620123_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สีสันชีวิต การเมืองเรื่องของธรรมะ_.docx
เนื้อหาในไฟล์
620123_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สีสันชีวิต การเมืองเรื่องของธรรมะ อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/1_yzm3-xfLhBQr_H3xb208QDOkf3UwmohZbtW8fKErYM/edit?usp=sharing ดาวโหลดเสียงที่.. https://drive.google.com/open?id=1ZwlUnjF6ANs4GkuQ_GqHp9wO3ldYrlwS
สมณะเดินดินว่า…วันนี้วันพุธ 23 มกราคม 2562 ที่บวรราชธานีอโศก วันนี้มีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งออกมาแล้ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจะมีการหาเสียงได้ จะมีการกำหนดวันเลือกตั้งที่ชัดเจน มีการกำหนดให้วันที่ 24 มีนาคม 2562 เป็นวันที่มีการเลือกตั้ง ดูเหมือนว่าไม่กระทบงานพุทธาฯของเรา เราก็ยังกำหนดวันงานเราคือ 14-20 ก.พ. 2562 เริ่มวันวาเลนไทน์ จบเกือบวันมาฆบูชา คือ 19 ก.พ. ในงานศพยายจันทร์เพ็ญ พ่อครูให้อนุสสติแก่พวกเราว่า ยังไม่มั่นใจว่าหมู่มวลของพวกเราจะสามารถยังให้ศาสนาไปจนถึง 5,000 ปี ถ้าย้อนไปดูธรรมะตั้งแต่ต้นจนถึงบัดนี้ พ่อครูลงรายละเอียดธรรมะมากยิ่งขึ้น อย่างเราฟังธรรมวินัยพระพุทธเจ้ามีความลาดลุ่มอันน่าอัศจรรย์ มีเบื้องต้นท่ามกลางบั้นปลาย ศีลข้อที่ 1 แต่ก่อนเอาแค่ไม่ฆ่าสัตว์ไม่กินเนื้อสัตว์ แต่ตอนนี้เพิ่มคือมีใจเอื้อเอ็นดูหวังประโยชน์ต่อสัตว์ทั้งปวง ลดละความโกรธ หากเข้าใจและปฏิบัติเนื้อหาของศีลแล้วปฏิบัติไปตามลำดับ การเป็นอรหันต์ก็ไม่ยาก วันๆหนึ่งเรามีจิตเอื้อเอ็นดูหวังประโยชน์ต่อสัตว์ทั้งปวง ศีลข้อที่ 2 จะลดความโลภ ศีลข้อที่ 3 ลดกามคุณ 5 ฟังธรรมมา 30 กว่าปี ตอนนี้พ่อครูพยายามทำให้ง่ายขึ้นมากเลย พ่อครูว่า…มาอ่าน sms _นพ พร .....จนสำเร็จแล้ว แล้วไปเป่านกหวีดทำไม ไหนบอกจนสำเร็จแล้วงัยมันไม่โกหกชาวบ้านหรือ หลักฐานมันคาหนังคาเขา ถ้ายังมีข้ออ้างอยู่แก้ตัวอยู่ ก็แสดงว่าโกหก ตามรู้ไม่เท่
อ่านต่อ
าทัน กิเลสที่อยู่ในใจตัวเอง ขอบคุณมากที่รับฟัง พ่อครูว่า...ก็จนแล้วเป่านกหวีดไม่ได้หรืออย่างไร ไม่ได้แก้ตัวหรือโกหก เอาน่าติดตามดีๆ คุณก็เข้าใจพยัญชนะบัญญัติของคุณแล้วตีความตามแต่คุณคิด เช่นการเป่านกหวีดคุณก็ปั้นไปตามที่คุณมีโลกจินตา เราคิดตามคุณไม่ไหว ขอยอมไม่รู้ยอมโง่ เพราะอาตมาไม่มีอจินไตยตามคุณได้ ตามที่พระพุทธเจ้าบอกว่า โลกจินตา สมณะเดินดินว่า..เป่านกหวีดคงหมายความว่าไปเล่นการเมือง กับกปปส. พ่อครูว่า...การเมืองใน Concept ของคุณกับอาตมามันไม่เหมือนกัน concept การเมืองของอาตมาคือการช่วยเหลือมนุษยชาติแต่เราจนสำเร็จ พระพุทธเจ้าตรัสว่าความคิดของเธอกับความคิดของเรามันคนละอย่าง ก็จบ
_ชอง ไคยุน....ขออนุญาตแลกเปลี่ยน 1. ทะไลลามะ ผู้นำจิตวิญญาณชาวทิเบต ยุ่งแต่กับการเมืองกับจีนทั้งชีวิต ทำไมทั้งโลกยกย่อง พระทิเบตชุมนุมประท้วงรัฐบาลเรียกร้องปกครองตนเอง ท่านมหาตะมะคานธีชุมนุมต่อต้านรัฐบาลอังกฤษ ชุมนุมอย่างสันติอหิงสาแบบนี้ผิดหรือไม่ ถือว่าเป็นคนเลว? หรือท่านมาร์ติน ลูเธอร์ คิง ที่ได้รับรางวัลสันติภาพเคเนดี รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ทั้งๆที่พาคนชุมนุมต่อต้านรัฐเรื่องการแบ่งแยกสีผิว ชุมนุมเรียกร้องต่างๆ ดังนั้นอย่าเอาแค่คำว่า "การเมือง" ที่คนเข้าใจในแต่ภาพลบเพราะนักการเมืองเลว มายัดเหยียดว่าถ้าเกี่ยวข้องกับแบบนี้แล้วแสดงว่าเลวแบบเดียวกัน อย่างนี้มันตื้นเขินเกินไป เขาไปทำแบบสงบ อหิงสา นุ่มนวล ลองคิดดูถ้าในเครือข่ายที่ชุมนุมแต่ละครั้งไม่มีกลุ่มอโศก การชุมนุมส่วนใหญ่จะสงบเรียบร้อย ไม่ใช้ความรุนแรงแบบนี้ไหม 2. แน่นอนในคราว กปปส. มันมีหลายกลุ่ม กลุ่มที่แจ้งวัฒนะที่มันรุนแรง เพราะพวกเขาไม่มีผู้นำที่เป็นอรหันต์จริงๆ เมื่อถูกฝ่ายตรงข้ามกระทำก่อน ผู้นำก็พากระทำรุนแรงตอบโต้ มันก็รุนแรง แต่มีไหมทางกลุ่มสันติอโศกที่ชุมนุมในทำเนียบ ถูกยิง M79 ร่วมๆ 4-5ครั้ง แล้วคุณเห็นเจ้าสำนักท่านนี้เดินนำหน้าพาลูกศิษย์ไปตอบโต้หรือเปล่า จากการไปสังเกตก็เห็นแต่บอกให้อดทน ให้สงบ 3. คุณฟังดีๆที่เขาพูด เขาต้องการทำการเมืองแบบสกปรกให้สะอาด บริสุทธิ์เพื่อทุกคน ไม่เช่นนั้นพระพม่าที่ออกมาประท้วงรัฐบาลทหารก็คงผิดหมดทั้งประเทศเพราะมายุ่งเกี่ยวกับการเมือง ในมุมมองแบบตี้นๆของคุณ 4. ถ้าคุณเปิดใจสักนิด ลองไปเปิดดูคลิปคำสอน(ในช่องนี้ก็ใส่ไว้มากมาย) วัตรปฏิบัติของชาวอโศก การใช้ชีวิตในชุมชน เรื่องพวกนี้คุณเคยเห็นในวัดทั่วไปไหม ไม่มีผ้าป่า ไม่ทอดกฐิน ไม่จุดธูปเทียนกราบไหว้ต้นไม้ ก้อนหิน วัวออกลูกห้าขา ไม่มีตู้รับบริจาคเรี่ยไร ฯลฯ แล้วถามว่าเขาเอาเงินมาจากไหนสร้างโน่นนี่นั่นมากมาย ก็เพราะเขาสอนคนให้ลด ละ กิเลส จนบรรลุกันตามลำดับขั้นตอน จนละทางโลกๆ มาอยู่รวมกันเป็นชุมชน ถึงแม้ไม่ได้มีจำนวนมาก แต่เขาก็ทำงานแล้วนำเข้าเป็นกองกลาง น้อยมากที่จะเก็บส่วนตัว คุณลองนึกตามง่ายๆบริษัท ธุรกิจที่ไม่ต้องมีต้นทุนค่าแรง กำไรมันจะมากแค่ไหน เขาทำโรงงานปุ๋ยอินทรีย์จากเล็กๆวัตถุดิบบางส่วนก็มาจากชุมชนตัวเอง ขายถูกแต่ก็ยังมีกำไร เพราะคนงานทำงานฟรี(ไม่มีการบังคับแบบคอมมิวนิสต์ด้วย เพราะทุกคนเข้าใจ บรรลุแล้ว ไม่เก็บสะสมส่วนตนแล้ว มีแต่จะเสียสละช่วยเหลือสังคม) เขามีบริษัทขยะ เขามีร้านอาหารมังสวิรัต และลูกศิษย์ลูกหาที่บริจาคกันเยอะแยะ ก็เอาเงินมาทำส่วนกลาง อันนี้ก็เหมือนกับทุกวัด ต่างแต่ไม่เข้าบัญชีเจ้าอาวาสหรือพระ 5. คุณต้องลองเปิดใจ อย่ายึดติดคำว่า "การเมือง" แบบที่เคยเห็นแต่ภาพลบ แล้วก็เหมาเอาว่าใครก็ตามที่ยังยุ่งเกี่ยวถือว่าไม่ดี แต่ถ้าลองพิจารณาดีๆแบบไม่อคติลำเอียง การเมืองที่สะอาดอบริสุทธิ์มีแต่คนมีศีลมีธรรม(ถึงไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์) อย่างน้อยๆมันก็จะทำให้บ้านเมืองพัฒนาขึ้น นักการเมืองเลวๆที่แอบแฝงหาผลประโยชน์ก็จะไม่กล้า เพราะรู้ว่าคำจับตามองอยู่ ไม่ใช่ประชาชนประเทศการเมืองเป็นเรื่องสกปรก ฉันบรรลุแล้วฉันจะไม่เอาตัวไปเกลือกกลั้ว ซึ่งยิ่งคิดแบบนี้ยิ่งผิดเข้ารกเข้าพงกันไปใหญ่ คุณบรรลุแล้ว คุณแยกแยะถูกผิดได้แล้ว นั่นแหละคุณต้องเขาไปยุ่ง เข้าไปชี้นำว่าเฮ้ย! ทำอย่างนี้ผิดนะ ไม่ถูกนะ คนผิดมันก็จะเกรงกลัว ไม่ใช่บรรลุแล้วหนีไปนั่งหลับตาอยู่ในป่าในถ้ำ ศึกษาธรรมของพุทธให้ดีๆ เมื่อทำประโยชน์ตนแจ้งแล้วบรรลุแล้ว ไม่ถวิลหาสะสมเป็นของตนแล้ว ชีวิตที่เหลืออยู่ก็เพียรทำกิจเพื่อส่วนรวม เพื่อประโยชน์ท่าน เพื่ออุ้มชูจรรโลงสังคม ทำตัวอย่างให้สังคมได้เห็นว่าธรรมของพุทธเป็นอกาลิโก ไม่ว่ายุคไหน คนปฏิบัติศีล สมาธิ ปัญญาก็บรรลุ โสดา สกิทา อรหันต์ พระปัญเจกฯ ... ไปเรื่อยๆ ตามลำดับได้ ไม่ใช่ว่าจะมีแต่ในพระไตรปิฏกเท่านั้น
_คมสัน แสงศรี.... ไม่รับเงินเอาตังที่ใหนมาสร้างโน่นสร้างนี้มันต้องอยู่แบบสมถะ พ่อครูว่า...พวกนี้พวกรูเดี่ยว เอาไปใส่ในรูอยู่คนเดียวเลย
_ชอง ไคยุน...เขาอยู่กันเป็นชุมชน คนที่ลด ละ กิเลสได้จนหมดตัวหมดตัว ก็ละทิ้งทางโลกมาอยู่ชุมชน แต่ยังไม่บรรลุระดับสูงถึงขั้นบวชได้ ก็เป็นฆราวาสถือศีล 5 ศีล 8 ตามลำดับ แล้วอยู่ในชุมชนก็ทำงานส่วนกลาง ทุกอย่างเข้าส่วนกลางหมด ไม่มีสังคมแบบไหนทำได้อย่างนี้ ขนาดคอมมิวนิสต์ยังพังเลยเพราะนั่นใช้ระบบบังคับกัน แต่นี่ใช้แนวทางพุทธ สอนให้คนเข้าใจชีวิต ลด ละ เลิกตัวตนได้หมด จึงมาอยู่รวมกันแบบเข้าใจ ไม่ได้ถูกบังคับ คนที่มาคือคนที่พร้อมละทางโลกแล้ว(ไม่สะสมส่วนตัว) พร้อมจะช่วยเหลือโลกแต่ถ่ายเดียว เขาสะสมและสร้างกันมา 30-40 ปี ไม่ใช่นายทุนใหญ่มาอุดหนุน และกฏเกณฑ์การบริจาคก็เคร่งครัด คนทั่วไปเขาไม่รับ ต้องคนที่มารู้จักเรียนรู้แนวทางของเขาก่อน ชุมชนเขาสร้างกันเอง ไปดูจริงๆหลายอย่างก็ทิ้งร้างเพราะค่อยๆสร้าง ตามกำลังที่มี แต่ส่วนใหญ่เขาทำเกษตรฯ เก็บขยะ ลองหาดูคลิปในช่องยูทูปบุญนิยมทีวี มีเยอะแยะไม่ได้ลึกลับอะไร ไม่เชื่อก็ไปดูด้วยตัวเองที่แต่ละชุมชน ลองคบคุ้นดูจะเข้าใจว่าพวกเขาเป็นอย่างไรโดยส่วนใหญ่ พ่อครูว่า...พวกเรานี้ไม่ต้องตกใจเลย เราเป็นได้ในทิศทางนี้ ทุกคนจะเจริญได้กว่านี้อีกไหม ..ได้ คุณจะจนลงไปกว่านี้ได้อีกไหม ...ได้ คุณจะมีกำลังวังชาขยันหมั่นเพียรสร้างสรรมากกว่านี้ได้ไหม ...ได้ เรามีแต่ทิศทางที่จะหมดศูนย์ได้มากกว่านี้และสร้างสรรได้มากกว่านี้ ภาษาบัญญัติว่าจน แต่สภาวะธรรมนั้นรวย พวกนี้จน แต่รวย เป็นภาษาสิริมหามายาภาษาเทวะ คนที่ไม่เข้าใจภาษาสิริมหามายาก็จะตีไม่แตก เขาจนจริงๆแต่เขามีมาก ต้องนิยามความจนคือเขามีไม่มาก ตัวเขาเองไม่เอาไว้มาก แต่เขาสร้างสรรไว้มากจึงเกิดผลผลิตเยอะแยะมากมาย และเขาก็ไม่เอาไว้ที่ตัวเองมากไม่ยึดถือ เขาก็สะพัดออก แต่พวกที่เอาแต่กอบโกยเข้าหาตัวเองคนนี้จนชิบหาย มีแสนล้านก็จนชิบหายคุณจะจนไปถึงไหนคนนี้ สงสัยตายคา ระวังรวยไม่กระจายเลย พวกนี้ตายคาความรวยเยอะ แล้วเขาก็เป็นหนี้ คนพวกนี้เป็นหนี้ ก็มีแต่เอาของคนอื่นเอาเปรียบคนอื่นด้วยแล้วไม่พยายามใช้หนี้ เขาก็เลยยิ่งเป็นหนี้หนักซับซ้อน ศึกษาให้ดีสัจจะมันซับซ้อนอย่างนี้
สื่อธรรมะพ่อครู(อัตตา) ตอน ยึดความไม่ยึดคืออย่างไร _คุณกวดวิชา ..... ผมได้ดูคลิปแล้ว ขอแสดงความคิดเห็นแบบนี้นะครับ... "ยึดความไม่ยึด = ยึด ?" จะรู้ได้งัย ? ตนเท่านั้นที่รู้ ? รบกวนผู้รู้ทุกท่าน...ช่วยไขประเด็นนี้ให้ผมหน่อยนะครับ ขอบคุณมาก พ่อครูว่า...อาตมาไม่รู้นะว่าคุณกวดวิชาจะเข้าใจอย่างไร เพราะเข้าใจได้สองนัย ยึดความไม่ยึด=ยึด ยึด คำหนึ่ง ความไม่ยึด อีกคำหนึ่ง แล้วเอาความยึดคูณความไม่ยึด ถ้าเช่นว่า ความไม่ยึดอัน1 x 2 ก็=ความไม่ยึดนี้ทบลงไป 2 เท่า ก็เท่ากับยึดได้เก่ง ทีนี้ไขความว่าได้ยึดอะไร ก็ยึดความไม่ยึด เช่นยึด 0 เป็นต้น เขาก็จะยึดความ 0 ได้แน่นยิ่งกว่าเก่า ok ชัดไหม จบนะ ถ้าเผื่อว่าคุณไม่ชัดเจนในความเป็นเทวะสับสนพยัญชนะกับสภาวะก็จะวน อาตมาพูดจนจบก็จบ พูดอีกก็วน แต่คนที่เข้าใจแล้วจะพูดไปอีกเท่าไหร่ก็จบได้ จะจบที่ความยึดหรือจบที่ความไม่ยึดก็ได้ทั้งนั้นเลยเชื่อไหมพวกเราไม่งง จบอะไร ก็ยึดในความไม่ยึด ยึดในความไม่ยึดให้ยิ่งขึ้น จะพูดไปอย่างไรก็ไม่งงเพราะมันชัดเจนในสภาวะ จะวนเป็นสิริมหามายาเกิดแล้วเกิดอีกกี่รอบ เหมือนนักมายากลอันนี้มีอันนี้ไม่มีอันนี้มี อันนี้ไม่มี อันนี้มา อันนี้ไม่มา อันนี้ไม่มา นี่มา จะสลับเร็วไวอย่างไรก็ทัน
สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน ความอร่อยไม่อร่อยเกิดจากการปรุงแต่ง _กวดวิชา....ขอถามเพิ่มเติมนะครับ สมมุติวว่า นาย ก. กินกระเพราไก่แล้วรู้สึกอร่อย โดยนาย ก ถือความอร่อย ณ ขณะนั้น ตามประสบการณ์ของตน แต่ในขณะเดียวกันนาย ก ก็รู้ชัดว่าความอร่อยหรือไม่อร่อยไม่ได้มีอยู่จริง เพราะความอร่อยกำลังพึงพิงตัวกระเพราไก่ ซึ่งกระเพราไก่ก็เป็นเพียงของซึ่งถูกประกอบขึ้นจากองค์ประกอบต่างๆ ของมัน สรุปก็คือ ความอร่อยและไม่อร่อยเป็นเพียงผลพลอยได้ของการปรุ่งแต่ง แบบนี้ นาย ก เห็นตามความเป็นจริงมั้ยครับ...และความอร่อยของนาย ก จะเป็นโทษต่อนาย ก มั้ยครับ รบกวนตอบข้อสงสัยให้หน่อยนะครับ ขอบคุณครับผม พ่อครูว่า...เห็น และความอร่อยก็เป็นโทษไหม คุณกวดวิชาเข้าใจชัดเจนแล้วถามซ้ำ อาตมาช่วยตัดสิน ตกลงนาย ก. รู้ว่าสองสิ่งนี้เกิดจากการปรุงแต่ง ผัดกะเพราไก่ มีกะเพราและไก่และบริวารอีกเยอะแยะ ปรุงเข้า เสร็จแล้ว มันก็เป็นกะเพราไก่ที่คุณทักมา คนกิน เข้าใจแล้วว่าเป็นกะเพราไก่ รสมันจะเป็นอย่างไร เจ๊กฝรั่งแขก ลิ้นไม่พิการก็เหมือนกันหมด ประสาทได้กลิ่น ลิ้นได้รสเหมือนกันหมด ใครแยกอร่อยไม่อร่อย เป็นอุปาทานส่วนตัว ความยึดถือว่าอร่อยหรือไม่อร่อยเป็น 2 แท้จริงคือรสกะเพราไก่อย่างเดียว คุณกินกะเพราไก่จานนี้มันก็อย่างนี้ ใครมากี่คนๆรสมันก็อย่างเดิม แต่ความเห็นนั่นแยก คุณยึดว่านี้ตรงกับสเปค อีกคนบอกว่าไม่ตรงกับสเปค คนนี้ก็เกิดความชอบคนนี้ก็เกิดความไม่ชอบ ไอ้นั่นต่างหากล่ะที่เป็นความเลอะเทอะ ยึดมั่นถือมั่นตาม specification ของคุณเอง ที่คุณยึดถือมั่นหมายว่าต้องได้แบบนี้ตามสเปคของคุณ ยึดถืออยู่ที่จิตของคุณ ยึดมั่นถือมั่นอยู่ที่จิตของคุณ แล้วมันก็ตรงกับที่คุณยึดมั่นถือมั่นคุณก็ชอบ ถ้าไม่ตรงคุณก็ไม่ชอบ ความชอบหรือไม่ชอบเป็นสองที่คุณตีไม่แตกเป็นเทวะที่คุณตีไม่แตกแยกไม่ออกและคุณก็ไปยึดเอา 1 ใน 2 คุณก็ไม่เข้าใจ ว่าคุณเป็นคนไม่เข้าใจ 2 และเป็นคนไม่เข้าใจ 1 ถ้าคุณเข้าใจ 1 มันเป็นของมันอยู่อย่างนั้นเอง 2 นี่คือจิตของคุณที่มีกิเลสแต่ละคน ต่างมีความยึดมั่นถือมั่นกันคนละอย่างก็เป็น 2 เป็น 4 เป็น 5 เป็นร้อยเป็นพันเป็นหมื่นแยกไปได้ ชอบบ้างไม่ชอบบ้าง ชอบมากไม่ชอบมาก ชอบน้อยไม่ชอบน้อย รายละเอียดต่างกันไป มีลำดับอะไรได้อีกเยอะแยะ
_ไอไลค์ คุณ... ขอเตือนก่อน... คลิปวิถีการดำเนินชีวิตของชาวชุมชนมีให้ดูในช่องยูทูบบุญนิยมทีวี ลองศึกษาดู แล้วจะทราบว่าเงินทอง สิ่งก่อสร้างทั้งหลายใครอยู่เบื้องหลัง รู้แล้วจะยิ่งสงสัยเข้าไปอีกว่าทำได้อย่างไร แล้วจะยิ่งค้นหาข้อมูลไปเรื่อยๆจนถึงบางอ้อ รู้ตัวอีกทีก็ถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว หลายคนถูกสมณะรูปนี้ล้างสมองไปเรียบร้อย หลายคนถึงกับทิ้งอาชีพทางโลกไปใช้ชีวิตที่ชุมชนอโศก ซึ่งมีกระจายอยู่ทั่วประเทศ บางคนอาจเคยได้ยินแต่ชุมชนหมู่บ้านพลัม ที่เมืองนอกของหลวงพ่อติชนัทฮัน ถ้าคุณยังรักความสนุกสนานทางโลก สะสม กักตุน รื่นเริงบันเทิงใจดีอยู่ ไม่มีความทุกข์เลย ขอจงอย่าได้หลงเข้าไปเรียนรู้เป็นอันเด็ดขาด เพราะท่านจะไม่เชื่อว่าสังคมแบบพุทธยังมีอยู่จริงๆในยุคสมัยนี้ ที่คนอยู่ร่วมกัน ทำงานเข้าส่วนกลางแบบไม่ต้องถูกบังคับอย่างคอมมิวนิสต์ ถือศีล 5 ทั้งชุมชน มันคนละขั้วกับสังคมทั่วไป จนคนเข้าใจได้ยาก จึงมองว่าพวกเขาบ้า หรือสุดโต่ง แต่กลับลืมมองชีวิตโลกๆ ปากกัดตีนถีบ หาเช้ากินค่ำ วนสนุกสนานกับการดื่มเสพ หมุนไปวนมาของตนเอง เราโดนมาแล้ว
_กช ชกร...ผู้ที่มีธุลีในดวงตาน้อยยังมีอยู่ คนศึกษาคบคุ้นจริงถึงจะทราบข้อมูลจริงและศรัทธาจริง น่าสงสารคนส่วนมาก ที่ไม่รู้จริงในสิ่งที่เห็นกลับรีบกล่าวหาว่าไม่ดี ทั้งนี้อาจเป็นเพราะวิบากของแต่ละคน ต้องมีซักวัน ซักชาติที่เขาเข้าใจ เริ่มจากเราตอนแรกรู้จักแค่หมอเขียว ศึกษาไปมารู้จักอาชัยรู้จักอาจารย์ไม้ร่ม รู้จักคุณโจนจันได ว่าอยู่ในสายกลุ่มเดียวๆกัน ซึ่งทุกท่านที่รู้จักในยูทูปล้วนเจตนารมณ์เดียวกัน แค่การสื่ออาจจะคนละแบบ และวันนี้พึ่งได้รู้จักได้เห็นพ่อครู เป็นบุญยิ่งนัก สาธุๆๆ
_NNNJ family ....สันติอโศก ลัทธิพุทธสุดโต่ง ประกาศตนเป็นอรหันต์ เอาพระไตรปิฎกมาบังหน้า ขาดความเข้าใจ ผู้หญิงหัวอ่อนเข้าวัดไหนก็หลงไหลวัดนั้นแหละ ผมเข้าใจ...ทางที่ดีจงพยายามศึกษาพระธรรมวินัยด้วยตัวเอง หมั่นเพียรในการใช้ปัญญา จะดีกว่ามาศรัทธาพวกปอกลอกศาสนาอย่างนี้.... พระสงฆ์ที่เป็นศากยบุตรจริงๆของพระพุทธเจ้าต้องเอาพระธรรมวินัยเป็นหลัก สั่งสอนธรรมก็ต้องสอนให้ตรงตามหลักกาาร ตรงจุด คือเรื่อง ทุกข์ในโลก จะมาสร้างอาณาจักรลัทธิเหมือนธรรมกาย แล้วบอกทำตามพระพุทธเจ้า...มันน่าสมเพช แต่ก็ยังดี ที่สันติอโศก มันก็ยอมรับว่าเป็นลัทธิใหม่แนวพุทธ นั่นหมายถึง มันไม่ได้ทำตามหลักพระธรรมวินัยทุกอย่าง ...อย่าสักแต่เชื่อ ศรัทธา มองความดีแบบโลกๆเลย ศาสนานี้พระพุทธเจ้าคือผู้นำทาง ถ้าไม่มีพระพุทธเจ้า พวกนี้ก็ไม่มีผ้ากาสาวะหากินหลอกลวงด้วยคำว่า กูบรรลุธรรม หรอก...... พ่อครูว่า...อาตมาขอยอมรับว่าอาตมากำลังปอกลอกศาสนาเพราะศาสนานั้นถูกขี้หมาทับถมหุ้มห่อเราก็มาลอกขี้หมาออก อาตมาไม่ได้ปอกลอกอย่างที่เขาปอกลอกกัน ตอนนี้เหลือแต่ของเน่าในศาสนาพุทธ ส่วนอาตมาก็ปอกลอกอีกชนิดหนึ่ง นี่คือธรรมะ 2 อธิบายคำว่าปอกลอก 2 นัยยะ อาตมายึดถือพระไตรปิฎกในการสอน ให้ตรงตามหลักการพระพุทธเจ้าอย่างยิ่ง แต่แค่สันติอโศกกับธรรมกายต่างกันคุณยังไม่มีดวงตาเลย คุณยังมีแต่ตาบอดๆ สันติอโศกกับธรรมกายต่างกันคนละฟากฟ้ากับเหวคุณยังจับมารวมกันเลย น่าสังเวชหนอ เราไม่แย้งไม่เถียงไม่ถกละ คนนี้น่าจะยังอีกนาน NNN น่าจะอ่านว่าหนาได้ ให้เขาติดตามศึกษาไปก่อน
_พันธ์ศักดิ์ นครศรี...สวัสดีครับ ผมศึกษาในสำนักวัดสามแยก อาจารย์เกษม ดวงแพงมาต เมื่อสึกแล้วท่านได้เล่าว่า ท่านหลงวิมุตเข้าใจว่าตัวเองเป็นอรหันต์ หลงในความสว่างจ้ากว่า 20 ปี เมื่อความสว่างจ้านั้นหมดอานุภาพ จึงรู้ตัวว่า ไม่ใช่ อรหันต์ จึงประกาศลาสิกขา และท่านบอกว่า ท่านเป็นแค่ปุถุชนธรรมดา และต่อเอาพุทธภูมิ สร้างบารมีเพื่อจะเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตข้างหน้า นี่เป็นกรณีศึกษา อยากเล่าให้ฟังครับผม พ่อครูว่า...ใช่ นี่เป็นกรณีศึกษาที่ยังไม่รู้ทาง แต่ก็ยังดี ตนเองหลงแสงสว่างจ้าก็รู้ตัว ถอนตัว แต่เข้าใจผิดไปอีกว่าตนเองเป็นโพธิสัตว์แล้วจะไปเป็นพระพุทธเจ้าโดยที่เป็นปุถุชนธรรมดา เห็นเลยว่าน่าสงสารคนที่ยังเข้าใจผิดว่าตนเองเข้าใจว่าโพธิสัตว์คือสัตว์ใต้ต้นโพธิ์ ไม่เข้าใจว่าโพธิสัตว์คือสัตว์ที่มีความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าเป็นตามลำดับตั้งแต่ขั้นโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ โพธิสัตว์ 9 ระดับ 1.โสดาบันโพธิสัตว์ 2.สกิทาคามีโพธิสัตว์ 3.อนาคามีโพธิสัตว์ 4.อรหันต์โพธิสัตว์ 5.อนุโพธิสัตว์ 6.อนิยตโพธิสัตว์ 7.นิยตโพธิสัตว์ 8.มหาโพธิสัตว์ 9.พระปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่เข้าใจว่าจะต้องมีลำดับอย่างน่าอัศจรรย์อย่างนี้ เข้าใจว่าปุถุชนบำเพ็ญไปจนบรรลุเป็นพระพุทธเจ้าเลย โดยไม่มีลำดับของโสดาบัน สกทาคามี อนาคามี อรหันต์ พระพุทธเจ้าสอนอยู่ตรงไหนนะธรรมะของท่านไม่มีลำดับ อยู่ก้นเหวแล้วบรรลุสู่ยอดฟ้าเลยเป็นไปได้อย่างไร ให้ศึกษาดีๆ
_นายคิด กะจิ๊ดรวย....จำสมัยเรียนพระพุทธศาสนาได้มั้ย มีบทหนึ่งท่านกล่าวถึงเรื่องที่พระพุทธเจ้าทรงไปห้าม(ปรางห้ามญาติ)ศึกระหว่างเครือญาติของพระองค์ สมณะโพธิลักษณ์เลยถือเอาบทนั้นว่า"พระพุทธเจ้าทรงเล่นการเมือง" เลยเดินตาม โดยที่ไม่ศึกษาให้ละเอียดก่อนว่าเหตุที่พระองค์ทำอย่างนั้นเพราะเหตุไร คิดเพียงแต่ว่า"การเมือง พ่อครูว่า...อาตมาไม่ได้ถือคนเดียวคนอื่นถือมาก่อน อาตมาก็ขออธิบายนิดนึงว่า อาตมา เข้าใจว่าการเมืองคือการเมือง การเมืองไม่ใช่การป่า ศาสนาพุทธเป็นศาสนาพัฒนาคนเมือง ไม่ใช่ศาสนาป่าไปพัฒนาคนในป่า การปฏิบัติก็ปฏิบัติกับสังคมมนุษย์ แล้วก็ลืมตา สังคมมนุษย์สามัญไม่หนีจากมนุษย์ไม่เข้าไปในป่า ที่มีมนุษย์อยู่น้อย แล้วปฏิบัติลืมตาเกิดศีลสมาธิ ปัญญา วิมุติ ไม่ใช่หลับตาแล้วเกิดศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ วิมุตติญาณทัสสนะ โดยวิธีหลับตานั้นไม่ใช่ แต่ด้วยวิธีลืมตามีจักขุ ญาณ ปัญญา วิชชา อาโลกะ มีแสงสว่างจากพระอาทิตย์สะท้อนถึงเราเรียกว่าโลกที่มีแสงอาทิตย์ อาโลกะ เป็นความตรัสรู้ในธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ท่านตรัสว่าตถาคตปฏิบัติโดยมี จักขุ ญาณ ปัญญา วิชา อาโลกะ ศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้าให้ดีในรายละเอียดจะได้ไม่ตกหล่น
_สุรชาติ ชุ่มเพ็งพันธุ์....เเล้วทำไมไปชุมนุมกับม็อบทุกครั้ง วิ่งหนี้เเก๊สน้ำตาละ นี้ขนาดคือโพธิสัตว์นะเนี้ย พ่อครูว่า...คุณไปทำความเข้าใจว่าโพธิสัตว์คือสัตว์ไม่มีความรู้สึก โดนแก๊สน้ำตาแล้วเฉยๆคนก็ต้องไปศึกษาให้ดีก่อน โพธิสัตว์ก็มีความรู้สึกเพราะไม่ใช่พีชนิยาม อุตุนิยาม แล้วไม่ใช่คนสะกดจิตคนเก่งจนไม่รู้สึกอะไร อย่างพระเวียดนามที่นั่งให้คนเผานิ่งเลย อย่างนั้นก็เก่ง เราไม่เอาแบบนั้นเพราะเป็นเพียงพรหมลูกฟัก กลิ้งไปอย่างไรก็ได้ อย่างนี้พาซื่อไม่เอาศาสนาพุทธไม่ใช่อย่างนี้
_ชอง ไคยุน... คุณสุรชาติ ชุ่มเพ็งพันธุ์ เอาที่ไหนมาบอกว่าถ้าเป็นโพธิสัตว์แล้วจะต้องไม่กลัวแก๊สน้ำตา... อย่าบอกนะว่าฟังเขามาว่าโพธิสัตว์ต้องหายตัวได้ เหาะได้ ดำดินได้ แบบที่ในพระอภิธรรมเปรียบเทียบเป็นบุคลาธิษฐาน ถ้าอ่านพระอภิธรรมแล้วเชื่อว่ายักษ์ มาร เทวดา สัตว์นรก เปรต มีจริง ก็คงไม่ต้องอธิบายแล้ว แต่ถ้าเข้าใจว่า เปรต สัตว์นรก เทวดา สิ่งเหล่านี้คือการเปรียบเทียบระดับชั้นความละเอียดของจิตใจ ถ้าอย่างนั้นพอจะคุยกันได้ เคยเห็นไหมคนที่มีจิตใจเป็นสัตว์นรก ก็ข่าวเร็วๆนี้ไงที่ยิงเมีย+ครอบครัวตาย 5 ศพ ฯลฯ คนที่มีใจเป็นเปรตก็มีเยอะแยะ พวกนี้เขาเรียกบุคลาธิษฐาน ถ้าอ่านพระไตรปิฎกฉบับพระอภิธรรมต้องตีให้แตก หรือเอาง่ายๆไปหาดูคลิปการ์ตูนเรื่องพระยามิลินจะพอเข้าใจธรรมะของพุทธแท้ๆ (ไม่ใช่พวกพระเกจิ สักยันต์ ทำน้ำมนต์ ฟันแทงไม่เข้า หนังเหนียวปืนยิงไม่ออก) พ่อครูว่า...พูดไปจะไปกระทบพระเกจิที่เขากำลังจะเผาสรีระ ที่ไปทำเดรัจฉานวิชา แต่ก็ได้เงินมาบริจาคก็ดีอย่างนึง แต่ทำให้คนหลงเดรัจฉานวิชาคนนี้บาปซ้ำซ้อน อาตมาไม่ได้ว่าหลวงพ่อ แต่หลวงพ่อทำ บาปย่อมตกอยู่กับหลวงพ่อ อาตมาอธิบายสัจธรรม โดยหลวงพ่อไม่เจตนาก็เป็นกรรมเป็นวิบาก ต้องศึกษาความรู้ในอีกเยอะชาตินี้ทำให้คนงมงายอีกเป็นล้าน โพธิรักษ์เทศน์ไปจะตาย คนก็ยังไม่เชื่อถือเท่าไหร่แต่คนนั้นพูดคนงมงายเยอะ พูดไปเดี๋ยวคนพวกนั้นก็จะไปเพ่งโทษอาตมา อาตมาไม่ค่อยไว้ใจเพราะเขาจิตใจไม่ค่อยสงบยึดติดแรง พูดมากๆเดี๋ยวต้องไปมีชีวิตใหม่ ชีวิตนี้อาตมายังแข็งแรงอยู่ อย่าเพิ่งเอาชีวิตอาตมาเลยนะ
_กระบี่ไร้ตา เมื่อคนไร้หัวใจ.... ใครเชื่อสันติอโศก เชื่อธรรมกาย พากันหลงทางละครับ สันติอโศกตั้งตนเป็นนักบวชตั้งตนเป็นพระเป็นสมณะขึ้นเองด้วยอัตตาและทิฏฐิมานะเต็มหัวใจ จริงไม่จริงลองตรองดูเถอะ พ่อครูว่า...อาตมาแต่ก่อนเป็นพระ แต่เขาไม่ให้ใช้แล้ว ตกลงกันไปมาว่าจะให้ใช้คำไหนก็มีคุณจรวย เปรียญ9 ก็หามาให้ใช้คำว่า สมณพราหมณ์ พูดโทรศัพท์มากับอาตมาก็ได้คำนี้มา พระไม่ให้ใช้ก็ได้คำว่าสมณะก็ไม่ได้ตั้งเอง คำว่า อัตตา คุณเข้าใจแค่ไหน แล้วทิฏฐิมานะ คุณไปศึกษาคำว่าอัตตาและทิฏฐิมานะให้ดีเถอะ
สิกขมาตุรินฟ้า สรุป สมณะฟ้าไท สมณะแสนดิน
พ่อครูว่า...คนที่พูดมา ที่ชื่อ chon Khyun คนออกความเห็นว่า น่าจะอ่านว่า จนขึ้น เข้าท่านะ คือเขาพัฒนาการตนเองให้จนขึ้นเรื่อยๆ ที่จริงมันน่าจนลง รวยลง ไม่ค่อยเข้าท่า ต้องรวยขึ้น แต่จนน่าจะจนลง
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน สมาธิกับจักร 4 ปัญญาวุฑฒิ 4 _มีด.ญ.น้ำมนต์...ที่เป็นนักถามมือเอก..เขาชื่อใสกลางเพ็ญ โพธิ์ใบ ถามมาว่า สมาธิหลับตากับสมาธิลืมตาต่างกันอย่างไรคะหลวงปู่ พ่อครูว่า...เด็ก 6 ขวบของชาวอโศกถามกันอย่างนี้แล้วเด็ก 6 ขวบข้างนอกจะถามกันไหม ขยันถามจริงๆเด็กหญิงน้ำมนต์ เอ้าฟังนะด.ญ.น้ำมนต์ สมาธิหลับตาหมายความว่าเขาจะปฏิบัติให้จิตใจเขาเกิดสมาธิ สมาธิคือจิตตั้งมั่น ในในการนั่งหลับตาแล้วก็สะกดจิตเข้าไป แล้วก็เกิดผล จิตเขาก็จะจดจ่อแข็งแรงชำนาญตั้งมั่นได้นานๆๆ จนข้ามชาติ ชาติหน้าก็ยังชำนาญติดอยู่ที่ตัวเองว่าเข้าใจธรรมะพุทธเจ้าแต่ล้างไม่ออกง่ายๆก็มีอีกเยอะ ในพวกเราก็ยังมี นี่คือสมาธิหลับตานั่งสะกดจิตหลับตาแล้วตกภพ ให้จิตเป็นหนึ่งไป แล้วก็เข้าใจผิดอีกว่า เมื่อหลับตาจิตเป็นหนึ่งแข็งแรงเรียกว่าสมาธิได้ที่แล้ว จะเกิดปัญญา โพล่งขึ้นมาเอง ตัวนั้นโดยพยัญชนะก็ไม่ใช่ปัญญาแต่เป็นสัญญา เขาแยกความเป็นสัญญากับปัญญา แยกกันไม่ได้ ปัญญาไม่มีในภวังค์ ปัญญาจะเกิดได้ต้องเป็นปัญญาที่มีจักษุปัญญา ญาณวิชชาแสงสว่าง (อาโลกะ) วิธีปฏิบัติต้องมีมรรคมีองค์ 8 มีธรรมวิจัยสัมโพชฌงค์ มีมรรคมีองค์ 8 แล้วมีสัมมาทิฏฐิโดยเฉพาะสัมมาทิฏฐิ 10 จะต้องปฏิบัติครบองค์ธรรมสามเส้านี้ จะเกิดได้เป็นปัญญาต้องมีมิตรดีสหายดีแนะนำโดยจะเกิด อัญญธาตุ โดยมีการสืบทอดจากผู้รู้ แต่ถ้าจะเกิดเองเป็นเองแล้วนี่ยากมาก มากจนกระทั่งเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรจะต้องไปคิดว่าจะต้องเกิดอัญญาเองหรืออัญญธาตุให้แก่ตนเองได้ ควรจะต้องฟังจากสัตบุรุษ ถ้าไม่ฟังจากสัตบุรุษรับรองว่าไม่ได้เกิดง่ายๆ มีสูตรอยู่ 2 สูตรที่พอขยายความได้คือ จักร 4 กับ ปัญญาวุฒิ 4 มีสองอันนี้ จักร 4 นั้นคือ 1. ปฏิรูปเทสวาสะ (การอยู่ในถิ่นที่เหมาะสม) . 2. สัปปุริสูปัสสยะ (การคบหาสัตบุรุษ) . 3. อัตตสัมมาปณิธิ (การตั้งตนไว้ชอบธรรม) จะสามารถจัดการกับอัตตาของตนเองได้ 4. ปุพเพกตปุญญตา (ความเป็นผู้มีบุญอันได้กระทำแล้วในปางก่อน ไว้เป็นที่พึ่งอาศัย) (พตปฎ. เล่ม 21 ข้อ 31)
ผู้ที่ทำอย่างนี้ได้ก็จะเกิดจักรที่หมุน แล้วก็กำจัดกิเลสฆ่ากิเลสได้ลดกิเลสได้ด้วยปุญญะ เกิดสั่งสมเป็นของเก่า ปุพเพ จักร 4 จะเกิดจากต้นทุนของเราที่มีอยู่บ้างเมื่อมาพบกับสัตบุรุษที่มีภูมิ ในถิ่นที่เหมาะควรนั้นมีสัตบุรุษและได้ศึกษาได้ฟังสัตบุรุษ คุณก็จะจัดการกับอัตตาของคุณได้ดีทำได้ถูกต้อง ลดละกิเลส แม้ที่สุดตนเองหมดกิเลสก็อาศัยอัตตาได้ดี
ส่วน ปัญญาวุฑฒิ 4 (ความเจริญด้วยปัญญา) 1. สัปปุริสสังเสวะ (รู้จักคบบัณฑิต คบหาสัตบุรุษ) . 2. สัทธัมมัสสวนะ (ฟังสัทธรรม) เมื่อฟังสัตบุรุษแล้วคุณจะสามารถโยนิโสมนสิการ เป็นสุริยเปยยาลข้อที่ 7 จะสามารถทำใจในใจเป็น ได้ถ่องแท้ถูกต้องแก้ไขถึงเหตุ สัมภ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive