560409_งานปลุกเสกพระแท้ๆของพุทธครั้งที่ ๓๗.doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
งานปลุกเสกพระแท้ๆของพุทธครั้งที่ ๓๗ วันเสาร์ที่ ๖-วันศุกร์ที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๕๖ นิสิตว.บบบ.ร่วมบำเพ็ญคุณเตรียมงานตลาดอาริยะ-ตลาดน้ำ "คืนชีวิตแม่มูน" ต่อเนื่องจากงานพุทธาภิเษกฯ ที่เน้นการบำเพ็ญธรรมของนิสิต ว.บบบ. ในงานปลุกเสกฯครั้งที่ ๓๗ ครั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับการเตรียม งานตลาดอาริยะ-ตลาดน้ำ "คืนชีวิตแม่มูน" จึงมีกิจกรรมบำเพ็ญคุณเป็นหลักในการฝึกตนของว.บบบ. ถือเป็นภาคปฏิบัติหลักสูตร ลัด-คัด-สั้น ปฏิบัติฌานแบบลืมตาเปิดทั้ง ๖ ทวาร มีการทำงานเป็นผัสสะ ให้นิสิตเจริญวิปัสสนา ตามหลักธรรมที่เป็นพุทธ ก่อนงานปลุกเสกฯมี งานรับกลดสัมมาสิกขา รุ่น "คืนชีวิตให้แม่มูน" ในวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๖ ปีนี้มีนักเรียนสำเร็จการศึกษาม.๖ ทั้งหมด ๓๔ คนจากทุกสัมมาสิกขา และอาชีวะศึกษาของชาวอโศก โดยนักเรียนม.๖มาเข้าค่ายเพื่อช่วยเตรียมงานตลาดอาริยะด้วย หลังวันรับกลดก็มี ค่ายเตรียมงานปลุกเสกฯของนร.สัมมาสิกขาชั้นม.๒ เพื่อเป็นการสร้างสัมพันธ์พี่น้องระหว่างทุกสัมมาสิกขาและช่วยเตรียมงานปลุกเสกฯ ในวันที่ ๓๐ มีนาคม - วันที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๖ วันศุกร์ที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๖ มีการประชุมสมณะมหาเถระ ที่แพโบสถ์ มีสมณะมหาเถระมาร่วมประชุมทั้งหมด ๒๗ รูป วันเสาร์ที่ ๖ เมษายน ๒๕๕๖ ๐๕.๐๐-๐๘.๐๐ น. ประชุม FMTV ที่ชั้น ๓ เฮือนศูนย์สูญ มีพ่อครูไปให้โอวาทปิดประชุม ที่ผ่านมาเจ้าของจาน IPM เรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากทางเรา ซึ่งเราไม่ใช่ทุนนิยม เราเอาจิตวิญญาณ ถ้ารักกันจริงก็มาเป็นแฟนกัน เราไม่จ่ายเพิ่ม ที่จ่ายอยู่ก็หนักแล้ว เราจะโน้มไปทางเข้ม เราจะมาเข้มกับตน มามักน้อยสันโดษประหยัดมัธยัสไปอีก พวกเรายังรีดตนเองได้อีก พ่อครูก็ว่าตนเองต้องประหยัดมัธยัสอีก ทั้งเครื่องกินเครื่องใช้มันเฟ้อเกินจริงๆ พวกคุณรู้สึกไหม มันมากไป ต้อง
อ่านต่อ
จัดการมัธยัส พยายามสังวรระวัง ทำปฏิบัติธรรมข้อนี้ให้มากขึ้น ไม่งั้นไปไม่ออก พวกเราต้องเป็นตัวหลัก ไม่ใช่ตามใจเขา เราต้องทำเป็นตัวอย่าง ถ้าอนุโลมตามไปเรื่อยก็เจ๊ง สื่อสารเป็นตัวโชว์ มีนัยะลึก มีทั้งพฤติกรรมและจิตวิญญาณ มีทั้งเปลือกและวิญญาณ เราคำนึงจิตวิญญาณเป็นหลัก ปีนี้จะมีอะไรเพิ่ม ทั้งขยายและเข้ามา มี input output เข้ามาที่เราเยอะขึ้นมาก อย่างเห็นได้เลย เราออกไปก็มา ที่ข้างนอกเข้ามาหาเราก็เยอะ มีอัตราการก้าวหน้ามาก ถ้าเราไม่พัฒนาตัวเราที่จะเป็นตัวกลาง คนเราไม่ค่อยเพิ่ม แต่ว่างานขาเข้าขาออกมากขึ้น แต่ตัวเครื่องจักรคือคน ไม่เพิ่ม เมื่อคนไม่เพิ่ม เราต้องเพิ่มคุณภาพ ประสิทธิภาพ คือคุณธรรม ให้มีพลัง ๔ จะมีกำลังขึ้น ๐๙.๐๐-๑๐.๓๐ น. รายการเทศน์เปิดงานและพาปฏิญาณศีล ๘ งานปลุกเสกฯครั้งที่ ๓๗ โดยพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ......งานปลุกเสกฯพุทธาภิเษกฯ พวกเราตั้งมา ๓๐ กว่าปี ยังไม่ถึง ๔๐ ปี เพราะพ่อครูรวมหมู่ชาวอโศก พศ.๒๕๑๖ ถือว่า ๔๐ ปีพอดี ปี ๒๕๑๘ ประกาศลาออกจากมหาเถรสมาคม และในปี ๒๕๑๙ เป็นการกำเนิดพุทธสถาน เป็นหลักแหล่งวัฒนธรรมเอกของสังคม คือพุทธสถาน ถือว่าอโศกกำเนิดในพศ.๒๕๑๙ มาถึงปีนี้ก็คือว่า ๓๗ ปี ก็นับเอาพุทธาฯปลุกเสกฯมาเป็นอายุแท้ของอโศกได้เลย ซึ่งมีความสำคัญนะสำหรับตัวเลขพวกนี้ ถ้ารู้จักใช้ ก็ขอเตือนสติพวกเราชาวอโศก ที่มุ่งทิศทางมีธรรมะเป็นหลักของชีวิต คนที่มาแล้วได้ประโยชน์ก็มี และมีผู้ที่มาแฝงอยู่แล้ว ก็มีจิตที่ใช้ความโลภ-โกรธ-หลง มาเป็นความฉลาด อย่านึกว่าเขาโง่นะ แต่เขามีความรู้โลกีย์ เขาฉลาดแฝง ฉลาดทำร้าย แม้ในหมู่อาริยะเขาก็มาแฝงเสพความสุขโลกีย์ของตนเอง โดยใช้ความฉลาดนั้นกลบเกลื่อนแฝงบัง ไม่ให้คนอื่นรู้ว่าตนเสพ โลกธรรมอยู่ บางคนถึงขั้นมีตุกติกโกงลาภ เขาก็ทำ เพราะคนชั่วก็ต้องทำชั่ว พวกเราก็ไม่ไปเข้มงวดเกินการณ์ เขาก็ฉลาดที่จะหลบเลี่ยง ซึ่งกรรมมันเป็นทำ บาปเป็นอันทำ ใครจะปิดบังแม้เล็กแม้น้อยไม่มีทางปิดบังสัจธรรม เขาอาจหลอกได้ตลอดชีวิตแต่ไม่อาจหลอกกฎแห่งกรรม จะมีบาปสองชั้น คือมีทั้งกรรมทำชั่ว และกรรมกิริยาปิดบังก็เป็นบาปซ้ำบาปซ้อน บาปมันชั่วอยู่ในตัวและมีที่ปิดบังอีกซ้ำซ้อนเข้าไปอีก มีชั่วหลายชั้น พอมีคนจะมารู้ก็ไปโกหกอีกกลบเกลื่อน ดีไม่ดีมีเอาไปซุกซ่อนทำลายหลักฐานอีก คนที่เชื่อกรรมวิบากมาตั้งใจเลิกบาปอกุศลมาบำเพ็ญบุญก็ต้องพากเพียร "อย่าให้กิเลสในชนะเรา" คำนี้เอาไปใช้ให้ได้ ถามว่า "ใครเคยให้กิเลสมันชนะนี่?" ถ้าคนไม่ยกมือถือว่าโกหก มันมีทั้งเคยและไม่เคยมาทุกคนที่ให้กิเลสมันชนะ แม้ไม่ศึกษาธรรมะก็รู้ว่ากิเลสที่เป็นตัวไม่ดี ทำแล้วเราก็โกหกต่อ อย่าไปเล่นกับมัน อย่าไปเป็นพวกมันเป็นอันขาด มันพาคนเลวมานักต่อนักแล้ว ให้สำนึกสังวรให้ดี เอาให้มันตายเลย กิเลสจะตายหรือเราจะตาย กิเลสมันสู้เราไม่ได้หรอก แต่คุณก็ยอมมันทุกที แล้วเมื่อไหร่จะชนะ กิเลสมันขึ้นมาต้องใช้ว่า "กิเลสมันไม่ใหญ่กว่าเราหรอก" มันจะมาใหญ่กว่าเราได้อย่างไร ทำไมเราต้องแพ้กิเลสอยู่เรื่อย จากนั้นพ่อครูได้นำกล่าวคำปฏิญาณอุโบสถศีล ๑๔.๐๐-๑๖.๐๐ น. รายการปฐมนิเทศ ดำเนินรายการ โดย ส.เดินดิน ติกขวีโร สม.กล้าข้ามฝัน อโศกตระกูล ....เริ่มด้วยการตั้งข้อสังเกตในหมู่ผู้มาร่วมงาน ซึ่งยังมาเป็นจำนวนน้อย จึงได้เปรียบเทียบลักษณะของคนที่ตั้งใจมาลำบากมาเสียสละ กับคนที่เห็นแกความสบาย ซึ่งแท้จริงแล้วเราส่วนใหญ่ มาเพราะเห็นประโยชน์ ไม่เห็นแก่ความสบาย และปฏิบัติธรรมควบคู่ไปด้วยกับการเสียสละ ส.ดินทอง นครวโร.... พูดถึงการปฏิบัติธรรมในขณะทำงาน ผัสสะที่พบเช่นอากาศร้อน มีวิธีคลายร้อน คือตั้งใจทำงานร่วมกับหมู่กลุ่ม ทำงานเป็นทีมทำให้หายร้อนได้ ทำให้มีพลังรวมที่จะทำงานเพื่อส่วนรวมเพื่อมวลมนุษยชาติ ส.ฟ้าไท สมชาติโก... งานปลุกเสกฯครั้งนี้งานมากด้วย เพราะมีการเตรียมงานตลาดอาริยะด้วย งานเยอะ งานเร่ง งานร้อน เพราะอากาศร้อนมาก แต่เรารู้สึกว่าได้ฝึกอดทนจริงๆ อากาศร้อนทำอย่างไรใจจะไม่ร้อน ส.เดินดิน สรุปในส่วนของแต่ละท่านที่มุ่งขวนขวายพัฒนาตนเองอย่างไม่กลัวความลำบาก พร้อมทั้งเสริมในเรื่องของการดูแลรักษาสุขภาพ และการประมาณสภาพร่างกายไปพร้อมกับการปฏิบัติธรรม ท่านกล่าวอย่างชัดเจนว่า เป็นฐานเจียมบอดี้สำหรับผู้ปฏิบัติธรรม ๑๘.๐๐-๒๐.๐๐ น. สัมภาษณ์ปฏิบัติกรชุด “คืนชีวิตให้แม่มูน” ดำเนินรายการโดย ส.แก่นหล้า วัฒโน สัมภาษณ์ปฏิบัติกร ที่ร่วมเตรียมงาน ปีใหม่ตลาดน้ำอาริยะ "คืนชีวิตแม่มูน" สัมภาษณ์ ๑. นายอดุลย์ แก้วนวล นักเรียน สส.ธ. ม.๔ ...ทำงานพ่นสีใต้ท้องเรือ ทำงานมีทั้งสุข-ทุกข์ปนกันไป ทำงานไปก็มีหัวเราะไปได้ แม้ท่ามกลางแดดร้อนและต้องใส่ชุดที่มิดชิดกลางแดดตั้งแต่ ช่วงสายถึงบ่าย ๒. นายนัฐรัตน์ (หมอก) เป็นนักเรียนสัมมาสิกขา ทำงานขัดพื้นใต้ท้องเรือ ใช้เครื่องขัดให้เรียบ และทาสี ได้เรียนรู้การทำงานต้องป้องกันจมูกเพื่อไม่ให้ถูกกลิ่นสี ประทับใจที่ได้ทำงานเพื่อพ่อครู และได้คืนชีพเรือเก่าสู่แม่มูน ๓. นายพุทธภูมิ ชูน้ำเที่ยง เรียนอยู่ส.สว. แผนกยานยนต์ แต่ได้มาขัดไม้ ก็รู้สึกดีและภาคภูมิใจที่ได้ทำงานคืนชีวิตให้เรือ และได้ฝึกอดทนไม่ย่อท้อต่ออุปสรค ๔.นายผาก้อง พรหมรักษา (ตูน) ศิษย์เก่าศีรษะอโศก ได้มาช่วยทำโครงสร้างเรือ เป็นงานที่ภาคภูมิใจ และได้มาก่อนงานเพื่อเตรียมงาน เป็นผู้พาน้องๆศิษย์เก่าและสัมมาสิกขาทำงาน มีทีมงานมากกว่า ๑๐ คนร่วมกันทำ ทำงานท่ามกลางแดดร้อนจนปรับใจว่าอยู่ท่ามกลางแดดก็เย็นใจได้ เมื่อมีความเห็นต่างตัดสินใจไม่ได้ก็ต้องให้ผู้นำตัดสินใจ ทำงานก็ได้รู้ใจกัน ประทับใจกันในทีมงาน ถ้าพ่อครูไม่พาทำก็คงไม่ได้มาทำงานร่วมกัน คงได้แต่เที่ยวสงกรานต์เล่น ๕.นายไท เทิดธรรม อายุ ๔๐ ปี ชาวชุมชนราชธานีอโศก มีอาชีพเป็นช่างไม้ งานนี้มาช่วยทำเรือ เร่งงานเต็มที่ ทำงานไม่มีเงินเดือนแต่ทำด้วยใจ ประทับใจสมณะที่มาร่วมช่วยทำเรือกัน แม้อากาศจะร้อนต้องทำงานใส่หลังคาเรือแต่ก็มีสมณะช่วยกันทำจึงมีกำลังใจ ๖. นายสมนึก รัตนปามากูล เป็นข้าราชการบำนาญ ได้เล่าถึงประสบการณ์ที่เคยผิดพลาดในอดีตเคยเลี้ยงนกเขาแล้วขาดทุน ต่อมาได้ศึกษาธรรมจากการดูรายการของพ่อครูทาง FMTV ปฏิบัติลดละเลิกอบายมุข เรียนสายช่างมา จึงมาช่วยส.พอแล้ว ซ่อมเรือ ทำส้วมบนเรือด้วย กินมื้อเดียวมา ๓ ปีแล้ว ถือศีล ๘ เห็นอานิสงส์ของการปฏิบัติธรรมที่ลดละความโกรธ จากเดิมเป็นคนโมโหร้ายก็ลดละได้ ๗. นายสู้จริง แสนมหามงคล (โมมิ) ศิษย์เก่าศาลีอโศก มีความสุขที่ได้มาทำงานเสียสละ ดูแลลูกไก่คือนักเรียนไปด้วย ฝึกที่จะไม่ถือสาลูกไก่ และพยายามสร้างบรรยากาศดีๆในการอยู่ร่วมกัน พอได้ยินว่าพ่อครูจะปลุกชีวิตแม่มูนก็ยินดี จึงมาเสียสละแรงกายช่วยทำเรือ พร้อมอุทิศชีวิตและร่างกายถ้าพ่อครูพาทำ และอยากลดกิเลสให้ได้มากที่สุด ๘. ส.แก่นเกล้า สารกโร ประทับใจเพื่อนสมณะที่มาร่วมกันทำงานย้ายเรือ ซ่อมเรือ แม้แดดจะร้อน ฝนจะตกแต่ทุกคนก็ไม่ย่อท้อ ทำงานด้วยความศรัทธา มีผัสสะเยอะแต่ก็อาศัยการคุยกันโดยคำนึงถึงจิตวิญญาณเป็นหลัก พยายามเข้าใจผู้อื่น อุปสรรคมีคือกิเลสเราเอง
วันอาทิตย์ที่ ๗ เมษายน ๒๕๕๖ ๐๓.๓๐-๐๕.๓๐ น. รายการทำวัตรเช้าและเทศนาเรื่อง "ตอบกันด้วยวิญญาณพุทธ" โดยพ่อครู วันนี้เป็นวันแรกที่พ่อครูจะได้ตอบปัญหาในรายการ "ตอบกันด้วยวิญญาณพุทธ" ให้อ่านจากหนังสือ "ธรรมที่เป็นพุทธ" ความกตัญญูเป็นเนื้อแท้ของความสำนึกของแต่ละคน เราจะเห็นแก่ตัวไปปลักตัวสบายนั้นคนมีบารมีจะพอสบายข้างนอก มันก็ไปได้จนกว่าจะกลียุค แต่ถ้าคนมีกตัญญูกตเวทีจริงก็จะรู้ว่าการบำเรอเสพสุขแก่ตน คือความชั่ว ผู้รู้ตัวก็จะมาเสียสละ และจะรู้ว่าควรเสียสละทำงานอยู่กับใครหมู่ไหน เขาก็จะมีปัญญาแสวงหาหมู่ น้ำย่อมไหลไปหาน้ำ น้ำมันย่อมไหลไปหาน้ำมัน พ่อครูไม่เรียกร้อง เพราะเรียกให้ตายก็เจ็บคอเสียเปล่า คนจะโง่เรียกให้ตายก็ไม่มา แต่ถ้าคนฉลาดพูดนิดหน่อยก็รู้แล้ว รู้ว่ายุคนี้ร้อน ยิ่งควรเข้าหาสิ่งเย็น จะปล่อยไปก็จะรู้หรือว่าสึนามิจะไม่เกิดพรุ่งนี้ แม้แต่สงครามโลกจะไม่เกิดพรุ่งนี้ อาจมีเค้าหรือไม่มีเค้าก็ได้ ไม่ไปบีบบังคับใคร ไม่เร่งเร้า แต่บอกความจริงให้ฟัง อะไรควรไม่ควรต้องรู้ตนเอง ก็บอกให้สัญญาณนี่มันปาเข้าไปศตวรรษที่ ๕ ที่พ่อครูทำงาน ก็อยากได้มากๆมาช่วยกันหน่อย ราชธานีอโศกถ้ามีประชากรถึง ๑๐๐๐ คนจะมีความชัดเจนเลย สังคมพุทธที่จะเกิดเป็นสังคมบุญนิยมเป็นรูปร่างของสภาพที่จริง มันมีเค้าเงื่อน ทุกวันนี้เราก็ไม่มีประชากรพอ อย่างที่บ้านราชฯก็มาสร้างบ้านเพิ่มขึ้นๆ แต่คนไม่ค่อยมา ก็ให้สำนึก ยังถูกโลกดึงไปอีก พ่อครูพูดวันนี้เรียกร้องหนัก แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมาเท่าไหร่ การง้อนี่เสียศักดิ์ศรีนะ ง้อก็ง้อ ให้มาหน่อยนะ คิดว่าตรงนี้จะเป็นราชธานีอโศกจริง ต้องรีบมาช่วยสร้างบ้านแปลงเมือง จะกอบกู้กันมา ถ้ามารวมกันคอมเพล็กซ์บุญนิยมคงเกิด สิ่งที่จะเหมือนทางโลกเขา แต่ก็จะเป็นไปคนละทิศทาง จะมีการอภิสังขารที่จะมีสนามแม่เหล็กโลกุตระเพื่อประกาศโลกุตระ มีพฤติภาพโลกุตระ เพื่อให้ประชาชนมีดวงตาเห็นได้ ก็ต้องอาศัยพวกเรา คุณว่าพ่อครูมีกี่แขน แต่ ในนิมิตโพธิสัตว์มีพันมือ นะ ก็ ขอขอบคุณผู้มาเป็นมือให้พ่อครู เพิ่มมือให้พ่อครูเป็นพัน ไม่ว่าคนเล็กคนน้อยก็มาเป็นมือให้พ่อครู อย่างรายการเมื่อคืนก็ซาบซึ้งขอบคุณ ตั้งแต่ท่านแก่นเกล้า แก่นหล้า ทั้งที่ไม่ออกชื่อ ทั้งฆราวาส จนถึงเด็ก อย่างนายตูนนี่ ไม่ผอม ลุยน่าดูกลางแดด ก็เห็นใจ ช่วยได้เท่าที่ทำได้ งานก็หลายอย่าง ก็ขอบ คุณทุกคนในที่นี้ ที่ได้ช่วยกันมาร่วมเป็นมือพันมือให้พ่อครู ๐๖.๓๐ น. สมณะและสิกขมาตุ ออกบิณฑบาต ๐๗.๗๗ น.(หรือ ๐๘.๑๗น.) พิธีรับเข็มพระธรรม ว.บบบ. เข็มที่๒ รุ่นที่ ๒ (บัณฑิตบากบั่น) มีว.บบบ.ที่ได้รับเข็มที่สอง จำนวนทั้งหมด ๖๔ คน เป็นบัณฑิตวิชญ์ ๔๒ คน เป็นบัณฑิตชาญ ๒๒ คน หลังจากรับเข็มพ่อครูได้พาปฏิญาณตน ว.บบบ.และแสดงธรรม.... การเป็นอาริยะต้องแยกจิตเจตสิกออก มีญาณรูปปริเฉทญาณ คือแยกรูป-นามได้ อย่างดินน้ำไฟลมใครก็รู้ว่าคือรูป แต่ถ้ามีการกระทบทวารทั้ง ๖ แล้วมีวิญญาณ มีการกำหนดรู้ คือใช้สัญญาในสองหน้าที่คือจำกับกำหนดรู้ แล้วเกิดเป็นปัญญาเป็นญาณรู้ได้ว่านี่คือ อุปาทายรูป (รูปคือสิ่งที่ถูกรู้) คือรู้กายในกาย ต้องมีภูมิจริงจึงเลือกเฟ้นได้ด้วยปัญญา ผู้จะรู้แจ้งเห็นจริง มี นามรูปปริเฉทญาณ มีปัจจัยปริคหญาณ จะเข้าใจแยกแยะว่า อันไหนเคหสิตะอันไหนเนกขัมมะ แยกได้แล้วจริงก็จะทำให้ตนมีเนกขัมมะ คือให้จิตออกจากโลกีย์อันมี กาม พยาบาท หรือราคะ โทสะ โมหะ จะมีญาณปัญญาแยก รู้เจโตปริยญาณ ๑๖ อย่างรู้แจ้งเห็นจริง มีคนที่นึกว่าตนมีญาณดูผิดก็ผิด แต่คนที่รู้ถูกต้องถูกสภาวะ รู้กุศลจิตอกุศลจิต แล้วรู้ว่าจะกำจัดสิ่งไหน เมื่อทำการฆ่าเหตุก็คือเนกขัมมะจะด้วยใช้การกดข่มใช้เรี่ยวแรงอย่างไรก็ตาม แต่วิกขัมภนหรือกดข่มก็เพลาได้ มีส่วนทำให้มันลด แต่ก็ช้า ยากนาน ดังนั้นพระพุทธเจ้าจึงต้องใช้วิปัสสนาเป็นหลัก แต่วิกขัมภนะก็ต้องใช้ด้วย สายที่ถนัดสมถะก็เอาสมถะนำ สายปัญญาก็เอาปัญญานำ สายโจโตต้องพยายามให้มีปัญญา จะพูดว่าเจโตหรือปัญญาอันไหนเหนือกว่าตายตัวก็ไม่ได้ แต่วิธีที่เจริญคือใช้ปัญญานำ ถ้าเอาเจโตนำจะช้านาน เพราะไม่มีความรู้ความฉลาดในการทำ โดยสัจธรรมความจริง ต้องพยายามฝึกฝนให้มีเจโตและปัญญา แต่ปัญญาจะไปดูถูกเจโตไม่ได้ ถ้ามีปัญญามากเกินก็จะฟุ้งมากเกิน ต้องอาศัยเจโต มีแต่ปัญญาจะไม่มีพลังไม่ลุย อย่างเจโตก็ลุยทำเลย ก็ต้องบอกว่าขอขอบคุณสายเจโตมาก สายปัญญาจะทำให้พ่อครูหนัก ส่วนสายเจโตจะทำให้พ่อครูเบา ในกาละนี้ต้องขอบคุณเจโตมากกว่าปัญญา ทั้งสองสายก็ช่วยกัน แต่ประมาณไม่ดีบางคนก็ฟุ้งเฟ้อมาก แต่สายไหนถ้าดื้อมากก็อยู่ไม่ได้ทั้งนั้น พ่อครูไม่ได้ไล่แต่กระเด็นไปเอง มีคนช่วยถีบ พ่อครูไม่ไล่หรอก ก็ให้ศึกษาไป ยิ่งทำงานกับมนุษย์นั้นสนุกแต่เหนื่อย ถ้าเป็นโพธิสัตว์ สรุปแล้วโจโตหรือปัญญาต้องเรียนรู้ความจริงของจิตเจตสิก จะเป็นอาริยะต้องอ่านจิตเจตสิกของตนแล้วแยกได้ มีปัจจัยปริคหญาณ แล้วจะมีสัมมัสนญาณ เป็นญาณที่รู้วงวัฏฏะ จิตเกิดมีกิเลสร่วมสังขารแล้วจับได้ทันไหม กิเลสที่มาร่วมสังขารอยู่ในฐานะเราจะไปกำจัดไหม? เราอยู่ในฐานโสดาบัน แต่กิเลสนี้เรายังไม่ได้สมาทานก็ผ่านไปก่อนอนุโลมไปก่อน เราทำสักกายะของเรา เมื่อรู้กิเลสกำจัดได้ ก็พ้นสังโยชน์ ๓ อย่าไปหลงก่อนเลยว่า สัพเพธัมมาอนัตตาทุกอย่างไม่ใช่ตัวตนก็ไม่รู้ตัวตน ไม่ทำให้ตัวตนหมดได้ คนอย่างนี้น่าสงสาร ๑๒.๓๐-๑๓.๓๐ น. รายการพบสมณะ-สิกขมาตุประจำกลุ่ม ...มีการถ่ายทอดสดทาง FMTV ด้วย จากเดิมในช่วงนี้ของงานจะเป็นธรรมะบนกระดาน แต่เมื่อปรับเปลี่ยนมาเป็นการพบสมณะสิกขมาตุประจำกลุ่มก็ทำให้บรรยากาศการฟังธรรมช่วงหลังอาหารเป็นไปได้ด้วยดี ไม่เกิดถีนมิทธะมาก และมีการสนทนาธรรมทำให้เป็นการสื่อสารสองทาง ญาติโยมสามารถถามปัญหาหรือข้อสงสัยได้ ทำให้การฟังธรรมจากสัตบุรุษบริบูรณ์ขึ้นด้วย ตรงเป้ามากขึ้นด้วย ๑๔.๐๐-๑๖.๐๐ น. รายการ "บำเพ็ญคุณ" ปฏิบัติมรรคองค์ ๘ ขัดเกลากันด้วยปุญญาภิสังขาร โดยแต่ละกลุ่มได้ออกไปช่วยกันทำงาน ตามฐานงานต่างๆ เพื่อเตรียมงานตลาดน้ำอาริยะ ๑๘.๐๐-๒๐.๐๐ น. รายการภาคค่ำ ที่ลานหน้าพระพุทธโต รายการสัมภาษณ์ปฏิบัติกรชุด "พรึ่บเดียวก็เขียวได้" ดำเนินรายการโดย สิกขมาตุผาแก้ว ชาวหินฟ้า ๑. คุณดาวเย็น นาวาบุญนิยม ...เคยฝังใจมานานว่าอยากจะทำอาชีพกสิกรรมให้ได้ดีๆ และมีใจรักกสิกรรม ปีนี้พ่อครูดำริให้ริมมูนมีสีเขียว และจะทำตลาดน้ำ ก็เข้าใจและมีใจอยู่แล้ว จึงลงมือทำอย่างเต็มที่ ทำงานท่ามกลางแดดร้อนเป็นผัสสะบ้าง เข้าใจองค์รวมและอยากปรับปรุงให้ริมมูนดีขึ้นอีก ๒. คุณฝั่งบุญ ชาวหินฟ้า... เคยอยู่ศีรษะอโศกมาก่อน ต่อมามาอยู่ที่บ้านราชฯก็ประทับใจในกระบวนการกลุ่ม โดยเฉพาะการทำกสิกรรม เราจะทำโครงการพันร้าน และได้กระบวนการของเด็กสัมมาสิกขามาช่วยกัน ลงมือขนแกลบปรับปรุงดิน จนประสพผลสำเร็จเป็นโครงการพันร้านคือมีต้นบวบลูกบวบพันร้านหย่อนลงมามากมาย ๓. คุณดินงาม นาวาบุญนิยม เริ่มทำกสิกรรมที่สวนใสหม่วน แดดร้อนเผาจนตัวเปลี่ยนสี เห็นกิเลสตัวเองที่เป็นคนช้า ใครทำอะไรดีๆได้อย่างรวดเร็วแต่ของเราต้องรอก่อนจึงทำ ต่อไปจะพยายามปรับปรุง เห็นอะไรดีพ่อครูว่าอะไรดี ก็จะรีบทำ เพราะการปฏิบัติธรรมของตนยังพิจารณไม่ลึกพอ ๔. คุณแรงผัก เบ้าทอง พบชาวอโศกเมื่อ ๑๑ ปี ๑๗ วันผ่านมาแล้ว เพราะไปอบรมที่สวนส่างฝัน เคยมีหนี้สิน ๓ แสนบาท แต่ก็ปฏิบัติธรรม ทำกสิกรรมไร้สารพิษก็หมดหนี้ได้ แต่เพราะพูดไม่ประมาณ บ้านจึงถูกเผา พอบ้านถูกเผาเลยได้มาอยู่ที่บ้านราชฯได้ ๑ ปีแล้ว ตอนนี้รับปลูกข้าวโพดที่ริมมูน ๕. คุณเยาวภา(ปล้องหญ้า) โคตรบรม อายุ ๔๒ ปี จากภูผาฟ้าน้ำ ..ขอยกมือเป็นผู้ช่วยอาเอือมบุญในที่ประชุมภูผาฯที่ศาลีฯ จึงได้มาทำกสิกรรมริมมูน เป็นคนทดแดดได้ดี ขอบคุณพ่อครูที่พาทำ ถือศีลแล้วไม่กลัวตัวดำ ได้เห็นความเป็นพี่น้องของคนจากที่ต่างๆที่ช่วยงานกัน ๖. คุณอิงดิน เอื้อมพร (ป้ามัย) เป็นสายลุย ทำงานกสิกรรมริมมูนเป็นแม่ฐานปลูกข้าวโพด ข้าวโพดปลูกง่ายถ้ารู้วิธี และดูแลมะเขือกับฟักทอง ๗. คุณวัฒนา ปทุมทิพย์ จากกลุ่มศีรโคตรบูรณ์อโศก มาช่วยปลูกแตงกวาที่ริมมูน เคยปลูกแตงจนประสพผลสำเร็จมาแล้ว รู้ขั้นตอนวิธีการ แต่สำคัญคือต้องดูแลใกล้ชิดจึงได้ผลผลิตดี ๘. คุณกมล พรหมมาก ได้ร่วมมือกับกลุ่มวังสีเมฆ ทำระบบน้ำ เคยปลูกพืชผักได้ผลดี งานนี้ได้ปลูกสลัดร่วมกับกลุ่มวังน้ำเขียว ประทับใจในความร่วมมือกันของคนบ้านราชฯและคนที่มาร่วมด้วย
วันจันทร์ที่ ๘ เมษายน ๒๕๕๖ ๐๓.๓๐-๐๕.๓๐ น. รายการทำวัตรเช้าและเทศนาเรื่อง "ตอบกันด้วยวิญญาณพุทธ" โดยพ่อครู พ่อครูได้ตอบปัญหาของผู้ที่เขียนมาถาม มีปัญหาดังนี้ - ดิฉันชวนญาติเข้าวัดปฏิบัติธรรม ท่านว่ายังไม่แก่ยังไม่เข้าวัด อายุ ๕๐ ปีแล้ว ทำยังไงจะให้ได้มาปฏิบัติธรรมบ้าง - อาการของจิตที่มันตื้อๆตันๆเหมือนหมดภูมิเก่าที่ทำมา มันไม่มีสภาวะที่จะรับธรรมะปรุงตามไม่ขึ้น พอมาฟังธรรมะลึกๆก็เลยมึนตึ๊บจะทำอย่างไร หมดวิบากกรรม เมื่อก่อนแม้ไม่มีสภาวะก็เข้าใจภาษาพูดปรุงตามธรรมะได้ - พ่อท่านบอกว่ายึดธรรมะที่เป็นพุทธเป็นหลัก และพาชาวอโศกปฏิบัติตาม แต่มีบางกลุ่มไม่เห็นด้วย เขาก็ว่าของเขาถูก สัจจะเป็นหนึ่งเดียวกันทำไมต้องเห็นต่างกันด้วย - การทำผิดเล็กน้อยจะเป็นบาปหรือไม่ การทำกรรมปัจจุบันจะไปแก้วิบาก จากบาปเดิมเป็นวิบากบุญได้หรือไม่ ๐๖.๓๐ น. สมณะและสิกขมาตุ ออกบิณฑบาต ๐๙.๐๐-๑๐.๓๐ น. รายการ "ขยายอายุขัย" โดยพ่อครูและทีมงานขยายอายุขัย พ่อครูเทศนาเปิดรายการ ว่า โรคเกิดจากวิบาก และเกิดจากการที่เราแสวงหามาใส่ตัว การขยายอายุขัยต้องอาศัยการศึกษาทางจิตวิญญาณ เพราะจิตเป็นใหญ่จิตเป็นประธาน เป็นวิทยาศาสตร์ของพุทธ จิตเป็นตัวเหตุให้เกิดการบั่นทอนอายุได้มาก ร่างกายเราเกิดการสูญเสียเมื่อจิตใจเกิดการสปาร์ค ดีใจก็สปาร์ค เสียใจก็สปาร์ค เป็นการเสียพลังงาน อ.อภิสิน ศิวยาธร (รองประธานโครงการฯ) การขยายอายุขัย เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ตามโลกุตรธรรม เป็นการศึกษาเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม โดยมีพ่อครูเป็นกรณีศึกษา อาศัยอิทธิบาท ๔ เป็นหลัก ตามแนวทางพุทธรรม ดร.วิชัย รูปขำดี (หัวหน้าโครงการฯ) เป็นคณบดีคณะพัฒนาสังคและสิ่งแวดล้อม นิด้า ได้มานำเสนอภาพรวมของโครงการ นพ.ขวัญชัย วิศิษฐานนท์ (ที่ปรึกษาโครงการฯ) ผอ.สำนักยุทธศาสตร์กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ได้มาให้ความรู้เรื่องตัวชี้วัดในโครงการฯ ๑๒.๓๐-๑๓.๓๐ น. รายการพบสมณะ-สิกขมาตุประจำกลุ่ม ๑๔.๐๐-๑๖.๐๐ น. รายการ "บำเพ็ญคุณ" ปฏิบัติมรรคองค์ ๘ ขัดเกลากันด้วยปุญญาภิสังขาร โดยแต่ละกลุ่มได้ออกไปช่วยกันทำงาน ตามฐานงานต่างๆ เพื่อเตรียมงานตลาดน้ำอาริยะ ๑๘.๐๐-๒๐.๐๐ น. รายการภาคค่ำ ที่ลานหน้าพระพุทธโต รายการสัมภาษณ์ปฏิบัติกรชุด "ว.บบบ.๒" ดำเนินรายการโดย ส.ฟ้าไท สมชาติโก มีผู้ร่วมรายการดังนี้ ๑. นส.จรัสพร เดิมเป็นพันธมิตรฯมาร่วมประท้วงอยู่กับชาวอโศกและเข้าใจแนวทางประทับใจจึงมาอยู่ที่บ้านราชฯ กินมื้อเดียวถือศีล ๘ ได้ไม่มีตกหล่น ทำงานหนักอยู่โรงปุ๋ยได้อย่างเบิกบาน ๒. นายชัยสิทธิ์ มานะดี อดีตเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุข พอมาปฏิบัติธรรมแนวอโศกก็ลาออกมาอยู่ที่ศาลีอโศก ๓. นางพรเพียร อดีตเคยทำงานอยู่รพ.เลิศสิน กทม. ต่อมาลาออกไปอยู่ปฐมฯ แล้วย้ายมาช่วยงานที่สันติอโสก ๔. นส.ปัทมา งามพรม นร.สส.ธ. ม.๕ ได้ทดสอบตัวเองด้วยการสมัครสอบว.บบบ.แล้วสอบได้เข็ม ทำสังวรระวังรักษาศีลให้ดียิ่งขึ้นอีก ๕. นายแก่งธรรม สยรักษ์ อดีตเคยเป็นนักล่าสัตว์ชอบเที่ยว แต่ว่าเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ และมาช่วยทำกสิกรรมริมมูน ๖. นส.ฟ้าเพ็ญฝัน บรรจง นร.สส.สอ.๖ เดิมเป็นเด็กอยู่สบายพ่อแม่จึงให้มาฝึกลำบากอยู่สัมมาสิกขา จนอยู่มาได้ถึงม.๖
วันอังคารที่ ๙ เมษายน ๒๕๕๖ ๐๓.๓๐-๐๕.๓๐ น. รายการทำวัตรเช้าและเทศนาเรื่อง "ตอบกันด้วยวิญญาณพุทธ" โดยพ่อครู กุศลโลกุตระ คือยิ่งเราทำไปเรายิ่งได้ทำออก ๑.วัตถุยิ่งทำออก ๒.แรงงานยิ่งได้ออก ๓.สำคัญคือได้เอากิเลสออก คือได้เอากิเลสออก ได้เอาความหวงแหนออก ได้พิจารณาว่าสิ่งที่เอาออกเป็นคุณหรือโทษต่อผู้อื่น มีคุณค่าทั้งโลกีย์และโลกุตระ ทางโลกีย์คือได้อาศัย ทางใจ ได้ใจดีคือได้กัลยาณธรรม ยิ่งเจริญได้ทั้งเจโตและปัญญา คือตามเห็นรู้ทั้งภายใน (อัชฌัชตังอรูปสัญญี เอโก พหิทา รูปานิ ปัสสติ) อ่านใจได้ทัน มีวิตกวิจารณ์ คือรู้ ตักกะ วิตักกะ สังกัปปะ คือตัวที่แยกแจกจากธัมวิจัย ละเอียดลงไป มีญาณที่เราจะรู้นามรูปได้ แยกแยะนามรูปได้ (ปัจจัยปริคหญาณ) รู้แจ้งจิตใจเรามีพัฒนาก้าวหน้าเห็นรู้ ปรมัตถธรรม ผู้ใดเห็นตามได้ก็ใกล้นิพพาน ผู้ใดเข้าใจแค่ภาษาหรือฟังแล้วตื้อก็ให้เข้าใจให้ดี เราวิจัยลงไปในทุก ตักกะ (ดำริ) เมื่อเริ่มแล้วเราก็ตามทัน มีวิจัยทัน มีตัวรู้มีปัญญา ที่เจริญรู้ได้ละเอียดได้ชัดได้จริงมากขึ้น รู้พฤตินัยของจิตเจตสิก รู้อาการ ลิงค นิมิต มากขึ้น รู้มโนมปวิจารณ์ ๑๘ ในการกำหนดที่ใด ธัมวิจัยก็ทำงานที่นั่น เราก็ยิ่งตามเห็นอนุปัสสี ลึกไปถึงไตรลักษณ์ รู้ว่ามันทุกข์ วิจัยเหตุแห่งทุกข์ออก ณ บัดนั้น จะเป็นวิขัมภนก็ตาม ยิ่งมีปัญญาเห็นว่ามันไม่เที่ยง ยิ่งเรามีไฟฌาน เห็นหน้ามันแล้วมันก็หายไปแวบจางลงเลย หรือสัมผัสแล้วไม่มีหน้าตาของกิเลส สัมผัสแล้วมันปรุงแต่งด้วยนะ มันเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา พ่อครูได้ตอบปัญหาที่ส่งมาซึ่งมีคำถามดังนี้ ไก่ได้พลอย วานรได้แก้ว คืออย่างไร? อตัมยตา คืออะไร ? คำว่าชั่ว กับบาปต่างกันอย่างไร? ถามเรื่อง พิจารณากายในกายทั้ง ๖ อย่างในสติปัฏฐาน ๔ ๐๖.๓๐ น. สมณะและสิกขมาตุ ออกบิณฑบาต ๐๙.๐๐-๑๐.๐๐ น. ธรรมะก่อนฉัน เรื่อง ชีวิตที่น่าภาคภูมิใจ โดย ส.สยาม สัจจญาโณ และส.มือมั่น ปูรณกโร .... ความเป็นโสดเป็นชีวิตที่น่าภาคภูมิใจ มีคุณค่าเพราะได้พบธรรมะ เป็นคนโสดก็มีความสุขได้ มีชีวิตประเสริฐได้ คนเราสามารถสร้างวิบากดีหรือเลวได้ อย่าประมาท พยายามอย่าสร้างภพให้เราทุกข์ เป็นผู้พร้อมจะเปลี่ยนแปลงสู่สิ่งที่ดีอยู่ตลอดเวลา เป็นความภาคภูมิใจที่ได้มาพบพ่อครู ได้พบสังคมสิ่งแวดล้อมที่ดี มีมิตรดีสหายดี ๑๒.๓๐-๑๓.๓๐ น. รายการพบสมณะ-สิกขมาตุประจำกลุ่ม ๑๔.๐๐-๑๖.๐๐ น. รายการ "บำเพ็ญคุณ" ปฏิบัติมรรคองค์ ๘ ขัดเกลากันด้วยปุญญาภิสังขาร โดยแต่ละกลุ่มได้ออกไปช่วยกันทำงาน ตามฐานงานต่างๆ เพื่อเตรียมงานตลาดน้ำอาริยะ ๑๘.๐๐-๒๐.๐๐ น. รายการภาคค่ำ ที่ลานหน้าพระพุทธโต รายการสัมภาษณ์ปฏิบัติกรชุด "ความสุ่มเสี่ยงของการเสียดินแดน" ดำเนินรายการโดย ส.ถ่องแท้ วินยธโร สัมภาษณ์ อ.วีระพันธ์ มาลัยพันธ์, คุณวีระพล โสภา, นางสำเนียง อุทัยภพ, นส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรย์ ...รายการนี้ได้มาให้ความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับความสุ่มเสี่ยงใกล้จะเสียดินแดนบริเวณรอบปราสาทเขาพระหาร และรวมถึงพื้นที่ตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ไปจนถึงพื้นที่ทางทะเลด้วย เป็นรายการที่เข้ากับสถานการณ์ที่จะมีการแถลงด้วยถ้อยคำของไทยและกัมพูชาต่อศาลโลกในกลางเดือนเมษายนนี้ เพื่อให้คนไทยตระหนักถึงภัยต่อความมั่นคงของชาติ ทำให้เกิดความรักและหวงแหนแผ่นดินไทยอันบรรพบุรุษได้ใช้เลือดเนื้อวิญญาณปกป้องมา
วันพุธที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๖ ๐๓.๓๐-๐๕.๓๐ น. รายการทำวัตรเช้าและเทศนาเรื่อง "ตอบกันด้วยวิญญาณพุทธ" โดยพ่อครู ที่เรามารวมกันมาปฏิบัติมาทำงานร่วมไม้ร่วมมือ ไม่ได้หวังอะไรตอบแทน แต่ก็ต้องมีผล แม้แต่หายใจเข้าออกก็ต้องมีผล ยิ่งเรามีกรรมการงานที่มีประโยชน์ทั้ง สังกัปปะ วาจา กัมมันตะ ก็เป็นผลของแต่ละคน ยิ่งแต่ละคนมารวมกัน ทำอย่างมี ความระลึกถึงกัน ระลึกถึงคนที่จะได้รับผลจากแรงงานของเรา ไม
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive