ฐิติมา ส่งจบ.docx1(2).docx
เนื้อหาในไฟล์
ศึกษาหลักธรรมที่ปรากฏในเคล ัญญ สูตร A STUDY OF BUDDHIST PRINCIPLES IN GELAÑÑA SUTTA
นางสาวฐิติมา ใหม่สมเด็จ
ศึกษาหลักธรรมที่ปรากฏในเคล ัญญ สูตร
นางสาวฐิติมา ใหม่สมเด็จ
A study of Buddhist Principles in Gelañña Sutta
Miss Thitima Maisomdat
-941705 -487680 0 0
ชื่อวิทยานิพนธ์ : ศึกษาหลักธรรมที่ปรากฏในเคล ัญญ สูตร ผู้วิจัย : นางสาวฐิติมา ใหม่สมเด็จ ปริญญา : พุทธ ศา สตรมหาบัณฑิต (พระไตรปิฎกศึกษา) คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์
: พระเมธีวรญาณ , ผศ. ดร. , ป.ธ. ๙ , ร.บ . (ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและการเมืองการปกครองเปรียบเทียบ) , พธ.ม. (พระพุทธศาสนา) , พธ.ด. (พระพุทธศาสนา)
: พระมหาอดิเดช สติว โร , ผศ. ดร. , ป.ธ. ๙ , บธ.บ. (การบริหารทรัพยากรมนุษย์) , พธ.ม. (พระพุทธศาสนา) , พธ.ด. (พระพุทธศาสนา)
: พระมหานพดล ปุญฺญสุวฑฺฒ โก , ผศ. ดร. , ป.ธ. ๗ , พธ.บ. (บริหารการศึกษา) , ศ ศ .ม. (บาลีสันสกฤต) , ป.บัณฑิต ภาษา ฮิน ดี , พธ.ด. (การจัดการเชิงพุทธ) วันสำเร็จการศึกษา : ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๕ บทคัดย่อ วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์ ๓ ประการ ได้แก่ (๑) เพื่อศึกษาโครงสร้างและสาระสำคัญของเคล ัญญ สูตร (๒) เพื่อศึกษาหลักธรรมที่ปรากฏในเคล ัญญ สูตร (๓) เพื่อ ศึกษา คุณค่าของหลักธรรมที่ปรากฏในเคล ัญญ สูตร เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ผลการวิจัยพบว่า เคล ัญญ สูตร มีปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๘ ว่าด้วยความเจ็บป่วย ในปฐมเคล ัญญ สูตรนั้น พระพุทธเจ้าทรงสอนให้มีสติสัมปชัญญะตลอดเวลา เมื่อเกิดทุกขเวทนาในเวลาเจ็บป่วยก็รู้ชัดว่าทุกขเวทนาเกิด จะเห็นความไม่เที่ยง มีปัจจัยปรุงแต่ง เวทนาไม่น่าเพลิดเ
อ่านต่อ
พลิน ส่วนในทุติยเคล ัญญ สูตร พระพุทธองค์ทรงสอนให้มีสติสัมปชัญญะตลอดเวลา เมื่อเกิดทุกขเวทนาขณะผัสสะในเวลาเจ็บป่วยก็รู้ชัดว่าทุกขเวทนาเกิด จะเห็นความไม่เที่ยง มีปัจจัยปรุงแต่ง เวทนาไม่ยึดมั่น หลักธรรมที่ปรากฏในเคล ัญญ สูตรเมื่อนำไป ปฎิบั ติในเวลาเจ็บป่วยกายหรือมีความทุกข์ใจหลักธรรมที่นำไปปฏิบัติ คือ ความไม่ประมาท , การระงับเวทนา , การระงับผัสสะ , อาตาปี สัมป ชาโน สติมา , นิวรณ์ ๕ พระพุทธองค์ทรงสอนให้มีสติสัมปชัญญะความเพียรตลอดเวลา เพื่อให้มีความไม่ประมาท เมื่อเกิดทุกขเวทนาในเวลาเจ็บป่วยเกิดผัสสะก็รู้ชัดว่าทุกขเวทนาเกิด เกิด นิวรณ์ ๕ จะเห็นความไม่เที่ยง มีปัจจัยปรุงแต่ง เวทนาทั้งปวงไม่ยึดมั่นถือมั่น คุณค่าของหลักธรรมที่ปรากฏในเคล ัญญ สูตรมี ๔ ด้าน ได้แก่ ๑) คุณค่าด้านการระงับเวทนา เมื่อมีสติสัมปชัญญะย่อมรู้เวทนาชัดพิจารณาเห็นความไม่เที่ยง ความเสื่อม ความดับ ความสละคืนในกาย และในสุขเวทนา ทุกขเวทนา อทุกขมสุขเวทนา ๒) คุณค่าด้านการพ้นจากความทุกข์ เมื่อมีสติสัมปชัญญะกำจัดอภิชาและโทมนัสได้ ในเวทนาได้ ใจจิตได้ พิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลายก็พ้นจากความทุกข์ ๓) คุณค่าด้านการพัฒนาชีวิตให้อยู่กับปัจจุบัน เมื่อมีสติสม ัปชัญญะ อยู่กับปัจจุบันขณะ เมื่อกระทบผัสสะอ่านเวทนาแท้กำจัดเวทนาเทียมออก ๔) คุณค่าด้านการบรรลุธรรม เมื่อมีสติสัมปชัญญะกำจัดอภิชาและโทมนัส(กิเลส) ในเวทนา ในจิต พิจารณาเห็นธรรมในธรรม นิวรณ์๕ อายตนะภายใน ๖ ภายนอก๖ โพชฌงค์ ๗ อริยสัจ๔ ก็จะบรรลุธรรมตามลำดับ
Thesis Title : A study of Buddhist Principles in Gelañña Sutta Researcher : Miss Thitima Maisomdat Degree : Master of Arts (Tipitaka Studies) Thesis Supervisory Committee
: Phra Methivorayan , Asst. Prof. Dr. Pali IX, B.A. (Political Science), M.A. (Buddhist Studies), Ph.D. (Buddhist Studies)
: Phramaha Adidej Sativaro , Asst. Prof. Dr., Pali IX, B.B.A. (Human Resource Management), M.A. (Buddhist Studies), Ph.D. (Buddhist Studies)
: Phramaha Nopadol Punnnasuvaddhako , Asst. Prof. Dr., Pali XII, B.A. (Educational Administration), M.A. (Pali-Sanskrit), Diploma in Hindi, Ph.D. (Buddhist Management) Date of Graduation : March 31, 2022 Abstract This thesis has three objectives: (1) to study the structure and the essential content of the Gelañña Sutta , (2) to study the principles appeared in the Gelañña Sutta , and 3) to analyze the value of the principles appeared in the Gelañña Sutta. This study is a qualitative research. The result of the research found that Gelañña Sutta is in Tipitaka Volumm 18 (Thai Version) which stated the sick ward. In the First Gelañña Sutta, the Lord Buddha taught to be always mindful and clearly comprehending. When a painful feeling arises in body, one knows clearly that a painful feeling has arisen, one will it is impermanent, compounded, a feeling is unpleasant. In the second Gelañña Sutta , the Lord Buddha taught to be always mindful and clearly comprehending. When a painful feeling arises in the body-contact, he knows clearly that a painful feel has arisen, One will realize is impermanent, compounded, dependently arisen, a feeling is unrelished. The four aspects of the value of principle appeared in Gelañña Sutta ; 1) the value of the restraint of feeling, if one is mindful and clearly comprehending, one realizes clearly a feeling and remains focused on impermanence, dissolution, extinction, relinquishment with regard to the body to the feeling of pleasure, the feeling of pain, and the feeling of neither pleasure nor pain. 2) The value of ending of suffering, if one dwells ardent mindful and clearly comprehending, and having removed craving and aversion towards in the feeling, contemplating on Dhammas, one will overcome suffering. 3) The value of the life development at the present day, if one dwells moment mindful and clearly comprehending, having arisen contact, one can destroy the false feeling leaving out the true feeling. And 4) the value of enlightenment, when he is mindful and clearly comprehending, having removed craving and aversion of the feeling and mind, he contemplates on phenomenon in Dhammas, the five hindrances, the six Internal Sense-Organs and the six External Sense-Organs, the seven Factors of Enlightenment, the four Noble Truths, he will attain the enlightenment respectively. The result of practicing heedfulness, one is always mindful and not afraid of death. When having got sick, one can remove feeling from sickness. It has arisen, existed and fallen, not permanent and relieved stress form feeling. The suppression of the six sense-organs-contact is as eye contacts object; it is called eye-contact. A body is thin because of sickness, that is common. The mind is accepted by the truth and it has removed the physical and mental suffering. When having gotten sickness, he will have Ātapī : effort, Sampajāno : clear comprehension, and Satimā : Mindfulness at the moment time, not think the past and the future. The five hindrances are clearly seen by sickness, it is to remove the physical and mental suffering actually. กิตติกรรมประกาศ
วิทยานิพนธ์เล่มนี้สำเร็จลงได้ด้วยดี เพราะได้รับความเมตตาจากคณาจารย์ คือ พระธรรมวัชรบัณฑิต, ศ. ดร. อธิการบดี, พระมหาสมบูรณ์ วุฑฺฒิกโร , รศ. ดร. คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย , พระเทพวัชรจาร ย์ (เทียบ สิริ ญา โณ), รศ.ดร. คณบดีคณะพุทธ ศา สตร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ที่ ทำให้ วิทยานิพนธ์เล่มนี้ สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี และด้วยความเมตตา อนุเคราะห์ จากหลายท่าน ผู้วิจัยรู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่ง จึงขอระบุนามเพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณ เป็นอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้ ขอนมัสการกราบขอบพระคุณ พระเมธีวรญาณ (สายเพชร วช ริเวที), ผศ. ดร. รับเป็นประธานควบคุมวิทยานิพนธ์ และ พระมหาอดิเดช สติว โร , ผศ. ดร. พระมหานพดล ปุญญสุวฑฺฒ โก, ผศ. ดร. ที่มีเมตตา และกรุณายิ่งเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ดูแลเอาใจใส่ แนะนำ ข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์กับข้าพเจ้า ที่ให้คำปรึกษาข้อมูลในพระไตรปิฎก ฉบับมหาจุฬาลงกรณ์ และให้คำแนะนำในการค้นคว้า ผู้วิจัยขอขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งมา ณ ที่นี้ ขอ นมัสการกราบขอบพระคุณและขอกราบขอบพระคุณ คณาจารย์ประจำหลักสูตรปริญญาโท พุทธ ศา สตรมหาบัณฑิตทุกท่าน ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ทำให้ผู้วิจัยมีความรู้ความสามารถศึกษาค้นคว้างานวิจัยเกี่ยวกับวิทยานิพนธ์นี้ พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่พุทธ ศา สตรมหาบัณฑิตทุกท่านที่ช่วยเหลืออำนวยความสะดวกและประสานงานต่างๆ ให้วิทยานิพนธ์ฉบับนี้เสร็จสมบูรณ ์ ด้วยความเคารพอย่างสูง ขอขอบพระคุณพรมหาอดิเดช สติว โร , ผศ. ด.ร . ผู้ที่คอยเป็นกำลังใจให้ในทุกๆ ความท้อแท้ ตั้งแต่เริ่มศึกษาจนถึงปัจจุบัน ที่แนะนำการสืบค้นข้อมูลเบื้องต้น ตลอดถึงให้คำปรึกษาและชี้แนะในทุกๆ เรื่อง และขอขอบพระคุณเพื่อนนิสิตทุกๆ ท่านผู้เป็นกัลยาณ มิต รท ึ่ คอยให้กำลังใจและช่วยเหลือในขณะกำลังศึกษา และในการทำวิทยานิพนธ์ สุดท้ายนี้ ข้าพเจ้าขออุทิศบุญกุศล ความรู้ ความดีงามที่เป็นประโยชน์อันเกิดจาก วิทยานิพนธ์เล่มนี้ เป็นธรรมบรรณาการแด่ครูอาจารย์ทุกท่าน และผู้มีพระคุณทุกๆ ท่าน มีส่วนแห่งกุศลนี้ด้วย
นางสาวฐิติมา ใหม่สมเด็จ ๑ มีนาคม ๒๕๖๕
สารบัญ เรื่อง หน้า บทคัดย่อ ภาษาไทย ก บทคัดย่อ ภาษาอ ั งกฤษ ค TOC \o " 1-4" \t " 8.ชื่อบท , 1 , ชื่อบท18 , 2 , ชื่อบท16 , 2" กิตติกรรมประกาศ PAGEREF _Toc98594264 \h จ สารบัญ PAGEREF _Toc98594265 \h ฉ สารบัญตาราง ซ คำอธิบายสัญลักษณ์และคำย่อ ฌ บทที่ ๑ บทนำ ๑ ๑.๑ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา ๑ ๑.๒ คำถามวิจัย PAGEREF _Toc98267933 \h ๒ ๑.๓ วัตถุประสงค์ของการวิจัย PAGEREF _Toc98267934 \h ๒ ๑.๔ ขอบเขตการวิจัย PAGEREF _Toc98267935 \h ๒ ๑.๕ คำจำกัดความของศัพท์ที่ใช้การวิจัย PAGEREF _Toc98267936 \h ๓ ๑.๖ ทบทวนเอกสารและรายงานการวิจัยที่เกี่ยวข้อง PAGEREF _Toc98267937 \h ๓ ๑.๗ วิธีดำเนินการวิจัย ๗ ๑.๘ ประโยชน์ที่ได้รับ ๘ บทที่ ๒ โครงสร้างและสาระสำคัญของเคลัญญสูตร ๙ ๒.๑ โครงสร้างเคลัญญสูตรที่ปรากฏในพระไตรปิฎก ๙ ๒.๒ สาระสำคัญของเคลัญญสูตรที่ปรากฏในพระไตรปิฎก ๑๑ ๒.๒.๑ ปฐมเคลัญญสูตร ๑๑ ๒.๒.๒ ทุติยเคลัญญสูตร ๑๓ ๒.๓ สรุป ๑๕ บทที่ ๓ หลักธรรมที่ปรากฏในเคลัญญสูตร ๑๖ ๓.๑ ความหมายของคำว่า “ เคลัญญะ ” ที่ปรากฏในเคลัญญสูตร ๑๖ ๓.๑.๑ ความหมายของคำว่า “ เคลัญญะ” ๑๖ ๓.๑.๒ กรณีศึกษาความเจ็บป่วยทางกาย ๑๘ ๓.๑.๓ กรณีศึกษาความเจ็บป่วยทางใจ ๒๐ ๓.๑.๔ สาเหตุของความเจ็บป่วยทางใจ ๒๓ ๓.๑.๕ สาเหตุของความเจ็บป่วยทางกาย ๓๖ ๓.๒ หลักธรรมที่ปรากฏในเคลัญญสูตร ๓๘ ๓.๒.๑ ความไม่ประมาท ๓๘ ๓.๒.๒ การระงับเวทนา ๔๑ ๓.๒.๓ การระงับผัสสะ ๔๓ ๓.๒.๔ อาตาปี สัมปชาโน สติมา ๔๕ ๓.๒.๕ นิวรณ์ ๕ ๔๗ ๓.๓ การปฏิบัติตนตามหลักธรรมที่ปรากฏในเคลัญญสูตร ๔๙ ๓.๓.๑ ความไม่ประมาท ๔๙ ๓.๓.๒ การระงับเวทนา ๕๐ ๓.๓.๓ การระงับผัสสะ ๕๐ ๓.๓.๔ อาตาปี สัมปชาโน สติมา ๕๑ ๓.๓.๕ นิวรณ์ ๕ ๕๑ ๓.๔ สรุป ๕๒ บทที่ ๔ ศึกษา คุณค่าของหลักธรรมที่ปรากฎในเคลัญญสูตร ๕๕ ๔.๑ ศึกษา หลักธรรมในเคลัญญสูตรเพื่อระงับความเจ็บป่วย ๕๕ ๔.๑.๑ ความไม่ประมาท ๕๖ ๔.๑.๒ การระงับเวทนา ๕๖ ๔.๑.๓ การระงับผัสสะ ๕๗ ๔.๑.๔ อาตาปี สัมปชาโน สติมา ๕๗ ๔.๑.๕ นิวรณ์ ๕ ๕๘ ๔.๒ ศึกษา คุณค่าของหลักธรรมที่ปรากฏในเคลัญญสูตร ๕๙ ๔.๒.๑ คุณค่าด้านการระงับเวทนา ๕๙ ๔.๒.๒ คุณค่าด้านการพ้นจากความทุกข์ ๖๐ ๔.๒.๓ คุณค่าด้านการพัฒนาชีวิตให้อยู่กับปัจจุบัน ๖๐ ๔.๒.๔ คุณค่าด้านการบรรลุธรรม ๖๐ ๔.๓ ศึกษา อานิสงส์ที่ได้รับจากการ ปฏิบัติใน เคลัญญสูตร ๖๑ ๔.๔ สรุป ๖ ๕ บทที่ ๕ สรุป และข้อเสนอแนะ ๖๘ ๕.๑ สรุปผลการวิจัย ๖๘ ๕.๑.๑ โครงสร้างและสาระสำคัญของเคลัญญสูตร ๖๘ ๕.๑.๒ หลักธรรมที่ปรากฏในเคลัญญสูตร ๖๘ ๕.๑.๓ ศึกษา คุณค่าของหลักธรรมที่ปรากฏในเคลัญญสูตร ๖๙ ๕.๒ ข้อเสนอแนะ ๖๙ ๕.๓ ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยครั้งต่อไป ๗๐ บรรณานุกรม ๗๑ ประวัติผู้วิจัย ๗๓
สารบัญตาราง
ตารางที่ หน้า TOC \c " ตารางที่" ตารางที่ ๔.๑ ผลการปฏิบัติที่ได้ศึกษาการเจริญเคลัญญสูตรในชีวิตประจำวัน เปรียบเทียบอดีตกับปัจจุบัน ๖๔
คำอธิบายสัญลักษณ์และคำย่อ อักษรย่อในวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ ใช้อ้างอิงจากพระไตรปิฎกภาษาบาลี / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๓๙ ใช้ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย การอ้างอิงพระไตรปิฎก จะระบุ เล่ม/ข้อ/หน้า หลังอักษรย่อชื่อคัมภีร์ เช่น สํ . ฬ่ . (ไทย) ๑๘/๒๕๕/๒๗๗-๒๗๙. หมายถึง สังยุตตนิกาย สฬาย ตนวรรค ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ๒๕๓๙ ๑. คำ อธิบายคำ ย่อ ในภาษาไทย ก . คำย่อชื่อคัมภีร์พระไตรปิฎก พระวินัยปิฎก คำย่อ ชื่อคัมภีร์ ภาษา วิ.ม. (ไทย) = วินัยปิฎก มหาวรรค
(ภาษาไทย) พระ สุตตันต ปิฎก คำย่อ ชื่อคัมภีร์ ภาษา ที.สี. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค (ภาษาไทย) ที.ม. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค (ภาษาไทย) ม.อุ. (ไทย) = สุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ (ภาษาไทย) สํ . สฬา . (ไทย) = สุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬาย ตนวรรค (ภาษาไทย) สํ .ม. (ไทย) = สุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค (ภาษาไทย) องฺ.ติก. (ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุต ตร นิกาย ติกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ. จตุกฺ ก.(ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุต ตร นิกาย จตุกกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.สตฺตก.(ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุต ตร นิกาย สัตตกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.ทสก. (ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุต ตร นิกาย ทสกนิบาต (ภาษาไทย) ขุ . ขุ . (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุ ททกนิกาย ขุ ททกปาฐะ (ภาษาไทย)
บทที่ ๑
บทนำ
๑.๑ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา การศึกษาเรียนรู้ธรรมทำให้คลายทุเลาความทุกข์จากความเจ็บป่วยกายใจได้ ถ้าไม่ศึกษาเรียนรู้ธรรมก็จะวนเวียนในความทุกข์จากความเจ็บป่วย ความเจ็บป่วยก็เป็นกระบวนการทางธรรมชาติอย่างหนึ่งของทุกชีวิต ที่ต้องพบเจอและดำเนินไปตามกฎของธรรมชาติ ไม่มีใครปฏิเสธหรือหลีกหนีได้พ้น แม้แต่พระพุทธเจ้าผู้สิ้นกิเลสแล้ว พระองค์ก็ทรงเจ็บป่วยทางกายและดับขัน ธป รินิพาน ล่วงไปแล้วเกือบ ๒,๖๐๐ ปี เคล ัญญ สูตร เป็นพระสูตรว่าด้วยความเจ็บป่วย เป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้เราได้มาศึกษาเรียนรู้ เพื่อให้คลายทุเลาความทุกข์จากความเจ็บป่วยกายใจได้ เคล ัญญ สูตร มีปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎก พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรม ณ ศาลาคนไข้ให้ภิกษุเป็นผู้มีสติ และสัมปชัญญะ ไม่ประมาทมีความเพียร อุทิศกายและใจ รู้ชัดในเวทนาทั้ง ๓ อันไม่น่าเพลิดเพลิน กำจัดอภิชฌาและโทมนัส เมื่อได้ศึกษาเคล ัญญ สูตรแล้วยังมีหลักธรรมซึ่งเป็นองค์ธรรมให้เรานำไปปฏิบัติเพื่อให้คลายทุเลาจากความเจ็บป่วยได้จากหลักธรรม หลักธรรมที่ปรากฏในเคล ัญญ สูตร คือ ความไม่ประมาท การระงับเวทนา การระงับผัสสะ อาตาปี สัมป ชาโน สติมา นิวรณ์ ๕ เมื่อมีสติสัมปชัญญะ ไม่ประมาท มีความเพียร อุทิศกายและใจอยู่อย่างนี้ ทุกขเวทนาเกิดขึ้น ก็ รู้ชัด เพราะอาศัยกัน ย่อมละ ปฏิฆานุสัย การนำหลักธรรมมาปฏิบัติเมื่อเกิดทุกขเวทนาจากความเจ็บป่วยทำให้เห็นถึงคุณค่า คุณค่าของหลักธรรมที่ปรากฏในเคล ัญญ สูตร คุณค่าด้านระงับความเจ็บป่วย การที่เราพบกับความเจ็บป่วยไม่ว่าช่วงใดของชีวิต ทำให้เราได้รับความทุกข์กายทุกข์ใจ ทำให้เห็นถึงคุณค่าด้านระงับ เวทนา เมื่อมีสติสัมปชัญญะย่อมรู้เวทนาชัดพิจารณาเห็นความไม่เที่ยง ความเสื่อม ความดับ ความสละคืนในกาย และในสุขเวทนา ทุกขเวทนา อทุกขมสุขเวทนา คุณค่าด้านการ พ้นทุกข์ จาก ความเจ็บป่วย เมื่อมีสติสัมปชัญญะกำจัดอภิชาและโทมนัสได้ ในเวทนาได้ ใจจิตได้ พิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลายก็พ้นจากความทุกข์ คุณค่าด้านการ พัฒนาชีวิตให้อยู่กับปัจจุบัน เมื่อมีสติสัมปชัญญะกำจัดอภิชาและโทมนัสได้ ในเวทนาได้ ใจจิตได้ พิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลายก็พ้นจากความทุกข์ คุณค่าด้านการบรรลุธรรม เมื่อมีสติสัมปชัญญะกำจัดอภิชาและโทมนัส(กิเลส) ในเวทนา ในจิต พิจารณาเห็นธรรมในธรรม นิวรณ์๕ อายตนะภายใน ๖ ภายนอก๖ โพชฌงค์ ๗ อริยสัจ๔ ก็จะบรรลุธรรมตามลำดับ ด้วยเหตุผลดังที่กล่าวมานี้ ผู้วิจัยมีความสนใจที่จะศึกษาโครงสร้างและสาระสำคัญของเคล ัญญ สูตรว่าอย่างไร ถึงพุทธวิธีการของพระพุทธเจ้าในการแก้ปัญหาความเจ็บป่วยทางใจ และความเจ็บป่วยทางกาย โดยมีจุดประสงค์ที่จะศึกษาหลักธรรมที่ปรากฏในเคล ัญญ สูตรว่าอย่างไร ตลอดถึงเพื่อ ศึกษา คุณค่าของหลักธรรมในเคล ัญญ สูตรมาว่าอย่างไร ๑.๒ คำถามวิจัย ๑.๒. ๑ โครงสร้างและสาระสำคัญของเคล ัญญ สูตรมีอะไรบ้าง ? ๑.๒. ๒ หลักธรรมของเคล ัญญ สูตรมีอะไรบ้าง ? ๑.๒.๓ คุณค่าของหลักธรรมของเคล ัญญ สูตรจะไปใช้ในการดำเนินชีวิตได้อย่า งไร ? ๑.๓ วัตถุประสงค์ของการวิจัย ๑.๓. ๑ เพื่อศึกษาโครงสร้างและสาระสำคัญของเคล ัญญ สูตร ๑.๓. ๒ เพื่อศึกษาหลักธรรม ที่ปรากฏใน เคล ัญญ สูตร ๑.๓.๓ เพื่อ ศึกษา คุณค่าของหลักธรรม ที่ปรากฏ ในเคล ัญญ สูตร ๑.๔ ขอบเขตการวิจัย การศึกษาวิจัยเรื่อง ศึกษาหลักธรรมที่ปรากฏในเคล ัญญ สูตร ในคัมภีร์พระไตรปิฎก เป็นการศึกษาวิจัยด้านข้อมูลเอกสารเชิงคุณภาพ ( Qualitative Research ) จากคัมภีร์พระไตรปิฎก อรรถกถา รวมทั้งหนังสือ เอกสารเชิงวิชาการ และงานวิจัยต่าง ๆ รายงานและเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับของเคล ัญญ สูตรเป็นต้น ๑. ๔.๑ ขอบเขตด้านเนื้อหา ขอบเขตด้านเนื้อหา ผู้วิจัยมุ่งศึกษาตามกรอบวัตถุประสงค์ของการวิจัย ได้แก่ ๑) เพื่อศึกษาโครงสร้างและสาระสำคัญของเคล ัญญ สูตร ๒) เพื่อศึกษาหลักธรรมของเคล ัญญ สูตรในคัมภีร์พระไตรปิฎก ๓) เพื่อ ศึกษา คุณค่าของหลักธรรมในเคล ัญญ สูตรในการดำเนินชีวิต ๑. ๔.๒ ขอบเขตด้านเอกสาร ผู้วิจัยศึกษาค้นคว้าข้อมูลเอกสารเชิงคุณภาพ ( Qualitative Research ) โดยศึกษา รวบรวมเอกสาร ดังต่อไปนี้ ๑) เอกสารชั้นปฐมภูมิ ( Primary Sources ) ได้แก่คัมภีร์พระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พุทธศักราช ๒๕๓๙ ๒) เอกสารชั้นทุติยภูมิ ( Secondary Sources ) ได้แก่อรรถกถา รวมทั้งหนังสือ เอกสารเชิงวิชาการ และงานวิจัยต่าง ๆ เอกสารรายงานต่าง ๆ และเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับเค ลัญญ สูตรเป็นต้น ๑.๕ คำจำกัดความของศัพท์ที่ใช้การวิจัย ๑.๕.๑ เคล ัญญ สูตร หมายถึง พระสูตรที่พระบรมศาสดาได้แสดงแก่ภิกษุ เนื้อหาของพระสูตรพระพุทธองค์ทรงแสดงธรรม ณ ศาลาคนไข้ให้ภิกษุเป็นผู้มีสติและสัมปชัญญะ ไม่ประมาทมีความเพียร อุทิศกายและใจ รู้ชัดในเวทนาทั้ง ๓ อันไม่น่าเพลิดเพลิน มีปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎก สังยุตนิกาย สฬาย ตนวรรค เล่มที่ ๑ ๘ คำว่า “เคล ัญญ สูตร” ในงานวิจัยเล่มนี้ หมายเอาข้อมูลที่มาจากทั้งปฐมเคล ัญญ สูตรและทุติยเคล ัญญ สูตร ๑.๕.๒ คุณค่า หมายถึง สิ่งที ่มี ประโยชน์ ๑.๕.๓ โรคทางกาย คือความเจ็บป่วยต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งภายในและภายนอกกายเรา ๑.๕.๔ โรคทางใจ คือ อาการที่จิตใจเกิดความแปรปรวนไปตามอำนาจของกิเลส ๑.๖ ทบทวนเอกสารและรายงานการวิจัยที่เกี่ยวข้อง การศึกษาวิจัย เรื่อง ศึกษาหลักธรรมที่ปรากฏในเคล ัญญ สูตร ในคัมภีร์พระไตรปิฎก ผู้วิจัยได้ศึกษาค้นคว้าหนังสือ เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ เค ลัญญ สูตร ดังนี้ ๑. ๖.๑ หนังสือ ๑) ดร. จุฑามาศ วารีแสงทิพย์ “การทำสมาธิรักษาโรคความดันโลหิตสูง” สรุปใจความได้ว่า การทำสมาธิรักษาโรคความดันโลหิตสูง ไว้ว่า พุทธศาสนามีธรรม ปฎิบั ติเช่นการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน ตามแนวทางแห่งสติปัฏฐาน ๔ ที่ถูกต้องช่วยเหลือผู้ป่วยได้ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ เมื่อใจสบายกายก็สามารถอยู่ได้อย่างปกติ ไม่ทุกข์ทรมาน สามารถใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบและสันติสุข เพื่อยังกุศลในช่วงชีวิตที่เหลืออยู่หรืออาจหวังพระนิพพานเป็นที่สุด ๒ ) แม่ชีกนกวรรณ ปรีดิ์เปรม “ การรักษาผู้ป่วยโรคซึมเศร้าตามแนวพุทธจิตวิทยา. ” สรุปใจความได้ว่า การรักษาผู้ป่วยโรคซึมเศร้าตามแนวพุทธจิตวิทยา ไว้ว่า โรคซึมเศร้าเป็นโรคทางจิตเวช ปัจจัยก่อโรค ๓ ส่วนเสอม กาย ใจ สังคม ถ้าไม่สมดุลจึงเกิดโรคซึมเศร้า พุทธศาสนา มีการศึกษาเรื่องจิต จิตเป็นนายกายเป็นบ่าว การเจริญสติ เป็นการเพ่งความใส่ใจของตนไปที่อารมณ์ ความคิด การนำสติมาใช้สร้างสุขในการดำเนินชีวิต ๓) จุฑามาศ แสงทองดี “ พุทธศาสนากับการเยียวยาทางจิตใจของผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ” สรุปใจความ ไ ด้ ว่า พุทธศาสนากับการเยียวยาทางจิตใจของผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย โรคมะเร็งระยะสุดท้ายอยู่ในภาวะที่ควบคุมโรคไม่ได้ การเยียวยาด้วยแนววิถีพุทธผู้ปฏิบัติสามารถเข้าใจกฎธรรมชาติเรื่อง อริยสัจ ๔ ทำให้เข้าใจว่าทุกชีวิตที่เกิดขึ้นมาต้องพบเจอกับความทุกข์ กฎไตรลักษณ์ เมื่อผู้ป่วยมีความเข้าใจทุกอย่างในโลกนี้ไม่มีอะไรยั่งยืนตลอดไป มีเกิดดับเป็นของธรรมดา สามารถฝึกพัฒนาจิตให้ไปสู่จิตที่เข้มแข็งและทำให้หายจากโรคมะเร็งได้ ๔) สมชาย บุญสุ่น “ พุทธจิตวิทยาการควบคุมตนเอง” สรุปใจความได้ดังนี้ พุทธจิตวิทยาการควบคุมตนเองคือการมีสติสัมปชัญญะ ต้องใช้ทุกกรณี ทุกที่ ทุกเวลา ถ้ามีสติสัมปชัญญะการรักษาศีลย่อมง่าย เพราะไม่พลั้งเผลอและรู้ตัวในการกระทำของตนเอง ย่อมทำให้ไม่ล่วงละเมิดศีล หิริโอตตัปปะ ทำให้รักษาศีลง่าย เพราะความละอายบาปความกลัวบาปไม่เปิดโอกาสให้บุคคลทำผิดศีล ขันติโสร ัจ จะ เมื่อต้องการประกอบกิจการงานให้เรียบร้อยมั่นคงไม่หลงใหลไปตามกระแสของสังคม อดทนต่อสภาวะที่ถูกกระทำให้หวั่นไหวได้ในทุกเวลา นอกจากนี้ยังต้องขันติโสร ัจ จะ เมื่อต้องการประกอบกิจการงานให้เรียบร้อยมั่นคงไม่หลงไหลไปตามกระแสของสังคม ๕) ดร.ใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว) หนังสือ “ มาเป็นหมอดูแลตัวเองกันเถอะ” สรุปใจความได้ดังนี้ การน้อมนำเอาหลักธรรมะขององค์สมเด็จพระ สัม มาส ัม พุทธเจ้าและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เป็นแกนหลัก แล้วนำจุดดีของวิทยาศาสตร์สุขภาพแผนปัจจุบัน แผนไทย และแผนทางเลือก รวมไปถึงหลัก ๘ อ. เพื่อสุขภาพที่ดีของสถาบันบุญนิยม โดยให้เหมาะสมสอดคล้องสามารถแก้ไขหรือลดปัญหาสุขภาพที่ต้นเหตุ ๖) ทัศนีย์ สิรินพมณี หนังสือ “วิธีการรักษาผู้ป่วยตามแนวพุทธจิตวิทยา” สรุปใจความได้ดังนี้ การรักษาผู้ป่วยในทางพุทธจิตวิทยาคือการนำหลักธรรมของพุทธศาสนาเป็นพื้นฐาน จิตที่แข็งแรงพากายที่เจ็บไข้หายได้เร็ว จิตที่กำหนดรู้ในสติ สัมปชัญญะ กำกับชีวิตจะน้อมนำสิ่งดีงามให้เกิดขึ้นในชีวิตอยู่เสมอ ๗) ใจเพชร มีทรัพย์ (หมอเขียว) หนังสือ “ถอดรหัสสุขภาพ ร้อน-เย็นไม่สมดุล” สรุปใจความได้ดังนี้ การดูแลสุขภาพจะเน้นการพึ่งตนเองด้วยหลัก ๗ อ.ตามแนวบุญนิยมและใช้ทรัพยากรท้องถิ่น ๘) ใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว) หนังสือ “ความลับฟ้า” สรุปใจความได้ดังนี้ ถ้าสุขภาพพึ่งตนเกิดไม่ได้ หมอและคนไข้จะพากันป่วยตายผู้มีปัญญาในสัจธรรมที่แท้จริง มีคุณธรรมอันประเสริฐ มีความเสียสละ ไม่เห็นแก่ตัว ไม่กอบโกย แข่งขัน ไม่ทำลายธรรมชาติ สามารถดำเนินชีวิตอยู่กับธรรมชาติอย่างเรียบง่าย จนๆ ถูกๆ มีสุขภาพที่ดี มีความผาสุก ๑.๖.๒ งานวิจัย พระมหาภาณุวิชญ์ ปญฺญาป โชโต (บุญคอย) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “ พุทธวิธีการบำบัดรักษาโรคทางใจ ” สรุปใจความได้ว่า พระธรรมโอสถ นับว่ามีความสำคัญยิ่งต่อการนำมาเยียวยารักษาโรคต่างๆ ทั้งโรคทางกายและโรคทางใจพร้อมๆกันได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธรรมโอสถของพระพุทธเจ้าที่มีอยู่หลากหลายวิธี ซึ่งแต่ละคนสามารถเลือกนำไปใช้ได้ตามความเหมาะสมกับจริตของตนๆในอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างพร้อมๆก
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive