611031 นักรณรงค์เก็บขยะจากมุมไบ(1).docx
เนื้อหาในไฟล์
611031 นักรณรงค์เก็บขยะจากมุมไบ ยินดีต้อนรับสู่บางกะเจ้าครับ แอฟฟรอซ ขอบคุณครับ ยินดีที่ได้มาที่นี่ คุณรู้จักคุณนุ้ยได้อย่างไร นี่คือยุคของโซเชียลมีเดีย Internet ที่จริงเขาไม่ได้รู้จักฉันค่ะ ฉันเป็นฝ่ายเข้าไปทำความรู้จัก เพราะเมื่อเราอยากสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เราต้องการคนที่สามารถสร้างแรงจูงใจ และนำบุคคลที่อาจยังไม่เชื่อในตัวเอง คุณเป็น Champion Of The Ocean มิสเตอร์นักเก็บขยะ เป็นครั้งแรกที่นักกฎหมายถูกเรียกแบบนี้ กรุณาเล่าสิ่งที่คุณทำในมุมไบให้เราฟังหน่อยสิ อะไรที่คุณทำที่มุมไบ อย่างแรกเลยผมเล่าถึงปัญหาและค่อยพูดถึงการแก้ปัญหา ผมคงถูกพิพากษาถ้าไม่บอกผู้ชมว่า ปัญหาขยะพลาสติกในทะเล เป็นปัญหาใหญ่มากที่มนุษยชาติกำลังเผชิญอยู่ พลาสติกในทะเล ไม่ว่าจะเป็นสหประชาชาติ รัฐบาลผม รัฐบาลคุณ ทุกคนมีความเข้าใจถึงปัญหานี้ผิดทาง รวมถึงที่ว่า เราต้องทำอะไรกับเรื่องนี้ ในฐานะนักกฎหมายคนหนึ่ง ผมปรับเปลี่ยนความคิด ที่มุมไบผมย้ายบ้านมาอยู่ใกล้ชายหาด อยากบอกว่า เราต้องเริ่มการเดินทางของเราเอง ทุกวันนี้คุณจะเห็นแต่คนพูดถึง การทำหน้าที่ของประชาธิปไตยว่า คุณจ่ายภาษี จากนั้นก็ไล่ตามนักการเมือง เป็นแบบนี้กันทั่วทั้งโลก แต่โลกใบนี้กำลังบอกเรื่องอื่นกับเรา เรื่องที่สำคัญกว่าที่ว่า เราต้องเริ่มต้นการเดินทางของเราเอง เราทำได้ในทางประชาธิปไตย เราสามารถหยิบยกขึ้นมาพูดคุยหาทางออกกัน ดังนั้นจ่ายภาษีแล้วปล่อยเป็นหน้าที่นักการเมืองมันไม่พอ นี่ไม่ใช่ปรัชญาของผม นี่คือสิ่งที่โลกใบนี้บอกผม รัฐธรรมนูญหลายฉบับทั่วโลก รวมทั้งในสหรัฐ ในประเทศไทย รวมถึงในอังกฤษ เขียนไว้ว่า การปกป้องสิ่งแวดล้อมคือหน้าที่พื้นฐาน เช่นเดียวกับการไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ดัง
อ่านต่อ
นั้นการปกป้องสิ่งแวดล้อมเป็นหน้าที่ของคุณ ไม่ใช่กับนักการเมือง แต่เป็นเรื่องของทุกคน แล้วเกิดอะไรขึ้นกับคน เมื่อคนพูดถึงการปกป้อง ก็จะมีคำถามเกิดขึ้น ต้องนิยามว่า การปกป้องคืออะไร เราสามารถทำได้หลายรูปแบบ คุณสามารถเขียนข้อความลงทวิตเตอร์ว่า ฉันรักสิ่งแวดล้อม และใส่ภาพไป 2-3 ภาพ คุณสามารถยุติเรื่องการปกป้องไว้แค่นั้น หรือจะสามารถออกมาประกาศว่า ไม่ ฉันจะลงมือทำงานนี้อย่างจริงจัง เข้ามาลงมือทำ ครับผมถึงเซ็งมากตอนนี้ เพราะไม่เจอขยะในแม่น้ำเลย คุณมาผิดที่ วัดนี้เป็นศูนย์เรียนรู้การจัดการของชุมชน เป็นศูนย์เรียนรู้ คุณต้องไปให้ถูกที่ เพราะนี่ พิสูจน์ได้ว่าคนในพื้นที่ต้องลงมือทำด้วย ใช่ใช่ แต่ว่าที่มุมไบเกิดอะไรขึ้นกับคุณ สมัยเด็กผมอาศัยอยู่ที่ชายหาดนั้น ได้ลงไปว่ายน้ำ จากนั้นต้องย้ายไปอยู่ส่วนอื่นของมุมไบ ช่วยงานอาชีพนักกฎหมาย แล้วได้ย้ายกลับมา ชายหาดของผมหายไปแล้ว เมื่อผมพูดว่า หาย ต้องขีดเส้นใต้ย้ำ คำนี้ยังไม่สามารถบรรยายสิ่งที่ผมพยายามจะพูด มีกองขยะสูง 5 ฟุตครึ่ง บนชายหาดระยะทาง 3 กิโลเมตรที่ทอดตัวสู่กลางเมืองมุมไบ เมืองหลวงแห่งการค้าของอินเดีย บอลลีวู้ด อุตสาหกรรมภาพยนตร์ทั้งหมดตั้งอยู่ที่นั่น บรรดานักธุรกิจ เมื่อเห็นผม ผมบอกกับตัวเองว่า พระเจ้า มันเกิดอะไรขึ้น ต้องมีอะไรผิดพลาดอย่างร้ายแรง เพราะทุกคนที่ผ่านไปมา ก็ทำกิจกรรมตามปกติ เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันไม่ใช่แค่ชายหาดสะอาดของผม ยังมีพวกสัตว์ทะเลที่พูดไม่ได้ ทั้งเต่า สัตว์น้ำที่มีเปลือกแข็ง ฉลาม สัตว์ทุกตัวที่กินพลาสติกที่เราต้องรับผิดชอบ คุณและผม แล้วเราก็มองหาทางแก้ปัญหาด้วยรัฐบาล นโยบายต่าง กฎหมาย การประชุมอภิปรายในห้องประชุมโรงแรม 5 ดาว ถกเถียงกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด นี่คือการแก้ปัญหาหรือ? กองขยะสูงแค่ไหนนะครับ 5 ฟุตครึ่ง เราสองคนได้เลย แต่สำหรับคุณ คงไม่ แล้วคุณว่าอย่างไร เมื่อคุณเห็นเรื่องแบบนี้ คุณถามตัวเอง ก็จะพูดกันว่า นี่เป็นปัญหาเรื่องเงิน เรื่องโครงสร้างพื้นฐาน เรื่องการบริหารงานของรัฐ จากประสบการณ์ ของคนที่ทำงานอยู่ในศาลสูง ซึ่งเห็นการทำงานของรัฐบาล การทำงานของศาล ผมตระหนักว่านี่คือปัญหาจากมนุษย์ และผมใช้คำจากภาษาอังกฤษว่า จิตสำนึกของความเป็นเจ้าของ เป็นไปได้อย่างไร ที่บ้าน รถ Office เสื้อผ้าของคุณสะอาด แต่ทันทีที่คุณก้าวออกมาสู่ท่ามกลางสิ่งแวดล้อม คุณก็พูดว่า ไม่ใช่ฉัน มันเป็นปัญหาของรัฐบาล ปัญหาของคนอื่น เรากลายเป็นคนคิดง่ายๆ ว่ามันเป็นปัญหาของรัฐ ของคนอื่น ฉันไม่ได้ทิ้งเศษขยะ ไม่ได้ใช้พลาสติกพวกนี้ ฉันเป็นคนถูก การสูญสิ้นจิตสำนึกความเป็นเจ้าของ ได้สร้างเครือข่ายของปัญหาสิ่งแวดล้อมทั้งหมด และตามความรู้สึกของผม เรากำลังหลงประเด็น ความหมายของผมก็คือ ทางแก้ปัญหาอยู่ตรงนี้ แต่คุณไปตรงโน้น คุณตั้งคำถามผิด ก็จะได้คำตอบผิด ตกลง เกิดอะไรขึ้นกับคุณ และคุณเปลี่ยนทัศนคติได้อย่างไร ผมบอกกับตัวเองก่อนเลยว่า สิ่งแรกที่ลงมือทำก็คือ การรวบรวม แล้วบอกตัวเองว่า ผมควรเรียนรู้ด้วยตัวเอง มหาสมุทรนี้เป็นของผม เป็นสถานที่เล่นในวัยเด็ก เกิดอะไรขึ้นภายในช่วง 15-20 ปี ทุกคนบอกว่านี่ไม่ใช่ของใคร ดังนั้น ผมจึงเริ่มการเดินทางของตัวเองทุกสัปดาห์ กลุ่มของเราจะไปที่ชายหาด ไปเก็บขยะ ไปหาว่าคลื่นกำลังบอกอะไรกับผม นี่คือดนตรีที่บรรเลงอยู่ในธรรมชาติ บทดนตรีเหล่านั้น คุณจะรู้ได้เมื่อคุณไปใช้เวลาที่นั่น ผมลงมือทำ บอกตัวเองต้องไปทำความสะอาด ไปเห็นสิ่งแวดล้อมในภาพรวม ปัญหาขยะพลาสติกในทะเล การทำความสะอาดชายหาด และป่าชายเลนเพื่อให้ได้มาซึ่งระบบเศรษฐกิจที่ไม่มีขยะ ในการประชุมวันพรุ่งนี้ ผมจะพูดถึงเรื่องนี้ว่า คุณจะปรับลูกตุ้มถ่วงน้ำหนักและชีวิตของคนทั่วไปได้อย่างไร นี่ไม่ใช่เรื่องของนาย กอ นาย ขอ แต่เกี่ยวกับทุกคนบนท้องถนน ที่ควรทราบและรู้จักกับระบบเศรษฐกิจที่ไม่มีขยะ ผมเริ่มต้นเก็บขยะบนชายหาดเริ่มก้าวแรกด้วยการออกไปเก็บขยะเพื่อทำให้โลกรอบตัวสะอาด สิ่งที่ผมถามตัวเองก็คือ สัปดาห์นี้ผมจะทำอะไรเพื่อโลก ถามคน 7 พันล้านคนที่ทิ้งขยะเหมือนกัน โลกใบนี้ไม่ใช่แค่ของของคุณหรือผม แต่ยังเป็นของสัตว์สปีชีส์อื่นๆเช่นกัน คุณจำเป็นต้องเคารพตรงจุดนี้ ไม่ใช่เรื่องที่ว่าผมกินผมหิวผมรู้สึกหรอ ต้องการเสื้อผ้าที่เหมาะสม สัตว์ที่พูดไม่ได้เหล่านั้น เราก็ต้องฟังเสียงพวกมันด้วย แต่ ทำงานคนเดียวคงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ แล้วคุณทำได้อย่างไร คำถามข้อดีของคุณสำคัญมาก และก็ใช่ ทุกคนถามคำถามนี้ว่าผมจะทำอะไรได้ มีคนเจ็ดพันล้านคนบนโลกนี้กำลังซื้อพลาสติกอยู่ ผมบอกพวกเขาว่า ผมคงหลอกตัวเองถ้าบอกว่า ผมมาเพื่อโลก ผมไม่ได้มาเพื่อเปลี่ยนโลก ผมต้องมาเพราะเป็นการเดินทางส่วนตัวของผม เป็นการเดินทางส่วนตัวของคุณ นั่นคือข้อสำคัญ ลองจินตนาการว่า ทั้ง7 พันล้าน ทำสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่ ร่วมกับคนอีกนับพันในมุมไบ หลายพันคนในอินเดีย และทั่วทุกมุมโลกพวกเขาพูดชักชวนกัน ให้มาที่มหาสมุทรมาที่แม่น้ำมาที่ป่า ลงมาใช้เวลาแบบนี้ เมื่อจำเป็นว่าต้องเป็นการท่องเที่ยว ผมอยากให้รู้สึกว่าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการรับผิดชอบ ไม่ว่าผมจะไปที่ไหนก็ตาม ผมจะทำให้แน่ใจว่าได้รักษาความสะอาด พื้นที่ 10 ตารางฟุตบริเวณที่ไปอยู่ อย่างน้อยก็บริเวณสนามหน้าบ้าน ใช่ครับถ้าผมอยู่ที่นี่และรักษาความสะอาดของแม่น้ำไม่สำคัญว่าใครจะพูดว่ามีเงินทุนเท่าไหร่ลงมา ลองนึกภาพว่าคนทั้ง 7 พันล้านคนเริ่มทำสิ่งนี้ ก็จะเป็นโลกแห่งความเปลี่ยนแปลง เริ่มต้นด้วยการลงมือทำของบางคน ความสุดขั้วอย่างขวากับซ้าย อย่างบางคนที่พูดว่า ห*มากไปไม่น้อยกว่า ผมก็จะบอกให้มาพบที่ตรงกลาง ไม่มีอะไรมากเลยน้อยไป ต้องอยู่ตรงกลาง ไม่มากไปไม่น้อยไปพอดีพอดี ผมได้เริ่มแล้ว และสิ่งที่เห็น ผู้คนอื่นๆได้รับข้อความเหล่านี้ไหมครับ เป็นสิ่งที่สำคัญ คุณเริ่มต้นการเดินทางของฝุ่น ผมเริ่มของผม บ้านผมขยะเป็นศูนย์แล้ว ผมออกมาทำความสะอาดให้นอกบ้าน บอกกับตัวเองว่า ฉันจะจุดประกายให้คนอื่นๆ ทั้งหมดที่ต้องทำก็คือ ค่อยๆใส่แรงบันดาลใจในเรื่องนั้นให้กับผู้คน ผมยึดแนวทางของท่านมหาตมะคานธี บิดาผู้วางรากฐานให้ประเทศของผม ตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนกฎหมาย ผมได้อ่านเรื่องที่ท่านใช้ภาษาของความรัก ทุกอย่างที่อยู่บนพื้นฐานของความรัก ไม่ใช่เงินทอง ไม่ใช่โครงสร้างพื้นฐานในการพูดว่า ผมทำตรงนี้นะ คุณช่วยทำตรงนั้นได้ไหม มองดูระบบการเมืองแบบเดิมๆที่เป็นกันอยู่ทุกวันนี้ นายกรัฐมนตรีทุกคน ประธานาธิบดีล้วนพูดว่ะ ฉันจะเขียนกฎหมายที่บอกว่าสิ่งนี้ ถูกหรือผิด สิ่งที่ถูกเอาไว้ ให้นักกฏหมายนำไปใช้ในศาล บอกว่าต้องทำนั่นทำนี่ แต่เคยหรือยังที่จะเริ่มต้นการเดินทางของตัวเอง การเดินทางของตัวเอง พะนะท่าน ลองก้าวออกมา แล้วทำสิ่งที่ต้องทำสิครับ และทำในฐานะบุคคลคนหนึ่งนะ ไม่ใช่ฐานะนายกรัฐมนตรี เราทุกคนล้วนสวมหมวกอยู่ 2 บาท คุณกอ และผม ต่างก็มีหมวก 2 ใบ ผมต้องถอดหมวกของนักกฎหมายออก เธอก็ต้องถอดหมวกของคนทำงานด้านการส่งเสริมความยั่งยืนทิ้งไป เพื่อเริ่มต้นการเดินทางของเธอ ผมก็เริ่มการเดินทางของผม นี่คือปรัชญาของโลกที่ท่านมหาตมะคานธียึดถือไว้นานมาแล้ว ท่านบอกว่า ฉันพูดบนพื้นฐานของความรัก การรักและเคารพซึ่งกันและกัน การกระทำที่ออกไปก็มาจากความรักและความเคารพ ตอนนี้เพิ่งเริ่มต้นผมยังไม่ตระหนักถึงปรัชญานี้ว่าจะประสบความสำเร็จ คุณมองดูมุมใบ ณวันนี้เป็นเมืองที่วุ่นวายมาก มีนักเรียนมากกว่า 60,000 ผลัดเปลี่ยนกันมาทำงาน ทุกสัปดาห์จะมีนักเรียน 200 คนมาที่ชายหาด ป่าชายเลน เข้าในสลัม ทุกสัปดาห์หรือ สลับกันหรือ ครับทุกสัปดาห์เลย จากนั้นก็มีคนทั่วไปเข้ามาร่วม