ถือศีลจะเกิดฌาน จะต้องมีลำดับที่น่าอัศจรรย์ โดย ส.แสนดิน ภูมิพุทโธ ปฐมนิเทศและปฏิญาณศีล 8 งานปลุกเสกพระแท้ๆของพุทธ ครั้งที่ 48 ณ บวรราชธานีอโศก 5 เมษายน 2569.docx

โฟลเดอร์แผ่นภาพธรรมะของนักบวชชาวอโศก
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์1.75 MB
วันที่แก้ไข20 มิถุนายน 2569

เนื้อหาในไฟล์

ถือศีลจะเกิดฌาน จะต้องมีลำดับที่น่าอัศจรรย์ โดย สมณะแสนดิน ภูมิพุทโธ ปฐมนิเทศและปฏิญาณศีล 8 งานปลุกเสกพระแท้ๆของพุทธ ครั้งที่ 48 ณ บวรราชธานีอโศก 5 เมษายน 2569

💫ถือศีลจะเกิดฌานจะต้องมีลำดับที่น่าอัศจรรย์ ก็คือต้องอาศัยตัวรู้หรือสัญญาของเรากำหนดรู้ ของใครของมัน 🎑ถือศีลมันค่อนข้างจะไปทางรูป ถือศีลแบบให้จิตมันทำได้ แบบสมถะ อันนี้อย่างหนึ่ง ซึ่งบางคนอาจจะรักษารูปได้กินมื้อเดียวได้ตลอดกินอาหารไม่ปรุงแต่งอะไรอย่างนี้ แต่กินแล้วได้แต่รูปคือทำได้ แต่จิตนี่มันยังสมถะอยู่ คือมันไม่เกิดฌาน การเผา 🔥ฉะนั้นการเผานิยามคือ เกิดอุณหภูมิใช่ไหม มันต้องร้อน ต้องต่อสู้นะ ต่อสู้แล้วสงบ มันค่อยเย็น มันค่อยสบาย แต่ขณะที่กิเลสมันถูกเผาหมดฌานแล้วนี่ มันกลับทำให้จิตใจมันไวขึ้นในการงาน (พ่อครูว่า..ถือศีลจนเกิด.. สุดท้ายจะมีการงานที่เหมาะควร ที่จะไม่เป็นการงานที่มีโทษนะ) #️⃣แต่ที่สำคัญจะถือศีลให้เกิดฌานหรือเกิดปัญญา ถ้าเราไม่มีตัวยินดีทำ จะเกิดความยินดีได้ก็เห็นประโยชน์นะ พอเห็นประโยชน์ ก็ได้ฝึก อย่างนั้นอย่างนี้ ก็จะเกิดความยินดี เพราะว่ามีมิตรดี อันเป็นข้อแรกของแสงอรุณ ถ้ามิตรดีไม่มีนะ ศีลมันจะสะเปะสะปะไม่มีลำดับมากเลยนะ มีศีลแล้วจะเกิดฉันทะใช่ไหม อันนี้คือลำดับเลย ✨️ฉะนั้นศีลจะเกิดฌาน มันจะต้องมีลำดับน่าอัศจรรย์ พอมีผัสสะ มันมีการกระทบ กิเลสมันก็โผล่ขึ้นมา มีกาม มีมานะนี่แหละ กิเลสหลักๆของเรา แต่สำคัญถ้าเราจะให้เกิดฌานนี่ มันสะเปะสะปะไม่ได้ มันต้องกำหนดเป้าให้ชัดต้องมีลำดับด้วย เราต้องรู้ว่าเรานี่มีกิเลสอะไร ต้องยอมรับนะ ยอมรับว่า เออ.. นี่กิเลสเรานะ อันนี้ไม่ใช่กิเลสเรานะ มันมีลำดับด้วยอย่าวน ทำรูปอย่างเดียวไม่ได้จะต้องเข้าถึงรายละเอียดของจิตที่เราจะต้องตั้งศีล ถ้าว่า

อ่านต่อ

ตั้งศีลขึ้นมามันจะเป็นตัวเองละใช่ไหม มันจะเหมือนยกกาดขึ้นมาล่ะ อันนี้อาจจะไม่ค่อยสมบูรณ์ มันต้องคือ..เพื่อนนี่แหละ มิตรดีนี้แหละ มีความหวังดี มีคำตำหนิ แล้วเราก็เริ่มปิติแบบโลกีย์มันลดลง มันไม่ใช่ปิติจากฌาน ถ้าปิติฌานคือเราต้องเห็นอาการของกิเลสแล้วเราเผามัน นี่อาการกิเลสเรานี่ มันจะเมาล่ะ ถ้าเราปล่อยตัวเองไปทำการงานทำอะไรมีแต่กุศล เสพแต่กุศลเป็นปิติไปเรื่อยๆสุดท้ายปิติที่เกิดฌานไม่เกิด

📌ถ้าเราตั้งเป้าหมายมาวัดเราไม่ได้มาเอาโลกธรรม เรามาขัดเกลา เรามาลดละ เพราะฉะนั้นเมื่อโดนคำตำหนิหรือสิ่งที่มันจะทำให้เราเกิดเห็นอาการทุกข์ มันคืออาการที่เราถูกเป้าหมายนะ มันต้องมีฉันทะตรงนี้ว่า โอ้ ดีนะเรามาเจอสิ่งที่คุ้ยกิเลสเราขึ้นนี่แหละ 💫ถ้าเราไม่มีลำดับในการถือศีลมันจะสะเปะสะปะ ศีลที่เราตั้งขึ้นมา ถ้าเราตั้งขึ้นมาเองมันจะระดับนึง แต่ถ้าเราเก็บรายละเอียดจากประจำวันโดนคำตำหนิแล้วเราเห็นว่าอาการนี้เราทุกข์ อาการนี้เป็นกิเลสเราแล้วมาตั้งนะ มันจะชัดนะ อย่างเรื่องมานะอัตตา มิตรดีนี่แหละ โดยเฉพาะมิตรดีที่ให้คำตำหนิเรา เขาจะเห็นเราว่าเราเป็นอย่างไร แล้วก็มาทบทวนว่าอาการที่เราเอาแต่ใจ เราก็ตั้งศีล เราก็จะเห็นอาการเราว่า ไม่อยากหรืออยาก แฝงในเจตนาของเราว่าเจตนาดีแต่ไม่มีแฝงนะ แฝงตัวตนของเรา ตัวเอาชนะคะคานบ้าง ตัวที่เป็นอุปกิเลสบ้าง มันถึงจะไปเผาได้ถูกตัว แล้วไม่ใช่เผาแบบรูปด้วย เราต้องวิเคราะห์ตัวเองว่า ทำไมเราถึงไปทำอย่างนั้น วิเคราะห์ตัวเองเอาความจริงของเรามายืนยัน จะต้องหยุดเรื่องนี้นะ เรื่องกามก็ตาม เรื่องมานะอัตตาก็ตาม ทางรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส เราต้องวิเคราะห์ตัวเอง ถ้าเราไม่มีหิโรตัพพังคือความละอายเกรงกลัวอย่างแรงกล้า มันจะเวียนไปทำอีก จะมีหิโรตัพพังได้จะต้องมีมิตรดี มีครูบาอาจารย์ที่เราให้ความศรัทธาเคารพเพียงพอ ที่เราจะไปตั้งความละอายความเคารพรัก แล้วเราก็สัจจะ คือถ้ามันมีตัวลำพังนี่มันจะไม่มีความละอายง่ายๆหรอกนะ ถ้ามีตัวนี้(หิโรตัพพัง)ปั๊บ มันจะอยากเลิกเลยแล้วจะหาวิธีเลิก ไม่อยากไปทุกข์อย่างเก่า เพราะมันทุกข์ถึงที่สุดล่ะ ✨️ฉะนั้นอยู่ในหมู่มิตรดี จะถือศีล ต้องมีลำดับ แล้วก็ให้เกิดฌานนี่จะต้องฟังธรรมแล้วก็อยู่กับหมู่มิตรดีอย่างมาก โดยธรรมชาติคนเราชอบใช้สมถะ ปัดทิ้ง หลบเลี่ยงทำกุศลอื่นไปเดี๋ยวก็ลืม มันก็จะเวียนกลับมาอีกในจุดนั้น เราต้องไม่เวียนมาก เอาให้มันเด็ดขาด ให้มันมีปัญญาจริงๆ

สมณะแสนดิน ภูมิพุทโธ ปฐมนิเทศและปฏิญาณศีล 8 #งานปลุกเสกพระแท้ๆของพุทธ ครั้งที่ 48 ณ บวรราชธานีอโศก 5 เมษายน 2569

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน