590302_สรุปงานพุทธาภิเษกฯครั้งที่ ๔๐ สู่ธรรมะอันยอดเยี่ยม.docx

โฟลเดอร์2559_พุทธาภิเษกฯ
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์12 KB
วันที่แก้ไข24 มีนาคม 2559

เนื้อหาในไฟล์

590225_รายการตอบปัญหาอันยอดเยี่ยม ๑ (ตัดลงข่าวอโศก) ๒๕ ก.พ. ๕๙ งานพุทธาภิเษกฯครั้งที่ ๔๐ ที่ไพศาลี ?อยากถามเรื่อง กาย เวทนา จิต ธรรม ว่าสิ่งที่เข้าใจนี้ถูกต้องหรือเปล่า เวลาที่ตากระทบรูปแล้วเกิดความรู้สึกชอบหรือไม่ชอบนี่เป็นอาการของกายหรือไม่ แล้วพิจารณาลงไปอีกว่าชอบหรือไม่ชอบเพราะอะไรแล้วทำใจนั่นคือกายในกายใช่ไหมอันนี้ แล้วจะอ่านอาการของเวทนาในเวทนาจิตในจิตธรรมในธรรมต่อไปอย่างไรในเรื่องเดียวกันนี้ อยากอธิบายต่อแต่ไม่ชัด พ่อครูตอบ …. กายเวทนาจิตธรรม กายคือองค์ประชุมของรูปและนาม พระพุทธเจ้าว่า กาย คือจิต คือมโนคือวิญญาณ และอีกสูตรหนึ่ง ล.๑๖ บอกว่า [๕๙] พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายนี้ของคนพาลผู้ถูกอวิชชาใดหุ้มห่อแล้ว และประกอบแล้วด้วยตัณหาใด เกิดขึ้นแล้ว อวิชชานั้น คนพาลยังละไม่ได้ และตัณหานั้นยังไม่สิ้นไป ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะคนพาลไม่ได้ประพฤติพรหมจรรย์ เพื่อความสิ้นทุกข์โดยชอบ เหตุนั้น เมื่อตายไปคนพาลย่อมเข้าถึงกาย คำว่ากายประกอบด้วยภายนอกด้วยแล้วเรียนรู้ตัวจิตหรือตัวธาตุเวทนาที่ปรุงแต่งเป็นชอบหรือชัง ในจิต กาย เวทนา จิต อันเดียวกันหมด คำว่าธรรมะคือส่ิงที่ทรงอยู่ในตัวเรา ไม่มีก็ไม่ทรงอยู่คืออธรรม ตัวใดเป็นอกุศลจิต เป็นอธรรมต้องเอามันออก ออกหมดก็เหลือแต่ธรรมะ ทำอะไรก็ไม่ทำบาปทำแต่กุศลทั้งปวง จิตมีแต่กุศล ทำออกได้จริง แล้วมันก็เข้ามาในจิตไม่ได้ ได้แล้วไม่เปลี่ยนแปลงด้วย นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนานตลอดกาล) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) นี่คือหลักสูตรพระพุทธเจ้าที่จะทำให้เกิดคุณวิเศษเช่นนี้ กาย เวทนา จิต ธรรม เป็นอันเดียวกัน เป็นแต่เพียงคนละสภาวะ ที่เนื่องกันเป็นลูกโซ่ เหตุที

อ่านต่อ

่ทำให้เกิดทุกข์สุขก็คือจิต ลองอ่านอาการจิตให้ออกให้เป็น แล้วมนสิกโรติ แล้วกำจัดตัวอกุศลจิตเมื่อกำจัดตัวจิตแล้วก็หมดเหตุ เวทนาก็เป็นไม่ทุกข์ไม่สุขทำจนแข็งแรงก็เป็นธรรมะทรงไว้ซึ่งธาตุธรรมะที่ไม่ทุกข์ไม่สุข

?คำกล่าวที่ว่าการทำงานคือการปฏิบัติธรรมแล้วขณะทำงานอยู่นั้นผู้ร่วมงานได้ทำผิดศีลด้วยการเล่นเกมเล่นมือถือระหว่างงาน พอถูกตักเตือนเขาก็บอกว่าเป็นเวลาว่างขณะที่เขาทำงานที่รับผิดชอบเสร็จแล้ว และมีความรู้สึกว่าเพื่อนร่วมงานจุกจิกเหมือนเขาเป็นเด็ก ซึ่งเขามองว่าเป็นเรื่องส่วนตัวอยากกราบเรียนถามว่าทิฏฐิที่เขาคิดเช่นนี้สมควรกับการเป็นนักปฏิบัติธรรมที่ทำงานในบริษัทบุญนิยมหรือไม่และเราจะชี้แจงให้เขามีสัมมาทิฏฐิที่ถูกต้องอย่างไร พ่อครูตอบ ว่าก็อธิบายให้ฟังว่าถ้าเขามาทำงานเพื่อจะรับจ้างแค่นั้นน่าจะทำให้ได้ความเจริญพัฒนาทางคุณธรรมมากกว่านี้ถ้าแค่มารับจ้างหมดเวลาก็เสร็จไปเสพอะไรก็แล้วแต่ถ้าจะมาทำงานกับชาวอโศกแบบนี้ก็ออกไปเสีย เพราะที่นี่เขาพัฒนาให้มีคุณธรรมเพิ่มขึ้นไม่ใช่สถานที่รับจ้างเราจ้างถูกแต่ถ้าคุณไม่พัฒนาตนเองเราก็ไม่อยากจ้างเพราะมันเข้าใจผิดว่าที่นี่นั้นเจตนาจะสร้างคนไม่ใช่สร้างงานแล้วก็หาลูกจ้างมาทำงาน เพราะที่นี่นั้นสูงกว่านั้นที่นี่คนไม่รับจ้างมาทำงานฟรีมีอยู่มาก มากพอจะเป็นชุมชนโดยที่ไม่จ้างแล้วทำงานให้มีส่วนเหลือส่วนเกินด้วยพิสูจน์มาแล้ว 40 กว่าปีส่วนคนที่มาทำงานในนี้แล้วจะเอารายได้เพียงส่วนน้อยได้ค่าจ้างทุกๆแต่คุณก็ยังมีแนวคิดที่ผิดที่จะไม่เจริญเป็นแนวคิดที่ไม่เจริญถ้าจะคิดอย่างนั้นทำอย่างนั้นมันไม่ควรหรอกถ้าจะทำแค่นี้ก็ออกไปเสียให้คนอื่นมาทำแทนเรามีเงินไม่มากนักจะได้จ้างคนอื่นที่เขายินดีจะทำกว่านี้ 1 ไม่เป็นหนี้ 2 ทำงานเลี้ยงตนเองรอด 3 ทำให้เหลือ 4 ได้สะพัดเป็นเศรษฐศาสตร์บุญนิยม ไม่ใช่แบบทุนนิยมที่กอบโกยเข้าหาตัวแต่ของบุญนิยมนี้สะพัดเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น บุญนิยมเหนือชั้นกว่าทุนนิยม นายทุนของทุนนิยมนั้นมีแต่จะกอบโกยมากขึ้นแต่นายทุนของบุญนิยมนี้มีแต่จะ 0 0 0 0 ศูนย์ตลอดนิรันดร์กาล ผู้ที่คิดและทำเช่นนี้ให้เปลี่ยนแปลงเสียอยากเห็นแต่การเสพเล่นเกมเล่นสนุกอย่างนี้เดี๋ยวนี้มันติดเป็นสังคมก้มหน้าอยู่ที่ไหนก็มีแต่ก้มหน้าจะติดอะไรกันนักกันหนา แล้วมันมีหลากหลายให้ติดกันตามแต่ที่จัดชอบมันมีประโยชน์แต่โทษมันก็เยอะเหลือเกินใส่เข้าไปในนั้น คนที่กิเลสอยู่ในตัวเยอะเยอะๆจึงเป็นทาสของสิ่งเหล่านั้นนี่คือผีมารตัวใหญ่เครื่องมือที่โทรศัพท์หรือเรียกอะไรอีก ขอยืนยันว่ามันทำลายคนและสังคมทำให้นายทุนที่ทำของเรานี้ดูดเอาเงินไปหมดเลยพวกที่ทำธุรกิจค้าสิ่งเหล่านี้ได้สัมปทานไปก็รวยทั้งนั้นมันมีประโยชน์แฝงแต่โทษมันเป็นหลักเป็นหนักหนา แล้วคนมีกิเลสจะไม่มีหลักประกันก็เลยเป็นโทษมากกว่าเป็นคุณ มาอยู่ในสังคมชาวอโศกเป็นเด็กเป็นเล็กเราไม่ให้มีแต่ทางโลกทางรัฐบาลซื้อแจกเลย เด็กจึงไม่ค่อยอยากจะมาเรียนกับชาวอโศกเพราะถูกสังคมหลอกแล้วเราสร้างคนสร้างเด็กให้มีภูมิคุ้มกันไม่งมงายกับสิ่งเหล่านั้นเกินไปอย่างน้อยก็ได้รับปัญญาเอาไปสู้กับสิ่งเหล่านั้นไม่เช่นนั้นจะไม่มีใครช่วยเลยไปด้วยกันกับโลกก็ซวย

590225_รายการตอบปัญหาอันยอดเยี่ยม ๑ ๒๖ ก.พ. ๕๙ งานพุทธาภิเษกฯครั้งที่ ๔๐ ที่ไพศาลี

สรุปแล้วคุณจะช้าอีกกี่ชาติ ชาตินี้จะมาไหม ถ้ามา จะผลัดผ่อนอีกกี่ปี กี่เดือน กี่วัน อย่าหาว่าอาตมาเร่งรัดนะ ลูกเอ๋ยราชธานีอโศก พ่อลงทุนถากถางไว้ให้ ไปเถอะ ศีรษะอโศกก็ยังมีที่ให้ไป สันติอโศกก็ได้ถ้าเราถูกโฉลกกับในเมือง หรืออยากขึ้นป่าเขาภูผาฟ้าน้ำก็ไปได้ อยากจะไปทะเลก็ไปได้ ชเลขวัญยินดีต้อนรับอยู่ หรือจะไปธรรมชาติอโศกมีที่เป็นร้อยๆไร่มีมังคุดทุเรียนผลไม้ให้เก็บ จะไปทางตะวันออกตะวันตกทางเหนือทางใต้เราชอบที่ไหนก็ไป จะช้าอยู่ใย ถามจริงๆ ถ้าคิดว่าอาตมาอยาก อาตมาอยากให้พวกเรามาไหม ...ทำไมรู้ใจอาตมา ถ้าเชื่อว่าอาตมาอยาก อาตมาอยากให้พวกคุณจมในโลกีย์ไหม...ก็ไม่ พวกคุณนี่รู้ใจอาตมาทำไมเก่ง...เก่งจริงหรือเปล่า….ไม่? ถามอีกเมื่อคุณรู้ใจอาตมาแล้วคุณรักอาตมาไหม ...แล้วตามใจอาตมาได้ไหม….ได้ ตอบง่ายดี...โกหกหรือเปล่า? คนที่มาได้ก็พูดได้ แต่คนมาไม่ได้ก็พูดไม่ได้ แต่เสียงคนมาได้นี่พูดเยอะกว่า ก็เลยดังแต่แสดงว่าคนที่มาแล้วทำเสียงข่มคนอื่น มาแล้วอย่าออกไปนะ ระวังหมาจิ้งจอกเลียบเคียงข้างๆนะ คุณจะตายวันตายพรุ่งไม่รู้ง่ายๆ จะช้าอยู่ใย อ่านของดช.ไม้เมืองพุทธ กรุณา ดช.นะโม การมองความสำคัญของเวลาแบบจิตที่มีโลกีย์สูง ผู้นี้จะเป็นผู้มองไม่เห็นค่าของเวลาที่เปลี่ยนทุกวินาที และที่สำคัญคือวินาทีที่ผ่านไป มีแค่ครั้งเดียวในชีวิต ซึ่งแน่นอน ผู้นี้ย่อมไม่รู้จักกับปัจจุบันอย่างแน่นอน ผู้นี้ย่อมไม่เจริญอย่างแน่นอน เพราะมีภพอยู่กับความไม่จริง ความไม่เที่ยงไม่แท้ไม่แน่นอน จิตจมอยู่กับอดีต และเพื่ออยู่กับอนาคต ไม่รู้ความจริงตามความจริง ผู้นี้ย่อมไม่มีสัจจะ มีแต่ความไม่รู้ และอวิชชา(ไม่เรียนรู้อดีตในปัจจุบันและหลงในวิปลาส ๓) การมองความสำคัญของเวลาแบบจิตที่เป็นโลกุตระ ผู้ที่ก้าวเข้าสู่เส้นทางของโลกุตระ ผู้นั้นย่อมเรียนรู้ศึกษาปัจจุบันที่เป็นสัจจะ เป็นความจริงอันสูงสุดของพุทธ ที่ทำได้ยากยิ่ง ซึ่งผู้ที่รู้จักกับปัจจุบันได้นั่นแหละคือ อาริยชนผู้เจริญ(โสดาฯสกิทาฯอนาคาฯอรหันต์) ผู้นี้จะรู้สึกว่าเวลาบนโลกช่างเร็วเหลือเกิน เพราะรู้ว่าชีวิตนี้น้อยนักชีวิตนี้สั้นนัก และยังคิดที่จะพัฒนาให้จิตสูงขึ้นอยู่ตลอดเวลา เวลาของผู้นี้จึงเร็วก่าปุถุชนที่หนาด้วยกิเลส เพราะผู้นี้อยู่กับปัจจุบันที่เป็นสัจจะเท่านั้น มีแต่ปัจจุบันที่จะสามารถสร้างกรรมได้ ดังนั้น ทุกเศษเสี้ยววินาทีคือบุญ ผมเข้าใจถูกไหมครับ (นโม ดช.ไม้เมืองพุทธ กรุณา ม.๑ สส.ฐ.)

นี่เป็นนิมิตอย่างหนึ่งของสังคมนี้ เด็กคนนี้ เขาเรียบเรียงคำของเขาแบบนี้ลอกเลียนแบบไม่ได้ง่ายๆนะ อาตมาก็ไม่แน่จะเรียบเรียงได้อย่างนี้นะ ทุกคนโตกว่าเด็กชายคนนี้ พากเพียรเถิด มีสัตบุรุษที่จะพูดให้เราฟัง ที่นี่ไม่ปิดกั้น มีส่ิงต่อทอดนำพาเป็นคณะหมู่มวล ที่นี่มีมิตรดี สหายดีสังคมส่ิงแวดล้อมดี ถ้าชีวิตเราจะไปนิพพานอย่าไปหลงโลกธรรม หลงอัตตา ที่เราทำมาไม่รู้กี่ชาติ ชาตินี้จะจมอีกต่อไปไหม ชาตินี้เราก็ต้องตรวจตัวเองแน่ๆ ถ้าเราจะเอาแบบโลกๆก็ไปให้สุดลิ่มทิ่มประตูเลย แต่ถ้าจะเอานิพพานดีกว่า มีตัวตัดสินของคุณว่ามานิพพานดีกว่าก็มาเลยทุ่นแรงเลย