450915 ศาสตร์ของพุทธหยุด “วิกฤต” โดย พ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ สันติอโศก.docx
เนื้อหาในไฟล์
450915 ศาสตร์ของพุทธหยุด “วิกฤต” โดย พ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ สันติอโศก ศาสตร์ของพุทธหยุด “วิกฤต” โดย พ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ ธรรมก่อนฉัน เมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๔๕ ณ พุทธสถาน สันติอโศก
เจริญธรรมท่านผู้ไฟไม่ไหม้น้ำไม่ท่วมทั้งหลาย ตอนนี้อโศกเราขณะนี้นะ ขณะนี้เลย Suddenly ทันทีทันใด ปัจจุบันนี้ทันด่วนนะ ในลมหายใจเฮือกนี้นี่สำนวนอาตมา ในลมหายใจเฮือกนี้ หรือในขณะนี้ ปัจจุบันนี้เลยทันทีนี้เลย น้ำก็กำลังท่วมอยู่ บ้านราชฯ นี่ตอนนี้บ้านทุกหลังไม่มีใต้ถุนบ้านเลย มีแต่น้ำ มีใต้ถุนแต่ว่ามันไม่มีที่ดินมันไม่มีดินไม่มีพื้น น้ำท่วมหมดทุกหลังแล้ว ตอนนี้บ้านทุกหลังในบ้านราชฯ ไม่ละเว้น นี่ยังไม่รู้ข่าวคราว อาตมายังไม่รู้ข่าวว่ามันได้ขึ้นไปท่วมถึงพื้นของ เฮื่อน ศูนย์สูญหรือยัง คือศาลาใหญ่ของเรานี่ เฮื่อนศูนย์สูญศาลาใหญ่นะกว้างยาวมีพื้นที่ ๑,๒๐๐ ตารางเมตรเกือบๆ ไร่หนึ่งน่ะ ไม่รู้ว่าน้ำท่วมขึ้นท่วมถึงหรือยัง เพราะว่าเราทำขึ้นไปสูงเหมือนกันแต่พื้นอันนี้ แต่สองปีที่แล้วน้ำท่วมถึงและขึ้นท่วมถึงใต้ถุนของเฮือนศูนย์ฯ นี่มันสูงประมาณเกือบเมตรปีที่แล้วเกือบเมตร ปีก่อนโน้นครึ่งเมตรปีที่แล้วนี่เกือบเมตร ปีนี้เขาบอกว่ามันจะท่วมมากกว่าปีที่แล้วอีก มันมาล่าน่ะมาช้านะมา อาตมายังนึกว่ามันจะไม่ท่วมปีนี้นะ หนอยตอนหลังมันค่อยๆ มาน่ะมันมาตูมๆๆ ขึ้นทีละฟุตสองฟุต โอ้โหมันขึ้นมาพรวดๆๆๆ เลย น้ำทางด้านเหนือมันกำลังไหลหลากมาใหญ่เลยตอนนี้ มันก็คงกลับไปตอนนี้ก็คงจะท่วมไม่ใช่น้อยๆ แล้ว ตกลงก็เลยฉลองน้ำวันที่ ๑๗ ถึง ๒๓ ตุลาคม ๗ วัน ๗ คืน ใครจะไปม่วนชื่นโฮแซวเชิญ ๗ วัน ๗ คืน ฉลองน้ำวันที่ ๑๗ ตุลาคม ถึงวันที่ ๒๓ ตุลาคม วันปิยะมหาราชวันที่ ๒๓ วันสุดท้ายเป็นวันปิยะมหาราชนะ ออกพรรษาวันที่ ๒๑ เพราะฉะนั้นสมณะก็ได้รีบดิ่งไปใน
อ่านต่อ
วันที่ ๒๑ พออธิษฐานพรรษาเช้าไปได้เลย ๒๑, ๒๒, ๒๓ ยังมีอีก ๒-๓ วันนะ สมณะต่างๆ ก็ไปฉลองท้ายๆ งานได้นะ ส่วนฆราวาสใครจะไปกันก็เชิญนะฉลองน้ำ ๗ วัน ๗ คืน ตอนนี้ทางศรีสะเกษก็ไฟไหม้ ศีรษะอโศกน่ะร้านค้าร้านน้ำใจไฟไหม้หมด หมดทั้งหลังเลยร้านน้ำใจน่ะทั้งหมด ซื้อสินค้าเข้าไปใส่ใหม่ๆด้วยนะ ยังเหลือเงินอยู่ด้วย ไหม้เงินสดด้วยสองแสนห้ากองเหลือเอ๊าะเยาะ เหลือมันเศษเหมือนกับลาวานะ เขาเอาเงินนี่ใส่ในตะกร้าพลาสติกน่ะใส่ในตะกร้าพลาสติก พอดีไฟมันไหม้ละลายพลาสติกก็ลงไปผสมกับพวกธนบัตรเหรียญอะไรต่ออะไร มันก็คงละลายปนกันเป็นขี้เถ้าเป็นขี้ถ่านอะไรต่ออะไร เลยเหมือนกองลาวาสองกอง อาตมาเห็นแล้วก็เลยเอ้อดี ทำตู้กระจกใส่มันไว้สองอันนี้เป็นที่ระลึก นะเป็นที่ระลึกทำตู้กระจกใส่มันไว้ เขาบอกว่าธนาคารเขาเอาให้คืนเหมือนกันนะถ้าสืบได้ว่าเงินนี้นี่เป็นเงินจริงๆ มีจำนวนเท่าไรแท้ๆ มีหลักฐานยืนยันชัดเจนเขาก็ให้คืนเหมือนกัน เออก็ลองไปแสดงดู ก็ของจริงน่ะนะมันจะมีหลักฐานอะไรแค่ไหนก็แสดงดู