ข้อสอบ ว.บบบ. ครั้งที่ ๓ ปี ๒๕๕๘ (ปรนัย สำหรับทุกเข็ม) .doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
ข้อสอบ ว.บบบ. ครั้งที่ ๓ ปี ๒๕๕๘ (ปรนัย สำหรับทุกเข็ม) สำหรับ ผู้สอบทุกฐานะ ส่วนที่ ๑ กากบาต ๖๖ ข้อ ข้อละ ๑ คะแนน คำชี้แจง : โปรดเลือกและกากบาตข้อที่ท่านเห็นว่าถูกที่สุดลงบนกระดาษคำตอบ ผู้ใดบ้างที่เกิดการเบื่อหน่ายคลายกำหนัดในร่างกาย ก. ปุถุชน ข. กัลยาณชน ค. พระอาริยะ ง. ถูกทุกข้อ นาย ก. ไปทำบุญแบบปิดทองหลังพระ เพื่อความสบายใจ นายก. ย่อมได้ ก.กุศล ข. บุญ ค. อาริยะภูมิ ง.ถูกทุกข้อ พระพุทธเจ้าตรัสถึง จิตบ้าง มโนบ้าง วิญญาณบ้าง มุ่งหมายถึง ก.นามธรรมล้วน ๆ ข. จิต เจตสิก ค. จิตกับกาย ง.ถูกทุกข้อ เมื่อเกิดโกรธพระผู้ทรงศีล พยายามพิจารณาเห็นว่ามันเป็นบาป ไม่ควรโกรธ การพิจารณานี้เป็น ก.สมถะ ข.วิปัสสนา ค. โยนิโสมนสิการ ง.ทั้งสมถะและวิปัสสนา คำว่า “ปรมังสุขัง” พ่อครูแปลต่างจากสงฆ์กระแสหลักแปลอย่างไร ข้อใดถูกต้อง? ก. พ่อครูแปลว่าสุขอย่างยิ่ง ทั่วไปแปลว่า บรมสุข ข. พ่อครูแปลว่ายิ่งกว่าสุข ทั่วไปแปลว่า เหนือกว่าสุข ค. พ่อครูแปลว่ายิ่งกว่าสุข ทั่วไปแปลว่า เหนือทุกข์ ง. พ่อครูแปลว่ายิ่งกว่าสุข ทั่วไปแปลว่า สุขอย่างยิ่ง หากเรายึดถือเอาคำว่า “สันโดษ” หมายถึง “พอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่” จะเกิดผลอย่างไร ? ก. คนรวยที่พอใจในการมีมาก ๆ ก็จะถือว่าสันโดษได้ ข. คนรวยจะรู้จักพอ ค. คนทั้งโลกก็จะเป็นผู้สันโดษ ง. ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง นั่งหลับตาแบบพุทธกับแบบฤๅษีต่างกันมากที่สุดในข้อใด ? ก. ขันติ ข. โสรัจจะ ค. โยนิโสมนสิการ ง. นิวรณ์ ๕ ลักษณะเด่นของอิตถีภาวะอยู่ในข้อใด ? ก. ความเกิด ข. ความมีราคะ ค. ความดับ ง. ความโกรธ ความสัมพันธ์ระหว่างกายคตาสติ อานาปานสติ และมหาสติปัฏฐาน ๔ ข้อใดถูกต้องที่สุด ? ก. เป็นการปฏิบัติแบบองค์รวม ข. แยกกันเป็นอิสระ
อ่านต่อ
ค. ต้องปฏิบัติเรียงตามลำดับ ง. ให้เน้นเรื่องของสติเหมือนกันหมด ข้อใดกล่าว ไม่ ถูกต้อง ? ก. สัญญาไม่ใช่ปัญญา ข. ปัญญาคือรู้ของจริงตามความเป็นจริง ค. ถ้ามีแต่ “ความจำ” ก็จะขาดมหาภูตรูป ง. ความดำริเป็นแค่เรื่องของตรรกะ ภาวะที่มีองค์ประชุมของ“รูปรูป”และ “นาม” ซึ่งมีการแตะต้องกันสังขารกันตรงกับข้อใด ก. รูปนาม ข. นามรูป ค. รูปกาย ง. นามกาย ทำทานอย่างไรให้เกิดเป็นบุญ อย่างถูกต้อง ตรงธรรม ที่สุด ก. ให้ของดี ให้ของมีประโยชน์ ให้กับคนทุกชาติ ทุกศาสนา โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ข. ถวายปัจจัย ๔ แด่สมณะ,พระสงฆ์ ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ให้ทานทุกครั้งที่มีโอกาส ค. ให้ทาน สละแรงงาน สละของรัก พร้อมอ่านจิตจนเห็นกิเลส แล้วสำรอกออกไป จนไม่เหลือ ง. ทำทาน รักษาศีล ปฏิบัติธรรม ไม่กินเนื้อสัตว์ ภาวะใดที่มีทั้งรูปและนาม แต่แยกกัน ต่างคนต่างอยู่ ไม่มีการสังขารกันเลย ? ก. รูปนาม ข. นามรูป ค. รูปกาย ง. นามกาย ซากศพควรจัดเข้าในข้อใด ? ก. รูปรูป ข. รูปนาม ค. รูปกาย ง. ไม่มีข้อใดถูกต้อง ทำไมองค์กรชาวอโศกมีลักษณะเป็นเครือแห(pyramidal web)ไม่ใช่เป็น เครือข่าย(network) ก. เป็นแนวระนาบ ข. มีเชิงลึกที่โยงใยสัมพันธ์กัน ค. เป็นอิสระต่อกัน ง. มีสองมิติทั้งแนวระนาบและแนวตั้ง “ทั้งความไม่มีในโลกและความมีในโลกต่างก็ไม่มี” เกิดขึ้นได้โดยอาศัยเหตุปัจจัยใด ? ก. การรู้จักรู้แจ้งรู้จริงในเรื่องความเกิด-ความดับ ข. เหตุปัจจัยด้านตรรกศาสตร์ ค. ต้องรู้แจ้งว่า “ค้าบุญ คือบาป” ง. ไม่มีเหตุปัจจัยใดทั้งสิ้น บุญเติม เห็น บุญมากบริจาคเงินให้โรงเรียน เขากลัวเสียหน้าจึงบริจาคให้มากกว่าตรงกับข้อใด ? ก. ได้บุญ ไม่ได้กุศล ข. ได้กุศล แต่ไม่ได้บุญ ค. ได้ทั้งบุญ ได้ทั้งกุศล ง. ไม่ได้ทั้งบุญและกุศล ทำบุญ เป็นบุญ ได้บุญ คือทำตรงไหน ทำอย่างไร ที่ถูกที่สุด ก. การทำจิตในจิตให้ถ่องแท้ สามารถชำระกิเลส ในจิตสันดานลงได้ คือกิเลสถูกชำระลงได้ เท่ากับ มีผล ข. คนกินน้อย ใช้น้อย ทำงานมากๆ มีส่วนเหลือจุนเจือแบ่งปัน ค. คนผู้ฝึกบำเพ็ญ ทั้งสมถะวิธี และวิปัสสนาวิธี อย่างจริงจัง ง. คนผู้ปฏิบัติตามบุญกิริยาวัตถุ 10 ด้วยศรัทธาแรงกล้า ชีวิตินทรีย์ คือชีวิตของใคร เกิดที่ไหน มีอะไรเป็นอาหาร จะตายด้วยเหตุใด ก. คือชีวิตของสรรพสัตว์ในโลกนี้ เกิดแก่เจ็บตาย เวียนวน สุขๆทุกข์ๆ กับการแสวงหาอาหาร แสวงหาอำนาจ แล้วมีความตายในที่สุด ข. คือชีวิตของลูกศิษย์พระพุทธเจ้า ผู้เป็นอุคฆติตัญญู แค่ฟังหัวข้อธรรม ก็บรรลุมรรคผลนิพพาน ค. คือชีวิตของสัมภเวสี ท่องเที่ยวอยู่ในโลกสวรรค์ มีอาหารทิพย์ อายุไขยืนยาว แล้วตกตายเป็นที่สุด ง. คือชีวิตสัตว์โอปปาติกะ ที่ผุดเกิดในจิต มีพลังอำนาจ เห็นได้ด้วยญาณทัสสนะ มีอาหาร ๔ เป็นเครื่องอาศัย ตายด้วยการบำเพ็ญบุญ สำรอกจิตสันดานให้หมดจด จะละความดำริพล่านในเรือนกาย เรือนใจ จะทำตรงไหน ก. ทำใจในใจ (โยนิโสมนสิการ) ข.ทำสติให้ถึงพร้อม (สติมันโต) ค. ทำความเพียรอย่างเสมอๆ ต่อเนื่อง(วิริยารัมภะ) ง. ถือเคร่งครัด ปฏิบัติศีลให้บริสุทธิ์ ทุกศาสนาต่างก็กล่าวถึงบุญ แต่ศาสนาอื่นนอกจากพุทธขาดสิ่งใด ? .....(จากหน้า ๖๓) ก. ศาสนาอื่นไม่มีกุศล ข. ศาสนาอื่นขาดกัลยาณธรรม ค. ศาสนาอื่นขาดการชำระกิเลส ง. ถูกทั้ง ก.และ ค. การทำบุญ กุศล ให้ถึงพร้อม ตามหลักพุทธแท้ๆ ทำอย่างไร ก.ขวนขวาย ทำบุญ ทำทาน เสียสละ ลดละความสุขสบายส่วนตัว ข. ตั้งตนอยู่บนความลำบาก กุศลธรรมเจริญยิ่ง ค. เข้าวัด รักษาศีล ฟังธรรม ขยันเสียสละ ศรัทธาคงมั่น ง. ขวนขวาย เสียสละ เอาภารกิจน้อยใหญ่ของเพื่อนพรหมจรรย์ พร้อมอ่านจิต จับกิเลสในจิต สำรอกออก สลัดออก ด้วยปัญญาอันรู้เห็นความจริงตามความเป็นจริง ผู้ที่รู้สึกกลัวบาปอยู่จะสรุปได้ตามข้อใด ? ..........(จากหน้า ๘๓) ก. มีจิตเทวดา ข. มีจิตอสุรกาย ค. ยังห่างไกลจากอาริยธรรม ง. ยังสรุปไม่ได้ ข้อใด ไม่ ถูกต้อง ? ..........(จากหน้า ๘๕ - ๘๗) ก. คนจนอาริยะ คือคนจนมหัศจรรย์ ข. คนจนอาริยะ แม้จะจนก็ยังรวย ค. คนรวยอนาริยะ คือคนรวยที่ไม่มีวันจน ง. ทั้งข้อ ข. และ ค. คือคำตอบ ทำไม นรกหลังตาย แรงร้ายหนักหนาสาหัส กว่าตอนมีชีวิตเป็นๆ ก. วิบากกรรมบาป จะติดตามตอนหลังตายเท่านั้น ข. ไม่มีความจริง หลากหลายให้อาศัย ให้กลบเกลื่อนพักพิง เหมือนตอนเป็นๆ มีแต่ความจำ ที่เป็นวิบากกรรม วิบากบาป ล้วนๆ ตามเล่นเพียวๆ ค. ไม่มีร่าง ไม่มีแรง สู้ไม่ได้ หนีไม่พ้น ยิ่งทนยิ่งทุกข์ ง. ถูกทุกข้อ “คนจนที่ไม่มีวันรวย” ตรงกับข้อใด ? ..........(จากหน้า ๘๘) ก. คนจนที่ไม่คิดจะรวย ข. คนจนที่ตั้งใจจน ค. คนรวยที่ทำตัวจน ๆ ง. คนรวยที่ไม่รู้จักพอ อะไรเป็นแก่นในพุทธศาสนา ก. ปัญญา ข. สมาธิ ค.วิมุติ ง. ศีล สมาธิ ปัญญา “คนรวยที่ไม่มีวันจน” ตรงกับข้อใด ? ..........(จากหน้า ๘๙) ก. คนรวยที่รู้จักใช้จ่ายเก็บออม ข. คนรวยที่หมั่นบริจาคทาน ค. คนจนที่มีใจพอ ง. คนจนที่สะสมจนรวย คุณนิธิ และคุณราศี เป็นเรื่องเกี่ยวข้องข้อใด ? ..........(จากหน้า ๑๐๓) ก. วิบากแห่งบาป ข. วิบากแห่งบุญ ค. ทั้งข้อ ก.และ ข. ง. เป็นชื่อของบุคคล ข้อใดกล่าว ไม่ ถูกต้อง ? ..........(จากหน้า ๑๒๐) ก. ในชีวิตเป็นอยู่ปัจจุบันขณะก็มีปรโลกได้ ข. ปรโลกแบบสมาธิหลับตาเป็นมโนมยอัตตา ค. ทั้งข้อ ก.และ ข. ง. ไม่มีคำตอบตามคำถามนี้ ผู้ปฏิบัติแบบใดที่หนีห่างจากโลกธรรม ..........(จากหน้า ๑๒๗) ก. ศรัทธานุสารี ข. ธัมมานุสารี ค. ทิฏฐิปปัตตะ ง. ไม่มีข้อใดถูกต้อง การที่พ่อครูนำเอาเรื่องบุคคล ๔ ที่สัมพันธ์กับคำว่า เจโตสมถะและโลกุตระมาอธิบายนั้นต้องการชี้ให้เห็นถึงสิ่งใดเป็นสำคัญที่สุด ? ก. การปฏิบัติให้บรรลุมรรคผลทำได้หลากหลายวิธี ข. การปฏิบัติแบบเจโตสมถะก็สามารถได้อธิปัญญา ค. ผู้ติดหลงเจโตสมถะแล้วไม่ได้มรรคผลมีอยู่มาก ง. ไม่มีนัยะอะไรเป็นพิเศษ ข้อใดกล่าวถูกต้อง ? ..........(จากหน้า ๑๒๙ – ๑๓๐) ก. การกำหนดให้ร่างกายอยู่นิ่ง ๆ เป็น กายปัสสัทธิ ข. ผู้ปฏิบัติกายสักขีจะห่างไกลจากการสัมผัสวิโมกข์ ๘ ด้วยกาย ค. สัมผัสด้วยกายไม่จำเป็นต้องอาศัยตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ง. จะปฏิบัติกายในกายต้องรู้ “สักกาย” ก่อน กินอาหารอร่อย ถูกใจ เป็นสุข จำไว้ หามาเสพใหม่ ก็สุขอีก แล้วไม่จริงตรงไหน? ก. สุขเพราะเป็นทาสตัณหา ต้องหามาเสพได้สมใจก็สุข ไม่ได้สมใจก็ทุกข์ ข. ชีวิตก็สุขๆ ทุกข์ๆ เวียนวน เป็นเรื่องธรรมดา ค. ความสุขอยู่ที่ความพอใจ ง. อร่อยมีจริง กับคนที่สัมผัสจริง จากการที่พ่อครูเคยถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุก ๖ เดือน รอลงอาญา ๒ ปี แต่พ่อครูยืนยันว่า “อาตมาไม่ได้แพ้” ปรากฏการณ์นี้บทสรุปใดถูกต้องที่สุด ? ..........(จากหน้า ๑๙ – ๒๐) ก. แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร ข. สภาพหมุนรอบเชิงซ้อ น ค. ธรรมทั้งหลายไม่ใช่ตัวตน ง. ความจริงมีหนึ่งเดียว ข้อใดกล่าว ไม่ ถูกต้อง ..........(จากหน้า ๒๘) ก. อทุกขมสุขไม่มีในโลกียะ ข. เคหสิตอุเบกขาเวทนาเป็นอุเบกขาแบบโลกีย์ ค. อทุกขมสุขมีทั้งโลกียะและโลกุตระ ง. ทั้ง ข. และ ค. ล้วนไม่ใช่คำตอบ ตัวตัดสินขั้นสุดท้ายของความเป็น “บุญ” อย่างสัมมาทิฎฐิคือข้อใด ? (จากหน้า ๓๐) ก. ชำระกิเลสในสันดาน ข. อ่านนามรูปของใจได้ ค. รู้จักรู้แจ้งรู้จริงในอาการของความเป็นใจได้ ง. ทั้งข้อ ข. และ ค. รวมเข้าด้วยกัน เทวดา สัตว์นรก ผุดเกิดที่ไหน เห็นได้อย่างไร ก. ผุดเกิดกับปุถุชน เห็นได้ทั่วๆไป ข. ผุดเกิดกับผู้หมดอวิชชา เห็นได้ด้วยญาณทัสนวิเสโส ค. ผุดเกิดที่จิตของคนผู้มีอวิชชา เมื่อกระทบสัมผัสกับสิ่งที่ชอบหรือชัง เห็นได้ด้วยปัญญาญาณ ง. ผุดเกิด ในสวรรค์ ในนรก เห็นได้ด้วยตาทิพย์ เพราะเหตุใดทำบุญแล้วจึงได้บาป ? ..........(จากหน้า ๓๐ – ๒๑) ก. เพราะทำใจในใจตนอย่างถ่องแท้ ข. เพราะมีแต่ผล แต่ขาดมรรคญาณ ค. เพราะทำบุญไม่เป็นสัมมา ง. เป็นไปไม่ได้ที่ทำบุญแล้วจะได้บาป ประเด็นสำคัญที่สุดเกี่ยวกับเรื่องกลองอานกะอยู่ที่ใด ? ..........(จากหน้า ๓๖-๓๗) ก. ของใหม่เกิดจากการสั่งสมของเก่า ข. ของเก่าหาย เข้าใจของปลอมว่าเป็นของเก่า ค. เกิดการบูรณาการจากของเก่ารวมกับของใหม่ ง. ของเก่าของใหม่ล้วนเป็นสิ่งสมมุติ ไม่มีผลอะไร สุขแบบโลกุตระ นั้นคืออย่างไร? (น.๔๑) ก. สุขสงบเรียบง่าย สุขที่ใจรู้จักปล่อยวางบ้าง ข. สุขยิ่งกว่าสุข เรียกว่า ปรมังสุขัง คือบรมสุข หรืออุปสโมสุข หรือ วูปสโมสุข ค. คนรู้จักพอ รู้จักให้ แจกจ่ายแบ่งปัน ใจก็ชื่นสุข ง. สุขเพราะบำเพ็ญเจโตสมถะ ได้รู้จักมิตรดี สหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดี ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด ? ..........(จากหน้า ๓๙ ) ก. ศาสนาพุทธมุ่งแต่โลกุตรธรรมไม่รู้โลกียธรรม ข. ศาสนาที่มีโลกียธรรมต้องมีโลกุตรธรรมด้วย ค. ทุกศาสนามีทั้งโลกียธรรมและโลกุตรธรรม ง. ศาสนาอื่นนอกจากพุทธไม่มีโลกุตรธรรมเลย หลักธรรมข้อใดเป็นเครื่องชี้วัดที่ชัดเจนที่สุดว่าโลกียสุข เป็นสุขเท็จ ? (จากหน้า ๔๒) ก. พรหมวิหาร ๔ ข. สังคหวัตถุ ๔ ค. สามัญลักษณะ ๓ ง. สิกขา ๓ ข้อใดถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับ “มัชฌิมา” ? ..........(จากหน้า ๔๕) ก. กึ่งกลางระหว่างความดีกับความเลว ข. กึ่งกลางระหว่างกามกับอัตตา ค. กึ่งกลางระหว่างบุญกับกุศล ง. ผิดทุกข้อ ข้อใดกล่าว ไม่ ถูกต้อง ? ..........(จากหน้า ๔๙) ก. เมื่อถึงปริโยสานก็ยังมีสันตติต่อได้ ข. อรหัตตะ คือสภาพที่เป็นสันตติ ค. อัตตภาพที่เป็นอรหัตตะเรียกว่า “อมตะ” ง. ผิดทุกข้อ ผู้ปฏิบัติที่หมดความเป็น “อันตา” จะมีผลเป็นอย่างไร ? ..........(จากหน้า ๔๗) ก. มัชฌิมา ข. ชรตา ค. อิทัปปัจจยตา ง. มรรคองค์ ๘ ข้อใด ไม่ใช่ ภาวะของผู้พ้นสังโยชน์(สังโยค) ....(จากหน้า ๕๑) ก. เป็นผู้ชำระเหตุให้เกิดสัตว์ได้แล้ว ข. เป็นผู้ชำระกิเลสในสันดานได้แล้ว ค. เป็นผู้พ้นความเป็นสัตว์โลกโลกียะ ง. ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง ข้อใดเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าสาระธรรมของคำว่า “บุญ” หายไปในทุกวันนี้ ? ..........(จากหน้า ๕๔-๕๕) ก. บุญยังคงเป็นเครื่องชำระล้างกิเลส ข. บุญกลายเป็นนามธรรมแล้ว ค . บุญกลายเป็นเรื่องของโลกธรรม ง. ถูกทั้ง ก. และ ข. ความหมายของคำว่า เอาบุญเป็นวิมานหลอกคน คืออย่างไร? ก. ทำการตลาดที่ยิ่งใหญ่ เพื่อให้คนอยากได้บุญ ปลุกเร้าให้คนโลภบุญ ข. คนมีบุญ จะสุขสมใจทุกอย่าง ค. ทำบุญด้วยเงินทองมากๆ จะร่ำรวยในชาตินี้และชาติหน้า ง. ถูกทุกข้อ คำว่าบุญ สอดคล้อง กับคำใด มากที่สุด (ทวย. ๒๙ ธ.ค.๕๗) ก.ศีล ข. เนกขัมมะ ค. สัมมาทิฏฐิ ง.สมาธิ นามคือธาตุรู้ รูปคือสิ่งที่ถูกรู้ ในรูป ๒๘ มีมหาภูตรูป มีรูปชนิดไหนที่จัดเป็น ชนิดกึ่งกายกึ่งจิต (ทวช. ๑ ม.ค. ๕๘) ก. โคจรรูป ข. ปสาทรูป ค. ภาวรูป ง. หทยรูป ข้อใดต่อไปนี้ ถูกต้อง (ทวช. ๑ ม.ค. ๕๘) ก. ผู้ทำนิโรธได้ ต้องมีภูมิธรรมระดับอนาคามีเป็นอย่างต่ำ ข. ผู้ทำนิโรธได้ ต้องมีภูมิระดับอรหันตตมรรคเป็นอย่างต่ำ ค. ผู้ทำวิราคะได้ ต้องมีภูมิธรรมระดับอนาคามีเป็นอย่างต่ำ ง. ผู้ทำวิราคะได้ ต้องมีภูมิธรรมระดับสกิทาคามีเป็นอย่างต่ำ ในรูป ๒๘ นั้น รูป ตัวไหนที่เป็นตัวสิ้นสุดมรรค (ทวช. ๑ ม.ค. ๕๘) ก. วิการรูป ข.ลักขณรูป ค. ปริเฉทรูป ง. วิญญัติรูป นิยามใดในศาสนาพุทธ ที่พ่อครูว่า ตรงกับประชาธิปไตยที่แท้จริงคือข้อไหน? ก. พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก)พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) ข. โลกุตระ(เหนือโลก) โลกวิทู(รู้ทันโลก) โลกานุกัมปายะ(เกื้อกูลอนุเคราะห์โลก) ค. ยิ่งกว่าเอกราชทั่วทั้งแผ่นดิน ยิ่งกว่าสวรรคาลัย ยิ่งกว่าอธิปไตยใดๆในโลกทั้งปวง คือโสดาปัตติผล ง. สัปปุริสธรรม ๗ และมหาปเทส ๔ ปีติ ชนิดไหนที่พ่อครูว่า ควรใช้อาศัย? (ทวย. ๓๐ ธ.ค. ๕๗) ก. อุพเพงคาปีติ ข. ผรณาปีติ ค. โอกกันติกาปีติ ง. ขณิกาปีติ ข้อใดต่อไปนี้ ผิด (ทวช. ๑ ม.ค. ๕๘) ก. วิปัสสนา ไม่มีในสมาธินั่งหลับตาแบบฤาษี เพราะไม่มีกาย ข. วิปัสสนา ไม่มีในสมาธินั่งหลับตาแบบฤาษี เพราะไม่มีผัสสะ ค. วิปัสสนา ไม่มีในสมาธินั่งหลับตาแบบฤาษี เพราะไม่มีมหาภูตรูป ๔ ง. วิปัสสนา ไม่มีในสมาธินั่งหลับตาแบบฤาษี เพราะไม่มีวิญญาณ ปฏิบัติธรรมแบบฤาษี กับแบบพุทธ ข้อไหนผิด (ทวย. ๑ ม.ค. ๕๘) ก. ปฏิบัติแบบฤาษี สามารถปฏิบัติกับกายสังขารได้ ข. ปฏิบัติแบบพุทธ สามารถปฏิบัติกับวจีสังขารได้ ค. ปฏิบัติแบบฤาษี สามารถปฏิบัติกับรูปรูปได้ ง. ปฏิบัติธรรมแบบพุทธ สามารถปฏิบัติกับนามรูปได้ การปฏิบัติธรรมในปฏฺิจจสมุปบาท ให้เรียนรู้ฝึกฝนในข้อใด? (ทวย. ๑ ม.ค. ๕๘) ก. ตัณหา ๓, เวทนา ๓, ผัสสะ ๖, อายตนะ ๖, นาม ๕, รูป ๒๘, วิญญาณ ๖, สังขาร ๓ ข. ตัณหา ๓, เวทนา ๓, ผัสสะ ๓, อายตนะ ๖, นาม ๕, รูป ๒๘, วิญญาณ ๖, สังขาร ๓ ค. ตัณหา ๖, เวทนา ๖, ผัสสะ ๖, อายตนะ ๖, นาม ๕, รูป ๒๘, วิญญาณ ๖, สังขาร ๓ ง. ตัณหา ๓, เวทนา ๖, ผัสสะ ๓, อายตนะ ๖, นาม ๕, รูป ๒๘, วิญญาณ ๖, สังขาร ๓ พระสูตรใด ที่พระพุทธเจ้าตรัสสอนเรื่องสัมมาสมาธิของพุทธ? ก. ลังกาวตารสูตร ข. มหาปรินิพพานสูตร ค. มหาจัตตารีสกสูตร ง. มงคลสูตร อมตบุคคลคือใคร? ก. พระโสดาบัน ข. พระสกิทาคามี ค. พระอนาคามี ง.พระอรหันต์ ผู้ป่วยที่เป็นมนุษย์พืช(พีชนิยาม) ถ้าหมอถอดเครื่องช่วยหายใจ หมอจะบาปไหม? ก. ไม่บาป ข. บาป ค. ทั้งบาปและไม่บาป ง. ผิดทุกข้อ อิตถีภาวะ เป็นอาการของจิต ที่อยู่ในคนประเภทใดได้บ้าง ก. เพศหญิง ข. เพศชาย ค. กระเทย ง. ถูกทุกข้อ กายไม่ใช่องค์ประชุมของส่ิงใด? ก. มหาภูตรูป ๔ ข. ขันธ์ ๕ ค. ทวารทั้ง ๖ ง. ปรมัตถธรรม ๔ เราจะชำระกิเลส ออกจากวิญญาณได้ต้องมีอะไรเป็นสมุทัย ก. มีนาม ๕ ข. มีขันธ์ ๕ ค. มีผัสสะ ๓ ง. มีมหาภูตรูป ๔ “ปรโลก” อย่างพุทธ ผลที่ได้คือส่ิงใด ก. โลกสมุทัย ข. โลกนิโรธ ค. อิธพรหมจริยวาโส ง. สัตตาโอปปาติกา การทำบุญ “คือการชำระกิเลสของตนให้หมดจด” ด้วยวิธีการใด ก. นั่งสมาธิ ข. บำเพ็ญตบะ ค. ปฏินิสสัคคะ ง. โยนิโสมนสิการ ################# อย่าลืม มีสอบข้อเขียนอีกนะ ยังไม่เสร็จ ####################