อยากรู้มั้ยมีอะไรในมือพ่อ!!!!.doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
อยากรู้มั้ยมีอะไรในมือพ่อ!!!! เริ่มจากการที่คุณพ่อเรียกลูกสาวเข้าไปพบ และบอกกับลูกสาวว่า คุณพ่อ : "พ่อมีอะไรจะให้ดู เป็นของสำคัญมากนะ" แล้วคุณพ่อก็หยิบอะไรบางอย่างออกจากกระเป๋าเสื้อ โดยกำสิ่งของไว้ในมือ ไม่ให้ลูกมองเห็น และคุณพ่อก็ถามลูกสาวว่า คุณพ่อ : "อยากรู้มั้ยว่ามีอะไรในมือพ่อ" ลูกสาวพยักหน้า พ่อเลยยื่นข้อเสนอว่า คุณพ่อ : งั้นเอามือเขกพื้น 3 ที พอลูกเขกเสร็จตามที่พ่อบอก คุณพ่อพูดอีกว่า คุณพ่อ : "ไม่พอเปลี่ยนเป็น 5 ทีดีกว่า" ลูกก็เขกพื้นอีก 5 ที พ่อก็พูดต่อว่า คุณพ่อ : "เปลี่ยนเป็น 10 ทีดีกว่า" ลูกก็เขกพื้นอีก 10 ที พอเขกเสร็จพ่อพูดอีกว่า คุณพ่อ : "เพิ่มเป็น 15 ทีละกัน" ด้วยความอยากรู้ ลูกสาวยอมเขกพื้นเพิ่มเป็น 15 ที พร้อมพูดกับพ่อว่า ลูกสาว : "หนูอยากรู้จริงๆว่าในมือพ่อมันคืออะไร" พ่อเลยแบมือออก เผยให้เห็นเหรียญ 5 บาทธรรมดาเหรียญหนึ่ง หลังจากนั้น คุณพ่อก็เอามือกำเหรียญ 5 บาทเหรียญเดิมอีกครั้ง และถามลูกสาวว่า อยากดูไหมว่าในมือพ่อมีอะไร ถ้าอยากรู้ต้องเอามือเขกพื้น 5 ที ลูกสาวส่ายหน้า พร้อมกับบอกว่า ลูกสาว : ไม่อยากดูแล้ว เพราะรู้แล้วว่าในมือพ่อมีอะไร พ่อเลยต่อรอง คุณพ่อ : "เขกแค่ 1 ทีก็ได้" ลูกสาวยังส่ายหน้า พร้อมกับบอกว่า ลูกสาว : "หนูรู้แล้ว หนูไม่อยากดูแล้ว" คุณพ่อเลยบอกว่า คุณพ่อ : "เอางี้ พ่อให้ดูฟรีๆก็ได้ เอาหรือเปล่า" ฝ่ายลูกสาวตอบว่า ลูกสาว : "ไม่เอา ไม่รู้จะดูไปทำไม ก็รู้อยู่แล้วว่าในมือพ่อมีอะไร" ได้ฟังเช่นนั้น คุณพ่อเลยสอนลูกสาวว่า เหรียญ 5 ก็เปรียบเสมือนกับสิ่งอันพึงหวงแหนของของหญิงสาว ถ้าใครได้รู้ได้เห็นก่อนเวลาอันควร ก็จะกลายเป็นของไร้ค่าในทันใด คุณพ่อ : " นี่แหละลูก ของอะไรที่ยังคงเป็นความลับ คนมักยอมทำตามทุกอย่างที่จะได้สมความปราถนา มี
อ่านต่อ
ความอยากดู อยากรู้ อยากเห็น แต่เมื่อสมปราถนาแล้ว ดูบ่อยๆก็มักจะเบื่อ ให้ดูฟรีๆยังไม่อยากดูเลย เช่นกันสิ่งที่พึงหวงสำหรับสตรี ก็เป็นสิ่งที่มีค่า ถ้าใครได้รู้ก่อนเวลาอันควร ก็จะไม่มีค่าอะไรอีกต่อไป ไม่ต่างจากเหรียญ 5 บาท ที่พ่อให้ลูกดูฟรีหรอก " ป.ล. แล้วเหรียญ 5 บาทของคุณยังคงมีค่าอยู่หรือไม่ ..พวกเราโตมากับกฎเกณฑ์ ถูกตัดสินด้วยความรู้มากกว่าจินตนาการ ถูกสอนให้รู้จักมากกว่ารู้สึก จึงโตเป็นผู้ใหญ่ที่กลัวมากกว่าที่จะกล้า ชอบที่จะกลมกลืนมากกว่าแตกต่างมักใช้สมองมากกว่าหัวใจ