581230_โอวาทประชุมตลาดอาริยะ ในงานว.บบบ.ครั้งที่ ๔ บ้านราชฯ.docx

โฟลเดอร์ปี๒๕๕๙
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์764 KB
วันที่แก้ไข25 มกราคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

581230_โอวาทประชุมตลาดอาริยะ ในงานว.บบบ.ครั้งที่ ๔ บ้านราชฯ พ่อครูว่า...มาถึงวันนี้แล้วตลาดอาริยะเป็นบุญญาวุธหมายเลข 2 ที่เราทำต่อจากมังสวิรัติที่เป็นบุญญาวุธหมายเลข 1 มังสวิรัตินั้นมันเป็น ผลต่อตัวเราเองเป็นเอกผลต่อมวลมนุษยชาติเป็นรอง ส่วนตลาดอาริยะนั้น ผลประโยชน์ต่อมนุษยชาตินั้นเป็นเอก ผลประโยชน์ต่อเรานั้นเป็นรอง แต่ถ้ามองในแง่ธรรมะก็เป็นเอกทั้งนั้นที่เราจะได้ใช้ลดกิเลสไม่ว่าจะเป็นบุญญาวุธหมายเลขเท่าไหร่ การตัดกิเลสของเราก็เป็น ได้ทั้งนั้นเป็นเอกตลอดกาล เรื่องมังสวิรัตินั้นเราก็ทำได้ดีประสานกับพวกที่กินเจได้กว้างขวางออกไปหน้าเทศกาลกินเจที่ 1 ก็เกิดทั่วประเทศ จนกระทั่งจังหวัดอุบลมีร้านอาหารเจที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในหน้าเทศกาลกินเจและก็คล้ายกันอย่างพิสดารกว่าทุกร้านในหน้าเจ ที่ที่อื่นเขาขายกัน โอกาสขายแพงขึ้นแต่เราถือโอกาสขายถูกลง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องเจริญก้าวหน้าไปได้ดีมาก ตลาดอาริยะ ก็อยากจะกำชับพวกเราอยากจะขอร้องด้วย ว่าอย่าพยายามทำให้ตลาดระยะนี้เสื่อม เรื่องการพาณิชย์เรื่องการซื้อขาย เป็นเรื่องของสังคมมนุษยชาติ ที่จะไปข้างหน้าอีก ตลอดกาล ให้มารู้จักการแบ่งแจก จะเป็นตัวที่จะถ่วงดุลของสังคม ให้ถ่วงทุนนิยมที่บ้าเลือดไม่ยอมลดไม่ยอมขาดทุน จะต้องช่วยคนเดือดร้อน มาพูดถึงเรื่องตลาดอาริยะนี้เป็นบุญนิยม ขั้นที่ ๓ คือขายขาดทุน ไม่ใช่บุญนิยมระดับขายต่ำกว่าราคาตลาด หรือขายเท่าทุนนะ ไม่ใช่งานแจกฟรี แต่เป็นการค้าขายแลกเปลี่ยน เป็นการแลกเปลี่ยนของเงิน ก็ตาม เอาต่ำที่สุดอย่างเช่นขายอาหาร ทั้งที่เราก็แจกฟรีได้ แต่เราก็ขายจานละบาท ก็ขอร้องว่าถ้าไม่ขาดทุนจริงอย่างใช้ชื่อเรียกว่าตลาดอาริยะ จะใช้คำว่าตลาดบุญนิยมก็ได้ ได้มากที่สุดก็เท่าทุน หรือเอาเปรียบน้อย แต่จะมีสินค้าบางชนิดข

อ่านต่อ

ายต่ำกว่าทุนบ้างบางรายการ แต่ว่าคุณจะบอกว่าเป็นตลาดอาริยะไม่ได้ เฉลี่ยแล้วไม่ใช่ ที่จริงคืออยากให้ต่ำกว่าทุนทั้งหมดทุกอย่างทุกชิ้น ถ้าเราทำตลาดอาริยะให้บริสุทธิ์เป็นการยืนยันว่าการค้าของอาริยชนจริงต้องขายต่ำกว่าทุน ถ้าการค้าของชาวอโศกเจริญจริง มีแกนแก่น เช่นสินค้าของชุมชนบ้านราชฯจะขายชิ้นใดก็ต่ำกว่าทุนหมด นี่คือคนเจริญมีผลิตมากมายขายในประเทศไทยก็ยังเหลือ จะขายต่างประเทศเราก็ขายต่ำกว่าทุนให้ต่างประเทศ เราไม่เอาเปรียบต่างประเทศมาให้แก่ตนนั่นเป็นทุเรศคติ ไม่ใช่ทุรคติ ไม่ใช่อุดมคติ เป็นหายนคติ เพราะฉะนั้นเราทำในบ้านเมืองในประเทศในสังคมกลุ่มเล็ก ปริตตัง กรอบนี้ขยายรอบไปเรื่อยๆ ทุกวันนี้ก็ทำแต่ละที่ๆย่อยลงไป ก็อยากให้รักษาสภาพตลาดอาริยะดีขึ้นเรื่อยๆไม่ใช่ยิ่งทำยิ่งเลยตีกินแฝงหลอกสังคม แล้วใช้อันนี้ไปได้กำไรอย่างโลก อย่าไปทำอย่างเล่ห์ชาวโลก ปีกลายนี้เรามีเงินหมุนเวียนขายถึง ๓๒ ล้านบาท แล้วกำไรอาริยะ ทั้งหมดรวมแล้วแปดล้านสองแสนกว่า ก็เท่ากับปีหนึ่งเรารวมกันมา คืนให้แก่สังคมอีก มีครั้งย่อยๆอีก แต่ตัวหลักงานใหญ่เราก็มีปีหนึ่งก็ครั้งหนึ่ง มันน่าจะปีละ ๒๐ ล้านนะ ก็ใจใหญ่ไว้ คือการสมทบมีการสมทบเป็นหน่วยงานหรือเป็นบุคคลเอกชนส่วนตัวก็มารวมได้ คือพวกเรานี่แหละไม่เอาเงินคนข้างนอกหรอก เช่นอเมริกาจะสนับสนุนตลาดอาริยะปีละห้าร้อยล้านอย่างนี้เราไม่เอา ถ้าเรารับก็เป็นอานานิคมของเขา พวกคนร่ำรวยก็ใช้ซื้อทาสไว้ เป็นเรื่องธรรมดาสามัญ ที่เราเอาตลาดไปใกล้แม่น้ำมูนเพราะเราจะปลุกชีวิตแม่น้ำมูน แต่ก็ไม่ง่ายเพราะองค์ประกอบยังไม่พอ จัดองค์ประกอบศิลป์ไม่ง่าย มีสิ่งชี้ชวนยังไม่ถึง แต่ถ้ามันเมื่อยมันหนักหนาสาหัสแรงงานก็ไม่ไหว คือเราจะได้เรือไปแสดง เรือก็จะวิ่งไปวิ่งมา พยายามให้เขาขึ้นเรือวิ่งไปมา แต่ก็ไม่เวิร์คเท่าไหร่ ถ้าเห็นว่าไม่ไหวก็พักก่อน อาตมามีความคิดว่า ซึ่งต้องหนักหนาเหมือนกัน คืออยากซื้อที่ดินฝั่งตรงกันข้าม เสร็จแล้วงานตลาดอาริยะ ถ้าเราจะทำเราก็จะใช้พื้นที่นั้น พอถึงหน้าตลาดอาริยะเราก็จะประโคมฝั่งโน้นขึ้นมา เราทำแพขนานยนต์ ซึ่งก็ไม่ได้มีพิมพ์เขียวอะไร เราก็จะได้มีถนนหนทาง เขามาที่นี่ได้ ทางโน้นก็ต้องมาจากทางโน้น ปีนี้เห็นความเปลี่ยนแปลงของพื้นภูมิราชธานีอโศกอีกเยอะก็จะมีอะไรมาก่อ สถานที่ก่อสร้างเครื่งอประดับประดา เป็นงานศิลปะ ที่ไม่ใช่ธรรมดาสามัญ แต่เป็นสุนทรียศิลป์เพื่อดึงดูดคนเข้ามา ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับคนมาเที่ยวแต่คนมาเพื่อเอาสาระหรือจะดูแค่วัฒนธรรมเราก็ไม่ขายวัฒนธรรม ทุกวันนี้มันไม่มีแล้ว แต่ของเราจะมีวัฒนธรรมจริง เป็นวัฒนธรรมบุญนิยม เป็นวัฒนธรรมจริงที่หาค่าบ่มิได้ ให้คนเขาอยากให้ได้เป็นอย่างนี้นั่นคือเราสืบต่อวัฒนธรรม ต่อเชื้อออกไป เขามาที่นี่ไม่ใช่มาแค่เที่ยวแต่ได้รับสาระมากกว่านั้น เขารู้ว่ามาที่นี่จะได้อะไรไม่ใช่บำเรอบำรุงกินเสพสูบ อันนั้นโลกีย์ไม่ใช่ หมู่บ้านเราต่อไปสำเร็จแล้วจะเป็น comlex ที่ใหญ่ มีอาการเคลื่อนไหว ดำเนินการเป็นสสัมภาระ ดำเนินไปทำหน้าที่ของมันเต็มสภาพ หมู่บ้านนี้ก็เดินเต็มสภาพตามวิถีบุญนิยมเป็นโมเดลหลักของสังคมไทย ที่จะบรรจุในสถานที่ท่องเที่ยวเราไม่คิดแต่มันมาแน่ แต่เราจะไม่ใช้เป็นหน้าที่หาเงิน แต่จะยิ่งใหญ่กว่าวัดพระแก้ว เราก็ต้องมีกฎเกณฑ์ ไม่ใช่ให้มาแสดงแบบโลกๆทั่วไป มีธรรมเนียมเหมือนที่วัดพระแก้ว มีเจ้าหน้าที่ๆจะทำหน้าที่ไม่ใช่ชี้บอกแต่ให้ทำเป็นวัฒนธรรมที่ต้องเคารพคนมาโดยวัฒนธรรม เหมือนกับไปวัดพระแก้ว ของเราเป็นทั้งศาสนาวัฒนธรรม จะมีสมเด็จปู่ขึ้นมาจะเป็นที่เคารพแน่นอน ยังมีโมโนลิทอีก เป็นห้างสรรพสินค้า complex ไม่อยากเปิดเผยพิมพ์เขียวเดี๋ยวจะเหมือนโม้

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน