สกู๊ปสรุปภาพรวม กปปส๑_.docx
เนื้อหาในไฟล์
๒๔ พฤศจิกายน “๑ ล้านคน” โค่นระบอบทักษิณ
หลังจากการเคลื่อนขบวนมาปักหลักที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน ในวันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ของเครือข่าย “การชุมนุมสามเสน” หรือ “การชุมนุมนกหวีด” เพื่อคัดค้านร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ฉบับ“สุดซอย” ตามติดมาด้วย กปท.และกองทัพธรรม ที่ย้ายจากสวนลุมฯ มาที่สะพานผ่านฟ้าฯ ในวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ต่อเนื่องด้วย คปท.ที่ย้ายจากแยกอุรุพงษ์มาอยู่ที่ สะพานมัฆวานฯ ในวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ทำให้แนวร่วมโค่นระบอบทักษิณมีพลังมหาศาล มีมวลชนมาร่วมชุมนุมเพ่ิมขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้รัฐบาลย่ิงลักษณ์ ถอนร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมทั้งหมดออกจากสภาฯ แต่ยังสามารถหยิบยกขึ้นมาใหม่พิจารณาใหม่ได้ ซึ่งทำให้เห็นความไม่จริงใจของรัฐบาลนี้ จึงเป็นผลให้เกิดการยกระดับการชุมนุมเพื่อ “โค่นระบอบทักษิณ” มีการรวม ๓ เวทีให้เป็นหนึ่งเดียวกัน และประกาศชุมนุมใหญ่ในวันที่ ๒๔ พศจิกายน ๒๕๕๖
๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ถือเป็นวันอีกวันหนึ่งที่จะต้องบันทึกเอาไว้ในประวัติศาสตร์การเมืองไทยรวมถึงโลกหล้าต้องจารึก อภิมหาชนคนไทย " ล้านหัวใจ " เฉพาะที่ปรากฏตัว - ปรากฏนาม ร่วมเขียน " อภิมหาประวัติศาสตร์ " อีกหน้าของไทย ณ ถนนราชดำเนิน เพราะคลื่นมวลมหาประชาชนที่มากันอย่าง “มืดฟ้ามัวดิน” ยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตา ล้นถนนราชดำเนินจนต้องไปตั้งอีกเวทีที่สนามหลวง เป็นปริมาณคนมาชุมนุมที่ทำลายสถิติ ทุกการชุมนุมทางการเมือง ที่เคยเกิดในเมืองไทย แม้ ๑๔ ตุลาฯ ๒๕๑๖ ว่าประชาชนมามากแล้ว แต่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ มวลมหาประชาชนมาอย่างมากมาย “ทุบทำลายทุกสถิติ”ตัวเลขที่คำนวณโดยหลักวิชาการนั้น “เกิน ๒ ล้านคน” จาก เหนือ - ใต้ - ออก - ตก ชุมนุมอย่าง สันติ อหิงสา เพื่อขจัด " มารแผ่นดิน " ระบอบทักษิณให้สิ้นไปจากแผ่นดินไทย
อ่านต่อ
๙ ธันวาฯ เดินเท้าสู่ทำเนียบฯ ทวงคืน “อำนาจประชาชน”
หลังจากที่กำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ นำมวลชนส่วนหนึ่งมาปักหลักพักค้างที่ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ แล้วแถลงตั้งคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัติริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส. เมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ และทำอาริยะขัดขืน เดินหน้ายึดสถานที่ราชการแทบทุกระทรวง แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็ยังทนทาน ไม่ยอมลาออก แถมออกหมายจับข้อหากบฏกับกำนันสุเทพอีกด้วย จึงนำมาสู่วันที่ ๖ ธันวาคม กำนันสุเทพ ได้นัดหมายให้มีการชุมนุมใหญ่ ในวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ เวลา ๐๙.๓๙ น. และยังชักชวนให้ลุกฮือกันทั้งประเทศ เพื่อทวงอำนาจอธิปไตยคืนแก่ประชาชน โดยยึดมั่นในหลัก สันติ อหิงสา ปราศจากอาวุธ
และในวันที่ ๙ ธันวาคม กปปส. ก็สามารถสร้างประวัติศาสตร์ “มวลมหาประชาชน” ได้อีกครั้ง และเป็นเหตุให้ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประกาศ “ยุบสภาฯ” แต่ยังคงเป็นรัฐบาลรักษาการ ในเช้าวันนั้นด้วย มวลมหาประชาชนเคลื่อนทัพมากกว่า ๑๐ ทัพ กระจายไปตามถนนต่างๆ คลื่นมวลมหาประชาชนที่ทะลักล้น ราวสึนามิหลั่งไหลไปตามตรอกซอกซอย เพื่อไปรวมกันที่ทำเนียบฯ แต่เป็นคลื่นสึนามิที่อบอุ่น เต็มไปด้วยน้ำใสใจจริง เต็มไปด้วยอุดมการณ์ในการเปลี่ยนแปลงประเทศให้พ้นความวอดวายหายนะ โดยมวลมหาประชาชนสองมือเปล่า สันติ อหิงสา ปราศจากอาวุธ ไม่รอหวังพึ่งพลังอำนาจอื่นใด นอกจากพลังอำนาจโดยธรรมของประชาชน ที่เรียกว่า “ประชาภิวัฒน์” ประเทศนี้ต้องดีขึ้นได้ด้วยมือของประชาชน
๒๒ ธันวาฯ มวลมหาประชาชน เดินสู่ชัยชนะของประเทศชาติ
... เมื่อมวลมหาประชาชน จาก ๑ ล้านในวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน เป็น ๕ ล้านในวันที่ ๙ ธันวาคม และวันนี้ ก็เป็นครั้งที่ 3 แล้วที่มวลมหาประชาชน ภายใต้ชื่อ กปปส . ได้ทุบทำลายทุกสถิติโลกในการชุมนุมทางการเมืองอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นการก้าวข้ามคำว่า “แพ้ - ชนะ” เพื่อตัวตนอีกแล้ว แต่เป็นการ “เดินสู่ชัยชนะของประเทศชาติ” มวลชนผู้ตื่นรู้นั้นได้เอาชนะตัวตนที่ไม่กล้าทำความดี เพราะกลัวเหนื่อย กลัวลำบากสารพัดในการมาชุมนุมไปแล้ว เมื่อรัฐบาลใช้วิชามารยื้อเวลาออกไป แทนที่หมู่มวลมหาประชาชนจะอ่อนล้า แต่กลับกลายเป็นแรงกระตุ้นให้หมู่มวลมหาประชาชนฮึดสู้ ออกมาเดินสู่ท้องถนนแน่นขนัดมืดฟ้ามัวดินทั้ง ๕ จุดใหญ่ และ ๑๐ จุดย่อย ไม่มีเหตุร้ายเกิดขึ้น ถือว่าผ่านด่านสำคัญหลายด่าน ทำให้ยุบสภาฯได้ แต่ว่าด่านที่จะผ่านไปสู่การตั้ง “สภาประชาชน” และ “รัฐบาลของประชาชน” เพื่อปฏิรูปประเทศ ก่อนเลือกตั้งได้นั้น นายกฯยิ่งลักษณ์ จะต้องลาออกจากนายกฯรักษาการ เพื่อให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง แต่นายกฯยิ่งลักษณ์ก็ยืนกรานว่า ไม่ลาออก กปปส . ยังดำเนินการอาริยะขัดขืน ประท้วงปิดล้อมไม่ให้เกิดการรับสมัครสส . และลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า แต่ถูกลอบทำร้ายจนมีผู้เสียชีวิตในการประท้วง ๔ ราย และบาดเจ็บอีกหลายร้อยราย แต่นายกฯยิ่งลักษณ์ก็ยังคงท่องคาถา “ไม่ออก ไม่หนี ไม่เลื่อน” ดึงดันลากประเทศสู่การเลือกตั้งในวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ให้ได้ แม้ว่าจะอาจเกิดการนองเลือดได้ จึงทำให้กปปส . ต้องยกระดับการชุมนุม เป็นการชุมนุมเพื่อปิดกรุงเทพฯหรือเรียกว่า ปฏิบัติการ Shut Down กรุงเทพฯ Restart ประเทศไทย โดยนัดหมายรวมพลครั้งใหญ่ในวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๕๗ เป็นต้นไป