ข้อสอบ เติมคำในช่องว่าง ว.บบบ.รุ่นที่ 7 (เฉลย).docx
เนื้อหาในไฟล์
เฉลย ….ข้อสอบ เติมคำในช่องว่าง ว.บบบ.รุ่นที่ 7 (ข้อละ 1 คะแนน)
จิตที่เป็นหนึ่งที่เรียกว่า “เอกธรรม” หรือ “เอกจิต” มีความแตกต่างจากจิตที่เป็นหนึ่งที่เรียกว่า “เอกัคคตาจิต” หรือไม่ อย่างไร (แตกต่างคือ จิตที่เป็นหนึ่งที่เรียกว่า “เอกธรรม”หรือ “เอกจิต” เป็นจิตเป็นหนึ่งด้วยการสะกดจิตไว้ให้อยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ แต่ไม่ได้ลด “กิเลส” ส่วน “เอกัคคตาจิต” เป็นจิตที่ลดกิเลสได้หมด จึงเกิดความเป็นหนึ่ง) “กิเลส” กับ “ขันธ์ ๕” เป็นสภาวะเดียวกันหรือไม่ อย่างไร? (ไม่ คือ กิเลส เป็นสภาวะของจิตนิยามที่ไม่สามารถทำลายทิ้งไปได้เลย โดยไม่ต้องอาศัยขณะที่มีชีวิตอยู่ ส่วนสภาวะของขันธ์ ๕ เป็นสภาวะของจิตนิยามที่ไม่สามารถทำลายทิ้งให้สิ้นไปได้เลยขณะยังมีชีวิตอยู่) “ว่างจากภพ” กับ “ภพที่มีความว่าง” แตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร? (แตกต่างกัน ว่างจากภพ คือ ว่างจาก กิเลส ส่วนภพที่มีความว่าง เป็นความว่างที่ยังมีกิเลสอยู่) ในมหาจัตตารีสกสูตร พระพุทธองค์ทรงแบ่งสัมมาทิฏฐิ เป็น ๒ อย่าง คือ สัมมาทิฏฐิส่วนที่เป็น “สาสวะ” เป็นส่วนแห่งบุญให้ผลแก่ขันธ์ กับ สัมมาทิฏฐิส่วนที่เป็น “อนาสวะ” เป็นโลกุตระ สัมมาทิฏฐิทั้ง ๒ อย่างนี้ แตกต่างกันอย่างไร? (แตกต่างกัน คือ ส่วนที่เป็น สาสวะ ลดกิเลสได้เป็นบางส่วน ส่วน อนาสวะ นั่นสามารถล้างกิเลสได้หมด จบกิจ) “ฌานวิสัย” เป็นอจินไตย ๑ใน ๔ ข้อ ผู้ปฏิบัติธรรมตรงตามสัมมาทิฏฐิ ย่อมได้โดยไม่ยากได้โดยไม่ลำบากซึ่งฌานทั้ง ๔ จงยกตัวอย่างการได้ ฌาน แบบพุทธ มา ๑ ตัวอย่าง (ดับ สักกายะ ล้างกิเลสของตนเอง เช่นเลิกเที่ยวกลางคืน ได้จนเป็นสมาธิ มั่นคงจนเป็นปกติ จิตไม่มีสภาวะอยากไปเที่ยวกลางคืนเลยทุกขณะ) “ปัญญา” จะเกิดขึ้นได้ จะต้องประกอบขึ้นด้วย องค์ธรรม ๖ ประการ(สัมมาทิฏฐิ ส่วนอนาสวะ) มีอะไรบ
อ่านต่อ
้าง (คือ ปัญญา ปัญญินทรีย์ ปัญญาพละ ธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ มรรคองค์ ๘) ความฉลาดที่เรียกว่า “ปัญญา” ของพุทธ ต่างจากความฉลาด ของโลกียะอย่างไร (ความฉลาดที่เรียกว่า “ปัญญา” คือ รู้จักกิเลส และสามารถล้างกิเลสได้ ส่วนความฉลาดโลกียะนั้นไม่สามารถรู้จักกิเลสได้เลย) กิเลสแท้ กิเลสเทียม คืออะไรจงอธิบาย (กิเลสเทียมคือไปนั่งหลับตาล้างอดีต ไปล้างอนาคตส่วนกิเลสแท้คือต้องล้างกิเลสที่เป็นปัจจุบันธรรม)
การทำบุญ ตัวท่านเองทำอย่างไร? (ตอบละกิเลส ขณะมีการกระทำ) การทำทาน มีการทำบุญอย่างไร? (ทำทานโดยไม่หวังผลตอบแทน หรือล้างกิเลสขณะทำทาน) พ่อครูสอนเรื่องวรรณะ ๙ มีอยู่ในตนบ้างหรือไม่? จงยกตัวอย่างอธิบาย… ท่านเข้าใจคำว่า “กาย” หมายถึงอย่างไร? จงอธิบาย… (กายคือจิตมโนวิญญาณและมีภายนอกด้วย เป็นภาวะ2 เสมอ) พระพุทธเจ้าทรงนำคำว่า “อัญญะ” นี้มาใช้กับ “โกณทัญญะ” เป็นคนแรก ซึ่งเป็นผู้เกิด ความรู้สึกอื่น อีกชนิดหนึ่ง อย่างไรจงอธิบาย (คือ ความรู้สึกที่เฉลียวฉลาด แตกต่างไปจาก ความรู้สึกแบบโลกีย์ ที่มีเพียงยินดี ยินร้าย อยู่กับ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข เท่านั้น เป็นความรู้สึกที่กลับขั้ว หรือ ทวนกระแส กับความรู้สึกโลกียธรรม) อัญญะ คือ ความฉลาดใหม่หรือความรู้แบบโลกุตระที่แตกต่างจากเฉโก พึงยกตัวอย่าง อัญญะในตนเองว่ามีในเรื่องใดบ้าง มา ๓ เรื่อง… อรหันต์ คือ “อมตบุคคล” จริงหรือไม่ เพราะเหตุใด (จริง เพราะกำหนดการตายเป็นชาติสุดท้ายหรือไม่ก็ได้) กวฬิงการาหาร คือ คำข้าว เป็นเครื่องค้ำจุนโลก เปรียบเสมือนการกินเนื้อบุตร ท่านเข้าใจข้อความนี้อย่างไร… (ต้องไม่กินอาหารเพื่อเสพกาม เสพสุข กินเพื่อเล่น เพื่อประดับตกแต่ง ต้องกินด้วยสำนึก ด้วยความจำเป็น อาศัยเลี้ยงรูปขันธ์ เพื่อเดินทางไปสู่นิพพานเท่านั้น) ทำบุญ ไม่ต้องทำทานก็ได้ แต่ทำทานต้องทำบุญด้วย คืออย่างไร (บุญคือเครื่องประหารกิเลสร้ายให้ดับสูญ ทำที่ใจ ไม่ต้องทำให้ทานก็ได้ ทานคือการให้ ให้ไปแล้วต้องทำใจในใจให้กิเลสดับสูญ บุญก็สูญไปด้วย) ตัวท่านเองคบสัตบุรุษ(พ่อครู) ฟังสัทธรรม มากน้อยขนาดไหน ฟังแล้วชีวิตท่านเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง…. (แล้วแต่ผู้ตรวจให้) เพื่อความงอกงามไพบูลย์ เจริญบริบูรณ์ แห่งปัญญา ๘ ประการ ท่านจะเติมเต็มปัญญาให้ตัวเอง ข้อใดบ้าง…. (แล้วแต่ผู้ตรวจให้) ปี ๒๕๖๓ พ่อครูทำงานศาสนาจะเต็ม ๕๐ ปีแล้ว ท่านจะบำเพ็ญเรื่องใด ถวายเป็นพุทธบูชา… (แล้วแต่ผู้ตรวจให้)
…..จบข้อสอบอัตนัย….. (ข้อละ 1 คะแนน)