650605 พ่อครูเทศน์เปิดงานอโศกรำลึก ครั้งที่ 41 อาหารเป็น 1 ในโลก_.docx
เนื้อหาในไฟล์
650605 พ่อครูเทศน์เปิดงานอโศกรำลึก ครั้งที่ 41 อาหารเป็น 1 ในโลก https://www.boonniyom.net/52174.html ดาวโหลดเอกสารที่ https://docs.google.com/document/d/1KPUYYODis4UtwpZYGhUCWzDnYkYlXNGgXm1sZdHZzdI/edit?usp=sharing
ดาวน์โหลดเสียงที่ https://drive.google.com/file/d/1RnLu_7SG4f2tZhexnrxJt6fMNuw1KlY0/view?usp=sharing
และดูวิดีโอได้ที่ https://youtu.be/mLjfFTgsF4w และ https://fb.watch/drSANosbzS/
ตอน อาหารเป็น 1 ในโลก (สื่อธรรมะพ่อครู) พ่อครูว่า...วันนี้วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน 2565 ที่บวรราชธานีอโศก วันนี้เป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ เกี่ยวเนื่องกันไปจนถึงวันที่ 10 จัดงานรวมกันเลย รวม 6 วัน นับว่าเป็นงานอโศกรำลึกและบูชาพระบรมสารีริกธาตุ ครั้งที่ 11 ปีละครั้งก็ทำกันมา 11 ปีแล้ว มาปีนี้พัฒนาการสูงมาก วันอโศกรำลึกแบบออนไลน์ทันสมัยใหม่เสมอ ก็เทศน์ตามที่บอกไว้ว่าเป็นงานอโศกรำลึก หรือรำลึกเรื่องอโศก เด็กรุ่นใหม่ก็คงจะไม่รู้ที่มาที่ไปของอโศกรำลึก คำว่าอโศกคำนี้ เอาไปเอามา เป็นชื่อประจำของคนกลุ่มหนึ่ง กลุ่มของพวกเรา พวกชาวอโศกหรือเขาเรียกรวมว่า ชาวสันติอโศก เพราะว่าสันติอโศกเป็นชื่อของพุทธสถาน อยู่ที่จุดกลางอยู่ที่กรุงเทพฯ เขาก็เลยเรียกติดปากกันว่าชาวสันติอโศก ก็ดี ก็ขยายความอโศกขึ้นอีกมีคำว่าสันติ ซึ่งหมายถึงความสงบ คำว่าความสงบของภาษาบาลีมีเยอะหลายคำมาก แต่คำว่าสันตินี้ดีที่สุด ที่หมายถึงความสงบสันติหมายถึงความสงบที่รวม รวมสารัตถะ ของความเป็นสันติเอาไว้ หยาบ กลาง ละเอียด ทั้งรูปธรรมและนามธรรม อยู่ในสันตินี้ อโศกรำลึก เราก็รำลึกถึงคำว่าอโศกก่อน ทำไมใช้เรียกชื่อกลุ่มบุคคลของพวกเรา ซึ่งจะไปอีกนานชื่อชาวอโศก จะอยู่กับสังคมเขาไปอีกนาน อาตมาตา
อ่านต่อ
ยแล้วชาวอโศกก็ยังอยู่ แล้วดูเหมือนจะดีขึ้นด้วย อาตมายังอยู่นี่ดูเหมือนจะยังไม่ค่อยดี อาตมาตายแล้วอโศกจะดีกว่าดีขึ้นไปอีก ดีขึ้นหมายความว่าคนจะมาสนใจชื่อว่าอโศกมันคืออะไร มีอะไรบ้าง มันเป็นทั้งธรรมะมันเป็นทั้งหลักปฏิบัติ เป็นทั้งพฤติการณ์พฤติกรรม เป็นถึงขั้นวัฒนธรรมทั้งเป็นระบบ อโศกมี เศรษฐกิจแบบอโศก การเมืองแบบอโศก สังคมแบบอโศก มันก็มีลักษณะของมันจำเพาะ ไม่เหมือนใคร จะมีเหมือนนี้บ้างแต่รวมทั้งหมดแล้วไม่เหมือน ใครๆมาลอกเลียนให้ครบสมบูรณ์แบบแบบอโศกไม่ได้ เจ้านั้นจะเอาบ้างหรือมีบ้างส่วนนั้นส่วนนี้ส่วนนู้น คนละมุมคนละเชิง แต่จะเต็มๆแบบอโศกไม่ง่าย เพราะว่าอโศกมีคุณธรรมแบบทวนกระแสแบบโลกุตระ เป็นคุณธรรมที่ ชาวโลกเขา เห็นว่าเป็นเรื่องประหลาด คนมาดัดจริตหรือเปล่า เขาต้องการรวยกันทั้งบ้านทั้งเมืองทั้งโลก ใครๆก็อยากรวย แล้วพวกนี้มันอยากจน คนจะไปอยากจนได้อย่างไร มาเป็นคนจน ซึ่งลึกซึ้งมากนะคนจนแบบอโศก จริงที่สามัญปกติที่เขาเข้าใจความจนของเขา เข้าใจแบบโลกีย์ ที่จริงแล้วเจ้าตัวไม่อยากจะจนเลยแต่มันจน มันมีน้อย จนคือคนมีน้อย มีสมบัติน้อยๆ มีอะไรกินอะไรอยู่อะไรใช้สอยน้อย ขาดแคลนไม่ถึงใจ ไม่สนใจ ไม่ได้บำเรอตน ก็เป็นอย่างนั้น แต่ของอโศกนี้เหลือเฟือ ดูซินี่ บนโต๊ะหน้าเวที เยอะแยะมากมาย ที่โลกเขามีทุเรียนบางยี่ห้อกิโลละ 800 บาท ธรรมดาเขากิโลละเท่าไหร่ 150 บาท พวกเรากินฟรีเลยไม่ค่อยรู้เรื่องราคา ของเรานี่กินทุเรียนภูเขาไฟด้วยนะ มาจากศรีสะเกษ ก็มีเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆจนถึงปีนี้มีเยอะแยะลูกโตด้วย ความอุดมสมบูรณ์ของคน คนที่รู้จักแก่นสารสาระของชีวิตแล้ว ก็คืออาหาร อาหารคือคำข้าว ธัญญาหารด้วย มีธัญญาหารอุดมสมบูรณ์เพียงพอ หลากหลายด้วย แล้วส่วนที่หลากหลายนี้ก็ไม่ใช่เรื่องมอมเมา เรื่องเปลือกๆ หลากหลายที่เป็นเรื่องเนื้อๆแก่นๆเป็นสาระแท้ๆด้วย ซึ่งมันมีนัยยะลึกซึ้ง อาหารแต่ละคำข้าวคือธัญญาหารที่กินเข้าไปเลี้ยงขันธ์เลี้ยงร่างกาย เป็นสิ่งสำคัญที่สุดของชีวิต เป็นปัจจัยชีวิต เป็นปัจจัยแท้ๆ เรามีอย่างอุดมสมบูรณ์ไร้สารพิษ คุณภาพดี มีวิตามินมีเนื้อหาสาระของอาหารแต่ละอย่าง ดี มันสุดยอดแล้วในเรื่องของความเป็นชีวิตมนุษย์ นอกนั้นเป็นบริขารเป็นเครื่องใช้ต่างๆ ขาดก็ไม่เป็นไรไม่ตาย แต่สิ่งเหล่านี้ขาดแล้วตาย ไม่มีเลยยิ่งตายแน่ๆ ชาวอโศกเรา อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธัญญาหารพวกนี้ มาถึงวันนี้แล้วชัดเจน อย่างอื่นๆเราไม่ได้ตื่นเต้น เราไม่ได้แสวงหาหรือว่าเราไม่ได้ไปสะสม หรือไม่ได้อยากได้ อะไรมา ใช้ประกอบบ้าง ใช้เพื่อผู้อื่น แต่เพื่อตัวเองแท้ๆ เพื่อชีวิตคนก็คือเรื่องอาหาร นอกนั้นเป็นเรื่องของความสัมพันธ์เป็นองค์ประกอบที่จะทำประโยชน์ภายนอก ต่างๆ สรุปแล้วพวกเรานี้รู้สาระเอก สาระโท สาระตรี สาระจัตวา อะไรสำคัญเป็นเรื่อง 12345 เรื่องหลักเรื่องรองไปเรื่อยๆ จะรู้ลำดับจะรู้ขั้นตอน และเราก็มีสาระอันดับหนึ่งแล้วด้วย เพราะฉะนั้นชีวิตที่จะต้องมีอยู่มันก็จะต้องมีความเป็น 1 ชีวิตคนที่ต้องยังชีพอยู่ต่อไป สาระก็ต้องเป็นสาระอันดับ 1 เป็นคนชั้น 1 จะเอาอย่างไรอีกล่ะ เห็นไหม นี่แหละพูดชัดๆ ที่พูดนี้จริงไหม ...จริง.. พวกเราเข้าใจกันได้ แต่ก่อนนี้เราไม่เข้าใจต้องไปนึกว่าไปหาธนบัตรต้องเป็นหนึ่ง ไปถึงเพชรทองเงินก็เป็นหนึ่ง เดี๋ยวนี้ใครไม่มีเพชรยกมือ ...ยกมือกันมากเกือบหมด ใครธนบัตรน้อยที่สุดยกมือ...ยกมือกัน คนเราเกิดมามีชีวิตดิ้นด๊อกแด๊กอยู่ในโลกเป็นชีวิตคน ดิ้นรนไปแสวงหา ทรัพย์สินเงินทอง ที่คนเขามีแฟชั่น เขามีการเห่อ ฮือฮากันว่าจะต้องได้อย่างนั้นอย่างนี้ ถึงจะเป็นคนประสบผลสำเร็จ มีเงินเยอะแยะร่ำรวยคือคนประสบผลสำเร็จ อะไรต่ออะไรอีก แต่พวกเราไม่แยแส จะเป็นวัตถุเราก็เห็นว่า พืชพันธุ์ธัญญาหารนั้นสำคัญที่สุดเป็นอันดับ 1 แล้วเราก็เอาชีวิตมาเป็นชาวกสิกรรม กสิกรแข็งขันเป็นกระดูกสันหลังของชาติ โลกจะเรืองอำนาจ ไม่ใช่แค่ประเทศไทยนะที่ไหนก็แล้วแต่ ถ้ามีการกสิกรรมอุดมสมบูรณ์ทั้งโลกเลยก็เรืองอำนาจทั้งนั้น แต่ถ้าเขาพยายามไปสร้างอาวุธให้เก่ง ได้ราคา ประหัตประหารได้วิเศษ แข่งขันกับพืชพันธุ์ธัญญาหาร ดูความรู้สึกของคนทั้งโลกก็จะมองอย่างเผิน แต่พอจี้ชัดๆว่า อาวุธกับพืชพันธุ์ธัญญาหารที่คุณจะกินนี่แหละ จี้เข้าไปจริงๆ อะไรสำคัญกว่าชีวิตมากกว่ากัน เขาก็ตอบว่าอาหารทั้งนั้น ถ้ามันไม่โง่ดักดาน ถ้าหากโง่ดักดานก็แล้วไปเถอะ พูดกันไม่รู้เรื่องจะมีจำนวนน้อยด้วย คนโง่ดักดานแบบนั้น พวกเราถือว่ามีปัญญาเข้าใจสำคัญ ไม่ไปเสียเวลาไม่ไปวุ่นวายกับเรื่องเหล่านั้น ถ้าเราทำสังคมของเราให้เป็นสังคมสันติภาพ สังคมปลอดศึก ปลอดสงคราม ปลอดจากคนรุกราน ให้เป็นสังคมชุมชนหรือประเทศ แม้แต่เป็นชุมชนก็พิสูจน์ได้ชุมชนชาวอโศกเป็นชุมชนที่ไม่มีใครรุกราน 1. เขาจะมารุกรานเอาทองเอาเงินเอาสมบัติ ไม่คุ้ม เสียแรงไม่คุ้ม ไปรุกรานจะเอาอะไรอีก เอาความหรูหราฟุ่มเฟือยสวยงามอลังการต่างๆก็ไม่คุ้ม เพราะอโศกมันไม่มี ถ้าเขามีปัญญาจริงๆ อโศก มีอะไรให้รุกรานก็มีธรรมะเป็นโลกุตระให้รุกราน แต่ธรรมะเป็นคำที่ค้ำคอเขา ถ้ามารุกรานแบบทางโลกๆมาเบียดเบียน เขามาเป็นความเลวทำไม่ได้ เขาก็มา ถือว่าไม่ใช่รุกรานแล้ว แต่กลับพยายามอยากได้ ด้วยวิธีใดก็แล้วแต่ สรุปแล้ว เขาจะมาเอาสมบัติ ชาวอโศกมาถึงทุกวันนี้ อโศกมีอะไรเป็นสมบัติ จรณะ 15 วิชชา 8 เป็นสมบัติ เป็นคำวิชาการของพระพุทธเจ้าในพระไตรปิฎกเลยนะ วิชชาจรณะสมบัติ ซึ่งอัมพัฏฐะกับ พระพุทธเจ้า พูดถกกัน ใครที่มีวิชชาและจรณะ อัมพัฏฐะ เขาก็บอกว่าเขามี พระพุทธเจ้าก็ค่อยๆไล่ต้อน สุดท้ายก็รู้ว่าเขามีแต่ปากพูด มีแต่ถือว่าเป็นพราหมณ์เป็นเจ้าของผู้มี จรณะ 15 วิชชา 8 พระสมณะโคดมแต่เดิมเป็นกษัตริย์ เขาก็ถือว่าสมณะโคดมมาจากวรรณะกษัตริย์ ไม่ใช่วรรณะพราหมณ์ เขาก็บอกว่าวรรณะกษัตริย์นั้นเป็นคฤหัสถ์ แต่วรรณะพราหมณ์เป็นนักบวช เขาก็ข่มด้วยการเป็นนักบวช พระพุทธเจ้าก็ต้อนไปต้อนมา ว่า เนื้อแท้ของนักบวชคืออะไร ต้อนไปต้อนมา อัมพัฏฐะก็จำนน จำนนที่ว่า ผู้จะมาเป็นนักบวชแท้คือผู้ที่มีจรณะ 15 วิชชา 8 จำนน เขาก็บอกว่าเขามีวิชชาจะระณะเขาเป็นผู้สอนวิชชาจะระณะอยู่เลย พระพุทธเจ้าก็ต้อนอีก แล้วเป็นยังไงในสารัตถะ คุณประพฤติคุมประพฤติจรณะ 15 ไหม คุณมีวิชา 8 ไหม อัมพัฏฐะก็จำนน มีแต่รู้มีแต่ภาษา สภาวะของจรณะคืออะไร สภาวะของวิชชา ที่เป็นปรมัตถ์ด้วยคืออะไรเขาไม่รู้ เพราะมันไม่มีในตัวในตนของเขา ประพฤติศีลเขาก็ไม่ประพฤติ ประพฤติศีล แล้วมี อปัณณกปฏิปทา 3 แล้วจะเกิดสัทธรรม 7 สะสมลงเป็นฌาน 4 ซึ่งเขาไม่รู้จัก เขาไม่มี ฌาน ก็ไปนั่งหลับตา สัทธรรม 7 ไม่รู้เรื่อง ไม่มีเลย อปัณณกปฏิปทา 3 ไม่มีเลยเขาก็ได้แต่นั่งหลับตา แล้วก็ท่องภาษาบัญญัติได้คล่องปากสอนผู้อื่นอยู่แจ้วๆ เสร็จแล้ว พอไล่ เข้าไปถึงเนื้อแท้สารัตถะจริงๆ แค่ ปฏิบัติวิชชาจรณะ ซึ่งก็จะมีจิตเป็น สมาหิโต สมาหิตตังจิตตัง แม้ทุกวันนี้ก็ไม่เรียกศาสนาพุทธว่า สมาหิตะ แต่ใช้คำว่าสมาธิซึ่งเป็นคำกลางๆคำของ เดียรถีย์ ทั่วไป พระพุทธเจ้าก็เรียกสมาธิของท่านว่า สมาหิตะ สมาหิโต สมาหิโต คือผลของจิต ที่บรรลุอาสวะสิ้น บรรลุผลของอาสวะสิ้นไปจากจิต เป็นจิตสะอาดอุเบกขาบริสุทธิ์ ปริสุทธาเอามาตกผลึกสั่งสมกัน จิตที่สิ้นอาสวะ สะอาดจากอาสวะ มารวมกันตกผลึกตั้งมั่นขึ้น ซึ่งต่างจากสะกดจิต ราคะก็ไม่รู้ โทสะก็ไม่รู้ โมหะก็ไม่รู้ ทำให้มันจางคลาย ทำให้มันลดละลงไป ทำออกเรื่อยๆ ให้มันสงบจากกิเลสไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงนิโรธ ก็ได้แต่พยัญชนะ แต่สภาวะไม่รู้ ตกลงก็ได้แต่แค่ ปากๆเปลือกๆ มันก็เลยไม่ประสบผลจริง ไม่ประสบผลแท้ อัมพัฏฐะ ก็พยายามยืนยันว่าวิชชาจรณะต้องอยู่กับนักบวช คฤหัสถ์จะไปเป็นเจ้าของวิชชาจรณะได้อย่างไร อัมพัฏฐะไม่ยอมรับสมณโคดม ก็ยังคิดว่าเป็นกษัตริย์ บวชยังไงก็ยังเป็นกษัตริย์ เป็นคฤหัสถ์ วรรณะหรือตระกูลไม่ได้เป็นพราหมณ์ พระพุทธเจ้าก็เลยต้อนเข้าไปว่า จริงๆแล้วจรณะกับวิชชามันอยู่ที่ตระกูลหรือว่ามันอยู่ที่วรรณะเป็นพราหมณ์หรือเป็นกษัตริย์ ซึ่งจะอยู่กับใครก็ได้ที่เขามีคุณสมบัติคุณธรรมและเข้าไปถึงพฤติกรรมกายวาจาใจ ท่านก็ไล่ต้อน จนสุดท้ายเขาก็จำนน พระพุทธเจ้าถึงได้เทศน์ ก่อนจะเทศน์ประเด็นนี้ อาตมาได้ย้ำแล้วย้ำอีก ก่อนจะเทศน์ท่านก็ย้ำว่า ศาสนาพุทธก็มีมาในวัฏสงสาร พระพุทธเจ้าแต่ละองค์ๆประกาศศาสนาพุทธทั้งนั้น แล้วก็จะมีใน กาละเป็นยุคๆ แต่ละพุทธกัป พุทธกัป คือ รอบของศาสนาพุทธของพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ บางรอบ 80,000 ปีบางรอบก็น้อยกว่า 60,000 หรือ 40,000 หรือ 25,000 มาถึงพระสมณโคดมเหลือแค่ 5,000 ปี เสร็จแล้วก็มีช่วงที่ว่างในกาละของโลก โลกว่างจากศาสนาพุทธเรียกว่าพุทธันดร ในยุคนั้นช่วงนั้นไม่มีศาสนาพุทธไม่มีใครรู้จักศาสนาพุทธเลย ส่วนศาสนาเดียรถีย์หรือลัทธิเป็นเทวนิยมเป็นพระเจ้ามันมีอยู่ตลอดกาล มันไม่เคยว่างไปจากโลก แต่ศาสนาพุทธมีเป็นกัปๆ ไม่ใช่มีอยู่ตลอดกาลเหมือนศาสนาเทวนิยม ในยุคนี้ไม่มีใครมาย้ำ มาพูดกันเท่าไร อาตมาก็เลยต้องพูดให้เข้าใจ เสร็จแล้วชาวอโศก อาตมานำเอาโลกุตระธรรมที่เป็นพุทธ พุทธคือสิ่งที่เป็นโลกุตรธรรม ที่ไม่ใช่โลกุตรธรรมไม่ใช่พุทธเป็นศาสนาเทวนิยม ต้องเข้าใจเทวนิยม กับ อเทวนิยม หรือ โลกุตระกับโลกีย์และต่างกันอย่างไร ชัดๆ ก็จะแยกออกและจะรู้ได้ ก่อนอาตมามาปรากฏในโลกหรือมาเปิดเผย เมื่อจะมาอุบัติขึ้นมาถึงเวลา ที่จริงอาตมาก็เปิดเผยธรรมะมาตั้งแต่ก่อนบวช ก่อนอายุ 36 ปี อายุ 36 ปีก็บวช มาทำงานทางธรรมะเต็มตัว เลิกหาเงินทางฆราวาส ชีวิตนี้ ปรปฏิพัทธา เม ชีวิกา ให้คนอื่นเขาเลี้ยงไว้ ทำหน้าที่เผยแพร่ประกาศธรรมอย่างเดียว จนถึงวันนี้ก็สบาย เขาเลี้ยงไว้ ดูผักผลไม้เยอะแยะ แล้วมันจะอดตายจะอย่างไร ไม่มีทางอดตาย อุดมสมบูรณ์ด้วย แจกจ่ายคนอื่นได้ด้วย ทุเรียนคู่นี้เป็นคู่แฝดแต่วันนี้มาแยกจากกัน มาจากร้านหนึ่งน้ำฟ้า ศีรษะอโศก ตอนนี้เป็นฤดูกาลของทุเรียน กำลังกระฉ่อนไปทั่วโลก ไอ้ที่ไม่เคยกินพอเริ่มรู้จัก หลายประเทศเขาไม่รู้จักทุเรียน ภาษาฝรั่งบอกว่า Durian ก็ทับศัพท์ทุเรียน ถือว่าเป็นพืชยอดนิยม คือเหมือนจะราคาแพงสุดในกระบวนผลไม้ทั้งหลายแล้ว เคยประมูลลูกละเป็นแสน มันจะมีคุณค่าอาหารอะไรเท่าไหร่ไม่รู้ นี่เขาก็ให้อาตมาฉัน น้ำหนักมันขึ้นๆลงๆ พิสูจน์แล้วกินทุเรียนแล้วน้ำหนักจะขึ้นมันก็ไม่จริง อาตมากินทุกวัน วันละไม่ใช่น้อยเพราะมันมีมาเยอะ เขาก็เอามาถวาย กิน น้ำหนักก็ไม่ได้ขึ้นอะไร มันก็ยังขึ้นๆลงๆ ไม่เกี่ยวกับการเดินมากขึ้นด้วย เราวนเวียนมาพูดถึงเรื่องกิน วนเวียนเทศน์มาถึงกิน แล้วก็วนเวียนมาเน้นกินกันที่ พืชพันธุ์ธัญญาหารใบไม้ลูกไม้ กินใบกินผล นี่เป็นจุดชี้บ่งถึงว่า คนฉลาด รู้จักสาระชีวิต คนที่ไร้สาระหรือไม่รู้จักสาระก็ไปกินทั่วทวีป ดีไม่ดีไปหลงไม่รู้จักแก่นแท้ พืชพันธุ์ธัญญาหารที่เป็นอาหารของคนที่แท้ แล้วหลงชีวิตตนเอง ไปกินเนื้อสัตว์อย่างพวกตะวันตก กินเนื้อสัตว์เป็นอาหารหลัก กินใบไม้ผักพืชแทบจะไม่มีเลย พวกตะวันตกเท่าที่เห็น อเมริกาอย่างนี้กินแต่เนื้อ อย่างดีก็มีหัวมัน ตื่นเช้าขึ้นมากินมันทอดกับนม เสร็จแล้วก็ไปเล่นสเต็ก เบคอน ที่เป็นเนื้อ ไม่มีผักพืชอะไรประกอบด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น สรีระต่างๆจึงไม่ใช่สรีระที่เป็นคน เพราะคนประกอบด้วยธาตุพืช ไม่ใช่ประกอบด้วยทั้งสัตว์ทั้งพืชด้วย คนนี้เป็นสัตว์กินพืชซึ่งก็พิสูจน์กันมาไม่รู้กี่ปีแล้ว ไม่ลงรายละเอียด คนเป็นสัตว์กินพืช เขาก็ไม่รู้ตัวเอง มันก็เลยกลายเป็นสัตว์ดุ คนกลายเป็นสัตว์ดุ อำมหิต ไม่มีคุณธรรมโลกุตระ ไม่มีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ในศีลข้อที่ 1 ฆ่าคนได้หน้าตาเฉยยังไม่รู้สึกรู้สา ใครจะตายก็ตายไป ไม่รู้จักค่าของความเป็นชีวิต มันเสื่อมถึงขนาดนั้น ดีไม่ดีอำมหิต ไม่ชอบใจก็ฆ่าๆ อย่างอเมริกา มีอาวุธได้อย่างอิสระ เสร็จแล้วก็ฆ่ากันตั้งแต่เด็กถึงผู้ใหญ่ก็ยิงกันเล่นไปเรื่อย เห็นไหมว่าเขาไม่มีปัญญา คนอเมริกัน ไม่มีปัญญาเลยแม้แต่ว่า เอามาทำเล่นทำไมอาวุธ เอามาฆ่าคน มันฆ่ากันตาย เขากลัวคนจะล้นประเทศหรืออย่างไร ทำไมมันอำมหิตอะไรกันนักกันหนา เพราะฉะนั้นเขาจึงกลายเป็นสัตว์อำมหิต สำหรับอเมริกัน สร้างอาวุธไว้ฆ่ากัน ตัวเองก็ฆ่ากันเล่น ในประเทศก็ฆ่ากันเล่น คนอื่นก็ไปเที่ยวฆ่าเขา หาเวลาจะเจริญยาก ความคิดอย่างอเมริกัน มียกตัวอย่างชัดเจนและเป็นจริงด้วย เขาไม่รู้หรอกว่า ทัศนคติของคนชาวอเมริกันเป็นอย่างไร เขาไม่รู้ตัวหรอก นี่แหละเป็นอย่างที่อาตมาว่า คบไม่ไหว ไม่ใช่รังเกียจแต่น่าสงสารไม่น่าจะโง่เง่าอย่างนั้น น่าจะฉลาดกว่านี้ ฉลาดแต่สร้างอาวุธ ฆ่าคนได้เก่งกาจแล้วมันคืออะไร มันเป็นความถูกต้องหรือ แต่ว่าสร้างสิ่งที่จะช่วยชูช่วยชีวิตอย่างพืชพันธุ์ธัญญาหาร คนดีสร้างอาหาร คนชั่วช้าสามานย์สร้างอาวุธ อาตมาพูด พวกเราก็พูดส่งเสริมย้ำพวกนี้ไป ให้มันเข้าหูพวกที่โง่เง่า จนกระทั่งรู้สึกว่าเอ๊ะ…มันจริงหรือเปล่านะ จนกว่าจะได้คิด ได้สำนึกขึ้นบ้าง ไม่งั้นก็จะโง่ไปอีก ดักดานอีกนานเท่าไหร่ไม่รู้ ถ้าโลกมีแนวคิดอย่างอเมริกันกว่าครึ่งของประเทศในโลก รับรองอาตมาว่า ไม่เกิดมาเป็นคนดีกว่า เกิดมาเป็นคนในยุคโง่ๆอย่างนี้ มันจะทุกข์ทรมานทั้งโลกเลยนะ นี่ขนาดมีไม่กี่ประเทศก็กระเหี้ยนกระหือรือขนาดนี้ ในโลกมี 200 กว่าประเทศ ขวนขวายพัฒนาอาวุธร้ายแรงเพื่อจะฆ่าคน มีไม่กี่ประเทศหรอก หากว่ามีสัก100 ประเทศผลิตอาวุธกันมาฆ่ากัน คนในโลกแสดงฝีมือฆ่ากันด้วยการสร้างอาวุธที่มีประสิทธิภาพ มันก็อยากจะอวดฝีมือมีอาวุธที่มีประสิทธิภาพฆ่าคนได้แก่ มันสร้างอาวุธ ก็อยากจะมาโชว์ นี่แหละมันซ้อนกันอยู่เป็นเหตุปัจจัยอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จะเห็นเป็นความโง่ลึกซึ้งซับซ้อนไปเรื่อยๆหรือไม่ แล้วก็ไปยกย่องชมเชยกัน ว่าเป็นประเทศอริยะ ที่จริงมิลักขะ(คนเถื่อน)สุดๆ มิลักขะ แปลว่า คนเถื่อน ส่วนอาริยะ แปลว่าคนเจริญ แล้วก็ชมกันว่านั่นประเทศอาริยะ จริงๆแล้วมันเป็นประเทศ มิลักขะ เห็นไหมว่ามันซับซ้อนมันกลับกลอกมันหลอกโลก โลก ก็เชื่อตามเดินทางออกตามไปซูฮกเป็นบริวารอีก อย่าไปเป็นคนโง่เง่าขนาดนั้นเลยประเทศไทย พูดแล้วเหมือนจะทำความแตกแยก แต่ที่จริงทำความแตกต่างให้เห็นว่าสิ่งที่ยึดถือปฏิบัตินั้นมันต่างกันและทำให้เกิดแตกแยกอะไร เอาสัจจะวิชาการความรู้มาพูดให้ฟัง มาวิจัยวิจารณ์ให้ฟัง สิ่งที่จริงมันเป็นเช่นนั้น ไม่ใช่ไปว่าไปใส่ไคล้ ไม่ใช่โมเมหาเรื่องหาความอะไร สังคมคน กว่าจะมีปัญญารู้และบำเพ็ญตนให้เป็นผู้บริสุทธิ์ เรียกว่าพรหม มีจิตเมตตากรุณา มุทิตา อุเบกขา คำว่า อุเบกขา ไม่ทำร้ายตอบใคร ใครจะมาทำร้ายเรา แม้ที่สุดเขาจะมาฆ่าเราก็ยอมให้เขาฆ่า และให้เขาฆ่าตาย เราก็ไม่ได้ให้ง่ายๆหรอก เราก็หนีสุดฤทธิ์ แต่มันหลบไม่พ้นเลี่ยงไม่ได้ มันก็เก่งไล่ฆ่าเราจนได้ จนเราตาย ก็ไม่จองเวรจองกรรมไม่พยาบาทต่อเลย แม้กระทั่งจะมาฆ่าเรา เราก็อโหสิ ไม่จองเวรจองกรรมให้เกิดภาระเวรกรรมกันต่อไป คุณงามความดีของมนุษยชาติมีถึงขนาดนั้น พวกเราพูดแล้วก็เข้าใจและซาบซึ้งด้วย แต่พวกที่อำมหิตพวกนี้ เข้าใจก็ยาก เข้าใจไปก็อย่างนั้นแหละ ไม่ได้ซาบซึ้ง ไม่ได้เห็นว่ามันเป็นจริงนะ เขาจะต้องเป็นเจ้าโลก จะต้องให้คนกลัว จะต้องให้คนมาสยบกับเขา ให้เขาเป็นนาย จนเป็นระบบทาส ระบบเถื่อนอยู่ แล้วก็บอกว่านี่แหละเสรีภาพเป็นประชาธิปไตยไม่มีทาส เขาพูดนี้มันไม่เห็นจริงเลย ในประเทศสหรัฐอเมริกาเขา ชั้นวรรณะเป็นทาส โดยเฉพาะเขาไม่ลืมว่า ชาวนิโกรเป็นทาสตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ เดี๋ยวนี้เขาก็ยังกดขี่ลบหลู่ แม้แต่ที่สุด ชนชั้นวรรณะของคนรวยคนจน เขาไม่มีระบบกษัตริย์ เขาก็ถือว่าเขาเข้าหลักเข้าเกณฑ์มันไม่มีศักดินาแล้วนะ คนทุกคนเสมอภาคกัน มันก็ยังมีชั้นอยู่นั่นแหละ ยกเกียรติ ชั้นวรรณะ สรรเสริญเยินยอ ประธานาธิบดีเดินมาก็ต้องเข้าแถวเคารพ มันเคารพพฤติกรรมไม่มีจริงมีอยู่แค่ไหน พูดไปก็มีแต่ขี้ฟันเหม็นๆ ความเคารพต้องมีจริง ความนับถือกันก็ต้องมีจริง คนที่ควรยกย่องเคารพนับถือเชิดชู ด้วยคุณค่า คุณธรรม คุณวิเศษ อันแท้จริง ก็ต้องเคารพบูชา ยกย่อง เชิดชูอย่างแท้จริง ซึ่งมันเป็นสัจจะ คนที่ไม่มีจริงทำซับซ้อนหลอกลวงกันฆ่าคนเก่งๆเป็นเจ้าโลกแล้วก็ยกย่องว่า เป็นผู้ที่น่ายกย่อง เชิดชู บูชา ยังงั้นขี้หมาแน่ะครับ มันฉลาดหรือมันโง่กันแน่ มันไม่ถูกฝาถูกตัวไม่สมกับความจริง นี่ พูดไปมันคือสัจธรรมความจริงที่คนไม่ค่อยรู้ อวิชชา ไม่รู้ความจริงอย่างคมชัดแม่นและเป็นจริงอย่างที่ว่า พวกชาวอโศกเรานี่เป็นพรหม มีเมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม อยู่กันอย่างเมตตา อยู่กันอย่างเมืองพรหม มีหลักเกณฑ์ มีทิฏฐิสามัญตา ศีลสามัญตา มีศีลมีทิฏฐิเสมอสมานกัน แล้วก็อยู่กันอย่างสร้างสรร สร้างสิ่งที่เป็นสาระก็มาทำ พืชพันธุ์ธัญญาหารเป็นสาระแท้ที่เป็นหนึ่งในโลก เอามารวมกัน ใครสร้างได้มากใครสร้างได้น้อย ไม่มีปัญหาเอามารวมกันเป็นหนึ่ง ของกลาง ส่วนกลาง เราสร้างได้มากแล้วใครจะมาเอาจากเราต้องมาง้อมาอ้อนวอนร้องขออะไรอย่างนั้นไม่ทำ มีลาภโดยธรรม ลาภธัมมิกา เอามารวมกันเป็นสาธารณโภคีเป็นของส่วนกลางแล้วก็แบ่งกัน ใครสร้างมากก็กินเท่าที่ควร ใครสร้างน้อย สร้างไม่ค่อยได้ป่วยบ้างแก่บ้างเจ็บบ้างก็ไม่เป็นไร ก็กินกันพอควรเหมือนกัน คนตะกละหน่อยก็กินมากหน่อย ใครไม่ตะกละก็ไม่ต้องไปลำบาก ก็มีให้กินไม่ขาดแคลน ยิ่งนับวันยิ่งอุดมสมบูรณ์ไม่ขาดแคลน เมื่อ 5 ปี 10 ปีที่แล้วไม่อุดมสมบูรณ์เท่านี้ ทุกวันนี้ โอ้โห! ที่อื่นก็เอามาให้อีกเห็นไหมนี่คือสาธารณโภคี เราเองก็โอ้โห! มีกินมีใช้อยู่อย่างเหลือเฟือแล้ว ที่อื่นก็ยังเอามาให้อีก พวกเราเองส่งมากันด้วยน้ำใจ การแสดงออกซึ่งน้ำใจมันไม่ง่าย สม.กล้าข้ามฝันว่า...แม่เซี้ยมส่งมาจาก จ.เลย 1 รถกระบะ พ่อครูว่า... จริง! นับวันยิ่งพิสูจน์ความจริง พวกเราจะไม่ตายง่ายๆหรอก ใครจะมีอายุยืนยาวก็อยู่ไป มีกินมีใช้ ถ้าไม่โง่ ไปหลงว่าจะต้องดิ้นไปมีแบบที่เขามีเขาเป็นแบบที่โลกเขาหลอก มันก็สบายเบาดี ไม่ได้เดือดร้อนอะไร ข้าวมีกิน ดินมีเดิน ตะวันมีส่อง พี่น้องมีเสร็จ เห็ดมีเก็บ ป่วยเจ็บมีคนรักษา ขี้หมามีคนช่วยกวาด ผ้าขาดมีคนช่วยชุน มาถึงวันนี้แล้วอาตมาเห็นว่าสังคมของเราสุขสําราญเบิกบานใจ วันนี้วันที่ 5 วันเกิดอาตมา อาตมาก็เกิดมาถึง 88 ปีแล้ว อายุ 36 ปีออกมาในชีวิตนี้มาถึงวันนี้ 52 ปี เห็นว่าชีวิตนี้เรามันไม่เสีย ไม่โง่ ที่ไปใช้เวลา ทุนรอน แรงงานไปกับเรื่องไร้สาระไปกับเรื่องที่ไม่เข้าท่า เอาเวลาแรงงานทุนรอน เอาไปใช้กับสิ่งที่เป็นสาระของมนุษยชาติ ทุกคนไม่ว่าหน้าไหนมนุษย์โลกหน้าไหน อันนี้เป็นสุดยอดเลยสาระสำคัญ ยิ่งสำหรับขั้วโลกเหนือยิ่งสำคัญเลยสำหรับพืชพันธุ์ธัญญาหารเพราะเขาไม่มีกิน ถิ่นที่เขาปลูกได้ยาก มีน้ำแข็งมีหิมะเยอะก็สู้เราไม่ได้ ของเราอยู่ในโซนอบอุ่นศูนย์สูตร เราก็ปลูกไปพืชพันธุ์ธัญญาหารนานาสารพัด ผลไม้เมืองไทยนี่เจ้าประคุณเอ๋ย อาตมาไม่เคยรู้สถิติ มันจะมีผลไม้หลากหลายชนิด กินเหมือนประเทศไทยไหมนะ ทำไมมันมีตระกูลผลหมากรากไม้เยอะแยะต่างๆนานา ที่อื่น เห็นผลไม้เขามีไม่เท่าไหร่เลย Apple องุ่น อะไรพวกนี้ เงาะ ลางสาด ลำไย ก็ไม่เห็นมีเหมือนเรา อินทผาลัม ท่านหนักแน่นก็พยายามปลูก ก็มีตามฤดูกาลก็ได้ ว่าจริงๆแล้ว อินทผาลัมจะไปสู้ทุเรียน มะม่วงได้หรือ อินทผาลัมก็มีแต่หวาน ทุเรียนก็หวานมะม่วงหวานก็มี เราพูดถึงเรื่องอาหารมันเป็นสิ่งสำคัญของมนุษยชาติ เขาบอกว่าจะไม่พูดเรื่องอื่นเรื่องเศรษฐกิจ เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์การเมืองที่เขาสำคัญกว่า เขาก็สำคัญแบบบ้าๆบอๆเท่านั้น การเมืองของพวกเราก็แสนสบายสงบ เพราะเราเข้าใจว่าการเมืองคือช่วยกันคนละไม้คนละมือ อย่าเป็นคนสร้างปัญหาให้ยุ่งยาก การเมืองก็สงบแล้ว เศรษฐศาสตร์เศรษฐกิจก็สร้างสิ่งที่จะกินจะใช้ขึ้นมา สร้างขึ้นมาแล้วเหลือก็แจกกันกิน ไม่ใช่สร้างขึ้นมาได้มากแล้วมาโก่งราคามาหวงแหนเกี่ยงงอนก็ไม่ใช่ มันสอดคล้องกับเรื่องสังคมศาสตร์ เศรษฐกิจก็เลยดีเพราะสังคมศาสตร์ดี การเมืองก็เลยดีเพราะสังคมดี สังคมอะไรสังคมสาราณียธรรม สังคม เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม ลาภธัมมิกา ศีลสามัญตา ทิฏฐิสามัญตา แบ่งกันกินแบ่งกันสร้างขึ้นมามีกิน มีกินเหลือเฟือ สะพัดออก เอาไปให้ปันสุขบ้าง นี่มีกองๆเอาไปใส่ศาลาปันสุขบ้างสิ มีแต่เศษๆ ไปใส่ เอาทุเรียนไปใส่ ปันสุขบ้าง คนฟังทางบ้านจะมาลอบดูเลยนะนี่ เมื่อไหร่จะเอาทุเรียนมาวาง แน่จริงมั้ยล่ะ มะม่วงก็มีไม่ใช่น้อย ตอนนั้นเงาะมา ทั้งกองบนพื้นในห้องบนโต๊ะ สองวันหมด ดีละของไม่เสีย แต่ระวังท้องเสีย ดีไม่ดีพาลตายเลยยุ่งนะ ใครจะว่าเราไม่เอาถ่าน บ้านเมืองมีการสร้างอะไรต่างๆนานา มันมาพูดแต่ของกิน ก็จะเป็นไรไป เราพูดแต่เรื่องกิน เราพูดแต่สร้างของกิน เราพูดแต่เรื่องของกินอะไรดีไม่ดีมันจะเสียหายอะไร ไม่ต้องไปพูดถึงอาวุธ ไม่ต้องไปพูดถึงของใช้เราก็ไม่ว่าอะไรเรามีใช้บ้าง ก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรของใช้เราไม่เก่ง จานชามเราก็ทำไม่เป็นก็อาศัยคนอื่นบ้าง เราก็มีพืชพันธุ์ธัญญาหารนี่แหละเยอะเอาไปแลก แลกไม่โดยตรง ก็ใช้ธนบัตร ตั๋วแลกเงินเป็นเครื่องตีราคาเอาไว้ ของนี้ราคาไม่ถึงก็เอาแบงค์ทอนกันไว้ แล้วค่อยๆแลกเปลี่ยนกันไป เป็นความฉลาดของมนุษย์เราก็ทำตามความฉลาดของมนุษย์ที่มีการแลกเปลี่ยนกัน เป็นธนบัตรเราก็ทำกันบ้างไม่ได้ยากอะไรเราทำได้ เงินเราก็พอมีบ้างไว้แลกเปลี่ยน แต่พวกนี้เราให้ด้วยซ้ำ barter เอาของแลกของ ธนบัตรเป็นตั๋วแลกของ ตั๋วแลกเงิน ดีไม่ดีแลกกันไปแลกกันมากลายเป็นการเล่นเงิน ถ้าเผื่อว่าไม่มีอาหารจริงๆ มีแต่เงินมากๆเล่นแต่เงินมันกินไม่ได้ เป็นเรื่องเผิน เป็นเรื่องตีนไม่ติดดิน ตาย ถ้าพวกพืชพรรณธัญญาหารบอยคอร์ด พวกเงินเยอะๆก็ตายอย่างเขียดเหยียดขาตายบนขื่อเลย ไม่ได้กินอะไรอยู่บนหอคอยงาช้างตาย นึกว่าตัวเองสูง นี่คือความเข้าใจผิดของสัจธรรมในสังคมมนุษยชาติ นึกว่าพวกมีเงินเยอะๆคือพวกสูง พวกที่ทำไร่ทำนาทำสวนเป็นพวกกรรมกร เป็นพวกรับใช้รับจ้าง แล้วอาหารต่างๆนานานี้ขายแพงเหมือนกับอาวุธก็ไม่ได้ มันรู้กันทั่วโลกมันก็เลยกด ราคากัน เพราะแต่ละประเทศก็มีคนจนทั้งนั้น ถ้าขืนขายแพงคนจนตาย เป็นเรื่องจำนน คนก็มีปฏิภาณรู้ เพราะฉะนั้นอาหารที่จะขายกันนั้น พวกที่ไปทำของกินอาหารการกินให้แพง เป็นพวกโง่ดักดาน ความฉลาดสามัญของคนเขาไม่ทำอาหารให้มันราคาแพงหรอก แต่ความฉลาดขี้โกง ความฉลาดโง่ๆ ถึงไปโกงไปทำให้เครื่องกินอาศัยเลี้ยงชีพนี้ราคาแพงพวกนี้โง่จริงๆ ยิ่งทำยิ่งโง่ เพราะฉะนั้น ใครทำอาหารต่างๆของกินต่างๆให้ราคาแพง มันเป็นพวกโง่ โง่ที่พูดกันไม่รู้เรื่อง โง่ที่โง่ดักดาน คือโง่ถาวรไปแล้ว โง่เปลี่ยนไม่ได้ พวกนี้เป็นพวกอย่างนั้น แต่ถ้าคนที่ฉลาดแล้วจะรู้ว่าอย่าไปทำให้มันแพง นี่เป็นเรื่องสัจจะ เรามาพูดกันแต่เรื่องพวกนี้ คนที่ไม่รู้เรื่องก็หาว่าพวกเราไม
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive