สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน พระพุทธเจ้าท่านฉันมังสวิรัติ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.67 KB
วันที่แก้ไข2 มีนาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน พระพุทธเจ้าท่านฉันมังสวิรัติ _KIE THE SKY 1 วันที่ผ่านมา (แก้ไขแล้ว) อ่านพระธรรมวินัยเล่มไหนมาวะ..ว่าพระพุทธเจ้าฉันมังสะวิรัส จะแปลให้เข้าใจแยกแยะตามศัพท์บาลีเลย..มังสะ แปลว่า เนื้อ ส่วนคำว่า วิรัส แปละว่า เว้น พอรวมกันแปลว่า เว้นจากเนื้อสัตว์..พระพุทธเจ้าท่านฉันแบบเรียบง่ายเหมือนชาวบ้านนั่นแหละ ชาวบ้านมีอะไรใส่บาตรท่านก็ฉัน สมณะต้องเลี้ยงง่าย ท่านไม่ได้บอกชาวบ้านเลยว่าท่านฉันอะไรได้ไม่ได้ท่านไม่เคยพูด..คนที่นั่งพูดกันอยู่นี่คือคนคิดเอาตามทิฏฐิตัวเองทั้งนั้น เลอะเทอะศาสนาไปใหญ่ พ่อครูว่า...คนเลี้ยงง่ายไม่ใช่คนมักง่าย เขาเอาอะไรใส่บาตรก็ต้องฉัน เขาเอาดินใส่บาตรก็ต้องเอาดินกลับมา เขาเอาลูกสาวใส่บาตรก็ต้องเอาลูกสาวกลับมา อันนั้นมันโง่และเซ่อแล้ว ก็ต้องมีปฏิภาณปัญญาว่าอะไรควรหรือไม่ควรและมีหลักเกณฑ์ด้ว เพราะฉะนั้นหลักเกณฑ์อันนี้คุณค่อยศึกษาไป เรื่องมังสวิรัติอาตมาจะไม่พูดยาวเพราะว่าทุกวันนี้คนเข้าใจกันมาก คุณยังวุ่นกับเรื่องมังสวิรัติอยู่ อาตมาจะไม่เสียเวลามาก เมืองไทยตอนนี้กินมังสวิรัติ แต่ถ้าพระยังกินเนื้อสัตว์ปากเปรอะอยู่อย่างนี้ ไปเอาศาสนาพุทธไปประกาศในอินเดียไม่ได้หรอก เพราะว่าประเทศอินเดียเขารู้กันว่านักการศาสนาเขาไม่กินเนื้อสัตว์ ยิ่งนักบวชส่วนใหญ่เขาไม่กินเนื้อสัตว์กันหรอกไม่ว่าจะเป็นศาสนาไหนก็ตาม ในชีวกสูตร ไปทำความเข้าใจบาป 5 ประการ 1. ผู้นั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปนำสัตว์ชื่อโน้นมา” (อุทิศ, อุททิสสะ คือ เจาะจงมุ่งหมายไปที่สัตว์ชื่อนั้น) 2. สัตว์นั้นเมื่อถูกเขาผูกคอนำมา ย่อมได้เสวยทุกข์โทมนัส 3. ผู้นั้นพูดอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปฆ่าสัตว์นี้” 4. สัตว์นั้น เมื่อกำลังถูกเขาฆ่าย่อมเสวยทุกข์โทมนัส 5. ผู้น

อ่านต่อ

ั้นยังตถาคตและสาวกตถาคต ให้ยินดีไปด้วยเนื้อ ย่อมประสพบาปมิใช่บุญเป็นอันมาก (ตถาคตํ วา ตถาคตสาวกํ วา อุทฺทิสฺส ปาณํ อารภติ โส อิเมหิ ปญฺจหิ ฐาเนหิ พหุง อปุญฺญํ ปสวตีติ) ชีวกสูตร ล.13 ข.60 บาปถึง 5 ชั้นเลย… สัญจิจจ ปาณัง ชีวิตา โมโรเปตุง คือสัตว์ที่คนมีเจตนาฆ่า กินไม่ได้ แต่ถ้า สัตว์มันฆ่ากันแล้วมันกินเหลือเป็นเดนสัตว์กินก็กินได้ หรือสัตว์ตายเอง เป็นเนื้อบังสุกุลก็กินได้ แล้วเดนสัตว์กิน สัตว์มันยังไม่เลิกกินจะไปแย่งมันได้อย่างไร เท่านี้ปวัตตมังสะมีสองอย่าง ถ้าคุณเข้าใจอันนี้แล้วท่านจะไปกินเนื้อสัตว์ได้อย่างไร หรือแม้แต่ท่านสอนชาวพุทธทุกคน 1. อย่าฆ่า 2. อย่าค้าขายเนื้อสัตว์ แล้วคุณจะเอาที่ไหนมากิน เมืองนี้เป็นเมืองพุทธ 95% คนเป็นพุทธ 1. ไม่ฆ่า 2. ไม่ขายแล้วจะเอาเนื้อสัตว์ที่ไหนมากิน คุณก็ต้องคอยกินสัตว์ที่ตายเอง คุณก็ตายก่อน หรือบางทีแย่งกันตายเลย

อีกประเด็นหนึ่ง ประเด็นนี้อาตมาว่าตัดสินชัดเด็ดขาดเลย คือประเด็นที่ว่า อเจลกะ ทั้งหลาย ชาวศาสนาอื่นเขาก็ไม่กินเนื้อสัตว์ เพราะศาสนาทั้งหลายในอินเดียเขาไม่กินเนื้อสัตว์ เขานับถือกันตรงไม่กินเนื้อสัตว์ ต่างคนต่างนับถือ พระพุทธเจ้าก็ไม่กินเนื้อสัตว์อยู่แล้วเขาก็นับถือ เสร็จแล้ว วันร้ายคืนร้าย เขาก็ไปตะโกนบอกว่าเจ้าข้าเอ้ย พระสมณโคดมฉันเนื้อสัตว์แล้วเจ้าข้าเอ้ย ไปตะโกนกับชาวบ้านที่ตลาดเพื่อจะดิสเครดิตพระพุทธเจ้าว่าพระพุทธเจ้าเสื่อมแล้วตกแล้วต่ำแล้ว กินเนื้อสัตว์แล้ว อันนี้มันหมายความว่าพระพุทธเจ้ากินเนื้อสัตว์เป็นปกติหรือไม่กินเนื้อสัตว์เป็นปกติ ...แสดงว่าพระพุทธเจ้าไม่ได้ฉันเนื้อสัตว์เป็นปกติ อเจลกะจึงประกาศให้คนทั่วไปว่าเจ้าข้าเอย พระพุทธเจ้าฉันเนื้อสัตว์แล้ว เสื่อมแล้วตกต่ำแล้ว แต่พระพุทธเจ้าฉันเนื้อสัตว์เป็นปกติไปประกาศให้ตายจะได้คะแนนอย่างไร อันนี้แหละจุดนี้คิดให้ดีแล้วจะชัดเจนเลย ว่า อ๋อ พระพุทธเจ้าก็ต้องไม่ฉันเนื้อสัตว์เป็นปกติสิ ถ้าหากพระพุทธเจ้าฉันเนื้อสัตว์เป็นปกติแล้วพวกนี้จะไปตะโกนหาอะไร เขาก็หาว่า ฉันเนื้อสัตว์เป็นปกติแล้วจะไปตะโกนหาอะไร ประเด็นนี้คิดดีๆให้เข้าใจดีๆ 620225_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 39

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน