551229-ข้อสอบ ปรนัย ว.บบบ รุ่น ๒ ปี ๒๕๕๖ จำนวน 800 ชุด.docx

โฟลเดอร์ข้อสอบ ปี56
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์33 KB
วันที่แก้ไข9 มกราคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

คำชี้แจง : ให้เลือกคำตอบที่ท่านเห็นว่าถูกต้องที่สุดแล้วกากบาท (x) ลงในกระดาษคำตอบ ตามหลักของพุทธ เชื่อว่า ก.แก้บาปแก้บุญไม่ได้ ข.วิบากเก่าแก้ไม่ได้เลย ค.แบ่งบาปแบ่งบุญได้ด้วยตน ง.แก้บาปแก้บุญได้ด้วยตน ผู้ปฏิบัติธรรมจะมีตาทิพย์ได้ต้องมี... ก.สัมมาทิฐิ ๑๐ ข.กุศลกรรมบถ ๑๐ ค.กถาวัตถุ ๑๐ ง.บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ อวิปริณามธัมมัง แปลว่า ก.ไม่เที่ยงแท้ ข.หักล้างมิได้ ค.ไม่เปลี่ยนเป็นอื่น ง.ไม่กลับกำเริบ อานาปานสติ ปฏิบัติได้โดย ก.ลืมตา ข.หลับตา ค.ทั้งลืมตาและหลับตา ง.นั่งสมาธิ ที่สุดแห่งโลกอยู่ใน... ก.วิญญาณ ข.รูปนามขันธ์ ๕ ค.อายตนะ ง.สัญญา ผู้ที่ได้เคยอยู่กับธรรมชาติอย่างมีชีวิตราบรื่นสงบดีนั้น แสดงว่า ก.ถึงความสงบสุขของธรรมที่เป็นพุทธแล้ว ข.ถึงปรมัตถธรรม คือ นิพพาน ค.ถึงสมมุติธรรม คือ สันติโลกีย์ ง.ถึงปรมํ สุขํ คือ สุขอย่างยิ่ง ความแตกต่างของ ‘สงบสุขโลกุตระ’ กับ ‘สงบสุขโลกียะ’ อยู่ที่... ก.เหตุผัสสะ เป็นปัจจัย ข.กาละ เทศะ ฐานะ ค.ความเที่ยงแท้ยั่งยืน ง.ผิดหมดทุกข้อ การต้องวิโมกข์ ๘ ด้วยกาย สำเร็จอิริยาบถอยู่ หมายความว่า... ก.รู้เห็นชัดสภาวจิตที่กำลังจัดการกำจัดอาสวะ ข.รู้เห็นชัดสภาวจิตที่อาสวะกำลังจางคลาย ค.รู้เห็นชัดสภาวจิตที่ไม่เหลืออาสวะเลย ง.รู้เห็นชัดสภาวจิตอย่างต่อเนื่องตามความเป็นจริง ผู้ปฏิบัติธรรมที่เข้าถึงปรมัตถ์ หมายความว่า อย่างน้อยก็ต้องพ้น... ก.สัมมาทิฏฐิ ข.สักกายทิฏฐิ ค.อัตตานุทิฏฐิ ง.ถูกทั้งข้อ ก. และข้อ ข. การสังวรศีลข้อ ๗ ทำให้ชีวิตเป็น‘มงคลอันอุดม’ อย่างไร ก.ศีลข้อ ๗ อยู่ในอุโบสถศีลที่สูงกว่าเบญจศีล ข.อาศัยฝึกสติ รู้ท่าที ลีลา สุ้มเสียง วาทะ ให้มีศิลปะ ในการใช้อย่างเป็นกุศล ค.ด้วยตั้งใจใฝ่ด

อ่านต่อ

ีให้ชีวิตไม่หยุดอยู่แม้ในกุศลธรรม ง.ปิดอบายทุคติ วินิบาต นรก โลกานุกัมปา ต้องอาศัยหมวดธรรมใด ก.โลกธรรม ๘ ข.ธรรมโลกบาล ๒ ค.มหาปเทส ๔ ง.อัปปมัญญา ๔ พลังที่เพิ่มขึ้นจากการช่วยเหลือผู้อื่นอย่างบริสุทธิ์ใจ เรียกว่า ก.อายุ วรรณะ สุขะ พละ ข.สังคหะพละ ค.อินทรีย์พละ ง.ศรัทธาพละ ผู้ยึดว่ามีอัตตา รู้เพียงแค่พูดถึง มิได้สัมผัสของจริง เรียกว่า... ก.มโนมยอัตตา ข.อัตตานุทิฏฐิ ค.อัตตสัมมาปณิธิ ง.อัตตวาทุปาทาน เพราะเหตุใดนรกตอนตายจึงทุกข์หนักกว่านรกตอนเป็น? ก. เพราะไม่มีทางบำบัดบรรเทา ข.เพราะพ้นจากเอกจรัง ค.เพราะรับสัมผัสทุกทวาร ง.เพราะตายแล้วเป็นโอปปาติกสัตว์ การเกิดและการดับของภาวะ ๖ ทั้งหลายอันได้แก่ ก. เวทนา ๖ ผัสสะ ๖ จริต ๖ อายตนะ ๖ วิญญาณ ๖ ข. ตัณหา ๖ เวทนา ๖ ผัสสะ ๖ อายตนะ ๖ วิญญาณ ๖ ค. ตัณหา ๖ เวทนา ๖ ผัสสะ ๖ คารวะ ๖ วิญญาณ ๖ ง. ตัณหา ๖ เวทนา ๖ จริต ๖ อายตนะ ๖ วิญญาณ ๖ โอปปาติกะจิตไม่มีในพระอาริยะขั้นใด ก. พระโสดาบัน ข.พระสกิทาคามี ค. พระอนาคา ง. พระอรหันต์ ความเกิดแห่งวิญญาณเว้นเหตุปัจจัยมิได้มี หมายความว่าอย่างไร ก. วิญญาณเกิดเพราะกำหนดปัจจัยที่ชอบ ข. วิญญาณเกิดเพราะกำหนดปัจจัยที่มิชอบ ค. วิญญาณเกิดเพราะกำหนดปัจจัยที่ชอบและมิชอบ ง. วิญญาณเกิดอาศัยทวารทั้ง ๕ ผัสสะอยู่ในปัจจุบัน โลกนี้ “มี” กับ “ไม่มี” โลกที่ควรอยู่จึงเป็น ก. โลกทุกข์ ข.โลกสมุทัย ค. โลกนิโรธ ง.ถูกทุกข้อ พระพุทธเจ้าตำหนิภิกษุสาติ เรื่อง ก. ตายสูญ ข. ตายเกิด ค. วิญญาณนี้ย่อมท่องเที่ยวไป ง. วิญญาณพระอรหันต์ขาดสูญ ในอวิชชาสูตร ข้อใดเป็นอาหารให้แก่นิวรณ์ ๕ ก. ไม่มีสติสัมปชัญญะ ข. ทุจริต ๓ ค. ไม่สำรวมอินทรีย์ ง. ไม่ฟังสัทธรรม ข้อใดไม่มีในอวิชชา ๘ ก. ไม่รู้ปฏิจจสมุปบาท ข. ไม่รู้ส่วนอดีต ค. ไม่รู้ส่วนปัจจุบัน ง. ถูกทุกข้อ ความรู้ที่บรรลุการสำแดงออกมาให้เห็นได้และรับรู้ได้ด้วยประสาทสัมผัส ตรงกับข้อใด ก. ญาณวิทยา ข. ปรากฏการณ์วิทยา ค. ปรัชญา ง. จิตวิทยา การละด้วยการข่มฝืนกิเลสตรงกับข้อใด ? ก. วิกขัมภนปหาน ข. ตทังคปหาน ค. สมุจเฉทปหาน ง. ปฏิปัสสัทธิปหาน ในมูลสูตร ๑๐ ข้อใดเป็นอธิปไตย ? ก. สมาธิ ข. สติ ค. ปัญญา ง. วิมุติ อบายภพ อาศัยอยู่ในภพใด รูปภพ ข. อรูปภพ ค.กามภพ ง. ถูกทุกข้อ วิญญาณตัวจริงๆ จะเกิดได้ด้วยเหตุใด ก.เกิดได้ด้วยกรรมเก่า ข. เกิดได้ด้วยตัณหา ค.จะเกิดได้ด้วยการผัสสะในปัจจุบัน ง.จะเกิดได้เพราะหมดลมหายใจ วิปัสสนา คือ การปฏิบัติอย่างไร ก. พิจารณาแยกแยะ วิจัยวิจารณ์ธรรม อย่างมีสัปปุริสธรรม ๗ ข. มีความรู้ตัวทั่วพร้อมในปัจจุบันทุกขณะ ค. รู้เห็นความจริงตามความเป็นจริง เรื่องจริงภายนอกและกิเลสภายในในปัจจุบัน ง. สำรวมอินทรีย์ โภชเนมัตตัญญุตา ชาคริยานุโยคะ สิ้นชาติ ก็สิ้นชั่ว คือชาติแบบไหน ก.ชาติคือ เผ่าพันธุ์ วงศ์ตระกูล ข. ชาติคือ การเกิด-การตาย ค.ชาติคือ การเกิด – การตาย ทางจิตวิญญาณ (สัตว์โอปปาติกะ) ง. ชาติคือ ประเทศชาติ “โปรดระวัง ! ไก่ได้พลอย วานรได้แก้ว” มีความหมายอย่างไร ก. อย่าเป็นคนยึดความเห็น ยึดวิธีปฏิบัติของตนเองอย่างตายตัว (ศีลพัตตุปาทาน) ข. อย่าปฏิบัติแบบเหยาะๆ แหยะๆ ลูบๆ คลำๆ ไม่เอาจริง (ศีลลัพตปรามาส) ค. อย่ายึดมั่น ถือมั่น จริงจังกับสรรพสิ่ง ง. อย่าปฏิบัติธรรมเป็นพักๆ ปล่อยตัวตามสบายเป็นช่วงๆ หากมิจฉาทิฏฐิ ขอบอกว่า “รถหวอมารอแล้ว” คืออะไร ก. ปฏิบัติธรรมไปจนแก่ จนป่วย รถหวอมารอรับไปโรงพยาบาล ข. ขยันฟังธรรม เคร่งครัดในศีลพรต แต่ใครติใครเตือนไม่ได้ ยกเว้นคนที่ศรัทธา ค. ไม่รับฟังผู้อื่น มิจฉาทิฏฐิอย่างเดิมนิรันดร ง. ฟุ้งซ่านไม่อยู่กับปัจจุบัน จับประเด็นไม่เป็น สิ่งที่ไม่มีไม่เกิดในจิตใจคืออะไร ก. นรก สวรรค์ ข.ศีล สมาธิ ปัญญา ค.สุข ทุกข์ อุเบกขา ง. รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส พลังงานจิตที่เคลื่อนไหวอยู่เสมอคือข้อใด อาสวะ ข. อนุสัย ค. ตัณหา ง. อุปาทาน ข้อใดจับคู่ผิด ก.นามรูปปริเฉทญาณ-ญาณ ๑๖ ข.ตา หู –อายตนะ ๖ ค.ภพ ชาติ – ปฏิจจสมุปบาท ง.วิราคานุปัสสี – วิชชา ๘ นักปฏิบัติธรรมของพุทธ จะรู้แจ้งปรมัตถธรรม ด้วยอะไร ก.สติ สมาธิ ปัญญา ข.อาการ ลิงค นิมิต อุเทศ ค.รูป เวทนา สังขาร วิญญาณ ง.สังวรศีล สำรวมอินทรีย์ โภชเนมัตตัญญุตา ข้อใดถูกต้อง ก.การยึดเป็นอัตตา การรู้เห็นเป็นทิฏฐิ ข.ปรโตโฆสะ คือ การไม่รับความเห็นอื่น ความรู้อื่น ค.แม้ตอนมีชีวิตอยู่ ตกนรก ตายแล้วก็สบาย ง.การฆ่ากิเลสนั้น ทำได้สิ้นเกลี้ยงแม้แค่ขบคิดพิจารณา เมื่อมีความเห็นต่างกัน ต่างยึดว่าความคิดเห็น และการปฏิบัติของตนถูก พระพุทธเจ้าท่านให้ทำอย่างไร ก. หาพรรคพวกให้ได้มากๆ โหวตแล้วจะชนะ ข.ตั้งกรรมการขึ้นมาตัดสินชี้ขาด ค.ใช้หลัก นานาสังวาส ง.พระพุทธเจ้าตัดสินเอง อินทรีย์ ๕ พละ ๕ เรียงตามลำดับได้แก่ข้อใด ก.ศรัทธา หิริ โอตตับปปะ จาคะ ปัญญา ข.ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา ค.ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา ง .ศรัทธา วิริยะ สมาธิ สติ ปัญญา ข้อใดไม่ถูกต้อง ก. อัจฉริยะ คือ ผู้รู้จักรู้แจ้งรู้จริง ความเป็นกิเลส ตั้งแต่ขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นปลาย ข. ผู้มีปัญญาของพุทธ คือ ผู้ไม่เฉลียวฉลาดก็ได้ แต่รู้จักกิเลสแล้วทำให้กิเลสลดลงๆ ค. เรื่องละกิเลส-ดับกิเลส มิใช่ปัญญาชาญฉลาดเป็นอัจฉริยะเท่านั้น ง. ในมหาจักรวาล หรือเอกภพนี้ มีภาวะที่เที่ยงแท้แต่หนึ่งเดียวคือ นิพพาน ข้อใดมีความหมายตรงกับ คำว่า ปรมังสุขัง ก.สุขัลลิกะ ข.อามิสสุข ค.นิรามิสสุข ง.ถูกทุกข้อ ข้อใดถูกต้องที่สุดของการดับความเป็นชาติ ก.ผู้นั่งสมาธิจนจิตสงบ ข.ผู้ที่ถือศีลอย่างเคร่งครัด ค.ผู้ที่เลิกดื่มเหล้าได้แล้วเด็ดขาด ง.คนที่ฆ่าตัวตาย ข้อใดกล่าวถูกต้อง ก.อุปาทานคือพลังงานที่เคลื่อนไหวอยู่ภายใน ข. ตัณหาคือพลังงานแฝงที่กบดานอยู่ ค.อุปาทานคือพลังงานแฝงที่กบดานอยู่ ง.ทั้งตัณหาและอุปาทานล้วนมีพฤติไม่ต่างกัน ข้อใดที่แสดงให้เห็นว่าพ้นโลก ๓ แล้ว ก.ไม่ต้องบำเรอขันธุ์ ๕ อีกแล้ว ข.ไม่ต้องบำรุงขันธุ์ ๕ อีกแล้ว ค.ไม่เหลือร่างกายแล้ว ง.ไม่มีอายตนะ ๑๒ แล้ว “โลกุตระ คือปรโลกที่หมดสิ้นสูญในโลก ๓” โลก ๓ ในที่นี้หมายถึงอะไร ก.โลกสวรรค์ โลกมนุษย์ โลกอบาย ข.กามโลก รูปโลก อรูปโลก ค.โลกอดีต โลกปัจจุบัน โลกอนาคต ง.โลกสวรรค์ โลกมนุษย์ โลกบาดาล ลักษณะใดเป็นลักษณะแบบฤาษี ก.ดับกามภพได้แล้วจึงอยู่กับรูปภพและอรูปภพ ข.เหลือแต่สังโยชน์เบื้องสูง ค.มีแต่อายตนะ ๑๐ ง.มีแต่อายตนะ ๒ ภายในเท่านั้น การอ่าน “นามรูป” ต้องอาศัยปัญญาระดับใด ก.เตวิชโช ข.ประพฤติปฏิบัติอย่างอุกฤติ ค.รู้เห็นของจริงตามความเป็นจริง ง.ถูกทุกข้อ “ปรินิพพาน” มีภาวะดังข้อใดมากที่สุด ก. การเกิดในความตาย ข.การตายแห่งการตาย ค.การตายแห่งการเกิด ง.ถูกทั้ง ก และ ข ข้อใดกล่าวถูกต้อง ก. สามัญลักษณ์เป็นเรื่องของกรรมนิยามและธรรมนิยาม ข. ปัจจัตตลักษณ์เป็นเรื่องของกรรมนิยามและธรรมนิยาม ค. ทั้งสามัญลักษณ์และปัจจัตตลักษณ์เป็นเรื่องของกรรมนิยามและธรรมนิยาม ง. ทั้งสามัญลักษณ์และปัจจัตตลักษณ์ไม่เกี่ยวข้องกับกรรมนิยามและธรรมนิยาม เหตุผลใดที่จะสนับสนุนให้เราเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำว่า “ดี” ในขณะที่คนส่วนใหญ่เห็นว่า “ชั่ว” ก. สามัญลักษณ์ ข. ปัจจัตตลักษณ์ ค. ประชาธิปไตย ง. อตัมมยตา “ผู้รู้ไม่สามารถตำหนิติเตียนได้” เกี่ยวข้องกับกำลังข้อใดมากที่สุด ก. กำลังของปัญญา ข.กำลังของความเพียร ค.กำลังของการงานอันไม่มีโทษ ง.กำลังของการสงเคราะห์ ลักษณะ ๓ ตามข้อใดคือ “คนอมตะ” ก. มีกำลังปัญญาในโลกุตระจิต โลกวิทู และโลกานุกัมปา ข. พ้นความสุขทุกข์จากกามโลก รูปโลก และอรูปโลก ค. ถูกทั้ง ก และ ข ง. ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง ก. อรหันต์คือผู้สิ้นโอปปาติกะ ข. โอปปาติกะหมายรวมทั้งสัตว์ทางจิตวิญญาณและสัตว์ทางร่างกาย ค. แม้เป็นเทวดา พรหมก็ยังไม่พ้นความเป็นสัตว์ ง. โอปปาติกะคือสัตว์ที่ยังมี “ชาติ” คำว่า “วิมุติ” (ความหลุดพ้น) ในมูลสูตรหมายถึงอย่างไร ก.หลุดพ้นจากกิเลสนั้นๆ ข.หลุดพ้นจากการติดยึดนั้นๆ ค.หลุดพ้นจากความเป็นสัตว์โลกชนิดนั้นๆ ง.ถูกทั้ง ก ข และ ค ข้อใดถูกต้องตามพร ๕ ประการ ก.สุข มีศีลเป็นพรแก่ชีวิต ข.พละมีฌานเป็นพรแก่ชีวิต ค.อายุมีวิมุติเป็นพรแก่ชีวิต ง.โภคมีพรหมวิหารเป็นพรแก่ชีวิต ปฏิบัติอย่างไรจึงจะบรรลุวิโมกข์ ๘ ก. มีสัมผัสเป็นปัจจัย แต่ไม่จำเป็นต้องครบองค์ประชุมภายนอก ภายใน ข. มีสัญญาเป็นตัวกำหนดรู้ปัจจุบันธรรมตามความเป็นจริง ค. เกี่ยวข้องเฉพาะอุปาทายรูปไม่เกี่ยวกับมหาภูตรูป ง. ถูกทั้ง ก ข และ ค ข้อใดไม่ใช่คุณลักษณะของ “ธรรมกถึก” ก.เป็นผู้สืบต่อเผ่าพันธุ์ของศาสนา ข.บรรลุธรรมก่อนแล้วค่อยสอนผู้อื่น ค.เป็นธรรมกถึกก่อนแล้วค่อยเป็นพหูสูต ง.ทั้ง ก ข และ ค ความศรัทธาแบบพุทธใช้สิ่งใดเป็นเครื่องตัดสินชี้ชัด ก. ความเมตตา ข. ความเพียร ค. ความอดทนอดกลั้น ง. ศีล ถ้ายังไม่บรรลุธรรม สายใดต่อไปนี้ทำความเสียหายให้กับพุทธศาสนามากที่สุด ก. สายปัญญา ข. สายเจโต ค. สายศรัทธา ง.พอๆ กัน การเห็นอาสวะสิ้นไป เห็นได้จากสิ่งใด ก. อายตนะ ข. ปัญญา ค. ขันธ์ ๕ ง. ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง ความสงบ “โลกียะ” ต่างจากความสงบ “โลกุตระ” อย่างไร ก. โลกียะสงบไม่ได้ ข.โลกุตระไม่กลับกำเริบ ค. โลกุตระไม่เที่ยง ง. ถูกทุกข้อ ถ้าเข้าใจเพียงแค่ “ธรรมคือธรรมชาติ” ผลจะเป็นอย่างไร ก. จะรู้แจ้งในธรรมชาติ ข. จะดับธรรมชาติได้ ค. จะเข้าถึงธรรมชาติ ง. จะมี “ชาติ” อยู่ต่อไปเรื่อยๆ ข้อใดไม่ถูกต้อง ก.แม้นิพพานก็ไม่เที่ยง ข. นิพพานอยู่ในใจ ค.เมื่อปรินิพพานแล้ว นิพพานไม่มีที่ตั้งอยู่ ง.อรหันต์ผู้ยังชีวะจิตนิยามอยู่ยังไม่ปรินิพพาน อาการกลับกำเริบ (สังกุปปัง) จะเกิดจากสาเหตุใดมากที่สุด ก. สัญญาวิปลาศ ข. เวทนาไม่เที่ยง ค. ขาดโลกวิทู ง. เหตุปัจจัยไม่สมดุล การทำได้ดังประสงค์ จะเกี่ยวข้องก็ได้ จะวางก็ได้” ตรงกับข้อใด ก. อตัมมยตา ข. อุปาทาน ค. อวิชชา ง. ถูกทั้ง ข. และค. สมาทานกับอุปาทานต่างกันอย่างไร ก.อุปาทานยึดทำในลักษณะเป็นเครื่องอาศัย ข.สมาทานทำในลักษณะเป็นเครื่องอาศัย ค.อุปาทานวางได้ง่ายกว่า ง.สมาทานยึดแบบนิรันดร สิ่งใดกล่าวถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับกรรมและวิบาก ก. ทั้งกรรมและวิบากเป็นเหตุ บาปและบุญเป็นผล ข.วิบากเป็นตัวแปรของกรรมและ บาปบุญ ค.กรรมปัจจุบันเป็นตัวแปรของวิบาก ง.กรรมปัจจุบันไม่มีผลต่อวิบาก สถานที่สำหรับตรวจวิโมกข์ ๘ ก.เสนาสนะอันสงัด เช่น ป่า เขา ถ้ำ ข.ในอาคารสถานปฏิบัติธรรมเข้าเงียบ ค.สถานที่สงบเย็นไกลแสงสีเสียง ง.สถานที่ทำการงานเกี่ยวข้องกับผู้อื่น ศาสนาพุทธต่างจากศาสนาอื่นตรงที่ ก.มีเมตตา ข.มีทาน ค.มีอนัตตาธรรม ง.ถูกทั้ง ข้อ ก. และ ข้อ ข. คนยังมีชีวิตอยู่บำเรอกิเลสทางใด ก.อายตนะ ข.โลกธรรม ๘ ค.อาหาร ๔ ง.อุปาทาน ๔ คนไม่กลัวตกนรก เพราะ ก.ไม่เชื่อ ไม่รู้ ว่านรกมีจริง ข.กิเลสมาก จนด้านต่อการท้าทายนรก ค.หมดกิเลส เพราะบรรลุอาริยธรรมไปตามลำดับ ง.ถูกหมดทั้ง ๓ ข้อ คนอมตะกับจอมโจรบัณฑิต เหมือนกันตรงไหน ก.มีอุปาทานขันธ์ ข.มีอัตตาตัวตน ค.มีความรู้แจ้งโลก ง.มีความขยันขันแข็ง ศิลปะ กับ ศีล สัมพันธ์กันอย่างไร ก.ศิลปะเป็นสาขาของศีล ข.ศีลเป็นองค์ประกอบของศิลปะอย่างสำคัญยิ่ง ค.ผู้มีศีลมากจะมีศิลปะน้อย ง.ไม่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน การบริโภคอย่างไรจัดเป็นศิลปะที่เป็นมงคลอันอุดม ก.ใช้สีสันในการจัดอาหาร ข.ไม่ให้เป็นข้าศึกแก่กุศล ค.บริโภคแต่ที่มีสารอาหาร ง.บริโภคตามหลักโภชนาการ ข้อใดเป็นเครื่องชี้วัดความเป็นมนุษย์? ก.กรรมพันธุ์ ข.สรีระพันธุ์ ค.ศีล ๕ ง.ศรัทธา สิ่งใดเป็นข้อบ่งชี้ถึงความเป็นพุทธมากที่สุด? ก.จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล ข.ยัญพิธี ค.โลกานุกัมปา ง.ศรัทธา อาริยบุคคลผู้หมดสิ้นนรกในกามภพ คือ ก.โสดาบัน ข.สกิทาคามี ค.อนาคามี ง.ถูกทุกข้อ เกิดสัมผัสเสพกามในกามภพ คือ ก.กามาวจร ข.รูปาวจร ค.อรูปาวจร ง.ถูกทุกข้อ “ชาติกขยะ” แปลว่า ก.อกุศลของชีวิต ข.คนที่มีอกุศลจิต ค. ความดับสิ้นไปแห่งการเกิด ง.ข้อ ก. กับ ข้อ ข. การยึดเอาอัตตา มาเป็นภพชาติ ก็จะได้สิ่งที่ยึดนั้นมาเป็นตัวตนจริงๆ เรียกว่า ก.อัตตวาทุปาทาน ข.อัตตานุทิฏฐิ ค.อัตตปฏิลาโภ ง.อัตตลักษณ์ การปฏิบัติธรรมแบบพุทธ ต้องตามลำดับขั้นตอน หมายความว่า ก.ต้องปฏิบัติศีลก่อนแล้วจึงปฏิบัติสมาธิจนเกิดปัญญา ข.ต้องจัดการโอฬาริกอัตตาก่อนแล้วจึงจัดการ มโนมยอัตตาและอรูปอัตตา ค.ต้องชัดในกามภพก่อนแล้วจึงเข้าไปภวภพและวิภวภพ ง.ต้องอยู่ในกามภพ จัดการกิเลส กามราคะก่อนแล้ว จึงจัดการรูปราคะ อรูปราคะ ปรโลก คือ ก.โลกอื่น ข.โลกใหม่ ค.พ้นโลก กามภพ-รูปภพ-อรูปภพ ง.ถูกทุกข้อ พุทธการกธรรมเกิดขึ้นด้วยอาศัยสิ่งใด? ก.เตวิชโช ข.บำเพ็ญอย่างอุกฤติ ค.รู้เห็นของจริงตามความเป็นจริง ง.ถูกทุกข้อ ‘เจ้ากรรมนายเวร’ ตัวแท้ที่สามารถแก้กรรมที่เป็นวิบากได้ คือ ก. กรรมปัจจุบันที่ทำอยู่ ข. กรรมอดีตที่สั่งสมมา ค. กรรมในอนาคตที่ตั้งใจจะกระทำ ง.ถูกทุกข้อ คำว่า “มัชฌิมาปฏิปทา” มีความหมายอย่างไรจึงถูกต้องตรงตามธรรมที่เป็นพุทธ? ก. ทางสายกลาง คือการปฏิบัติแบบที่ตั้งตนบนความลำบากอย่างพอดีไม่โต่งเกินไป ข. ทางปฏิบัติที่ตึงเกินไป ไม่หย่อนเกินไปเหมือนดังขึงสายพิณให้พอดีๆจึงเสียงไพเราะ ค. ทางปฏิบัติเพื่อให้ถึงหรือเข้าถึงความเป็นกลาง ง. คือการปฏิบัติที่บรรลุธรรมได้เร็วแบบมีความสุข(สุขาปฏิปทา ขิปปาภิญญา) ข้อใดเรียงลำดับขั้นตอนในการปฏิบัติเพื่อบรรลุธรรมจากต้นจนถึงปลายได้ถูกต้อง? ก. ปัจเจกภูมิ-สาวกภูมิ-สยังอภิญญา-สยัมภู ข. สาวกภูมิ-ปัจเจกภูมิ-สยังอภิญญา-สยัมภู ค. สยังอภิญญา-ปัจเจกภูมิ-สาวกภูมิ-สยัมภู ง. สาวกภูมิ-สยังอภิญญา-ปัจเจกภูมิ-สยัมภู จากข้อความในหนังสือ “ธรรมที่เป็นพุทธ” ที่ว่า ทุก “กรรมการงาน” ของ “คนอมตะ” นั้น “งานบาปหรือทำบาป” ได้ตายไปสิ้นแล้ว จึงมีแต่ “งานบุญหรือทำบุญ” บุญในที่นี้คือ การชำระกิเลส บุญในที่นี้คือ การพร้อมทำได้แต่กุศลเท่านั้น บุญในที่นี้คือ การทำการงานอันไม่มีโทษ ข้อใดต่อไปนี้ผิด ก. ข้อ A ข. ข้อ B ค. ข้อ C ง.ไม่มีข้อใดผิด ข้อใดไม่ถูกต้องในเรื่องของ “การงานอันไม่มีโทษ” หรือ “อนวัชชะ” ก. อนวัชชะ หมายความว่า ปราชญ์หรือผู้รู้จริงจะไม่ตำหนิ “การงาน”ที่อาริยบุคคลทำ ข. ผู้สามารถเข้าใจ “การงานอันไม่มีโทษ” ได้ดีลึกซึ้ง ต้องเป็นผู้มี “สัปปุริสธรรม ๗” ค. ปราชญ์จริง จะศึกษาการงานอันไม่มีโทษ และจะให้เกียรติ อาริยบุคคลในการทำงาน ง. อนวัชชะนั้นคือ การงานที่ไม่มีโทษต่อตนเอง และทำด้วยความขยันอย่างยิ่ง ข้อใดต่อไปนี้ผิด ในเรื่องของ “อมตชน”? ก. อมตชน คือ คนไม่มีชาติ ใจไม่มี “กิเลสตาย” ในผู้นั้นอีก ข. อมตชน คือ ผู้ที่ มี “กำลัง ๔” และ “พ้นภัย ๕” ได้จริง ค. อมตชน คือ ผู้ที่ “บรรลุธรรมสูงสุด” และจะไม่กลับมาเกิด-ตายทางร่างกายอีกต่อไป ง. อมตชน คือ ผู้ที่มี “นิพพาน” แล้ว แต่ยังมีชีวิตอยู่เป็นๆ เมื่อหมดผัสสะ เวทนาก็หายไป ต่อจากนี้เหลืออะไร? ก.เหลือแต่สุข ทุกข์ อุเบกขา ข.เหลือแต่สัญญา หรือ อุปาทาน ค.เหลือแต่อารมณ์ฟุ้งซ่าน ง.เหลือความสงบเอาไว้ ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ ข้อที่ ๔๓ ที่พ่อครูได้นำมาเทศนาในวันอาทิตย์ที่ ๑๖ ธ.ค. ๕๕ มีข้อสรุปในเรื่อง “ความมี”(โลกสมุทัย) และ “ความไม่มี”(โลกนิโรธ) ไว้ว่าอย่างไร?จึงถูกต้อง? คนที่ไม่มีมรรคผลนั้น "ความไม่มี" ย่อม "ไม่มี" คนที่ไม่มีมรรคผลนั้น "ความไม่มี" ย่อม "มี" คนที่มีมรรคผลนั้น "ความมี" ย่อม "ไม่มี" คนที่มีมรรคผลนั้น "ความมี" ย่อม "มี" ก.ข้อ A และ C ถูกต้อง ข.ข้อ A และ D ถูกต้อง ค.ข้อ B และ C ถูกต้อง ง.ข้อ B และ D ถูกต้อง จงอ่านข้อความต่อไปนี้ “ชาติ” ที่เป็นแบบลิงลมอมข้าวพอง เป็นสภาวะที่มีเฉพาะในพระโพธิสัตว์หรือในพระพุทธเจ้า ขณะที่ภูมิที่เป็นปัจเจกของท่านยังไม่ตื่นรู้ เมื่อ ปัจเจกภูมิ ของพระโพธิสัตว์ หรือพระพุทธเจ้าตื่นรู้ ท่านก็จะรู้ตัวว่าท่านเป็นพระโพธิสัตว์หรือพระพุทธเจ้าได้อย่างสมบูรณ์ทันที ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้องที่สุด ก.ข้อ B เป็นประโยคที่ถูกต้อง ข.ข้อ A เป็นประโยคที่ถูกต้อง ค.ข้อ A และ B ถูกต้องทั้งสองข้อ ง.ข้อ A และ B ผิดทั้งสองข้อ จงอ่านข้อความต่อไปนี้ A. ผู้ทำผิดกฎหมายถือว่าเป็นคน “ชั่ว”ทุกคน B. ผู้ที่ทำผิดกฎหมายถือว่าเป็นคนที่มี “บาป” ทุกคน ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้องที่สุด? ก. ข้อ A ถูกข้อเดียว ข. ข้อ B ถูกข้อเดียว ค. ข้อ A และ B ถูกทั้งสองข้อ ง. ข้อ A และ B ผิดทั้งสองข้อ จากข้อความ A-D ต่อไปนี้ A. ผู้ที่เป็นอัจฉริยะทุกคนไม่สามารถเป็นอาริยะได้ทุกคน B. ผู้ที่เป็นอัจฉริยะทุกคนสามารถเป็นอาริยะได้ทุกคน C. ผู้ที่เป็นอาริยะทุกคนสามารถเป็นอัจฉริยะได้ทุกคน D. ผู้ที่เป็นอาริยะทุกคนไม่สามารถเป็นอัจฉริยะได้ทุกคน ข้อใดถูกต้องที่สุด? ในเรื่อง “อาริยะ” กับ “อัจฉริยะ” ก. A และ B ถูกต้อง ข. C และ B ถูกต้อง ค. A และ D ถูกต้อง ง. ถูกทั้ง A C และ D ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของผู้บรรลุ “ธรรมที่เป็นพุทธ”? ก. ผู้สามารถ “ดับ” ความเป็น “ชาติ” ใน “ใจ” ของตนเองได้อย่างสัมมาทิฏฐิ ข. ผู้ซึ่งมีความ “สงบสุข” จากการสามารถรักษา “สมดุลของเหตุปัจจัย”ไว้ได้ ค. ผู้ที่กำจัดความเป็น “ชาติ” แห่งความเป็น “สัตว์” ได้สำเร็จสัมบูรณ์ ง. ผู้ที่ประพฤติ “ธรรม” ที่ไม่มี “ชาติ” ได้อย่างเด็ดขาด ข้อใดเป็นสภาวะที่ปุถุชนมีเป็นปกติ? ก. กลัวตาย-ควรตาย-ไม่หนีตาย-ไม่ยอมตาย ข. ไม่กลัวตาย-ไม่ควรตาย-ไม่หนีตาย-ยอมตาย ค. กลัวตาย-ไม่ควรตาย-หนีตาย-ยอมตาย ง. กลัวตาย-ควรตาย-หนีตาย-ไม่ยอมตาย ข้อใดเป็นสภาวธรรมที่พระอรหันต์มีได้? ก. กลัวตาย-ไม่ควรตาย-หนีตาย-ไม่ยอมตาย ข. ไม่กลัวตาย-ไม่ควรตาย-หนีตาย-ยอมตาย ค. ไม่กลัวตาย-ควรตาย-หนีตาย-ยอมตาย ง. ไม่กลัวตาย-ไม่ควรตาย-ไม่หนีตาย-ยอมตาย 139700 177800 139700 177800 685800 177800 685800 177800 1270000 177800 1270000 177800 1828800 177800 1828800 177800 2438400 177800 2438400 177800 3048000 177800 3048000 177800 3784600 177800 3784600 177800 4521200 177800 4521200 177800 5257800 177800 5257800 177800 5994400 228600 5994400 228600 ขอให้สอบได้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ(ได้สอบ)

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน