งานปลุกเสกพระแท้ๆของพุทธ ครั้งที่ ๓๙.doc.docx

โฟลเดอร์2558_ปลุกเสกฯครั้งที่ ๓๙ บ้านราขฯ
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์37 KB
วันที่แก้ไข22 มกราคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

งานปลุกเสกพระแท้ๆของพุทธ ครั้งที่ ๓๙ วันอาทิตย์ที่ ๕-เสาร์ที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๕๘ ณ พุทธสถานราชธานีอโศก ปรับเวลากิจกรรมเพื่อเตรียมงานตลาดอาริยะ

_วันเสาร์ที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๘ มีพิธีรับกลด ของนักเรียนสัมมาสิกขาชั้นม.๖ และมีพิธีแจกขวัญธรรมที่เฮือนศูนย์สูญ

ปีนี้ที่บ้านราชฯก่อนงานปลุกเสกฯ มีการปรับพื้นที่บริเวณริมมูน เพื่อจัดเป็นสถานที่จอดรถ และเป็นที่จัดตลาดอาริยะ รอบๆชุมชนมีการขุดลำธาร ชื่อว่า “ลำธารถอยหลังเข้า”

งานปลุกเสกฯครั้งนี้ มีการปรับเปลี่ยนเวลาทำวัตรเช้าจาก เวลา ๐๓.๓๐-๐๖.๐๐ น. มาเป็นเวลา ๐๔.๐๐-๐๖.๓๐ น. และเพื่อที่จะให้ได้มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น เนื่องด้วยจะได้เตรียมสุขภาพให้ดี เพื่อลุยงานตลาดอาริยะที่จะมีต่อจากงานปลุกเสกฯ มีการบำเพ็ญคุณในภาคเช้า และภาคเย็น ในเวลาที่อากาศไม่ร้อนมาก และให้มีรายการอบรมธรรมในศาลาในช่วงที่อากาศร้อน เช่นช่วงบ่ายก็นำเอารายการภาคค่ำตามตารางเดิมมาบรรจุไว้ในช่วง ๑๔.๐๐-๑๖.๐๐ น. ส่วนในช่วง ๑๘.๐๐-๒๐.๐๐ น.ก็ให้เป็นเวลาพักผ่อน ถือว่าเป็นการปรับเปลี่ยนเวลาใหม่ในงานปลุกเสกฯครั้งใหญ่เลยทีเดียว

และได้มีการเลื่อนพิธีรับเข็มพระธรรม ว.บบบ. ออกไป จากเดิมจะให้มีพิธีรับเข็มพระธรรมในวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๕๘ หลังงานอโศกรำลึก โดยให้ไปรับเข็มพระธรรมในงานอโศกรำลึกแทน เพื่อไม่ให้เสียเวลาและแรงงานในการเตรียมงานตลาดอาริยะที่จะจัดหลังจากงานปลุกเสกฯ

วันอาทิตย์ที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๘ _๐๕.๐๐-๐๘.๐๐ น . ประชุมการศึกษาบุญนิยม ส.เดินดินกล่าวเปิดประชุม ว่าทุกวันนี้เราต้องยอมจำนน งานเรามากขึ้น บ้านราชฯเรื่องราวมากมาย กำลังสร้างบ้านแปลงเมือง หลังงานปลุกเสกฯ ก็มีงานตลาดอาริยะ สิ่งที่เราต้องการคือ "คนที่ดี" ...จากนั้นมีการระดมความเป็น เรื่องปัญหาในสถานศึกษาของตน การพัฒนาคุรุ ก

อ่านต่อ

ารเขียนหนังสือให้มีหัว การแก้ปัญหาเด็กพูดคำหยาบ เด็กทำผิดระเบียบเรื่องทรงผม เป็นต้น

_๐๘.๓๐-๑๑.๐๐ น. พิธีเปิดงานปลุกเสกพระแท้ๆของพุทธครั้งที่ ๓๙ พ่อครูเทศนาธรรมและนำปฏิญาณ ศีล ๘... เขา ทำการปลุกเสกฯ กันหรือปริวาสกรรมกันก็ให้ญาติโยมไปทำพิธีแล้วไปทำงานอะไรตามเขา มันไม่ใช่อยู่กรรม แต่เป็นการทำมาหากินไปเสีย มันเป็นการอยู่เวรกรรม ไม่ได้ดีอะไร ก็เลยคิดจัดเอง ก็ไม่เรียกว่าอยู่กรรมหรือปริวาสกรรม เราก็เลยตั้งชื่อเองเช่นบำเพ็ญสติปัฏฐานวิปัสสนาจำชื่อไม่ได้แล้ว ก็จัดเช่นนั้น สัก ๒ครั้ง แรกเร่ิมมีคนร่วมสัก ๕๐คน ทำกันสักสามวันหรือสิบวันอะไรอย่างนี้ แล้วก็เห็นว่าไม่เข้าที ก็เลยปรับรูปแบบ มาจัดแล้วตั้งชื่อ เพื่อให้ยืนยันสัจจะ

เขา มีการทำพิธีปลุกเสกฯ หรืออยู่ปริวาสกรรม เพื่อให้สะอาดบริสุทธิ์เป็นพุทธแท้ อาตมาก็เอาความหมายเหล่านี้มาใช้ ก็ตั้งเป็นชื่อ พุทธาภิเษกสุดยอดปาฏิหาริย์ คือเป็นอนุสาสนีย์ปาฏิหาริย์ เป็นการพุทธาภิเษกฯหรือปลุกเสกฯคนให้เป็นคนอาริยะไม่ใช่ปลุกเสกฯ อิฐ-หิน-ดิน-ปูนเหมือนเขา เราใช้ว่า ปลุกเสกพระแท้ๆของพุทธ ที่ศีรษะอโศก และที่ศาลีอโศกจัดพุทธาภิเษกสุดยอดปาฏิหาริย์ แรกๆ มีคนหอบพระเครื่องมาปลุกเสกฯแต่อย่างใด คำว่าปลุกเสกฯคือทำให้ตื่น ปลุกให้ตื่น ทำให้เกิด ตื่นจากความงมงายหลงโลกโลกีย์ จุดสำคัญของศาสนาพระพุทธเจ้าคือชาคริยานุโยคะ ทำให้คนตื่นจากความถูกครอบงำด้วย โลกธรรม สุขด้วยกาม หรือกามสุขขัลลิกะ สุขด้วยอัตตา หรืออัตตทัตถสุข จากนั้นพ่อครูนำกล่าวปฏิญาณ ศีล ๘

คำกล่าวนำปฏิญาณอุโบสถศีล [พากล่าวคำ นโมตัสสะ ภควโต ฯ ๓ จบ ก่อน] ณ บัดนี้ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอตั้งจิตปฏิญาณ ในงานปลุกเสกพระแท้ๆของพุทธ ครั้งที่ ๓๙ นี้ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าพเจ้าทั้งหลาย จะขอบำเพ็ญธรรม ประพฤติตน อยู่ในศีล ๘ อันได้แก่ _ปาณาติปาตา เวรมณี จะตั้งใจประพฤติ เว้นขาดการฆ่าสัตว์ เว้นขาดความโหดร้ายทารุณ เว้นขาดการเบียดเบียนใดๆ จะพยายามสร้างเมตตาธรรม _อทินนาทานา เวรมณี จะตั้งใจประพฤติ เวนการขโมย เว้นขาดการเอาของผู้อื่นด้วยเชิงเอาเปรียบ จะพยายามสร้างสัมมาอาชีพ ขยันสร้างสรร เสียสละ ละเลิกความโลภ ความเห็นแก่ตัว _อพรหมจริยา เวรมณี จะตั้งใจประพฤติ เว้นขาดเรื่องเมถุนธรรม เว้นขาดเรื่องกามคุณ จะเป็นผู้ละเลิกราคะ จะเป็นผู้กำหนดรู้เท่าทันในกาม _มุสาวาทา เวรมณี จะตั้งใจประพฤติ เว้นขาดการพูดปด เว้นขาดการพูดหยาบ เว้นขาดการพูดส่อเสียด เว้นขาดการพูดเพ้อเจ้อ จะพยายามพูดเป็นสารัตถะ เป็นธรรม _สุราเมรย มัชชะ ปมาทัฏฐานา เวรมณี จะตั้งใจประพฤติ เว้นขาดการเสพติดมัวเมา มีอบายมุขทั้งหลายเป็นต้น มีกามต่อมา มีโลกธรรม ๘ อีก และจะเว้นขาดการยึดภวอัตตภาพทั้งปวง _วิกาลโภชนา เวรมณี จะตั้งใจประพฤติ เว้นขาดจาก อาหารและเครื่องใช้ ที่ควรเว้นควรเลิก จะกินจะใช้ตามที่กำหนด จะเป็นผู้พยายาม เป็นผู้มักน้อยและสันโดษ _นัจจะคีตะ วาทิตะ วิสูกะทัสนา มาลาคันธะ วิเลปนะ ธารณะ มัณฑนะ วิภูสนฐานา เวรมณี จะตั้งใจประพฤติ เว้นขาดจากท่าทางอันไม่สมควร คำพูดที่มีเสียงสำเนียงอันไม่สมควร เช่น ฟ้อนรำ ดนตรี เป็นต้น เว้นขาดจากดอกไม้ของหอม เครื่องตกแต่งพอกทา เครื่องประดับ เว้นขาดจากฐานะแห่งการแต่งตัว แต่งงามประดิษฐ์ประดอย _อุจจาสยนะ มหาสยนา เวรมณี จะตั้งใจประพฤติเว้นขาดจากที่นั่งที่นอนใหญ่ เว้นขาดจากการรับของใหญ่ เว้นขาดจากการสะสมของใหญ่ ที่สุด เว้นขาดการหลงติดความใหญ่ ศีลทั้งหลายเหล่านี้ หากข้าพเจ้าทั้งหลายไม่ตั้งใจประพฤติ ข้าพเจ้าทั้งหลายย่อมไม่เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลายย่อมไม่ได้ผล ถ้าหากข้าพเจ้าทั้งหลายตั้งใจประพฤติ ก็ย่อมได้ ตามธรรมสมควรแก่ธรรม ดังนั้น ข้าพเจ้าทั้งหลายจักตั้งใจศึกษาฝึกฝน พากเพียรบำเพ็ญ ตามที่หมู่คณะ ได้นำพา ช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกันด้วยดี ให้สุดความสามารถ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอตั้งใจ ปฏิญญาณไว้ ณ โอกาสนี้ ตามนี้.

_๑๔.๐๐-๑๖.๐๐ น . ปฐมนิเทศ โดยส.ฟ้าไท สมชาติโก ส.ดวงดี ฐิตปุญโญ ส.ด่วนดี สุชโว สม.กล้าข้ามฝันอโศกตระกูล ... ซึ่งส.ฟ้าไท ได้กล่าวถึงว่า งานปลุกเสกฯปีนี้อากาศค่อนข้างร้อน บ้านราชฯกำลังปรับพื้นที่ จึงงดรายการธรรมะบนกระดานไป งานนี้จะมีการบำเพ็ญคุณช่วยเตรียมงานตลาดอาริยะ และสม.กล้าข้ามฝันได้กล่าวถึง งานนี้เร่ิมต้นมีความไม่ลงตัวของสภาพแวดล้อม ของอากาศ จิตที่เป็นตัวมารร้ายอาจมาทำให้เราหลบให้ชะลอความเพียร พอมาเจอความจริง ร้อนอยู่ตรงไหน ก็จะเจอโอปปาติกะ การมีงานมากกิเลสก็ปรากฏชัด เดี๋ยววันๆก็ผ่านไป การทำงานคือการปฏิบัติธรรม ....

_๑๘.๐๐-๒๐.๐๐ น. รายการสัมภาษณ์ปฏิบัติกร ชุด "แผ่นดินพุทธ" ดำเนินรายการโดย สม.ผาแก้ว ชาวหินฟ้า สัมภาษณ์ ชุด ๑(ดช.ล่าฟื้น กีตา(มะขาม) ดญ.ชนิดา(ปอ) หินประจักษ์ ดญ.แก้วกลั่นพร(โมกข์) หิรัญเขว้า ดช.ล่าฟื้น กีตา มาอยู่บ้านราชฯ ๑๒ ปีแล้ว ตัวเล็กแต่แข็งแรงอยู่ที่นี่ภูมิใจได้กินเจ ไม่หลุดไปกินเนื้อสัตว์เลย ดญ.ชนิดา(ปอ) หินประจักษ์ คุณพ่อของปอ รู้จักชาวอโศกทาง FETV ก็รู้สึกภูมิใจที่ได้มาอยู่ที่นี่ รู้สึกปลอดภัย คนที่นี่ถือศีล ๕ ไม่ทำร้ายกัน หนูกลับบ้านไปก็ไม่กินเนื้อสัตว์ ไม่อยากเอาชีวิตเขามาต่อชีวิตเรา แม้ไข่ก็ไม่กิน ดญ.แก้วกลั่นพร(โมกข์) เกิดที่นี่ มีช่วงหนึ่งไม่ได้อยู่ที่นี่ ก็คิดถึงบ้านราชฯมาก อยู่กทม.ก็ไม่ใช่บ้านเรา ประทับใจหลวงปู่ที่มาสร้างที่นี่ การทำงานทำให้ได้ขัดเกลาตนเอง

ชุดที่ ๒ มีคุณกล้าธรรม มารยาท คุณเอกลักษณ์ กุลาสัย(เจ) คุณเดือนแก้ว กีตา คุณเอกลักษณ์ กุลาสัย เป็นคนจังหวัดนครพนม เป็นศิษย์เก่า สส.ธ. ออกไปบวชกับสำนักที่สอนพุทธวจนะ แต่ว่าเขากินเนื้อสัตว์เลยอยู่ด้วยไม่ได้ สุดท้ายก็กลับมาอยู่กับสังคมอโศกดีกว่า คุณเดือนแก้ว กีตา มาอยู่บ้านราชฯเมื่อตุลาคม ๒๕๔๐ ทำงานเก็บผักเข้าครัว เมื่อมาอยู่แล้วก็ไม่คิดจะย้ายไปที่ไหนอีกแล้ว คุณกล้าธรรม มารยาท มาอยู่บ้านราชฯ ทำงานหลายอย่าง ต่อประปา ทำโรงสี เป็นนักร้อง เป็นผู้วิเคราะห์ข่าว ฯลฯ

วันจันทร์ที่ ๖ เมษายน ๒๕๕๘ _๐๔.๐๐-๐๖.๓๐ น. สมณะ ๖๑ รูป พระอาคันตุกะ ๑๐ รูป สิกขมาตุ ๑๖ รูป ญาติธรรมฝ่ายชาย ๒๑๑ คน ญาติธรรมฝ่ายหญิง ๗๖๗ คน พ่อครูนำสวดมนต์ทำวัตรเช้า แสดงธรรมเรื่อง "โลกหรืออัตตา อธิปไตยที่เป็นธรรม" .... ศีล ๕ เป็นพื้นฐานของจิต ไม่ฆ่าสัตว์ท่านให้ศึกษาโทสมูลจิต ไม่ลักทรัพย์ไม่ประพฤติผิดในกามนี่ท่านให้ศึกษาจิตโลภมูล หรือราคมูล ศีลข้อ ๕ อบายมุข ยุคนี้อาชีพอบายมุขคือนักการเมืองมีทั้งนักการเมืองและนักการเมืองประจำ(ข้าราชการ) ทุกวันนี้กลายเป็นอบายมุขไปแล้วนี่คือด้านการงาน ส่วนด้านบันเทิงคือนักกีฬาและดารา ทุกวันนี้สื่อประโคมข่าวอย่างนี้มากมาย มีสื่อเรื่องคุณธรรม ธรรมะน้อยมาก มีแต่เอาเวลาแรงงานทุนรอนเอาไปส่งเสริมสิ่งเละเทะที่มากเกินแล้ว

ถ้าไม่หลงตัว เราเริ่มต้นปฏิบัติธรรมตั้งแต่ต้น อย่างคนที่มีบารมีแล้ว เรียน ก.ไก่ก่อนเลย ถ้ามีบารมีจะพาสชั้นไหม? ก็จะได้เลยพาสชั้น แต่ถ้าไม่มีบารมีก็สมควรแล้ว อย่าหลงตนว่าตนเรียนพาสชั้นได้ ทุกวันนี้คนคิดเช่นนี้ ทุกวันนี้คนมีโอกาสเรียนจบป.โท จบดร.มาแล้วมาตั้งราคาค่าตำแหน่งสูงเลย คุณเองมีโอกาสดี มีทุนรอนให้ลูกหลานไปเรียนได้เปรียบเขาแล้ว ยังมาตั้งตำแหน่งให้สูงส่งกว่าคนอื่น แล้วไปควบคุมเอาเปรียบคนที่เขาทำมาเป็นรากฐานแล้ว แต่คุณไม่ได้ทำจริงเลยแต่เอาเปรียบเขามาก สังคมเลยเหลื่อมล้ำเดือดร้อน ถ้าคุณมีความรู้มากกว่าเขาแล้ว ถ้าสตาร์ทเร่ิมต้นเท่ากัน ถ้าคุณมีของจริงคุณจะพาสชั้นเอง แต่นี่เริ่มต้นสตาร์ทก็ไม่เท่ากัน ยกให้พวกเรียนสูงได้เปรียบก่อนเลย

เช่นคนเรียนทหารนี่ ต้องให้มาเริ่มต้นที่พลทหารเท่ากันเลย เพราะคุณได้ความรู้ได้เปรียบแล้ว คนอื่นเขาอยากเรียนแต่ไม่ได้เรียน อย่างน้อยคุณสมองดีกว่าเขานะ คุณสอบได้ได้เรียน แล้วคุณก็มีอิทธิพลอีก ก็ต้องให้เริ่มต้นสตาร์ทเท่ากันสิ แล้วจะดีด้วย ถ้าคุณมาทำพื้นฐานเท่ากันแล้วคุณขึ้นไปได้เขาก็จะยอมรับคุณด้วย อาตมาไม่ได้จะมาล้มล้างนะแต่ว่าเจตนาให้แก้ไข ทุกวันนี้คนยอมรับกันทั่วโลกว่าเป็นความเสมอภาคกันแล้ว เป็นสิ่งที่ผิด

นี้เป็นธรรมที่น่าอัศจรรย์อันไม่เคยมีมาประการที่ ๑ ในธรรมวินัยนี้ที่ภิกษุทั้งหลายเห็นแล้วๆ จึงอภิรมย์อยู่ ฯ (พระไตรปิฎก เล่ม ๒๓ ข้อ ๑๐๙)

ดูกรปหาราทะ มหาสมุทรเต็มเปี่ยมอยู่เสมอ ไม่ล้นฝั่ง ฉันใด สาวก ทั้งหลายของเรา ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ไม่ล่วงสิกขาบทที่เราบัญญัติไว้แม้เพราะเหตุแห่งชีวิต ดูกรปหาราทะ ข้อที่ สาวกทั้งหลายของเราไม่ล่วงสิกขาบทที่เราบัญญัติไว้แม้เพราะเหตุแห่งชีวิต นี้เป็นธรรมที่น่า อัศจรรย์อันไม่เคยมีมาประการที่ ๒ ในธรรมวินัยนี้ ที่ภิกษุทั้งหลายเห็นแล้วๆ จึงอภิรมย์อยู่ ฯ อย่างเรื่องเนื้อสัตว์ พระพุทธเจ้าให้กินได้แค่สองอย่างคือสัตว์ตายเองกับเดนสัตว์กิน แต่สัตว์ที่ถูกคนฆ่าโดยครบองค์ ๕ คือมีเจตนาฆ่า รู้ว่าสัตว์มีชีวิต มีเจตนาฆ่า ลงมือพยายามฆ่าแล้วสัตว์ตายลง ก็คือเจตนา นี่คืออุทิสมังสะ คือเจาะจง มุ่งหมาย จงใจ ที่จะฆ่า แต่เขาไปเบี้ยวบาลีว่า เจาะจงบุคคล ที่จริงคือเจาะจงฆ่าสัตว์ ถ้าใครชัดเจนแล้ว ไม่ใช่เดนสัตว์ที่คนฆ่า จะได้ไม่มีวิบากเวรภัยกับสัตว์ แต่ทุกวันนี้พระเลี้ยงสัตว์ป่า เลี้ยงเสือ เลี้ยงหมีควาย เป็นเรื่องนอกรีตพระพุทธเจ้าแล้วทำเบ่งใหญ่ โวยวาย เห็นแล้วน่าสังเวช คนเราไม่รู้กี่ชาติแล้ว ให้ตัดวิบากกันบ้าง พยายามตัดอย่างเมตตา อย่าให้สัตว์มานัวนัง เฉพาะวิบากกับคนนี่ก็มาแล้วนะ พระพุทธเจ้าว่าน่าประหลาดว่าลูกศิษย์พระพุทธเจ้านี้ แม้ชีวิตจะตายก็ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ละเมิดศีล ไม่ละเมิดธรรมวินัย ท่านก็ไม่ได้บังคับนะ ไม่ผิดผัวเขาเมียใคร ไม่พูดปด ตายก็ไม่ทำ ไม่โกหกสีขาว หรืออบายมุขไม่เอาแล้ว การปฏิบัติธรรมไปตามลำดับ จะได้โดยไม่ยากไม่ลำบากซึ่งฌาน ๔ พวกคุณนี่มาอยู่กันเป็นชุมชนแต่ไม่ฆ่าสัตว์กันทั้งชุมชนเลย เด็กถึงคนแก่ไม่ฆ่าสัตว์เลย

_๐๖.๓๐-๐๘.๐๐ น. ประชุมตลาดอาริยะ มีสมณะ ๑๒ รูป สิกขมาตุ ๔ รูป นำโดย ส.เดินดิน ติกขวีโร

_๐๙.๐๐-๐๙.๓๐ น. เทศน์ก่อนฉัน เรื่อง "เป็นไปตามบุญบารมี" โดยส.สยาม สัจจญาโณ... กล่าวถึงการสร้างบุญที่เป็นไปตามลำดับ เป็นไปตามบารมี โดยเล่าถึงตนเองว่ากว่าจะมาบวชต้องปฏิบัติตามลำดับอย่างไรบ้าง ตั้งแต่ฟังรายการวิทยุของท่านจันทร์ จนเข้ามาปฏิบัติฝึกกระทั่งการพูด การกินมื้อเดียว ฯลฯ ต้องมีการตั้งจิตอยู่อย่างมั่นคงว่าจะกี่ชาติๆ ก็ตาม จะขาดธรรมะไม่ได้ ต่อให้เป็นการติดหลงก็เป็นฐานอาศัย ทำอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ เพื่อให้ถึงเป้าหมายคือนิพพาน ไม่มีอะไรจะดีเลิศประเสริฐเท่ากับธรรมะ

_๐๙.๓๐-๑๐.๐๐ น. เทศน์ก่อนฉัน เรื่อง "กว่าจะสัมมาทิฏฐิ" โดยส.แก่นเกล้า สารกโร... กล่าวเรื่องราวตนเองตั้งแต่ดำรงชีวิตเป็นคนบ้านนอก เป็นเด็กเลี้ยงควาย มีความเข้าใจเรื่องบุญ บาปเหมือนกันคนทั่วๆไป จนกระทั่งพี่สาวนำหนังสือของชาวอโศกมาให้อ่าน จึงเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงตนเอง แรกๆก็ยินดีในการออกเดินจาริก ท่านเล่าถึงความยากลำบากในการเดินจาริก กว่าจะรู้ตัวว่าความคิดหลายอย่างยังไม่สัมมาทิฏฐิ ก็บวชมาจะเข้า ๒๐พรรษาแล้ว ภายหลังก็เปลี่ยนมาเอาภาระในการงานต่างๆ บ้านราชฯมีงานเยอะมาก การปฏิบัติธรรมที่เน้นแต่ปริญัติจะลืมง่าย การนำมาปฏิบัติช่วยให้จดจำง่ายไม่ลืม การปฏิบัติต้องอาศัยหมู่กลุ่มจึงจะพัฒนา

_๑๓.๐๐-๑๔.๐๐ น. ประชุมแบ่งงานตลาดอาริยะ มีสมณะ ๗ รูป สิกขมาตุ ๒ รูป นำโดยส.เดินดิน ติกขวีโร

_๑๔.๐๐-๑๖.๐๐ น. บำเพ็ญคุณ ไปย้ายสินค้า ตลาดอาริยะ ขุดมันแกว ทำสะพาน ขนโต๊ะ ขนเก้าอี้ ทำ๕ ส.เรือ ช่วยโรงครัว กางซาแลนที่ริมมูน

_๑๘.๐๐-๒๐.๐๐ น. ส.ฟ้าไท สมชาติโก สัมภาษณ์ปฏิบัติกรชุด "เรียนแล้วรอด" มีดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร คุณไพรเมือง รักษ์พงษ์อโศก คุณอุดม งามสิริ คุณศิริกุล หวังภูกลาง คุณอุ่นเอื้อ(สุ) สิงห์คำ

ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร หรืออ.ยักษ์ ...ได้มาให้แนวคิดการศึกษาแบบที่มีการให้ การทาน การเสียสละ ท่านกล่าวว่า ทานมีฤทธิ์จริงๆ สามารถเปลี่ยนแกงส้มให้เปลี่ยนเป็นส้มโอได้ คือเอาแกงส้มไปให้เพื่อนบ้าน เขาก็ให้ส้มโอกลับคืนมา โดยที่เราไม่ได้หวังว่าจะได้อะไรตอบแทนเลย คุณไพรเมือง รักษ์พงษ์อโศก...เป็นคุรุสัมมาสิกขาสันติอโศก อยู่กับนักเรียนอย่างให้ความเป็นพี่เป็นน้อง คุณอุ่นเอื้อ สิงห์คำ ... เป็นศิษย์เก่าสัมมาสิกขาศีรษะอโศกจบแล้วก็อยู่วัดอยู่กับการศึกษานอกกล้อง เพราะการศึกษาแบบโลกๆ ก็อยู่ในห้องสี่เหลี่ยม แต่อยู่ที่นี่ได้ศึกษาปฏิบัติจริง ถือศีลจริง อยู่อย่างเป็นของจริง ไม่ใช่หลอกๆแบบข้างนอกเขาทำกัน ที่เขาสอนกันแบบผิดๆ สอนโดยที่ไม่ได้ทำจริง ทำให้สอนแบบผิดๆ คุณศิริกุล หวังภูกลาง ..การเรียนทางโลกข้างนอกไม่มีวันจบ แต่อยู่ที่นี่เรียนโลกุตระมีวันจบ เรียนให้ถึงพระนิพพาน เรียนแล้วมีกำลังเรียนต่อเพราะรู้ที่จบ คุณอุดม งามสิริ...เป็นศิษย์เก่าสัมมาสิกขาศีรษะอโศก จบแล้วก็อยู่วัดต่อ ทำงานแบบไม่มีเงินเดือน ก็ไม่รู้สึกว่าขาดอะไร อยู่ที่นี่เป็นเหมือนบ้านของเรา ไม่รู้จะเอาเงินไปทำไม อยู่ก็ได้เรียนรู้หลายอย่าง ความทุกข์ที่เข้ามาถือว่าได้ใช้หนี้วิบากกรรม รู้แล้วก็สร้างกุศลเยอะๆ ลดละกิเลสไม่สร้างวิบากใหม่ที่ไม่ดีให้กับตน

วันอังคารที่ ๗ เมษายน ๒๕๕๘ _๐๔.๐๐-๐๖.๓๐ น. ทำวัตรเช้าและแสดงธรรม โดยพ่อครู เรื่อง "โลกหรืออัตตา อธิปไตยที่เป็นธรรม" พ่อครูว่า...คำว่าโลก กับคำว่า อัตตา สองคำนี้อยู่ในอธิปไตย ๓ ที่แปลว่ากำลัง ฤทธิ์แรงหรือพลังงาน ไม่ใช่พลังงานสสาร ฟิสิกส์ แต่เป็นพลังงานเกิดจากกายกรรม วจีกรรม โดยเฉพาะพลังงานทางใจ ที่จะพาให้กาย วาจา เกิดพฤติกรรม โดยเกิดจากใจ เป็นองค์รวมพฤติกรรมของมนุษย์ที่มีนัจจะ คีตะ วาทิตะ คำว่า กาย คำนี้ลึกซึ้ง ซึ่งคำว่ากายนี้ ปัจจุบันเขาหมายถึงแค่รูปธรรม ไม่เชื่อมต่อกับนามธรรม ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจผิดพลาดอย่างมาก อันที่จริง กายก็เกี่ยวข้องกับภายนอกด้วย พหิทา รูปานิ เกี่ยวแม้เรากระทบสัมผัสทางทวาร ๕ สัมผัสแล้วเกิด กาย โดยมีเงื่อนไขว่าต้องมีจิตเข้าประกอบ เช่นตาเห็นพระอาทิตย์ เมื่อมีนามธรรมมาร่วมด้วย พระอาทิตย์ก็คือกายของเราด้วย เมื่อเรามีนามธรรมสัมผัสเห็น สิ่งนั้นก็เป็นองค์รวม ของสิ่งที่รวมกันอยู่ และสำคัญต้องมีนามธรรมเข้าร่วมด้วย แต่ถ้ามีแต่พระอาทิตย์ก็ไม่เรียกว่ากาย แม้แต่ตัวเราก็ไม่เรียกว่ากาย ถ้าไม่มีนามธรรมประกอบ ที่เรียกว่า จิตบ้าง มโน บ้าง วิญญาณบ้าง ถ้าไม่มีนามธรรมไปประกอบกับมหาภูตรูป ๔ ดิน น้ำ ไฟ ลม ที่เป็นธาตุสสาร ก็ไม่เรียกว่ากาย กายต้องมีนามธรรมประกอบไปกับรูปธรรมเสมอ แม้สิ่งที่อยู่ไกลแค่ไหน แต่เราสัมผัสได้ด้วย กายข้างนอกที่เรียกว่า รูปกาย ถ้ามีนามไปร่วมด้วย คำว่า กาย คำนั้น คือ จิต คือมโน คือวิญญาณ ในพระไตรปิฎก ล.๑๖ ข.๒๓๐ พระพุทธเจ้าตรัสว่า กาย คือจิตบ้างมโนบ้างวิญญาณบ้าง

อันนี้เป็นความผิดพลาด ของนักปฏิบัติที่แยกส่วนปฏิบัติ เช่นเข้าใจคำว่า กายคือ ร่างภายนอก เวลาปฏิบัติกาย ก็ย่างหนอเดินหนอก้าวหนอ นั่งหนอ เดินหนอ ยุบหนอ พองหนออยู่ข้างนอกไม่ได้เข้าถึงจิต ที่พระพุทธเจ้าว่าให้พิจารณาอย่างสำคัญด้วยซ้ำไป แต่ก็ต้องมีสำเร็จอิริยาบถอยู่คือให้รู้ข้างนอกด้วย อย่างในวิโมกข์ ๘ มนุษย์ชมพูทวีป มีสติมันโต ตื่นเต็มรู้ทั้งนอกและใน ครบ ๖ ทวาร ตอนนี้ไทยเรามีองค์รวมของโลกอย่างไร เมืองไทยตอนนี้เป็นชมพูทวีป แต่ก่อนนี้เป็นอินเดีย แล้วเมืองไทยนี้จะเป็นที่รวมศูนย์ของคุณธรรมในโลก โดยเร่ิมขึ้นในยุคของพระมหาจักรีวงค์ที่ชื่อว่าภูมิพลอดุลยเดช หยั่งลงแล้วเกิดในลำดับ ๙ ต่อไปไทยจะเป็นแหล่งชมพูทวีปของโลกไม่ใช่อินเดียเท่านั้น ขณะนี้ไปจนกว่าจะสิ้นกลียุค เมืองไทยจะเป็นศูนย์กลางของคุณธรรม มาเรียนรู้โลกกับอัตตาให้ดี ทุกวันนี้โลกประชาธิปไตย สองร้อยกว่าประเทศในโลกที่เป็นประเทศประชาธิปไตย จะหยั่งลงรู้ทั้งโลกและสังคม อย่างตอนนี้นายกฯจะไม่เน้นเหมือนอาตมา อย่างนายกฯประยุทธ ก็กำลังทำงานที่จะสัปประยุทธโลก กำลังจะประกาศประชาธิปไตยไปให้แก่โลก แล้วจะมีนามธรรมซ้อนมีทั้งในหลวง ขออภัยโพธิรักษ์ก็ยังอยู่ ที่จะนำพาพลังงานนี้ไปให้แก่โลก

_๐๗.๐๐-๐๙.๐๐ น. บำเพ็ญคุณ ไปช่วยลงสินค้าที่ฝั่งเมือง ไปช่วยกางเต็นท์ ไปขนส้วมน็อคดาวน์ ไปกางซาแลน ไปเก็บฟักทอง

_๐๙.๐๐-๑๐.๐๐ น. เทศน์ก่อนฉัน เรื่อง "แผ่นดินนี้มีคำตอบ" โดยส.เดินดิน ติกขวีโร ส.แสนดิน ภูมิพุทโธ ... ได้สำเสนอ ภาพของแผ่นดินพุทธ คือบ้านราชฯเมืองเรือ ที่กำลังอยู่ในช่วงสร้างบ้านแปลงเมือง และเป็นที่สัปปายะ ของมนุษย์ชมพูทวี ที่จะพาบรรลุพรหมจรรย์สมบูรณ์ได้ และมีการสำเสนอการหาข้อมูลชาวอโศก จากเว็บไซด์ www.boonniyom.net

_๑๔.๐๐-๑๖.๐๐ น. สัมภาณ์ปฏิบัติกรชุด "หมอที่ดีที่สุดคือตัวเราเอง" ดำเนินรายการโดย ส.แสนดิน ภูมิพุทโธ สัมภาณ์ ส.คำจริง วจีคุตโต ปะตรงเตือน นาวาบุญนิยม คุณพรเพ็ญ(ป้าขาว) รัศมีวิเชียรทอง.... ซึ่งแต่ละท่านได้มาสำเสนอวิถีในการดูแลสุขภาพตนเอง แบบต่างๆ ที่เกิดจากการเก็บเอาองค์ความรู้แพทย์ทุกสาขา มาปรับประยุกต์ให้เหมาะกับตนเอง โดยเน้นหลัก ๘อ. ทำให้สามารถดูแลสุขภาพตนเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาหมออย่างเดียว แต่พึ่งตนเองได้ด้วย

_๑๖.๐๐-๑๘.๐๐ น. บำเพ็ญคุณ ลงของที่ตลาดอาริยะฝั่งเมือง กางซาแลน ถอนหญ้า ขุดมันแกว กางเต็นท์เล็ก ขนปุ๋ย ทำท่าน้ำที่ริมมูน

วันพุธที่ ๘ เมษายน ๒๕๕๘ _๐๔.๐๐-๐๖.๓๐ น. ทำวัตรเช้าและแสดงธรรม โดยพ่อครู เรื่อง "โลกหรืออัตตา อธิปไตยที่เป็นธรรม" ...พ่อครูว่า... วันนี้วันที่สี่ของปลุกเสกพระแท้ๆของพุทธครั้งที่ ๓๙ แล้ว เราก็ปลุกกันจริงๆ ปลุกกันเรื่อยๆ เพราะว่าคนเรานี่ พระพุทธเจ้าว่าเป็นคนที่ไม่รู้ตื่น แต่ไม่หลับนะ นอกจากไม่หลับแล้วดิ้นด้วย ตาเหลือกตาโพลงด้วยไม่ใช่ลืมตาธรรมดา ดีไม่ดีแยกเขี้ยวยิงฟันด้วยนะคนนี่ .... อาตมานำปหาทราทสูตร ซึ่งอาตมาถือว่าเป็นสูตรสำคัญในพระไตรฯล.๒๓ เพราะเป็นความจริงที่ไม่เคยมีมาก่อนในความเป็นคน เป็นสังคมที่มี ๘หลักของความมหัศจรรย์ในธรรมวินัยนี้ ท่านเรียกว่าความน่าอัศจรรย์อันไม่เคยมีมาก่อน อัจฉริยัง อัสสุตัง อัพภูตธรรม คนจะมองไม่ออกว่าน่าอัศจรรย์ อย่างชาวอโศกที่เกิดมาแล้วนี่เป็นคนน่าอัศจรรย์ เราเคยถูกคนดูถูกว่า พวกนี้โง่ทำงานรับใช้โพธิรักษ์ ให้กินกล้วยหวีเดียวทำงานทั้งวัน ชาวอโศก มุ่งมาจน ตั้งใจจน เต็มใจจน มาจนอย่างไม่ถูกหลอกล่อ มันทวนกระแสกับคนในโลกที่มุ่งมารวย คนเป็นพันล้าน คนนี่มุ่งไปรวยสัก สี่พันล้านมั้ง มันทวีคูณ ใครรวยได้มากจะทึ่งกัน อย่างบิลเกตต์นี่ครองตำแหน่งรวยที่สุดในโลกมานานแล้ว ยึดหัวหาดเทคโนโลยี่มา ตอนนี้มีคนอื่นมาต่อสู้ แต่เขาก็พยายามทำต่อ "ปหาราทะ มหาสมุทรมีรสเดียว คือรสเค็ม ฉันใด ปหาราทะ ฉันนั้นเหมือนกัน พระธรรมวินัยนี้มีรสเดียว คือ วิมุตติรส ปหาราทะ ข้อที่พระธรรมวินัยมีรสเดียว คือ วิมุตติรสนี้เป็นธรรมที่น่าอัศจรรย์อันไม่เคยปรากฏประการที่ ๖ ในพระธรรมวินัยนี้ ที่ภิกษุทั้งหลายเห็นแล้วๆ จึงอภิรมย์อยู่

อย่างมะยงชิดนี่เปรี้ยว แตะเข้าไป คนไทยว่าเปรี้ยว คนจีนว่า ซึง ฝรั่งว่า ซาว แต่รสเดียวกัน พยัญชนะต่างกันเท่านั้น แปลว่ากิเลสที่คุณชอบ นั่นแหละไม่ใช่รสมหาสมุทร ส่วนรสมหาสมุทรนั้นมีรสเดียวกันหมด ไม่ว่าไทย จีน แขกมาแตะก็รสเดียว สัจจะ แต่ว่าปรมัตถ์นั้นมี ชอบมีชัง สองอย่าง แล้วมากน้อยต่างกันไป

บางอย่างเหม็น ไม่มากเราก็รู้ว่าพอทนได้ แต่บางอย่างทนไม่ได้ ทนได้ยากเพราะมันมากไป ถ้าอย่างแสงนี่มากไปเราก็แพ้ได้ กลิ่นอันนี้ สัมผัสอันนี้เราแพ้ก็ได้ ต้องสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมา อย่างอาตมาก็ตอนนี้แพ้พริก แต่ก่อนนี้ไม่กลัว กินพริกได้ แต่เดี๋ยวนี้สรีระไม่รับ ก็ไม่ค่อยดี ก็พยายามอยู่ แต่เราไม่มีรสผลัก ไม่มีรสมัน มีแต่รสวิมุติ ในปรมัตถ์ บางคนทนได้มาก อยู่กับอากาศหนาวก็ทำได้ บางคนซดน้ำร้อนได้เฉย นี่คือพลังจิต

_๐๗.๐๐-๐๘.๐๐ น. สมณะ สิกขมาตุ ออกบิณฑบาต _๐๗.๐๐-๐๙.๐๐ น. บำเพ็ญคุณ ช่วยเตรียมงานตลาดอาริยะ _๐๙.๐๐-๑๐.๐๐ น. ธรรมะก่อนฉัน เรื่อง "ประทับจน ประทับใจ" โดย ส.ขยะขยัน สรณีโย ส.ลานบุญ วชิโร ส.ขยันยอม วิริยธโร... โดย ส.ลานบุญ ให้ทัศนะว่า ชีวิตนี้ควรจะมาเป็นแบบคนจน มีชีวิตที่มักน้อย ลดละความอยากความติดหลง ส่วนส.ขยันยอม จัดประเด็นว่า ชาวอโศกเป็นคนจนแต่ทำไมสามารถจัดกิจกรรมตลาดอาริยะขายของต่ำกว่าราคาทุนได้ คำตอบก็คือ เราเป็นคนจนมหัศจรรย์ สอดคล้องกับหลักธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า และส.ขยะขยันอธิบายนัยของการบิณฑบาตว่า เป็นศาสตร์และศิลป์ ผู้มีศีล ๑๐ขึ้นไปเท่านั้นจึงเหมาะสมจะบิณฑบาตได้

_๑๔.๐๐-๑๖.๐๐ น. รายการสัมภาษณ์ปฏิบัติกรชุด "กสิกรรมบุญนิยม" ดำเนินรายการโดย ส.เดินดิน ติกขวีโร สัมภาษณ์ ดร.แสวง รวยสูงเนิน อ.กมล พรหมมาก คุณดาวเย็น นาวาบุญนิยม คุณพัดบุญ ชาวหินฟ้า ... แต่ละท่านได้มาให้ประสพการณ์ในการทำกสิกรรมไร้สารพิษ ที่เป็นบุญนิยม เป็นกสิกรรมที่ไม่พึ่งพาสารเคมี ใช้ความสามารถของคน แต่กสิกรรมที่ใช้สารเคมีไม่ได้พึ่งพาความสามารถของตนเอง และยังทำให้ดินเสื่อมอีกด้วย เป็นพิษต่อคน สัตว์ สิ่งแวดล้อมอีก โดยเฉพาะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ไปไม่รอด ซึ่งทิศทางต่อไปจะต้องพึ่งพาตนเอง มาทำกสิกรรมไร้สารพิษ แม้อุปสรรคมีก็ไม่ทำให้ลืมความพอเพียงจากประสพการณ์ชีวิตไปได้เลย

วันพฤหัสบดีที่ ๙ เมษายน ๒๕๕๘ _๐๔.๐๐-๐๖.๓๐ น. ทำวัตรเช้าและแสดงธรรม โดยพ่อครู เรื่อง "โลกหรืออัตตา อธิปไตยที่เป็นธรรม" ...พ่อครูว่า.. ชาวอโศกเราเกิดกลุ่มพฤติกรรมมนุษย์เป็นสัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ มีการคิด การพูดสำนวนโวหาร อย่างชาวอโศกนี่ พอคุยๆกับชาวบ้านเขา คุยๆไปเขาก็จะบอกว่านี่ชาวอโศกนี่ มันจะรู้เลย การพูดการคิดมันทิฏฐิสามัญตา เป็น DNA เดียวกันเลย เกิดแล้วชาวอโศกมีการหยั่งลง อย่างถาวรยั่งยืน อย่างไม่เสแสร้ง ถึงต้นราก ถึงมูลกา ของจิตวิญญาณ ถาวร ยั่งยืน ก็ตั้งอกตั้งใจสะสมพากเพียร ปีนี้พวกเราชาคริยา ตื่นขึ้นเยอะ จิตมันพอเข้าใจ แต่แน่นอนกิเลสไม่ได้ล้างเราพอสำนึก ก็อย่าได้ช้า นี่มีเหตุปัจจัยที่มีพื้นที่แดนของราชธานีอโศกก็ดูแน่นศาลาอยู่ ถ้ามารวมกันได้ขนาดนี้ (งานเรามีมากลูกรัก หมู่เราเล็กนักสุดเอ่ย) เราเป็นจุดใสเล็กๆท่ามกลางขอบฟ้ากว้าง พระพุทธเจ้าเตือนแล้วว่าเมื่อเรามาพบสิ่งที่เชื่อว่า “ใช่แล้ว”อย่าเสียชาติเกิดตายเปล่า การได้สุขด้วยกามด้วยอัตตา คุณยังสงสัยอะไรอีก สงสัยก็พิจารณาไตร่ตรองซ้ำๆ ขนาดเรารู้แล้วพากเพียรทำยังยากเลย วิบากเหมือนหมาไล่เนื้อ คนเราตายไปแล้ว ก็ต้องไปรับวิบาก นานเท่าไหร่ กว่าจะได้เกิดมามีร่างมนุษย์ เป็นพันๆหมื่นๆแสนๆปี ไม่ง่ายหรอก อาตมาไม่ได้พูดเดาส่งเดชนะ พูดอย่างไตร่ตรอง ว่าจะพูดกับพวกเราที่พอมีพื้นฟังได้ ใครอยู่ทางโลกจะมีอะไรมาแต่มาในธรร

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน