A7C00545.jpg

โฟลเดอร์670530 สสธ สสสอ ไปศึกษาดูงานและร่วมเปิดศูนย์ชีวภาพชุมชน จ.อุบลฯ
ประเภทไฟล์รูปภาพ (image/jpeg)
ขนาดไฟล์17 MB
วันที่แก้ไข30 พฤษภาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

เป้าหมายประเทศไทย 2573 NDC 40% การมีส่วนร่วมที่ประเทศกําหนด 2593 Carbon neutrality ความเป็นกลางทางคาร์บอน tion 2608 Net - Zero GHGs Emission การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ มือต้น (aboveground) และใต้ดิน (belowground) โตของต้นไม้ โดยปัจจัยแวดล้อมมีผลต่อการเติบโตของพืช กับชนิดพืชนั้นๆ ก็จะส่งผลให้เจริญเติบโตดี และถูกเก็บ วนใต้ดินขึ้นอยู่กับความแตกต่างของปัจจัยกําเนิดของถิ่น 9-15 กิโลกรัมต่อปี ดซับ CO, co ยบเท่า/ไร่/ปี) 1) ต้น (0. เทียบเท่า ใส่ปี อินเทพา, “งั้นณรงค์ - มะค่าโมง, บนทอง, ประดู่ป่า ขี้เหล็กบ้าน, กอง 1. มะฮอกกานี, บีบ สัตบรรณ ต้นไม้ ถูกก๊าซ CO ผ่านกระบวนการสืบสาน 5 แหล่งหลักกักเก็บ CO. 1. มวลชีวภาพเหนือ บดิน (aboveground biomass) 2. เวสชีวภาพใต้ดิน ใบ 1% ibelowground biomass) กิจ 11% สัตว์หน้าดินบ่อยสลายวัสดุอินทรีย์ ถุประมาณ >1% - 60% * การยอม 3. ไม้ตาย (Dead wood) 4. เศษซากพืช (Litter) 5. อินทรียวัตถุในดิน Soitorganic matter) ลําต้น 62/ 800 แหล่ง คาร์บอน แหล่งคาร์บอน (Carbon Source) คือ โมเลกุลที่สิ่งมีชีวิตใช้เป็นแหล่งของธาตุคาร์บอนในการสร้างเป็นมวลชีวภาพ แหล่งคาร์บอนสามารถเป็นได้ทั้ง สารประกอบอินทรีย์ หรือสารประกอบอนินทรีย์ สิ่งมีชีวิตที่เป็นเฮเกโรทรอพ ต้องอาศัยสารประกอบอินทรีย์เพื่อเป็นแหล่งสําหรับคาร์บอนและพลังงาน ในขณะที่ สิ่งมีชีวิตที่เป็นออโตทรอพ สามารถใช้สารประกอบอนินทรีย์เป็นแหล่งคาร์บอน และรับพลังงานจากแหล่งที่เป็นอชีวนะ (Abiotic Source) เช่น แสง (Photoautotroph), พลังงานเคมีอนินทรีย์ (Chemolithotroph) การใช้ธาตุคาร์บอนในทางชีวภาพถือเป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักร คาร์บอน ซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากแหล่งกําเนิดอนินทรีย์ของคาร์บ

อ่านต่อ

อน เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ ที่จะถูกนําเข้าสู่กระบวนการตรึงคาร์บอน ต่อไป “จุลินทรีย์” เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก พบได้ในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ มีบทบาทสําคัญในด้านการเกษตร โดยจุลินทรีย์บางชนิดจะช่วยย่อย สลายวัสดุสารอินทรีย์ต่าง ๆ ทําให้เกิดการหมุนเวียนธาตุอาหารในดิน GLOBAL WARMING GREENHOUSE SOIL CARBON SEQUESTRATION GASES “Biodegradation (การเสื่อมสลายทางชีวภาพ) การย่อยสลายสารโมเลกุลใหญ่ให้เล็กลงโดยกระบวนการทางชีวภาพ เช่น การผุพังของซาก ต้นไม้ในธรรมชาติที่เกิดจากการย่อยสลายโดยจุลินทรีย์ในดินแล้วเปลี่ยนเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ แอมโมเนีย น้ํา และฮิวมัส ส่วนการย่อยสลายสารอินทรีย์ภายใต้สภาวะไม่ใช้อากาศด้วยจุลินทรีย์ จะได้ก๊าซมีเทน การเสื่อมสลายทางชีวภาพเป็นกระบวนการหนึ่งที่มีความสําคัญในการบําบัดสาร ปนเปื้อนและของเสียเพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อม แหล่งคาร์บอน จากการทําเกษตรของไทย พื้นที่เกษตรกรรมมีทั้งสิ้น 150 ล้านไร่ (ร้อยละ47 ของพื้นที่ประเทศ) ในปี 2562 พบว่า ประเทศไทยมีการปล่อย ก๊าซเรือนกระจก 373 ล้านตัน CO, เทียบ เท่า โดยภาคเกษตรกรรมปล่อย 57 ล้านตัน ราก 26% ะช่วยหยุดการเพิ่มขึ้นของคาร์บอนในบรรยากาศ C STOCK ในระดับต่ําถึงปานกลาง (0 – 8 ตัน/ไร่) 7% เนื้อที่ 182,974,428 ไร่ ในระบบย่อยอาหารสัตว์ การจัดการมูลสัตว์ ข้าว ข้าวโพด และอ้อยมีพื้นที่รวม 89 ล้านไร่ และมีผลผลิต 172 ล้านตัน เศษวัสดุเหลือใช้ 52 - 55 ล้านตัน หากไม่มีการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพเกษตรกรจะเผาทิ้ง ข้าว 1 ต้น มีเศษวัสดุที่เป็น Dry matter 0.49 ตัน เศษวัสดุที่เกิดขึ้นจากผลผลิตเฉลี่ย = 0.22 ตัน/ไร่ Emission Factor ของ CO2 = 1,515 g kg-1 จะมีการปลดปล่อย CO2 = 0.33 ตันCO/ไร่ CO, เทียบเท่า (ร้อยละ 15) เมื่อพิจารณา ข้าว จากแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจก พบว่า มา 70.976, 205 ไร่ ข้าวโพด 6,869,010 Is อ้อย 11,542,550 ไร่ พื้นที่ปลูก ( ไร่ ) จากการปลูกข้าว การใส่ปุ๋ยและปูน การหมัก ข่าว ข้าวโพด และการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร อ้อย เศษวัสดุเหลือใช้จากการปลูกข้าว ประมาณการจากการปลูกข้าวนาปี และข้าวนาปรัง ข่าว ผลผลิต 26,806,578 du เศษวัสดุเหลือใช้จากการปลูกข้าวโพด ผลผลิต 484,785 ดับ เศษวัสดุเหลือใช้จากการปลูกอ้อย ผลผลิต เศษวัสด 13,135,223 ต้น เศษวัสดุ 892,004 วัน อ้อย 92,049,459 วัน เศษวัสดุ 15,648,408 ดัน *ผลผลิตจากปี 2564 ข้าวโพด ข้าวโพด 1 ต้น มีเศษวัสดุที่เป็น Dry matter 1.84 ตัน เศษวัสดุที่เกิดขึ้นจากผลผลิตเฉลี่ย = 1.45 ตัน/ไร่ Emission Factor ของ CO2 = 1,515 g kg-1 จะมีการปลดปล่อย CO, = 2.20 ตันCO./ไร่ อ้อย 1 ต้น มีเศษวัสดุที่เป็น Dry matter 0.17 ตัน เศษวัสดุที่เกิดขึ้นจากผลผลิตเฉลี่ย = 1.64 ตัน/ไร่ Emission Factor ของ CO2 = 1,515 g kg-1 จะมีการปลดปล่อย CO2 = 2.49 ตันCO./ไร่ ที่มา: IPCC (2019) กรมพัฒนาที่ดินได้ตระหนักถึงปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคเกษตร จึงได้มีการกําหนดนโยบายและมาตรการต่าง ๆ ในการ ป้องกันและบรรเทาปัญหาเหล่านี้ ประกอบด้วยกิจกรรมหลักคือ โครงการส่งเสริมการไถกลบและผลิตปุ๋ยอินทรีย์เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ปี พ.ศ. 2561-2566) โดยการนําเศษวัสดุจากพื้นที่เกษตรกรรม เช่น ฟางข้าว ซังข้าวโพด ใบอ้อย มาผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งสามารถลดปัญหาการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรได้ โดยวิธีการข้างต้น ส่งเสริมให้เกิดการกักเก็บคาร์บอนลงดินและปรับปรุงบํารุงดิน โดยใช้เศษวัสดุทางการเกษตรเหล่านั้นเป็นแหล่งคาร์บอนให้กับจุลินทรีย์ในดิน ผ่านกระบวนการย่อยสลาย ทางชีวภาพ กิจกรรมของกรมพัฒนาที่ดิน ที่ส่งเสริมการกักเก็บคาร์บอน • โครงการส่งเสริมการไถกลบและผลิตปุ๋ยอินทรีย์เพื่อลด การปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ปี พ.ศ. 2561-2566) - ดําเนินการในพื้นที่เกษตร 9 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ แพร่ น่าน พะเยา ลําพูน ลําปาง ตาก และแม่ฮ่องสอน ในพื้นที่ 364,014 โร่ - ปริมาณเศษวัสดุ เลิกเผาตอซัง สร้างดินยั่งยืนพื้นสิงแวดล้อม กองเทคโนโลยีชีวภาพทางดิน กรมพัฒนาที่ดิน 154,020 ตัน 297,149 ต้น 3,404 au รวม 454,573 ดับ กลุ่มวิจัยและพัฒนาการบรรเทาภาวะโลกร้อนทางการเคนตะ ลด รวม 586,333 ตันCO2 เทียบเท่า ลดสารก่อมลพิษ PM2.5 จากกิจกรรม CPM2.5 ไถกลบตอซัง 1 เพิ่มธาตุอาหารในดิน ลดการใช้ปุ๋ยเคมี 齐国 จากกิจกรรมผลิต ปุ๋ยหมักอินทรีย์ ข่าว 1,959 ต้น ข้าวโพด 2- ປວກັບ ວ A0074 งาน MIRIDER

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน