561125 ยึดสำนักงบ-กรมประชาฯ.docx

โฟลเดอร์_Data office Neo protest สำรอง mac
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์20 KB
วันที่แก้ไข10 สิงหาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

“สุเทพ” ยึดสำนักงบ-กรมประชาฯ - คปท.กลับที่ตั้ง กปท.ยังพรึ่บหน้า บช.น. (นาทีต่อนาที) วันนี้่ (25 พ.ย.) ความเคลื่อนไหวมวลชนทั้ง 3 กลุ่ม ในยุทธศาสตร์ดาวกระจาย เมื่อเวลา 09.00 น. เวทีราชดำเนินได้ปล่อยขบวนมวลชนไปยัง 13 จุด แล้ว เช่นเดียวกับขบวนของกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ ในขณะที่เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทยยังไม่เคลื่อนไหว เมื่อเวลา 09.49 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็น 1 ใน 13 จุดที่มีการเคลื่อนขบวนขณะนี้ มีรายงานว่า ประชาชนได้เดินทางมารอสมทบเป็นจำนวนมาก โดยได้มีเหตุการณ์วุ่นวายเล็กน้อย โดยมีมวลชนบางส่วนได้ตะโกนด่าทอ และโต้เถียงกับตำรวจ พร้อมเป่านกหวีดเข้าไป จนทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปิดประตูสำนักงานทั้งหมด ซึ่งตอนนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ขณะที่หัวขบวนที่นำโดยมีนายพุทธิพงษ์ ปุณณกัณต์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ยังไม่มาถึง ส่วนภายในสำนักงานได้มีการเตรียมพร้อมแก๊สน้ำตา และสายฉีดน้ำเอาไว้แล้ว รวมทั้งซักซ้อมวิธีการใช้ด้วย ซึ่งตอนนี้มีตำรวจอยู่ประมาณ 1,200 นาย เมื่อเวลา 09.52 น.ขบวนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำเวทีราชดำเนิน ได้เดินทางผ่านย่านสะพานขาว ไปยังสำนักงบประมาณ เมื่อเวลา 09.54 น. กลุ่มผู้ชุมนุมนำโดยนายสุพล จุลใส นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ได้เดินขบวนจากเวทีราชดำเนินผ่านหน้ากระทรวงกลาโหมเข้ากระทรวงมหาดไทย ได้เดินวนหนึ่งรอบเพื่อประกาศทำความเข้าใจกับประชาชนก่อนขบวนจะมาหยุดบริเวณ ประตูสิงห์ แล้วปักหลักชุมนุมปราศรัยด้านหน้ากระกรวงมหาดไทยเลียบคลองหลอด ก่อนปราศรัยโจมตีการทำงานของนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ที่ได้ทำหนังสือถึงข้าราชการท้องถิ่นให้สกัดกั้นประชาชนเข้าร่วมการชุมนุมมี การโรยตะปูเรือใบ ขณะที่นายจารุพงษ์ กลับไปเข้าร่วมการชุมนุมกับเวทีกลุ่

อ่านต่อ

มคนเสื้อแดงที่ราชมังคลากีฬาสถาน ต่อมานายพิชัย บุณยเกียรติ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้นำมวลชนจากเวทีราชดำเนินมาสมทบ ทำให้บริเวณด้านหน้าถนนอัษฎางค์ เลียบคลองหลอดเต็มไปด้วยกลุ่มผู้ชุมนุม โดยปราศรัยเรียกร้องให้ข้าราชการกระทรวงมหาดไทยถอดสูท ถอดเครื่องแบบ เข้าร่วมการชุมนุมขับไล่รัฐบาล และยืนยันว่า จะปักหลักชุมนุมตลอดทั้งวันไม่เคลื่อนไปไหน นอกจากนี้ยังระบุอีกว่า ขณะนี้พื้นที่ภาคใต้ประสบปัญหาอุทกภัย แต่ยังไม่มีตัวแทนรัฐบาลหรือหน่วยใดเข้าไปช่วยเหลือ ถือว่า ใจดำมาก แล้วยังไม่มีการประกาศพื้นที่ประสบภัยด้วย อย่างไรก็ดีกระทรวงมหาดไทยได้มีนายจรินทร์ จักกะพาก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้นำข้าราชการจำนวนหนึ่ง ลงมารับดอกกุหลาบจากตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุม บริเวณด้านหน้าประตูสิงห์และนำน้ำดื่มไปมอบให้กับผู้ชุมนุมได้ดื่มเพื่อลด อารมณ์ความตึงเครียดของผู้ชุมนุม สำหรับบรรยากาศการรักษาความปลอดภัยนั้นกระทรวงมหาดไทยได้มีการนำรั้วลวดหนาม มาขึงรอบบริเวณประตูรั้วทั้งหมด พร้อมทั้งได้มีการจัดกำลังจากสมาชิกอาสารักษาดินแดน (อส.) ประมาณ 7 กองร้อย มาตรึงรักษารอบพื้นทื่ของกระทรวงมหาดไทย เมื่อเวลา 10.00 น. ที่เวทีนางเลิ้ง โฆษก คปท.ประกาศเตรียมเคลื่อนกำลังพลแต่ยังไม่ระบุจุด โดยให้ประชาชนเดินทางไปตั้งขบวนที่บริเวณสนามม้านางเลิ้ง เมื่อเวลา 10.07 น. ขบวนของนายสุเทพ ได้เดินทางมาถึงแยกยมราชแล้ว โดยมีขบวนของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์เข้ามาสมทบ ทั้งนี้เส้นทางที่กลุ่มมวลชนเคลื่อนผ่านถูกปิดการจราจรจากจำนวนของประชาชน โดยปริยายทั้งนี้ตลอดเส้นทางได้มีประชาชนตามบ้านเรือนและผู้สัญจรผ่านให้มา ให้กำลังใจกลุ่มมวลชนด้วยการเป่านกหวีดและโบกมือทักทายจำนวนมาก เมื่อเวลา 10.14 น. นายชุมพล จุลใส อดีต ส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ได้นำมวลชนไปยังบริเวณหน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยมวลชนยืนประจันหน้ากับตำรวจบริเวณแนวกั้น แยกมิสกวัน ถ.ศรีอยุธยา โดยได้มีการเปิดเวลาทีปราศรัยย่อยโจมตีรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง เวลา 10.27 น.ขบวนคปท.ได้เริ่มเคลื่อนมวลชนแล้ว นำโดยนายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท.เดินทางไปตามถ.พิษณุโลก เข้า ถ.สวรรคโลก ไปยัง ถ.ศรีอยุธยา เพื่อเดินทางไปจุดที่ 1 บริเวณหน้ากระทรวงการต่างประเทศ เวลา 10.30 น.นายวิทยา แก้วภราดัย อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายแทนคุณ จิตต์อิสระ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ได้นำกลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางมาที่บริเวณหน้าฐานทัพอากาศ ถ.วิภาวดี เพื่อมอบดอกไม้และนกหวีดให้กับพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ โดยมีพล.อ.ต.ชูชัย ดุลยโกเมศ เลขานุการกองทัพอากาศ เป็นผู้รับหนังสือแทน โดยวัตถุประสงค์ในการเดินทางมาครั้งนี้ เพื่อเรียกร้องให้ทหารออกมายืนเคียงข้างกับประชาชน เวลา 10.41 น.ที่ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ได้มีประชาชนนับร้อยมารอขบวนบริเวณด้านหน้า โดยถือป้ายโจมตีการทำงานของสถานี และการนำเสนอข่าวของนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรเล่าข่าว โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมีคุมสถานการณ์กว่า 180 นาย ขณะที่นายณัฐพล ทีปสุวรรณ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ยังเดินทางมาไม่ถึง ทางด้านผู้บริหารระดับสูงของสถานีระบุว่า ไม่ได้มีการเตรียมการป้องกันอะไรเป็นพิเศษ รวมทั้งไม่ได้ห้ามพนักงานออกมาร่วมชุมนุมด้วย อย่างไรก็ตามบรรยากาศล่าสุดได้มีพนักงานโบกมือ เป่านกหวีดให้กำลังใจ พร้อมทั้งเอาน้ำมาแจกสื่อมวลชนที่เฝ้าทำข่าวด้วย เวลา 10.45 น.ขบวน กปท.เคลื่อนมาสมทบกับขบวนของนายชุมพล ที่บช.น. เวลา 10.46 น.ขบวน คปท.ได้หยุดอยู่ที่แยกเสาวณีย์ เพื่อเปิดทางให้ขบวนของนายสุเทพ เคลื่อนผ่านไปก่อน เวลา 10.49 น. ขบวนของนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ได้เปิดเวทีปราศรัยหน้ากองบัญชาการกองทัพบก โดยเมื่อเวลา 09.30 น. นายเอกนัฏ พร้อมด้วย น.ส.ธีราภา เทือกสุบรรณ บุตรสาวของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ น.ส.จิตรภัสร์ ภิรมย์ภักดี สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้นำกลุ่มผู้ชุมนุมมายังบริเวณด้านหน้าเพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหาร และเรียกร้องให้ร่วมแสดงออกในการต่อต้านระบอบทักษิณ พร้อมทั้งมอบดอกกุหลาบสีแดง และ นกหวีด ให้กับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก และเจ้าหน้าที่ทหาร โดยมีพ.อ.วัชระ นิตยะสุทธิ์ รองเลขานุการกองทัพบก พ.อ.อนุชา ชุ่มคำ ผอ.กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกองทัพบก พ.อ.จิตนารถ ปุณโณถก หัวหน้ากองธุรการ สลก.ทบ. เป็นผู้แทนออกมารับช่อดอกกุหลาบแดง และ นกหวีดที่นอกประตูรั้ว นายเอกนัฎ เปิดเผยว่า วันนี้ตนในฐานะตัวแทนเครือข่ายต่อต้านระบอบทักษิณ และกลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางมา เพื่อแสดงจุดยืนในการขจัดระบอบทักษิณให้หมดไป และให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไป ตนและพี่น้องประชาชน ได้นำกำลังใจ มามอบดอกไม้ พร้อมกับ นกหวีดมาให้ทหารกล้าทุกคน ซึ่งเรามาอย่างสงบเรียบร้อย เป็นพลเมืองดีที่รักประเทศชาติบ้านเมือง เรามีแต่ตัวกับหัวใจ และขอร้องให้ทหารออกมายืนเคียงข้างประชาชน โดยขอฝากผ่านไปยังผู้บัญชาการทหารบกด้วย ทั้งนี้บรรยากาศของกลุ่มผู้ชุมนุมที่เดินมายังหน้ากองทัพบกต่างโห่ร้องและ เป่านกหวีดเสียงดัง เพื่อเป็นการแสดงพลัง เวลา 10.57 น.ที่สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ หรือ ช่อง 11 ได้มีมวลชนจำนวนหลายร้อยคนทยอยมาชุมนุมตามแผนดาวกระจายแล้ว ขณะที่ขบวนของนายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปยัง ถ.วิภาวดีรังสิต มุ่งหน้ามายังสถานีเพื่ออ่านแถลงการณ์ แต่ขณะนี้ยังไม่ถึง เวลา 11.00 น.ขบวน คปท.เดินทางไปถึงหน้ากระทรวงการต่างประเทศแล้ว เวลา 11.01 น.ที่หน้าอาคาร อสมท ซึ่งเป็นที่ทำการสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ ทีวี หรือช่อง 9 นายถนอม อ่อนเกตพล แกนนำ ได้เดินทางถึงช่อง 9 โดยมี นายสมจิต ชินสมบูรณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ อสมท และนายวิโรจน์ ประกอบพิบูล บรรณาธิการบริหาร ฝ่ายข่าวในประเทศ ต้อนรับ และชี้แจงรายละเอียดต่างๆ กับแกนนำผู้ชุมนุมที่เดินทางมาถึง โดยแกนนำผู้ชุมนุมได้ปราศรัยผ่านเครื่องขยายเสียง ถามผู้บริหารช่อง 9 ว่า เป็นสื่อของใคร และได้รับคำตอบที่น่าพอใจว่า ช่อง 9 เป็นสื่อของประชาชน ทำให้ผู้ชุมนุมเดินทางกลับ เวลา 11.04 น.ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ ขบวนของนายสนธิญาณ ชื่นในฤทัยธรรม ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมทีนิวส์ ได้ตั้งเวทีปราศรัยชุมนุมอยู่หน้ากองบัญชาการ เพื่อรอมอบดอกไม้ตามยุทธศาสตร์ดาวกระจาย ท่ามกลางผู้ชุมนุมทยอยมาสมทบจำนวนมาก หลังจากเดินเท้ามาจากหน้ารร.รัตนโกสินทร์ ตั้งขบวนบนสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า และเคลื่อนขบวนไปยังถ.อรุณอัมรินทร์ ผ่านหน้ารพ.ศิริราช เพื่อให้กำลังใจข้าราชการของกองทัพเรือ โดยมีการปราศรัยแจ้งวัตถุประสงค์ของการเดินขบวนในครั้งนี้ให้เจ้าหน้าที่ ทหารเรือได้รับทราบ ซึ่งการเดินขบวนดังกล่าวต่างได้รับความสนใจจากประชาชนตลอดสองข้างทาง พร้อมทั้งโบกมือให้กำลังใจผู้ชุมนุมที่เดินขบวนด้วย ทั้งนี้พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้มอบหมายให้พล.ร.ต.กาญจน์ ดีอุบล เลขานุการกองทัพเรือ เป็นผู้แทนรับเรื่อง ซึ่งนายสนธิญาณ ได้มอบดอกกุหลาบสีขาวและนกหวีดให้ เพื่อเป็นการแสดงสัญลักษณ์ทางการเมืองว่าประชาชนไม่ยอมรับระบอบทักษิณ และรับไม่ได้กับการบริหารงานของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เนื่องจากได้สร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการทุจริตคอรัปชั่นและการจาบจ้วงสถาบัน ดังนั้นจึงเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ทหารออกมาร่วมทำหน้าที่ปกป้องประชาชน ตามที่เคยตั้งสัตย์ปฏิญาณไว้ สำหรับการดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณด้านหน้า บก.ทร. ได้มีการนำเจ้าหน้าที่สารวัตรทหารเรือ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจนครบาลบางกอกใหญ่ จำนวนหนึ่งมาดูแลความเรียบร้อย พร้อมทั้งเตรียมน้ำดื่มไว้บริการประชาชนได้ดื่มฟรีอีกด้วย เวลา 11.07 น.ที่สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ขบวนของนายชาญวุฒิ เวชโพธิศิริ ได้เดินทางมาถึงหน้าสถานีแล้ว พร้อมทั้งมอบดอกไม้ให้กำลังใจสื่อมวลชนโดยมีผู้บริหารระดับสูงของสถานีมารับ ขณะที่มีพนักงานบางส่วนออกมาร่วมชุมนุม พร้อมเป่านกหวีดด้วย ทั้งนี้นายชาญวุฒิ ได้กล่าวขอโทษคนช่อง 7 ที่ก่อนหน้านี้มีความเข้าใจผิดระหว่างผู้ชุมนุมบางส่วน และ ทีมข่าวช่อง 7 การมาวันนี้เพื่อที่จะบอกขอบคุณช่อง 7 และ กล่าวชื่นชมการทำงานของช่อง 7 ที่ตลอดมาทำหน้าที่สื่อได้ดีเยี่ยม โดยประกาศว่าการชุมนุมในวันนี้จะเป็นไปอย่างอหิงสา และ ไม่สร้างความเดือดร้อน ฝากขอบคุณช่อง 7 ที่ต้อนรับเราดี และ อำนวยความสะดวกเราในหลาย ๆ อย่าง เวลา 11.10 น. นายอิสสระ สมชัย อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้เคลื่อนขบวนมายังสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ถนนพหลโยธิน โดยด้านหน้าสถานีได้มีประชาชนทยอยเดินทางมาร่วมชุมนุมพร้อมกับเป่านกหวีดและ ถือป้ายข้อความโจมตีรัฐบาล โดยมี พันโทหญิง ดวงกมล เทวพิทักษ์ ผู้สื่อข่าว ททบ.5 ได้ออกมาต้อนรับ โดยนำน้ำดื่มออกมาแจกจ่าย พร้อมแจ้งข่าวการยกเลิกกำหนดการที่จะเดินทางมาบันทึกเทปโทรทัศน์ เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ ของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ ททบ.5 ให้รับทราบด้วย ขณะที่พลตรีวรเทพ บุญอริยะ ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่สายงานปฏิบัติการ ททบ.5 เป็นตัวแทนรับหนังสือจากผู้ชุมนุม และรับปากว่าจะพิจารณาการนำเสนอข่าวอย่างรอบคอบ ทำให้ผู้ชุมนุมพอใจ และเดินทางกลับ อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า นายอรัญ ธรรมโน อดีตปลัดกระทรวงการคลังได้เดินทางมาร่วมชุมนุมในจุดดังกล่าวด้วย พร้อมระบุว่า ประเทศไทย ยังต้องการการลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และทุกคนคงอยากให้มีการลงทุน 2 ล้านล้าน ภายใต้เงื่อนไขที่ต้องตรวจสอบความโปร่งใสได้ด้วย ซึ่งสิ่งที่รัฐบาลทำคือทำให้คนไม่ไว้วางใจเรื่องการใช้งบประมาณว่าจะเกิดการ ทุจริตหรือไม่ เวลา 11.15 น.คปท.ได้ปิดถนนหน้ากระทรวงการต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 1 ช่องการจราจร ทั้งทางถ.ศรีอยุธยา และ ถ.พระราม 6 พร้อมติดธงชาติ ประตูด้านถนนพระรามที่6 เพื่อแสดงการไม่ยอมรับในตัวนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ละเว้นไม่ติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในฐานะนักโทษหนีคดีมาดำเนินคดีในประเทศไทย พร้อมปราศรัย โจมตี รัฐบาล กรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ว่าเป็นการตรากฏหมายทำลายชาติ เวลา 11.19 น.ที่กระทรวงการคลัง ได้มีประชาชนมารวมตัวเพิ่อรอรับขบวนของนายสุเทพ จำนวนมาก โดยมวลชนได้ปิดการจราจรใน ซ.อารีย์สัมพันธ์ หน้ากระทรวง ล่าสุดนายสุเทพ ได้นำมวลชนมาถึงแล้ว โดยรถขยายเสียงได้ปราศรัยเรียกร้องให้ข้าราชการกระทรวงการคลังออกมาร่วมมือ กับประชาชนโค่นล้มระบอบทักษิณ อย่ายอมอยู่เป็นขี้ข้าของทักษิณอีกต่อไป ทั้งนี้สำนักงานงบประมาณได้ปิดประตูทางเข้าออกทุกประตู ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องให้ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณออกมาเปิดประตู สำนักงานต้อนรับนายสุเทพ เพราะพวกเรามาดี ไม่ได้มาสร้างความเดือดร้อนให้ใคร และเพื่อให้ข้าราชการด้านในสามารถเข้าร่วมกับกลุ่มผู้ชุมนุมด้านนอกได้ ขณะที่มวลชนในตอนนี้ต่างคึกคักเป่านกหวีดเสียงดังกึกก้อง มีมวลชนเต็มพื้นที่ อีกทั้งยังมีข้าราชการด้านในร่วมชุมนุมกับด้านนอกด้วย เวลา 11.30 น.ขบวนของนายถาวร ได้เดินทางมาถึงช่อง 11 แล้ว โดยนายถาวร ให้สัมภาษณ์ว่า ที่มาครั้งนี้เพราะมีการแทรกแซงสื่อหลายสำนัก โดยบีบหลายทางให้เสนอข่าวไม่เป็นกลาง โดยเสนอ 3 ข้อ 1.มีบางสื่อเสนอข่าวทั้งด้านเดียว ซึ่งอยู่ภายใต้ระบอบทักษิณจึงอยากให้สื่อเสนอข่าวทั้ง 2 ด้าน 2. เสนอข่าวที่มีสาระประโยชน์ต่อประชาชน 3.อยากให้สื่อทั้งหมด โดยเฉพาะช่อง 11 ที่มีมีความกล้าเสนอข่าวตามความเป็นจริง ทั้งนี้ตนจะยื่นหนังสือถึงผู้อำวยการช่อง 11 เพื่อให้ดอกไม้ ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่ออกมา ก็จะหารือกับประชาชนอีกครั้งหนึ่งว่าจะทำอย่างไรต่อไป ด้านนายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า วันนี้จะมามอบดอกไม้ นกหวีด ธงชาติ ให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับประชาชนในการเสนอข่าวที่เป็น ความจริง ที่ผ่านมาช่อง 11 ได้นำเสนอข่าวลวง และข่าวที่ไม่เป็นตรงความจริง โดยเฉพาะจำนวนมวลชนที่เข้าร่วมการชุมนุมครั้งนี้ ทั้งนี้ที่บริเวณประตูทางเข้าช่อง 11 มีเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจราจล ประมาณ 1 กองร้อย เข้ามาดูแลรักษาความปลอดภัย ได้มีการปิดประตู พร้อมนำรั้วลวดหนามกั้นบริเวณด้านหน้า สำหรับการจราจร ผู้ชุมนุมได้ปิดช่องทางการจราจรคู่ขนานถนนวิภาดีฝั่งด้านหน้าช่อง 11 เวลา 11.33 น. หลังจากขบวนของนายพุฒิพงษ์ ได้เดินทางมาถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีรายงานว่านายพุฒิพงษ์ กำลังลงจากรถปราศรัยเข้าไปยังบริเวณหน้าสำนักงานฯ เวลา 11.34 น. นายสกลธี ภัททิยกุล อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ได้นำขบวนมวลชนจากเวทีราชดำเนินมาถึงบริเวณหน้ากองบัญชาการกองทัพไทย โดยใช้เวลาปราศรัยเชิญชวนข้าราชการทหาร ให้ออกมาร่วมต่อสู้กับประชาชน ขุดรากถอนโคนระบอบทักษิณ นอกจากนี้ยังได้ให้ตัวแทนประชาชนนำดอกไม้ ธงชาติ นกหวีด ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการชุมนุมไปมอบให้ทหาร เพื่อเชิญชวนให้ออกมาร่วมกับประชาชน พร้อมกล่าวเชิญชวนให้เดินไปที่หน้ากรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อขับไล่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ก่อนกลับด้วย ทั้งนี้มีประชาชนในพื้นที่ได้มาคอยขบวนของนายสกลธี ตั้งแต่เวลา 10.00 น.อีกทั้งยังมีรายงานด้วยว่า ข้าราชการที่ทำงานในอาคารเอ และอาคารบี รวมทั้งกระทรวงยุติธรรมบางส่วนได้มาร่วมชุมนุมด้วย ขณะที่พนักงานจาก บริษัท กสท. และทีโอที ได้นำน้ำดื่มและขนมปังมาแจกจ่ายให้กับผู้ชุมนุม นอกจากนี้ยังมีหน่วยพยาบาลทหารนำน้ำดื่ม และแอมโอเนีย ออกมาแจกจ่ายให้ผู้ชุมนุม และดูแลสุขภาพ เนื่องจากสภาพอากาศร้อนอบอ้าว เกรงผู้ชุมนุมสูงอายุจะขาดน้ำ วิงเวียนศีรษะ เวลา 11.46 น.ขบวนของนายสนธิญาณ ที่หน้ากองบัญชาการกองทัพเรือ ได้เดินทางออกจากพื้นที่กลับไปยังเวทีราชดำเนินแล้ว เวลา 11.48 น.นายสุเทพ ขึ้นปราศรัยจัดขบวนมวลชนหน้าสำนักงบประมาณ ให้นั่งจนเต็มพื้นที่ พร้อมกล่าวว่า เราจะรับประทานอาหารตรงด้านนอก เมื่อมีแรงแล้ว เราจะเข้าไปในสำนักงบประมาณ ถ้าวันนี้ไม่ยอมเปิดประตู พวกเขาก็ไม่ต้องกลับบ้านกัน ซึ่งคนที่ใส่กุญแจที่สำนักงานแห่งนี้คือเจ้าหย้าที่ตำรวจ เพราะฉะนั้นเราอย่าปล่อบให้ตำรวจหลุดออกไปได้เด็ดขาด เวลา 11.52 น.คปท.เดินทางออกจากกระทรวงการต่างประเทศ มุ่งหน้าไปตาม ถ.พระราม 6 ไปยังหน้ารพ.รามาธิบดี แล้ววกกลับมายังแยกศรีอยุธยา โดยยังไม่ระบุจุดหมายที่แน่ชัด มีรายงานว่า ระหว่างที่เดินขบวนออกได้มีนักศึกษา แพทย์ และพยาบาล จากมหาวิทยาลัยมหิดลให้กำลังใจจำนวนมาก เช่นเดียวกับที่หน้ากระทรวงอุตสาหกรรม ก็ได้มีข้าราชการออกมาร่วมเป่านกหวีดด้วย เวลา 12.08 น.มีรายงานว่า ประตูสำนักงบประมาณที่ถูกโซ่ล่ามไว้ได้ถูกมวลชน สรส.ที่นำโดยนายสมศักดิ์ โกสัยสุข อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย อยู่บริเวณนั้นตัดขาดแล้ว ทำให้ตอนนี้ประตูถูกเปิด แต่กลุ่มผู้ชุมนุมยังไม่ได้บุกเข้ามาในสถานที่ราชการ บอกเพียงว่า ขอกินข้าวกลางวันให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยปฎิบัติภารกิจกันต่อ เวลา 12.29 น.คปท.ได้หยุดบริเวณ ถ.ศรีอยุธยา ข้างพระราชวังสาวจิตรลดา เพื่อตั้งขบวนมุ่งหน้าสู่แยกวัดเบญจมบพิตร ที่มีแนวตำรวจกั้นอยู่ โดยแกนนำได้สั่งให้ผู้ชายมายืนเป็นแนวหน้า ท่ามกลางฝนที่โปรยปรายลงมาเล็กน้อย ทั้งนี้กลุ่มผู้ชุมนุมได้นั่งรอขบวนเสด็จผ่านไปก่อนเดินทัพต่อ เวลา12.30น. นายสกลธี ได้นำผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนจากกองบัญชาการกองทัพไทยมาชุมนุมบริเวณด้านหน้า กรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อมอบธงชาติไทย และเรียกร้องให้นายธาริต ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นธรรม ไม่ตกอยู่ภายใต้คำสั่งของระบอบทักษิณ ทั้งนี้ได้มีพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง ผบ.สำนักปฏิบัติการพิเศษ ดีเอสไอ เป็นตัวแทนนายธาริตรับมอบธงชาติไว้ โดยผู้ชุมนุมต่างพากันเป่านกหวีดเสียงดังสนั่นเข้าใส่ดีเอสไอ จากนั้นเมื่อนายสกลธี ได้มอบธงชาติไทยแล้ว จึงได้ประกาศให้ผู้ชุมนุมเคลื่อนย้ายกลับไปที่เวทีราชดำเนิน โดยไม่มีเหตุกระทบกระทั่งกับการชุมนุมของกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตย (กวป.) หรือคนเสื้อแดง ที่ปักหลักชุมนุมอยู่ด้านหน้าสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด ด้านนายธาริต กล่าวว่า การชุมนุมบริเวณด้านหน้า ดีเอสไอ จะไม่มีการดำเนินคดีต่อผู้ชุมนุมหรือแกนนำ เนื่องจากการปราศรัยหรือการเป่านกหวีดไม่ได้เป็นการเฉพาะเจาะจงข้าราชการราย ใดในลักษณะคุกคาม เวลา 12.32 น.ที่ช่อง 11 บรรยากาศการชุมนุมยังเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีพนักงานบริษัทข้างเคียงเดินทางมาร่วมในช่วงเวลาพักเที่ยงด้วย ขณะที่มีรายงานว่า นายถาวร ได้ประสานให้รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ออกมารับหนังสือแล้ว เวลา 12.41 น.มีรายงานว่า มวลชนที่ช่อง 11 ได้นำลวดหนามบริเวณหน้าประตูทางเข้าออกแล้ว โดยแกนนำได้ปรามผู้ชุมนุมไม่ให้บุกเข้าไป แต่ได้นำรถเครื่องขยายเสียงมามาปิดด้านหน้าทางเข้าแทน โดยอ้างว่า รอเจ้าหน้าที่มารับหนังสือนานแล้ว แถมขอเข้าห้องน้ำก็ไม่ให้ ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ภายในก็ได้เคลื่อนรถตำรวจมากั้นตรงหน้าประตู ด้วยเช่นกัน เวลา 13.00 น.บริเวณหน้าสำนักงบประมาณ นายสุเทพ ได้พักรับประทานอาหารกลางวัน โดยใช้เวลากว่า 20 นาที มีรายงานจากแหล่งข่าวเปิดเผยว่า นายสุเทพน่าจะมีการหารือกับแกนนำในอีก 12 จุดที่เหลือถึงสถานการณ์เพื่อที่จะประเมินเหตุการณ์ต่อจากนี้ว่าจะ เคลื่อนไหวอย่างไรต่อไป เวลา 13.03 น.บรรยากาศที่ช่อง 3 ได้มีพนักงานบริษัทในละแวกดังกล่าวทยอยเข้ามาชุมนุมจำนวนมาก จนเต็มลานหน้าอาคารสถานี ขณะที่นายณัฐพล แกนนำได้นำขบวนจากเวทีราชดำเนินมาถึงแล้ว ทั้งนี้ผู้บริหารช่อง 3 ได้ยืนยันว่า นำเสนอข่าวอย่างเป็นธรรมสามารถไปดูย้อนหลังได้ อย่างไรก็ตามมีรายงานว่าได้มีศิลปิน ดารา มาร่วมให้กำลังใจผู้ชุมนุมด้วย เวลา 13.09 น.สถานการณ์ที่ช่อง 11 ล่าสุดรองผู้อำนวยการสถานีฯ ได้เดินทางออกมารับหนังสือข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมจากนายถาวร แล้ว ขณะที่นายถาวร ระบุว่า หากนำเสนอข่าวไม่เป็นธรรม จะนำมวลชนมาที่สถานีอีกครั้ง ทั้งนี้รู้สึกพอใจ และเห็นว่าวันนี้ประสบความสำเร็จมากแล้ว ก่อนจะจัดทัพขบวนเคลื่อนย้ายจากจุดดังกล่าวกลับมายังเวทีราชดำเนิน เวลา 13.16 น.มวลชน คปท.ได้เดินทางมาถึงบริเวณแนวกั้นตำรวจหน้าวัดเบญจมบพิตรแล้ว ซึ่งมีระยะห่างระหว่างผู้ชุมนุมแนวหน้ากับตำรวจราว 50 เมตร เวลา 13.42 น. ที่หน้าสำนักงบประมาณ ภายหลังพักรับประทานข้าวนานกว่า 40 นาที นายสุเทพ ได้ขึ้นเวทีปราศรัยกับผู้ชุมนุมอีกครั้ง โดยระบุว่า เราจะยึดกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ และสำนักตรวจเงินแผ่นดิน ที่ถือเป็นหัวใจหลักของระบอบทักษิณ เราจะปฎิวัติโดยประชาชน ข้าราชการด้านในขอให้ตัดสินใจว่าจะร่วมกับเราหรือไม่ หนือจะเป็นขี้ข้าทักษิณต่อไป น้ำไฟจะไม่ไหลอีกแล้ว ทั้งนี้ข้าราชการภายในกระทรวงได้เปิดหน้าต่างออกมาโบกธงชาติให้กับกลุ่มผู้ ชุมนุมด้วย เวลา 13.51 น.ล่าสุดนายสุเทพ ได้ประกาศเคลื่อนมวลชนให้เข้าไปภายในบริเวณสำนักงบประมาณ และกระทรวงการคลังแล้ว ให้มวลชนเข้าไปทุกตึก ทุกชั้นของ สำนักงบประมาณ แต่ไม่ให้เข้าไปในตึก สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน แต่ทั้งสองตึกอยู่บริเวณเดียวกันทั้งหมด โดยกำชับ กลุ่มผู้ชุมนุมให้เข้าไปนั่งเฉยๆไม่ทำลายข้าวของ พร้อมประกาศกร้าว หาก รบ.ยังไม่ยอมแพ้เราจะยึดหมดทุกกระทรวง เวลา 13.57 น.มวลชนคปท.ได้รื้อรั้วลวดหนามออกจากแนวกั้น ถ.ศรีอยุธยา หน้าวัดเบญจมบพิตรออกหมดแล้ว โดยตั้งแถวเตรียมเผชิญหน้าตำรวจซึ่งมีระยะห่างราว 10 เมตร เวลา 14.00 น.ที่กระทรวงมหาดไทย กลุ่มผู้ชุมนุมที่นำโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ทยอยออกจากพื้นที่เพื่อ ไปรวมตัวสมทบกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ บช.น. เวลา 14.11 น.บรรยากาศภายในตึกสำนักงบประมาณ ขณะนี้ข้าราชการยังคงอยู่ภายในห้องทำงาน แต่ถูกตัดไฟฟ้าโดยกลุ่มผู้ชุมนุมแล้ว ทั้งนี้ยังมีข้าราชการโบกธงชาติพร้อมเป่านกหวีดให้กลุ่มผู้ชุมนุมอยู่ตลอด เวลา โดยนายสุเทพ พยายามชี้แจงว่า เราเป็นพี่น้องของท่านไม่คิดจะทำร้ายท่าน แต่อยากให้ข้าราชการออกมาร่วมกับประชาชน สิ่งที่เราทำอยู่คือการยึดแบบมีอารยะ เราเป็นพลเมืองดี ไม่ใช่คนชั่วแบบนายจตุพร และนายณัฐวุฒิ นี่เป็นเพียงบทเรียนบทแรกเท่านั้นที่รัฐบาลจะได้รับ อย่างไรก็ตามขบวนนายสุเทพ กำลังเคลื่อนไปกระทรวงการคลังฝั่งตรงข้าม พร้อมสั่งให้ตัดไฟกระทรวงการคลังแล้ว เวลา 14.15 น.มวลชนคปท.เข้าประชิดเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว หลังตำรวจพยายามเข้าเจรจาแต่ไม่สำเร็จ โดยทางผู้ชุมนุมได้ขยับได้มีการยื้อยุดกันสักระยะก่อนที่ตำรวจจะถอยแนวร่นไป หลังรถขนผู้ต้องขัง หลังแบริเออร์ โดยประกาศจะเริ่มใช้มาตรการเบาไปหนัก ทั้งนี้ ผู้ชุมนุมได้มีการรื้อรั้วลวดหนาวที่ติดตั้งหน้าแนวแบริเออร์ออก ก่อนจะมีการตั้งขบวนนำมวลชนเดินคล้องแขน กดดันเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยแกนนำบนรถปราศรัยได้ประกาศให้มวลชนเดินผลักดันแนวตำรวจควบคุมฝูงชน ให้ไปอยู่หลังแนวรถห้องขังที่จอดขวางอยู่หลังแนวตำรวจ ระหว่างนั้น ทางแกนนำคปท. ให้แนวร่วมอีกจำนวนหนึ่ง ไปรื้อแนวแบริเออร์ ที่กีดขวางถนนพระราม 5 ที่จะเข้าสู่พื้นที่ชุมนุมแยกนางเลิ้ง โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที เวลา 14.18 น.นายสุเทพ ได้เชิญ รองผอ.สำนักงบประมาณ ขึ้นรถปราศรัยย่อยเพื่อรับมอบดอกไม้จากผู้ชุมนุม เวลา 14.40 น.ที่แยกวัดเบญจมบพิตร นายนิติธร ได้ขึ้นปราศรัยสั่งผู้ชุมนุมกลับที่ตั้งเวทีนางเลิ้งแล้ว หลังรื้อแนวกั้นและปะทะกับเจ้าหน้าที่เล็กน้อย และนำแท่งแบริเออร์ รั้วลวดหนามทิ้งคลอง โดยกล่าวขอบคุณมวลชน บอกมาประลองกำลังดูว่ามวลชนของเราพร้อมหรือไม่ ภารกิจของกลุ่ม คปท. ในวันนี้ คือการตรึงแนวชายแดน ล้อมรอบรัฐสภา และทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป้าหมายหลักคือกระทรวงการคลังหลังถูกยึดสำเร็จแล้ว ตรงจุดนี้ก็ไม่จำเป็น แต่หากวันข้างหน้าถ้าจำเป็นจะต้องมาเส้นทางนี้ก็จะบุกเข้าไป รอเพียงวัน ว. เวลา น. เท่านั้น พร้อมให้มวลชนกลับไปยังที่ตั้งเพื่อทานอาหารร่วมกัน เวลา 15.10 น.นายสุเทพ ได้ขึ้นเวทีปราศรัยกับมวลชนว่า ตนจะอยู่ร่วมกับมวลชนที่นี่ และขอให้ทุกครั้งขยับเข้าไปอยู่ในรั้วของสำนักงบประมาณเพื่อง่ายต่อการดูแล ในคืนนี้เราจะปักหลักที่นี่ แต่เวทีราชดำเนินยังคงดำเนินต่อไป อย่างไรก็ตามเราจะชนะระบอบทักษิณภายใน 3 วันอย่างแน่นอน พร้อมขอชายฉกรรจ์ 600 คนเคลื่อนตัวไปยึดกรมประชาสัมพันธ์ที่อยู่ใกล้ๆ กันด้วย เวลา 15.19 น.ที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายพุฒิพงษ์ ได้นำมวลชนออกจากพื้นที่แล้ว โดยก่อนหน้านี้นายพุฒิพงษ์ ได้เข้ามาภายในสำนักงานฯ พร้อมยอมเจรจากับ รอง ผบ.ตร. โดยขอร้องให้ตำรวจยืนเคียงข้างประชาชน ให้ ผบ.ตร

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน