารผู้ที่เนรมิตตัวเองเป็นอย่างนั้นแทบจะแปลเป็นสำนวนย้อนเข้ามานิดนึงว่าหูสหัสนัยมิสเตอร์สาอุทันอะไรเนี่ยปลาดุกจะดังอาวุธเนรมิตแขนดังอาวุธมาว่างั้นก็เป็นเป็นความหมายของคำขึ้นต้นเป็นบทของคำกลอนคำกล่าวเป็นมาของคำประพันธ์ที่ท่านแต่งขึ้นมาและคำร้อยกรองหมดบทพุทธชัยมงคล ครับที่มี 8 ระดับนี้เป็นบทที่แต่งไว้เอาเนื้อหาความหมายมาแต่งอย่างผู้มีความรู้ยามผู้มีความรู้ทางธรรมะอันลึกซึ้งทำระดับเอาไว้อย่างดีเหลือเกินนะซึ่งอาตมาไม่เคยทำไม่เคยแปลตั้งแต่ทั้งแบบสั้นแบบยาว
อ่านต่อ
แบบแปลแปลอย่างแตกละเอียดอยู่ที่วัดมหาธาตุแปลก็ยังเละเลยวันนั้นคือแปลกัน 4 ชั่วโมงแปลสดเลยคือเอาหมดที่มีหลักอยู่ที่บดๆนั่นแหละถือติดมือไปอย่างนี้นะเนี่ยหมดอย่างนี้แล้วก็แปลแล้วก็ขยาย ตามกันอย่างที่เรียกว่ามารคืออะไรเนี่ยพญามารมีแขนตั้งพันมือหมายความว่าอะไรขยายไปจนกระทั่งให้เขาเข้าใจว่ามันมีอยู่ทั่วไปเลยพญามารไม่มีอยู่ทั่วไปหมดน่ะขยายอย่างนั้นก็เคยทำมาแล้วและยังพอประมาณอย่างขยายความพอสมเหมาะสมควรซึ่งเราก็ได้เอาบทแปลพอประมาณขยายความนิดๆหน่อยๆพอสมควรพอรู้ความที่ดีอยู่ในหมวดในหมู่ก็จะกระจ่างดีขึ้นระดับหนึ่งก็ได้แปลและก็ได้เอาอันนั้นแหละมาถอดเทปแล้วก็มาเรียบเรียงกันพอตรวจแก้กันให้พอสมควรแล้วก็เอามาพิมพ์เป็นเล่มที่เราใช้ชื่อว่ายุทธวิธี 8 ขั้นแห่งการเป็นผู้พิชิตที่เราตั้งชื่อหนังสือ ว่าอย่างนั้นแล้วก็ได้พิมพ์ออกมาแจกจ่ายกันจนกระทั่งหมดไปแล้วแล้วเราก็ควรคิดว่าควรจะทำอีกเพราะว่ามันเป็นความรู้เปิดเปิดปัญญาเปิดความเข้าใจให้แก่พุทธศาสนิกชนเพราะว่าบทสวดบทนี้เป็นบทที่ Top ฮิตมากในจำนวนสูตรได้ไม่ใช่ในจำนวนสูตรในจำนวนคำสวดและบทสวดที่เมืองไทยเราในศาสนาพุทธเมืองไทยเราได้เอามาใช้สวดน้ำจะสวดอะไรขึ้นแล้วก็อะไรไม่ได้บทไหนไม่ได้แล้วก็หมดพาหงส์ต้องได้กันฆราวาสทั่วไปก็สวดสำคัญเหลือเกินว่าเป็นบทยิ่งใหญ่เหลือเกินของพระจอมมูลนิธิของพระพุทธเจ้าคือพระพุทธเจ้าเราเป็นผู้การชนะทำอะไรก็ชนะเพราะพิชิตอะไรต่อรายได้มาหมด ก็จริงเป็นบทที่รวบรวมการพิชิตการชนะมาไว้หมดจนกระทั่งถึงยอดสุดท้ายถึงยอดสุดท้ายถ้าเราไม่มีความรู้เราไม่เข้าใจเราก็แต่ว่าพิชิตก็พิชิตไปอย่างนั้นน่ะพิชิตอะไรเป็นหลักยังไงระดับยังไงขั้นตอนยังไงอะไรยังไงเราก็จะไม่รู้เราก็รู้แต่ว่าพี่คิดมาพิชิตรักพิชิตจะคนพาลพิชิตอะไรต่ออะไรไปเฉยๆแต่เราก็ไม่เข้าใจรายละเอียดอะไรมากมายนักแล้วก็ไม่รู้เป็นธรรมาธิการหรือเป็นสัจจะความจริงบริษัทจะทำที่มันมีอยู่ในโลกนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องลึกลับไม่ใช่เรื่องพิสดารไม่ใช่เรื่อง Magic เป็นเรื่องเกินร้อยเกินคิดเกินคาดอะไรเป็นเรื่องที่เรื่องของพระพุทธเจ้า ฉันไปบ้านดลบันดาลอะไรกันจะไปทำพิเศษพิเศษอะไรกันเกินการนู่นน่ะพวกเราชาวคนเนี่ยไม่เกี่ยวหรอกไม่ใช่อย่างนั้นเป็นเรื่องที่เราชาวคนนี่แหละจะต้องดำเนินตามรูปรอยขั้นตอนดังนี้ตั้งแต่เริ่มเป็นผู้ที่จะรู้ว่าเราอยู่ในพุทธเราจะต้องเป็นผู้ที่ทำอย่างพระพุทธเจ้าทำนี่เป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าท่านทำเราต้องทำอย่างนี้แหละไม่ทำอย่างอื่นนะเหมือนกันเลยทิศทางเดียวกันแนวทางเดียวกันเนี่ยเป็นผู้พิชิตอย่างนี้เพราะเรามาฟังกันดูแล้วก็ตรวจเช็คด้วยแล้วมาตรวจเช็คมาสอบญาณอันนี้เป็นเครื่องสอบยานนะเราได้พิชิตอะไรมาเท่าไหร่แล้วนี่เครื่องสอบยานนะแต่เขาพระพุทธเจ้าท่านก็แรงหน่อยล่ะเขาพระพุทธเจ้า จดยอดทั้งนั้นแหละสรรหามาให้เป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าจะต้องปราบนี่หรือว่าขั้นแม้แต่เป็นทางบุคลิกฐานก็มีตัวเป็นธรรมดาที่ฐานก็มีระดับคุณภาพประกอบแวดล้อมอยู่ไม่ใช่เบาไม่ใช่เบาเป็นอย่างนี้ยืนยันว่าเป็นอย่างนี้แล้วก็ลองมาฟังคร่าวๆที่ได้คัดออกมาสั้นๆซะก่อนให้ดูนะว่า 8 ขั้นการพิชิตยุทธวิธียุทธวิธี 8 ขั้นแห่งการพิชิตมันมีอะไรบ้างขั้นที่ 1 เรียกว่าขั้นพยายามมารจะแถมไปว่าพยายามประมาณพันมือก็ได้พยาบาลพันแขนพันแขนไปเดี๋ยวจะหา เป็นพยาบาลแล้วก็เอาผ้ามาพันพันแขนมันก็ชอบคนอยู่นะพญามารพันมือกับแม่นักมวยเลยมันก็อาจจะเข้าใจผิดพลาดก็เลยไม่เขียนเมื่อกี้นี้ว่าจะเขียนก็เลยไม่เขียนก็เขียนพยาบาล 1 ท่านพญามารท่านใช้ธรรมาวุธอะไรท่านพญามารท่านใช้ทำอาวุธคือทานฝากไว้เป็นคู่ๆง่ายๆสั้นๆพญายักษ์พญายักษ์ท่านใช้ธรรมาวุธคืออะไรทำอาวุธคือสันตินี้พวกพานที่จริงจะเรียกว่าเดรัจฉานก็เกินไปถ้าเป็นพานดังเดรัจฉานตกมันผ่านดั่งเดรัจฉานตกมัน คืออะไรธรรมาวุธที่ใช้ก็คือเมตตาต่อมาคนเก่งที่หลงผิดอันนี้คนเก่งแต่ว่าไม่ค่อยมีปัญญาส่งผิดก็ต้องใช้ด้วยฤทธาสามารถทางจิตใช้วิชาสามัญทางจิตขั้นที่ 5 จอมมายาอาศัยทำอาวุธคือสันติทับศัพท์ไปเลยสันติเดี๋ยวก็อธิบายกันต่อมาขั้นที่ 6 จอมโจรบัณฑิตมีขั้นตอนเท่านั้นจอมทันลึกๆก็ต้องใช้คำว่าจอมทั้งนั้นแหละจอมโจรบัณฑิตนี่คือปัญญาชั้นยอดต้องใช้ปัญญาชั้นยอดสูง ถูกกันทีนี้ต่อมาขั้นที่ 7 จอมหน้าจอมนาคะต้องใช้ได้นานาฤทธาแหมคันนี้ไม่รู้จะใช้อะไรกันบ้างด้วยฤทธิ์ขาดถ้วนทั่วเลยสุดท้ายขั้นจอมยอดเลยทีนี้จอมพรมท่านจอมพรหมก็ต้องใช้ยานยานาคชัดเจนนะญาณอัครฐานอะไรเดี๋ยวก็จะอธิบายเป็นคำเป็นความไปตลอดแหละแต่ทำให้เข้าใจให้ได้รู้ได้ไอ้นั่นไปตลอดทีนี้เราได้ฟังขั้นๆเป็น หั่นเป็นชื่อย่อๆนะที่เรียกไว้ว่าพญามาร 1 2 พญายักษ์สามพรานพานชนพานดั่งเดรัจฉานตกมัน 4 คนเก่งที่หลงผิด 5 จอมมารยาสาไถย 6 จอมโจรบัณฑิต 7 จอมนาค 8 จอมพรหมระดับ 8 ระดับนี้เป็นขั้นๆถ้าเราฟังดีๆถ้าเราเรียนรู้ไปแล้วก็จะเห็นผู้ที่ปฏิบัติธรรมมาแล้วจะสอบผ่านได้จะเข้าใจยิ่งผ่านมาขั้นสูงสูงสูงขั้นระดับลึกซึ้งมาแล้วยิ่งจะเข้าใจชัดแล้วเราได้ใช้อย่างนั้นอย่างนั้นอย่างนั้นจริงหรือไม่สอบผ่าน ถ้ามันจริงถูกต้องเป็นเรื่องที่ถ้าแม้ว่าไม่จริงเราลองมาเข้าใจดูแล้วเราเอาไปใช้เราอาจจะใช้อาวุธอย่างอื่นกลายเป็นธรรมอาวุธชนิดที่ไม่ค่อยตรงไม่เคยถูกนะแต่บางทีก็อาจจะต้องแถมนะว่าท่านนั้นคันนี้อาจจะต้องใช้ทำอาวุธชนิดนั้นอาจจะไม่อย่างเดียวอย่างนี้อย่างเดียวพิษไม่แรงต้องใช้อย่างอื่นผสมลงไปพิจารณาขึ้นกว่านั้นก็ต้องใช้จริงๆเลยนะแต่ว่านี่หลักการใหญ่ๆเป็นอย่างนี้นะพญามารต้องใช้วิธีปราบหรือใช้วิธีที่จะทำให้สยบไปได้หรือว่าจะชนะในการทานแต่การให้สละไปเสียพญายักษ์ก็ต้องใช้ด้วยการจะปราบได้ก็จะต้องให้ไม่ต้องใช้การอดทนแต่ใช้การ อดทนละขันติต้องใช้คำว่าอดทนขั้นพานดั่งเดรัจฉานตกมันแล้วก็ไอ้นี่พูดกันไม่รู้เรื่องก็ต้องสงสารกันเมตตาสงสารปราณีพานดังช้างตกมันเนี่ยผมก็ไม่รู้เรื่องส่วนคนเก่งหลงผิดนี่ต้องปราบด้วยฤทธิ์ทาสามารถทางจิตหรือทางอะไรต่ออะไรหลายๆทางประกอบทางปัญญาร่วมด้วยจริงๆนะไม่ใช่เฉพาะทางจิตที่มันหมายถึงปัญญาด้วยทั้งอำนาจทางจิตด้วยอันนี้สำหรับจอมโจรจอมมายาไม่ใช่จอมโจรจอมมายากลมายาอาศัยที่จริงอยากจะเรียกจอมตอแหลนะจอมตอแหลจอมมายาอาศัย สู้กันได้วิธีว่าอย่าไปเอาเรื่องเลยปล่อยเถิดสันติสันติสุขวิธีนาฉันปิดเสียงทีนี้ขั้นจอมโจรบัณฑิตเนี่ยตอนนี้เรากำลังไปจนกว่ามันอยู่ข้างนอกจอมโจรบัณฑิตเนี่ยอยู่ข้างนอกหรือแม้แต่ในนี้เองก็จอมโจรบัณฑิตเกลื่อนโดยเฉพาะข้างนอกเนี่ยเรามีมีอยู่เยอะเดี๋ยวนี้เราต้องสู้กันหนักต้องใช้ปัญญาชั้นยอดปราบจอมโจรนี่ข้างนอกเยอะไอ้นี่ก็ข้างในจอมนางนี่มันตัวในจริงๆเพราะว่าในภพภูมิจอมนางในภพภูมิข้างในโดยตรงเลยจอมหน้าเราต้องปลากันด้วยนานๆที่ทาหน้ามัน มันเป็นผู้ประเสริฐแล้วเป็นผู้ที่หลงตัวหลงตนแล้วหยุดแล้วยิ่งจอมพรหมแล้วทีนี้แม่ใหญ่เหลือเกินตอนนี้ชุดใหญ่เลยทิพาพรมในบุคลิกฐานของพระพุทธเจ้ามีตัวอย่างเป็นบุคลิกฐานทั้งนั้นแหละเขายกมายกมายกมาแล้วก็มายกประกอบเพื่อที่จะขยายความเป็นอุทาหรณ์ประกอบมันก็จะได้รู้ชัดขึ้นแต่ที่เราจะมาพูดกันนี่ไม่ใช่ว่าเราจะมาพูดกันบุคลากรอธิษฐานดื้อๆเราจะมาแสดงธรรมเราจะมาชี้ให้เห็นธรรมะให้รู้ธรรมะให้เข้าใจธรรมะที่พูดธรรมะอันนี้ประพฤติได้ประกอบได้จริงปฏิบัติได้จริงแม้เราเองก็ปฏิบัติอย่างนี้เหมือนกันหมดทุกคนน่ะจอมพรหมต้องสู้กันได้ยานต้องสู้ ทานทีเดียวยานยานะคาถานะแปลว่าพูดคำพูดกับคำกล่าวการพูดการกล่าวทั้งใช้ปัญญาญาณฉันใช้การพูดกล่าวที่จะต้องสื่อรู้กันได้จนเป็นที่แจ้งชัดยานากะเทนะญาณบอกกระทะเทนะแปลว่าคำพูดแปลว่าการพูดการกล่าวเป็นปัญญาญาณทั้งการใช้ปัญญาทางจิตยังใช้การที่จะสื่อออกมารู้กันเข้าใจกันพูดกันได้คนมนุษย์และพูดกันได้คนฉันมนุษย์ฉันมนุษย์ที่มีจิตใจสูงใจเป็นถึงขั้นพรมนี่ใจสูงพูดกันได้พูดกันรู้เรื่องปัญญากันชั้น กันอย่างดีอย่างนี้ต้องพูดกันอย่างชั้นดีเลยแค่นี้ก็พูดกันอย่างชั้นดีแต่ก็ต้องดูกันหน่อยจอมหน้ามันดื้อด้านดุกันหน่อยนี่อย่างเรียกว่าพูดกันยังพูดดีเลยจอมพรหมอาทิตย์นี้ก็มาฟังดูหมดที่เขาแต่งเอาไว้ในพาหุงไปพลางมันจะขยายความจากบทพาหุงทั้งหมดนี้ออกไปเรื่อยๆตามความหมายที่แปลไว้ในนี้บางอันก็แปลกันก็แต่งกันออกมามันเป็นกราบคำกลอนนี้เป็นคำที่จำเพาะจำกัดอัดๆละเอียดแน่นๆบางทีก็ทำมันก็จำเป็นด้วยเพราะว่าการแต่งกลอนแต่งกาพย์อะไรเนี่ยมันเป็นการจำยอมจำเป็นบางทีคำไม่เคยตรงนักเพี้ยนๆนิดๆหน่อยๆอะไรมีความหมาย เรียงกันแล้วก็เอามาแทนแล้วพ่อต้องการการสัมผัสการคล้องจองอะไรต่างๆนานาไปคำนึงถึงไปคำนึงถึงแบบแผนการประพันธ์แบบแผนการที่จะต้องได้ค้ำเท่านี้ได้ความเท่านี้แล้วก็จะต้องสัมผัสคล้องจองเป็นภาษาสำเนียงเสียงอะไรมันสัมพันธ์กันมันขยายมันรับกันพูดแล้วคล่องคล่องดีพูดแล้วเพราะดีอะไรอย่างนี้ไปคำนึงถึงพวกนั้นจึงทำให้เนื้อหาของความจริงหรือความหมายที่ตรงนั้นลดลงลดลงไปบ้างอันนี้คำประพันธ์เสียอยู่ตรงนี้เยอะคำประพันธ์คำร้อยกรองที่ไปคำนึงถึงแบบมากเพราะสมัยนี้คนมีปัญญาแล้วเขาไม่เอาคำประพันธ์ที่มันมีการบังคับมีแบบแผนจะต้องใช้ คำที่จะต้องสัมผัสเสียงนั้นเสียงนั้นต้องลงกันเสียงนี้ต้องคล้องกันไปต้องร้อยกันได้แล้วก็ไปหลงเสียงไพเราะเป็นวันอาทิตย์อ่ะเป็นคีตะอยู่อย่างนั้นทำให้ความหมายตกไปเพี้ยนไปรถสัจจะไปไม่ตรงแท้เขาจึงไม่นิยมจึงมีศิลปะสูงกว่านั้นเรียกว่า Abstract แต่ศิลปะไม่ติดรูปแบบไม่ติดแบบแผนศิลปะ Abstract ศิลปะที่ไม่ติดแบบแผนฟอร์มิสเพลงรูปแบบไม่ยึดรูปแบบจะเป็นยังไงก็ฟรีเขาจึงเรียกว่าเป็นการแต่งอย่างอิสระเป็นความหมายคำหมายที่อิสระตามใจเอาคำที่ คนรู้ได้ง่ายที่สุดคนเข้าใจได้ง่ายจุดมุ่งหมายเอาคำที่คนเข้าใจได้ง่ายและให้ความหมายที่ตรงชัดได้ความหมายกินลึกความหมายดีมากเอามาใช้มาเรียบเรียงมาร้อยซองหรือว่าพยายามผูกประโยคภาษาให้การรู้นั้นออกมาชัดจึงเรียกว่ายานาก็เทนะนี่เป็นความหมายชั้นศิลปะชั้นสดต้องใช้ยานาก็เทนะเป็นความหมายที่ใหญ่ยิ่งเป็นวิธีการหรือเป็นสภาวะธรรมาวุธที่ใหญ่ยิ่งใช้ยานาชัดเจนนะจะเป็นคำพูดที่ง่ายฟังรู้เรื่องเป็นภาษาที่ง่ายไม่ใช่ไปสรรหาภาษายากพวกศิลปะพวกกวีพวกกวีที่หลงโง่ ไม่เข้าใจว่าศิลปะคืออะไรในด้านศิลปะของภาษาพอมาแต่งกาพย์แต่งกลอนนึกว่าจะต้องเล่นคำยากๆกับคำที่หรูๆคนไม่ค่อยรู้เคืองเคืองมาปะติดปะต่อแล้วเอาใส่เข้าไปมาร้อยกรองมาเรียบเรียงแต่ออกมาให้แหมฟังแล้วใครอ่านแล้วงงเต็กไปเลยไม่ค่อยรู้เรื่องและถือว่านี่เป็นศิลปะชั้นสูงให้คนไม่รู้และถือว่าเป็นของสูงพวกหลงผิดอย่างนี้มีอยู่เยอะกวีหลงกวีหลงทางกวีเก้งไม่ใช่กวีที่มีปัญญาญาณไม่มีอภิปรัชญาที่แท้และไม่รู้จักวิธีการในการสร้างศิลปะกลายเป็นกวีปลอมเป็นศิลปินที่ไม่ไม่มีวิชาแต่ศิลปินที่ไม่เข้าใจในวิชาการศิลปินหรือว่ากวีการกวีกร แต่งนักประพันธ์ที่ไม่เข้าใจแล้วไปหลงความไม่รู้ทำแล้วก็เลยทำพรางผิดๆบางๆสุดท้ายจนไม่รู้ว่างานของเรานี่เราจะทำอะไรความหมายอะไรเราจะปั้นเสือมาให้คนอื่นเขารู้ได้ยังไงปั้นสื่อออกมาได้ใช้ความหมายใช้คำใช้ความอยากจะให้เขารู้อย่างนี้อย่างนี้อันนี้เป็นความหมายนี้อธิบายได้ทุกคำทุกความแต่ผู้ที่ไม่เป็นกวีที่มีศิลปะการวิชาการของวิชาศิลปะในทางการร้อยกรองไม่เข้าใจก็ไปเอาคำรู้รู้คำที่เราชอบใจติดใจคำเพราะๆเอามาต่อๆเรียงๆเข้าไปความจงไม่ตรงบ้างได้ความต้องการอะไรก็เอาใส่เข้าไปตัวอาตมาเองเคยเป็นนักกวีเคยเป็นนักแต่งกลอนแต่งโคลงแต่ง แต่งอะไรมาแล้วเคยหลงผิดอย่างนี้มาแล้วเคยหลงผิดอย่างนี้จริงๆโอ้อย่างนี้นะเพราะว่ามันรู้ธรรมะรู้ชัดแจ้งอะไรนี่แล้วถึงได้โอ้โหเราเอ๋ยบ้าๆบอๆแล้วเดี๋ยวนี้ก็ยังมีศิลปินบ้าๆอยู่เยอะนักกวีการนักกวีกรอะไรโอ้ยคำรู้รู้มาแต่งเพราะๆพริ้งๆเอามาเรียบเรียงเอามาร้อยกรองมันมีความหมายเหมือนกันมันก็เข้าใจลีลาได้แต่ว่ามันไม่ถึงจุดเขาจำเป็นที่จะต้องการคำหรือคำสวยคำเพราะแต่สื่อความหมายไม่ตรงทีเดียวก็เลยไม่ค่อยได้เรื่องก็กลายเป็นคำกวีอยู่อย่างนั้นเองแล้วก็ไปหลงไพเราะเพราะพริ้งหลงๆๆเพราะฉะนั้นศิลปะชั้นสูงเขาจึงยกศิลปะ Abstract ไม่ต้องติดรูปแบบร้อยกรองอะไรนั่นหรอก พ่อคำทิ้งไปคีตะวาทิตะวิสูกะทัสสะนาไม่ต้องไปดูนี่สู้กับศาสนาเป็นข้าศึกแห่งการดูการชมเพราะว่าพวกนี้มันอำพรางมันไม่ค่อยรู้เรื่องมันยากแก่การรู้เป็นศิลปะที่ยากแก่การรู้อำภาไม่กระจัดกระจายเพราะศิลปะที่ดีต้องประจักษ์กระจ่างชัดง่ายชัดง่ายรู้ลึกซึ้งรู้ก็จะได้เราจะป้อนศิลปะไปนี้อันนี้คือใครล่ะสู่กลุ่มไหนสู่หมู่ไหนหมู่นี้ใช้ศิลปะแค่นี้เอาไว้ให้สื่อความหมายแค่นี้ถ้าลึกเกินไปนักเขาไม่เข้าใจหรือหรือเกินไปลึกเกินไปนักเดี๋ยวเขาเก็บปวดแรง เพราะว่าไปเปิดเผยหรือว่าไปผ่ากิเลสเรียกว่าไปล้วงเอาสิ่งที่ไม่เขาไม่ควรจะเปิดเผยออกมามากเกินไปและเขาขายขี้หน้าเขาสะเทือนใจมากอย่างนี้ก็ต้องกำหนดศิลปินต้องกำหนดต้องรู้ความพอเหมาะพอดีจะใช้แค่ไหนเพราะฉะนั้นการที่จะใช้สำหรับคนที่รู้ในความหมายลีลาพวกนี้ก็สลับซับซ้อนเล็กน้อยอยู่ซ่อนอยู่ในศิลปะที่การสื่อนั้นทำความภาษาก็ดีหรือแม้แต่สีสันก็ดีรูปทรงก็ดีเส้นสายก็ดีแล้วแต่ศิลปะในเรื่องอะไรก็เป็นศิลปะทั้งนั้นแหละก็จึงมีเชิงที่เรียกว่าอันนี้สำหรับคนชั้นนี้พูดกันแล้วเขารู้เรื่องก็เอาขนาดนี้ เพราะฉะนั้นภาษาที่ยากก็จะใช้ผสมเข้าไปกับชั้นที่ยากขึ้นชั้นที่สูงขึ้นคนระดับสูงขึ้นก็ใช้ภาษาที่ยากขึ้นเอาใส่เข้าไปเติมเส้นแสงเงาสีชั้นสูงขึ้นไปภาษาก็ใช้ภาษาคำที่เป็นภาษาที่ชั้นสูงขึ้นไปเพื่อที่คนระดับนี้ก็อ่านแล้วเขาไม่รู้เรื่องไม่บาดเจ็บแต่คนนี้ครูแฮะแล้วเรารู้ด้วยว่าทนได้ไม่บาดเจ็บตั้งแต่ถึงใจเราก็จะใช้ภาษาที่สูงขึ้นภาษาที่อาจจะรู้ขึ้นภาษาอาจจะยากขึ้นแต่ต้องขั้นวิชาการหรือขั้นภาษาที่ยากขึ้นสำหรับอันนั้นที่เจตนาถ้าศิลปะทั่วไปศิลปะสาธารณะแล้วต้องให้ง่ายเท่าไหร่ยิ่งดีง่ายเท่าไหร่ยิ่งดี แล้วก็จะรู้ชัดรู้แจ้งรู้สัจจะไปได้กว้างขวางเท่าไหร่ยิ่งดีนั่นเป็นเชิงของศิลปะชั้นง่ายเขาต้องทำศิลปะอย่างนั้นไอ้ที่พูดคำว่าศิลปะอันนี้เป็นศิลปะจริงๆไม่ว่าจะเชิงว่าเขียนมีนัยยะความหมายเหมือนกันดังที่กล่าวนี้เพราะฉะนั้นผู้ที่ทำงานอยู่เดี๋ยวนี้พวกเรานี่คือศิลปินใหญ่พวกเรานี่คือศิลปินที่จะมาใช้อะไรกรณีสื่อความหมายออกไปให้แก่ผู้อื่นเขารู้เรามาทำธรรมทานบทที่ 1 กำลังจะปราบมาทุกอย่างคือมันหมดสิ่งที่ทานแย้งต่อสัจธรรมปราบสัจธรรมคือมารหมดมารตั้งพันมีงานพันมือพันแขนมีมารตั้งโจรมารที่ถืออา ครบมือเลยมาเหนือเมฆกี่คีรีเมฆคะรังมาเหนือเมฆกึกก้องอุทิศตาโคราชเสียงดังสนั่นหวั่นไหวกึกก้องโห่ร้องเพื่อที่จะทั้งขู่ทั้งขู่ทั้งที่จะทำให้เรากลัวลานให้เราอยู่ใต้อำนาจเอาอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆมาจะปราบจะตามเราทั้งสิ้นอย่างนี้มีอยู่ทั่วไปทั้งหมดอยู่ทั่วไปตั้งแต่หยาบจนถึงละเอียดยิบไปเลยแต่ครูเราด้วยหลักการเดียวกันหมดตั้งแต่หลักการแรกคือหลักการเป็นมารของเราท่านไหนก็มาหมดเรียกมารหมดยาที่สุดแต่ในระยะที่ละเอียดพวกนี้ไม่ใช่ ความละเอียดจะอยู่ในความหยาบแต่ความหยาบในคลุมถึงความละเอียดพอถึงขั้นปราบหยาบมาได้พวกจะละเอียดนี้จะอยู่ละเอียดแต่ก็มีสภาพที่ว่ามันเป็นการต่อต้านเรียกว่ามารเป็นการค้านแย้งเรียกว่ามารอยู่ทั้งสิ้นอาทิตย์นี้ก็ขึ้นต้นมันพยายามมารเลยหรือว่ามารมากมายมันมีความหมายอะไรในที่นี้ก็จะอ่านบทบาทบทที่ 1 พหูสะอาดสามารถเป็นนิมิตมีแต่สาวกทันตังซึ่งเราก็ท่องกันมาได้อยู่แล้วสำหรับพวกที่หมู่เราที่ต้องหมู่ช่วยผู้ที่เป็นฆราวาสที่ไม่ค่อยได้ท่องก็ไม่เป็นไรก็ฟังไปที่ตึกโคราชศักดิ์ศรีนะมาลัง เน็ตเป็นการบอก 2 วรรคนี้เป็นการบอกความหมายของมารในนี้เขาก็แปลกันอย่างบทกลอนเหมือนกันแปลว่าปางเมื่อพญามารผู้เนรมิตแขนถึงพันถืออาวุธครบมือนี่ก็ชาร์จขี่ช้างขี่ขี่เมฆพร้อมด้วยเสนามารขอร้องติดกล้องเข้ามาประจำป่าเมื่อพญามารผู้เนรมิตแขนถึงพันมือถึงพันถืออาวุธครบมือคาราโอเกะตะโกก็คือขี่ช้างขี่เมฆพร้อมด้วยเสนามารขอร้องติดกล้องเข้ามาประจำ หนุมานทั้งหลายแหล่ที่มีนัยยะที่พูดกันแค่นี้สั้นๆ 2 วัดแค่นี้เดี๋ยวจะแปลออกไปให้ฟังละเอียดๆมากไม่ใช่ 2 วรรคละอย่างน้อยก็ต้อง 20 นาทีอาจจะถึงชนอย่างนั้นก็ได้ 2-1 อาจจะนะแล้วเราจะสู้ด้วยอะไรสภาผู้ที่จะต่อสู้คือทานาที่ธรรมวิทยาอยู่วัดเท่านี้ทานาที่ทำมาพิจารณาด้วยวิธีการวิธีนาวิธีนั่นแหละโดยวิธีการมีถ่านเป็นอาทิมีทานนี่แหละเป็นต้นประเทศนี้ก็แปลว่าพระเจ้ามุนีทรงชำระคืนพระจอมมุนีทรงชนะด้วยธรรมวิธีธรรมวิธีเนี้ย วิธีมีการให้การสลักเป็นต้นอาทิทำมาที่ประธานาธิบดีทำทานนะบอกอาทิก็เป็นทานเป็นต้นธรรมวิทยาก็เป็นมีวิธีทำวิธีมีวิธีทางทำคือทานเป็นต้นนี่ก็รวมทีนี้บทต่อๆไปเขาจะ 2 วรรคเนี่ย 2 วันสุดท้ายวัดที่จะขึ้นวรรคที่ 3 นี้จะมีกลเม็ดบอกสัมภาวุธบอกธรรมาวุธที่จะต่อสู้และก็จบท้ายเพราะฉะนั้นอันสุดท้ายนี่ก็แฟชั่น ชัยยะมังคลานี้ก็แปลว่าก็ด้วยเดชแห่งการเกิดอย่างนั้นด้วยเหตุแห่งการเกิดอย่างนั้นตันเตชะเตชะเดชตันเตชะสาด้วยเหตุแห่งการเกิดอย่างนั้นชัยมงคลนี้จงมีแก่ท่านหมายความว่าท่านทั้งหลายเนี่ยจะพยายามที่จะมีชัยชนะก็จงมีด้วยการมีเหตุแห่งอย่างนี้แห่งวิธีการอย่างนี้โดยการมีเดชมีฤทธิ์ด้วยเดชอย่างนี้แห่งการเกิดอย่างนี้การเกิดการชนะอย่างนี้ด้วยเดชแห่งการเกิดอย่างนั้นอย่างไหนก็อย่างที่กำลังจะย้อนไปอธิบายนี่มีวงเล็บไว้ด้วยวงเล็บความหมายไว้ว่าด้วยการปฏิบัติตามสม ในการปฏิบัติโดยสมควรแก่ธรรมคือด้วยเหตุแห่งการที่ปฏิบัติอย่างนั้นจนเกิดผลนั่นแหละจะเป็นผู้ชนะชัยมงคลจงมีแก่ท่านมีบทที่ 1 น่ะเอาทีนี้เราก็ย้อนกลับไปพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างที่ว่ามารทั้งหลายแล้วเราจะปฏิบัติทานคืออะไรชนะด้วยวิธีการทานเป็นต้นหรือเป็นหลักเป็นต้นหรือเป็นหลักคำว่าทานคำนี้ยิ่งใหญ่ที่สุดเคยพูดเคยยืนยันเคยอธิบายให้ฟังว่าเราปฏิบัติอะไรปฏิบัติอะไรสุดท้ายก็มาเอาออกเอาให้ไปเอาให้ไปเชิญพูดมามากผู้ รวมแล้วทานบารมีหรือบารมี 10 ทัศนี่ก็ทำทานไม่มีอื่นเลยสุดท้ายทานตัวเดียวถึงขั้นชนะสุดยอดแล้วไม่มีอะไรมานั่งให้มานั่งให้ไม่มีสมบัติอะไรก็มานั่งให้ทุกวันนี้เราไม่มีหรอกวัตถุสมบัติพ่อก็สมบัติอย่างโล่งๆเราไม่มีเรามีแต่อริยสัจเราก็มานั่งพักอริยสัจไปแต่อริยะสมบัตินี่มันแปลกยิ่งเพราะแจกก็ยิ่งเจริญไม่ได้พูดก็ยังรักเขาคีตกวีอริยทรัพย์เนี่ยมันแปลกก็ยิ่งแปลกก็ยิ่งเจริญยิ่งเจริญยิ่งงอกงามอริยะสมบัตินี้อันนี้ก็เคยเน้นให้ฟังเคยชี้ให้เห็นว่าการแจกธรรมทานหรือการแจก สมบัติเนี่ยมันแจกแล้วมันไม่จนมันแจกแล้วมันไม่หมดยิ่งแก่ก็ยิ่งนานยิ่งแก่ก็ยิ่งเจริญยิ่งแจกตัวเองยิ่งแสดงทำตัวเองยิ่งตรัสรู้ตัวเองยิ่งเข้าใจลึกซึ้งตัวเองก็ยิ่งรู้สึกว่าเด็กควักเนื้อของเราออกมาดูเองถ้าเรามีเนื้อของเราเราได้ควักเนื้อของเราออกมาเองทำมันฐิติญาณใดๆมันเกิดอยู่ที่ยังไม่แจ้งชัดมันจะถูกควักออกมาจริงแต่มันก็มีตัวหลอกเหมือนกันมันผสมผสานโมเมเอาก็มีเมื่อมันเป็นกิเลสเมื่อดันธุรกรรมมันก็ผสมเปอร์เซียโมเมพอผสมโมเมก็ไปกันใหญ่แล้วก็นึกว่าเป็นของดีเหมือนกันนึกว่าเป็นเชิงปัญญาหนักเข้ากลายเป็นพวกจอมโจรบัณฑิตพูดผิดพูดเพี้ยนพูดอะไรเลอะเทอะไปก็เลยกลายเป็นเรื่องเลอะเทอะไป แต่ถ้าความจริงเป็นของจริงแล้วนะมันไม่ต้องไปควักอะไรมาผสมอะไรหรอกมันเป็นตัวที่มีอยู่รู้อยู่มันเห็นมันแจ้งมันเรียกมันเรียงหรือว่ามันมีอะไรพอดึงอันนี้ออกมาอันนั้นติดตามมาพอเดือนนี้ออกมาแล้วมันติดตามออกมาเองเคยมีผู้ไปถามพระพุทธเจ้าว่าท่านตรัสท่านสอนหรือว่าท่านอธิบายท่านแสดงธรรมท่านได้เตรียมตัวมาก่อนที่จะตอบปัญหาใดๆหรือเปล่าพระพุทธเจ้าท่านบอกว่าเราไม่ได้เตรียมตัวอะไรทั้งนั้นเราไม่ได้เตรียมตัวใครจะมีอะไรมาท่านก็ว่าออกไปเลยตอบกลับไปเลยชี้แจงเอาไปเลยจะซักเรื่องนอกเรื่องในอะไรก็ตามเรื่องของท่านในเรื่องของโดยเฉพาะก็เรื่องของท่านนั่นแหละเรื่องของธรรมะเรื่องของสัจธรรมทั้งหลายท่านก็ตอบเลย อย่างนี้ก็แสดงว่ายิ่งแสดงหรือยิ่งแก่ยิ่งจ่ายอริยสัจนี้มันไม่มีหมดแหละมันไม่มีหมดเขาง่ายๆการกระทำทำงานยิ่งจ่ายยิ่งรวยใครจะไม่ทำงานยิ่งจ่ายยิ่งรวยยิ่งจ่ายยิ่งเป็นเศรษฐีใครจะไม่ทำแต่ทางโลกมันจะยิ่งจ่ายมันจะยิ่งเป็นเศรษฐีได้ยังไงยังจ่ายไม่หมดสักทียิ่งจ่ายก็ยิ่งเกลี้ยงสมบัติทางโลกสมบัติมันถูกแต่สมบัติทางธรรมนี้ยิ่งแจกยิ่งจ่ายยิ่งให้ไปยิ่งได้มายิ่งทานก็ยิ่งเจริญงอกงามมันเป็นคุณสมบัติแท้ๆพอถึงขั้นที่มันเป็นจริงมันมีจริงมันเป็นจริง นั้นผู้ที่จะแจกธรรมะเป็นทานอยู่นั้นจะบอกว่ามีกิเลสก็มีก็ว่าได้ว่าโอ๊ยยิ่งแตกแล้วยิ่งได้ยิ่งแตกและยิ่งรวยยิ่งกว่าอะไรเราก็มีกิเลสเราก็อยากรวยเหมือนกันน่ะเราก็ขยันแจกกันรวยอ่ะสิก็เราก็อยากจะเจริญก้าวหน้าอยากจะงอกงามอยากจะร่ำรวยอยากจะเป็นมหาเศรษฐีแล้วก็ยิ่งแจกยิ่งทานยิ่งถ้าให้ออกยิ่งหาวิธีการแก้หาวิธีการทานหาวิธีการให้มันสอดคล้องไม่ค้านแย่งเลยเพราะฉะนั้นจะเห็นเลยว่าอ๋อถ้าพูดถึงทำจุดนี้แล้วมันก็จะขยันน่ะดีขยันทานยาให้ขยันเองเพราะว่ามันเป็นความเจริญทุกคนพระพุทธเจ้าสอนให้วุฒิวุฒิมีแต่ความเจริญเจริญขึ้นเจริญขึ้นก้าวหน้าขึ้นไม่ให้หยุดอยู่หรือไม่เสื่อมมันเป็นความเห็น เป็นปัญญาที่เห็นแจ้งอ้อยจริงนี่เป็นสัจจะจริงเราต้องเจริญอยู่เสมอที่เราจะไปเสื่อมทำไมเราจะไปยึดเกาะอยู่แต่ทำไมมันเป็นความจริงที่ท่านตรัสนี้ท่านตรัสเป็นสูตรเป็นอะไรไว้ให้เนี่ยมันเป็นความจริงผู้นั้นเห็นจริงก็ทำความจริงนี่ไม่ต้องมาบังคับไม่ต้องมาเข็นไม่ต้องมาฝืนฝืนฝืนไม่ฝืดฝืนหรอกไม่เปิดฝืนมันเป็นเองนะขอยืนยันให้ฟังเมื่อไหร่คุณถึงจุดนี้คุณถึงจะรู้ถึงคุณถึงจะเห็นตัวเองจะรู้สึกว่าตัวเองขี้เกียจอยู่แล้วไม่ขยันเราก็ยังไม่บรรลุธรรมเราก็ยังไม่ขึ้นถึงธรรมมันก็อยู่อย่างนั้นแหละมันก็มันไม่ฟ้องตัวเองหรอกคนเรามันไม่โกหกตัวเองไม่ได้หรอกมันก็เป็นอย่างนั้นแหละพอมันถึงทำแล้วมันไม่มีขี้เกียจมันไม่มีจะบอกว่าขยันก็ขยันจะบอกว่าไม่ขยันมันก็ทำไปตามสัจจะเอ๊ะมัน เรื่อยๆนี่มันอะไรต่ออะไรมันก็ต้องทำได้ไปเรื่อยๆแล้วจะอยู่ว่างๆเปล่าๆเราจะเห็นด้วยซ้ำไปว่าอะไรอะไรอยู่ลอยๆล่องๆว่างๆหรือไม่ก็หลบหลบหลีกเลี่ยงๆไปนั่งรถนั่งหลีกเป็นอะไรต่ออะไรไปมันรู้สึกว่ามันจะเป็นเศษเพลินเสพอะไรแล้วแต่ถ้าชั้นสูงไปแล้วไม่ไปเสพกามก็ไปเสพหลบเสร็จสงบเจ็บหยุดแสบหลีกเป็นเราก็พูดกันอยู่แล้วขั้นมีอารมณ์ราคะแต่อย่าเพิ่งหลงว่าตัวเองเป็นจอมนาคะทั้งหมดแล้วเราไม่มีไอ้ชั้นต่ำๆตรงนี้ชั้นพรุ่งนี้อย่าเพิ่งนึกว่าเราหมดนะมันเป็นขั้นตอนที่มันร้ายละเอียดดังระดับมาอยู่แต่เราเองกำลังมีปัญญามองผ่านผ่านขึ้นมาเนี่ยทุกคนมีจอมพรมอยู่เหมือนกันไม่ใช่ว่าไม่มีจอมพรหมไม่ใช่ว่าไม่มีจอมหน้ามีทั้งจอมทองมีทั้งจองนาคมีทั้งจอมโจรบัณฑิตมีทั้งจอมมายา แต่เป็นนัยยะละเอียดลึกซ้อนที่คุณยังมองไม่เห็นได้มันยังเป็นของสุขุมของประณีตคุณจับไม่ติดคุณยังเป็นตะแกรงหรือเป็นอวนห่างๆหรือเป็นตะกร้าห่างๆที่เป็นช้อนมาไม่ติดจะเอาของต้องการของมันไม่ได้มาหรอกมันช้อนก็หา
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive