561223 ขู่มี2ก.พ. ปฏิวัติประชาชน ปิดปท._ปูซุกตจว.ถึงปีใหม่.docx
เนื้อหาในไฟล์
ขู่มี2ก.พ. ปฏิวัติประชาชน ปิดปท./ปูซุกตจว.ถึงปีใหม่ บันทึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ มวลมหาประชาชนกว่า 3.5 ล้านร่วมชุมนุม 5 เวทีใหญ่ 10 เวทีย่อย ไล่รัฐบาลระบอบทักษิณ "กบฏดอกไม้เหล็ก" ยกขบวนบุก บ้าน นายกฯ "ยิ่งลักษณ์" แอบส่องวงจรปิดบอกคนใช้ให้แจ้งเจ้าของบ้านไม่อยู่ "ประชา" อ้างยอมม็อบประชิดรั้วห่วงมือที่สาม "สุเทพ" จี้ ขรก.เลิกรับใช้แม้วก่อนโดนนกหวีดไล่ ลั่นเดินหน้านำประชาชนปฏิวัติ เรียกระดมพลเคลื่อนล้อมสนามไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ขวางรับสมัครเลือกตั้ง เตือนไม่หยุดเจอปิดประเทศ 2 ก.พ.แน่ "ปู" ส่อหลบอยู่ ตจว.ยาวถึงปี ใหม่ ตั้งแต่ช่วงเช้าวันอาทิตย์ 22 ธ.ค. มวลมหาประชาชนเรือนล้านต่างออกมาร่วมชุมนุมตามจุดต่างๆ ที่กลุ่มประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็น ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) นัดหมายตั้งเวทีต่อต้านระบอบทักษิณ และขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ โดยแยกเป็น 5 เวทีใหญ่ มีที่ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หอศิลป์ กทม. แยกปทุมวัน, แยกราชประสงค์ สีลม แยกอโศก และ 10 เวทีย่อย มีที่แยกอุรุพงษ์, แยกราชเทวี ประตูน้ำ, แยกราชปรารภ, แยกเจริญผล, แยกหัวลำโพง, แยกบางรัก, แยกคลองเตย (สวนลุมฯ), แยกเพลินจิต, แยกทองหล่อ และ โยธินพัฒนา(บ้านนายกฯ) เริ่มจากเวลา 10.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เข้ากราบไหว้สักการะขอพรและวางพวงมาลัยถวายพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระ เจ้ากรุงธนบุรี (พระเจ้าตากสินฯ) และตีฆ้องเอาฤกษ์เอาชัย ก่อนนำขบวนผู้ชุมนุมหลายหมื่นคนที่มารออยู่บริเวณรอบวงเวียนใหญ่ตั้งแต่เวลา 09.00 น. โดยใช้เส้นทางถนน กรุงธนบุรี ผ่านแนวรถไฟฟ้าบีทีเอส ข้ามสะพานสาทร เข้าสู่ถนนสาทร โดยมีจุดหมายที่เวทีสวนลุมพินี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างทางที่ขบวนของนายสุเทพเดินผ่าน
อ่านต่อ
มีประชาชนที่อยู่ตามท้องถนน อาคารบ้านเรือน และบนสะพานลอย ต่างโบกมือให้กำลังใจกับ ผู้ชุมนุมตลอดเส้นทาง ขณะที่นายสุเทพยังคงเดินเท้า และโบกมือทักทายมวลชนที่เข้ามาให้กำลังใจ และนำเงินมาบริจาคให้กับนายสุเทพอย่างต่อเนื่อง โดยมีการ์ด คอยล้อม ดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ส่วนด้านบนรถบรรทุก 6 ล้อติดเครื่องขยายเสียง ซึ่งอยู่หน้าขบวนของนายสุเทพ มีนายถนอม อ่อนเกตุพล แกนนำ กปปส. และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. คอยปราศรัยเชิญชวนมวลชนเข้าร่วมชุมนุมกับ กปปส.กันตลอดเส้นทาง รวมถึงสื่อมวลชนที่คอยเก็บภาพสถานการณ์การชุมนุมในมุมสูง "นี้จะเป็นวันประวัติศาสตร์ที่คนไทยลุกขึ้นมาขับไล่รัฐบาลทรราช ในฐานะที่ผนเป็นคนฝั่งธนฯ เหมือนกัน ขอเดินนำหน้าพามวลชนไปร่วมกับเวทีสวนลุมพินี เพื่อขึ้นเวทีพูดคุยกับชาวสีลม ขอให้เราเดินอย่างห้าวหาญ เพื่อขับไล่รัฐบาลชั่ว ไม่ชนะเราไม่เลิก" นายสุเทพกล่าว กระทั่งเวลา 14.50 น. นายสุเทพนำขบวนมวลมหาประชาชนจากวงเวียนใหญ่มาถึงเวทีลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 สวนลุมพินี ซึ่งมี น.ส .จิตต์ภัสร์ ภิรมย์ภักดี แนวร่วม กปปส. ประจำอยู่ที่เวที โดยนายสุเทพได้ขึ้นเวทีปราศรัยขอบคุณประชาชนที่รักชาติและร่วมกันต่อสู้มา ตลอด จากนั้นนายสุเทพขึ้นซ้อนรถจักรยานยนต์เดินทางมาที่แยกอโศกตัดสุขุมวิท ซึ่งเป็นเวทีที่มีนายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. ประจำอยู่เวที และมีผู้ร่วม ชุมนุมแน่นเต็มพื้นที่ โดยนายสุเทพและมวลชนจำนวนหนึ่งได้แวะทักทายผู้ชุมนุมและพักรับประทานอาหารกลางวัน มวลชน 3.5 ล้านไล่ยิ่งลักษณ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อรับประทานอาหารเสร็จสิ้นนายสุเทพได้นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ต่อไปที่ เวทีแยกราชประสงค์ ที่มีนายกรณ์ จาติกวณิช อดีต กรรมการบริหารพรรคประชาธิปไตย์ นำมวลชนจากทองหล่อเข้าร่วมชุมนุม เช่นเดียวกับนายศิริชัย ไม้งาม ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่ง ประเทศไทย นำผู้ชุมนุมอีกส่วนเช้าร่วมชุมนุมแยกราชประสงค์ ทำให้ตลอดเส้นทางแยกราชประสงค์มีผู้ชุมนุมเนืองแน่นเช่นกัน ต่อมานายสุเทพเดินไปยังเวทีหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร บริเวณแยกปทุมวัน ทักทายกลุ่มผู้ชุมนุมเช่นเดียวกัน จากนั้นได้นั่งซ้อนท้ายรถ จักรยานยนต์เดินทางไปที่เวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ที่มีนายอิสสระ สมชัย ประจำเวที ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การชุมนุมเวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีผู้ชุมนุมบริเวณรอบอนุสาวรีย์ฯ ล้นไปตามเส้นแยกต่างๆ และเข้าไปถึงตัวอนุสาวรีย์ฯ รวมทั้งบน สะพานข้ามแยกก็มีผู้ชุมนุมยืนโบกธงและเป่านกหวีดเต็มพื้นที่ โดยจุดนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปไตย์ พร้อมด้วยอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปไตย เช่น นายสุทัศน์ เงินหมื่น, นายอภิวัฒน์ เงินหมื่น, นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู, นายสมบัติ ยะสิน, นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์, นายไชยวัฒน์ ไตรยะสุนันท์ นำชาวบ้านเข้า ร่วมชุมนุมด้วย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ดำเนินรายงานทางช่องบลูสกายทีวี สรุปจำนวนผู้ชุมนุม 5 เวทีใหญ่และพื้นที่โดยรอบเมื่อประมาณ 15.00-16.00 น. โดยอ้าง การคำนวณที่ทางแกนนำ กปปส.ได้ให้บริษัทมืออาชีพช่วยคำนวณตามหลักสถาปัตยกรรม บนพื้นที่ทั้งหมด 650,077 ตร.ม. มีประชาชนจำนวนทั้งสิ้น 3,503,685 คน (ตัว เลขดังกล่าวยังไม่รวมผู้ชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย) ขณะที่อีกด้านหนึ่ง กลุ่มผู้ชุมนุมนำโดย น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก แนวร่วม กปปส. พร้อมด้วย ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการ นำมวลชนที่เรียกขานว่า "ขบวน กบฏดอกไม้เหล็ก" ซึ่งเป็นผู้หญิงและเหล่ามิสทิฟฟานี เคลื่อนขบวนออกจากจุดชุมนุมบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อไปชุมนุมที่บ้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการ นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ซอยโยธินพัฒนา 3 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. อย่างไรก็ตาม ก่อนที่แกนนำผู้ชุมนุมจะมาถึง ปรากฏว่าผู้ชุมนุมบางส่วนได้มาดักรออยู่ที่ปากซอยโยธินพัฒนา 3 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. โดยส่วนใหญ่ เป็นผู้หญิง ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำรถผู้ต้องขัง 1 คัน มาจอดขวางทางเข้าเอาไว้ รวมถึงแผงเหล็กด้วย จากนั้นเวลา 10.00 น. ผู้ชุมนุมได้กดดันจนเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เปิดแผงเหล็ก และเลื่อนรถผู้ต้องขังออกเพื่อเปิดทางให้ผู้ชุมนุมได้เข้าภายใน แต่ปรากฏว่า เข้ามาอีก 100 เมตร มีรถต้องผู้ขังจอดขวางทางเอาไว้อีกหนึ่งชั้น และการชุมนุมได้เกิดความวุ่นวายกันขึ้นเล็กน้อย เมื่อผู้ชุมนุมจำหน้านายพฤกษ์ พฤกษ์สุนันท์ หรือ ลุงยิ้ม ตาสว่าง ซึ่งเป็นแนวร่วมคนเสื้อแดง ที่แฝงตัวใส่เสื้อสีดำเข้ามาร่วมกลุ่มกับผู้ชุมนุม ทำให้ผู้ชุมนุมเกิดความไม่พอใจ ตะโกนด่าทอ และมีเหตุกระทบกระทั่งกันเล็กน้อย ก่อน การ์ดจะถูกนำตัวออกจากพื้นที่ไป เวลา 11.15 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำรถผู้ต้องขังที่จอดขวางทางอยู่ออกเพื่อเปิดให้ผู้ ชุมนุมเข้าไปถึงบ้านของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ด้วยระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร โดยตลอดทางผู้ชุมนุมได้มีการเป่านกหวีด บีบแตรรถ และร่วมถ่ายภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตามสองข้างด้วย ขณะเดียวกันยังมีชาวบ้านที่อาศัยอยู่ภายในซอยบาง ส่วนได้ออกมาถือธงชาติ เป่านกหวีดต้อนรับอยู่เป็นระยะ "ปู" ส่องกล้องดูบ้านโดนบุก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่สุดผู้ชุมนุมได้มาปักหลักอยู่บริเวณหน้าบ้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยหางแถวยาวล้นไปจนถึงปากซอย เพื่อรอแกนนำ กปปส.ที่กำลังเดิน ทางจากเวทีราชดำเนิน โดยมีกำลังตำรวจตั้งแถวเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ชุมนุมบุกเข้าไป ทั้งนี้ ในการชุมนุมครั้งนี้ พบว่ามีดารา ศิลปิน คนดัง เดินทางมาร่วมชุมนุม อาทิ น.ส .สุมนรัตน์ วัฒนาเศลารัตน์ หรือ ปีใหม่ และ น.ส.ปริญญา ควรตระกูล หรือป๋าต๊อบ จนเวลา 13.50 น. ขบวนของ น.ส.อัญชะลีและ ดร.เสรี รวมถึงคณะมิสทิฟฟานี เดินทางมาถึงหน้าบ้านพักของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ หลังจากเดินทางออกมาจาก เวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนิน มาตั้งแต่เวลา 09.00 น. ซึ่งใช้เวลาเดินทางเป็นเวลาหลายชั่วโมง เนื่องจากมีกลุ่มประชาชนผู้หญิงจำนวนมากมาร่วมสมทบ และ ต้องเดินด้วยเท้าสลับกับรถยนต์เป็นระยะทางที่ไกล ดร.เสรีได้ขึ้นรถปราศรัยอ่านแถลงการณ์ที่หน้าบ้านของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยมีการโจมตี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นพี่ชายของ น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ ในเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน และมีแนวคิดล้มล้างการปกครอง ทำร้ายประเทศไทย โดยมีเสียงโห่ร้องของผู้ชุมนุม กปปส.ที่มาสนับสนุนจำนวนมาก ท่ามกลางการ รักษาการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะที่ ดร.เสรีอ่านแถลงการณ์อยู่นั้น ได้เกิดเหตุความวุ่นวายขึ้น โดยมีการอ้างว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งได้ตบหน้าผู้ชุมนุม กปปส.ซึ่งเป็นผู้หญิง อยู่ บริเวณลานจอดรถของบ้านพัก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ชุมนุมอย่างมาก ทำให้ น.ส.อัญชะลีได้ประกาศผ่านโทรโข่งให้ผู้ชุมนุมออก จากบริเวณลานจอดรถบ้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพื่อป้องกันการเผชิญหน้ากัน หรือการกระทบกระทั่งกัน พร้อมประกาศว่า หากใครใช้ความรุนแรงในครั้งนี้แสดงว่าเป็นมือที่สาม ไม่ใช่ขบวนกบฏดอกไม้เหล็กอย่างแน่นอน ทำให้สถานการณ์เริ่มคลี่คลายลง ทั้งนี้ เมื่อแกนนำ กปปส.อ่านแถลงการณ์เสร็จสิ้น มีตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุมนำพวงหรีดและดอกไม้จันทน์ไปวางไว้หน้าบ้านของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพื่อแสดง สัญลักษณ์ ก่อนจะประกาศให้มวลชนเดินทางกลับไปยังถนนราชดำเนินในเวลา 15.20 น. ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ช่วงระหว่างที่ขบวนกบฏดอกไม้เหล็กบุกมาที่หน้าบ้านนายกฯ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กำลังเดินทางโดยรถไฟจากจังหวัดอุดรธานีไปจังหวัด หนองคาย และได้เปิดดูวงจรปิดบ้านที่โยธินพัฒนา 3 ที่เชื่อมไอแพดบอกคนที่บ้าน "บอกเขาว่าเจ้าของบ้านไม่อยู่" พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ที่ร่วมคณะด้วย กล่าวว่า ที่ยอมให้กลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางเข้าไปประชิดถึงบริเวณหน้าบ้านนายกฯ เพราะไม่ต้อง การให้เกิดการปะทะ เนื่องจากผู้ชุมนุมต้องการให้เกิดความรุนแรง แต่ก็ให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะมือที่สาม ที่อาจเข้ามาสร้างสถานการณ์ รวมถึงจุดอื่นๆ ที่มีการชุมนุมด้วย และมั่นใจว่าจะควบคุมสถานการณ์ได้ เพราะเจ้าหน้าที่ได้เตรียมแผนรองรับในทุกจุดแล้ว ส่วนเวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน ผู้ชุมนุมที่ไม่ได้ร่วมขบวนเดินตามจุดต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ทยอยมาชุมนุมมากกว่าทุกวัน ที่ผ่านมา โดยนำรถส่วนตัวจำนวนมากจอดไว้ตั้งแต่ตั้งแต่แยกผ่านพิภพจนถึงแยกคอกวัว ทั้งเส้นจราจรทั้งขาเข้าและขาออก ส่งผลให้การจราจร ถ.ราชดำเนิน ทั้งเส้นปิดตัวลง โดยอัตโนมัติ โดยมวลชนจำนวนมากกระจายตัวเป็นกลุ่มทั้งในพื้นที่สนามหลวงและบริเวณใกล้ เคียง ขณะเดียวกันมีมวลชนกลุ่มใหญ่กว่าหลายพันคนได้เคลื่อนขบวนมาจาก ฝั่งธนบุรี ข้ามสะพานพระปิ่นเกล้า เพื่อมาร่วมชุมนุมยังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย นอกจากนี้ ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่มีการพกสัมภาระใส่เป้ติดตัวมาด้วย เนื่องจากนายสุเทพประกาศว่าการชุมนุมในวันนี้จะต่อเนื่องไปจนถึงวันรุ่งขึ้น (23 ธ.ค.) "สุเทพ" ระดมล้อมไทย-ญี่ปุ่น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 16.00 น. เกิดความวุ่นวายขึ้นระหว่างที่ น.ส.เพ็ญพรรณ แหลมหลวง ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวไทย กำลังปฏิบัติหน้าที่รายงานสด สถานการณ์การชุมนุมอยู่บนรถถ่ายทอดสดของสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 อสมท ที่จอดอยู่หน้ากองสลากเก่า ซึ่งเป็นมุมสูง ได้ถูกผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งตะโกนด่าทอพร้อมเป่านกหวีดใส่ และเมื่อลงมาจากรถคันดังกล่าวก็ถูกต่อว่าและพยายามทำร้ายร่างกาย น.ส.เพ็ญพรรณกล่าวว่า ระหว่างที่รายงานได้กล่าวถึงบรรยากาศการชุมนุมและภารกิจของแกนนำ กปปส. โดยไม่ได้พูดถึงจำนวนผู้ชุมนุมแต่อย่างใด แต่ เมื่อลงจากรถปรากฏว่าชายคนหนึ่งตะโกนว่า "ขี้ข้าทักษิณ รายงานได้อย่างมีผู้ชุมนุม 3 พันคน" จากนั้นผู้ชุมนุมที่เป็นชายฉกรรจ์เข้ามาล้อมรถ และตนก็พยายามขอโทษ พร้อมยืนยันว่าไม่ได้รายงานจำนวนคน แต่ไม่ได้ผล สุดท้ายผู้ชุมนุมสาดน้ำเข้าที่หน้า และชายคนหนึ่งชกแขนซ้ายของตน รวมทั้งกระชากแขนไม่ให้ขึ้นรถออกนอกพื้นที่ นอก จากนี้มีการทำร้ายผู้ช่วยช่างภาพโดยผลักจนล้มและจะกระทืบ แต่มีการห้ามปรามทัน ทั้งนี้ ทีมข่าวพยายามนำรถออกนอกพื้นที่ ก็ยังถูกขว้างขวดน้ำ ทุบรถ ซึ่งทั้งหมดได้แจ้ง ความลงบันทึกประจำวันที่ สน.ดุสิตแล้ว เช่นเดียวกับช่วงเช้า ขณะที่ทีมข่าวสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 กำลังรายงานสถานการณ์การชุมนุมบริเวณหน้าศาลาว่าการ กทม. มีผู้ชุมนุมกลุ่มหนึ่งล้อมตะโกน ต่อว่าพร้อมเป่านกหวีดไล่ โดย น.ส.วารุณี ซื่อสัตย์สกุลชัย ผู้สื่อข่าวช่อง 3 ที่รายงานสดอยู่บนหลังคารถถ่ายทอดสดทันทีที่รายงานเสร็จกำลังลงจากรถ ถูกผู้ชุมนุมเดินเข้าหา และพยายามทำร้ายร่างกาย แต่ทีมงานช่อง 3 เข้าช่วยป้องกันไว้ โดยมีผู้ชุมนุมรายหนึ่งตะโกนว่า "จะผู้หญิงหรือผู้ชายกูก็จะต่อยหมด" ขณะที่บนเวทีปราศรัย หลังเกิดเหตุทีมข่าวช่อง 9 ถูกทำร้าย แกนนำได้ขึ้นเวทีประกาศห้ามปรามไม่ให้ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชน ทุกสำนักข่าว โดยระบุว่าเป็นหน้าที่ต้องเสนอข่าวการเคลื่อนไหวของการชุมนุม เวลา 18.45 น. นายสุเทพ ซึ่งเดินทางกลับจากตระเวนไปตามเวทีต่างๆ ตลอดทั้งวันอาทิตย์ ได้ขึ้นเวทีราชดำเนินปราศรัยว่า ขอกราบคารวะพี่น้อง ประชาชนทุกเวทีด้วยความหัวใจ ขอสารภาพเลยว่ารักพี่น้องสุดหัวใจจริงๆ เพราะได้แสดงออกว่ารักประเทศชาติ รักแผ่นดินเหนือสิ่งอื่นใด พี่น้องขจัดความกลัวจากหัวใจ เพราะก่อนถึงวันนี้มีคนปรามาสเหลือเกินบอกว่านัดให้ตายคนก็ไม่มากกว่า 9 ธ.ค. แต่วันนี้พิสูจน์แล้วว่ามวลมหาประชาชนออกมาแสดงมติหลายล้านคน มากกว่าวันที่ 9 ธ.ค. "การออกมาของพี่น้องวันนี้ มาทั้งแผ่นดิน มาจากทุกจังหวัด ทุกภาคของประเทศ มาด้วยหัวใจที่รักชาติรักแผ่นดิน มาเพื่อไล่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกจากตำแหน่ง ซึ่งวันที่ 22 ธ.ค. จะเป็นวันที่จารึกในประวัติศาสตร์ทั้งของไทยและโลก ว่าเป็นวันพลเมืองดีลุกขึ้นต่อสู้มากที่สุดในโลก เป็นการต่อสู้ที่ยึดหลักสันติ สงบ มือเปล่าไม่มีอาวุธ เป็น การต่อสู้แบบอสิงหาจริงๆ เพื่อยืนยันเจตนารมณ์เปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ที่ มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่ใช่แบบอื่น" นายสุเทพกล่าว เลขาฯ กปปส.กล่าวว่า เราต้องการปฏิรูปประเทศไทยก่อนเลือกตั้ง ถ้ารัฐบาลนี้และ กกต.ยังดึงดันที่จะให้มีการเลือกตั้งต่อไป แสดงว่าเขาท้าทายประชาชนคน ไทยทั้งประเทศ จะต้องเห็นดีกัน แล้วไม่ต้องมากล่าวหาว่าเราต่อต้านการเลือกตั้ง เราไม่ได้ต่อต้านการเลือกตั้ง แต่เราต้องการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม ไม่ต้องการพวกซื้อ เสียงอัปรีย์มาเป็นใหญ่ในบ้านเมืองต่อไป เราต้องการปฏิรูปประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ เราจึงต้องทำให้เสร็จเรียบร้อยก่อนเลือกตั้ง และหากพวกมันบังอาจไม่ทำ ตามเสียงคนส่วนใหญ่ พวกมึงก็เลวพอๆ กับระบอบทักษิณ อย่าเดินถนนออกมาพบประชาชนอีกเลย นายสุเทพยังเรียกร้องข้าราชการว่า กลัวอะไรอยู่ กลัวอะไรหนักหนากับระบอบทักษิณ ไม่กลัวลูกอายเพื่อนหรือ ไม่รักลูกตัวเองหรือ วันนี้มวลมหาประชาชน ทั้งประเทศวางหัวใจเคียงข้างกันแล้ว เอาชีวิตเป็นเดิมพันต่อสู้เพื่อชาติเพื่อแผ่นดิน อยากถามว่าหัวใจข้าราชการอยู่ตรงไหน ประชาชนสู้กันมาจนจะสิ้นปีอยู่แล้ว ทำ ทุกอย่างอย่างสันติ สงบไม่ทำชาติเสียหาย ถ้าพวกข้าราชการยังดูได้ อย่ามาโทษประชาชนก็แล้วกันที่จะทำด้วยวิธีประชาชน ถ้ายังดึงดันรับใช้ระบอบทักษิณ จะนัดหมาย ประชาชนเจอข้าราชการไม่ต้องยกมือไหว้ เจอเมื่อไหร่เป่านกหวีดใส่เหมือนกัน “เราให้เวลาข้าราชการ หากยังจงรักภักดีระบอบทักษิณ จะนำประชาชนปฏิวัติโดยประชาชนสมบูรณ์แบบ เป็นไรเป็นกัน อย่างมากก็เป็นกบฏติดคุก พวก มึงก็เป็นขี้ข้าทักษิณชาตินี้และชาติหน้า ขอประกาศเป็นสัจจะวาจาว่า ประชาชนหลายล้านคนจะไม่ยอมถอย สู้ตายให้หมดทั้งประเทศดีกว่าอยู่เป็นขี้ข้าเขา พี่น้องเราจะให้เวลา ข้าราชการ ถ้าเราทำทุกอย่างแล้วยังไม่สามารถเปลี่ยนใจ อ้างโน้นอ้างนี่ จะลุกขึ้นทำปฏิวัติด้วยประชาชน โดยอาศัยรัฐธรรมนูญมาตรา 3 มึงไม่ให้ดีๆ กูชิงคืน และจะได้เห็น กันในเวลาไม่ช้านี้” นายสุเทพกล่าว ลั่นไม่หยุดเลือกตั้งปิดทั่ว ปท. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังที่นายสุเทพปราศรัยจบ ได้ก้มลงกราบประชาชนที่มาฟังที่มาร่วมต่อสู้ ต่อมานายสุเทพกล่าวต่อว่า คืนนี้เป็นต้นไป จะไปรวมตัว และนอนหน้าสนามไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง (สถานที่รับสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อวันแรก) และหากย้ายที่สมัครที่อื่น เราก็จะตามไปด้วยทุกที่ เพื่อแสดงพลังไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้ง เราจะไม่เข้าไปในพื้นที่ไม่ข้างการสมัครรับเลือกตั้ง “แต่ใครไปสมัครก็ผ่านตีนกูไปก่อนแล้วกัน แล้วหากเหตุการณ์บ้านเมืองเลยไปถึงวันที่ 2 ก.พ. หากยังยึดประเทศไม่ได้ คือวันปิดเมืองทั้งประเทศ เพราะ ไม่มีใครไปเลือกตั้ง อยากให้ กกต.และ น.ส.ยิ่งลักษณ์จำภาพไว้ก่อนแล้วกัน หากมีเลือกตั้ง จะปิดทั้งเมือง ปิดทุกจังหวัด เพราะเราจะยึดประเทศเอาระบอบทักษิณออกไป" นายสุเทพกล่าว วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังคงปฏิบัติภารกิจอยู่ในพื้นที่ภาคอีสาน โดยนำคณะรัฐมนตรี ประกอบด้วย พล.ต.อ.ประชา, นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รักษาการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รักษาการ รมว.คมนาคม, นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รั รมว.สาธารณสุข, นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ รักษาการ รมช.มหาดไทย, นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รักษาการ รมช.การคลัง นั่งรถไฟจากสถานีรถไฟอุดรธานี ไปยังสถานีรถไฟหนองคาย เพื่อตรวจเส้นทางเดินรถไฟที่จะเชื่อมต่อไปยัง ประเทศลาว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนั่งอยู่ในขบวนรถไฟ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้โชว์รอยช้ำรอยขีดข่วนที่แขนและมือที่เกิดจากการพบปะ ประชาชนที่มารอให้การต้อนรับ ให้สื่อมวลชนได้บันทึกภาพ โดยนายกฯ ได้ทายาแก้รอยฟกช้ำ ซึ่ง พล.ต.อ.ประชารายงานว่า จ.อุดรธานีไม่มีการเป่านกหวีดเลย ซึ่งนายกฯ ได้กล่าวชื่นชมและขอบคุณในการ ต้อนรับอย่างอบอุ่น โดยในขบวนรถไฟนี้ นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร ได้ร่วมขบวนรถไฟด้วย ต่อมารักษาการนายกฯ ได้ลงที่สถานีรถไฟนาทา จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นจุดสถานที่ก่อสร้างสถานีขนส่งสินค้าทางคอนเทนเนอร์ ดูระบบคันกลับประแจและเครื่อง ทางสะดวก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ระบุเครื่องทางสะดวก ร.ฟ.ท.ใช้งานมากว่า 70 ปีแล้ว ขณะที่ประเทศอื่นเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์หมด นายกฯ ถึงกับมีสีหน้าตกใจ จากนั้นนายกฯ ไป ตรวจเยี่ยมด่านศุลกากรหนองคาย จุดสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 อ.เมืองฯ จ.หนองคาย โดยมีนายวิวัฒน์ ลิ้มสุวัฒน์ ผู้ว่าฯ จ.หนองคาย คอยต้อนรับ เวลา 12.00 น. นายกฯ และคณะเดินทางไปยังรับประทานอาหารกลางวัน ที่ร้านแดง แหนมเนือง จ.หนองคาย ริมโขง ปรากฏว่าระหว่างทางได้มีกลุ่มผู้ ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลประมาณ 7-8 คนเป่านกหวีดตะโกนไล่นายกฯ อยู่ข้างทาง ขณะที่คนเสื้อแดงที่ จ.หนองคาย ที่มาในขบวนนายกฯ ไม่พอใจและลงไปต่อว่า เวลา 14.30 น. คณะนายกฯ เดินทางถึงสวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา อ.เมืองฯ จ.หนองบัวลำภู และเข้าสักการะศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จากนั้นได้ปล่อยปลาจำนวน 30,000 ตัว ที่หนองบัว ซึ่งอยู่บริเวณด้านหลังศาล ก่อนเดินทางไปที่ อ.เชียงคาน จ.เลย เพื่อเข้า ที่พัก มีรายงานว่า ในเฟซบุ๊ก Yingluck Shinawatra น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “เดินทางมาตรวจราชการในพื้นที่ ภาคอีสานหลายจังหวัดและหลายภารกิจในแต่ละวัน อย่างน้อยก็มีลูกอยู่เคียงข้างคอยเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ” พร้อมกับลงรูปถ่ายคู่กับน้องไปป์ ด .ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร บุตรชาย ซึ่งกำลังสวมกอดกันด้วยรอยยิ้ม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกำหนดการเดิมนายกฯ ลงพื้นที่ตรวจราชการภาคอีสาน ระหว่างวันที่ 17-22 ธ.ค. แต่หลังจากที่ กปปส.ประกาศชุมนุมใหญ่อีก ครั้งโดยเดินทางไปยังบ้านพักที่ซอยโยธินพัฒนา 3 นายกฯ ได้ให้ทีมรักษาความปลอดภัยนำบุตรชายและคนใกล้ชิดเดินทางร่วมคณะด้วย หลังจากที่นายกฯ ลงพื้นที่ได้เพียงวัน เดียว นายกฯ ส่อหลบ ตจว.ถึงปีใหม่ ที่น่าสนใจ มีรายงานด้วยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังไม่มีกำหนดการเดินทางกลับกรุงเทพฯ จนกระทั่งช่วงเทศกาลปีใหม่จะกลับไปเคาต์ดาวน์ที่ จ.เชียงใหม่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. แถลงว่า พรรคประชาธิปัตย์ปฏิเสธการเลือกตั้ง การเคลื่อนไหว กปปส.ที่จะดำเนินการให้ถึง 2 ก.พ.57 เพื่อไม่ให้มี การเลือกตั้ง คนที่คิดก็คิดไป แต่หน้าที่พวกเราคือทำให้มีการเลือกตั้งให้เกิดให้ได้ เขตเลือกตั้งทั้งเขต 375 เขต คงยากที่จะทำให้เกิดเลือกตั้งไม่ได้ถึงครึ่งหนึ่ง แต่ขอเตือน ไม่ ว่าจะเป็นพรรคการเมืองหรือนักการเมือง หากจะไปล้มเลือกตั้งต้องรับผิดชอบ "เชื่อว่าการเคลื่อนไหวของ กปปส.ก่อนถึงวันที่ 28 ธ.ค. จะออกฤทธิ์กันอย่างเต็มที่ เพราะขึ้นปีใหม่นายสุเทพต้องขึ้นศาลคดีฆ่าคนตาย ม็อบหากจะเดินขบวน ปิดถนน ก็ขอให้ทำทุกวัน เพราะคนกรุงเทพฯ ชอบ ปิดถนนทุกวันก็ได้ เพราะตนไม่เดือดร้อน ไม่ได้ออกไปไหน อยากรู้เหมือนกันใครจะอดทนได้มากกว่ากัน" นายจตุพรกล่าว ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ว่าที่รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงอายัดบัญชีธนาคาร ของแกนนำ กปปส. นักวิชาการ และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ที่เข้าร่วมชุมนุมกับมวลชนว่า ในวันที่ 23 ธ.ค. ทางสมาชิกพรรคที่ถูกอายัดบัญชีจะประชุมร่วมกับทีม กฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อหาแนวทางการต่อสู้คดี และปกป้องสิทธิของตนเอง เนื่องจากการดำเนินการของดีเอสไอไม่เป็นไปตามกฎหมาย และเชื่อว่าน่าจะทำโดยพลการ "การกระทำของดีเอสไอยังแตกต่างจากการอายัดบัญชีกับผู้สนับสนุนการเคลื่อนไหว ของกลุ่มเสื้อแดงเมื่อปี 2553 เนื่องจากครั้งนั้นดีเอสไอทำตามคำสั่งของ ศาลที่ระบุว่าการชุมนุมไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขัดต่อรัฐธรรมนูญ แต่การชุมนุมของ กปปส.ในครั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยแล้วว่าการชุมนุมชอบด้วยกฎหมาย ไม่ขัด กับรัฐธรรมนูญ สงบปราศจากอาวุธ โดยมีเหตุผลจากการไม่ไว้วางใจการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล" นายองอาจกล่าว ว่าที่รองหัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวว่า เมื่อการชุมนุมชอบด้วยกฎหมาย ดีเอสไอก็ไม่มีอำนาจที่จะมาเล่นงานกลุ่มผู้สนับสนุนเช่นนี้ อีกทั้งการจะดำเนินการ อายัดบัญชี ควรจะมีการดำเนินการสอบสวนก่อนว่ากลุ่มผู้สนับสนุนการเคลื่อนไหวทำสิ่งที่ ผิดกฎหมายหรือไม่ หากไม่ได้ทำผิดกฎ ไม่ควรอายัดบัญชี จึงเห็นว่าการกระทำของดี เอสไอเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ "เราจะพิจารณาดำเนินการทางกฎหมายต่อนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้มีพฤติกรรมในลักษณะเช่นนี้อีกต่อไป โดย คาดว่าจะร่วมกับฟ้องเป็นกลุ่มในส่วนของสมาชิกที่ถูกอายัดเพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน" ว่าที่รองหัวหน้าพรรคปชป.กล่าว ด้านนายธาริต แถลงหลังประชุมพนักงานสอบสวนดำเนินคดีนายสุเทพกับพวกแกนนำ 38 คนว่า เป็นการพิจารณาจากการกระทำผิดที่แยกส่วนเป็นการ เฉพาะ ซึ่งเป็นความรับผิดของแกนนำโดยไม่เกี่ยวกับประชาชนที่ไปร่วมชุมนุม อาทิ การขึ้นปราศรัย ปลุกระดมให้ประชาชนล่วงละเมิดต่อกฎหมาย การสั่งให้รัฐบาลเลิก ปฏิบัติหน้าที่ การยุยงให้ข้าราชการ พนักงานหยุดการปฏิบัติงานและหยุดงาน การสั่งให้ตำรวจหยุดการปฏิบัติหน้าที่ การสั่งให้ประชาชนหยุดการเสียภาษี "ผมมีหมายเรียกให้แกนนำทั้ง 37 คน ยกเว้นนายสุเทพ เนื่องจากศาลได้ออกหมายจับไว้แล้ว ต้องเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในฐานะผู้ต้องหา และได้แจ้ง ธนาคารทุกแห่งตรวจสอบบัญชีเงินฝากทั้ง 38 คน หากพบให้จัดทำสำเนาการเดินบัญชีสเตทเมนต์ย้อนหลัง 6 เดือน ส่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และทำการอายัดการทำธุรก รรมนั้น เป็นการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ตามความเหมาะสม และความจำเป็นที่พึงต้องกระทำ การตรวจสอบจะใช้เป็นพยานหลักฐานว่าผู้ต้องหาแต่ละรายจะได้รับการ สนับสนุนเงินจากใคร หรือกลุ่มทุนใดมาสนับสนุนการกระทำผิดซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินคดีแกน นำทั้ง 38 คน และกลุ่มทุน ท่อน้ำเลี้ยง ที่สนับสนุนด้วย" อธิบดีดีเอส ไอกล่าว.