590529_ข่าวข้อที่น่าสังเกตกรณีศึกษา การล้างพิษตับกับมงคลตื่นข่าว.docx

โฟลเดอร์สคริปข่าว
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข28 สิงหาคม 2559

เนื้อหาในไฟล์

590529_ข้อสังเกตกรณีศึกษา การล้างพิษตับกับมงคลตื่นข่าว ข่าว ข้อสังเกตกรณีศึกษา การล้างพิษตับกับมงคลตื่นข่าว ประมาณกลางเดือนสิงหาคม ปี ๒๕๕๙ ที่หมู่บ้านชุมชนราชธานีอโศก จ.อุบลราชธานี ได้เกิดกรณีการตายโดยผิดธรรมชาติ ของญาติธรรมหญิงสองท่าน โดยที่หนึ่งท่านนั้นอายุเพียง๕๗ ปี และไม่มีโรคร้ายแรงใดๆ ส่วนอีกท่านหนึ่งนั้นอายุเพียง ๕๔ ปี ซึ่งป่วยเป็นโรคมะเร็งท่อนำ้ดี แต่ก็ยังไม่อยู่ในระยะเวลาที่น่าจะเสียชีวิตฉันพลันได้ แต่ก็มาเสียชีวิตลงในระยะเวลาอันสั้น ภายในเวลาไม่ถึงสามสัปดาห์ ด้วยโรคติดเชื้อในกระแสโลหิต ทำให้ทีมงานสุขภาพบุญนิยมที่ราชธานีอโศก ช่วยกันเก็บหลักฐานเพื่อค้นหาสาเหตุของการเสียชีวิตโดยฉับพลัน เนื่องจากก่อนหน้าที่จะป่วยหนักและทรุดลงจนเสียชีวิตนั้น ทั้งสองท่านได้เข้าคอร์สล้างพิษตับ แบบที่กินน้ำมันมะกอกปริมาณมากกว่าคอร์สล้างพิษตับทั่วไปหลายครั้ง โดยปรากฏหลักฐานในการตรวจทางห้องปฏิบัติการ พบข้อสังเกตถึงผลข้างเคียง ที่อาจเกิดจากการล้างพิษตับคือ ๑.อาการอ่อนเพลีย กล้ามเนื้อเกร็ง เป็นตะคริวและมือเท้าชาเนื่องมาจากการขาดสมดุลเกลือแร่ เช่นcalcium, sodium , potassium, magnesium, bicarbonate เป็นต้น ๒.ภาวะภูมิต้านทานต่ำ ต่อเนื่องด้วยการติดเชื้อแบคทีเรียตามอวัยวะต่างๆของร่างกาย จนถึงขั้นเสียชีวิตได้ และยังมีกรณีศึกษาที่เกิดผลอย่างเดียวกันนี้อีกหลายคน บางท่านก็เป็นสมณะ สิกขมาตุที่มีอาการเช่นนี้ ดังนั้น พ่อครูจึงได้เทศนาปรามให้งดล้างพิษตับแบบที่กินน้ำมันมะกอกนี้ในชุมชนชาวอโศก ในท้ายรายการสงครามสังคมธรรมะการเมือง วันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๘ …. (ภาพและเสียงพ่อครูว่า...ของเราสองศพพวกเราที่ไม่ควรตายก็ตาย แล้วคนอื่นที่ได้รับบาดเจ็บมีผลกระทบ มันมีอย่างนี้ต้องควรระวัง อย่าไปเห็นแก่ได้เห็น

อ่านต่อ

แก่อะไรเลย คนไหนจำเป็นที่สุดก็ทำไป ที่ไหนมีฐานรับรองก็ทำไป อย่างกอบ อย่างหมอเขียว อย่างรร.ผู้นำก็ทำไป แต่ของเราไม่ได้เป็นหลักเป็นฐานรับผิดชอบกัน ก็ขอปรามเอาไว้) เมื่อกรณีศึกษานี้ได้เผยแพร่ออกไปทาง www.boonniyom.net ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางสื่อสารมวลชนเช่น หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์มาขอสัมภาษณ์พ่อครูที่บ้านราชฯเมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๘ และสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ในรายการข่าวภาคค่ำวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๘ (ภาพและเสียงข่าว TPBS) และเมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๘ พ่อครูได้ให้โอวาทประชุม ๙ องค์กรบุญนิยม ณ ชุมชนสันติอโศกไว้ว่า… (เสียงพ่อครู ...อาตมาก็เลยต้องกันไว้ดีกว่าแก้ เพราะว่าเป็นเรื่องของชีวิต ก็เลยไม่เอา ชุมชนชาวอโศกก็เลยคิดว่าหยุดเสียก่อน จะล้างพิษตับในชุมชนชาวอโศกทุกแห่ง ห้ามหมด!!! ส่วนใครจะไปล้างส่วนตัวนั้นเป็นอิสระ อันนี้ก็พักไว้ก่อน จนกว่าจะมีหลักฐานรับรองต่างๆนานาว่าเป็นไปได้ มีหลักเกณฑ์อะไรในอนาคตก็ค่อยว่ากัน…) กรณีศึกษาล้างพิษตับในชุมชนชาวอโศก เป็นกรณีให้เราได้ศึกษาในเรื่องของมงคลตื่นข่าวได้เป็นอย่างดี ว่า ถ้าเชื่ออย่างไม่รู้ประมาณ ก็จะทำความเสียหายร้ายแรงขึ้นได้ ซึ่งพ่อครูได้ให้สัมมาทิฏฐิเกี่ยวกับความเชื่อในการรักษาความเจ็บป่วยไว้ในรายการวิถีอาริยธรรม ที่ธรรมชาติอโศก เมื่อวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๕๙ ไว้ว่า…. (ภาพและเสียงพ่อครู…..ก็คืออย่าเชื่อมงคลตื่นข่าว ตามพระพุทธเจ้าสอน พอเขาว่ามีข่าวนี้ดีๆๆ เราก็หลงไป โรคฟีเวอร์ก็คืออย่างนี้แหละ มงคลตื่นข่าว แล้วที่ไม่ได้เรียนไม่ได้ฝึกฝนกลายเป็นไม่เป็นตัวของตัวเอง เชื่อตามข่าวลือไปก็เลยกลายเป็นคนแบบบนั้นไป เราก็ตองประมาณ ไม่ได้หนักหนาสาหัสอะไรเราก็อย่าไปฟีเวอร์อะไรกับเขา อะไรที่พอเป็นไปมันถึงเวลาถึงโอกาสก็ค่อยว่ากัน เพราะฉะนั้นเรารักตัวกลัวตาย ตะกละตะกรามเห็นแก่ตัวมาก มันก็แรงมันก็มากเอง แต่ถ้าเราไม่รักตัวกลัวตายมาก ไม่ได้เห็นแก่ตัวมากมายอะไร มันก็ไม่กระดี๊กระด๊าเกินกาล มันก็อยู่ที่ความจริงเหมือนกัน ก็ต้องพยายามดูตัวเอง อ่านตัวเองกำหนดตัวเองว่าเรานี่แหมมันเห็นแก่ตัว มันรักตัวกลัวตาย หรือกระดี๊กระด๊าจัดจ้านเกินไปไหม ถ้ามากไปเราก็ควรลดตัวเองลง ถ้าแค่ประเด็นที่มีคำถามว่าจะประมาณอย่างไรก็แค่นั้นแหละ นอกจากว่าเราเองไม่คิดเรื่องตัวเอง เราก็อยากได้นี่หว่า ชีวิตเราก็ของเรา เป็นนิดเป็นหน่อยก็อยากจะหายเลย เป็นมากก็ยิ่งจะอยากหายเร็ว ธรรมะนี่มีสายเจโตและสายปัญญา สายเจโตก็รู้แบบเจโต แล้วใช้พลังที่ลงตัวถูกสภาวะมีกำลังพอก็จะช่วยได้ อาตมาไปโปรดคนป่วยหนักๆ ก็จะโปรดว่า ให้วางใจ วาง ไม่ต้องคิดอะไรไม่ต้องกลัวอะไร การกลัวนี่กินพลังงานเยอะนะ คนป่วยที่กลัวตายยิ่งเสียพลังงานยิ่งตายไว แล้วถ้าไม่ต้องกลัวไม่ต้องห่วงไม่ต้องคิดอะไรเลย พลังงานมันก็จะเติมมาเต็มแล้ว พลังงานจะรวมตัวกันเต็มเลย ธรรมชาติของชีวิตนี่มันรักษาตัวเองอยู่ตลอดเวลา รักษาตัวเองเก่งมาก เราไม่ไปสูญเสียด้วยความอุปาทานยึดนั่นยึดนี่ อย่างนั้นอย่างนี่ กังวลอย่างโน้นกังวลอย่างนี้ อยากได้อย่างโน้นอยากได้อย่างนี้ มันตะกละตะกรามอย่างโน้นอย่างนี้อีก มันเป็นตัวจ่ายทั้งนั้นเลย ถ้าผู้ใดปฏิบัติรวบรวมจิต สายเจโตก็ทำได้เก่งกว่าสายปัญญา แต่สายปัญญาก็รวบรวมจิตได้ติดเหมือนกันก็มีพลังที่ไปช่วย แค่พลังงานของจิตไม่สูญเสีย calories แตกกระจายออกไปสูญเสียนะ ยิ่งกังวลยิ่งกลัวตาย อะไรต่ออะไรต่างๆนานา ยิ่งโกรธคนนั้นเคืองคนนี้อีก ยิ่งห่วงอันโน้นห่วงอันนี้ ไม่ช้าไม่นาน ก็ตาย สรุปแล้วการจะรักษานี้ทำใจให้ว่างดีที่สุด) จบ….

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน