590414_ตลาดอาริยะสงกรานต์ปีใหม่ไทย ๒๕๕๙ รวมญาติสาดน้ำใจ.docx
เนื้อหาในไฟล์
590414_รวมญาติสาดน้ำใจ ตลาดอาริยะสงกรานต์ปีใหม่ไทย ๒๕๕๙ เทศกาลมหาสงกรานต์ปีนี้ คณะรัฐมนตรีไทยออกระเบียบ คุมเข้มช่วงสงกรานต์ เปิด 8 ข้อระเบียบ ห้ามแป้ง-ห้ามโป๊-ห้ามปืนฉีดน้ำแรงดันสูง รวมถึงห้ามจำหน่ายและห้ามดื่มแอลกอฮอล์บริเวณที่มีการจัดงานสงกรานต์ พร้อมรณรงค์ให้ใช้ขันตามประเพณีเดิม เพื่อเป็นการประหยัดน้ำไปด้วย นับเป็นนโยบายที่ดีเยี่ยม (ภาพและเสียงนายกฯ) สอดคล้องกับที่หมู่บ้านชุมชน ราชธานีอโศก จ.อุบลราชธานีที่ได้จัดงานตลาดอาริยะสงกรานต์ปีใหม่ไทยในระหว่างวันที่ 13-15 เมษายนนี้ โดยไม่ได้เชิญชวนให้คนมาเล่นสาดน้ำกันอย่างสาดเสียเทเสีย แต่จะชวนให้พ่อให้แม่ให้ผู้ใจบุญ และประชาชนไทย มาสาดมาเทน้ำใจให้กันในงานตลาดอาริยะครั้งที่ ๓๗ มหกรรมสินค้าราคาต่ำกว่าราคาทุน แบบราคา"บุญนิยม" การเทน้ำใจให้กันนี้ ยิ่งเทให้ก็ยิ่งจะมีน้ำใจมากเพิ่มขึ้น ไม่มีหมดน้ำใจแน่นอน เริ่มงานใน วันพุธที่ 13 เมษายน 2559 พ่อครูสมณะโพธิรักษ์นำ สมณะสิกขมาตุออกบิณฑบาตตั้งแต่ 06:30 น. จากนั้นในเวลา 07:25 น. พ่อครูได้มาเทศนาเปิดงานตลาดอาริยะครั้งที่ 37 ที่เวทีกลางหน้าห้องน้ำกางเกงยีนส์ พ่อครูว่า วันนี้วันดีจริงๆสุภมงคลตรงกับวันพุธที่ 13 เมษายน 2559 ขึ้นเจ็ดค่ำเดือนห้าปีวอก วันนี้เป็นวันปีใหม่ไทยสงกรานต์ ที่ บ้านราชเมืองเรือ บ้านไม้เมืองหิน บ้านดินเมืองน้ำ บ้านงามเมืองพุทธ บ้านพิสุทธิ์เมืองอมตะ ที่นี่ตั้งชื่อไว้ว่าอย่างนั้นเป็นเกาะรัตนราชธานี ซึ่งเรากำลังจัดงานที่เรียกว่าตลาดอาริยะ ครั้งนี้เป็นครั้งที่สาม 37 ถ้านับเป็นครั้งใหญ่ใหญ่นะแต่ครั้งเล็กๆในแต่ละปีเราก็จัดอีกหลายครั้ง ที่ราชธานีอโศกนี้จัดเป็นหลักครั้งใหญ่ๆ ครั้งย่อยๆก็จัดในจังหวัดต่างๆ ตลาดอาริยะคืออะไร? ตลาดอาริยะคือตลาดของบุญนิยมเป็นตลาดที่ขายขาดทุนจัดงานต
อ่านต่อ
ลาดอาริยะแล้วสินค้าจะต้องเป็น ของดี ราคาขาดทุน ซื่อสัตย์ มีน้ำใจ ขายสด งดเชื่อเบื่อทวง ปวดท้อง เราเลิกการใช้สินเชื่อเด็ดขาด ไม่มีการกู้หนี้ยืมสิน มีแต่การเกื้อกูลช่วยเหลือกันไม่มีดอกเบี้ยอะไรไปใช้เป็นการหากินแบบระบบเชื่อเราไม่เอาแล้วเราก็ทำมาได้ชาวอโศกเปิดมา 30 ถึง 40 ปีแม้แต่ตลาดอาริยะก็ 37 ปีแล้วเป็นต้น ของที่เราเอามาขาย ซื่อสัตย์ ราคาต่ำกว่าราคาทุนจริงๆ เป็นการขาดทุนจริงๆไม่ใช่การขาดทุนแอบแฝงจะต้องคิดค่ารถ เอาเกินกว่าราคาต้นทุน ดีไม่ดีก็คิดค่าแรงงานด้วย แต่ของเราไม่คิดค่าแรงงาน ถ้าจะคิดค่าแรงงานด้วยก็ยิ่งขาดทุนมากมาก ขอต้อนรับทุกคนทุกศาสนาทุกชาติจากต่างประเทศเข้ามาจากประเทศลาวก็มาจากประเทศจีนประเทศอื่นๆก็มาเราก็มีสิ่งที่จะแสดงออกอย่างไม่ได้อวดอ้างอะไรแต่ทำเพื่อให้มนุษยชาติอย่างจริงใจว่ามีการช่วยเหลือจอจานเกื้อกูลกันจริงๆมีอยู่ในโลกก็ยินดีต้อนรับทุกๆคนสำหรับขนาดนี้ 08:00 น. ตรง อาตมาก็ขอเปิดงาน ...จากนั้นพ่อครูตีฆ้องเปิดงานตลาดอาริยะ ครั้งที่ 37 เมื่อพ่อครูเปิดงานเสร็จร้านรวงต่างๆก็ได้เปิดให้บริการแก่ประชาชนที่มาจากทั่วทุกสารทิศ ปีนี้ตลาดอาริยะส่วนที่เป็นสินค้าและตลาดอาหารแบ่งเป็นจุดต่างๆ ในบริเวณหมู่บ้านดังนี้ 9 จุด คือ จุดที่ 1 โรงปุ๋ยพลังชีวิต ขายปุ๋ยงอกงามจากปกติ 200 บาทเป็น 170 บาท จุดที่ 2 คือบริเวณหลังร้านปันบุญ เป็นร้านของใช้พลาสติก ตระกร้าสานและไม้กวาดของศรีโคตรบูรณ์ เสื้อผ้าของภูผาฟ้าน้ำ และโซนของศีรษะอโศกซึ่งเป็นร้านจุลินทรีย์ หอมกระเทียม การรักษาแพทย์แผนไทย และวังน้ำเขียว จุดที่ 3 เกาะกลาง มีร้านต้นกล้า ต้นไม้ เตา ครก และร้านจากเครือแหจังหวัดต่างๆ จุดที่ 4 เฮือนตลาด เป็นสินค้าประเภทหมอนขิด เสื้อผ้า เครื่องครัวชิ้นเล็ก หนังสือ และอื่นๆตรงกันข้ามกับเฮือนตลาดเป็นร้านจักรยานญี่ปุ่นมือสอง จุดที่ 5 โรงช่างเก่าเป็นสินค้าถ้วยชามเซรามิค จุดที่ 6 ศาลาฝั่นเซียว ขายกระติ๊บข้าว กระดง จุดที่ 7 ศาลาเพิงกัน เป็นน้ำตาล น้ำมันพืช จุดที่ 8 เป็นเวทีชาวบ้าน ให้ความบันเทิงด้วยดนตรีและการแสดงพร้อมทั้งมีกิจกรรมพิเศษสนุกๆ กับซื้อสินค้าราคาบาทเดียว จุดที่ 9 บริเวณเฮือนศูนย์สูญ เฮือนสวยเหมิด เฮือนหญิงกิน เป็นตลาดอาหารบาทเดียว บรรยากาศการจราจรของตลาดอาริยะ ที่ชุมชนราชธานีอโศกในช่วงเช้า 7.30-8.30น.ที่ถนนทางเข้างานตลาดอาริยะ จากบ้านกุดระงุม ถึงลานจอดรถตลาดอาริยะ การจราจรฝั่งขาเข้า ค่อนข้างจะหนาแน่นมาก มีรถประชาชนทยอยเข้ามาเป็นสายยาวจนถึงบ้านกุดระงุม มีจอดติดบ้างแต่ไม่นาน ส่วนลานจอดรถจุดหลักที่ได้จัดเตรียมไว้ก็เต็มไปด้วยรถยนต์ของพี่น้องประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อสินค้าราคาต่ำกว่าทุนที่ตลาดอาริยะ ชุมชนราชธานีอโศก ซึ่งมีทั้งรถยนต์ส่วนตัวและรถบรรทุก6ล้อ ตลาดอาหารเปิดบริการตั้งแต่6.00-15.00น. บริเวณโรงครัว ยาวถึงในเฮือนศูนย์สูญ เป็น "ตลาดอาหาร" จานละบาทเดียว มี 14 ร้าน จากหลายจังหวัด ซึ่งเน้นอาหารท้องถิ่นจากหลายภาค เช่น ลาบเห็ดจากศีรษะอโศก ขนมจีนน้ำเงี้ยว-น้ำยาป่าจากภูผาฟ้าน้ำ ผัดไทยก๋วยเตี๋ยวจากปฐมอโศก ข้าวโปงและขนมหวานจากศาลีอโศก ฯลฯ เช้าวันที่ ๑๓ เมษายน นี้แม่ให้พ่อให้จากร้านต่างๆมาทำอาหารตั้งแต่ตี 4ถึงตี5 ประชาชนส่วนใหญ่มาจากจ.อุบลฯและจังหวัดใกล้เคียง บางครอบครัวเดินทางมาตั้งแต่ตี3 บางครอบครัวมาตั้งแต่เมื่อวานเพราะมีความตั้งใจมาร่วมใส่บาตรตามพุทธประเพณีก่อนที่จะมาทานอาหารมังสวิรัติและซื้อของในตลาดอาริยะ มีความเห็นว่าปีนี้จัดงานในหมู่บ้านทำให้ไม่ร้อนและได้เดินชมชุมชนด้วย ตลาดอาหารคึกคักตั้งแต่เช้าจรดเที่ยง พี่น้องที่มาร่วมงานให้คะแนนเต็ม100 เพราะของถูกมาก ที่อื่นไม่มีงานแบบนี้ บางคนเตรียมตัวมาทุกปีในช่วงสงกรานต์เหมือนเป็นงานประจำปี บางครอบครัวบอกว่าเวลามีงานได้มาร่วมงานทุกปี ชอบที่นี่เพราะเป็นชุมชนที่อยู่อย่างพอเพียง มีวิถีชีวิตที่อยู่อย่างพึ่งตนเองได้ ไม่แก่งแย่งกัน เป็นตัวอย่างที่ดีในสังคม พ่อให้แม่ให้ก็บอกว่ามีความสุขที่เห็นพี่น้องมาร่วมงานกันเยอะ เป็นความสุขที่ได้ให้และเสียสละแบ่งปัน ผักบุ้งไร้สารพิษ กำละ 1 บาท ในงานตลาดอาริยะ ครั้งที่ 37 พี่น้องเรามาช่วยกันเก็บสดๆจากสวนไปขาย ตั้งแต่ 9โมงเช้า ถึง สามทุ่ม (21:00) ถือเป็นเวลาทำงานประจำปี เวทีดนตรีและการแสดง โดยมีวงดนตรีหลักคือ .....วงฆราวาส บรรเลง ร้องเล่น (เหลือเต้น) แฟนคลับก็ยังไม่ทิ้งพวกเขา... .....(เพลง)บาทเดียว บาทเดียว...... ....รอบเพลงเต้นด้วยและซื้อของด้วยเงินเพียงบาทเดียว มวลชนเราหนาเเน่น ให้เต้นคือเต้น ให้ร้องฮิ้วก็ร้อง นิ้วมือหนีบเงินหนึ่งบาทไว้ บางคนเอาเงินหนึ่งบาทเหน็บหูไว้ แล้วเต้น ....ขณะที่พามวลชนม่วนซื่นกับกิจกรรม ซื้อสินค้าราคาบาทเดียว คุณป้ารอคิวซื้อของ "ป้าม่วน บ่ได้ขอบ่เป็นหยัง ป้ามาม่วนวงนี้ทุกปี" ลุงยืนเต้นในแถว"วงนี้มันตึกมันคัก เพลงถูกใจอีหลี" คุณยายนั่งนวดเข่าอยู่ "เต้นจนปวดเข่า ป้าไปนั่งเต้น ให้หลานไปซื้อของบาทเดียวนั่น" คุณยายนั่งอยู่ท่ามกลางสิ่งของมากมาย"ยายชอบดูวงนี้ ส่วนหลานๆลูกไปซื้อของ ยายนั่งเฝ้าของ ดูวงนี้ได้ทั้งวัน" น้าสาวท่านหนึ่งเดินมาสะกิด "นางๆ วงนี้จ้างมาจากที่ไหน แพงบ่" คุณตา "วงนี้เขาปฏิบัติธรรม เพิ่นเต้นน้อย" คุณน้า สามสาว" กลับก่อนเด้อ สนุกหลาย มาทุกปี อยู่ได้ทั้งวัน เจอกันปีหน้าเด้อ " คุณน้าหนึ่งในสามถือขวดน้ำมัน " หล่อกันทั้งวงเนาะวงนี้" คุณน้าหนึ่งในสามถือกะละมัง "สาวๆบนเวทีคือ น่ารักเต้นหน้าแดงเลย" แล้วเราก็กอดลากัน และมีนัดหมายว่า เจอกันปีหน้า สาระดีๆเพลงม่วน ธรรมะดีๆในเพลง เพลงดีๆ ไม่ได้มีไว้ทำขาย อยากฟังต้องมาร่วมกิจกรรมตามชุมชน ฟังดนตรีสดๆ สัมผัสสมาชิกวงฆราวาสตัวเป็นๆ อันว่าความกรุณาปรานี จะมีใครบังคับก็หาไม่ หลั่งมาเหมือนฝนอันชื่นใจ จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน