630101 รายงาน วบบบ 2562-63.docx

โฟลเดอร์2562-2563
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์52 KB
วันที่แก้ไข21 มกราคม 2563

เนื้อหาในไฟล์

งาน “ ว.บ บ บ. เพื่อฟ้าดิน ” ปี ๒๕๖๒ - ๒๕๖๓ วันพุธที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๒ ถึง วันอังคารที่ ๑ ม.ค. ๖๓ ก่อนงาน มีค่าย “ สู่แดนทอง ฉลอง ๕๐ ปี โพธิกิจ ” เตรียมงาน เพื่อฟ้าดิน ของนักเรียนสัมมาสิกขา ม.๓ ระหว่างวันที่ ๒๐ - ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๒ ณ บวรราชธานีอโศก อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี โดยมี นักเรียนฝ่ายชาย ๒๔ คน นักเรียนฝ่ายหญิง ๒๔ คน รวม ๔๘ คน จาก ๖ โรงเรียนสัมมาสิกขาของชาวอโศก

วันพฤหัสที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๒ ๑๔.๓๐ น. อ.๒ (สมณะผืนฟ้า อนุตตโร) นำสวดมนต์ ๐๕.๑๕ น. สมณะ ฟ้าไท สมชาติโก สมณะ แสนดิน ภูมิพุทโธ สิกขมาตุ กล้าข้ามฝัน อโศกตระกูล โดย สมณะ ฟ้าไท สมชาติโก กล่าวว่า วันนี้จะเกิดสุริยุปราคา ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ตามธรรมชาติ พ่อครูก็จะมาเทศน์พรุ่งนี้ ภันเต ติกขวีโร ภันเต ถิรจิตโต ก็ซ่อมสุขภาพรักษาเซลล์ ตอนนี้พ่อครูก็ปลดระวาง พ่อครูตอนนี้ก็ดูว่าพวกเราจะทำความเจริญให้เกิดขึ้น หรือความเสื่อมเกิดขึ้น พ่อครูประกาศว่าชุมชนชาวอโศกอยู่ในฐานอนาคามี งานนี้ก็มาฝึกฝนตัวตน ๐๗.๐๐ น.- ๐๙.๐๐ น. บำเพ็ญคุณตามฐานงาน โดย กลุ่ม ๑-๔ กลุ่มฐานงาน กลุ่ม ๕,๖ ถอนหญ้าถั่วเหลืองที่ลานกราบ ส.ม. เป็นหญิง เป็นแม่ฐาน กลุ่ม ๘ ปลูกถั่วขาว ที่ลานกราบ คุณดินงาม เป็นแม่ฐาน กลุ่ม ๙,๑๐,๑๑ ถอนหญ้า แปลงหอม กระเทียม ริมมูล ทางทิศตะวันตก แม่ฐาน คือ ปู่เถาว์ (แก่งธรรม ) กลุ่ม ๑๒ ถอนหญ้า ปลูกถั่วที่ริมมูลทางทิศตะวันออก คุณแอ็ด (ปลูกดิน) เป็นแม่ฐานงาน กลุ่ม ๑๓ ตัดยอดมัน หลังแท็งค์น้ำริมมูล คุณอ้อยเป็นแม่ฐาน กลุ่ม ๑๔-๑๕ ขนดินปลูก ที่สวนใสหม่วน คุณไม้ผลเป็นแม่ฐาน กลุ่ม ๑๖ สวนกะหล่ำปลี หน้าบวร คุณข้าดินเป็นแม่ฐานงาน กลุ่ม ๑๗ สวนเพอร์มาคัลเจอร์ คุณเปลี่ยน แสงสุข เป็นแม่ฐานงาน กลุ่ม ๑๘ โรงครัว ๑๒.๓๐ น. ถึง ๑๓.๓๐ น

อ่านต่อ

. พบสมณะ สิกขมาตุ ประจำกลุ่ม ๑๔.๐๐ น. ถึง ๑๖.๐๐ น. บำเพ็ญคุณตามฐานงาน วันนี้มีการขนหินหนัก ๗๗ ต้น เข้ามาบ้านราช

รายการภาคค่ำ วันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๒ เรื่อง “ อยู่ให้เป็น ” โดย ส. ฟ้าไท สมชาติโก สัมภาษณ์ -แม่คุณเจมส์ คือ คุณเพ็ญศรี อูนากูล ชอบกินขนมจีน ไม่ตักอาหารเยอะ ร้องเพลง ผู้ครองรัก อายุ ๗๖ ปี อยู่บ้านเลี้ยงหมา ๒๐๐ กว่าตัว มากว่า ๔๐ ปี มาอยู่บ้านราช เป็นคนเก็บตัว เป็นคนเด็ดขาด ไม่เอา คือ ไม่เอา นอนหลับดี ไม่มีฝัน -คุณ ป่าเย็น คนอโศก เป็นคนใหม่ อยู่ได้ ๘ เดือน อายุ ๘๑ ปี ชีวิตขับรถเมล์ รถทัวร์ เป็น คน จ. บุรีรัมย์ เป็นน้อง อ. เป็นต้น จบ ม.๓ ไปอยู่กรุงเทพฯ ๗๐ ปี ไม่กลับบ้าน เงินเดือน ๒,๕๐๐ ทิป อาทิตย์ละหมื่น อาบน้ำเองไม่เป็น กินข้าวตามโรงแรม มีเมีย ๓-๔ คน ลูก ๔ คน (เหลือ ๓) รถ ๔ คัน รายได้เป็นแสนไม่เหลือซักบาท พออายุ ๗๐ บ้านหมุนก็เลิกขับรถ ญาติแนะมาบ้านราช ได้กินมังสวิรัติ ไม่อยากเนื้อสัตว์อีกเลย มันเหม็นคาว มาฟังเทศน์ตอนเย็นทุกวัน ถ้าไม่มาจะหงุดหงิด กินมื้อเดียวมา ๙ วัน ไม่นึกหิวตอนเย็น อยู่บ้านราช อบอุ่นดี มาใหม่ๆ ถือไม้เท้า ปัจจุบันขาดีขึ้น เพราะออกกำลังกายทุกวัน ถีบจักรยานได้หลายวันแล้ว กินอาหารแบบปนคนกัน ที่นี่ดีที่สุดในโลก กวาดใบไม้ ๒ คนกับ ปรีชา ช่วยเหลือกัน -คุณ ละเอียด แช่มสะอาด อายุ ๗๕ ปี รู้จักอโศกเพราะไปชุมนุม บ้านอยู่พระประแดง เป็นคนโสด มาชุมนุมหัวค่ำ กลับบ้านดึกๆ ก็กลัวอยู่ ๖๕ ปี เลิกทาหน้า เป็นแม่ค้าขายหนังสือ ไม่คิดว่าชีวิตการแต่งงานจะมีความสุข เคยลองดื่มเหล้า ไม่เมา แต่มึน ไม่ติด พออายุ ๗๐ คิดว่าตนเองแก่ คิดทำประโยชน์อย่างอื่น นอกจากประโยชน์ส่วนตน นั่งรถไฟมาบ้านราช ช่วยเย็บผ้า ทำครัว ใครใช้อะไรก็ทำ ฟังธรรมพ่อครูรู้สึกกังขา ไม่สบายใจ ไปกราบเท้าพ่อครู ทำให้นอนหลับสนิท ไม่มีอะไรติดค้างใจ กินข้าว ๒ มื้อ มีความผาสุกดี ตั้งใจอยู่ไปเรื่อยๆ -คุณ สมัย อายุ ๗๒ ปี เคยเป็นครูที่ไม่มีวุฒิ เป็นคนอุบลฯ เป็นครูเกษตรที่พิษณุโลกจบเกษตรที่สุรินทร์ เรียนต่อเกษตรที่แม่โจ้ ได้เป็นครูฝ่ายปกครอง จะไม่ให้ยาบ้าเข้าไปสู่โรงเรียน เป็นครูที่เป็นห่วงนักเรียนมาก นักเรียน ๓,๐๐๐ คน ดูแลนักเรียนไม่ให้ติดยาบ้า แทบไม่ได้กินไม่ได้นอน จนเกือบตายก่อนเกษียณเริ่มต้นชีวิตใหม่วัย ๗๐ ด้วยชีวจิต ดร.สาทิส อินทรกำแหง ดูบุญนิยมทีวีที่บ้านทำงานทุกอย่างที่ทำได้ ภรรยาอนุญาตให้มาอยู่บ้านราชเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนแต่งงานคิดว่า จะแก้นิสัยแฟนได้ สุดท้ายแก้ไม่ได้ มาอยู่บ้านราชใกล้จะครบปีแล้วเป็นญาติหลวงตาสอน บ้านแดงหม้อ กินมื้อเดียวยังไม่ไหว กินได้ ๒ มื้อ สุขภาพดีขึ้นเรื่อยๆ ชีวิตคู่เป็นทุกข์ ทรมานทรกรรม มาวัดช้า แต่จะไม่ถอยเด็ดขาด

วันศุกร์ที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๒ ๑๔.๑๕ น. ระฆังปลุก เพื่อลุกทำความเพียร ๐๔.๓๐ น. สมณะ ผืนฟ้า อนุตตโร นำสวดมนต์ มีสมณะ ๒๒ รูป พระอาคันตุกะ ๓ รูป สิกขมาตุ ๑๕ รูป ฆราวาสชาย ๑๔๕ คน ฆราวาสหญิง ๔๕๕ คน รวม ๖๔๐ คน ๐๕.๐๐ น. พ่อครูแสดงธรรม…. _จาก เล็ก : ถามว่า สัมภเวสี ที่ทางศาสนาพุทธสายตรงหมายนั้น หมายถึงจิตวิญญาณของคนทั่วๆไปในโลกนี้ที่ยังเป็นปุถุชน กัลยาณชน หรือคือพุุทธศาสนิกชนและพุทธมามกะหรือไม่คะ พ่อครูว่า...สัมภเวสีก็แปลว่า คือในโลกของจิตวิญญาณของมนุษย์ที่ตายไป ตายแล้วก็ไม่มีร่าง จึงต้องแสวงหาที่เกิด แสวงหาร่างที่ๆเกิด แต่.. ในขณะที่เขาเองเขามีวิบากต่างๆ วิบากนั้น ยังไม่ให้มาสู่ร่างที่จะได้ดินน้ำไฟลม ร่างที่เป็นสัตว์โลก แน่นอน จิตวิญญาณนั้นไม่ไปเกิดเป็นพืชแน่ สัมภเวสีนี้ยังไม่ได้เข้าร่างที่มีดินน้ำไฟลมของสัตว์ มันมีวิบากจะต้องไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานก็ตาม แต่ยังไม่ถึงวาระที่จะต้องมาเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานที่มีร่างดินน้ำไฟลมหรือจะมาเกิดเป็นคน มีวิบากดี ถึงขั้นที่ได้ร่างคน คนก็ยังมีระดับอีกเยอะแยะหลายขั้น ตั้งแต่คนอีเดียด โมรอน จนกระทั่งถึงคนเต็มๆร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็นคนชั้นอบาย คนที่เต็มไปด้วยกามภพหนาแน่น หรือคนที่สูงขึ้นไปเป็นอริยบุคคล พ้นกาม เป็นพระสกิทาคามีเป็นอนาคามีขึ้นไป จนกระทั่งเป็นอรหันต์เป็นโพธิสัตว์ จนถึงปัจจุบันสัมมาสัมพุทธเจ้า ฟังธรรมะอาตมาแล้วก็จะเข้าใจพอสมควร ที่ยังไม่มีดินน้ำไฟลม 1. จะต้องไปตามวิบาก จะต้องไปเสวยสวรรค์ หรือจะไปเกิดในนรก ทุกข์อยู่ เหมือนคุณนอนฝัน คุณก็มีสวรรค์ในทุกข์หรือฝันเป็นสุข ก็ตามวิบากของใครของมัน ก็ยังไม่ได้มาเกิดมา ต้องใช้วิบาก หมดฤทธิ์หมดอำนาจของวิบาก ก็ถึงจะเปลี่ยนภพเปลี่ยนภูมิเปลี่ยนที่มาเกิด ในภพอย่างนั้นไม่ต้องอธิบายเลย ในตอนที่ไม่ได้ร่างเป็นคนเรา แก้ไขอะไรมันไม่ได้ ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปจัดการไปกำหนด ทำอะไรไม่ได้ เพราะเราไม่ได้ร่างดินน้ำไฟลม เรายังไม่มี สุรภาโว สติมันโต อิธพรหมจริยวาโส มนุษย์ชมพูทวีป มนุษย์ชมพูทวีป ไม่ได้หมายถึงว่านอกจากจะได้ร่างมาครบ ก็ต้องประกอบไปด้วย สุรภาโว องค์ประกอบของสภาวะที่พร้อมที่สัปปายะ 4 จะต้องมีสถานที่ที่ดี มิตรดี สหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดี มีบุคคลที่ดีมีสิ่งอาศัยที่ดี มีธรรมะที่ดี สัปปายะ 4 ต้องมีด้วย ถ้าไม่มีจะยากมาก ถ้าเป็นโพธิสัตว์คุณถึงจะอยู่ได้โดยไม่ต้องมีสัปปายะ 4 ถ้าอย่างนั้นหากอยู่นอกสนามแม่เหล็กโลกุตระจะถูกโลกดึงไป ต้องมีพลังในตัวเอง เป็นดวงดาวที่เป็นดาวฤกษ์เอง มีแสงสว่างในตัวเอง สั่งสมบริวารจนมีครบ 9 …. กลับมาที่สัมภเวสี สัมภเวสีที่ยังไม่มีร่างกาย มีจริง แต่พระพุทธเจ้าท่านบอกว่าอย่าไปพูดถึงเลย ท่านได้บริภาษภิกษุสาติ บอกว่า วิญญาณอย่าไปวุ่นวายกับวิญญาณสัมภเวสีวิญญาณที่ล่องลอยเลย พูดไปก็เท่านั้นมันทำอะไรไม่ได้ อธิบายกันก็ไม่รู้เรื่อง ถึงรู้ก็ไม่รู้หรอก ถ้าภูมิไม่ถึงว่า ล่องลอยอย่างนั้นจะเป็นอย่างไร จะเป็นอย่างไรก็จะไปยุ่งกับวิญญาณเหล่านั้นทำไม คุณศึกษาอันนี้ในปัจจุบันธรรมที่มีร่างกายแล้วมีดินน้ำไฟลมแล้ว คุณเป็นสัตว์เดรัจฉานเป็นสัตว์เซลล์เดียว ให้มันคิดมันก็คิดไม่เป็นเป็นแบคทีเรีย มันอยู่ในร่างกายคุณมันทำร้ายคุณ คุณพูดกับมันไม่รู้เรื่องหรอก สัตว์เดรัจฉานเป็นแมงหวี่แมงวันคุณพูดกับมันไม่รู้เรื่องหรอก คุณพูดกับไส้เดือนกิ้งกือคุณพูดรู้เรื่องไหม สัตว์เดรัจฉานหลายอย่างคุณพูดไม่รู้เรื่องหรอก สอนให้มันเชื่อง สัตว์บางชนิดเริ่มจะเชื่องได้ ไม่ระแวงรู้เชื่องแล้ว รู้ว่าจิตวิญญาณต่อจิตวิญญาณนี่คบได้นี่คบไม่ได้ สัตว์มันรู้แล้วมันก็พอไป เพราะฉะนั้นมาเอาจิตวิญญาณที่อยู่ในร่างมนุษย์ ได้เป็นมนุษย์แล้ว มนุษย์ที่ยังไม่ได้ภูมิอาริยะ มนุษย์เหล่านี้แหละ ที่เป็นสัมภเวสี อยากเกิดในแดนอาริยะ เขาจะค่อยๆศึกษา กว่าจะมีความรู้ว่าเราอยากเกิดเป็นอาริยะก็ไม่ใช่ธรรมดา ยากนะ ไม่งั้นวนในโลกเหมือนหนอนอยู่กับกองขี้ หาว่าเทวดาน่าโง่ โกงขี้นี่อร่อย อบายมุขนี่อร่อย จะเป็นนักการเมืองขี้โกงได้นี่แหละอร่อย ฉันมีความสุขเพราะฉันโกงมาได้ จนป่านนี้ยังใช้แค่ดอกนะ เงินต้นไม่ได้ใช้เลย แค่ดอกไหลเป็นน้ำก๊อกก็ใช้ไม่หมดแล้ว นั่งเครื่องบินส่วนตัวไปไหนก็ได้ จ้างช่างเครื่องมาไว้ดูแลอย่างดี จ้างคนขับอย่างดีไว้ คนขับไม่ดีเดี๋ยวพาไป มีสตางค์พอที่จะยังชีพไป ฝืนวิบาก เขายิ่งโกงยิ่งทำชั่วอีก อาตมาว่า ถ้าตายจะดีขึ้นกว่าเก่า ไม่ต้องมาใช้วิบากในฐานะที่มีอลังการมีทรัพย์สินเงินทองยศศักดิ์ เขาจะได้ไม่ทำชั่วเพิ่มขึ้นอีกสร้างวิบากเพิ่มขึ้นอีก อาตมาว่าตายดีกว่า พูดไปอย่างไรเขาก็ไม่ฆ่าตัวตายหรอกเขายังมีเงินทองมีอำนาจมากมาย เขาก็ไม่ฟังอาตมาด้วย ฟังอะไรรำคาญหู อยากตั๊นหน้า จะฟังทำไม สรุปแล้วสัมภเวสีคือจิตวิญญาณคุณได้ร่างแล้ว แต่คุณยังเป็นสัตว์สัมภเวสี อยากจะได้ภูมิภพของอาริยะ เป็นคนระดับอาริยะ คุณก็แสวงหา ถ้าคุณเองยังภูมิไม่ดี จบเปรียญ 9 จบดร.ทางศาสนาพุทธด้วย ก็ไม่รู้โลกุตระได้ เขาเจอพระพุทธเจ้าแลบลิ้นใส่ เขาคงนึกว่าพระพุทธเจ้านี่คงจะต่างจากคนทั่วไป ไม่เห็นจะเหาะมาเลย แต่นี่ไม่เห็นต่างจากคนทั่วไปเลยเราจะหล่อกว่าด้วยซ้ำ สู่แดนธรรมว่า...เขาก็บอกว่าเป็นให้พอเถอะพ่อ ประชดให้ พ่อครูว่า..อาตมาคงมีคนแดกดันว่า จะเป็นโพธิสัตว์ให้พอเถอะพ่อ อะไรอย่างนี้ เข้าใจสัมภเวสีนะ ภูมิยังไม่ถึงจะเจอมนุษย์ที่เป็นอาริยะ หรือเจอแล้วก็ไม่รู้ งมงาย เขาจะต้องแสวงหาเพิ่มเติม เดี๋ยวนี้มีสื่อมากมายก็จะเข้าหูเข้าตาไปเรื่อยๆ หากเขาไม่หยุดแสวงหา ก็พยายามได้ บารมี การศึกษา ภูมิฉลาดก็จะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สู่แดนธรรมว่า...มีผู้มิจฉาทิฎฐิคิดว่าปฏิบัติธรรมแล้วไม่ปรารถนาจะเกิดอีกก็เลยไม่แสวงหาภพภูมิที่สูงขึ้น ก็เลยเอาแต่นั่งหลับตา พ่อครูว่า..พวกคุณนั่งหลับตาก็ไกลจากวิเวก ในคุหัฏฐกสุตตนิทเทส อาตมาว่าครบ ตั้งแต่ผู้ไกลจากวิเวก ไปหลงในป่าข้องอยู่ในถ้ำ แล้วก็นั่งหลับตาอีก อาตมาว่าอธิบายละเอียดได้อีก คนที่จมอยู่ในถ้ำก็จะไม่แสวงหาที่เกิด เหมือนกับคนที่จมในการนั่งหลับตา ยึดในป่า เป็นเดียรถีย์ อาตมาจะพูดให้ตายอย่างไรเขาก็จมอยู่ในถ้ำ เป็นสัมภเวสีที่ไม่ได้ออกจากถ้ำ เขาก็เป็นคนที่จะพายเรือแล้วไม่แก้เชือก เชือกมัดอยู่ที่ฝั่ง เขาพายจ้ำพายๆเป็นอย่างนั้น ก็ดูน่าสงสาร เป็นอุทาหรณ์ที่จะชัดเจนขึ้น เหมือนกับพระพุทธเจ้ายกตัวอย่างพ่อแม่กินเนื้อบุตร วัวไม่มีหนังล คนเขาช่วยหิ้วปีกกลับก็วิ่งลงหลุมนรกอีก ฟังแล้วมันชัดเจนทำไมโง่ วิ่งไปลงหลุมนรกใหม่ คนที่ไม่รู้จักเจตนา ที่เป็นอาหารข้อที่ 3 ก็ยังไม่เท่าไหร่นะ เขาอยากขึ้นจากนรก แต่ตัณหามันจะพาไปลงนรก อาตมาพูดกลับกันแต่พวกคุณก็เข้าใจได้ ก็ยังไม่เท่าอันที่ 4 วิญญาณาหาร ไม่รู้จักนามรูป แยกไม่เป็น จมอยู่กับวิญญาณเหมือนหนอนกินขี้ แล้วคนก็ไปชี้ให้ ว่าขึ้นมาเถอะ แล้วมาล้างตัวจากสิ่งสกปรกก็ไม่เอา จะจมอยู่กับสิ่งนั้น จมอย่างไม่รู้ อย่าว่าแต่แยกนามรูปเลย คุณรู้ได้พยัญชนะภาษาเป็นได้ แยกเป็น 2 คุณก็พอเข้าใจได้เหมือนกัน Static Dynamic แต่ไม่เข้าใจถึงขั้นที่ว่าแรงเคลื่อนนี้มันเป็นนามธรรมมันเป็นธาตุรู้นะ ธาตุรู้ก็ต้องเป็นธาตุรู้ที่เข้าใจในรูปต่างๆ รูปเป็นอุตุ เป็นพีชะ เป็นจิตนิยามก็มีกรรมจัดการ เราตีแตกธรรมะ 2 เทวธัมมา ฟังไม่เป็น อาตมาอธิบายธรรมะเขาฟังไม่เป็นหรอก เขาไม่รู้ว่าพูดอะไร แล้วจะให้อาตมาไปพูดภาษาที่ไม่ใช่ธรรมะ อาตมาก็ไม่พูดไม่ไหวมันยาวมากจะใช้เวลานาน จะต้องไปยกตัวอย่างแม่น้ำร้อยสาย ไม่ใช่แม่น้ำ 5 สาย จะมาเกิดในแดนอาริยะ ศิวิไลซ์อยู่ไหนคุณก็จะต้องมีวาสนาบารมีพอ ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นกามนิต ที่แม้ว่า อาตมาบอกเราเป็นโพธิสัตว์เราเป็นผู้รู้คุณก็จะแลบลิ้นใส่ ตีทิ้ง แต่ถ้าคนที่มีภูมิก็จะรับฟัง ก็ได้เข้าไปซึมเข้าไปบ้าง แต่ช้า แต่ถ้าบอกว่าน่าสนใจ ที่จริงก็พูดดีเหมือนกันเนาะ จะลดอคติ ลดชังอาตมา แม้ไม่ดูดก็ลดผลักก็ยังดี เมื่อเหตุปัจจัยมากพอ จนกระทั่งสุดท้ายเข้าใจ จนมีอาริยธรรมอาริยภูมิในจิตมากพอ จนกว่าจะยอมรับเห็นไหมว่าไม่ใช่ง่ายๆกว่าสัมภเวสีจะตื่นกว่าจะมีภูมิที่รับได้ สัมภวะ + เอสี สู่แดนธรรม...จะได้ทำใจก็คือสัมภเวสีได้ทุกคน พ่อครูว่า...เอสี แปลว่าอันนั้นๆ เช่น เอเสวมัคโค ทางนี้ทางเดียว คุณเป็นผู้ที่มีภาวะที่จะรู้ว่า อ๋อ อันนี้ๆ อันนี้กับอันนั้นคนละอย่างแล้วแยกออกได้ มีการแยกอาการ ลิงค นิมิต สามารถแยกสิ่งที่ต่างกัน มีลิงค โลกียะกับโลกุตระไม่ต่างกันเลยใช่ไหม...ต่าง พวกที่ยังไม่แน่ใจ ก็นึกว่าภาษาสิริมหามายา แต่ไม่ใช่นี่พูดตรงๆว่าโลกียะกับโลกุตระนั้นต่างกัน ต่างกันสิ มันคนละขั้วกันเลย คุณก็จะรู้ความต่างได้ชัดเจน หรือว่าไม่ชัดเจน จะว่าไม่ต่างกันได้อย่างไร ดำกับขาวเลย มันชัดเจน สรุป สัมภเวสีก็มีอีกหลายขั้น ละเอียดขึ้น คนที่รู้จักแดนเกิด รู้จักที่ที่จะเกิดแล้ว ต้องเกิดในแดนที่เป็นสัปปายะ 4 นี้ อย่างไรๆ เขาก็อุ้มคุณไปแล้ว ไม่อุ้มก็ลากถูลู่ถูกังกันไป อย่างน้อยมาปฏิบัติธรรมหน้านองน้ำตาอยู่ ไม่ใช่หลงระเริงกับโลกียะก็หนาเปรอะเต็มไปด้วยโลกีย์เขลอะไปเรื่อยๆ อย่างน้อยมาอยู่ในนี้ ถูกลากไปถลอกปอกเปิกก็ยังดี ไม่อย่างนั้นมันก็หนาแน่น แม้หน้านองน้ำตาอยู่ อัดอั้นตันใจไป ก็ยังดีกว่าที่จะไปเสียเวลาอยู่กับอันนั้น สรุป สัมภเวสีคือแสวงหาที่เกิด ถ้ารู้ที่เกิดชัดแล้วอย่าเสียเวลา นี่พูดเท่าไหร่ก็ยังไม่เต็ม 777 เรามีเกิน 5 คนอยู่แล้ว 500 ก็ยังพอได้ รวมกันทีๆหนึ่ง วันนี้ถึง 500 ไหม ก็ถึงอยู่นะ ๐๗.๐๐ น. - ๐๙.๐๐ น. กลุ่ม ๑ ถึง กลุ่ม ๔ เป็นกลุ่มฐานงาน กลุ่ม ๕,๗ ลงสินค้าจักรสาน (คุณพุทธพิมไพร) ดูแล กลุ่ม ๖ ไปถอนหญ้าแปลงถั่วที่ลานกราบ ส.ม. เป็นหญิง แม่ฐาน กลุ่ม ๘ ไปถอนหญ้าริมแปลงนาคำยอด คุณก๋อย เป็นแม่ฐาน กลุ่ม ๙,๑๐ ไปสวนใสหม่อน คุณไม้ผล เป็นแม่ฐาน กลุ่ม ๑๑ ไปทำ ๕ ส. คานเรือ ดัดเรือ ส.ขุนศึกเป็นแม่ฐาน กลุ่ม ๑๒ ไปย้ายถาดเพาะกล้า เตรียมปักดำ คุณน้อย (ร้อยหล้า) แม่ฐาน กลุ่ม ๑๓ ไปปลูกข้าวที่ลานกราบ คุณดินงาม เป็นแม่ฐาน กลุ่ม ๑๔,๑๖ ไปถอนหญ้า แปลงกระเทียมริมมูล ปู่เถาว์ เป็นแม่ฐาน กลุ่ม ๑๕ ไปสวนกะหล่ำปลี อาจารย์ ข้าดิน เป็นแม่ฐาน กลุ่ม ๑๘ ไปสวนเพอร์มาคัลเจอร์ ข้างบวร คุณแสงสุก เป็นแม่ฐาน ๑๒.๓๐ น. - ๑๓.๓๐ น. พบสมณะ สิกขมาตุ ประจำกลุ่ม สนทนาธรรม ๑๔.๐๐ น. - ๑๖.๐๐ น. บำเพ็ญคุณลงฐานงาน

รายการภาคค่ำ วันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๒ เรื่อง “ สร้างบารมี ” โดย สม. ผาแก้ว ชาวหินฟ้า สัมภาษณ์ -คุณ นฤมล อิอิจิมะ พ่อของสามีเป็นคนญี่ปุ่น อยากได้คนไทยเป็นสะใภ้ และเลือก คุณนฤมล พ่อทั้ง ๒ ฝ่ายถูกชะตากัน ญี่ปุ่น อุณหภูมิ -5 องศาเซลเซียส ถึง 5 องศาเซลเซียส ลูกชายชื่อ กิตติพงษ์ อิอิจิมะ ชอบประเทศไทย คุณแม่พามาบ้านราช มีโอกาสเข้าค่ายหมอเขียว รู้สึกชอบ สามีมาอยู่บ้านราชรู้สึกใช่ อาหารดี อากาศดี พืชผักไร้สารพิษ กินมังสวิรัติ ไม่ลำบาก สงสารไก่ที่ถูกฆ่า ทานมื้อเดียวได้สบาย ช่วยงานกสิกรรมฐานงานปู่เถาว์ ขับรถได้ทุกประเภท กิตติพงษ์ ชอบสังคมแบบนี้เป็นแบบพี่น้อง ประทับใจกสิกรรมไร้สารพิษ คุณพ่อก็เหมือนลูก รู้สึกที่บ้านราชเป็นครอบครัวใหญ่ อบอุ่น คุณ สมนึก จ. ปัตตานี เป็นครู ลาออกปี ”44 เป็นไวยาวจกร 4 ปี ปี” 51 ไปอินเดีย ปี ” 52 ได้ฟังพ่อครูทาง Fmtv เห็นทุกข์ ลาออกจากไวยาวจกร ปี ” 53 มาทะเลธรรม -> นาแรงรัก -> สันติ -> วังจันพฤกษา -> ราชธานีอโศก แม่บ้านเสียชีวิตไปแล้ว ลูกสาวพิการต้องเลี้ยงดู มีพี่น้อง 8 คน เอาเงินบำนาญ (บาปนาน) ช่วยพี่น้อง การทำความดีไม่ต้องรอให้พร้อม 100% คุณเสริมศรี (ไข่ข่าว) จ. สมุทรสาคร มีลูก 2 คน เหลือคนเดียว แม่เสียชีวิตตั้งแต่เด็ก ไม่เคยเห็นหน้าแม่ อาชีพทำไร่ทำนา ลูกเปิดยูทูปบุญนิยมทีวีให้ดู 2 วัน ชวนลูกมาบ้านราชเลย เคยไปมาหลายวัด ไม่ประทับใจ เจออโศกนี่แหละ ที่หามานาน คุณสิริมาเป็นคนต้อนรับ และคุณลักขณา มาเจอน้ำท่วมใหญ่ ไม่คิดถอย ลูกกินมังสวิรัติประจำ แม่กินเฉพาะเทศกาล มาอยู่อโศก ไม่คิดจะไปวัดไหนอีกแล้ว (ปลุกดิน) เคยไปชุมนุมกับลุงกำนัน ยังไม่เข้าใจกองทัพธรรม มาประทับใจบรรยากาศบ้านราชทางยูทูป คุณสมนึกเชิญให้รีบมา คุณ สิริ ดีรัตนา พบอโศก ปี ” 24 อายุ 66 ปี เปิดร้านอิเลคโทรนิก์ส เป็นร้านมังสวิรัติ คุณตุ๊ก รอยทราย (เมตตา) เป็นคน กทม. เป็นลูกคนโต เป็นครูอนุบาลชมชื่น 20 ปี กินมังสวิรัติตั้งแต่ 15 ปี เจอปุ๊บทำได้เลย เหมือนเคยทำมาแล้ว รู้สึกอโศกคือ บ้านเรา นุ่งผ้าถุง เป็นเรื่องปกติ แต่ยังไม่กล้า ถอดรองเท้าเดิน บรรยากาศ พุทธธรรมวันอาทิตย์ครื้นเครง อยู่บ้านข้างวัดมานาน อยากมาอยู่บวรบ้านราชเต็มตัว มาอยู่แล้ว เหมือนได้กลับบ้านเดิม ไม่คิดกลับกรุงเทพฯ มาปุ๊บได้บ้าน ได้ตำแหน่ง ดูแลลูกหลานอนุบาล ตุ๊กติ้วครูตุ๊กไอมาเป็นปี อยู่บ้านราช 2 เดือน หาย

คุณ สิริ (หินทอง) ดีรัตนา เคยมาบ้านราช ตั้งแต่รุ่นบุกเบิก พค.35 เป็น ผรช. ผู้ปกครองนักเรียนพุทธธรรม เลยต้องเคร่งครัดเป็นพิเศษ แต่งงานใหม่กับคุณตุ๊ก ต้องปรับปรุงตัวทุกอย่าง เป็นคนเขียนเพลงบัวบูชาให้บ้านราช สุดท้ายมาอยู่บ้านราช มีความสุขครับ หน้าใสๆ มันใสมาจากข้างใน คุณสิริ แต่งเพลงได้เวลามากราบเท้าพ่อ ร้องสดๆ พร้อมเล่นกีตาร์ ไปบ้านราชกัน วันนี้เลย อย่ายินดีในความเนิ่นช้า

วันเสาร์ที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๒ ๑๔.๑๕ น. ระฆังปลุกให้ลุกขึ้นมาร่วมบำเพ็ญบารมี ๐๔.๓๐ น. สมณะ ๒๖ รูป สิกขมาตุ ๑๑ รูป ปะ - กรัก ๕ คน ฆราวาสชาย ๒๐๑ คน ฆราวาสหญิง ๕๐๗ คน รวม ๗๕๐ คน ๐๕.๐๐ น. พ่อครูแสดงธรรม อาหารของนิวรณ์ [522] สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงอาหารและสิ่งที่มิใช่อาหารของนิวรณ์ 5 และโพชฌงค์ 7 แก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟังเรื่องนั้น. [523] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็อะไรเล่า เป็นอาหารให้กามฉันทะที่ยังไม่เกิด เกิดขึ้นหรือที่เกิดแล้ว ให้เจริญไพบูลย์ยิ่งขึ้น? ดูกรภิกษุทั้งหลาย ศุภนิมิตมีอยู่ การกระทำให้มากซึ่ง อโยนิโสมนสิการ ในศุภนิมิตนั้น นี้เป็นอาหารให้กามฉันทะที่ยังไม่เกิด เกิดขึ้น หรือที่เกิดแล้วให้เจริญไพบูลย์ยิ่งขึ้น . พ่อครูว่า...ศุภนิมิตหมายความว่าเป็นเรื่องดีเป็นมูลเป็นเค้าเป็นเหตุ เป็นเครื่องหมายที่ดี มูล เค้า เหตุ ที่ดี ไปเห็นว่าดี หรือไม่เห็นว่าดี ขณะนี้เห็นว่าดีหรือเห็นว่าไม่ดี?...ไม่เห็นสิ อโยนิโสฯ การกระทำให้มากซึ่งอโยนิโสมนสิการ อโยนิโสมนสิการ หมายถึงที่จุดเกิดเลย อโยนิโส ถ้าใครไม่เจอจุดนี้ จุด ณ หทยรูป จุด ที่คุณจะต้องมีรูปมีนาม หทยรูป แล้วคุณต้องมีนามต้องมีปัญญา เข้าไปสัมผัสถึงจุดนี้ ถ้าไม่มีปัญญาสัมผัสถึงจุดนี้ พลาด ไม่ถ่องแท้ ไม่ลงไปถึงที่เกิด ไม่แยบคาย ไม่ละเอียดลออพลาดผิดแน่นอน แล้วไปกระทำให้มากซึ่งอโยนิโสมนสิการในศุภนิมิต ศุภนิมิตคือสิ่งที่ถูกต้องแต่คุณไม่เลย คุณอโยนิโส แล้วคุณก็ทำใจในใจของคุณ อโยนิโสมนสิการ ทำใจในใจของคุณอย่าง อโยนิโส ไม่ถ่องแท้ก็คือไม่ถูกต้องแล้วไปเข้าใจว่าศุภนิมิต สู่แดนธรรมว่า ศุภนิมิตนี้เป็นอาหารของกาม พ่อครูว่า...ไปทำการ อโยนิโสมนสิการ ซ้อนในศุภนิมิตนั้น ขึ้นต้นว่าก็อะไรเล่าเป็นอาหาร ให้กามฉันทะที่เกิดขึ้น หรือที่เกิดแล้ว งอกงามไพบูลย์มากยิ่งขึ้น กามฉันทะเจริญ ศุภนิมิตมีอยู่ ไปเห็นว่าเป็นนิมิตดี ใช่เลย หลงเลย ใช่แล้วใช่เลย การทำให้มากซึ่งอโยนิโสมนสิการ ก็คือ คุณไม่ถูกต้อง ทำใจในใจไม่ถูกต้อง อโยนิโส แปลว่าไม่ถูกต้องถ่องแท้แยบคายไม่ลงไปถึงที่เกิด ในศุภนิมิต ไปยึดถือกามฉันทะเป็นศุภนิมิต แล้วก็ยังไป อโยนิโส อีก ความซับซ้อนกลับไปกลับมา มันก็ยิ่งผนึกแน่นเข้าไปใหญ่แล้วไปหลงผิด หลงว่าเป็นสิ่งที่ถูกก็ผนึกเข้าไปอีก ผนึกเข้าไปแล้วก็นึกว่าถูกก็ผนึกเข้าไปอีกนึกว่าถูกอีกก็ผนึกเข้าไปเอง ก็เลยงอกงามไพบูลย์ ก็คืออวิชชางอกงามไพบูลย์ สรุป นี้เป็นอาหารให้กามฉันทะที่ยังไม่เกิด เกิดขึ้น หรือที่เกิดแล้วให้เจริญไพบูลย์ยิ่งขึ้นไม่รู้กี่ชั้น

[524] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็อะไรเล่า เป็นอาหารให้พยาบาทที่ยังไม่เกิด เกิดขึ้นหรือที่เกิดแล้ว ให้เจริญไพบูลย์ยิ่งขึ้น? ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปฏิฆนิมิตมีอยู่ การกระทำให้มากซึ่งอโยนิโสมนสิการในปฏิฆนิมิตนั้น นี้เป็นอาหารให้พยาบาทที่ยังไม่เกิด เกิดขึ้น หรือที่เกิดแล้วให้เจริญไพบูลย์ยิ่งขึ้น . พ่อครูว่า... อย่าลืมว่าความชอบหรือไม่ชอบเป็นเหรียญอันเดียวกันแยกกันไม่ได้นะ ตกลงได้เหรียญมา 1 เหรียญด้านหนึ่งเป็นกามฉันทะอีกด้านหนึ่งเป็นพยาบาท ก็นึกว่าได้แล้วยอดทรัพย์ แล้วแม้แต่กามฉันทะกับพยาบาทก็ตีไม่แตกแยกไม่ออกว่าคุณหลงอะไร คุณเหมาหมดเลย โง่ในความสุข โง่ในความทุกข์ โง่ในชอบ โง่ในชัง โง่ในเทวะ 2 คุณตีไม่แตกว่าเป็นหนึ่งแล้วคิดว่าใครอย่ามาตีแตกนะถ้าตีแตกเอาตาย รักษาเหรียญนี้ไว้ นี่แหละคือเทวะ เขาก็ได้อันนี้เป็นอาหาร

[525] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็อะไรเล่า เป็นอาหารให้ถีนมิทธะที่ยังไม่เกิด เกิดขึ้น หรือที่เกิดแล้ว ให้เจริญไพบูลย์ยิ่งขึ้น? ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความไม่ยินดี ความเกียจคร้าน ความบิดขี้เกียจ ความเมาอาหาร ความที่ใจหดหู่มีอยู่ การกระทำให้มากซึ่งอโยนิโสมนสิการในสิ่งเหล่านั้น นี้เป็นอาหารให้ถีนมิทธะที่ยังไม่เกิด เกิดขึ้น หรือที่เกิดแล้ว ให้เจริญไพบูลย์ยิ่งขึ้น. พ่อครูว่า... โดยเฉพาะเวลานอนลุกขึ้นมาก็บิดขี้เกียจ ใครยังมีบิดขี้เกียจอยู่? ปวดเมื่อยก็ไม่มีบิดขี้เกียจ เมื่อยก็นวด บิดขี้เกียจนี้เป็นการแฝง ภาษาไทยคำว่าบิดขี้เกียจเป็นอาการแฝงเป็นอุปกิเลส คุณเคยเห็นพวกหมาก็ดีพวกแมวก็ดีมันบิดขี้เกียจไหม คนที่ยังไม่ชาคริยา คนที่ยังไม่ตื่น คนที่ตื่นแล้วไม่มีการบิดขี้เกียจหรอก จะเจ็บจะปวดตรงนั้นตรงนี้ตรงไหนก็บีบนวด(มีคนถามว่า การยืดเส้นยืดสายเป็นอย่างไร) การยืดก็คือตังเมยางเหนียว กิเลสตัณหาเป็นยางเหนียว การเป็น 2 ชิ้นนี้ดูง่ายแต่ถ้าผนึกด้วยยางเหนียวเป็นหนึ่งนั้นมันยาก เป็นรูปธรรมก็คือการบิดขี้เกียจ ไม่ใช่เรื่องเล่นนะเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ ฝึกให้ดีๆ อาตมาพูดถึงเรื่องนี้หลายครั้ง ว่า ผู้ที่ตื่นปุ๊บก็สว่างเลย ไม่มีถีนมิทธะ การบิดขี้เกียจก็คือมีถีนมิทธะ ความเมาอาหารนี้ เหมาอาหารหมดเลย อาหารยิ่งใหญ่มาก เป็นเครื่องอาศัย คุณยังไม่รู้ว่าคนเมาอะไรเป็นเครื่องอาศัยด้วยซ้ำ เหมาเข่งอาหาร คุณต้องอาศัยมันก่อนต้องมาแยกแยะ คุณเมาขี้ฝุ่น เมาอาหาร เราเมามหาจักรวาล เราเมาจักรวาลน้อย จักรวาลใหญ่ จักรวาลน้อย มีดาวนพเคราะห์ 9 ดวง เราเมาจะเป็นเจ้าโลก เหมือนยังกับโดนัลด์ทรัมป์กำลังทำ ก็จะต้องเป็น the great ยิ่งใหญ่ในโลก นี่แหละจริงๆเลย ขออภัย โดนัลด์ทรัมป์ แต่แกไม่ประสีประสาไม่รู้เรื่องเลย แกจะแย่ยิ่งกว่าด.ช.ภูมิพุทธ ๆ จะฉลาดยิ่งกว่าโดนัลด์ทรัมป์ เรื่องที่แกเมา จะเป็นเจ้าโลก ขออภัยที่ต้องพูดความจริงไม่ได้ดูถูก แต่มันเป็นเรื่องผิดเรื่องบาป คำว่าดูถูกนี้สลับกันไป เป็นสิริมหามายา คือมันไม่มีราคา มันถูกมาก ดูถูกแต่มันผิด แต่เจ้าตัวไม่รู้ว่าผิด ขณะนี้กำลังพูดกันว่าอาหารของถีนมิทธะคือ ความไม่ยินดีความเกียจคร้าน แล้วไม่พอ ยังขายขี้หน้าตัวเอง บิดขี้เกียจให้คนอื่นเห็นอีก ก็ขี้ของคุณเกียจ ขี้คร้านของคุณ แล้วคุณก็มาบิดให้-หยดให้คนอื่นเห็นอีก ไม่ต้องอวดโชว์ว่าฉันมีขี้เกียจคือน้ำนี้ แต่เปล่า บิดออกมาเป็นทั้งน้ำทั้งก้อนเลย เพราะในโลกก็มีดินน้ำไฟลม ไฟลมคือ Dynamic ดินกับน้ำก็คือ Static เป็นคู่ อย่างนี้เป็นต้น อาหารเป็นเครื่องอาศัย แต่นี่เกินกินมันเมา อาหารนี้เหมาเข่งหมดนะ ใจหดหู่ มันเกาะแน่นเหนียว ยิ่งกว่าตังเม หดหู่มีอยู่ นี้เป็นอาหารให้พยาบาทที่ยังไม่เกิด เกิดขึ้น หรือที่เกิดแล้วให้เจริญไพบูลย์ยิ่งขึ้น คือ คำสอนของพระพุทธเจ้าลึกซึ้งซับซ้อน ปฏินิสสัคคะ คือ ไม่มีสวรรค์ แต่คุณก็ไปหลงว่ามันมีก็ซับซ้อน สวรรค์แล้วสวรรค์อีก ทั้งๆที่มันไม่มีอะไรเป็นลมเป็นแล้งก็ปั้นเป็นตัวเป็นตนไป ยิ่งกว่าปั้นอากาศ ปั้นความอุปาทาน ปั้นความไม่มีตัวตน เป็นความยึดสิ่งที่ไม่มีนิรมาณกายเป็นกายที่มี แต่คุณเนรมิตเองสร้างขึ้นมาเอง ทั

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน