00 วิทยานิพนธ์ แสงอรุณ.docx
เนื้อหาในไฟล์
การประยุกต์ใช้คิลานสูตร เพื่อป้องกันและรักษาโรคโควิด ๑๙ ของเครือข่ายจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม APPLICATION OF GILANA SUTTA TO PREVENT COVID-19 AND TREAT INFECTED PATIENTS IN THE BUDDHIST DHAMMA MEDICINE VOLUNTEER NETWORK
นางสาวแสงอรุณ สังคมศิลป์
การประยุกต์ใช้คิลานสูตร เพื่อป้องกันและรักษาโรคโควิด ๑๙ ของเครือข่ายจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม
นางสาวแสงอรุณ สังคมศิลป์
Application of Gilana Sutta to Prevent COVID-19 Treat Infected Patients in the Buddhist Dhamma Medicine Volunteer Network
Miss Sangaroon Sungkomsilp
-1371600 -1381125 0 0 บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อนุมัติให้นับวิทยานิพนธ์เรื่อง “ การประยุกต์ใช้คิลานสูตร เพื่อป้องกันและรักษาโรคโควิด ๑๙ ของเครือข่ายจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม ” เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา ตามหลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา
............ ......... ...................................
(พระ สุธีรัตนบัณฑิต , รศ. ดร.) คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย
คณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ ............ ......... ................................... ประธานกรรมการ
( ผศ. ดร.สมหวัง แก้วสุฟอง )
............ ......... ................................... กรรมการ
( ดร.พิสิฏฐ์ โคตรสุโพธิ์ )
............ ......... ................................... กรรมการ
( พระครูปริยัติเจติยานุรักษ์ , ผศ. ดร. )
............ ......... ................................... กรรมการ
( รศ. ดร. พูนชัย ปันธิยะ )
คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ พระครูปริยั
อ่านต่อ
ติเจติยานุรักษ์ , ผศ. ดร. ประธานกรรมการ
รศ. ดร. พูนชัย ปันธิยะ กรรมการ
ชื่อวิทยานิพนธ์ : การประยุกต์ใช้คิลานสูตร เพื่อป้องกันและรักษาโรคโควิด ๑๙ ของเครือข่ายจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม ผู้วิจัย : นางสาวแสงอรุณ สังคมศิลป์ ปริญญา : พุทธศาสตรมหาบัณฑิต (พระพุทธศาสนา) คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์
: พระ ครู ปริยัติเจติยานุรักษ์ , ผ ศ. ดร., ป.ธ. ๔ , พธ.บ. (พุทธจิตวิทยา), พธ. ม . ( พระพุทธศาสนา ), พธ.ด. (พระพุทธศาสนา)
: รศ. ดร. พูนชัย ปันธิยะ , พธ.บ. ( พระพุทธศาสนา ), ศศ.ม. (ปรัชญา), Ph.D. (Buddhist Studies) วันสำเร็จการศึกษา : ๒ มิถุนายน ๒๕๖๖ บทคัดย่อ การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ ๓ ประการ คือ (๑) เพื่อ ศึกษาหลักการ รักษาโรค ในพระพุทธศาสนา ตามหลักคิลานสูตร (๒) เพื่อศึกษา วิธีการป้องกันและรักษาโรคโควิด ๑๙ ของแพทย์วิถีธรรม (๓) เพื่อ วิเคราะห์การประยุกต์หลักคิลานสูตรรักษา ผู้ป่วยจากปัญหาโควิด ๑๙ ของจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม ผลการวิจัยพบว่า การรักษาโรคในพระพ ุ ทธศาสนา แบ่งออกเป็น ๒ ประเภทคือ โรคทางกาย (กายิกโรโค) และโรคทางใจ (เจตสิกโรโค) การรักษาโรคทางกาย ต้องออกกำลังกาย ปรับเปลี่ยนอาหาร ใช้ยาสมุนไพรให้สมดุล โรคทางใจต้องรักษาด้วยกระบวนการปรับเปลี่ยนอารมณ์ โดย ใช้ธรรมะ “ คิลานสูตร" นั้น เป็นหนึ่งในพระสูตรในการรักษาโรคในพระไตรปิฎก เป็นหลักธรรมรักษาโรคที่สำคัญในการอบรมค่ายสุขภาพ ที่บูรณาการเพื่อให้เกิดความสุข ความสบาย ความสมบูรณ์ ด้านจิตใจ เครือข่ายจิตอาสาแพทย์วิถ ี ธรรม ได้บูรณาการ มา ประยุกต์ใช้ในการรักษาโรค วิธีป้องกันและรักษาโรคโควิด ๑๙ ของแพทย์วิถีธรรมนั้น มีแนวคิดหลัก คือ การฝึกฝนปฏิบัติเพื่อเข้าถึงสภาวะของความสุข คือ ใจเป็นประธานของสิ่งทั้งปวง พึ่งตนเอง ประหยัดเรียบง่าย มีประโยชน์ไม่มีโทษ พิสูจน์ผลได้ด้วยตนเอง มีการอธิบายกลไกการเกิดการหายของโรคอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ มีวิธีปฏิบัติ มีการบูรณาการการใช้ธรรมชาติกับพระพุทธศาสนาในการรักษาโรคที่ดี คือหมอที่ดีได้แก่ตัวเราเอง เบื้องต้นคือการลดกิเลสรักษาโรค โดยมีแนวคิด "ศูนย์บาทรักษาทุกโรค" ผล ของการปฏิบัติ ของผู้ป่วยในโรคโควิด ๑๙ พบว่า รักษาโรคได้จริง ก่อให้เกิด ความสุข ความสบาย ความสมบูรณ์ของชีวิต เข้าใจการลดกิเลสรักษาโ รค ครบถ้วนสมบูรณ์ทั้งวิทยาศาสตร์เชิงนามธรรมและรูปธรรม
Thesis Title : Application of Gilana Sutta to Prevent COVID- 19 Treat Infected Patients in the Buddhist Dhamma Medicine Volunteer Network Researcher : Miss Sangaroon Sungkomsilp Degree : Master of Arts (Buddhist Studies) Thesis Supervisory Committee
: Phrakrupariyathijethiyanuruksa, Asst. Prof. Dr. , Pali IV, B.A. ( BuddhistPsychology ), M . A. ( Buddhist Studies ), Ph.D. ( Buddhist Studies )
: Assoc. Prof. Dr. Phoonchai Punthiya, B.A. ( Religions ), M.A. ( Philosophy ), Ph.D. ( Buddhist Studies ) Date of Graduation : June 2, 2023 A b stract This research aims to achieve three objectives: (1) to examine the principles of treatment in Buddhism as outlined in the Gilana Sutta, (2) to explore the methods of prevention and treatment of COVID-19 employed by Dhamma practitioners, and (3) to analyze the application of the Gilana principles in the treatment of COVID-19 patients using a volunteer spirit medicine approach with a Dhamma orientation. The findings reveal that the treatment of diseases in Buddhism can be classified into two categories: physical diseases (K ã yikaroko) and mental diseases (Cetasikaroko). Physical ailments necessitate dietary modifications and the use of herbal medicine to restore balance, while mental illnesses require emotional adjustment through the application of the "Gilana Sutta," one of the sutras for treating diseases found in the Tipitaka. This principle serves as a crucial guideline for the health camp training's disease treatment. By integrating these practices, happiness, comfort, and a sense of wholeness of mind can be achieved. The Dhamma Medicine approach to preventing and treating COVID-19 is centered on the idea of attaining a state of happiness, where the mind assumes a central role, emphasizing self-reliance, simplicity, and frugality without sacrificing efficacy. The results can be empirically verified, and the disease mechanism has been scientifically described. The integration of nature and Buddhism in disease treatment demonstrates a commendable approach. Individuals can become their own reliable doctors by initially reducing attachment to disease using the concept of a “ Zero Baht Center for Cure All Diseases ”. The practical application of Dhamma Medicine in COVID-19 patients has yielded positive outcomes, leading to happiness, comfort, and a sense of completeness in life. It contributes to a reduction in defilements and offers comprehensive treatment of diseases from both abstract and concrete perspectives.
กิตติกรรมประกาศ
วิทยานิพนธ์ เรื่อง “การประยุกต์ใช้คิลานสูตร เพื่อป้องกันและรักษาโรคโควิด ๑๙ ของเครือข่ายจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม” ฉบับ นี้ ส ำ เร็จสมบูรณ์ได้ ด้วยความกรุณาจาก พระครูปริยัติเจติยานุรักษ์ , ผศ. ดร. และ รศ. ดร.พูนชัย ปันธิยะ คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ ที่ได้ให้คำแนะนำและแก้ไขข้อบกพร่องมาโดยตลอด ตั้งแต่เริ่มต้นจนสำเร็จเรียบร้อย ผู้วิจัยขอ กราบ ขอบพระคุณด้วยความเคารพอย่างสูง ขอ กราบ ขอบพระคุณ ผศ. ดร.สมหวัง แก้วสุฟอง, รศ. ดร.สัญญา สะสอง, ดร.วิโรจน์ วิชัย ที่กรุณาเป็นผู้เ ชี่ย วช าญ ในการ ตรวจสอบเครื่องมือวิจัยใน ครั้ง นี้ ขอกราบ ขอบพระคุณ ดร . ใจเพชร กล้าจน ประธานมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย ที่กรุณาให้สัมภาษณ์ในงานวิจัยนี้ ขอขอบพระคุณ จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม เจ้าหน้าที่บุคลากรสาธารณสุข ผู้เข้าค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรมทุกท่าน ที่ กรุณา ให้ข้อมูลการสัมภาษณ์ และการสนทนากลุ่ม แก่ผู้วิจัย ขอขอบ พระ คุณ คณาจารย์ เจ้าหน้าที่บัณฑิตศึกษามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ ทุกท่าน และกัลยาณมิตรเพื่อนร่วมรุ่นทุกรูป / คน ที่ คอยช่วยเหลือและ เป็นกำลังใจ ซึ่งกันและกัน ผู้วิจัย ขอขอบ พระ คุณไว้ ณ โอกาสนี้ คุณความดี อัน เกิดจากวิทยานิพนธ์เล่มนี้ ผู้วิจัยขอ ถวาย เป็น ปฏิบัติ บูชา เพื่อตอบแทนคุณพระพุทธศาสนา ตอบแทนคุณบิดามารดา คุณครูบาอาจารย์ ตลอดจนผู้มีพระคุณทุกท่าน หาก งานวิจั ยครั ้งนี้ มี ข้อบกพร่อง ประการใด ผู้วิจัย ต้อง ขออภัย และยินดีน้อมรับค ำ แนะน ำ ด้วยความเต็มใจยิ่ง
นางสาวแสงอรุณ สังคมศิลป์ ๒ มิถุนายน ๒๕๖๖
สารบัญ เรื่อง หน้า บทคัดย่อ ภาษาไทย ก บทคัดย่อ ภาษาอ ั งกฤษ ค TOC \o " 1-4" \t " 8.ชื่อบท , 1 , ชื่อบท18 , 2 , ชื่อบท16 , 2" กิตติกรรมประกาศ PAGEREF _Toc135944660 \h ง สารบัญ PAGEREF _Toc135944661 \h จ สารบัญตาราง PAGEREF _Toc135944662 \h ช สารบัญภาพ PAGEREF _Toc135944663 \h ซ คำอธิบายสัญลักษณ์และคำย่อ PAGEREF _Toc135944664 \h ฌ บทที่ ๑ บทนำ PAGEREF _Toc135944666 \h ๑ ๑.๑ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา PAGEREF _Toc135944667 \h ๑ ๑.๒ คำถามวิจัย PAGEREF _Toc135944668 \h ๕ ๑.๓ วัตถุประสงค์ของการวิจัย PAGEREF _Toc135944669 \h ๕ ๑.๔ ขอบเขตการวิจัย PAGEREF _Toc135944670 \h ๕ ๑.๕ นิยามศัพท์เฉพาะที่ใช้ในการวิจัย PAGEREF _Toc135944675 \h ๖ ๑.๖ ทบทวนเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง PAGEREF _Toc135944676 \h ๗ ๑.๗ วิธีดำเนินการวิจัย PAGEREF _Toc135944679 \h ๑๗ ๑.๘ ประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัย PAGEREF _Toc135944686 \h ๑๙ บทที่ ๒ การรักษาโรคในพระพุทธศาสนาตามหลักคิลานสูตร PAGEREF _Toc135944688 \h ๒๐ ๒.๑ ความหมายของโรค PAGEREF _Toc135944689 \h ๒๐ ๒.๒ ประเภทของโรค PAGEREF _Toc135944690 \h ๒๓ ๒.๓ โรคที่ปรากฏในพระไตรปิฏก PAGEREF _Toc135944693 \h ๓๑ ๒.๔ การรักษาโรคในพระไตรปิฎก PAGEREF _Toc135944694 \h ๓๒ ๒.๕ สรุปท้ายบท PAGEREF _Toc135944698 \h ๔๓ บทที่ ๓ วิธีป้องกันและรักษาโรคโควิด ๑๙ ของแพทย์วิถีธรรม PAGEREF _Toc135944700 \h ๔๕ ๓.๑ บริบทของมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย PAGEREF _Toc135944701 \h ๔๕ ๓.๒ ศาสตร์การแพทย์วิถีธรรม PAGEREF _Toc135944705 \h ๕๑ ๓.๓ การแพร่ระบาดของโรคโควิด ๑๙ PAGEREF _Toc135944715 \h ๖๓ ๓.๔ การป้องกันโรคโควิด ๑๙ ตามหลักแพทย์วิถีธรรม PAGEREF _Toc135944721 \h ๗๐ ๓.๕ การดูแลรักษาสุขภาพจากโรคโควิด ๑๙ ด้วยหลักการแพทย์วิถีธรรม PAGEREF _Toc135944726 \h ๗๘ ๓.๖ ตัวอย่างผู้ที่ใช้หลักการแพทย์วิถีธรรมที่ป้องกันและรักษาโรคโควิด ๑๙ ตามหลักการแพทย์วิถีธรรม PAGEREF _Toc135944734 \h ๙๑ ๓.๗ สรุปท้ายบท PAGEREF _Toc135944738 \h ๑๒๐ บทที่ ๔ วิเคราะห์การประยุกต์ใช้คิลานสูตรเพื่อการป้องกันและรักษาสุขภาพ จากโรคโควิด ๑๙ ของเครือข่ายจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม PAGEREF _Toc135944741 \h ๑๒๒ ๔.๑ ประชากร PAGEREF _Toc135944742 \h ๑๒๒ ๔.๒ การประยุกต์หลักธรรมคิลานสูตรกับหลักการแพทย์วิถีธรรม PAGEREF _Toc135944743 \h ๑๒๔ ๔.๓ การป้องกันและรักษาโรคโควิด ๑๙ ของแพทย์วิถีธรรม PAGEREF _Toc135944746 \h ๑๓๒ ๔.๔ ผลของการประยุกต์ใช้หลักคิลานสูตรดูแลสุขภาพตามหลักศาสตร์การแพทย์วิถีธรรม PAGEREF _Toc135944747 \h ๑๓๓ บทที่ ๕ สรุปผลการวิจัยและข้อเสนอแนะ PAGEREF _Toc135944753 \h ๑๓๗ ๕.๑ สรุปผลการวิจัย PAGEREF _Toc135944754 \h ๑๓๗ ๕.๒ ข้อเสนอแนะ PAGEREF _Toc135944758 \h ๑๔๒ บรรณานุกรม PAGEREF _Toc135944762 \h ๑๔๔ ภาคผนวก PAGEREF _Toc135944763 \h ๑๕๒ ภาคผนวก ก . หนังสือขอความอนุเคราะห์ผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบเครื่องมือวิจัย PAGEREF _Toc135944765 \h ๑๕๓ ภาคผนวก ข. แบบสัมภาษณ์ PAGEREF _Toc135944769 \h ๑๕๙ ภาคผนวก ค . หนังสือขอความอนุเคราะห์เก็บข้อมูลวิจัย PAGEREF _Toc135944771 \h ๑๖๖ ประวัติผู้วิจัย PAGEREF _Toc135944781 \h ๑๘๘
สารบัญตาราง ตารางที่ หน้า TOC \c " ตารางที่" ตารางที่ ๑ แสดงจำนวนและร้อยละของกลุ่มประชากร จำแนกตาม เพศ อายุ การศึกษา อาชีพหลั ก ๑๒๒
สารบัญภาพ ภาพที่ หน้า TOC \h \z \c " ภาพที่" ภาพที่ ๑ กราฟแสดงจำนวนผู้ป่วยสะสมโรคติดต่อเ ชื้อ ไวรัสโคโ ร น่า PAGEREF _Toc132026343 \h ๖๕ ภาพที่ ๒ หลักการล็อกดาวน์แบบแพทย์วิถีธรรม PAGEREF _Toc132026344 \h ๗๑ ภาพที่ ๓ วิธีทำกระโจมอบสมุนไพร PAGEREF _Toc132026345 \h ๘๑ ภาพที่ ๔ ภาพเส้นลมปราณแขน ด้านหน้าและด้านหลัง PAGEREF _Toc132026346 \h ๘๒ ภาพที่ ๕ เส้นลมปราณลำไส้ใหญ่ PAGEREF _Toc132026347 \h ๘๓ ภาพที่ ๖ วิธีการใช้ขวดสวนล้างลำไส้ใหญ่ (ดีท็อกซ์) PAGEREF _Toc132026348 \h ๘๙ ภาพที่ ๗ วิธีการสอดสายเข้าไปที่รูทวารหนัก PAGEREF _Toc132026349 \h ๙๐ ภาพที่ ๘ การอ่านบททบทวนธรรมหมอเขียว PAGEREF _Toc132026350 \h ๑๐๘ ภาพที่ ๙ อาหารเป็นยาบำบัดโรคและฟื้นฟูสุขภาพ PAGEREF _Toc132026351 \h ๑๐๙ ภาพที่ ๑๐ ออกกำลังกาย กดจุด โยคะ กายบริหาร แบบหมอเขียว PAGEREF _Toc132026352 \h ๑๑๐ ภาพที่ ๑๑ ถอนพิษร้อน ปรับสมดุลร้อนเย็นด้วยยาเม็ดที่ ๔ แช่มือแช่เท้า PAGEREF _Toc132026353 \h ๑๑๐ ภาพที่ ๑๒ คบและเคารพมิตรดี แลกเปลี่ยนสภาวะกายใจ PAGEREF _Toc132026354 \h ๑๑๑ ภาพที่ ๑๓ โรงพยาบาลสนามชุมชนตำบลบึงวิชัย อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ PAGEREF _Toc132026355 \h ๑๑๒ ภาพที่ ๑๔ กิจกรรมสวดมนต์ทบทวนธรรม โรงพยาบาลสนามชุมชนตำบลบึงวิชัย PAGEREF _Toc132026356 \h ๑๑๓ ภาพที่ ๑๕ กิจกรรมออกกำลังกายโรงพยาบาลสนามชุมชนตำบลบึงวิชัย อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ PAGEREF _Toc132026357 \h ๑๑๓ ภาพที่ ๑๖ กิจกรรมออกกำลังกายโรงพยาบาลสนามชุมชน ต.บึงวิชัย อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ PAGEREF _Toc132026358 \h ๑๑๔
คำอธิบายสัญลักษณ์และคำย่อ
อักษรย่อในวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ อ้างอิงจากคัมภีร์พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พุทธศักราช ๒๕๓๙ ในการอ้างอิงใช้ระบบระบุ เล่ม/ข้อ/หน้า โดยใส่ตัวเลขไว้หลังคำย่อชื่อคัมภีร์ ดังตัวอย่างเช่น สํ.ม.(ไทย) ๑๙/๑๙๖/๑๓๐ หมายถึง พระ สุตตันตปิฎก มหา วาร วรรค ภาษาไทย เล่มที่ ๑๙ ข้อที่ ๑๙๖ หน้าที่ ๑๓๐ เรียงตามคัมภีร์ ดังนี้ ๑ . คำ อธิบายคำ ย่อ ในภาษาไทย ก . คำย่อชื่อคัมภีร์พระไตรปิฎก พระวินัยปิฎก คำย่อ ชื่อคัมภีร์ ภาษา วิ.มหา. (ไทย) = วินัยปิฎก มหาวิภังค์
(ภาษาไทย) วิ.ม. (ไทย) = วินัยปิฎก มหาวรรค
(ภาษาไทย) วิ.จู. (ไทย) = วินัยปิฎก จูฬวรรค
(ภาษาไทย) พระ สุตตันต ปิฎก คำย่อ ชื่อคัมภีร์ ภาษา ที.ปา. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค (ภาษาไทย) ม.มู. (ไทย) = สุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ (ภาษาไทย) ม.ม. (ไทย) = สุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ (ภาษาไทย) ม.อุ. (ไทย) = สุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ (ภาษาไทย) สํ.ส. (ไทย) = สุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค (ภาษาไทย) สํ.สฬา. (ไทย) = สุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค (ภาษาไทย) สํ.ม. (ไทย) = สุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค (ภาษาไทย) องฺ.เอกก.(ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย เอกกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.ทุก. (ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.ติก. (ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.จตุกฺก.(ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.ปญฺจก.(ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.ฉกฺก. (ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.เอกาทสก. (ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย เอกาทสกนิบาต (ภาษาไทย) ขุ.ขุ. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ (ภาษาไทย) ขุ.สุ. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต (ภาษาไทย)
พระอภิธรรมปิฎก คำย่อ ชื่อคัมภีร์ ภาษา อภิ.สงฺ. (ไทย) = อภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี
(ภาษาไทย)
บทที่ ๑
บทนำ
๑.๑ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา พระพุทธเจ้า ตรัส ว่า ความไม่มีโรคเป็นลาภอย่างยิ่ง , ความสำคัญของการมีสุขภาพร่างกายดี ไม่มีโรคภัยเบียดเบียนว่า เป็นช่วงเวลาที่เหมาะแก่การบำเพ็ญเพียรอย่างยิ่ง หากร่างกายเจ็บป่วยไม่อาจเยียวยาได้แล้ว พระองค์จะทรงมุ่งเน้นการเยียวยาทางด้านจิตใจเป็นหลัก ดังที่ปรากฏว่า ครั้งหนึ่งมีภิกษุ ทุพพลภาพป่วยหนัก ระยะสุดท้าย พระพุทธเจ้าทรงเยียวยารักษาด้านจิตใจทรงมีพระดำรัสว่า “แม้ร่างกายจะเจ็บหนักแต่ยังสามารถพัฒนาไปสู่การบรรลุธรรมได้” พระองค์ตรัสสูตรในการรักษาโรคไว้ทั้งโรคทางกายและโรคทางใจ หนึ่งในพระสูตรในการรักษาโรคที่พระพุทธเจ้าตรัสสอนไว้คือ “คิลานสูตร” ว่าด้วยคนไข้และบุคคลผู้เปรียบด้วยคนไข้ ดังพุทธพจน์ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนไข้ ๓ จำพวกนี้มีปรากฏในโลก ๓ จำพวกคนไข้ ๓ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. คนไข้บางคนในโลกนี้ ได้โภชนะที่เป็นสัปปายะ หรือไม่ได้โภชนะที่เป็นสัปปายะก็ตาม ได้ยาที่เป็นสัปปายะ หรือไม่ได้ยาที่เป็นสัปปายะก็ตาม และได้คนพยาบาลที่เหมาะสม หรือไม่ได้คนพยาบาลที่เหมาะสมก็ตาม ย่อมไม่หายจากอาพาธนั้นได้เลย ๒. คนไข้บางคนในโลกนี้ได้โภชนะที่เป็นสัปปายะหรือไม่ได้โภชนะที่เป็นสัปปายะก็ตาม ได้ยาที่เป็นสัปปายะ หรือไม่ได้ยาที่เป็นสัปปายะก็ตามและได้คนพยาบาลที่เหมาะสม หรือไม่ได้คนพยาบาลที่เหมาะสมก็ตามย่อมหายจากอาพาธนั้นได้ ๓. คนไข้บางคนในโลกนี้ได้โภชนะที่เป็นสัปปายะ จึงหายจากอาพาธนั้น เมื่อไม่ได้ ย่อมไม่หาย ได้ยาที่เป็นสัปปายะจึงหายจากอาพาธนั้น เมื่อไม่ได้ย่อมไม่หาย และได้คนพยาบาลที่เหมาะสมจึงหายจากอาพาธนั้นเมื่อไม่ได้ย่อมไม่หาย ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนไข้ ๓ จำพวกนี้มีปรากฏอยู่ในโลก จากพุทธพจน์ดังกล่าว ต้องเลือกใช้วิธีที่ทำให้รู้สึกสบาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารกาย อาหารใจ ยาและวิธีการรักษา ต้องเลือกผู้ที่ดูแลที่เหมาะควรจึงจะหาย จากอาพาธนั้น ในพระพุทธศาสนาที่ใช้บำบัดรักษาความเจ็บป่วย หากปฎิบัติให้ถึงการ ลด ละ เลิก ความโลภ ความโกรธ ความหลง และความมัวเมาจนถึงขั้นบรรลุนิพพานแล้ว ก็สามารถ บำบัดโรค ทางกายและโรคทางใจ ได้อย่างถาวร ซึ่ง ในพระพุทธศาสนาได้กล่าวถึงโรค ๒ ประการคือ โรคทางกาย (กายิโก โรโค) และโรคทางใจ (เจตสิโก โรโค) ดังพุทธพจน์ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย โรค ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ โรคทางกาย ๑ โรคทางใจ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายผู้ปฏิญาณความไม่มีโรคด้วยโรคทางกาย ตลอดปีหนึ่ง มีปรากฏ ผู้ปฏิญาณความไม่มีโรคตลอด ๒ ปี บ้าง ๓ ปี บ้าง ๔ ปี บ้าง ๕ ปี บ้าง ๑๐ ปี บ้าง ๒๐ ปี บ้าง ๓๐ ปี บ้าง ๔๐ ปี บ้าง ๕๐ ปี บ้าง ผู้ปฏิญาณความไม่มีโรคแม้ยิ่งกว่า ๑๐๐ ปี บ้าง มีปรากฏ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์เหล่าใดปฏิญาณความไม่มีโรคทางใจแม้ครู่หนึ่ง สัตว์เหล่านั้นหาได้ยากในโลก เว้นแต่พระขีณาสพเท่านั้น องค์การอนามัยโลก ( WHO : World Health Organization) ได้ให้ความหมายของคำว่า สุขภาพ หรือ สุขภาวะ ว่า เป็นสภาวะอันสมบูรณ์ที่ครอบคลุม ๔ ด้านของชีวิต ได้แก่ ๑) สภาวะด้านร่างกาย ๒) สภาวะด้านจิตใจ ๓) สภาวะด้านสังคม ๔) สภาวะด้านจิตวิญญาณ สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔) มีวิสัยทัศน์ว่า “ ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ” หรือเป็นคติพจน์ประจำชาติว่า “ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ” โดยยึด “ คนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา ” มุ่งสร้างคุณภาพชีวิตและสุขภาวะที่ดีสำหรับคนไทย สุขภาพที่ดีจึงเป็นสิ่งสำคัญไม่ว่าจะเป็นระดับบุคคล ครอบครัว หรือระดับประชาคมโลก ดังคำที่ว่า “สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตประการแรกคือสุขภาพต้องแข็งแรง” ความเจ็บป่วยเป็นปัญหาที่สร้างความทุกข์ทรมานแสนสาหัสให้กับผู้ป่วย ไม่เพียงแต่ตัวผู้ป่วยเอง ยังรวมไปถึงครอบครัวญาติพี่น้องอีกด้วย ความเจ็บป่วยยังส่งผลถึงสภาพเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เช่น เมื่อมีคนในครอบครัวป่วยหนัก คนในครอบครัวต้องลาออกจากงานเพื่อมาดูแล ทำให้ครอบครัวขาดรายได้ เสียค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งวิธีดูแลสุขภาพในปัจจุบันนั้นสามารถลดปัญหาสุขภาพได้เพียงส่วนหนึ่งแต่ยังมีปัญหาสุขภาพอีกจำนวนมากที่ไม่สามารถแก้ไขได้ โรคระบาดในโลกนั้นมีมาอย่างยาวนานยกตัวอย่างเช่น เมื่อราว ๗๐๐ ปีก่อนซึ่งตรงกับสมัยกรุงสุโขทัยของไทย เกิดมีโรคระบาดที่ไม่เคยมีใครรู้จักมาก่อน แพร่กระจายไปทั่วทวีปยุโรป โรคดังกล่าวคร่าชีวิตผู้คนในทวีปนั้นไปอย่างน้อย ๑ ใน ๔ ของประชากรทั้งหมด ต่อมายังกระจายไปทั่วโลกและอาจทำให้มีคนเสียชีวิตมากถึง ๗๕ ล้านคนทั่วโลก โรคนี้ได้รับชื่อภายหลังว่ากาฬโรค ( Black Death หรือ Black Plague) ความร้ายแรงของโรคกาฬโรคนั้นทำให้เกิดความหวาดกลัวต่อผู้คนทั่วไปและบุคคลากรทางการแพทย์ และยังมีโรคระบาดอื่นๆ ตามมาไม่ว่าจะเป็น โรคไข้หวัดใหญ่สเปน ( Spanish flu), โรคซาร์ส ( Sars) หรือไข้หวัดมรณะ , โรคเมอร์ส เป็นต้น การมาถึงของโรคติดเชื้อ โควิด ๑๙ ( COVID- 19 ) เป็นโรคอุบัติใหม่ล่าสุดที่กลายเป็นโรคระบาดไปทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยจำนวนมากและบางส่วนเสียชีวิต การระบาดของโรคโควิด ที่แพร่กระจายไปจำนวนมากเกิดสภาพผู้ป่วยล้นเตียงล้นโรงพยาบาล ผู้ป่วยจำนวนมากที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการสุขภาพได้ ส่งผลกระทบให้เกิดความเสียหายเดือดร้อนด้านต่าง ๆ สืบเนื่องตามมา ได้แก่ ปัญหาด้านจิตใจ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เกิดสภาพผู้ป่วยล้นเตียงล้นโรงพยาบาล เนื่องจากความรุนแรงของโรคที่เกิดขึ้น ซึ่งอาการโดยทั่วไปของโรคโควิด ๑๙ เช่น มีไข้ ไอแห้ง อ่อนเพลีย อาการที่พบไม่บ่อยนักมีดังนี้ ปวดเมื่อยเนื้อตัว เจ็บคอ ท้องเสีย ตาแดง ปวดศีรษะ สูญเสียความสามารถในการดมกลิ่นและรับรส มีผื่นบนผิวหนัง หรือนิ้วมือนิ้วเท้าเปลี่ยนสี อาการรุนแรงมีดังนี้ หายใจลำบากหรือหายใจถี่ เจ็บหน้าอกหรือแน่นหน้าอก ผู้ที่ไม่มีภูมิต้านทาน มีโรคประจำตัว หรือร่างกายอ่อนแอ มักเกิดอาการปอดบวม ปอดอักเสบ ได้มากกว่าไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ หรือโรคภูมิแพ้ โดยเฉพาะในคนที่เป็นกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ สุขภาพไม่แข็งแรง มีโรคประจำตัว เป็นต้น สูญเสียความสามารถในการพูดและเคลื่อนไหว โดยเฉลี่ยแล้วผู้ที่ติดเชื้อไวรัสจะแสดงอาการป่วยใน ๕-๖ วัน อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยอาจใช้เวลานานถึง ๑๔ วันจึงจะแสดงอาการ การหาหนทางในการแก้ปัญหาสุขภาพทั้งทางกายและทางใจที่ทำให้หายหรือทุเลาจากโรคจึงเป็นสิ่งสำคัญ การป้องกันและแก้ปัญหาที่สำคัญที่สุด มีประสิทธิภาพที่สุด ดังที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ คือ อัตตา หิ อัตตโน นาโถ “ตนเป็นที่พึ่งของตน” การพึ่งตนในการดำรงชีวิตที่ประหยัด เรียบง่าย รวมถึงการพึ่งตนในการทำสิ่งที่จำเป็นสำคัญต่อชีวิตในทุกๆ ด้าน ที่ตนสามารถทำได้ ทั้งด้านการดูแลสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ฯลฯ จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องทำควบคู่กับการแก้ปัญหาที่ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน กำลังดำเนินการอยู่ จึงจะทำให้ชีวิตอยู่รอดปลอดภัย อยู่เย็นเป็นสุข และช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่นสืบเนื่องต่อไปได้ การที่ผู้ป่วยหรือประชาชนพึ่งตนเองได้มาก ทำให้เจ้าหน้าที่สุขภาพไม่ต้องแบกรับภาระที่มากเกินไปและสามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้ป่วยและระบบสุขภาพโดยรวม ซึ่งการแพทย์วิถีธรรมนั้นสามารถพึ่งตนหรือบูรณาการร่วมกับการดูแลสุขภาพทุกแผนได้ตามความเหมาะสม ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ผู้วิจัยมีความสนใจที่จะศึกษา หลักการ ประยุกต์ใช้คิลานสูตรในพระไตรปิฏก เพื่อดูแลสุขภาพและป้องกันโรคโควิด ๑๙ ป้องกันการติดเชื้อโควิด ๑๙ การรักษาหรือบรรเทาอาการติดเชื้อโควิด ๑๙ หรืออาการคล้ายติดเชื้อโควิด ๑๙ และอาการแทรกซ้อนจ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive