แม่เรือนชื่อเวเทหิกา.docx
เนื้อหาในไฟล์
แม่เรือนชื่อเวเทหิกา [๒๖๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว ที่พระนครสาวัตถีนี้แหละมีแม่เรือนคน หนึ่งชื่อว่าเวเทหิกา ดูกรภิกษุทั้งหลาย กิตติศัพท์อันงามของแม่เรือนชื่อว่าเวเทหิกาขจรไปแล้ว อย่างนี้ว่า แม่เรือนชื่อว่าเวเทหิกา เป็นคนสงบเสงี่ยมอ่อนโยน เรียบร้อย ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แม่เรือนเวเทหิกา มีทาสีชื่อกาลีเป็นคนขยัน ไม่เกียจคร้าน จัดการงานดี ต่อมา นางกาลีได้ คิดอย่างนี้ว่า กิตติศัพท์อันงามของนายหญิงของเราขจรไปแล้วอย่างนี้ว่า แม่เรือนชื่อว่าเวเทหิกา เป็นคนสงบเสงี่ยม อ่อนโยน เรียบร้อย ดังนี้ นายหญิงของเราไม่ทำความโกรธที่มีอยู่ภายในให้ ปรากฏ หรือไม่มีความโกรธอยู่เลย หรือว่านายหญิงของเราไม่ทำความโกรธที่มีอยู่ภายในให้ ปรากฏ ก็เพราะเราจัดการงานทั้งหลายเรียบร้อยดี ไม่ใช่ไม่มีความโกรธ อย่ากระนั้นเลย จำเราจะ ต้องทดลองนายหญิงดู วันรุ่งขึ้นนางกาลีทาสี ก็แสร้งลุกขึ้นสาย ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฝ่ายแม่- *เรือนเวเทหิกา ก็ได้ตวาดนางกาลีทาสีขึ้นว่า เฮ้ย อีคนใช้กาลี นางกาลีจึงขานรับว่า อะไรเจ้าขา. เว. เฮ้ย เองเป็นอะไรจึงลุกจนสาย. กา. ไม่เป็นอะไรดอก เจ้าค่ะ. นางจึงกล่าวอีกว่า อีคนชั่วร้าย ก็เมื่อไม่เป็นอะไร ทำไมเองจึงลุกขึ้น จนสาย ดังนี้แล้ว โกรธ ขัดใจ ทำหน้าบึ้ง. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ทีนั้นนางกาลีทาสีจึงคิดว่า นายหญิงของเราไม่ทำความโกรธที่มีอยู่ ในภายในให้ปรากฏเท่านั้น ไม่ใช่ไม่มีความโกรธ ที่ไม่ทำความโกรธที่มีอยู่ในภายในให้ปรากฏ ก็เพราะเราจัดการงานทั้งหลายเรียบร้อยดี ไม่ใช่ไม่มีความโกรธ อย่ากระนั้นเลย เราจะต้องทดลอง นายหญิงให้ยิ่งขึ้นไป ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถัดจากวันนั้นมา นางกาลีทาสี จึงลุกขึ้นสายกว่านั้นอีก ครั้งนั้น แม่เรือนเวเทหิกาก็ตวาดนางกาลีทาสีอีกว่า เฮ้ย
อ่านต่อ
อีคนใช้กาลี. กา. อะไรเล่า เจ้าข้า. เว. อีคนใช้ เองเป็นอะไรจึงนอนตื่นสาย. กา. ไม่เป็นอะไรดอก เจ้าค่ะ. นางจึงกล่าวอีกว่า เฮ้ย อีคนชั่วร้าย ก็เมื่อไม่เป็นอะไร ทำไมเองจึงนอนตื่นสายเล่า. ดังนี้แล้ว โกรธ ขัดใจ แผดเสียงด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย ดูกรภิกษุทั้งหลาย ทีนั้น นางกาลี ทาสีจึงคิดดังนี้ว่า นายหญิงของเรา ไม่ทำความโกรธที่มีอยู่ในภายในให้ปรากฏเท่านั้น ไม่ใช่ไม่มี ความโกรธ ที่ไม่ทำความโกรธที่มีอยู่ในภายในให้ปรากฏ ก็เพราะเราจัดการงานทั้งหลายให้เรียบร้อย ดี ไม่ใช่ไม่มีความโกรธ อย่ากระนั้นเลย เราจะต้องทดลองให้ยิ่งขึ้นไปกว่านี้อีก ดังนี้ ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย แต่นั้นมา นางกาลีทาสีก็ลุกขึ้นสายกว่าทุกวัน ครั้งนั้น แม่เรือนเวเทหิกาผู้นาย ก็ร้อง ด่าตวาดนางกาลีทาสีอีกว่า อีกาลีตัวร้าย. กา. อะไรเล่า เจ้าข้า. เว. อีคนใช้ เองเป็นอะไร จึงตื่นสายนักเล่า. กา. ไม่เป็นอะไรดอก เจ้าค่ะ. นางจึงกล่าวอีกว่า เฮ้ย อีชาติชั่ว ก็ไม่เป็นอะไร ทำไมจึงนอนตื่นสายนักเล่า ดังนี้แล้ว โกรธจัด จึงคว้าลิ่มประตู ปาศีรษะ ปากก็ว่า กูจะทำลายหัวมึง ดูกรภิกษุทั้งหลาย คราวนั้น นางกาลีทาสีมีศีรษะแตก โลหิตไหลโซม จึงเที่ยวโพนทะนา ให้บ้านใกล้เคียงทราบว่า คุณแม่ คุณพ่อทั้งหลาย เชิญดูการกระทำของคนสงบเสงี่ยม อ่อนโยน เรียบร้อยเอาเถิด ทำไมจึงทำแก่ ทาสีคนเดียวอย่างนี้เล่า เพราะโกรธเคืองว่า นอนตื่นสาย จึงคว้าลิ่มประตูปาเอาศีรษะ ปากก็ว่า กูจะทำลายหัวมึง ดังนี้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย แต่นั้นมา กิตติศัพท์อันชั่วของแม่เรือนเวเทหิกา ก็ขจรไปอย่างนี้ว่า แม่เรือนเวเทหิกา เป็นคนดุร้าย ไม่อ่อนโยน ไม่สงบเสงี่ยมเรียบร้อย แม้ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุบางรูปในพระธรรมวินัยนี้ ก็ฉันนั้น เป็นคนสงบเสงี่ยมจัด เป็นคนอ่อนโยนจัด เป็นคนเรียบร้อยจัด ได้ก็เพียงชั่วเวลาที่ยังไม่ได้กระทบด้วยคำอันไม่ เป็นที่พอใจเท่านั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เมื่อใด เธอกระทบถ้อยคำอันไม่เป็นที่พอใจเข้า ก็ยังเป็น คนสงบเสงี่ยม อ่อนโยนเรียบร้อยอยู่ได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อนั้นแหละ ควรถือว่าเธอเป็น- *คนสงบเสงี่ยม เป็นคนอ่อนโยน เป็นคนเรียบร้อยจริง ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราไม่เรียกภิกษุรูปที่ เป็นคนว่าง่าย ถึงความเป็นคนว่าง่าย เพราะเหตุได้จีวร บิณฑบาต เสนาสนะแลคิลานปัจจย เภสัชบริขารว่า เป็นคนว่าง่ายเลย ข้อนั้นเพราะเหตุไร? ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะภิกษุรูปนั้น เมื่อไม่ได้จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจยเภสัชบริขารนั้น ก็จะไม่เป็นคนว่าง่าย จะไม่ถึงความเป็นคนว่าง่ายได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุรูปใดแล มาสักการะเคารพ นอบ- *น้อมพระธรรมอยู่ เป็นคนว่าง่าย ถึงความเป็นคนว่าง่าย เราเรียกภิกษุรูปนั้นว่า เป็นคนว่าง่าย ดังนี้ เพราะฉะนั้นแหละ ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เราจักเป็นผู้สักการะ เคารพ นอบน้อมพระธรรม จักเป็นผู้ว่าง่าย จักถึงความเป็นคนว่าง่ายดังนี้. โรหิณีชาดก ชาดกว่าด้วยมิตรที่โง่เขลา สถานที่ตรัสชาดก .....เชตวันมหาวิหาร นครสาวัตถี สาเหตุที่ตรัสชาดก .....ในสมัยพุทธกาล ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีมีหญิงรับใช้คนหนึ่งชื่อ โรหิณี นางได้ฆ่ามารดาตายด้วยสากตำข้าว เพราะความตั้งใจที่จะตีแมลงวันที่มารุมตอมมารดา เมื่อมารดาตาย นางเศร้าโศกเสียใจมาก บรรดาคนรับใช้ทั้งหลายจึงนำความที่เกิดขึ้นมาแจ้งท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เมื่อท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีจัดการเรื่องศพมารดาของนางโรหิณีแล้ว จึงไปที่เชตวันมหาวิหาร และกราบทูลเรื่องที่เกิดขึ้นให้พระบรมศาสดาทรงทราบ พระพุทธองค์จึงทรงระลึกชาติด้วยบุพเพนิวาสานุสติญาณ ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีจึงกราบทูลอารธนาให้พระองค์ทรงเล่าเรื่องในอดีต พระพุทธองค์จึงทรงนำ โรหิณีชาดก มาตรัสเล่าดังนี้ เนื้อหาชาดก .....ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติกรุงพาราณสี เศรษฐีผู้หนึ่งมีสาวใช้ชื่อ นางโรหิณี วันหนึ่งในฤดูร้อน มีแมลงวันชุกชุมมาก มารดาของนางโรหิณีซึ่งชรามากแล้ว หูตาฝ้าฟาง งกๆ งิ่นๆ ทำอะไรไม่ค่อยได้ จึงหลบแมลงวันเข้าไปนอนอยู่ใน โรงกระเดื่อง บังเอิญแมลงวันฝูงหนึ่งบิดตามเข้าไปด้วย มันรุมตอมแขนขาหน้าตา และเนื้อตัวของนาง เมื่อปัดที่หนึ่งมันก็บินไปตอมอีกที่หนึ่งไล่ไม่ไป นางรำคาญมากจึงร้องเรียกนางโรหิณีให้มาช่วยปัดแมลงวันให้ นางโรหิณีรับคำแล้วรีบไปหาแม่ทันที ครั้นเห็นแมลงวันทั้งฝูงกำลังรุมกัดรุมตอมแม่พึ่บพับอยู่อย่างนั้น จึงโกรธจัดคิดจะฟาดแมลงวันให้แหลกลาญ จึงฉวย สากตำข้าว ที่อยู่ใกล้มือหวดโครมลงไป ปรากฏว่าแมลงวันส่วนหนึ่งตายคาที่แต่แม่ของนางก็ถึงกับชักตาตั้งตายไปเช่น กัน นางโรหิณีตกใจมาก ร้องตะโกนเสียงลั่น คนรับใช้ทั้งหลายต่างวิ่งมาดู แต่ช่วยเหลืออะไรไม่ได้เสียแล้ว จึงพากันซักถาม นางโหริณีพูดพลางร้องให้สะอึกสะอื้น เสียใจในความวู่วามโง่เขลาของตน เมื่อเศรษฐีทราบเรื่องที่เกิดขึ้น จึงให้จัดการทำศพมารดาของนางโรหิณี แล้วกล่าวว่า “ ศัตรูที่มีปัญญายังดีกว่ามีคนช่วยเหลือที่โง่เขลา ดูสิ นางโรหิณีฆ่ามารดาตายแล้ว ได้แต่ร้องไห้คร่ำครวญอยู่” ประชุมชาดก พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประชุมชาดกว่า มารดานางโรหิณี ในครั้งนั้น ได้มาเป้นมารดานางโรหิณีในครั้งนี้ นางโรหิณี ในครั้งนั้น ได้มาเป็นนางโรหิณีในครั้งนี้ เศรษฐี ได้มาเป็นพระองค์เอง