เขาให้หรือไม่ให้ก็แล้วแต่ได้ก็เอาไม่ได้ก็แล้วไป ไม่ได้ก็คงไม่ได้เอาน่ะเนาะเขาไม่ให้นะได้ก็เอาไม่ว่ากระไร สองแสนห้าน่ะเงินสด นอกนั้นข้าวของอีกประมาณ 4, 5ล้านบาท งบแล้วไฟไหม้คราวนี้สูญไปประเมินแล้วก็ประมาณหกล้านถึงแปดล้านบาท หมดเนื้อหมดตัวอโศกศีรษะอโศก ตอนนี้ก็เลยมาบอกว่ากล้วย ๑ ใบก็มาผ่า ๔ ส่วนแบ่งกันกินก็แล้วกันนะเหมือนเดิม เพราะว่าที่ศีรษะอโศกนี่จะมีเงินเลี้ยงหมู่บ้านอยู่ก็คือเงินได้จากร้านค้านี่แหละ เพราะว่าคนมาไฟไหม้เสร็จแล้วนี่คนรู้ข่าวมันวันจันทร์ วันจันทร์ไม่ได้เปิดขาย โอ้โฮ คนรู้ข่าวพวกลูกค้าพวกข้าวบ้านมากันแล้วก็มาแช่งมาด่า เพราะรู้ว่ามันเผาคนมาลอบเผาวางเพลิงไม่ใช่ไฟลัดวงจรช็อตเชิ๊ดอะไรเลย ที่สันนิษฐานว่าเป็นการเผาก็เพราะว่ามันยืนยันชัด มันบอกให้รู้เลยว่า อั๊วเผานะโว้ย ไม่ใช่ลื้ออย่าเพราะ ๑. ก่อนไฟจะไหม้นั้น ในช่วงที่ไฟจะไหม้นั้นไฟฟ้าดับ แล้วไฟฟ้าดับมันจะเกิดไฟฟ้าไหม้ได้อย่างไร ช่วงไฟไหม้น่ะคือไฟฟ้าดับ มันมาดักตัดสายไฟเราก่อนหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ไฟฟ้าดับ ๒. มันจุดสองแห่งพร้อมกัน ที่โรงเรือนของกองบุญนั่นแห่งหนึ่ง แล้วก็ร้านค้าอีกแห่งหนึ่ง มันจุดทั้งสองแห่งเลย แล้วที่มันจุดมันก็คือจุด อย่างกองบุญนี่มันจุดที่ตรงที่มันมีเชื้อเพลิงก็คือ มีผ้าห่ม มุ้ง มันจุดที่ผ้าห่มมุ้งเลยไหม้โอ้โห ก็ดับกันตรงนั้นพอดีก็ดับทัน ตอนนี้อันนี้มันไปใหญ่เลยมันไหม้ข้าวของอะไรต่อมิอะไรไปเยอะไปลามหมดเกลี้ยงเลย เอาอะไรไม่ได้เลยนะ ที่เหลือก็คือ เตาอั้งโล่ไฟมันไหม้ มันไหม้เหมือนกันแต่มันไม่ไหม้แล้วมันไม่ไหม้เตาอั้งโล่เหลือ ก็เตาอั้งโล่มันอยู่ทนไฟได้นะ ก็เตาอั้งโล่ถึงทนได้มันก็กลายเป็นรูปโทรมนะโทรม เตาอั้งโล่โทรมๆ น่ะไฟมันไหม้เผามันก็เหลือเตาอั้งโล่เหลือ นอกนั้นก็หมดนั่นนะ หมดเกลี้ยงเหลือแต่ถ่านกับเถ้า ขี้เถ้ากับถ่าน ตอมันอะไรมัน อาตมาก็มาบอกกล่าวผู้ที่ไม่ น้ำไม่ท่วมไฟไม่ไหม้ทั้งหลาย บอกเหมือนเชิงเรี่ยไรนะ ใครจะไปช่วยเหลือเฟือฟายอะไรกัน เพราะว่าชาวโลกของเขานี่ ไฟไหม้น้ำท่วมเขาก็ไปช่วยกันนะ ตอนนี้ก็ช่วยกันใหญ่เลย นี่น้ำท่วมก็ช่วยกันใหญ่เลย นี่ขนไปช่วยกันโอ้โหบริจาคไปช่วย บริจาคไปอะไรต่ออะไรกันไป แต่ใครจะยังช่วยได้ช่วยเหลือเฟือฟายกันอีกได้ ก็บอกบุญจะบอกว่าเรี่ยไรก็เชิงๆ นั้น เพราะว่ามันเป็นความจำเป็นรีบด่วนนะ พวกเราก็เป็นอย่างนั้น อันนี้เป็นเรื่องของจิตใจนะ อาตมาว่าเป็นเรื่องของจิตวิญญาณ เป็นเรื่องของสังคมด้วย เป็นเรื่องของพฤติกรรมสังคม เดี๋ยวนี้ทั้งโลกในประเทศไทยหรือต่างประเทศก็ตาม ตอนนี้น้ำท่วมกันเกือบทั่งทั้งโลก เพราะว่าน้ำแข็งขั้วโลกเหนือมันละลายลงมาหลายเซ็นต์เลย เท่าที่อาตมา อาตมาจำไม่ได้ว่ากี่เซ็นต์ ที่เขาไปสำรวจพบว่าน้ำขั้วโลกเหนือมันน้ำแข็งขั้วโลกเหนือมันก็ละลายลงมา เพราะฉะนั้นน้ำทะเลจะสูงและน้ำจะมีมากขึ้น การหมุนเวียนระเหยจากพื้นทะเลพื้นแม่น้ำระเหยขึ้นไปเป็นเมฆ เป็นฝน น้ำ สรุปแล้วก็คือน้ำในในทั่วไปในมนุษย์ในโลกพวกนี้ก็จะมากขึ้น อาตมาก็ยังนึกว่าที่ราชธานีปีนี้นี่น้ำจะไม่ท่วม เพราะมันท่วมมา ๒ ปีแล้วมันท่วมมาก ธรรมดามันก็น้ำหน้าน้ำหน้าฝนมันก็ท่วมมาประมาณหนึ่ง มันไม่ท่วมถึงขนาดนี้หรอกสามัญน่ะ ถ้าจะน้ำท่วมมากๆ ทีหนึ่ง นี่พอท่วมแล้วเสร็จก็จะเว้นไปซัก ๑๐ ปีหรือ ๒๐ ปี มันค่อยมาท่วมอีกครั้งหนึ่ง ๑๐ ปีหรือ ๒๐ ปีมันถึงจะมาท่วมมากขนาดนี้อีกครั้งหนึ่ง ปี’๔๓ มันท่วมมามากละ ต้องนั่งเรือเข้าไปหน้าศูนย์เลย อย่างที่ใครๆ เลยได้ไปปี’๔๓ หน้าศูนย์เรือใหญ่เราก็วิ่ง เรือเครื่องเรา ตอนนี้บ้านราชฯ เมืองเรือ เว้ย มันสมชื่อเลย บ้านราชฯ เมืองเรือพอหน้านี้ก็ต้องเรือวิ่งกันให้ว่อนเลย เรือเล็กเรือใหญ่วิ่งกันให้ว่อนซ่อมกันจะไม่ทันเลยตอนนี้ บ้านราชฯ เมืองเรือแน่ๆ เลยนะ ตอนนี้บ้านราชฯ เมืองเรือ เรือก็ปรับปรุงแต่ละล ๆ ก็ทำพื้นเรือทำอะไรต่ออะไรขึ้น ถ้าใครไปบ้านราชฯ เคยรู้จักบ้านราชฯ ก็จะเห็นภูเขาอยู่ลูกหนึ่ง มีภูเขาอยู่ลูกหนึ่ง ภูเขาดินน่ะนะอยู่ข้างหน้าบ้านราชฯ อาตมาก็คิดอ่านแล้วตอนนี้เรามีเรือเอี้ยมจุ๊นนี่ ลำใหญ่ๆ ที่ทำเป็นเวทีใหญ่แล้ว ปีที่แล้วเราฉลองน้ำเราก็ใช้เรือเอี้ยมจุ๊นนี่ตีพื้นเป็นเวทีใหญ่ เรือลำนี้ชื่อมันว่า “เกียข่วมฟ่า” นะ ชื่อเรือลำนี้ชื่อมันว่า “เกียข่วมฟ่า” น่ะ ปีที่แล้วก็ทำเป็นเวทีเรือ เวทีน้ำ ทำเป็นพื้น พอมาถึงปีนี้ก็เลยปรับปรุงมันขึ้นมาเป็นโรงเรือนแล้ว ทำหลังคาทำอะไรใส่หลังคาใช้ลองเลนจ์ เป็นหลังคาสีเหลือง โอ้โหเลยเรียกเป็นเรือเหลืองเลยตอนนี้ เรียกเรือเหลืองใช้เป็นที่อบรมเป็นที่พักที่อะไรอะไรต่ออะไร คนไปนั่งพักนั่งอบรมนี่ก็เอ้ยแค่นี้เข้าไปในเรือสบายนี่เต็มเรือนี่ไม่ไม่ไม่เต็มหรอก ขนาดนี้ใส่นั่งได้สบาย เรือลำนี้นั่งได้สบาย ขนาดนี้ก็ยังไม่เท่าไร นี่เท่าไร ๓๐๐ ถึงไหมนี่ไม่ถึงหรอก ๒๐๐ กว่าคนมั้งราวๆ นี้ ๒๐๐, ๓๐๐ คนสบาย นั่งได้ซัก ๔๐๐ ๔๐๐ ถึง ไม่รู้จะถึง ๕๐๐ ไหม ถ้าเบียดๆ กันก็น่าจะถึง ๕๐๐ ๕๐๐ ไม่ๆๆ ไม่อันนั่นน่ะไม่ล่ม ไม่ๆๆ ไม่ปริ่ม จะลงไปไม่เท่าไรเลยน้ำหนัก เพราะว่ามันเรือใหญ่น่ะ เรืออย่างนี้เรามีอยู่ตอนนี้ ๗ ลำ นี่เดี๋ยวซื้อไว้อีกลำหนึ่งละแล้วจะขนกันเดือนพฤศจิกา นี้อีกลำ ลำนี้ใหญ่กว่าเพื่อนด้วยกว้าง ๙ เมตร หน้ากว้างมัน ๙ เมตร เรือนี่ยาว ๒๕ เมตร ยาว ๒๕ เมตร ลำนี้จะขนกันในเดือนพฤศจิกา ตอนนี้อยู่บนบก ๔ ลำ พึ่งขนไปแล้วก็เอาตั้งไว้บนบก ๔ ลำ ตอนนี้น้ำท่วมขึ้นไปถึงมันแล้ว แต่ท่วมถึงมันแล้วมันก็มันก็ไม่ขึ้นนะเพราะว่ามันรูเรือมันเท่านี้ ยังไม่ได้ตอกหมันยาชันเลยน้ำมันก็เข้าไปในเรือ แต่ไม่เป็นไร น้ำเข้ามันก็มันก็จะมันก็จะลอยเหมือนกัน ถึงแม้ว่ามันจะน้ำเข้าไปในท้องเรือ มันก็ยังพอลอยก็จะได้ลากจูงเอาไว้ที่ภูเขานี้ แล้วจะยกลำหนึ่งลำใหญ่ขึ้นไปตั้งไว้บนกลางภูเขาเลย ยอดภูเขาเลยเรือลำนี้ แล้วก็จะตั้งสร้างรูปต่อขึ้นมาให้ไปเป็น Restaurant (มีเสียงฮา) (เสียงแทรกบอกว่าเหมือน water world) หาก็แล้วแต่ซิมันจะเป็นมันจะไปเป็นเป็นอ้า ! ก็มันไม่ถึงขนาดนั้นหรอก แหม ๗ เดือน ๘ เดือน มันก็อยู่บนบก มีน้ำก็ประมาณ ๒-๓ เดือนเอง แหม water world อะไรเล่า มันไม่ได้ยิ่งใหญ่ขนาด water world หรอกน่า ของเราก็แค่ของเรานะ จะเป็นเรือแล้วก็จะมีเรือลำประมาณอีกอื่นอีกอยู่สอง, สามลำอยู่ข้างๆ ตอนนี้ก็ให้เขาทำแท่นไว้รอ แต่ว่ายังไม่ได้ทำแท่นเลย น้ำมันท่วมแล้วยังไม่ถึงหรอก ยังไม่ถึงยอดเขา ยังไม่ถึงมันก็ท่วมขึ้นมาแต่ก็ทำงานไม่ได้ จะไปทำอะไรเขาไม่ได้นะ สรุปแล้วก็จะเป็นบ้านราช เมืองเรือมีน้ำ เราก็จะเป็นน้ำท่วม มันก็มีความเดือดร้อนพอสมควร เสียหายอะไรต่ออะไรลอยเก็บกันไม่ทัน มันก็ลอยน้ำไปอะไรต่ออะไรก็เสียหายเป็นล้านเหมือนกัน บ้านราชฯ ทุกปีน่ะ ถ้าน้ำท่วมแล้วมันก็ความเสียหายมันก็รวมแล้วมันก็เป็นล้านๆ ล้านบาท คิดเป็นตัวเงินนะ โน่นนี่อะไรต่ออะไร ความสูญเสียโน่นๆ นี่ๆ ก็ถึงล้านบาทกว่าล้านบาททุกปีน่ะล้านประมาณล้านขึ้นนะ แม้ว่าเราเองเราจะเตรียมตัวเก็บงำคอยระมัดระวังอย่างโน้นอย่างนี้ อะไรก็แล้วแต่ มันก็ไม่ทันมันก็มันก็สูญไปได้ มันก็มีส่วน รั่วซึมหรืออะไรต่ออะไร ก็ค่อยๆ ฉลาดขึ้น ค่อยๆ ป้องกันนะเก็บงำอะไรต่ออะไรขึ้น ก็น้ำท่วมก็ไม่เป็นไรไหนๆ ก็ต้องอยู่ อยู่แล้ว อาตมาก็ว่า ก็เป็นคนอย่างนี้แหละกึ่งน้ำกึ่งบกนะ กลายเป็นคนกึ่งน้ำกึ่งบก มีเรือมีรถว่ากันไปตามเรื่องตามราวของเรา ส่วนไฟไหม้นี่ไม่รู้จะทำอย่างไร เขามาเผาด้วย ก็ยังตำรวจเขาก็ยังสืบกันอยู่ว่ามันมาเผาด้วยประเด็นเรืองโกรธแค้นโกรธเคืองเรื่องอะไร ก็ยังไม่รู้นะ พวกชาวบ้านเขามาถึงร้องห่มร้องไห้เหมือนกันนะ พวกชาวบ้านเขามาก็ร้องห่มร้องไห้ โอ้ เขาบอกมันมาทำกับคนดีๆ ได้อย่างไร นี่มาเผาอย่างนี้เผาอู่ข้าวอู่น้ำของเขาเหมือนกันนะ เขาก็ต้องพึ่งต้องพาเหมือนกัน เพราะเขามาซื้อสินค้าข้าวของ ของกินของใช้อะไรเขาก็มาพึ่งพาเรา เขาก็มาซื้อมาหา เราก็ขายเขาอย่างบุญนิยมน่ะ พวกลูกค้าทุกวันนี้ ลูกค้าบุญนิยมนี่มาอุดหนุนเราเพิ่มขึ้นมากขึ้น เพราะว่าเราเอง เราทำด้วยจิตใจ ทำด้วยความเข้าใจ แล้วก็ทำด้วยเท่าที่เราทำได้ เราก็พยายามทำให้ดีที่สุดน่ะ ในอุดมการณ์ของขาวอโศก เรานี่มีที่สุดอยู่ ๕ ที่สุดจำไว้ ๕ ที่สุดจำไว้นะ ๑. ดีที่สุด ต้องพยายาม มันจะดีอยู่ในมุมไหน แง่ไหน ก็แล้วแต่ เราจะแต่ต้องดีที่สุด ๒. ถูกที่สุด มันถูกที่สุด ๓. เร็วที่สุด เราต้องเร็วด้วย นอกจากนอกจะดีแล้วก็ต้องถูกด้วยนะราคาถูก ไม่เอาแพงกันจริงๆ ถูกเท่าไรได้ก็ถูกลงไป เร็วที่สุดสาม ๔. งามที่สุด ต้องเอาอย่างนั้นด้วยนะ เราไม่เอาคำว่าสวย เราเอาคำว่างาม งาม มันดูดีกว่าสวยน่า งามที่สุด ๕. ทนที่สุด ด้วยนี่ ๕ ห้าที่สุดของเราชาวอโศกของเรามีห้าที่สุดนะ เพราะฉะนั้นอะไรก็แล้วแต่เรามีอุดมการณ์อย่างนี้จริงๆ ทำให้ดี เจตนาให้ดี แล้วก็อย่าให้มันแพงให้มันถูก แล้วก็ให้มันเร็ว อย่าไปเชื่องช้าง่อกแง่ก มันไม่ได้ทันกินอะไร ทุกวันนี้อะไรก็เร็วหมดแล้วเดี๋ยวนี้มันช้าไม่ได้หรอกไม่ทันการณ์ แต่เร็วก็ไม่เอาเร็วลวกๆ เร็วสะเพร่าไม่เอา ต้องเร็วก็ต้องละเอียดลออดีงามน่ะ ที่ ๔ ที่สุดอันที่ ๔ ก็คือ งาม ให้ดีให้ดูงาม นอกจากจะดีแล้วก็ดี งาม สวยอะไรก็แล้วแต่งามที่สุดนะ อันสุดท้ายทนที่สุดต้องได้ยืนนานยั่งยืนทนทานดีอะไรด้วยนะ นี่เป็นสิ่งที่เราเจตนาแล้วเราก็ทำกันมา เพราะฉะนั้นแม้แต่ร้านค้านี่ เราสินค้าเราเองเราก็พยายามผลิตให้มันเป็นอย่างนี้ แม้สินค้าที่จำเป็น เราไม่ค้าขายสินค้าที่เป็นเครื่องฟุ่มเฟือย หรือว่าเป็นเรื่องที่มอมเมา มิจฉาวนิชชา ๕ นี่อย่างนี้เป็นต้น ละเว้นเราไม่เอาเราไม่ค้าขาย มันจะร่ำจะรวยจะได้เงินทองมากมาย เราก็ไม่เอา มันทำร้ายบุคคลทำร้ายมนุษยชาติ เราไม่เอา เพราะฉะนั้น เราค้าอย่างนี้เรามีอุดมการณ์และทำอย่างจริงใจ มันก็เลย คนก็เลย ถือเป็นที่พึ่งอันหนึ่งเหมือนกัน เขาก็มาช่วยมาซื้ออุดหนุน เราก็ทำงานหนักขึ้น เพราะว่างานเราต้องค้าต้องขายมากขึ้น เราก็ต้องมีหมุนเวียนสินค้าทั้งของข้างนอกเขาด้วย เราก็ต้องเอามาหมุนเวียนค้าขายด้วย ของข้างในเราผลิตด้วย อะไรที่สมควรอะไรที่จำเป็นเราก็เอามาเสนอ เพราะฉะนั้นของถึงเมื่อร้านบางทีมันร้านไม่ยิ่งไม่ใหญ่ไม่โตเหมือนกับ โลตัส คาร์ฟู อะไรของเขา ก็มันไม่ถึงขนาดนั้นหรอก แต่เราก็พอสมควรนะก็แปลกนะ แปลกที่คนก็เข้าใจแล้วคนก็มา อย่างศาลาค้าที่ปฐมอโศกนี่ร้านค้ามันอยู่ตั้งข้างในแน่ะ ใครเคยเข้าไปก็จะรู้ ต้องเดินทางเข้าไปข้างในน่ะนะ พลังบุญนี่ขายสู้ไม่ได้นะ นี่อยู่ติดถนนใหญ่นี้เลยนะถนนนวมินทร์ เบ้อเร่อบ้าร่าอะไร อยู่ข้างอยู่ในกรุงด้วยนะ ขายสู้ไม่ได้หรอก โอ้ พวกเรานี้ เพราะอะไร เพราะว่าพวกเรานี่ทำอย่างจริงใจและคนเขาก็เชื่อถือ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งดีงาม เราจะต้องไม่ฉวยโอกาส ไม่ทำอะไรให้มันเหลวไหล ต้องทำให้มันยั่งยืนให้มันดีงามขึ้น ยิ่งขึ้น ยิ่งขึ้น ยิ่งขึ้นไปนี่เป็นเรื่องของคนนะ ถ้าคนเราทำอะไรได้เพื่อกันและกัน ไม่ใช่เพื่อที่จะไปเบียดเบียนกันเอาเปรียบเอารัดกัน แต่เราเป็นไปเพื่อที่จะเกื้อกูลกัน เสียสละ สร้างสรร ทำไม ชาวอโศกเสียสละได้ เพราะชาวอโศกมาเรียนรู้ปฏิบัติธรรมกับพระพุทธเจ้าของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าสอนอะไร พระพุทธเจ้าสอนให้มักมากหรือให้มักน้อย อย่าตอบ อย่าตอบ เดี๋ยวสอบตก (เสียงหัวเราะ) อย่าตอบ อย่าตอบออกมา แหม อาตมากลัวสอบตก พระพุทธเจ้า ไม่ต้องเอาพระพุทธเจ้าหรอก สามัญสำนึกใครก็รู้ว่ามักมากกับมักน้อยอะไรมันดีกว่ากัน ใช่ไหม ใครก็รู้ไม่ต้องไปถึงพระพุทธเจ้าตรัส แต่แน่นอนอุดมการณ์ของพระพุทธเจ้าท่านสอนให้คนมักน้อย มักน้อยคืออะไร ไม่เรียนกัน ไม่เรียนแต่ไปเรียนความมักมาก มีมหาวิทยาลัยไหน ที่ไหนบ้างที่สอนแล้วให้มักน้อย ไม่มี มีแต่สอนให้มักมาก สอนไปแล้วก็จะต้องให้รู้ เราไม่ว่านะความรู้มากเราไม่ว่านะ ความสามารถมากเราไม่ว่านะ แต่มีความรู้มากความสามารถมาก มีไปเพื่อเกื้อกูลคนอื่นแล้วตัวเองได้มาน้อยๆ นี่คือ มักน้อย เอออย่างนี้ถูก แต่นี่มีมาเพื่อที่จะตัวเอง มีความสามารถมากๆ มีความรู้มากๆ ไปเพื่อที่จะไปกอบโกย เอามากๆ นั่นคือ มักมาก มหัปปิจฉะ ใช่ไหม ไปถึงแหมฉันจบปริญญาตรีนะ โทนะ เอกนะ ต้องตีราคาเพิ่มให้มากๆ นะ ที่นี่ให้เท่านี้เหรอ เอ๊อ ที่โน่นเขาให้เท่าโน้นแน่ะ มากกว่าก็ไปเอาที่มากๆ กว่ามีไหม ไปดู ที่นี่ไปสมัครงานที่นี่เขาให้ที่นี่เอ๊อ ที่นี่ให้แปดพันที่นี่ให้หกพัน โอ๊ แปดพันเราไม่เอาหรอก เรามาเลือกเอาหกพัน มีไหม ไม่มีน่ะ แหมที่นี่ให้แปดพัน ที่นี่ให้หกพัน เอออย่างนั้นเราเอาหกพันไม่เอาละแปดพัน มันมักมาก ต้องมาเอาหกพัน จะไปเอาเรื่องอะไรแปดพันเสีย เสียสภาพ เสียมนุษย์ มนุษย์เลวลงนะมนุษย์ไปเอาแปดพัน มันมักมาก ใช่ไหม มักมากใช่ไหม ไปเอาแปดพัน ไม่เอาหกพัน มันมาก ใช่ไหม ไม่เอา เสียมนุษย์ ต้องมาเอาหกพัน มีพระพุทธเจ้าเท่านั้นละสอน มีอโศกนี่ละสอนอย่าไปเอาแปดพันเอาหกพัน คนเรามันจะต้องมาเอาอย่างนั้น แล้วอยู่ให้ได้ สันโดษให้ได้ หกพันใช้ให้พอ หกพันก็มากแล้ว เอ๊อ ถ้าหกพันมันมากไป ไปหาสี่พันที่ไหนเขาจะจ้างเรา เดือนละสี่พัน ไปเอาที่นั่นน่า ฟังดีๆ นะ ฟังธรรมอาตมานี่อาตมามาบรรยายธรรมะของอาตมานี่ โลกไม่สอนอย่างนี้โลกสอนอย่างโลกียะสอนอย่างทุนนิยม มีแต่จะเอาเปรียบเอารัดมีแต่ได้เปรียบเอาเปรียบทั้งนั้น แล้วคิดดูซิ ทุกคนบอกว่าคนเจริญหรือคนที่มีความรู้ คนที่พัฒนาคนไฮโซคือคนที่จะต้องไปมีเปรียบเป็นคนไปได้เปรียบและดำเนินวิถีชีวิตด้วย มหัปปิจฉะ ด้วยการมักมากหรือด้วยการกอบโกย หรือด้วยการเอามาให้แก่ตัวเองมากขึ้น ๆ นี่คือความหมายของ มหัปปิจฉะ เขาเดินทางคนละทิศกับที่พระพุทธเจ้าท่านสอน พระพุทธเจ้าท่านสอน อัปปิจฉะ สันตุฏฐิ ปวิเวกะ อสังสัคคะ วิริยารัมภะ พวกนี้เป็นคนสอนของพระพุทธเจ้า หรือพระพุทธเจ้าสอน สุภระ สุโปสะ อัปปิจฉะ สัลตุฏฐิ สัลเลขะ ธูตะปาสาทิกะ อปจยะ ไม่สะสม วิริยารัมภะให้ขยันเข้าไว้ให้มากๆ วิริยารัมภะนี่ปรารภความเพียร ให้มีความเพียรมีความขยันให้มากๆ แต่ไม่สะสมอย่างนี้คือคำสอนของพระพุทธเจ้า นี่ก็ไปรณรงค์กันจะให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติไทย แต่สอนอย่างนั้นน่ะขายขี้หน้าพุทธ แล้วยังจะเอาพุทธมาเป็นศาสนาประจำชาติ นี่กำลังจะไปรณรงค์กันวันที่ ๑๗, ๑๘ นี่จะไปตั้งม็อบกันอะไรกัน จะให้รัฐต้องตั้งชื่อกระทรวงใหม่นี่เขามีกระทรวงใหม่ คือกระทรวงศาสนาและวัฒนธรรม ไม่ยอมต้องตั้งชื่อว่ากระทรวง พุทธศาสนาและวัฒนธรรม ว่าอย่างนั้น หาและวัฒนธรรมไทยน่า กระทรวงพุทธศาสนาและวัฒนธรรมไทย ว่าอย่างนั้น จะไปรณรงค์ต้องให้ใส่ความนี้คำนี้ อาตมาก็ว่ามันจะอะไรกันนักกันหนา ตอนแรกท่านจันทร์ ได้รับหนังสือเชิญไปร่วมประชุมในเรื่องนี้ อาตมายังไม่รู้รายละเอียดนักก็ให้ไป พอไปแล้วมาได้ข้อมูลรายละเอียดว่า จะไปรณรงค์เพื่อที่จะต่อสู้ให้ตั้งชื่อกระทรวงนี้ว่า กระทรวงพุทธศาสนาและวัฒนธรรมไทย บอกว่าเลิกไปได้แล้ว ไม่ต้องไปรณรงค์ ไม่ต้องไปแย่งไปชิง เอ้าคำว่าพุทธ คนที่เกิดมาเป็นคริสต์เขาก็เกิดในประเทศไทยตั้งหลายชั่วคนแล้ว ปู่ย่าตาทวดเขาก็อยู่ที่นี่ เกิดที่นี่มาเป็นคนไทยแล้ว เดี๋ยวนี้ก็เป็นทั้งเชื้อชาติไทยสัญชาติไทยกันแล้วเลือดไทย ให้ไปอยู่ที่อื่นเขาก็ไม่ไปแล้ว เขาก็เป็นคนไทยนี่แหละ แม้เขาจะเป็นคริสต์เขาจะเป็นอิสลาม หรือจะเป็นพราหมณ์ นี่สายศาสนาพราหมณ์ ศาสนาฮินดู ก็ยังมีในเมืองไทย แล้วเขาไม่เป็นคนไทยหรือไง แล้วตั้งกระทรวงนี่จะมาดูแลแต่ศาสนาพุทธเหรอ แล้วศาสนาอื่นปล่อยปละละเลย ทิ้งขว้างเขาเหมือนกับเขาไม่ใช่คนไทย ทำไมใจมันแคบอย่างนี้ละคน เขาคิดอย่างไรของเขา กระทรวงศาสนาก็เขาส่วนน้อย ก็ดูแลเขาส่วนน้อย พุทธส่วนมากก็ดูแลส่วนมาก ก็เกื้อกูลกันอยู่ด้วยกันเป็นคนด้วยกัน มีอะไรที่มันจะยึดถือหรือมันจะเชื่อถือไปห้ามความเชื่อของมนุษย์ได้อย่างไร ก็เชื่อกันไปคนละอย่าง จะไปเชื่ออย่างพราหมณ์ จะไปเชื่ออย่างคริสต์ จะไปเชื่ออย่างอิสลาม ก็เป็นไปได้ ถึงอย่างไร ๆ แต่ละศาสนาก็พาไปสู่ความเจริญความดีกันทั้งนั้นแหละ ไม่มีศาสนาไหนจะสอนให้ไปสู่ความเสื่อมหรอก แต่มันมีนัยละเอียดที่ต่างกันในจุดเป้าหมายสูงสุดเท่านั้นเอง ในนัยหรือในทฤษฎีที่มันจะพาไปของศาสนาแต่ละศาสนา ศาสดาก็สอนไปในทฤษฎีอย่างนั้นอย่างนี้ ก็อาจจะแตกต่างกันบ้างในรายละเอียดนะ ส่วนในโครงใหญ่ๆ เนื้อหาใหญ่ๆ ก็พาให้คนเจริญทั้งนั้นแหละ จะไปรังเกียจรังงอนอะไรกันมากกันมาย ใครอยากจะนับถือศาสนาอะไร อาตมาเคยพูดนะ เคยบอกใครจะไปอยู่ นี่พวกเรานี่แหละ เป็นพุทธนี่แหละ ใครอยากจะเปลี่ยนศาสนาไปอยู่ ไปอยู่พุทธ ไปอยู่คริสต์ ไปอยู่อิสลามอะไร ได้บอกได้ บอกอาตมาได้ อาตมาจะส่งเสริมให้ไปอยู่แต่มีเงื่อนไข มีเงื่อนไขว่าถ้าไปอยู่กับคริสต์ศึกษาคริสต์ให้ดีๆ คำสอนของพระศาสดาให้ดีๆ แล้วปฏิบัติตัวให้ดีๆ อย่าไปทำเสียๆ หายๆ จะไปอยู่อิสลามก็ไปอยู่ดีๆ และไปทำให้ดี มีเงื่อนไขเท่านั้นแหละมีเงื่อนไขว่า ต้องไปเรียนรู้ปฏิบัติให้ไปตามศาสดาที่ท่านสอนให้ดีๆ ก็แล้วกัน มีเงื่อนไขเดียว ถ้าจะไปก็ไปได้อาตมาก็ส่งเสริม ไม่มีปัญหาอะไรนะไม่ได้รังเกียจรังงอนอะไร จะเป็นคริสต์ เป็นพุทธ เป็นอิสลาม เป็นพราหมณ์ เป็นฮินดู อะไรก็ว่ากันไป ไม่มีปัญหาอะไรหรอกนะ เพราะฉะนั้น คนเราถ้าเผื่อว่าในชีวิตชีวิตหนึ่งนี่ ไม่เข้าใจการดำเนินชีวิต ไม่เข้าใจแนวทางของชีวิตว่าเราจะดำเนินไปอย่างไร ดำเนินไปสู่ดี ดีนั้นคืออะไรบ้าง ดีนั้นคืออะไรบ้าง ถ้าไม่เข้าใจแล้ว แล้วเราก็ไม่พากเพียรจริงๆ ปล่อยปละละเลย ปล่อยให้อยู่กับโลก ๆ มันพาเป็น อ้าอย่างนี้มันเป็นความสุข อย่างนี้มันเป็นความเจริญ เจริญอย่างโลกๆ หลวมๆ น่ะ มอมเมากันด้วยซ้ำไป อย่างนี้ถือว่าความเจริญ ยกตัวอย่างอย่างที่พูดไปเมื่อกี้นี้แหละ ไปเอาเปรียบเขาได้เจริญนะ พอได้เปรียบเขาได้แหมปีนี้กิจการธุรกิจของเราได้กำไรร้อยล้าน แหมฉลองคนที่จะได้กำไรร้อยล้านนี่นะเอาเปรียบเขาไหม ต้องเอาเปรียบเขาไหม ถ้าเข้าใจทีอาตมาอธิบายแล้วว่าลักษณะการคิดอย่างทุนนิยมที่ถือว่าเป็นกำไรส่วนเกินนี้ มันเป็นการเอาเปรียบ มันเป็นการเอาเปรียบไม่ได้เสียสละอะไรหรอก เพราะวิธีคิดทุน เขาคิดค่าแรงงานของคนด้วย อย่าว่าแต่คิดค่าแรงงานเลย ค่าอะไรที่เขายังไม่มองไม่ออก มันจะมีค่าอะไรเหลือขาดหกตกหล่อนนะ Error เขาก็ยังบวกไว้เลย ๓%, ๕%, ๘% แล้วแต่ บริษัทไหนก็แล้วแต่เขาจะคิด ยังบวก Error ไว้อีกด้วยซ้ำ คือคิดเอาเปรียบไว้หมด นี่ทุนนี่ไม่ให้ขาดไม่ให้กระเด็นเลย เกินทุนจึงถือว่ากำไร แล้วถ้าได้กำไรมากตั้งเป้าไว้ได้มากได้ร้อยล้านดีใจฉลอง ฉลองการเอาเปรียบได้ฉลองความเลวของตัวเองนะ ฉลองสิ่งที่ตัวเองทำชั่ว เพราะอยู่ในสังคมเอาเปรียบสังคม เอาเปรียบเขาแล้วได้ชั่วมาก คือได้การเอาเปรียบมาเยอะๆ แล้วฉลองดีใจดีใจแล้วเขาก็ดีใจอยู่อย่างนั้นจริงๆ เลย ปีหน้าต้องตั้งเป้า ปีนี้ได้ร้อยล้านปีหน้าต้องเอาห้าร้อยล้าน ปีต่อไปต้องเอาพัน, สองพันล้าน เขาจะเอาการ อัตราการก้าวหน้า ความเจริญของเขาว่า นี่เป็นความเจริญ ความเจริญที่ตัวเองชั่วลงในสัจธรรม ความเป็นสัจธรรมตังเองชั่วลงเลวลง แนวคิดนี้เป็นแนวคิดที่เหลวไหล เป็นแนวคิดเสียหายเป็นแนวคิดแห่งความเสื่อม มาถึงวันนี้แล้วโลกทุนนิยม มันจึงพาเสื่อมหมดเลย แล้วมีวิธีการครอบงำโลก ประเทศที่เป็นทุนนิยมหลักๆ ทุกวันนี้ นี่ก็พยายามที่จะหาทางเอาเปรียบผู้ที่ด้อยกว่าไปตลอดทั่วทุกประเทศในโลกอย่างที่เขากระทำ ที่อาตมาพูดนี่ไม่ได้ไปรังเกียจรังงอนไม่ได้ไปโกรธไปเคืองอะไรหรอก แต่อาตมาพูดสัจจะสู่ฟัง เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าไม่เข้าใจสัจธรรมที่เจริญชัดเจนดีอย่างดีแล้วก็ไม่มีทางเปลี่ยนแปลง มนุษย์ไม่มีทางเป็นอยู่สุข มีแต่จะรังแกกันแล้วก็ปรามปรามกันเอาเปรียบเอารัดกันอะไรต่างๆ นานา ด้วยเชิงกลด้วยวิธีการที่ชาญฉลาด ใครฉลาดเหนือกว่าและมีอำนาจเหนือกว่าก็สามารถที่จะยึดอำนาจยึดความมีเปรียบอันนั้นอันนั้นได้สำเร็จ โลกก็ไปไม่รอดสังคมไปไม่รอดอย่างนี้เป็นเรื่องที่เสียหายมาก อาตมาก็ภาคภูมิใจนะว่าสัจธรรมของพระพุทธเจ้า มาถึงวันนี้ยัง อกาลิโก ก็ยังมีผลที่พิสูจน์ได้เป็น เอหิปัสสิโก เอหิปัสสิโกก็คือท้าทายให้พิสูจน์ได้ อกาลิโกก็หมายความว่าไม่จำกัดกาล ไม่จำกัดเวลา ไม่จำกัดกาละ แม้กาละนี้ธรรมะของพระพุทธเจ้าก็ยังสามารถปฏิบัติได้ ได้คืออะไร ก็คือคนเรา กล้าจน อัปปิจฉะ มักน้อยมากล้าจน ไม่ต้องไปกล้ารวย แล้วก็ไม่ต้องไปสะสมความรวย มาสะสมความจน ทุกวันนี้นี่อาตมานี่จะพูดข้นพูดเข้มพูดเข้าเนื้อๆ เนื้ออย่างเข้มอย่างงวดๆ เลย แก่นๆ แกนๆ เลย ทุกวันนี้อาตมาจะเทศน์แก่น แก่นแกนเข้าหาเนื้อ อย่างเข้มข้นมาก เพราะฉะนั้นพวกเราคนที่ติดตามฟังแล้วก็ฟัง ฟังเข้าใจได้เร็ว ส่วนข้างนอกจะนานๆ มาทีหรือว่าคนไม่ค่อยได้ยินได้ฟัง ทิศทางที่อาตมาเทศน์นี่ก็จะสงสัยยังงง โอ๊ ถ้ามาจนมันอย่างไรคนเรามาจน พระพุทธเจ้าสอนเรื่องจนหรือ สองเรื่องจน อัปปิจฉะก็คือกล้าจนเรื่องจน อปจยะ, อปจยะแปลว่าไม่สะสมสอนให้ไม่สะสมด้วยซ้ำไป เป็นอนาคาริกชนคือคนที่ไม่ต้องมีทรัพย์ศฤงคาร ไม่ต้องมีบ้านช่องเรือนชานเป็นของตัวเอง พระพุทธเจ้านี่ไม่ใช่ทันสมัยนะ ท่านล้ำสมัยนะพระพุทธเจ้านี่ความรู้ของพระพุทธนี่ล้ำสมัยทุกยุคมาตลอดกาลนานเลย มันจะนำหน้า ยิ่งทุกวันนี้ยังนำหน้าเลย คนเรามาหัดจนนี่ เป็นคนเจริญกว่าเขา คนที่ยังงมงายอยู่ยังงุ่มๆ ง่ามๆ อยู่ พวกนี้พวก clumsy man พวก clumsy man พวกที่เป็นคนที่เดินงุ่มง่ามไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรกับเขา โลกมอมเมาก็หลงไปตามโลก จะต้องไปรวย จะต้องไปแย่งชิงมากๆ รวยมากๆ มาฉลองความรวยอะไรต่างๆ นานา อย่างที่เขาเป็นนี่ โอ๊ นั้นมันเก่าแล้ว มันล้าสมัยแล้วล่ะปู่ มันยังเป็นคุณปู่คุณทวดอยู่เลย มันล้าสมัยแล้วล่ะปู่ไม่ทันการณ์เขาแล้ว สมัยนี้เขาต้องมาหัดจน คนที่หัดจนนี่คือคนที่กล้าหาญ คือคนที่มีประโยชน์ต่อโลก จนไม่ใช่จนอย่างโง่ๆ เง่าๆ จนอย่างฉลาด จนอย่างมีวิสัยทัศน์ จนอย่างม
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive