เพลงสัจจชีวิต ชุด ขวัญ.docx
เนื้อหาในไฟล์
เพลงสัจจชีวิต ชุด “ ขวัญ ” เนื้อร้อง – ทำนอง โดย รัก รักพงษ์
เพลงในชุดนี้ ขวัญ 3.42 สมาน กาญจนะผลิน เรียบเรียงเสียงประสาน สุเทพ วงศ์กำแหง ขับร้อง ป่ากาม 2.44 สุพจน์ สอนจรูญ เรียบเรียงเสียงประสาน จินตนา สุขสถิตย์ ขับร้อง ตะวันทอฟ้า 3.02 ปราจีณ ทรงเผ่า เรียบเรียงเสียงประสาน ทิพย์วรรณ ปิ่นภิบาล ขับร้อง คนโลกเก่า 3.49 ปราจีณ ทรงเผ่า เรียบเรียงเสียงประสาน พูลศรี เจริญพงษ์ ขับร้อง คนโลกใหม่ 3.01 ปราจีณ ทรงเผ่า เรียบเรียงเสียงประสาน ฮอทเปปเปอร์ ขับร้อง ผู้แพ้ 3.04 วิชัย อึ้งอัมพร เรียบเรียงเสียงประสาน ทิพย์วรรณ ปิ่นภิบาล ขับร้อง ขันติต้องไม่จาง 3.01 สุพจน์ สอนจรูญ เรียบเรียงเสียงประสาน จินตนา สุขสถิตย์ ขับร้อง ภราดรภาพ 5.27 ปราจีณ ทรงเผ่า เรียบเรียงเสียงประสาน ขับร้องหมู่ สันติภาพ 3.37 สมาน กาญจนะผลิน เรียบเรียงเสียงประสาน สุเทพ วงศ์กำแหง ขับร้อง สันติภาพผี 3.01 นริศ ทรัพย์ประภา เรียบเรียงเสียงประสาน เพ็ญศรี พุ่มชูศรี ขับร้อง สันติภาพประกาศิต 3.01 นริศ ทรัพย์ประภา เรียบเรียงเสียงประสาน สันติ ลุนเผ่ ขับร้อง
อิสรเสรีภาพ 2.55 ปราจีณ ทรงเผ่า เรียบเรียงเสียงประสาน ฮอทเปปเปอร์ ขับร้อง ภราดรภาพ (ดนตรี) 5.27 ขวัญ (ดนตรีฝึกร้อง) 3.42 ผู้แพ้ (ดนตรีฝึกร้อง) 3.04 สันติภาพ (ดนตรีฝึกร้อง) 3.37
ประสานงาน : อำนาจ กาญจนะผลิน อำนวยการจัดบรรเลง : ปราจีณ ทรงเผ่า บรรเลงทึกเสียง : ปราจีณ ทรงเผ่าสุเทพ, วิชัย อึ้งอัมพร, ศาสสัณฑ์ บุญญาสัย ห้องบันทึกเสียง : ไพบูลย์ สติวดิโอ บันทึกเสียง : มนตรี โรจนถาวร (หิน)
K.S. SOUND ฝ่ายจำหน่าย
มิถุนายน ๒๕๒๙
ขวัญ ขวัญ…..คือมิ่งสิ่งรักล้ำประจำร่
อ่านต่อ
าง ขวัญ…..จักสร้างพลังใจให้คงมั่น ขวัญ…..สิ่งนี้ที่ทุกผู้รู้สำคัญ ขวัญ …..คิดเพียงแจกกัน กับขวัญก่อเองขวัญใดที่ดี ถ้าหากเป็น “ขวัญ” เขาเจิมจุณเพรียกเรียกขอ มันก็เป็น “ขวัญ” เสริมเติมต่อเพียงสอวาดสี แต่หากตนก่อตนแกร่งแต่งกรรมให้ดี เพียรทวีมีศีลขันธ์จักขวัญยืน ๒๙ กันยายน ๒๕๐๘ ป่ากาม โลกนี้มีไหมใครมิเคยเอ่ยงามเอ่ยสวย ใครช่วยเชิญไขให้ความหมาย รูปรสกลิ่นเสียงเพียงแตะใจกาย รื่นรมย์หลากหลายย่อมกลายย้ำกามเหิมเกริม ใครสวยใครเสริมจนเยิ้มงาม ค่าใดใคร่ถามที่เห่อเกินหามห่ามใจเหิม เปลืองไหมแพงไหมใยได้แต่เสริม อย่าเติมเหิ่มหาบ้าร้ายห่าร้ายลงเมือง ไยไม่คำนึงนึกถึงความจริง มารสิงใจจนป่นเปลือง ป่ากามเข้มเต็มเมือง ร้อนเรืองลามไหม้รนก่นทรมาน คนเอ๋ยเคยหวนทวนคิดกันแค่ใด ใช่ฝันตามก้นคนฝัน สร้างทางผลาญ มองหามาเห็นทางให้ใจหาญ ต้านโลกีย์สานม่านศีลสร้างสรรสังคม…..
๒ ก.พ. ๒๕๒๘
ตะวันทอฟ้า มืดมนหม่นฟ้าหล้าแดนแม้นเพลิงแผดเผา แย่งชิงโฉดเฉาเร่าแรงร้อนฟอนไฟบ้า คนใดใครดลข้นใจไร้จนระอา เดือดร้อนแรงกล้าด้วยอวิชชาพาต่ำ ทั่วเมืองเฟื่องเฟ้อต่างพลอยเผลอใจให้ผี กระหน่ำย่ำยียี่เยินหลงเพลินคำพร่ำ ลวงกันลั่นไกใช่คนพ้นใครใจดำ ต้องเน้นเข็นธรรมเข้านำค้ำชูกู้ชน ฟ้ามืดจืดจางห่างแสงแห่งธรรม จึ่งซ้ำต่ำแสนไม่แม้นเมืองคน มาเถิดเทิดธรรมนำผล กระตือรือร้นไม่พ้นคนเพียร มืดใดไม่แคล้วแน่วแรงแสงธรรมเถอะหนา ตะวันทอฟ้าหล้าเรืองเหลืองพลันผันเปลี่ยน แดนทองแดนธรรมด่ำดอมน้อมนำจำเนียร สาดแสงแรงเพียรแผ้วพาฟ้าธรรมฉ่ำเมือง
ทำนอง แต่ง ๔ มี.ค. ๒๕๑๐ คำร้อง แต่ง ๒๙ พ.ย. ๒๕๒๗
คนโลกเก่า แทรกมวลแมกไม้ลอยมา แทรกดินแทรกฟ้าลอยไกล แทรกธารทะเลลมไล้ พลังแทรกซ้อนบ่อนไชแทรกซอนไปทุกที่ ร้อยสื่อพันสารหว่านล้อม แพร่ยวนย้อมไปเร็วรี่ นั่นคือสื่อเชื้อโลกีย์ ย่ำยีบีฑามานุษ สุดทุกข์สุดทน ตราบใดไม่ย้อนทวนทาง ตราบใดไม่ล้างใจคน ตราบใดไม่ยอมฝึกฝน ลดโลภโกรธหลงส่งตนจนหยุดลามร้อนเร่า ร้อยหมื่นรวยล้านลาภล้น ยอดคนยศใครใดเท่า ปราดเปรื่องเขื่องล้นคนเรา ก็ยังคือคนโฉดเขลาเก่าซ้ำโลกเดิม
๑๒ มิ.ย. ๒๕๒๘
คนโลกใหม่ แต่ก่อนแต่ไรไหนมา ชีพคนใช้ค่าโลกธรรมวัดคน แบ่งบ่าวเจ้ามีหรือจน นั่นกลชี้ค่าชาติคนโลกเก่า ครั้นถึงซึ่งปางพุทธองค์ สางทุกข์ส่งธรรมย้ำเรา ให้หน่ายคลายตัวมัวเมา กลับเฉาเปล่าดายคล้ายเดิมเติมต่ำร่ำไป เบ่งศักดิ์แบ่งศรี ร้ายมีเรียนมากถากไถ ถมถืดจืดใจ ถึงใครเตือนใดไม่ฟัง หากหัดศรัทธาศีลพอ ฝึกจาคะต่อก่อปัญญาพุทธัง ตัดกิเลสมูลสูญญัง ไต่ตามสังโยชน์โคตรคนโลกใหม่
๑๒ ก.ค. ๒๕๒๘ ผู้แพ้ ระกำดวงใจกระไรหนอบาป แสร้งสาปวนเวียนเจียนจนช้ำป่นฤทัยร้าวในอกเรา เบียนเบียดจนสุดทนบรรเทา ทุกสิ่งไซร้ดูซมเซา กระเซ็นมลายพ่ายไป ฉันทนทานใจกระไรเหลือข่ม ยิ่งตรมระทมทวีลี้หลบชะตาระอาอกใจ อยู่ก็อยู่อย่างผู้ปราชัย ช้ำสุดช้ำในทรวงใน ทรงกายทรงใจอยู่เอย แพ้จนสูญสิ้นสลาย ทำลายเราป่นสุดทนเปรียบเปรย แพ้ไปทุกสิ่งอกเอ๋ย ไม่เหลืออันใดเลย ชะตาเอ๋ยช่างเลวทราม แพ้เกมชีวีสิ้นดีทุกอย่าง แต่ก็ภูมิใจไม่จางที่จิตของเรามิเลวพ่ายตาม ยังยิ่งยงเป็นใจดวงงาม แพ้ก็แพ้ชะตาทราม ดวงใจทรงความมั่นคง ๑๒ เม.ย. ๒๔๙๘
ขันติต้องไม่จาง (แสงธรรมต้องทอบวร) เพ่งมองผ่านเมฆเฉกใจให้ช้ำ คล้ำดำซ้ำเป็นเห็นปานขวานผ่า ความคิดเคยเฉยเชือนก็เตือนตามมา แม้เพียรเพ่งแพงแรงพาผองธรรมก้าวมาหน้าแนวแล้วเล่า ก็ยังช่างเย็นเช่นยาค่าไร้ หรือคนไซร้ซานเขลาคลานคุกเข่า ยอมซบจนซ้อนจมใต้ตมซมเซา มิเงยหน้าเลยเคยเนาฉันใดก็เยาว์เยี่ยงเดิมโธ่เอ๋ย ฟ้าดินผินเพลินเผินพลอย เมินไม่คอยเอื้ออวยช่วยใดไยเฉย หรือธรรมต่ำศักดิ์นักจึงปึ่งเลย คนเอ๋ยควรครวญใคร่ก่อน ผิว์เป็นเช่นใดไม่ควรด่วนท้อ แข็งพอขอเพียงมิพาลเพี้ยนผ่อน ยังยิ่งยงยั้งยืนหยัดทนอาทร (๑) แสงธรรมต้องทอบวรมิจางจิตถอนเทิดธรรม สู้ทน (๒) แสงธรรมต้องทอบวรมิจางจิตถอนเทิดธรรม เถิดเทอญ ๑ พ.ย. ๒๕๒๗ ภราดรภาพ (สร้อย) ภราดรภาพเพราะคนหยาบบาปจึงหนา ภราดรภาพสังคมบาปจึงเหมือนสาป ภราดรภาพล้างเลิกบาปจึงพ้นสาป ภราดรภาพนี้กำซาบอาบฝังใจ จะรอจะคอยก็พลอยแต่จะพาเพ้อ ละเมอเสนอเพียงพร่ำ อวดรู้ชูโชว์โอ่ทฤษฎีที่ชี้จนฉ่ำ ต่างคลำต่างทำก็ย้ำก็ย้อน (ร้องสอด) ภราดรภาพเพราะคนหยาบบาปจึงหนา ภราดรภาพสังคมบาปจึงเหมือนสาป อย่าคอยอย่ารอยุ่งเราอย่าเมาฝันค้าง มาเลยมุ่งล้างตนก่อน เทิดศีลเป็นธงส่งค้ำนำพาอย่าเพี้ยนเพียรผ่อน ขืนหยาบขืนหย่อนเดี๋ยวเถอะปราชัย (ร้องสอด) ภราดรภาพสังคมบาปจึงเหมือนสาป ภราดรภาพล้างเลิกบาปจึงพ้นสาป เมื่อธรรมค้ำจุนเรา เลิกอบายหายเมาแม่นศีลมั่นไว้ มวลใดแม้นคนดีโกรธร้ายคลายไป กามโลภในใจจืดจาง (ร้องสอด) ภราดรภาพล้างเลิกบาปจึงพ้นสาป ภราดรภาพนี้กำซาบอาบฝังใจ จะยืนจะยันจะพลันเกิดมวลชนผอง รวมเป็นพี่น้องตัวอย่าง แจกน้ำใจเจือเอื้อเฟื้อเมตตาขยันสรรสร้าง ๑. ล้วนสละล้วนต่างซึ้งตอบต่อกัน (ร้องสอด) ภราดรภาพ นี้กำซาบอาบฝังใจ [ร้องซ้ำสร้อยทั้งหมดอีกเที่ยว] ๒. ล้วนสละล้วนต่างซึ้งตอบขอบคุณ (ร้องสอด) ภราดรภาพ นี้กำซาบอาบฝังใจ [ร้องซ้ำสร้อยทั้งหมดอีกเที่ยว]
๑๒ ก.ย. ๒๕๒๘ สันติภาพ สันติภาพเอย…สันติภาพเอย…..สันติภาพเอ๋ย….. โลกธรรมอำนาจเด่นเป็นของปองหมาย แข่งรวยแข่งอาวุธร้ายกลายเป็นบ้า คนทำตนวนจนเกิดความสับสนซ่อนซ้อนเชิงกลหวาดผวา หลงอวิชชาว่าเป็นความรู้ ต่างแนวคิดโลมหลงจิตต่างฝันสันติธรรม สันติภาพเอย…สันติภาพเอย….สันติภาพเอ๋ย…. ด้วยโพชฌงค์คงมรรคแปดเป็นทางทวนกระแส ค้นความจริงดูรู้จริงให้จริง ปราชญ์องค์ผู้ทรงพุทธแท้แลจริงยิ่ง เลยกลายเป็นพรางจึงเกิดศึกกลางสันติซ้อนชอนไชอดสู ใครเรียนตรงตามงามต้นกลางจรดปลายไล่ผีที่ใจถูกสิง แย่งกันแยกกรรมซ้ำร้ายทำลายหมู่ พ้นมารพาลพิงนี้จริงยิ่งกว่า โลกเมืองคนทนทุกข์ยากหลากหลายรายล้อม หากเย็นให้ยอมน้อมรับธรรมนำค่า พึงบำเพ็ญเพียรเรียนเลิกละขยันสร้างสรรกล้าจนเถิดหนา ศีลนำกรรมพาพบสันติเอง สันติภาพเอย… สันติภาพเอย…… สันติภาพเอ๋ย…..
๑๗ ก.ค. ๒๕๒๘
สันติภาพประกาศิต ขอ….มั่นยืนยันกันสุดซึ้ง สันติภาพพึงเพียรเข้าถึงดั่งฝัน ต้องทำกรรมของตนนั้น คั้นมาเป็นบุญ แม้……. จะรวมหัวกันขั้นไหน สูงจนต่อให้รั้งโลกไว้หยุดหมุน แต่คนไม่ย้ำกรรมหนุน บุญตนก่อนใคร ๆ จะก่นหาคนร้อง ให้แซ่ซ้องปานใด ก็ไม่สมความหวังดั่งขานไข ถ้าไม่ทำให้คนประพฤติตนจนแจ้งธรรม ผอง…กิเลสตนตัวชั่วร้าย รู้กันง่ายดายกันที่ไหน…จึ่งซ้ำ ให้คนทนทุกข์ถลำ แม้นทำไม่ถูกทาง
๖ มี.ค. ๒๕๒๙ สันติภาพผี สันติภาพเอย….. เอ่ยคำก็ช้ำหนักหนา สันติภาพจ๋า….. หน้าตาตัวแท้อยู่ไหน หาทางต่างใฝ่…. ไขว่คว้าค้นจนเลือดไหล โถ! มีอยู่ไหม….. หรือไกลสุดกู่ สันติภาพเอย…. ต่างเคยกล่าวขวัญมั่นใจ สันติภาพไป….. อยู่ใด ยูฮู้-ยู่ฮู ทุกคนก่นพร่ำ…. ร่ำปองร้องจนก้องหู สันติภาพหรู…. รู้กันแต่นาม ต่างคนคอยวันฝันจริง…. ยิ่งใหญ่ในหล้า สันติภาพพาแววหวาม แต่กลับกลายเป็นขุกเข็ญ เห็นเต็มไปด้วยสงคราม หลงกาม กิน เกียรติ เสียดสี สันติภาพเอย… จะเลยจะร้างโลกฤๅ สันติภาพคือ…. ภาพคนทนทุกข์สิ้นดี หรือคนสุดเก่ง…. ก่งกันนั้นเพียงเท่านี้ สันติภาพผี…. ชี้ใครหลอกคน….. ๒๒ ก.พ. ๒๕๒๙
อิสรเสรีภาพ อิสระเป็นเช่นใด ใช่ฝันกันได้ง่าย อิสระกายแต่ใจไม่พ้น คนคือทาส เพราะเพียงกามโกรธยัง บังอาจ ขลาดกลัวแท้ แพ้มันไม่สร่าง อิสระเป็นเช่นไร ใช่นึกทึกทักได้ อิสระใจหากใครเข้าถึง ซึ้งเกินอ้าง ร้อยครูเชิญเลือกดู เอาอย่าง ต่างครูรู้ ครูใดใช่จริง แทบสุดถวิลสิ้นหวัง แม้นหยั่งจริงยังไม่ซึ้ง หรือไม่มีพุทธฉุดดึง ถึงแก่นแม่นพาพึ่งพิง ถ้าหากใครใดหมิ่นเมินเผินต่ำผิดธรรมที่จริง เพราะถูกมารลวงช่วงชิงสิงแสบแอบอิงยิ่งจม อิสระคือบุคคลผู้พ้นโลกีย์ได้ ใช่ปองสิ่งใดก็มีได้สม อารมณ์บ่ม นั้นแล แย่แก่มาร มันข่ม ยิ่งสั่งสม ถมใจใคร่ครอง ใช่สุดถวิลสิ้นหวัง แม้นหยั่งเรียนไปให้ถึง ใช้ศาสตร์แห่งพุทธฉุดดึง เหมือนหนึ่งพึ่งแกนแท่นทอง และหากใครใดยิ่งมี เพชรตัดขัดสีช่ำชอง เหมือนหมั่นบั่นมารกั้นกรอง ผองกิเลสมันต้องจาง อิสระเป็นเช่นคนผู้พ้นความเป็นทาส ปราศจากปวงบ่วงกิเลสไซร้จนใจว่าง เสรีภาพอาบพลีฟรีกว้าง…แต่พรางซ้อนสังวรให้ดี. ๒๙ ม.ค. ๒๕๒๙