วีรบุรุษแขนเดียว.docx

โฟลเดอร์ตำนาน นิทาน นิยาย นอกอโศก
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์716 KB
วันที่แก้ไข20 มกราคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

นิทานเรื่อง วีรบุรุษแขนเดียว เอียนเป็นเด็กผู้ชายตัวเล็ก ๆ เขาเกิดมาโดยมีแขนเพียงข้างเดียว เด็กคนอื่น ๆ ในเมืองจึงพากันล้อเลียนเขาและไม่ยอมให้เขาร่วมกลุ่มด้วย ทุก ๆ วัน เอียนมักจะเข้าไปเดินเล่นในป่าเพื่อหาที่สงบ ๆ นั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย เอียนเคยคิดอยากมีแขนอีกข้างเหมือนเด็กคนอื่น ๆ เพราะมันอาจทำให้ทุกคนยอมรับเขาเป็นเพื่อนได้ง่ายกว่านี้ แต่เอียนรู้ดีว่ามันเป็นได้เพียงแค่ความฝัน ดังนั้น เขาจึงทำใจและหวังว่าสักวันเด็กคนอื่น ๆ จะมองเห็นข้อดีในตัวของเขาบ้าง คืนวันหนึ่ง ในขณะที่คนทั้งเมืองหลับสนิท มีคนแคระหน้าตาน่ากลัวกลุ่มหนึ่งแอบลอบเข้ามาในเมือง แล้วจัดการจับตัวเด็ก ๆ ใส่กระสอบเวทมนตร์ จากนั้น พวกมันก็ช่วยกันแบกกระสอบเวทมนตร์ออกจากเมืองเพื่อนำเด็ก ๆ ไปส่งให้แก่นางแม่มดใจร้าย เมื่อพวกคนแคระแบกกระสอบมาไกลเกินกว่าที่พ่อแม่ของเด็ก ๆ จะตื่นและตามมาทัน พวกมันก็วางกระสอบลงพื้น แล้วสั่งให้เด็ก ๆ ออกมาเข้าแถวเพื่อเดินตามพวกมันไปยังกระท่อมของแม่มดที่ตั้งอยู่กลางป่าลึก เด็ก ๆ พากันร้องไหเพราะไม่มีใครอยากเป็นคนรับใช้ของนางแม่มด ส่วนคนแคระก็ได้แต่ร้องขู่และเร่งให้เด็ก ๆ รีบก้าวเท้าเดินไปให้ไวที่สุด ในระหว่างการเดินทาง หัวหน้าคนแคระนับจำนวนเด็กที่มันจับมาได้ทีละคน…ทีละคน จนในที่สุด มันก็เกิดสะดุดตาเข้ากับเอียนซึ่งเดินอยู่ตรงท้ายแถวพอดี หัวหน้าแคระจำได้ว่า แม่มดเคยสั่งให้มันเลือกลักพาตัวเฉพาะเด็กที่ดูแข็งแรงเท่านั้นเพราะเด็กแข็งแรงทำงานได้มากและไม่เปลืองค่าอาหารโดยเปล่าประโยชน์ ถ้าแม่มดรู้ว่าเด็กบางคนที่มันจับมาในคราวนี้เป็นเด็กที่มีแขนเพียงข้างเดียว แม่มดอาจจะโกรธและสาปให้มันกลายเป็นจิ้งจกก็เป็นได้ ด้วยเหตุนี้เอง หัวหน้าคนแคระจึงแอบปล่อยเอียนทิ้งไว้ที่กลางป่า เอียนแปลกใจมากที่จู่

อ่านต่อ

ๆ สมุนของแม่มดก็ยอมปล่อยตัวเขาเสียเฉย ๆ แม้เอียนจะดีใจที่ไม่ต้องไปเป็นคนรับใช้ของนางแม่มด แต่เขาก็อดที่จะเป็นห่วงเด็กคนอื่น ๆ ไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ เอียนจึงรวบรวมความกล้า แล้วแอบสะกดรอยตามทุก ๆ คนไป พร้อม ๆ กับคิดหาวิธีในการช่วยเหลือ เมื่อเอียนติดตามขบวนของเด็ก ๆ และเหล่าคนแคระไปจนถึงตำแหน่งที่ตั้งของกระท่อมแม่มดใจร้ายแล้ว เด็กน้อยแขนเดียวก็เริ่มใช้ความคิดโดยค่อย ๆ ประเมินสถานการณ์ทั้งหมด หลังจากนั้น เขาก็ตัดสินใจกลับไปแจ้งข่าวและขอให้ผู้ใหญ่ยื่นมือเข้ามาแก้ปัญหา ครั้นเมื่อพ่อแม่ของเด็ก ๆ ที่ถูกลักพาตัวไปได้ทราบเบาะแสจากเด็กแขนเดียวผู้กล้าหาญ พ่อแม่ทุก ๆ คนก็ปรึกษาหารือกันแล้วตกลงใจที่จะไปขอความช่วยเหลือจากตำรวจเวทมนตร์อย่างไม่รอช้า ไม่นานนัก เหล่าตำรวจเวทมนตร์ก็รวมพลบุกไปยังกระท่อมของนางแม่มด แล้วใช้คาถากับอาวุธวิเศษต่าง ๆ จัดการกับแม่มดใจร้ายและเหล่าลูกสมุน จนคนร้ายทั้งหมดสิ้นฤทธิ์ไปตาม ๆ กัน แม่มดกับพวกคนแคระได้รับโทษโดยถูกจับขังและดัดนิสัยที่เรือนจำศักดิ์สิทธิ์เป็นเวลาหนึ่งร้อยปี ส่วนเด็ก ๆ ก็ได้รับการปล่อยตัวให้กลับคืนสู่อ้อมอกของพ่อกับแม่ที่พวกเขารัก เมื่อเด็กทุกคนทราบถึงความกล้าหาญที่เอียนติดตามไปเพื่อหาทางช่วยพวกเขา เด็ก ๆ ที่เคยล้อเลียนและไม่ยอมรับเอียนก็พากันสำนึกผิด เด็กทุกคนขอโทษเอียนที่พวกตนมัวแสนใจรูปกายภายนอกโดยลืมมองถึงสิ่งที่สำคัญกว่านั้น ซึ่งนั่นก็คือความรักเพื่อนที่มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยมในหัวใจของเอียนนั่นเอง และแล้ว…วีรบุรุษแขนเดียวอย่างเอียนก็เอาชนะใจเพื่อ ๆ ได้สำเร็จ #นิทานนำบุญ นิทานคติ เรื่อง : ม้าที่หายไป นาน มาแล้วทางตอนเหนือ อันแสนกว้างใหญ่ของจีน ดินแดนแห่งทุ่งหญ้าและทะเลทราย หุบเขาและขุนเขาสูงตระหง่าน บ้านแห่งชนเผ่าเร่ร่อน ชนเผ่าค้าขาย และชุมชนเกษตรเล็กๆ ถัดไปทางเหนืออีกนิดยังมีดินแดนเล็กๆ ท่ามกลางหุบเขารอบด้าน ชาวบ้านที่นั้นมีความเชื่อว่าถ้าบ้านใดมีม้า บ้านนั้นจะโชคดี ดังนั้นทุกปีพวกชายหนุ่มจะออกจากหมู่บ้านไปยังทิศตะวันตก ที่ทุ่งหญ้าด้านนั้นจะมีม้าป่าที่แข็งแรงสง่างามให้เลือกจับ ใครจับได้ก็จะได้เป็นคนที่ชาวบ้านนับถือว่าโชคดีที่สุด ยังมีบ้าน หลังหนึ่ง เจ้าของบ้านไปได้ม้าป่ามาฝึกให้เชื่องได้ตัวหนึ่ง มันเป็นม้าที่ลักษณะดี แข็งแรงและสง่างาม ผู้เป็นเจ้าของชื่นชมมันอย่างยิ่ง วัน หนึ่งเจ้าของม้าเดินไปยังคอกม้าเพื่อให้อาหารแก่ม้าของเขา ในเวลานี้ของทุกวันเขามักจะปล่อยมันให้ออกไปเดินเล่นที่ทุ่งหญ้าใกล้ๆ และเมื่อถึงเวลาม้าแสนรู้ตัวนี้ก็จะวิ่งกลับมาเพื่อกินหญ้าที่เขาหามาป้อน มัน แต่แล้ววันนี้เมื่อเจ้าของมา เขากลับไม่พบเห็นเจ้าม้าแสนรู้เลย เจ้าของมองหาม้าของเขาจากทุกทิศทุกทาง แต่ก็หามันไม่พบ ไม่นานนัก เพื่อนบ้านของเขาก็วิ่งมาหา พลางร้องบอกว่า “ม้าของเจ้ามันหนีออกไปรวมฝูงกับพวกม้าป่านอกหุบเขาแล้ว ดูนั่นซิ! รั้วของบ้านเจ้าที่หักนั่นก็เพราะว่าถูกเจ้าม้าเตะพังไป เจ้าคงหามันไม่พบแล้วละ มันวิ่งไปทางเหนือดุจพายุทีเดียว” เจ้าของม้าเสียใจมาก เขาเพียรคิดแต่ว่า “มันเป็นม้าแสนรู้ ทำไมทำอย่างนี้นะ แต่บางทีอาจมีสิ่งดีๆ ก็เกิดขึ้นได้ในโชคร้ายเช่นนี้ อาจเป็นเช่นนั้น” เจ้าของม้าภาวนาเช่นนั้น แต่ ไม่นานนัก เพียงหนึ่งสัปดาห์ผ่านไปเจ้าม้าก็กลับมา และมันพาม้าตัวเมียตัวหนึ่งมาด้วย ทั้งหมู่บ้านล้วนยินดีกับเขา เรื่องราวเช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เจ้าของม้ายินดียิ่ง เขาจัดงานเลี้ยงฉลองใหญ่ทีเดียว จากนั้นอีกไม่นานนัก ลูก ชายของเจ้าของม้าซึ่งชอบที่จะขี่ม้ามาก เขาเห็นว่าม้าตัวเมียที่ได้มาใหม่ลักษณะดีอยู่ ดังนั้นเขาจึงคิดที่จะหัดเจ้าม้าป่าตัวใหม่นี้ ชาย หนุ่มพยายามที่จะขี่มัน เพราะว่าถ้าขี่ได้ มันก็จะเชื่อง แต่ว่าเขาทำไม่ได้ เขาตกลงมาหลายครั้ง และสุดท้ายเขาก็ขาหัก พ่อของเขามาดูอาหารและบอกต่อเขาว่า “มันดูไม่ดีเท่าไร แต่ว่าบางสิ่งที่ดีๆ อาจเกิดขึ้นในโชคร้ายนี้ก็ได้” ฝ่ายลูกชายทำได้เพียงมองหน้าพ่อของเขาและนอนเฉยๆ เพื่อรักษาตัว เพียงสามวันหลัง จากนั้น มีคำสั่งจากทางเมืองหลวงเกณฑ์ชายหนุ่มทุกคนในหมู่บ้านให้ไปเป็นทหาร เพื่อป้องกันชนเผ่าเร่ร่อนทางเหนือสุดซึ่งโหดเหี้ยม ดุร้าย ถือว่าเป็นการรบที่อันตรายและการรบนี้เสี่ยงตายอย่างยิ่ง น้อยกว่าน้อยของทหารที่ไปมักไม่ได้กลับบ้าน แต่ เมื่อนายกองทหารมารับทหารเกณฑ์ที่หมู่บ้าน เขาเรียกรวมพลทั้งหมด และเขาก็พบกับชายหนุ่มนี้ซึ่งใช้ไม้เท้าอยู่ นายกองมองที่ขาของอีกฝ่ายและเห็นว่าอีกฝ่ายขาพิการ ดังนั้นจึงไม่เอาเขาไปกับกองทัพ เพราะว่าคนพิการไม่มีประโยชน์ใดต่อกองทัพที่กำลังจะไปรบ ทั้งครอบครัวยินดียิ่ง เจ้าของม้าจึงบอกต่อลูกชายว่า “เจ้า เห็นไหม พวกเราโชคดี แม้แต่การที่เจ้าขาหักนี้ ก็ทำให้เจ้ารอดพ้นจากการเกณฑ์ทหารได้ เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันที่ร้ายที่สุดอาจนำมาซึ่งความโชคดีในที่สุดได้ เมื่อเรามีปัญหา ให้เชื่อว่ามันจะนำสิ่งที่ดีมาให้ เมื่อความยุ่งยากผ่านพ้นไป” ลูกชายของเจ้าของม้ารับคำ และจากนั้นมาเขาก็ยึดถือเช่นเดียวกับพ่อของเขาตลอดไป

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน