งานพุทธาภิเษก ครั้งที่ ๓๔.docx

โฟลเดอร์2554 พุทธาฯ ครังที่ 34
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์744 KB
วันที่แก้ไข22 มกราคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

งานพุทธาภิเษกสุดยอดปาฏิหาริย์ ครั้งที่ ๓๔ ณ พุทธสถานราชธานีอโศก อา. ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ถึง ส. ๖ มีนาคม ๒๕๕๓ นับเป็นครั้งที่ ๒ แล้วที่งานพุทธาภิเษกฯ ย้ายมาจัดที่บ้านราชฯ ก่อนงานพุทธาภิเษกฯ มีนักเรียนสัมมาสิกขา ม.๖ (๔๑ คน) และม.๑ (๘๗ คน) จากทุกแห่งของชาวอโศก มาเข้าค่ายเตรียมงาน ( ๒๓-๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ) โดยให้รุ่นพี่ม.๖ เป็นผู้พาน้อง ม.๑ ทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งเป็นการเพิ่มความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพี่กับน้อง เกิดความสามัคคีกันมากขึ้นในชั้นปี ทำงานเป็นทีมมากขึ้น ในปีนี้ งานพุทธาภิเษกฯ มี นโยบายให้ ขยะเป็นศูนย์ ซึ่งมีข้อปฏิบัติร่วมกันดังนี้ กรุณานำภาชนะ ของใช้ส่วนตัวไปเอง ไม่นำพลาสติก โฟมเข้าไปในงาน โดยเฉพาะช่วงบิณฑบาต งานนี้ไม่มีถังขยะ และราวตากวัสดุรีไซเคิล ผู้ร่วมงานจะรับผิดชอบขยะของตนให้สะอาด แห้งและส่งโรงคัดแยกขยะ จุดล้างวัสดุรีไซเคิลจะอยู่ที่จุดล้างจาน และโรงคัดแยกขยะเท่านั้น เชิญผู้สนใจลดขยะให้แก่โลก ร่วมแยกขยะที่โรงคัดแยก กรุณานำภาชนะไปใส่อาหารในวันกลับ แทนการใช้พลาสติก โฟม โดยในงานนี้มีการจัดให้ทั้ง เด็กและผู้ใหญ่ เดินรณรงค์ ไปตามถนนรอบบ้านราชฯ เพื่อส่งเสริมการแยกขยะ มีขบวนแต่งตัวด้วยชุดที่ทำจากขยะ มีคำขวัญให้แยกขยะ มีการประกาศเชิญชวนให้แยกขยะ ทำให้บรรยากาศมีความครึกครื้นและมีสาระ ส่งผลให้การแยกขยะภายในงานเป็นไปด้วยดี ผู้ร่วมงานส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือกันดี มีการถ่ายทอดสด ประกอบกับรายการพิเศษ รายงานความเคลื่อนไหวของงาน ผ่าน FMTV เป็นช่วงๆ

วันศุกร์ที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ๐๘.๐๐ น. มี พิธีรับมอบอาคาร โรงเรียนสัมมาอาชีวะสิกขา ราชธานีอโศก ชื่อ “ อาคาร ๘๐ พรรษามหามงคล” ซึ่งได้รับเงินบริจาค ในการสร้างอาคารจาก มูลนิธิรู้รักสามัคคี เจ้าหน้าที่องค์การโทรศัพท์แห่

อ่านต่อ

งประเทศไทย มี คุณเทียนพุทธ พุทธพงษ์อโศก (คุณชูศักดิ์ วารีสระ) เป็นประธานมูลนิธิฯ เป็นผู้ตัดริบบิ้นเปิดงาน และมีพ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ มาแสดงธรรมในงาน ซึ่งพ่อท่านมีนโยบายสนับสนุนให้ นักเรียนสัมมาสิกขาที่จบม.๖ ไปเข้าเรียนต่อที่ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี สาขาเศรษฐกิจพอเพียง โดยอาคารนี้ ทางมูลนิธิฯ บริจาคเงิน ๑ ล้านบาท และบ้านราชฯ สนับสนุนเงิน ๑.๕ ล้านบาท

วันเสาร์ที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ๐๕.๐๐ น. ประชุมสมณะมหาเถระ เนื้อหาในการประชุมเน้นเรื่อง ทิฏฐิ และ อัตตา เมื่อเราทำงานไปนานๆ ก็จะติดยึด ใครว่าใครบอกก็ไม่ได้ ให้ระวังสังวร ๑๖.๐๐ น. ประชุม คุรุสัมมาสิกขา มีพ่อท่านมาเปิดประชุมเน้นให้สร้างทายาท โดยจุดสำคัญคือการไม่บังคับแต่จะให้ทำตามความถนัดและเหมาะสม โดยกล่าวถึงชุมชน อามิช ที่ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ไม่ฟุ้งเฟ้อ ทำการเกษตรแบบพอมีพอกิน เคร่งครัดในศาสนาคริสต์ พวกเขาได้ดำรงชีวิตอย่างนี้มาเป็นเวลาประมาณ ๕๐๐ ปีแล้ว ก็ยังอยู่ได้ การศึกษาของอามิช จะเน้นให้ทำงาน เรียนวิชาการบางวิชา เช่น ภาษา และ คณิตศาสตร์ เป็นส่วนใหญ่ เด็กอายุ ๑-๖ ขวบจะให้อยู่กับพ่อแม่ อายุ ๖-๑๔ ปีจะให้ไปอยู่กับครู พออายุ ๑๕-๒๐ ปี จะให้อิสระในการใช้ชีวิต จะอยู่ในหรือนอกชุมชนก็ได้ จะทำงานหรือเรียนอะไรก็ได้ พออายุครบ ๒๑ ปี ก็จะให้เลือก (ทำพิธีแบ๊บติสต์) ว่าจะอยู่ในชุมชนอามิชไปตลอด หรือจะออกไปอยู่ภายนอกชุมชน ๒๐.๐๐ น. ประชุมสื่อบุญนิยม พ่อท่านได้มากล่าวเปิดประชุมโดยกล่าวถึงความสำคัญของสื่อสารว่าเป็นอาวุธที่ดีที่สุด แต่จะใช้ไปในทางเลวร้ายที่สุดก็ได้ และให้ระวังในการทำงานอย่าห่าม อย่าหยาบ ใช้ของให้ระมัดระวัง พ่อท่านให้เก็บภาพเรื่องราว กิจกรรมของในหมู่บ้าน ทั้งภาพนิ่ง และวิดีโอ เช่น การนั่งล้อมวงกินข้าว และคนทำงานสื่อ ไม่ใช่ว่าจะจมอยู่กับงานสื่อเพียงอย่างเดียว ต้องไปช่วยงานอื่นๆบ้างยามจำเป็น งานนี้มีการรวมบุคลากรและอุปกรณ์ เป็นระบบสาธารณโภคี มีการแบ่งทีมทำงาน เป็น ๓ กลุ่ม มีการพบสมณะทุกวันเพื่อสรุปสภาวะ และการทำงาน วันอาทิตย์ที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ๐๕.๐๐ น. ประชุมสมณะเถระ มีสมณะเถระ ๒๑ รูป โดยมี อุปัชฌาย์สมณะซาบซึ้ง สิริเตโช เป็นประธานการประชุม เนื้อหาการประชุมให้ระวังสังวรใน กามภพ และ ภวภพ ในการทำงานตามพุทธสถานต่างๆ และมีวาระเปิดใจ

๐๘.๐๐ น. พิธีเปิดงาน และนำปฏิญาณตน ศีล ๘ โดยพ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ พ่อท่านเทศนาเกี่ยวกับ การพุทธาภิเษก ว่าคือการทำขึ้น เนรมิตขึ้น อภิเษกขึ้น ให้เกิดพุทธะ เกิดสภาวะของพุทธะ เกิดโลกุตรธรรมของพระพุทธเจ้าและโลกียธรรมที่ดีที่สุด สร้างสรรค์สมรรถนะแล้วเสียสละให้ผู้อื่น ซื่อสัตย์ สุจริต แต่ยังมีอัตตามีตัวตน เป็นเทวนิยมเป็นพระเจ้า แต่โลกุตรธรรมของพระพุทธเจ้า เป็นวิทยาศาสตร์ เรื่องจิตวิญญาณ ศึกษาเรียนรู้ เข้าไปถึง เหตุที่ทำให้เกิด จิตวิญญาณชั่ว เลว จิตวิญญาณผีร้าย อบายมุข เอาเวลา เอาแรงงาน เอาทุนรอน ไปหลงยึด หลงสร้าง หลงเสพ จมอยู่กับมัน เป็นสุข เป็นทุกข์ อยู่ในโลกอบาย ที่เร่าร้อนรุนแรง อยู่ในจิตวิญญาณ ในโลกอันมี กาย ยาววา หนาคืบ กว้างศอก เป็นสวรรค์เป็นนรก นรกสวรรค์จึงมีอยู่ในเฉพาะจิตวิญญาณ จิตวิญญาณอยู่ที่ไหน นรก สวรรค์อยู่ที่นั่น ไม่มีดินแดน ไม่มีสถานที่ กายยาววา หนาคืบกว้างศอก เป็นหลอดทดลอง เป็นวิทยาศาสตร์ พิสูจน์ นรกสวรรค์อย่างเป็นสัจจะ พุทธาภิเษกจึงเป็น พิธีการสร้างขึ้น เนรมิตขึ้น อภิเษกขึ้น ด้วย อนุสาสนีปาฏิหาริย์ ให้จิตวิญญาณเกิดใหม่ เกิดเป็นพุทธะ เกิดเป็นกลุ่มคน เป็นชุมชนที่ไม่มีอบายมุข มีวัฒนธรรมที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ทุกคนมาทำงานฟรี มีความพอเพียงแม้น้อยแต่ใจก็มีความผาสุก ส่วนตัวมีน้อยลงๆ เพราะวิญญาณเกิดใหม่ เป็นวิญญาณที่มีใจพอ ยินดีในความมีน้อย (สันโดษ) แต่มีสมรรถนะ มีความขยัน ทำงานฟรี เสียสละให้กับส่วนกลาง ส่วนกลางจึงมีมากขึ้น เพื่อสะพัดให้กับผู้อื่น ชุมชนอื่น สังคมอื่นต่อไป ๑๒.๐๐ น. รายการธรรมะภาคพิเศษ ธรรมะกระดานดำเรื่อง “ให้ชัดในสมมุติแม่นลึกในปรมัตถ์” โดย ส.ฟ้าไท สมชาติโก ที่ บริเวณหน้าอาคารขยะวิทยา ธรรมะสำหรับคนใหม่ เรื่อง “พันธมิตรกับธรรมะไว้ก่อน” โดย ส.ดวงดี ฐิตปุญโญ ที่ บริเวณที่พักฝ่ายชาย ธรรมะสำหรับฝ่ายหญิง เรื่อง “ธรรมะวันมาฆบูชา ” โดย สิกขมาตุพูนเพียร ชาวหินฟ้า ที่บริเวณ ที่พักฝ่ายหญิง รายการบริหารกายจิต ชีวิตสดใส ใกล้ชิดนิพพาน โดย ส.ขยะขยัน สรณีโย ที่บริเวณส่วนท้ายชั้น ๑ เฮือนศูนย์ ซึ่งรายการนี้มีประจำทุกวันของงานพุทธาภิเษกฯ รายการเจาะลึกปัญหาธรรมะส่วนตัว โดยสมณะเกจิ และสิกขมาตุเกจิ ที่เขตสมณะเกจิ และเขตสิกขมาตุเกจิ ซึ่งรายการนี้มีประจำทุกวันของงานพุทธาภิเษกฯ ๑๔.๐๐ น. รายการปฐมนิเทศ สมณะบินบน ถิรจิตโต ดำเนินรายการ มี ปฏิบัติกรคือ ส.หม่อน มุทุกันโต ส.ดินทอง นครวโร สม.กล้าข้ามฝัน อโศกตระกูล โดยปฏิบัติกรแต่ละรูปก็ได้มาให้แนวทางและวิธีการในการปฏิบัติธรรมในงานพุทธาฯ เนื้อหากล่าวถึงการลดกิเลส ถ้าจะตัดกิเลสต้องอย่าให้อาหารกิเลสอีก”นิดหน่อย ” แต่ถ้าจะอดทนไม่ตามกิเลสต้องเพิ่มความอดทนอีก”นิดหน่อย”ไปเรื่อยๆ สม.กล้าข้ามฝัน กล่าวว่าต้องรู้จักรับพลังงานจากเพื่อนๆให้เป็น กิเลสมันจะออเซาะ ออดอ้อน ไม่เอาจริงเอาจังกับ ศีล ๘ การกิน การนอน ก็ต้องรู้จักที่จะรับพลังงานจากเพื่อนๆ ต้องมีอุบายเครื่องออกกิเลส สมณะหม่อน กล่าวว่า เลศเล่ห์ของกิเลสที่มันจะทำให้ ย่อหย่อน ออดอ้อน เห็นเป็นโทษเป็นภัย “นิดหน่อย” ต้องกำราบตัวเอง ตะหวาดตัวเอง ข่มกิเลสให้มันเลิก “นิดหน่อย” ให้ได้ อย่ายอมอนุโลมให้แก่มัน สมณะดินทอง กล่าวว่า เกิดมานะเห็นผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างสิกขมาตุ ยังกินมื้อเดียวได้ เราเป็นผู้ชายอกสามศอก ทำไมจะยอมแพ้ผู้หญิง ทำให้เกิดมานะ เอาชนะความอ่อนแอ กินมื้อเดียวตั้งแต่เป็นฆราวาสได้ ๑๘.๐๐ น. ธรรมะมาฆบูชา โดย พ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ มีเนื้อหาในโอวาทปาติโมกข์ ๓ (๑.การไม่ทำบาปทั้งปวง ๒.การทำกุศลให้ถึงพร้อม ๓. การชำระจิตของตนให้ผ่องแผ้ว ) ซึ่งสรุปเนื้อหาไว้อย่างสมบูรณ์แล้ว เกิดเป็นมนุษย์ถ้าบรรลุอรหันต์แล้วก็ถือว่าสมบูรณ์ ครบ และไม่ต้องการอะไรอีก แต่ที่ครบแล้วไม่ได้แปลว่าจะไม่ทำงานอีก คนที่ครบแล้วก็ทำงานเหมือนกันและขยัน ทำงานช่วยโลกอีกด้วย ความขยันของพระอรหันต์คือ ช่วยอนุเคราะห์โลก ก็คืองานทุกอย่างที่ท่านทำ ท่านก็ไม่เอา ไม่ว่าอะไรก็ตาม เพราะท่านคือผู้เสียสละทำเพื่อผู้อื่น เพื่อสังคม เพื่อมนุษยชาติ ผู้อื่นก็ช่วยท่านเหมือนกัน เพราะชีวิตนี้เกิดมาแล้วต้องช่วยเหลือเกื้อหนุนเจือจุนกัน อนุเคราะห์กันไว้ และพ่อท่าน ได้กล่าวถึง “โลหิจจสูตร”ว่า ใครมีทิฏฐิว่า บรรลุธรรมแล้วบอกใครไม่ได้ เป็นมิจฉาทิฏฐิ บอกได้แต่ต้องมีสัปปุริสธรรม คือบอกอย่างมีประมาณ และไม่มีสาเถยยะจิต คือ จิตโอ้อวด อยากโชว์ เป็นจิตลามก อวดเพื่อแลก ลาภยศ ชาวอโศกมีการบรรลุธรรมตามโอวาทปาติโมกข์ ไปตามรอบตามภูมิ ทำให้เกิดชุมชนที่มีลักษณะ คุณธรรมตามหลัก สาราณียธรรม ๖ และพุทธพจน์ ๗ มีสาธารณโภคีที่เป็นไปได้จริง

วันจันทร์ที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๓ ๐๓.๓๐ น. ทำวัตรเช้า เรื่อง เปิดโลกเทวดา โดย พ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ มีเนื้อหาเกี่ยวกับ พรหม ๒๐ ชั้น ( พรหม ๑๖ ชั้น + อรูปฌาน ๔ ) มนุษย์กว่าจะเข้าใจความจริง ความเป็นเทวดาได้ จะเข้าใจความเป็น สัตว์นรก จิตวิญญาณอยู่ที่ไหน สวรรค์ นรก อยู่ที่นั่น จิตวิญญาณนี่แหละเป็นสัตว์ เป็นสัตตาโอปปาติกา ไม่มีรูป ไม่มีร่าง ไม่มีตัวมีตน แต่มีอาการ ลิงค นิมิต มีเครื่องหมาย มีกิริยา มีพฤติ ความเกิดของจิตวิญญาณ มนุษย์สามารถ ศึกษา เรียนรู้ ฝึกฝนจนเกิดญาณ เกิดทัสสนะวิเศษ ตาทิพย์ โสตทิพย์ รู้เห็น ความเกิดของ สัตตาโอปปาติกาของจิตวิญญาณ เกิดเป็นสัตว์นรก หรือเกิดเป็นเทวดา สัตว์นรกที่เรียกว่าเปรตมีอาการ มีเครื่องหมาย มีลักษณะกิริยาอาการ พฤติอย่างไร อสุรกายเป็นอย่างไร เทวดาเป็นอย่างไร เกิดญาณรู้เห็นลักษณะลีลา อาการ ความแตกต่าง ความเกิดของสัตว์แต่ละชนิด เมื่อสัญญากำหนดรู้ ความเกิดของจิตวิญญาณ ที่เกิดเป็นสัตว์ในแต่ละภพ แต่ละภูมิ เป็นความรู้สึก เป็นเวทนา เป็นอารมณ์ ศึกษาเรียนรู้ฝึกฝน วินิจฉัย ไตร่ตรอง พิจารณา หาเหตุที่ทำให้เกิด จนสามารถ ดับเหตุ ที่ทำให้เกิดเป็นสัตว์ชั้นต่ำ จิตวิญญาณก็จะสูงขึ้นเป็นเทวดา เป็นพรหม ความเป็นพรหม นั้นหมดกามหยาบ แต่ยังมีอัตตา ความเป็นพรหมจะสูงขึ้นๆ พรหม ๑๖ ชั้น จนเป็นอรูปพรหม ๔ จิตวิญญาณ ว่าง โล่ง โปร่ง สะอาดจากอุปาทาน สะอาดจากกาม สะอาดจากอัตตา เป็น อรหัตตา อัตตาที่หมดความลึกลับ ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ สัญญาเวทยิต เป็นวิญญาณที่กำหนดรู้ ความดับแห่งอัตตา ธาตุรู้ กับ ธาตุเป็น รู้แล้วก็เป็นให้ได้ เป็นปัญญาวิมุติ เจโตวิมุติ ๐๙.๐๐น. ธรรมะก่อนฉัน “เรื่องปฏิบัติธรรมแบบชาวบ้าน” โดย พลตรีจำลอง ศรีเมือง มีเนื้อหาในการลดกิเลสตามชีวประวัติของท่าน ก่อนเป็นผู้ว่าฯ กทม. เดินสายพูดธรรมะ ๗๐๐ กว่าครั้ง ปฏิบัติธรรมกับชาวอโศกมา ๓๑ ปี การปฏิบัติธรรมคือการมาลดกิเลสไม่ใช่ทานแต่วัตถุ คือปฏิบัติตามอปัณณกปฏิปทา ๓ (สังวรอินทรีย์ โภชเนมัตตัญญุตา ชาคริยานุโยคะ) และตามหลักจรณะ ๑๕ ศีลข้อที่ ๑ ไม่กินเนื้อสัตว์ก็จะไม่เป็นเหตุแห่งการต้องฆ่าสัตว์มาขาย ส่วนเรื่องโภชเนมัตตัญญุตา ประมาณในเรื่องของกินของใช้ ไม่ฟุ่มเฟือยแม้แต่ น้ำอาบ น้ำใช้ ก็กินน้อย ใช้น้อย มีคนเขียนมาถึงว่าที่ ถือศีล กินเจ อย่างนี้เป็นการสร้างภาพ ร้ายกว่าพวกเสพกาม พ่อท่านเลยตอบกลับไปว่า การสร้างภาพที่ดี น่าจะต้องทำมากๆ ทำตลอดชีวิตเลย ๑๒.๐๐น. -สาธิตทำลวดหนามด้วยมือ และการทำไบโอดีเซล -สาธิตการเผาถ่าน (คนเอาถ่าน) ที่ริมแม่น้ำมูล ๑๒.๓๐ น. รายการธรรมะภาคพิเศษ ธรรมะกระดานดำที่ บริเวณหน้าอาคารขยะวิทยา ธรรมะสำหรับคนใหม่ ที่ บริเวณที่พักฝ่ายชาย ธรรมะสำหรับฝ่ายหญิง ที่บริเวณ ที่พักฝ่ายหญิง

๑๔.๐๐น. ธรรมภาคบ่ายเรื่อง “สลายภพสละอัตตา” โดย ส.ฟ้าไท สมชาติโก ดำเนินรายการ มีปฏิบัติกรคือ ส.ดินดี สันตจิตโต ส.พอแล้ว สมาหิโต ส.มือมั่น ปูรณกโร และ สม.รินฟ้า นิยมพุทธ เนื้อหาบางส่วนเช่น สม.รินฟ้า เห็นอศุภนิมิตโดยเห็นอดีตสามีกินปลาสลิด ก็ทำให้สลายอัตตาได้ (โอฬาริกอัตตา) ได้ฟังธรรมะพ่อท่าน เรื่อง มิจฉาอาชีวะ ๕ อยากพ้นการมอบตนในทางที่ผิด เพราะตอนนั้นทำงานวิจัย ยารักษาโรคมาลาเรีย ต้องมีส่วนทำให้ลิง ถูกทดลองยา จนตายไปปีละ ๖๐๐ ตัว และอยากพ้นจากทำงานแบบลาภแลกลาภ เพราะยังทำงานรับเงินเดือนอยู่ จึงลาออกมาดีกว่า เข้าวัด ปี ๒๕๒๐ พอปี ๒๕๒๓ ก็ได้บวชเป็นสิกขมาตุ ก็ได้ทิ้งภพมา ระดับหนึ่งแล้ว ส. มือมั่น ที่บ้านประกอบอาชีพฆ่าสัตว์ไปขาย เกิดมาท่ามกลางกลิ่นคาวเลือด คาวเนื้อ ต้องหัดเชือดไก่ ตั้งแต่ ป. ๓ แต่มีสำนึกรู้ว่าไม่ดีอยู่ แม่ตั้งชื่อเล่นว่า “บุญ” จึงเกิดคำถามว่า ที่ทำอยู่นี้เป็นบุญหรือไม่ ต่อมาพบครูสอนศีลธรรมที่ยืนยันว่า การกินเนื้อสัตว์เป็นบาป และเคยพบพระธุดงค์ จึงให้สัญญากับตัวเองว่า อยากเป็นเช่นพระอย่างนี้ จึงแสวงหา และประกอบความเพียรให้มากเพื่อให้หนีวิบากที่ได้ทำมา ส.ดินดี มีบทกลอนมาบอกเล่าคือ “ โอฬาริกอัตตาหาคนรัก ถ้าจิตผลักก็ไม่เอาเผาคนอื่น การที่ตื่นรู้อัตตาไม่พาหลง คือปลดปลงปล่อยวางห่างกิเลส ฆ่าผีเปรตในตัวอย่ากลัวตาย สลายอัตตาจะพาเจริญ อย่าหลงเพลินอยู่กับลาภยศสรรเสริญ จะพาเราเดินสู่นรก จิตตกต่ำดำดิ่งทิ้งความดี” “มโนมยอัตตาคือตัวรู้อยู่กับจิตคิดสร้างสรรค์ ถ้ากดดันให้หยุดคิดก็ติดหลับ อรูปอัตตาพาคนหลง มัวพะวงอยู่กับตน ที่ไม่มีรูปร่าง สร้างอารมณ์ต่างๆให้กับตัวเอง” ๑๘.๐๐น. รายการภาคค่ำ “เครือแหกองกำลังกู้ชาติ” โดย สม.ผาแก้ว ชาวหินฟ้า ดำเนินรายการ สัมภาษณ์ปฏิบัติกรคือ ๑. คุณไพรวัลย์ เหมวงศ์ อายุ ๔๒ ปี จากจังหวัดอำนาจเจริญ เคยอบรมที่สวนส่างฝัน รุ่นที่ ๒๐๐ ในโครงการพักชำระหนี้ ธ.ก.ส. อบรมเพียงครั้งเดียวก็สามารถเลิกอบายมุขได้ อดีตเคยติดอบายมุขหลายอย่าง เคยดื่มเหล้าเมายันสว่างเลย หลังจากอบรม เลิกอบายมุขได้ กลับไปปลูกแตงโมไร้สารพิษ ทำปุ๋ยอัดเม็ดขาย ช่วยส่งเสริมกลุ่มเกษตรกรที่เป็นสมาชิกอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น ๒. คุณนันท์ มาหา อายุ ๔๑ ปี มาอบรมที่สวนส่างฝันเพียงครั้งเดียวก็สามารถ เปลี่ยนแปลงตัวเองได้ ก่อนไปอบรมป่วยเป็นโรคกระเพาะอาหาร เป็นโรคเครียด เพราะเป็นคนขี้วิตกกังวล เคยเอาเงินไปบริจาคที่โรงครัว แต่เขาไม่รับ ยิ่งเกิดศรัทธาในธรรมะ กลับบ้านไปทำสวนผักไร้สารพิษ ถือศีล ๕ ละอบายมุข ทำทาน เสียสละ ซื่อสัตย์ ขยันอดทน ๓. คุณจิรวัฒน์ รังศรี อายุ ๔๓ ปี ๔. คุณยายถัน วงษ์ษา อายุ ๖๒ ปี ๕. คุณคณิต บุณรังศรี อายุ ๔๘ ปี ๖. คุณไกรแสง บัวทุม อายุ ๓๖ ปี ธรรมะทำให้ครอบครัวเปลี่ยนแปลง มาถือศีล ๕ ละอบายมุข จากครอบครัวไม่ผาสุก เป็นครอบครัวผาสุก จนได้รับรางวัล “ครอบครัวผาสุก” จากสมเด็จพระเทพฯ เมื่อไม่นานมานี้

วันอังคารที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๓ ๐๓.๓๐ น. ทำวัตรเช้า เรื่อง เปิดโลกเทวดา โดย พ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ เนื้อหากล่าวถึง ทักขิเณยยบุคคล ๗ และวิโมกข์ ๘ เราได้มารู้ สัตว์นรก ก็คือจิต เทวดาก็คือจิต พรหมก็คือจิต เทวนิยมนั้นเขายังเป็นตัวเป็นตน เป็นสถานที่ ส่วนอเทวนิยมเข้าใจถึงจิตวิญญาณ เป็น วิทยาศาสตร์ วิญญาณนั้น เป็นอสรีรัง ไม่มีตัวตน เราต้องมาศึกษาเรียนรู้ฝึกฝน จนเกิดญาณ เกิดตาทิพย์ เกิดโสตทิพย์ รู้เห็น สัมผัสวิญญาณ ด้วยอาการ กิริยา พฤติ ของจิตเจตสิก อาการของความโกรธ โกรธมาก โกรธน้อย มีลักษณะ ลีลา อาการอย่างไร เราสามารถมีญาณเข้าไปรู้ อาการ มี เครื่องหมาย นิมิต เรียกว่า รูป ญาณที่เข้าไปรู้อาการนั้น คือนาม ความโกรธ ก็จะมีอาการ มีเครื่องหมาย แตกต่างจากความโลภ ความโกรธ ความโลภ นั่นแหละคือความเป็นสัตว์ชั้นต่ำ สัตว์นรก น้ำหนัก ดีกรี กิริยา อาการ เร่าร้อน รุนแรงมากรุนแรงน้อย เพียงใด ก็คือนรกลึก นรกต่ำ เพียงนั้น แต่ละขณะที่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เรากระทบสัมผัสกับ รูป รส กลิ่น เสียง เรื่องราว เหตุ นิทาน สมุทัย ปัจจัย ต่างๆ นานา สารพัด วิญญาณ ก็จะเกิดเป็นอาการ เป็นสัตว์นรก สัตว์สวรรค์ หมุนเวียน เปลี่ยนไป แล้วๆเล่าๆ ๐๗.๐๐ น. -เดินขบวนรณรงค์แยกขยะโดยมีทั้งผู้ใหญ่และเด็กร่วมเดินขบวน -สาธิตการทำทองหยอด ปลาร้าเจ ปาท่องโก๋ ที่เฮือนหญั๋งกิน -สาธิตการปลูกผักบุ้ง ที่ริมมูล -ประชุมโครงการ อโศกปลูกข้าวแสนตัน ที่เฮือนโสเหล่ ๐๙.๐๐ น. ธรรมะก่อนฉัน เรื่อง “มิตรหมายเลย ๑ คือธรรม ศัตรูหมายเลข ๑ คือกิเลส” โดย ส.หินเพชร ธัมมธีโร และ เรื่อง “บวชแล้วได้อะไร” โดย ส.ซาบซึ้ง สิริเตโช ส.หินเพชร กล่าวว่า “เอาสติเป็นเพื่อน คอยเตือนเราเสมอๆ มีขันติเป็นผู้คุ้มครอง มีวิชชาเป็นทุน มีปัญญาเป็นเครื่องมือ” ส.ซาบซึ้ง กล่าวว่า “ชีวิตที่เหลือมีคุณค่ามากขึ้นกว่าเก่าเยอะเลย ของกินของใช้ เครื่องอุปโภคบริโภค ประโยชน์สูง ประหยัดสุด เรียบร้อย ง่ายงาม ไม่ผลาญพร่า สิ้นเปลือง ไม่ต้องเอา เวลา เอาแรงงาน เอาทุนรอน ไปเสียทิ้งกับเรื่อง ไร้สาระ ไม่ต้องไปกังวล และบวชแล้วได้มิตรดีคือพ่อท่าน,เพื่อนนักบวช,ญาติธรรมทั้งในและนอกวัด” ๑๒.๐๐ น. สาธิตทำลวดหนามด้วยมือ ที่เฮือนฝั่นเซียว ๑๒.๐๐ น. รายการธรรมะภาคพิเศษ ธรรมะกระดานดำเรื่อง “เสียงธรรมจากดอย” โดย ส.ดินไท ธานิโย ที่ บริเวณหน้าอาคารขยะวิทยา ธรรมะสำหรับคนใหม่ เรื่อง “อยากอยู่บ้านราชฯ ฟังทางนี้” โดย ส.ฟ้ารู้ นโภคโต ที่ บริเวณที่พักฝ่ายชาย ธรรมะสำหรับฝ่ายหญิง เรื่อง “ชีวิตคือการเดินทาง” โดย สม.ผุสดี สะอาดวงศ์ ที่บริเวณ ที่พักฝ่ายหญิง

๑๔.๐๐ น. - ประชุมพรรคเพื่อฟ้าดิน ที่เฮือนเพิงกัน - ธรรมะภาคบ่ายเรื่อง “ของดีจากเกจิ ๑ ” โดย ส.ดวงดี ฐิตปุญโญ ดำเนินรายการ เป็นครั้งแรกที่มีรายการแบบนี้ในภาคบ่าย โดยมีการจับฉลาก สมณะ ๒ รูป สิกขมาตุ ๑ รูป สลับกันขึ้นแสดงธรรมรูปละไม่เกิน ๔ นาที เป็นธรรมะหลากหลายฟังแล้วชวนให้รื่นเริงในธรรมดี ฟังไม่เบื่อ เพราะมีความหลากหลายของเรื่องราว ๑๘.๐๐ น. รายการภาคค่ำ “พันธมิตรกับชีวิตที่เปลี่ยนแปลง” โดย ส.กล้าจริง ตถภาโว ดำเนินรายการ สัมภาษณ์ปฏิบัติกร คือ ๑. คุณอรวรรณ พิมศรี จากจังหวัดอุทัยธานี เป็นพันธมิตรฯ มีประสบการณ์นอนใกล้ สะเก็ดระเบิด เอ็ม ๗๙ แค่ ๑ เมตร เคยติดอบายมุขเรื่องการแต่งตัวสวยงาม พอมาฟังธรรมะจากพ่อท่าน ทาง FMTV ก็ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนเลิกกินเนื้อสัตว์ได้ ปฏิบัติเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ สามีก็เข้าใจอยากมากราบพ่อท่านเพราะนับถือในจิตวิญญาณพ่อท่าน ที่ไม่รับเงินมาใช้เพื่อตัวเองแม้แต่น้อย ๒. คุณสุภา ประการประเสริฐ จากเขตหนองแขม กทม. ไปร่วมชุมนุมกับพันธมิตรฯ ช่วยทำอาหารกับโรงครัวกองทัพธรรม พักค้างที่ข้างทำเนียบฯ หลังชุมนุมก็ขอติดตาม คุณมุฑิตา สุคันธนาค ชาวปฐมอโศก ไปอยู่ที่ทุ่งนาแรงรักแรงฝัน ชอบบรรยากาศทุ่งนา ชอบธรรมชาติ ทำกสิกรรม มากกว่าอยู่บ้าน ๓. คุณสุมิตร คำมี อดีตรับราชการครู เคยมีเงินเดือนเป็นแสนบาท มีชีวิตสำมะเลเทเมามาก่อน มีเงินเท่าไหร่ก็หมดกับอบายมุข เคยสูบบุหรี่วันละ ๖ ซอง ดื่มเหล้าหนัก เคยไปที่ ศาลีอโศก ได้ปฏิบัติธรรมอยู่หน้าจอ FMTV จนลดละอบายมุขได้หลายอย่าง มากินอาหารมังสวิรัติ ทำกสิกรรมธรรมชาติ ทำปุ๋ยอินทรีย์ และสามารถออกจากงานมาอยู่บ้านราชฯได้ ตั้งแต่ ๒๒ มี.ค. ๕๓ มาเป็นหนึ่งในพัน ๔. คุณพิชัย ( เพชรพลัง ) อุนากูล เป็นครอบครัวพันธมิตร ที่มีชีวิตหรูหรา เป็นคูรสอนเต้นรำ แต่สามารถลดละอบายมุข รับประทานอาหารมังสวิรัติ จนสามารถมาอยู่บ้านราชฯเป็นหนึ่งในพันได้ ( มาทั้งครอบครัว พ่อ , แม่ , ลูกสาว , ลูกชาย ) พบชาวอโศกเพราะไปช่วยกู้ชาติกับพันธมิตรฯ อยู่เป็นการ์ดอาสาฯ ปกป้อง ประตู ๔ ประตู ๗ มีประสบการณ์น่าประทับใจกับการเป็นการ์ด ได้รู้จักกับ คุณเขมร (มั่นแม่น) คุณงานธรรม หลังจบการชุมนุม ๑๙๓ วัน ก็ ไปร่วมงานฉลองหนาวฯ ที่ภูผาฯ ได้เจอกับเหตุการณ์ นปช. บุกภูผาฯ ฝึกอ่านหนังสือ “คนคืออะไร ทำไมสำคัญนัก” และปฏิบัติธรรมลดละกิเลส จนสามารถ ออกจากงานเดิมคือ เป็นครูสอนเต้นรำ มาอยู่บ้านราชฯได้ ๕. คุณนัยนา อุนากูล เป็นภรรยา คุณเพชรพลัง พบชาวอโศกจากการไปเป็นการ์ดกองทัพธรรม หลังชุมนุม ๑๙๓ วัน ก็ได้ปฏิบัติตามแนวทางของชาวอโศก ลดละอบายมุข โดยเฉพาะเรื่องการแต่งตัว เพราะในอดีต เป็นผู้นำแฟชั่น ตั้งแต่หัวจรดเท้า ต้องดูดีตลอดตามแฟชั่น เปลี่ยนแปลงตัวเอง ตั้งแต่ ตัดผมสั้นลง มาแต่งตัวมอซอ จนมาเป็นสมาชิกบ้านราชฯได้ในที่สุด ๖. ด.ช.ทานบุญ อุนากูล เป็นลูกชาย ของครอบครัว อุนากูล ติดตามพ่อแม่มาอยู่บ้านราชฯได้ วันพุธที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๓ ๐๓.๓๐น. ทำวัตรเช้า เปิดโลกเทวดา โดยพ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ พ่อท่านได้กล่าวถึงการบำเพ็ญในงานพุทธาภิเษกฯต้องมีจรณะ ๑๕ เป็นวิถีชีวิตและรู้จักกิเลส , ความยึดติด ให้อ่านลงไปถึงทิฏฐิเป็นสัมมาหรือมิจฉา เป็นสังกัปปะ (ตักกะ วิตักกะ สังกัปปะ อัปปนา พยัปปนา เจตโส อภินิโรปนา วจีสังขารา) จิตเจตสิกที่ก่อเกิดกรรม ต้องมีการพิจารณาธัมมวิจัย แยกแยะกิเลสออกจากจิต สังกัปปะที่มีกิเลสร่วม ดำริในกาม ดำริในพยาบาท ดำริในการเบียดเบียนตน จิตเจตสิกที่มีวิตก วิจาร มีพฤติของการแยกกิเลสออกจากจิต เพ่งเผาเอากิเลสออกจากจิต การเพ่งเผาเป็นพฤติของจิต ที่มีการพิจารณาให้รู้จริงตามความเป็นจริง การศึกษา เรียนรู้ ฝึกฝน พิจารณา รู้จริงตามความเป็นจริง จะทำให้สภาวะจิตเจตสิกไม่เกิด สุข ไม่เกิดทุกข์ เป็นอุเบกขา เนกขัมมสิตเวทนา ๐๗.๐๐น. ส.ขยะขยัน สรณีโย นำขบวนผู้ใหญ่และเด็กเดินรณรงค์แยกขยะ ๐๙.๐๐น. ธรรมะก่อนฉัน เรื่อง “การเมืองกับการปฏิบัติธรรม” โดย คุณเทียนพุทธ พุทธพงษ์อโศก ดำเนินรายการสัมภาษณ์ คุณไชยวัฒน์ สินสุวงค์ ที่เริ่มปฏิบัติธรรมตั้งแต่ปี ๒๕๒๔ หลังจากฟังเทศน์พ่อท่าน นาน ๒ ปี ฟังรู้เรื่องแต่ไม่ทำ จนมาถามตัวเองว่า ที่ฟังธรรมมานี้ดีหรือไม่ดี ก็ดีแล้วเถียงไม่ได้ด้วย ก็เถียงกับตัวเองว่าจะทำหรือไม่ทำดี ก็คิดว่าถ้าไม่ทำก็เป็นคนเลว แล้วเราอยากเป็นคนดีหรือคนเลว สุดท้ายก็เลือกจะเป็นคนดี จึงต้องปฏิบัติธรรม พอเริ่มปฏิบัติก็ความใจร้อน พุ่งเพ่ง ถือศีล ๘ เร่งปฏิบัติ จนสามารถเลิกสูบบุหรี่ได้ภายใน ๖ เดือน เลิกเหล้าได้ ใน ๑ ปีกว่าๆ เป็นคนคิดเร็วทำเร็ว จึงมีศัตรูมาก พอเรารู้ว่าเขาคิดอย่างไร ก็ไม่ฟังเขา อยากแสดงภูมิรู้ ก็จะพูดสวนเขาทุกครั้ง จึงมีศัตรูมาก ฉะนั้นต้องมาฟังเขาให้มากๆ อดทนฟังเขาน่าจะมีประโยชน์มากกว่า ๑๒.๑๕น. สาธิตการทำเตาเศรษฐกิจแบบล่าสุด โดยคุณสามแก้ว ที่บริเวณริมน้ำมูล ๑๒.๐๐ น. รายการธรรมะภาคพิเศษ ธรรมะกระดานดำเรื่อง “เมื่อไหร่จะถึงที่สุดแห่งทุกข์” โดย ส.ขยะขยัน สรณีโย ที่ บริเวณหน้าอาคารขยะวิทยา ธรรมะสำหรับคนใหม่ เรื่อง “เรียนรู้อนิจจังบ้างนะ” โดย ส. หินมั่น สีลาปากโร ที่ บริเวณที่พักฝ่ายชาย ธรรมะสำหรับฝ่ายหญิง เรื่อง “สิ่งที่ควรทำให้มากขึ้นเป็นประโยชน์ในโลกนี้” โดย สม.หยาดพลี อโศกตระกูล ที่บริเวณ ที่พักฝ่ายหญิง ๑๔.๐๐ น. ธรรมะภาคบ่ายเรื่อง “ของดีจากเกจิ ๒ ” โดย ส.ฟ้ารู้ นโภคโต ดำเนินรายการ บรรยากาศมีความรื่นเริงเบิกบานในการฟังธรรม ที่หมุนเวียนกันแสดงธรรม โดยสมณะ - สิกขมาตุเกจิ ๑๖.๐๐น. สาธิตการทำนาแบบโยนกล้า โดย คุณเชาวัฒน์ หนูทอง ผู้มาร่วมงานพุทธาฯช่วยกันโยนกล้าในนาอย่างเสร็จอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาในการโยนกล้าไม่นานเลย โดยที่หลายๆคนเดินไปยังไม่ถึงบริเวณที่ทำนา ผู้ประสานงานยังไม่ได้บอกให้โยนเลย ก็โยนเสร็จแล้ว ๑๘.๐๐น. รายการภาคค่ำ “ไปให้ถึงดวงดาว ข้าวแสนตัน” โดย ส.เดินดิน ติกขวีโร ดำเนินรายการการสัมภาษณ์ปฏิบัติกรคือ คุณเชาวัฒน์ หนูทอง และ คุณแก่นคำกล้า (ตุ๊หล่าง) พิลาน้อย เป็นผู้มาถอดรหัสโครงการข้าวแสนตัน โดย คุณเชาวัฒน์ มาบรรยายเรื่องการทำนาโยน ทำให้การทำนาเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น เกษตรกรไม่ต้องเอาหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินอีกแล้ว และไม่ลำบากในการปักดำ หรือหว่าน และช่วยลดต้นทุนการทำนา ได้ผลผลิตสูงขึ้น ควบคุมวัชพืชได้ง่าย โดยคุณเชาวัฒน์ซึ่งอาชีพเดิมเป็นวิศวกรได้ ทำการดัดแปลง วิธีการและเครื่องหยอดเมล็ดข้าว ทำให้ง่ายและสะดวกรวดเร็วได้ปริมาณมากขึ้นในการเพาะกล้าข้าว ทำให้ผู้ฟังส่วนใหญ่มีไฟในการทำนา งานนี้โครงการข้าวแสนตัน มีหวังว่าจะประสพความสำเร็จได้ ส่วน คุณแก่นคำกล้า (ตุ๊หล่าง) เป็นชายหนุ่มที่อายุเพียง ๒๗ ปี แต่เป็นผู้ที่มีอุดมการณ์ในการเก็บรักษาและพัฒนาพันธุ์ข้าวอย่างจริงจังจนสามารถ เก็บรักษาและพัฒนาพันธุ์ข้าวขึ้นมากกว่า ๑๕๐ พันธุ์ มีจุดเริ่มต้นจากการพยายามทำข้าวให้พอกินก่อน ต่อมามีความเป็นห่วงว่าพันธุ์ข้าวที่ดีๆ ที่เคยมีหลากหลายจะสูญหายไป และเราจะต้องพึ่งพาพันธุ์ข้าวจากต่างชาติ ไปตลอด โดยในงานนี้ได้นำข้าวมารวมกัน ๑๕๐ พันธุ์ ต่อ ๑ ถุง มาถวายพ่อท่านในงานนี้ ทำให้เกิดการพึ่งตนเองด้านพันธุ์ข้าวมากขึ้น

วันพ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน