430710 พิจารณาอย่างไรให้สลายอัตตา
เนื้อหาในไฟล์
430710 พิจารณาอย่างไรให้สลายอัตตา
ต่อจากนี้ไปขอเชิญท่านรับฟังการให้โอวาทเรื่องลดอัตราสลายทิฐิจนสูญสิ้นโดยพ่อท่านสมณโพธิรักษ์
เมื่อวันที่สิบกรกฎาคมพุทธศักราชสองพันห้าร้อยสี่สิบสาม
ณ
พุทธสถานประถมอโศกจังหวัดนครปฐมขอเชิญท่านรับฟังได้
ณ บัดนี้
การทำสัมมนาอย่างนี้นี่นะ
นี่แหละเป็นอัปริยธรรม
คือธรรมะอันไม่เสื่อม
เป็นอัปริยธรรมธรรมะอันไม่เสื่อม
ที่ว่าเป็นธรรมะอันไม่เสื่อมนี้อันนี้เนี่ยได้วิเคราะห์วิจัยเรื่องบทบาทการทำงานที่ผ่านมาได้ตรวจสอบ
อารมณ์ตรวจสอบพฤติกรรมของแต่ละบุคคลและเราก็ได้มาวิเคราะห์วิจัยกันท่วงติงกันอะไรต่ออะไรกันพวกนี้เนี่ย
นี่แหละคือมหาปวารณาที่แท้จริง
เป็นมหาปวารณา
ปวารณาคือทุกคนทวงติงกันได้
ทุกคนว่ากันได้
จะว่ากันลึกลึกขนาดไหนก็ได้
อ่าว่าด้วยความจริงใจว่าออกมาแล้วก็เอามาวิเคราะห์วิจัยกันบ้างสำหรับผู้ที่ดูถูกว่าถูกติดนั้นน่ะ
ที่ถูกที่ควรที่สุดแล้วนั่นน่ะ
มหาโอรสคือยอมให้ติ
ติผิดติถูกรับหมด
ติผิดก็ไม่ต้องแย้งไม่ต้องเถียง
คำว่าผิดว่าถูกนี่คือเรา
คำว่าผิดว่าถูกนี่คือเราในโลกนี้ไม่มีความผิดไม่มีความถูกความผิดความถูกไม่มีในสากลโลก
มันผิดอยู่ที่เรายึด
เพราะฉะนั้นถ้าอะไรเรายึดว่าถูก
คนนั้นกำลังผิด
ย้ำอีกที
ขณะใดที่เรากำลังยึดว่าถูก
นั่นแหละคือผิด
เรานั่นแหละเป็นผู้ผิด
ผิดที่เรายึดว่าถูก
ความถูกความผิดไม่มีในโลกนี้นะ
ไปอ่านบทที่เอามาคัดลอกลงไปในหนังสือถัดถอดรหัสน่ะมีอยู่ชุดนึงมีบทที่ท่านตรัสเรื่องความจริงความไม่จริงความสัจจะไม่มีสัจจะมีอะไรเนี่ยที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้อันนั้นน่ะไปอ่านดูเหอะ
ที่นี้ความผิดความถูกอยู่ที่ไหน
ถ้าไม่มีความผิดความถูก..
ความถูกอยู่ที่ความสามัคคี
อยู่ที่ความลงตัว อยู่ที่ความไม่มีทุกข์
อยู่ที่ความไม่เกิดความเดือด
อ่านต่อ
ร้อนอยู่ที่ความสงบ
นั่นคือความถูก
เราอยู่คนเดียว
ถ้าเราจะบ้าเราก็ไม่สงบคนเดียว
ถ้าเราสงบเราก็ถูกต้องคนเดียวสองคนถ้าเกิดความไม่สงบก็ผิดถ้าเกิดความสงบเกิดความสามัคคีเกิดความเกื้อกูลกันดีก็ถูก
อยู่ห้าคนอยู่สิบคนอยู่ร้อยคนถ้าเกิดความสงบได้นั่นคือถูก
น่ะฟังให้ดีเลยน่ะ
เพราะฉะนั้นถ้าสรุปแล้วความผิดความถูกอยู่ที่ไหนความผิดความถูกอยู่ที่ความเป็นสันติอยู่ที่ความดีงามอยู่ที่ความอบอุ่น
อยู่ที่กุศลทั้งหมด
นี่คือความผิดความถูก
ความผิดความถูกเป็นสมมุติสัจจะ
เพราะฉะนั้นโดยปรมัตสัจจะนั้นเดี๋ยวจะได้กล่าวอีกทีนึงโดยสมมุติที่สัจจะนั้นความผิดความถูกมี
โดยสมมุติที่สัจจะเพราะฉะนั้นความถูกอยู่ที่อย่างที่กล่าวแล้วความถูกต้องอยู่ที่ความสงบอยู่ที่ความเรียบร้อยอยู่ที่ความสวยงามอยู่ที่ความเป็นกุศลอยู่ที่ความเป็นคุณงามความดี
เป็นคุณค่าเป็นประโยชน์ประโยชน์ที่ว่านี่คือเสียสละประโยชน์นี้ไม่ใช่ตัวเราได้
ตัวเราได้ทีนี้เข้าไปหาปรมัตถ์
ปรมาจารย์สัจจะ
ความถูกต้องอยู่ที่ไหน
ความถูกต้อง ..ตัวเราได้คือตัวเราเสีย
ตัวเราละตัวตนนั่นคือความถูกต้องเพราะฉะนั้นถ้าแม้ว่าเราเองเราถูกคนว่าถูกคนกระหน่ำย่ำยีถูกคนข่มเราหยุดได้เราเงียบได้ไม่มีตัวตนได้
นั่นแหละถูก ถ้าเรายังแย้งอยู่ว่าเราถูกผิดทันที
ถ้าเรายังแย้งอยู่แม้เราจะแน่ใจว่าเหตุผลนี้เรื่องราวอะไรก็แล้วแต่มันถูก
แต่ถ้าเราแย่งทันทีว่าเราถูกนั่นแหละคืออัตรายังอยู่
ถ้าเราไม่แย่งวางไม่มีตัวตนเลยเออเขาถูกก็ถูกไปจบศูนย์นั่นคือถูกของปรมัตถ์
แม้ว่าเขาจะกระหน่ำย่ำยีแม้เขาจะว่าผิดแม้เขาจะถล่มทลายเรายังไงยังไง
เอ่อใส่ความโกหกงดเท็จตอแหลยังไงก็ช่างถ้าเราสงบที่ตนอัตราของเราได้นั่นแหละเราถูกถ้าเราแย้งขึ้นมาผิดทันที
นี่คือประมัตสัจจะ
ประมัตสัจจะอยู่ที่ศูนย์
ประมัตสัจจะอยู่ที่ความหมดอัตตา
ไม่มีเอาตัวตนเขาไปรับอะไรเลย
รู้ อ๋อเขาว่าผิดก็คือผิด
ส่วนจะถูกจะผิดอย่างงั้น
ยกขึ้นไปหาสมมุติสัจจะอีกทีนึง
ที่สมมุติสัจจะนั้น
ถ้าจะสงบที่สุดก็คือความสมดุล
ความลงตัว
สมมุติสัจจะ
ความสมดุลความลงตัวความไม่มีความขัดแย้งทะเลาะเบาะแว้งอ่าสงบอยู่ได้โดยไอ้คนมากมากคนความคิดมากมากความคิดความยึดถือมากมากความยึดถือนั่นน่ะจะให้มันเรียบร้อยราบรื่นสงบหยุดหมดเลยทุกคนมันไม่มีหรอก
แต่มันลงตัวได้มันนิ่มนวลได้มันไปได้แล้วหมายความว่าปรัชญาให้เดินไปในทิศทางที่เป็นทิฐิสามัญตา
หรือมีเป็น
เอ่อ
ศีลสามัญยตาได้
นั่นแหละลงตัวที่สุด
เพราะนั้นจำไว้เลยทีเดียวเลย
ทุกคนยังแย้งอยู่ท่านกุศโลเป็นต้นหรือท่านวินยธโรก็ตาม
อดไม่ค่อยได้นะยึดว่าถูกว่าดีเข้าใจความถูกต้องให้จริงอย่างที่ว่านี้ให้ดีดี
โดยสมมุติแล้วมีถูกมีผิดโดยเหตุปัจจัยเพราะฉะนั้นถ้าแม้ว่าเราจะปรับสมมุติสัจจะแต่ละทีที่ทำงานที่มีบทบาทที่มีการแสดงออกที่เกี่ยวข้องกับคนอื่นเป็นงานเป็นการเป็นอะไรก็ตาม
ถูกผิดมันไม่ได้อยู่ที่อย่างนี้มันดีกว่าไม่ใช่ถูกผิดไม่อยู่อยู่ที่อย่างนี้ดีกว่า
ถ้าเราดีกว่าเราเห็นว่าดีกว่าคนนี้คนเราคนเดียวเห็นดีกว่าแต่มู่อีกทั้งหมดสิบคนว่าดี
สิบคนถูกเราไม่ดีกว่านั่นคือสมมติสัจจะไม่มีผิดไม่มีถูกไม่มีดีไม่มีชั่วดีถูกอยู่ที่สงบอยู่ที่การดำเนินไปได้อย่างเรียบร้อยราบรื่นนะ
เพราะฉะนั้นแม้เราจะเห็นถูกอย่างที่ผมเคยพูดว่าผมเองผมเห็นว่าอย่างงี้ถูกแล้วแต่ผมก็ต้องยอม
ให้หมู่ว่าอะหมู่จะเอางี้นั่นคือหมู่นั่นแหละถูกแล้วแม้เราจะเห็นว่านี่ดีกว่าอย่างไรก็ตามเราต้องหยุดเราต้องสงบ
สงบแล้ววางใจด้วยไม่ใช่ว่ายืดยังไงไม่ได้หรอกเราถ้าได้ที่เมื่อไหร่เราก็จะเอาที่เรายึดถือนี่แหละตามความเห็นของเราเนี่ยจะเอาออกมาดันให้มันชนะในโอกาสใดโอกาสหนึ่งให้ได้ไม่ใช่วางเลยเลิกเลยแล้วก็ดำเนินไป
แล้วมันจะเกิดเป็นผลของมันเองบทบาทของมันเองเพราะว่าองค์ประกอบของแต่ละกาละทุกคนทำงานด้วยพลังงานจิตและพลังงานที่สร้างสรรค์เนี่ยมันเป็นพลังงานของโลก
พลังงานของดินน้ำลมไฟมีพลังงานของจิตของคนประกอบพฤติกรรมเข้าไปตอกลงไปก็เป็นพลังงานตอกขุดก็เป็นพลังงานขุดออกแรงดันก็เป็นพลังพลังงานดันมันก็จะประกอบกันไปทั้งหมดเลย
เมื่อส่วนรวมเห็นร่วมกันว่าอย่างนี้ดีแล้วพลังน่าจะพลังรวมลงไปเลยแล้วมันก็จะทำเป็นผลเหมาะสมตามกาละผลจะเกิดเหมาะสมตามกาละไปทุกที
เพราะฉะนั้นพลังพลังสามัคคีพลังรวมนี้จึงเป็นพลังของโลกเป็นพลังของทุกอย่างแม่ทุกวันนี้นี่ว่าคนฉลาดขึ้นฉลาดขึ้นก็จริงประชาธิปไตยนั่นน่ะฉลาดถูกแล้วเอามวลส่วนใหญ่เป็นส่วนถูกต้อง
และมวลส่วนใหญ่ที่ถูกต้องก็ต้องเป็นมวลส่วนใหญ่ของผู้ฉลาดด้วย
ไม่ใช่เอาคนที่กิเลสมากมาเป็นมวล
ถ้ามวลเอามวลของผู้ที่กิเลสมากมาเป็นมวล
แน่นอนส่วนมากก็คือคนกิเลสมากกว่าแพ้อีกก็ยังต้องคัดมีส่วนซ้อนอยู่อีกอันนึงน่ะ
ว่าจะต้องรู้จักปราชญ์หรือว่าบัณฑิตที่จะประชุมกันที่จะคุยกันที่จะตกลงกันก็จะต้องเอาคนที่มีภูมิหรือว่ามีกิเลสน้อยหน่อยหรือไม่มีกิเลสมาเป็นหลักฐานแต่ก็เอามวลส่วนใหญ่
ตัดตัวตนไปเลยในสภาพของสัจธรรมนี้ต้องตัดตัวตนทำงานรวมกันเป็นตัวเป็นเป็นหมู่เป็นมวลนี่แหละทุกอย่างจะดำเนินไปตลอดกาลนาน
ถ้าเผด็จการแล้วถ้าคนที่เผด็จการจอมเผด็จการนั้นตายลงทุกอย่างก็ไม่มีใครมีความมั่นใจและไม่มีใครเป็นหลัก
พระพุทธเจ้าถึงไม่เอาอย่างงั้นถึงได้เอาธรรมะหรือเอาหลักธรรมวินัยเอามวลโหม่ไม่เอาใครเป็นเอก
ท่านเป็นผู้วางรากฐานท่านก็มีเอกสิทธิ์ในการที่จะทำอะไรที่เหมือนเผด็จการได้ท่านรู้รอบทุกอย่างมันก็ยกให้พระพุทธเจ้าองค์เดียว
ในที่เราทำกันอยู่นี่ก็ไม่ได้หมายความว่าเอาผมเป็นหลักเอาหมู่มวลเป็นหลักนะผมอาจจะทำตอนแรกแรกในการทำระเบียบอ่าระเบียบแบบแผนอะไรออกมาระเบียบของอโศกอะไรออกมาคล้ายคล้ายของพระพุทธเจ้าบ้างแต่ไม่ได้นอกเนื้อทุกอย่างก็ทำอยู่ในแวดวงความ
เป็นธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าที่ทำเป็นระเบียบอะไรต่ออะไรออกมานั้นแต่ถึงอย่างนั้นก็ตามระเบียบวินัยที่ทำไว้แล้วนั้น
มุมมวลที่เป็นปราชญ์หรือเป็นผู้รู้ที่เรายอมรับกันแล้วเมื่อประชุมกันแล้วเห็นว่าควรแก้ไขก็แก้ได้
ระเบียบวินัยอะไรที่ทำไว้แล้วนั่นก็ตามที่ผมเป็นคนคิดซะส่วนใหญ่เลยแล้วก็ตราออกมาแล้วพอเราจะแก้ไขในอนาคตก็แก้ได้เหมือนกันนะ
เพราะงั้นที่เราทำทำกันอยู่นี้ก็ขอให้ทราบถึงสัจจะสองสภาพที่ได้พูดไปแล้วให้ชัดเจนแล้วเราจะได้ถอดตัวตนอัตราที่ประชุมกันมีประเด็นที่บอกว่าให้ระวังอย่าให้ไปหลงงานอย่าไปเอางานเป็นความถูกความผิด
มากเกินไปนัก
ให้ตรวจอัตตาของตัวเอง
ตรวจสังกะปะของตัวเอง
ตรวจจิตของตัวเอง
แล้วรลดละของตัวเองให้เป็นประโยชน์ตน
อ่า
ที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้นั่นแหละ
อย่าไปหลงประโยชน์ท่าน
เพราะประโยชน์ผู้อื่นแม้มาก
โดยทำลายประโยชน์ตนอันนี้ก็จะต้องทำให้มันสำคัญนะ
ถ้าเรายังมีเศษของอัตรามากหรือน้อยเนี่ยมันจะดันมันจะดันจริงจริงเลยในที่นี้ก็ขอบอกตัวอย่างที่ชัดชัดอย่างท่านกุสโลเนี่ยมันมีตัวอัตราตัวนี้อยู่เยอะ
มันมีมันมีแล้วเป็นเป็นวาสนาด้วยมันมีแล้วมันก็เป็นวาสนาทั้งบางอย่างก็ออกมาทั้งในสภาพ
บทบาทลีลาพฤติกรรมออกมาอันนี้ให้ให้ให้พยายามระวังพยายามปรับให้ดีดีนะปรับให้ดีดีนะ
โดยเฉพาะชอบทำงานด้วยเพราะฉะนั้นมันไปจะไปยึดงานเอาเป็นหลักเป็นหลักเป็นหลักเป็นหลักแล้วมันก็ยิ่งเสริมอัตรา
งานกับอัตราเนี่ยกัมมารามัตตาเนี่ยมันอารามัตตาแปลว่าความหลงหลงงาน
ความเป็นยินดีในงานนะอารามะท่านแปลว่าจริงจริงแปลโดยศัพท์ท่านแปลว่ายินดีเป็นยินดีก็คือหลงหลงหลงชอบมันนั่นแหละหลงชอบงานเพราะการหลงชอบงานนี่แหละทำให้เกิดอัตราเสริมงานก็คืองานจะขยันงานไม่มีเสียหาย
ขยันงานโดยสติสรรพชัญญะปัญญามันดีแล้วล่ะงานอันไหนควรก็ว่ากันไปแต่ไม่ใช่ไปหลงงานแล้วก็ไปยึดงานแล้วก็หนักเข้าเอาอัตราไปยึดงานหนึ่งจะเอาให้ได้ให้สำเร็จ
สองงานที่ทำนี่ฉันต้องเอาเห็นอย่างงี้แหละงานที่เนี่ยเป็นฉันเห็นอย่างงี้แหละมันถูกนะสองประเด็นใหญ่ใหญ่เนี่ยหนึ่งจะต้องเอาให้สำเร็จให้ได้
มันไม่โดยไม่คิดถึงสิ่งแวดล้อมไม่คิดถึงพลังงานรวมไม่คิดถึงใจคนอื่นจะเอาเสลดให้ได้ทั้งที่คนอื่นแย้งไว้ก่อนก็เราก็ไม่ไม่ฟังเสียงอะไรงี้เป็นต้นนะ
สองงานนี้จะแก้ใครอย่าแก้ไขนะอย่างเงี้ยถูกที่สุดละต้องทำอย่างงี้อย่างอื่นไม่ได้ต้องอย่างงี้กำหนดกำหนดสเปคเลย
ก็ไม่ดีมันก็เป็นอัตราเข้าไปปนทั้งนั้นอัตราเข้าไปใส่ทั้งนั้นเลย
ถ้าเราเองมีมีคุณงามความดีเป็นที่เคารพนับถือเป็นที่ยอมรับ
เราจะแสดงอิทธิพลในการที่จะแสดงอัตรา
แสดงอิทธิพลแห่งอัตรา
งานนี้จะเอาให้สำเร็จ
คนก็ต้องยอม
ตามเรา
เอาอย่างนี้แหละ
อืม สเปคอย่างนี้ต้องอย่างนี้
อย่างอื่นไม่เอา
อย่างอื่นไม่ให้ได้นะ
ใครจะมาออกความเห็นอย่างอื่นไม่เอา
เขาก็ต้องยอมอีก
ถ้าเรายังมีอำนาจ
ถ้าเรายังมีเป็นที่ยอมรับนับถือ
อันนี้น่ะมันจะหลอกเรา
เราเป็นผู้ใหญ่เราเป็นผู้ที่เคารพเคารพนับถือได้มากแล้วเราก็จะหลงตัวเองมันเผลอที่จะเอาตามตามที่เราต้องการอัตรามันจะโผล่ฟังคงรู้เรื่องนะเพราะเขาให้เนี่ยเขาให้เขายอมให้เนี่ยอัตรามันก็จะโผล่
ต้องเอาให้ได้ต้องเอาอย่างนี้กำหนดสเปคด้วยแล้วก็จะต้องเอาให้สำเร็จให้ได้ด้วย
มันก็สำเร็จมันก็สำเร็จแต่ถ้าเรายังไม่สำเร็จคือเรายังไม่เป็นพระอรหันต์อัตรามันก็โผล่อัตรามันก็โตเรื่อยแหละ
อัตตามโตด้วยเพราะฉะนั้นคนที่ยังเป็นเซกะบุคคลอยู่อย่าเลย
ผู้ที่มีอาริยคุณสูงขึ้นสูงขึ้นจนถึงขนาดเป็นอนาคามีอยู่แล้วเนี่ย
เนี่ยต้องระวังอัตรามานะระวังให้มากเลยไม่ฉะนั้นมันก็จะเหลือเศษธุลีละอองมันก็จะเล่นเล่มันก็จะยืดเยื้อมันก็จะเสริมปริมาณเสริมความเข้มข้นความเป็นอัตรามานะมากขึ้นด้วยมันจะได้ง่าย
มันจะได้ง่ายเพราะเขายอมให้เมื่อเขายอมให้เราก็ได้ทีแล้วเราก็สมอัตราของเราอัตราของเราก็โตขึ้นเรื่อยเพราะฉะนั้นอันนี้
เราเป็นเศรษฐบุคคลเนี่ยต้องระมัดระวังว่าเอาประโยชน์ตนก่อนเถอะเอาเถอะนะมันไม่ได้ดั่งใจเนี่ยมันไม่ได้ดังมันไม่ต้องเสร็จเดี๋ยวนี้มันไม่ได้ดังนี้มันก็ด้วยกันน่ะมันไม่เสร็จเดี๋ยวนี้ก็เป็นไรไปล่ะถ้ามันไม่เสร็จเดี๋ยวนี้ก็ด้วยกันน่ะมันก็ขลุกขลุกขลักขลักไปด้วยกันน่ะ
ก็เขามาห้ามมากั้นทำไมล่ะมวลส่วนรวมเขาบอกว่าไม่เอาน่ะส่วนรวมอย่าเพิ่งอ้าวก็ไม่ไม่ไม่เอาก็ไม่เอาสิขลุกขลุกไปด้วยกันไอ้ลูกขลุกขลิกไปด้วยกันก็ว่ากันไปสิ
หรือว่าอย่างนี้สเปคที่เราจะเอาอย่างนี้เรามันก็ไม่ต้องเอาไม่ต้องก็เอาอย่างที่เขาว่ากันก็ว่าไปมันดีเท่าไหร่แม้เราจะถูกต้องเลยว่าสเปคอย่างที่เราว่านี่ดีที่สุดแล้วก็ตามก็เท่านี้แหละ
นั่นคือมันจะได้ตามบุญบารมี
อีกนัยนึงก็คือมันจะได้ตามบุญบารมีมันไม่ได้ดีกว่านี้มันก็ได้เท่านี้แหละ
บุญบารมีเรามันก็เท่านี้แหละ
อย่างงี้เป็นต้น
มันจะเป็นอย่างงั้นเลย
เพราะนั้นเราอย่าไปยึดอารมณ์อย่าไปยึดจิตวิญญาณของเรา
จิตวิญญาณของเรามันมุ่งอย่างงี้มันเอาอย่างงี้มันก็เอาเลย
นั่นแหละคือตัวอัตราว่า
เพราะงั้นก็ขอเตือนไว้ถ้าเผื่อว่าเรายังไม่เป็นพระอรหันต์เนี่ยอย่าเสียท่าให้เกิดอัตราเลยสั่งสมลงไปทีละเล็กละน้อยก็ตามทีละยิ่งทีละมากมากก็แน่นอนมันก็ไม่ควรอย่างยิ่งอะ
อย่าเลยให้มันหมดซะก่อนแล้วเมื่อเป็นผู้ไม่มีอัตราแล้วทีนี้เราจะรู้เลยว่าอ๋อมันอย่างงี้เองมันอย่างงี้เองแล้วมันก็จะไม่เกิดความน่าเกลียด
คนก็จะไม่รู้สึกสะดุดก็เราจะต้องมีแหมเอาชนะคะคานอย่างงั้นอย่างงี้เอาแต่ใจตนเองอย่างงี้มันจะไม่เลยเพราะว่าเมื่อไม่มีแล้วมันก็จะไม่แต่ถ้าเผื่อว่าเราเองเราไม่สังวรตอนที่เป็นเสขะเนี่ย
คนที่ยังไม่เป็นเสขะไม่รู้เรื่องหรอกที่พูดเนี่ยที่เราพูดกันเนี่ยนะเขาจะไม่รู้เรื่องหรอกเขาจะไม่รู้อัตรามันเกิดเมื่อไหร่ยิ่งหยาบหยาบอยู่เขายังไม่รู้อย่างคุณชวนนี่รู้ตัวที่ไหนแม้แต่มหาโบว์ก็ตามรู้ตัวที่ไหน
ไม่รู้ตัวหรอกอีโดโดเตอะไรอย่างงั้นน่ะก็ไม่รู้เรื่องไม่รู้ตัวเลยอย่างยิ่งมาหาบัวแล้วยิ่งดูแล้วโอ้ยิ่งน่าสงสารพูดไปน้ำลายกระเด็นไอ้หมากเมืองโอ้เทศก็ไอ้นั่นอยู่แหมใครมาหามาอะไรก็ว่ากันไปเลอะเลอะเทอะเทอะ
แล้วก็พูดไปก็เรียกว่าอ้างอิงแล้ว
นี่สัตว์ธรรมะมันต้องเป็นอย่างงี้
นักเทนนิสต้องธรรมะ
ธรรมะเป็นอย่างงี้
อ้างคำว่าธรรมะเนี่ยเอาภาษาคำว่าธรรมะมาใส่ความเห็นของตัวตลอดเวลา
ต้องอยู่กับธรรมะมันต้องเป็นอย่างงี้น่ะสำนวนที่พูดฟังนี้ท่านมหาบัวพูดตลอดเวลาต้องอย่างงี้อัดเอาอัดตาเข้าไปใส่ภาษาธรรมะมันต้องเป็นอย่างงี้
อ่าต้องเดินทำตามทำตามธรรมะสิอ่าเอาความเห็นของตัวออกไปแล้วก็บอกว่านี่คือธรรมะต้องเดินตามธรรมะสิเป็นโวหารตลอดเวลาเลยพูดฟะเอามาตรวจดูได้สมมุติอย่างงั้นนะ
ส่วนคุณชวนนั่นก็ไปใหญ่แล้วตอนนี้แต่ก่อนนี้ยึดหลักการยึดหลักสภายึดอะไรไม่แล้วตอนนี้เละหมดเลยเอาแต่เรื่องลาภยศเอาแต่เรื่อง
โลกีย์อะไรนี้แล้วก็ไม่รู้ตัวถ้าเราเข้าใจสัจธรรมลึกแล้วเราก็จะเห็นพฤติกรรมก็ส่อ
ส่อได้โดยเฉพาะพฤติกรรมที่มันย้ำหลายหลายครั้งหลายหลายคราวส่ออะไรต่างๆหลายอย่างมันก็จะชัดว่าเออนี่นี่เป็นอสัจธรรมเป็นสิ่งที่โมเมอะไรต่างๆไปเรื่อยเรื่อยนะ
พวกนี้ถ้าเผื่อว่าจิตวิญญาณของเรานี่สะอาดขึ้นสะอาดขึ้นสะอาดขึ้นมันจะเกิดปัญญาที่จริงเกิดปัญญาที่ไม่ใช่ปัญญาอะไรหรอกปัญญาที่มันจะรู้ว่าสัจจะในโลกถูกผิดเป็นสมมุติสัจจะคือมวลไม่ใช่ตัวตนตน
จริงจริงแล้วปรมาจารย์จริงจริงก็ถูกต้องก็คือหมดตัวตนมันก็อันเดียวกันนั่นแหละจะว่าไปเพราะฉะนั้นในขณะที่เรายังไม่เป็นพระอรหันต์เนี่ยต้องอย่าให้เหลืออัตรา
อย่าพลาดประโยชน์ตนเพราะประโยชน์ผู้อื่นแม้มากจริงจริงจริงจริงนั่นคือสัจจะ
เพราะฉะนั้นสัจจะอยู่ที่ไหนอยู่ที่ศูนย์
สัจจะอยู่ที่ศูนย์
เนี่ยไม่ใช่เรื่องเล่นเล่นนะ
อะนี่ก็เป็นเนื้อหาของสัจธรรมที่เอ่อให้พวกเราได้ฟังได้เข้าใจได้
รับรู้นะทีนี้ก็ที่พวกเราที่ได้ทำทำกันอยู่เนี่ยดีมากแล้วล่ะนะดีมากแล้วแล้วต่อไปในอนาคตพวกเราก็จะได้มีจารีตประเพณีอย่างนี้
คนควายกันขึ้นมาก็อนุโมทนาพยายามทำมันจะเกิดการกระทบกันอยู่ตามประสาที่เรายังมีส่วนเหลือน่าจะเป็นใครก็เกิดอารมณ์เกิดอาการเกิดอะไรขึ้นมาก็สำนึกสังวรพยายามลดอัตราความจริงจริงที่ทำไปเนี่ยมันมีเหตุการณ์นี่แหละคือโจทย์แท้
เหตุปัจจัยแท้และทำอะไรต่ออะไรไปกันออกมาเนี่ยมันมีทั้งเวลาที่เราทำงานมันก็จะเผลอทำงานแล้วมันก็จะออกอะไรต่ออะไรออกมาเรื่อยอ่าแล้วเราก็ค่อยค่อยทบทวนต้องพยายามใช้เตวิโชให้มากมากหน่อยนะเตวิโชนี่คือตัวตราตัวเอง
อ่าบุพเพนิวาสานุสติวันที่แล้วผ่านมาอาทิตย์ที่แล้วผ่านมาเดือนที่แล้วผ่านมาตรวจสอบดู
อ๋ออันนี้ดูรายละเอียดอารมณ์เราดีดีตรวจสอบตัวเองดีดีมันมีวาระบางทีก็เอียงเข้าข้างตัวเองในขณะที่มันยึดมากมากยึดงานยึดกิจยึดนั่นยึดนี่ตอนที่ยึดยึดมากมากนี่มันโมหะมันมัวมันหลงผิดมันจะไม่ชัดหรอก
พอเราวางวางหน่อยแล้วมาทบทวนแล้วมันจะอ้อตอนที่เรายึดมากมากถึงทบทวนไปยังไงมันก็เห็นแง่ที่เรายึดนั้นถูก
พอเรานานนานไปความยึดมันมันมันมันคลายไปมันค่อยค่อยวางค่อยค่อยไม่เอาแล้วค่อยค่อยวางวางวางมาทบทวนอีกทีหลังแล้วอ๋อ
มันจะชัดมันจะกระจ่างขึ้นมันจะเห็นว่าโอ้นี่เราจะเราเอาแต่ใจเราเข้าไปถมมันจะถูกอย่างงั้นน่ะแต่แท้จริงมันมากไปมันแรงไปมันจะเห็นนะเพราะงั้นการทบทวนเสมอเตวิโชว์ทบทวนเสมอตรวจตราพฤติกรรมหรือกิจกรรม
อะไรที่เราทำผ่านมาผ่านมาผ่านมามีการกระทบสัมผัสกันเกี่ยวข้องกันกับใครกับบทบาทเรื่องราวอะไรต่ออะไรขึ้นมารู้เหตุรู้นิทานสมุทัยปัจจัยมันทั้งหมด
แล้วมันก็จะเข้าใจมันจะเห็นว่าอ้ออันนี้มันมากไปอันนี้มันน้อยไปอันนี้มันเอาเราเข้าไปเป็นใหญ่มากไป
สำคัญตรงที่มันเอาเราเป็นใหญ่มากไปนี่แหละมันเป็นอัตราเอาเราตัวเราเป็นใหญ่มากไปมันเสียสมดุลแม้ว่าเราจะมีสิทธิ์มีเอกสิทธิ์
มีอำนาจมีที่เขายกให้เราจะเห็นได้ว่าเราเองเป็นสมณะแล้วนี่ฆราวาสเขาจะยกให้หมด
เราก็สร้างมาดีดีแล้วที่จริงอะดีแล้วสร้างประเพณีจารีตความเป็นขั้นตอนอย่างงี้ดีแล้วน่ะฆราวาสเขาเขายอมให้น่ะดีแล้วแต่นั่นแหละระวังอัตรามันจะเกิดเมื่อเขายอมให้
เราจะต้องอาศัยความละเอียดละอออาศัยภูมิปัญญาของเราอย่างมากเลยเพื่อที่จะลดอัตราไม่ใช่ย่ามใจจนอัตรามันโตใหญ่แล้วก็ไม่มีทางบรรลุยิ่งไปกันใหญ่เลยอันนั้นเสียหายซวยมหาศาลไปเอง
น่ะเพราะเราจะทำงานต่อไปเป็นทีมอย่างนี้ดีแล้วผมอยู่ผมก็พยายามที่จะทำให้มันเป็นแต่มันก็มีส่วนผมคล้ายคล้ายกับว่า
ในปางนี้เกิดมามันไม่มีใครนำผมมันนำแต่ผมไม่ใช่พระพุทธเจ้าทีเดียวแต่ผมก็มีส่วนนึงแบบเอาอย่างลอกเลียนล้อเลียนพระพุทธเจ้าบ้างอ่าซึ่งก็รู้สึกรู้สึกผมก็รู้สึกตัวเองเหมือนกันว่าบางทีมันรู้สึกมากไปหน่อย
อ่าไม่ดีมากไปหน่อยไม่ดีไปล้อลอกเลียนหรือว่าทำอย่างพระพุทธเจ้าเห็นช้างขี้ขี้ตามช้างอย่างที่ว่าเนี่ยผมใช้อยู่บ้างก็พวกคุณก็คงจะพอมองออกใช้อยู่บ้างก็รู้สึกไม่ดีมันไม่ดีผมไม่ใช่พระพุทธเจ้าไม่ใช่พระพุทธเจ้าแต่เราก็สำนึกของเราผมก็สำนึกของผม
อ่าทีนี้พวกเราเนี่ยเป็นสาวกภูมิเนี่ยอย่าใช้เลยนะไม่ใช่ประเจิดภูมิใช้ไม่ได้ไม่ถูกต้องใช้มวลหมู่อย่างที่พุทธเจ้าท่านว่าไว้ว่าจงเอาธรรมวินัยเป็นศาสดา
อาตมาวินัยเป็นเอกอย่าเอาผู้ใดผู้หนึ่งเป็นเอกเลยนะ
ที่จะอยู่รอดไปอีกนานนั้นธรรมะอันนี้อันนี้ก็คืออันของอโศกอันนี้แหละธรรมะในแนวนี้แหละจะอยู่ไปได้นานนั้นอยู่ที่ความสามัคคีอยู่ที่ความไม่สังฆเพศอยู่ที่ความไม่แตกแยกกัน
แตกแยกกันยิ่งแตกแยกเป็นเสี่ยงเสี่ยงเสี่ยงเสี่ยงออกไปร้อยเสี่ยงมีรอยกกนั่นยิ่งบรรลัยทันทีแม้จะแตกแค่สองเสี่ยงก็ตาม
ถ้าสองเสียงนั้นไม่เป็นอย่างพอพอกันเลยนะกลายเป็นสองค่ายสองก๊กก็ไม่เท่าไหร่เช่นว่ามีมวลอยู่ร้อยนึงแตกออกไปส่วนนึงสี่สิบอีกส่วนนึงหกสิบอย่างงี้บรรลัย
จะถือว่าหกสิบนั้นถูกต้องสี่สิบไม่ถูกต้องแต่มันก็โอ้โหเป็นสองเสียงที่ใหญ่พอพอกัน
อย่างงี้บรรลัยแต่ถ้าเผื่อว่ามีร้อยนึงแต่เป็นสองเสี่ยงแยกออกไปแค่ห้าอีกเก้าสิบห้าอยู่เอออย่างงี้ไม่เป็นไร
ห้านั้นไปไม่รอดหรอกในเรื่องของสาวกภูมิไม่มีปัญหาไปไม่รอดห้าไปไม่รอดแต่ในปัจเจกภูมิหรือในสถานะที่ผมทำนี่ผมบอกกับพวกคุณได้ว่าผมแยกออกมาแค่ยี่สิบกว่ารูปเองต่อพระสองสามแสน
ถ้าไม่ใช่ไปเจกภูมิอยู่ไม่รอดหรอกไปไม่ได้ไปไม่ได้
แต่ในฐานะของปัจเจกภูมิเหมือนกับช้างมาตังคะเนี่ยออกมาจากหมู่แล้วก็มาตั้งก๊กได้เนี่ยไปรอดเพราะเป็นช้างมาตังคะเป็นช้างเอกเป็นผู้ที่มีภูมิธรรมจริง
เพราะฉะนั้นอันนี้ลอกเลียนไม่ได้ลอกเลียนไม่ได้อย่าหลงตัวเป็นอันขาดเลยว่าเราไม่ใช่ปัจเจกเราเป็นแค่สาวกกระผมอย่าลอกเลียนเลยมันบาปอนันตรียกรรม
มันสังฆเภทบาปอนันตรียกรรมแล้วมันก็เลวร้ายนอกจากไปไม่รอดแล้วมันก็สร้างวิบากกรรมให้แก่ตัวเองเป็นอนันตรียกรรมไม่เข้าท่าสังวรไว้ให้มากมากเลย
ค่อยค่อยบอกกันไปมหาเถระบอกสู่เถระเถระบอกสู่มัจจิมะอะไรค่อยค่อยว่ากันไปค่อยค่อยบอกกันไป
ถ่ายทอดกันไปให้เข้าใจให้ดีดีเราประชุมกันน้อยคนเนี่ยโดยที่มีภูมิอยู่ไร่เรียกกันเนี่ยมันเข้าใจได้ละเอียดเข้าใจได้ดี
อ่าแล้วมันก็ไม่มีอะไรแย่งไม่มีอะไรงงพลังงานที่เกิดแม้แต่นั่งอยู่ด้วยกันนี่นะถ้าพูดไปแล้วนี่มีพลังงานของความคิดแต่ละคนเนี่ย
เกิดขัดแย้งขึ้นมาหรือว่าไม่เข้าใจกันขึ้นมาเนี่ยพลังสงบพลังอบอุ่นพลังที่เป็นสามัคคีธรรมเนี่ยพลังงานเนี่ยนะมันมีนะมันมีทันทีมันไม่ใช่ว่ามันจะอะไม่มีอะไรเกิด
เกิดทันทีเลยแล้วพูดอยู่คนเดียวอาจจะไม่มีอะไรเกิดเท่าไหร่แล้วพูดอยู่กับหลายคนหลายหลายความคิดหลายโรงงานแต่ละโรงงานโรงงานรับปั๊บไปปรุงปั๊บ
มีผลโซนออกมาเหมือนกับเครื่องคิดเลขคิดปั๊บปั๊บปั๊บก็มีโซนมีคำตอบมีคำตอบมาปั๊บก็เป็นพลังงานของคำตอบ
ถ้าเป็นพลังงานของคำตอบที่ขัดแย้งกันเยอะแยะเลยขัดแย้งกันสิบคนมีขัดแย้งกันทั้งเก้าคนออกมานี่โอ้โหตอนนั้นจะเกิดภาวะไม่สงบภาวะพลังงานจะรู้สึกร้อนจะรู้สึกปะทะนี่เป็นนามธรรมนะไม่ใช่ตัวตนบุคคลมันเป็นจริงจริง
แล้วเครื่องคิดของทุกทุกคนคอมพิวเตอร์ของแต่ละคนมันทำงานทันทีจะออกมาเป็นพลังงานทันทีพลังงานความคิดแต่ถ้าเผื่อว่าพลังงานนี้ออกไปพับทั้งสิบคนยี่สิบคนหรือร้อยคนโอ้เป็นอันหนึ่งอันเดียวอบอุ่นเย็นสงบสดชื่น
ไม่มีพลังงานที่วิกลวิการอะไรเกิดในตอนนั้นเลยไม่มีมลพิษอะไรเลยอันนี้เป็นเรื่องของนามธรรมเพราะฉะนั้นในตัวบุคคลนั้นสร้างพลังงานนามธรรมอยู่ตลอดเวลา
สร้างพลังงานนามธรรม
เพราะเราศึกษาดีดีแล้วเราจะเข้าใจสิ่งเหล่านี้เราก็จะเห็น
เพราะนั้นเราจะสังเกตได้ด้วยจากพลังงานที่ไม่
ไม่เห็นตัวนี่แหละมันจะสังเกตมันจะมีญาณพอรู้ไปเรื่อยเรื่อยอะมันจะเกิดโดยอัตโนมัติด้วยความเป็นไปนะเราจะรู้จะเข้าใจนะ
เพราะงั้นเมื่อเราเข้าใจสัจธรรมพวกนี้ดีขึ้นแล้วก็พากเพียรขึ้นผมเองอายุยาวอายุมากขึ้นไปเรื่อยเรื่อยก็อย่างที่ว่านี่ปีนี้นี่ไม่ไม่น่าเชื่อเรายังนึกผมเองอาจจะหลงตัวเองว่าเราแข็งแรงแข็งแรงแข็งแรง
ตลอดมาก็เห็นปากแข็งมาพวกคุณก็คงเห็นพอมาปีนี้เนี่ยโอ้มันมันบอก
ผมทิ้งทางร่างกายมากเกินไปอย่างที่เห็นน่ะมันจนกระทั่งมันมันไม่ยอมแล้วร่างกายมันมันก็เป็นพลังงานมันเหมือนโรงงานมันก็ทำงานของมันเหมือนเครื่องจนของมันมันก็มีลูกเบี้ยวลูกกลมมันก็มีข้อเหวี่ยงมันก็มีสูบสูบมันก็มีอะไรต่ออะไรแล้วมันก็ทำงานมันก็เป็นดินน้ำลมไฟ
ดินน้ำลมไฟมันทำงานมีส่วนนั้นส่วนนี้เมื่อมันไม่เกิดสมดุลเราไปเอาพลังงานเหมือนกับคุณขับรถคุณเร่งเครื่องรถของคุณเครื่องไม่ค่อยดีเลยคุณก็ไปเร่งเกินขอบขีดมันมืดร้อนหมดหม้อมันก็ระเบิดวาล์วมันก็ไหม้ลูกสูบมันก็แตกอย่างงั้นน่ะมันก็เป็นจริงจริงเลยมันไม่มีปัญหาหรอก
โดยเราไม่คำนึงเรานึกว่าเราแน่อยู่อย่างงั้นขนาดนั้นไม่ไม่เจียมตัวไม่ประมาณตัวทิ้งมันเลยไม่นึกอันนั้นเอาแต่ใจของเราเป็นเอกไปมันพัง
น่ะเพราะตอนนี้ก็รู้สึกตัวแล้วว่าเออไม่ได้หรอกเราจะทำเอาแต่ใจออกไปไม่เอากายเลยโดยที่ลืมมุ่งแต่ไปแต่ที่สิ่งที่เราจะทำตามจิตจิตทำตามจิตตามใจเราทางด้านนี้ไม่ไอ้นี่ไม่ได้ผมว่าผมไม่ได้อีนั่งค้างขอบอะไรก็กายเท่าไหร่จริงจริงนะ
มีแต่คนมาพยายามผมก็ต้านไปเรื่อยให้บำรุงกันโน่นโน่นนี่เอ่อพยายามต้านแต่เสร็จแล้วก็ไม่รู้จะทำไงก็จำนวนดีที่ผมก็ยังไม่ดึงดันมีอัตรามากจำจำนวนเขาอะเขาดันมากมากผมก็ยอมอะไรทั้งทั้งที่ตัวเองก็บ่นบ่นอย่างที่เห็นนั่นแหละ
อ่าแต่เขาก็ทำอ่ามันผมก็ไม่ไม่รู้บางบางอย่างมันดีบางอย่างมันไม่ดีอะไรก็ไม่รู้
แต่มันก็คงจะมีส่วนดีอยู่หลายอะบังคับให้ทำอย่างงั้นให้กินอย่างงี้ให้ใช้อย่างงู้นให้ออกอาการอย่างงี้อะไรก็แล้วแต่ก็ดูดีมันก็ช่วยกันไป
ที่นี้ต่อไปในอนาคตเนี่ยที่เราจะเป็นไปตอนนี้ผมว่ากระแสของสังคมกับพวกเรานี่ดีขึ้นมากขึ้นพอสมควรนะก็ยังไม่มากเท่าไหร่แต่ก็ดูดีพอสมควรขึ้นมา
เพราะงั้นเราจะมีงานหนักยิ่งกระแสมันดีขึ้นเนี่ยเราจะงานหนักจริงจริงเราเป็นหมาหัวเน่ามาตอนแรกแรกนั่นน่ะ
มันดีแล้วที่เป็นหมาหัวเน่าเขาไม่ดูดำดูดีเขาตีทิ้งเราเอ้ยพวกนี้บ้าบ้าบอบอช่างห่มเถอะอย่างเงี้ยเป็นต้นเราก็ได้ซุ่มทำ
ขณะเวลานั้นแหละวาระอย่างนั้นเราก็ได้ซุ่มสร้างไ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive